GASTRONOME THAILAND by ตามล่า Fine Dining
New York Steakhouse
Selected

ThailandNew York Steakhouse · นิวยอร์ค สเต๊กเฮ้าส์

Steakhouse · สเต๊กเฮาส์ — 4 Sukhumvit Rd, Khwaeng Khlong Toei, Khet Khlong Toei, Bangkok 10110

🎗️ หากสอบถามเหล่านักชิมรุ่นเก๋าถึงร้านสเต็กเฮ้าส์ที่ดีที่สุดในกรุงเทพ เราเชื่อว่านิวยอร์ก สเต็กเฮ้าส์จะต้องมีชื่อติดอยู่ใน 1 ใน 3 อันดับแรกอย่างแน่นอน ตัวร้านเปิดทำการมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1997 โดยมีทำเลทองตั้งอยู่ในโรงแรมเจดับบลิว แมริออท ภายในตกแต่งโดยใช้วัสดุเป็นไม้สีเข้มแลดูเข้ากันกับกับเก้าอี้หนังสีดำขนาดใหญ่ บนผนังยังตกแต่งด้วยภาพถ่ายขาวดำย้อนยุคของเมืองในประเทศสหรัฐอเมริกา หากสังเกตให้ดีจะพบกับจานไม้ที่มีด้ามจับเป็นรูปหัวควายซึ่งได้กลายมาเป็นอัตลักษณ์ของห้องอาหารแห่งนี้ อีกมุมหนึ่งมีตู้สำหรับเก็บสัตว์น้ำต่างๆและห้องครัวแบบกึ่งเปิดที่กั้นด้วยกระจกใสช่วยให้บรรยากาศภายในมีความไดนามิกตลอดเวลา

🎗 อาหารที่นี่ควบคุมโดยเชฟสมานผู้ร่วมงานกับตัวร้านมาตั้งแต่ปี 2005 ก่อนจะถูกเลื่อนให้เป็นหัวหน้าเชฟควบคุมงานครัวทั้งหมด เริ่มต้นมื้ออาหารด้วยของว่างเรียกน้ำย่อยที่มีให้เลือกครบครันทั้งเมนูจากฝั่งอเมริกาและยุโรปโดยเฉพาะ Caesar Salad Prepared Tableside โดยพนักงานจัดเตรียมสลัดให้ชมกันสด ๆ ข้าง ๆ โต๊ะ ลูกค้าสามารถเลือกได้ว่าจะใส่หรือไม่ใส่อะไรลงไปได้ตามใจชอบแต่สำหรับสูตรของทางร้านจะใส่ไข่แดงลงไปตีให้ทั่ว นอกจากนี้ยังมีแองโชวี่ กระเทียม ต้นหอม พริกไทย เคเปอร์ จากนั้นพนักงานจะใส่ผัก Romaine Lettuce ลงไปคลุกเคล้ากับน้ำสลัด ปรุงรสด้วยทาบาสโก้แล้วจัดเสิร์ฟมาบนจานขนาดใหญ่ ด้านบนโรยด้วยครูตองและเบคอนกรอบ ผักสด ๆ เข้ากันดีกับน้ำสลัดที่มีความครีมมี่จากไข่แดงและกลิ่นหอมของแองโชวี่อย่างชัดเจน ทั้งยังมีรสเค็มจากพาเมซานและเบคอน ตัดด้วยความเผ็ดเบา ๆ จากทาบาสโก้ไม่ให้เลี่ยนจนเกินไป ส่วนเมนูสเต๊กนั้นเราประทับใจ Roasted Australia Wagyu Prime Rib Carvery King Cut (12 oz) ซึ่งเป็นหนึ่งในเมนูยอดนิยมประจำร้านโดยเชฟจะเตรียมและพักเนื้อก้อนใหญ่เอาไว้ในรถเข็นสีเงินเพียงหนึ่งชิ้นต่อวันเท่านั้น จากนั้นเมื่อมีลูกค้าสั่งพนักงานจะเข็นรถมาที่ข้างข้างโต๊ะพร้อมกับค่อย ๆ แล่เนื้อวางลงบนจานควบคู่ไปกับไขกระดูกและชิ้นเห็ด ในวันนี้เราเลือกเป็น King Cut ที่มีขนาดใหญ่หนักถึง 12 oz และขอแนะนำให้ลองจับคู่กับ Beef Jus และ Red Wine Jus ส่วนใครที่ชอบเมนูสเต็กสไตล์นิวยอร์กขนานแท้ขอแนะนำให้เลือกU.S. Prime Beef NY Strip (16 oz) เสิร์ฟมาที่ความสุกระดับ Medium Rare ในวันนี้เราจับคู่กับ Diane Sauce รสชาติเข้มข้นเข้ากันได้ดีสุด ๆ

🎗 แน่นอนว่าเมนูสเต๊กได้กลายมาเป็นดาวเด่นประจำค่ำคืนนี้ ส่วนอาหารเรียกน้ำย่อยและของหวานจัดว่าเป็นพระรองที่ใช้ได้ไม่เบา ราคาอาหารค่อนข้างสูงตามมาตรฐานของตัวร้าน รายการไวน์มีให้เลือกค่อนข้างมากและหลากหลาย อย่างไรก็ตามจุดที่สามารถปรับปรุงได้อีกคือการบริการยังถือว่าไม่ทั่วถึงนัก พนักงานที่รับออเดอร์ค่อนข้างเร่งรัดในการสั่งอาหารแม้กระทั่งในช่วงที่เรากำลังเปิดพลิกเมนูไปมาจนอาจทำให้เกิดความรู้สึกไม่ผ่อนคลายได้ ที่สำคัญอย่าลืมจองที่นั่งกันมาล่วงหน้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการมาในช่วง 18.00 น. ถึง 20.00 น.

ภาพของร้านอาหาร

ทั้งหมด 23 รูป

🇹🇭 New York Steakhouse - นิวยอร์ก สเต๊กเฮ้าส์🍽 Selected by MICHELIN Guide - ร้านอาหารที่ได้รับเลือกในมิชลินไกด์🍴 Steakhouse - สเต๊กเฮาส์👨🏻‍🍳 Chef Samarn - เชฟสมาน นนทิจันทร์
รูปที่ 1
🇹🇭 New York Steakhouse - นิวยอร์ก สเต๊กเฮ้าส์🍽 Selected by MICHELIN Guide - ร้านอาหารที่ได้รับเลือกในมิชลินไกด์🍴 Steakhouse - สเต๊กเฮาส์👨🏻‍🍳 Chef Samarn - เชฟสมาน นนทิจันทร์
เริ่มต้นมื้อด้วยขนมปังและเนย
รูปที่ 2
เริ่มต้นมื้อด้วยขนมปังและเนย
Caesar Salad Prepared Tableside (570++)Anchovies, Parmesan cheese, croutons, baconซีซ่าสลัดถือเป็น Signature Dish ประจำร้านที่ขาประจำนิยมสั่ง พนักงานจะเริ่มต้นจากการเข็นรถมาจัดเตรียมให้ชมกันสด ๆ ข้าง ๆ โต๊ะ ลูกค้าสามารถเลือกได้ว่าจะใส่หรือไม่ใส่อะไรลงไปได้ตามใจชอบแต่สำหรับสูตรของทางร้านจะใส่ไข่แดงลงไปตีให้ทั่ว นอกจากนี้ยังมีแองโชวี่ กระเทียม ต้นหอม พริกไทย เคเปอร์ จากนั้นพนักงานจะใส่ผัก Romaine Lettuce ลงไปคลุกเคล้ากับน้ำสลัด ปรุงรสด้วยทาบาสโก้แล้วจัดเสิร์ฟมาบนจานขนาดใหญ่ ด้านบนโรยด้วยครูตองและเบคอนกรอบ ผักสด ๆ เข้ากันดีกับน้ำสลัดที่มีความครีมมี่จากไข่แดงและกลิ่นหอมของแองโชวี่อย่างชัดเจน ทั้งยังมีรสเค็มจากพาเมซานและเบคอน ตัดด้วยความเผ็ดเบา ๆ จากทาบาสโก้ไม่ให้เลี่ยนจนเกินไป (13/20)
รูปที่ 3
Caesar Salad Prepared Tableside (570++)Anchovies, Parmesan cheese, croutons, baconซีซ่าสลัดถือเป็น Signature Dish ประจำร้านที่ขาประจำนิยมสั่ง พนักงานจะเริ่มต้นจากการเข็นรถมาจัดเตรียมให้ชมกันสด ๆ ข้าง ๆ โต๊ะ ลูกค้าสามารถเลือกได้ว่าจะใส่หรือไม่ใส่อะไรลงไปได้ตามใจชอบแต่สำหรับสูตรของทางร้านจะใส่ไข่แดงลงไปตีให้ทั่ว นอกจากนี้ยังมีแองโชวี่ กระเทียม ต้นหอม พริกไทย เคเปอร์ จากนั้นพนักงานจะใส่ผัก Romaine Lettuce ลงไปคลุกเคล้ากับน้ำสลัด ปรุงรสด้วยทาบาสโก้แล้วจัดเสิร์ฟมาบนจานขนาดใหญ่ ด้านบนโรยด้วยครูตองและเบคอนกรอบ ผักสด ๆ เข้ากันดีกับน้ำสลัดที่มีความครีมมี่จากไข่แดงและกลิ่นหอมของแองโชวี่อย่างชัดเจน ทั้งยังมีรสเค็มจากพาเมซานและเบคอน ตัดด้วยความเผ็ดเบา ๆ จากทาบาสโก้ไม่ให้เลี่ยนจนเกินไป (13/20)
Grilled Australian Scallops (1,100++)Truffle cauliflower pureeหอยเชลล์ยักษ์เสิร์ฟมาถึง 3 ตัวโดยเชฟ นำไปจี่บนกระทะจนสุกกำลังดี ด้านบนท็อปด้วยเบคอนกรอบ จากนั้นเสิร์ฟม้ากับเพียวเร กะหล่ำดอกที่มีอะโรม่าหอม ๆ ของทรัฟเฟิล (13/20)
รูปที่ 4
Grilled Australian Scallops (1,100++)Truffle cauliflower pureeหอยเชลล์ยักษ์เสิร์ฟมาถึง 3 ตัวโดยเชฟ นำไปจี่บนกระทะจนสุกกำลังดี ด้านบนท็อปด้วยเบคอนกรอบ จากนั้นเสิร์ฟม้ากับเพียวเร กะหล่ำดอกที่มีอะโรม่าหอม ๆ ของทรัฟเฟิล (13/20)
Lump Crab Cakes (790++)Sauce remouladeCrab Cake มีรสหวานโดยธรรมชาติของเนื้อปูโดยมีชั้นความกรอบบาง ๆ ที่เกิดจากการนาบกระทะ ด้านล่างเป็นเนื้อปูสับที่มีความหวานเฉพาะตัว อย่าลืมบีบเลมนลงไปสักเล็กน้อยเพื่อให้รสชาติปูแสดงออกมาได้อย่างโดดเด่นยิ่งขึ้น (13/20)
รูปที่ 5
Lump Crab Cakes (790++)Sauce remouladeCrab Cake มีรสหวานโดยธรรมชาติของเนื้อปูโดยมีชั้นความกรอบบาง ๆ ที่เกิดจากการนาบกระทะ ด้านล่างเป็นเนื้อปูสับที่มีความหวานเฉพาะตัว อย่าลืมบีบเลมนลงไปสักเล็กน้อยเพื่อให้รสชาติปูแสดงออกมาได้อย่างโดดเด่นยิ่งขึ้น (13/20)
Lobster Bisque (610++)ซุปข้นกุ้งล็อบสเตอร์เสิร์ฟมาร้อน ๆ รสชาติรับประทานง่ายสำหรับคนไทย บอดี้ของซุปไม่ข้นจนเกินไป หอมกลิ่นมันกุ้ง ตามด้วยรสขมเบา ๆ เป็นอาฟเตอร์เทส ด้านล่างมีเนื้อกุ้งล็อบสเตอร์ใส่มาให้ด้วย (13/20)
รูปที่ 6
Lobster Bisque (610++)ซุปข้นกุ้งล็อบสเตอร์เสิร์ฟมาร้อน ๆ รสชาติรับประทานง่ายสำหรับคนไทย บอดี้ของซุปไม่ข้นจนเกินไป หอมกลิ่นมันกุ้ง ตามด้วยรสขมเบา ๆ เป็นอาฟเตอร์เทส ด้านล่างมีเนื้อกุ้งล็อบสเตอร์ใส่มาให้ด้วย (13/20)
Oguma Beef Tenderloin A4 (7 oz) (3,700++)Oguma Wagyu เป็นเนื้อวัวเกรดพรีเมี่ยมจากจังหวัดไซตามะทางตอนเหนือของกรุงโตเกียว หัวทุกตัวจะผ่านการเลี้ยงและขุนด้วยข้าวโพดและฟางข้าวท้องถิ่นเป็นระยะเวลานาน 23 เดือน เพื่อให้ได้คุณภาพคุณภาพของเนื้อที่ดีที่สุด สำหรับส่วนที่เราได้ชิมในวันนี้คือเนื้อสันในระดับ A4 ขนาด 7 oz นั่นเอง (14/20)
รูปที่ 7
Oguma Beef Tenderloin A4 (7 oz) (3,700++)Oguma Wagyu เป็นเนื้อวัวเกรดพรีเมี่ยมจากจังหวัดไซตามะทางตอนเหนือของกรุงโตเกียว หัวทุกตัวจะผ่านการเลี้ยงและขุนด้วยข้าวโพดและฟางข้าวท้องถิ่นเป็นระยะเวลานาน 23 เดือน เพื่อให้ได้คุณภาพคุณภาพของเนื้อที่ดีที่สุด สำหรับส่วนที่เราได้ชิมในวันนี้คือเนื้อสันในระดับ A4 ขนาด 7 oz นั่นเอง (14/20)
Oguma Beef Tenderloin A4 (7 oz) (3,700++)ภาพของเนื้อสเต๊ก (14/20)
รูปที่ 8
Oguma Beef Tenderloin A4 (7 oz) (3,700++)ภาพของเนื้อสเต๊ก (14/20)
U.S. Prime Beef NY Strip (16 oz) (3,670++)สำหรับใครที่ชอบเมนูสเต็กสไตล์นิวยอร์กขนานแท้ขอแนะนำให้เลือกเนื้อวัว U.S. Prime Beef เสิร์ฟมาที่ความสุกระดับ Medium Rare ในวันนี้เราจับคู่กับ Diane Sauce รสชาติเข้มข้นเข้ากันได้ดีสุด ๆ (14/20)
รูปที่ 9
U.S. Prime Beef NY Strip (16 oz) (3,670++)สำหรับใครที่ชอบเมนูสเต็กสไตล์นิวยอร์กขนานแท้ขอแนะนำให้เลือกเนื้อวัว U.S. Prime Beef เสิร์ฟมาที่ความสุกระดับ Medium Rare ในวันนี้เราจับคู่กับ Diane Sauce รสชาติเข้มข้นเข้ากันได้ดีสุด ๆ (14/20)
Roasted Australia Wagyu Prime Rib Carvery King Cut (12 oz) (3,500++)สุดท้ายคือเมนูยอดนิยมประจำร้านที่เราชอบสั่งเป็นประจำเมื่อมีโอกาสแวะมายัง New York Steakhouse นั่นก็คือ Roasted Australia Wagyu Prime Rib Carvery (14/20)
รูปที่ 10
Roasted Australia Wagyu Prime Rib Carvery King Cut (12 oz) (3,500++)สุดท้ายคือเมนูยอดนิยมประจำร้านที่เราชอบสั่งเป็นประจำเมื่อมีโอกาสแวะมายัง New York Steakhouse นั่นก็คือ Roasted Australia Wagyu Prime Rib Carvery (14/20)
Roasted Australia Wagyu Prime Rib Carvery King Cut (12 oz) (3,500++)ทางร้านจะเตรียมและพักเนื้อก้อนใหญ่เอาไว้ในรถเข็นสีเงินเพียงหนึ่งชิ้นต่อวันเท่านั้น (14/20)
รูปที่ 11
Roasted Australia Wagyu Prime Rib Carvery King Cut (12 oz) (3,500++)ทางร้านจะเตรียมและพักเนื้อก้อนใหญ่เอาไว้ในรถเข็นสีเงินเพียงหนึ่งชิ้นต่อวันเท่านั้น (14/20)
Roasted Australia Wagyu Prime Rib Carvery King Cut (12 oz) (3,500++)เมื่อมีลูกค้าสั่งพนักงานจะเข็นรถมาที่ข้างข้างโต๊ะพร้อมกับค่อย ๆ แล่เนื้อวางลงบนจานควบคู่ไปกับไขกระดูกและชิ้นเห็ด ในวันนี้เราเลือกเป็น King Cut ที่มีขนาดใหญ่หนักถึง 12 oz และขอแนะนำให้ลองจับคู่กับ Beef Jus และ Red Wine Jus (14/20)
รูปที่ 12
Roasted Australia Wagyu Prime Rib Carvery King Cut (12 oz) (3,500++)เมื่อมีลูกค้าสั่งพนักงานจะเข็นรถมาที่ข้างข้างโต๊ะพร้อมกับค่อย ๆ แล่เนื้อวางลงบนจานควบคู่ไปกับไขกระดูกและชิ้นเห็ด ในวันนี้เราเลือกเป็น King Cut ที่มีขนาดใหญ่หนักถึง 12 oz และขอแนะนำให้ลองจับคู่กับ Beef Jus และ Red Wine Jus (14/20)
New York Hash Brown Garlic Potato (170++)Hash Brown เสิร์ฟมารสชาติมาตรฐาน มีความหอมของกระเทียมใช้ได้ (12/20)
รูปที่ 13
New York Hash Brown Garlic Potato (170++)Hash Brown เสิร์ฟมารสชาติมาตรฐาน มีความหอมของกระเทียมใช้ได้ (12/20)
The Chocolate Dream (550++)Warm soft centered chocolate lava, red wine berry compote, vanilla gelatoของหวานจานแรกที่ใช้ระยะเวลาในการเตรียมกว่า 20 นาทีคือเค้กช็อกโกแลตลาวาอุ่น ๆ รสชาติเข้มข้นเสิร์ฟมากับกอมโปทเบอร์รี่รสเปรี้ยว ขอแนะนำให้ตักชิมคู่กันไปกับไอศกรีมวานิลลา (13/20)
รูปที่ 14
The Chocolate Dream (550++)Warm soft centered chocolate lava, red wine berry compote, vanilla gelatoของหวานจานแรกที่ใช้ระยะเวลาในการเตรียมกว่า 20 นาทีคือเค้กช็อกโกแลตลาวาอุ่น ๆ รสชาติเข้มข้นเสิร์ฟมากับกอมโปทเบอร์รี่รสเปรี้ยว ขอแนะนำให้ตักชิมคู่กันไปกับไอศกรีมวานิลลา (13/20)
Warm Banana Cake (300++)Salted bourbon butterscotch sauce, caramelized walnut crumble, vanilla gelatoเค้กกล้วยเนื้อนุ่มฟูเสิร์ฟมาอุ่น ๆ ด้านบนท็อปด้วยชิ้นกล้วยและครัมเบิ้ลถั่ววอลนัท รอบ ๆ คือซอสรสชาติเข้มข้นช่วยบาลานซ์ความหวานของไอศกรีมวานิลลาได้อย่างดี (13/20)
รูปที่ 15
Warm Banana Cake (300++)Salted bourbon butterscotch sauce, caramelized walnut crumble, vanilla gelatoเค้กกล้วยเนื้อนุ่มฟูเสิร์ฟมาอุ่น ๆ ด้านบนท็อปด้วยชิ้นกล้วยและครัมเบิ้ลถั่ววอลนัท รอบ ๆ คือซอสรสชาติเข้มข้นช่วยบาลานซ์ความหวานของไอศกรีมวานิลลาได้อย่างดี (13/20)
Apple Pie à-la-Mode (300++)Vanilla gelatoปิดท้ายด้วย Apple Pie เสิร์ฟมาอุ่น ๆ ชั้นแป้งด้านนอกหนาไปบ้างในขณะที่แอปเปิ้ลตรงกลางรสชาติไม่โดดเด่นนัก เชฟเสิร์ฟมากัยไอศกรีมวานิลลาเช่นกัน (12/20)
รูปที่ 16
Apple Pie à-la-Mode (300++)Vanilla gelatoปิดท้ายด้วย Apple Pie เสิร์ฟมาอุ่น ๆ ชั้นแป้งด้านนอกหนาไปบ้างในขณะที่แอปเปิ้ลตรงกลางรสชาติไม่โดดเด่นนัก เชฟเสิร์ฟมากัยไอศกรีมวานิลลาเช่นกัน (12/20)
🎗️ หากสอบถามเหล่านักชิมรุ่นเก๋าถึงร้านสเต็กเฮ้าส์ที่ดีที่สุดในกรุงเทพ เราเชื่อว่านิวยอร์ก สเต็กเฮ้าส์จะต้องมีชื่อติดอยู่ใน 1 ใน 3 อันดับแรกอย่างแน่นอน
รูปที่ 17
🎗️ หากสอบถามเหล่านักชิมรุ่นเก๋าถึงร้านสเต็กเฮ้าส์ที่ดีที่สุดในกรุงเทพ เราเชื่อว่านิวยอร์ก สเต็กเฮ้าส์จะต้องมีชื่อติดอยู่ใน 1 ใน 3 อันดับแรกอย่างแน่นอน
ตัวร้านเปิดทำการมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1997 โดยมีทำเลทองตั้งอยู่ในโรงแรมเจดับบลิว แมริออท
รูปที่ 18
ตัวร้านเปิดทำการมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1997 โดยมีทำเลทองตั้งอยู่ในโรงแรมเจดับบลิว แมริออท
ภายในตกแต่งโดยใช้วัสดุเป็นไม้สีเข้มแลดูเข้ากันกับกับเก้าอี้หนังสีดำขนาดใหญ่ บนผนังยังตกแต่งด้วยภาพถ่ายขาวดำย้อนยุคของเมืองในประเทศสหรัฐอเมริกา
รูปที่ 19
ภายในตกแต่งโดยใช้วัสดุเป็นไม้สีเข้มแลดูเข้ากันกับกับเก้าอี้หนังสีดำขนาดใหญ่ บนผนังยังตกแต่งด้วยภาพถ่ายขาวดำย้อนยุคของเมืองในประเทศสหรัฐอเมริกา
หากสังเกตให้ดีจะพบกับจานไม้ที่มีด้ามจับเป็นรูปหัวควายซึ่งได้กลายมาเป็นอัตลักษณ์ของห้องอาหารแห่งนี้ อีกมุมหนึ่งมีตู้สำหรับเก็บสัตว์น้ำต่างๆและห้องครัวแบบกึ่งเปิดที่กั้นด้วยกระจกใสช่วยให้บรรยากาศภายในมีความไดนามิกตลอดเวลา
รูปที่ 20
หากสังเกตให้ดีจะพบกับจานไม้ที่มีด้ามจับเป็นรูปหัวควายซึ่งได้กลายมาเป็นอัตลักษณ์ของห้องอาหารแห่งนี้ อีกมุมหนึ่งมีตู้สำหรับเก็บสัตว์น้ำต่างๆและห้องครัวแบบกึ่งเปิดที่กั้นด้วยกระจกใสช่วยให้บรรยากาศภายในมีความไดนามิกตลอดเวลา
ห้องส่วนตัวสำหรับลูกค้าที่มาเป็นกลุ่ม
รูปที่ 21
ห้องส่วนตัวสำหรับลูกค้าที่มาเป็นกลุ่ม
🎗 อาหารที่นี่ควบคุมโดยเชฟสมานผู้ร่วมงานกับตัวร้านมาตั้งแต่ปี 2005 ก่อนจะถูกเลื่อนให้เป็นหัวหน้าเชฟควบคุมงานครัวทั้งหมด
รูปที่ 22
🎗 อาหารที่นี่ควบคุมโดยเชฟสมานผู้ร่วมงานกับตัวร้านมาตั้งแต่ปี 2005 ก่อนจะถูกเลื่อนให้เป็นหัวหน้าเชฟควบคุมงานครัวทั้งหมด
🎗 แน่นอนว่าเมนูสเต๊กได้กลายมาเป็นดาวเด่นประจำค่ำคืนนี้ ส่วนอาหารเรียกน้ำย่อยและของหวานจัดว่าเป็นพระรองที่ใช้ได้ไม่เบา ราคาอาหารค่อนข้างสูงตามมาตรฐานของตัวร้าน รายการไวน์มีให้เลือกค่อนข้างมากและหลากหลาย อย่างไรก็ตามจุดที่สามารถปรับปรุงได้อีกคือการบริการยังถือว่าไม่ทั่วถึงนัก พนักงานที่รับออเดอร์ค่อนข้างเร่งรัดในการสั่งอาหารแม้กระทั่งในช่วงที่เรากำลังเปิดพลิกเมนูไปมาจนอาจทำให้เกิดความรู้สึกไม่ผ่อนคลายได้ ที่สำคัญอย่าลืมจองที่นั่งกันมาล่วงหน้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการมาในช่วง 18.00 น. ถึง 20.00 น.
รูปที่ 23
🎗 แน่นอนว่าเมนูสเต๊กได้กลายมาเป็นดาวเด่นประจำค่ำคืนนี้ ส่วนอาหารเรียกน้ำย่อยและของหวานจัดว่าเป็นพระรองที่ใช้ได้ไม่เบา ราคาอาหารค่อนข้างสูงตามมาตรฐานของตัวร้าน รายการไวน์มีให้เลือกค่อนข้างมากและหลากหลาย อย่างไรก็ตามจุดที่สามารถปรับปรุงได้อีกคือการบริการยังถือว่าไม่ทั่วถึงนัก พนักงานที่รับออเดอร์ค่อนข้างเร่งรัดในการสั่งอาหารแม้กระทั่งในช่วงที่เรากำลังเปิดพลิกเมนูไปมาจนอาจทำให้เกิดความรู้สึกไม่ผ่อนคลายได้ ที่สำคัญอย่าลืมจองที่นั่งกันมาล่วงหน้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการมาในช่วง 18.00 น. ถึง 20.00 น.