GASTRONOME THAILAND by ตามล่า Fine Dining
Neue Taverne
1 MICHELIN Star

SwitzerlandNeue Taverne · นอยเออร์ ทาแวนเนอร์

Vegetarian, Modern Cuisine · อาหารมังสวิรัติ, อาหารยุคใหม่ — Glockengasse 8, 8001 Zürich, Switzerland

🎗 [Intro] ในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับ Neue Taverne ห้องอาหาร Vegetarian เพียงไม่กี่แห่งบนโลกที่สามารถคว้ารางวัล Michelin Star มาครองได้สำเร็จ

🎗 [The Place] Neue Taverne ตั้งอยู่ใจกลางเมือง Zurich ไม่ไกลจากแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังอย่างสวน Lindenhof และโบสถ์ St. Peter ด้านหน้าร้านเป็นที่นั่งแบบ Outdoor เหมาะกับการนัดเพื่อน ๆ มาสังสรรค์กันในวันที่อากาศดี เดินเข้าไปด้านในจะพบกับห้องครัวขนาดใหญ่ตรงกลาง ห้องรับประทานอาหารหลักมีทั้งผนังและพื้นทำจากไม้ดูเรียบง่ายและอบอุ่นในเวลาเดียวกัน แม้จะเป็นห้องอาหารระดับ Michelin Star แต่บรรยากาศโดยรวมกลับเรียบง่าย พนักงานบริการเป็นกันเองและเอาใจใส่ลูกค้าทุกโต๊ะได้เป็นอย่างดี

🎗 [The Chef] Nenad Mlinarevic เกิดเมื่อปี 1981 ที่เมือง Zurich ประเทศ Switzerland หลังจากจบการศึกษาจาก Dolder Waldhaus ในปี 2000 เชฟ Nenad ใช้เวลาในอีก 10 ปีต่อมาเรียนรู้งานในห้องอาหารชั้นนำระดับโลกมากมายเช่น Schloss Schaunstein (3 Michelin Stars), Vendôme (3 Michelin Stars), Noma (2 Michelin Stars ในขณะนั้น) และ Maaemo (3 Michelin Stars) ก่อนที่จะตัดสินใจรับตำแหน่ง Head Chef ให้กับห้องอาหาร Neuen Blumenau และคว้ารางวัล 🌟 1 Michelin Star และ 15 Gault & Millau พ่วงด้วยรางวัล Discovery of The Year มาครองเป็นของตัวเองได้สำเร็จ อย่างไรก็ตามชื่อเสียงของเชฟ Nenad กลายเป็นที่พูดถึงกันปากต่อปากในหมู่นักชิมท้องถิ่นเมื่อเขาย้ายมาร่วมงานกับห้องอาหาร focus ATELIER ณ โรงแรม Park Hotel Vitznau (เพิ่มเติม: focus ATELIER เป็นหนึ่งในห้องอาหารที่บรรยากาศดีที่สุดในสวิสเซอแลนด์ อยากให้เพื่อน ๆ หาโอกาสแวะไปชิมกันให้ได้) ตัวร้านได้รับรางวัล 🌟🌟 2 Michelin Stars ทันทีตั้งแต่ปีแรกที่เปิดทำการทั้งยังไต่ระดับจนทำคะแนนใน Gault & Millau ได้ถึง 18 คะแนนอีกด้วย หลังจากลาออกจาก focus ในปี 2017 เชฟ Nenad ได้ออกเดินทางไปยังเมืองใหญ่ ๆ ทั้งนิวยอร์ค, กรุงเทพ และโคเปนเฮเกน เพื่อเพิ่มประสบการณ์ให้กับตัวเองก่อนที่จะร่วมมือกับ Valentin Diem หุ้นส่วนคนสำคัญเพื่อเปิดห้องอาหาร Bauernschänke (😋 Bib Gourmand) และ Neue Taverne (🌟 1 Michelin Star) ขึ้น ณ ใจกลางเมืองเกิดของเขานั่นเอง

🎗 [The Food] อาหารที่นี่นำเสนอออกมาในรูปแบบ À La Carte โดยมื้อกลางวันจะมีราคาตั้งแต่จานละ 14 CHF ไปจนถึงประมาณ 28 CHF เพื่อน ๆ จะสั่งมาชิมส่วนตัวหรือสั่งมาแชร์กันก็ได้ ส่วนมื้อกลางคืนจะมี 7 Courses Sharing Set Menu (100 CHF/p) เป็นตัวเลือกเพิ่มเติมขึ้นมาโดยทางร้านให้ชื่อว่า Tavolata นำเสนอผักต่าง ๆ และเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาลอีกด้วย แม้จะมีเมนู Vegetarian และ Vegan ให้เลือกมากมายแต่ก็ไม่ใช่ทุกจาน ฉะนั้นใครที่เคร่งตรงจุดนี้อาจต้องแจ้งพนักงานขณะสั่งอาหารเผื่อเอาไว้สักหน่อย

🎗 [Conclusion] อาหารแต่ละจานที่เราได้ชิมในวันนี้เทียบกับมาตรฐานห้องอาหารระดับ 1 Michelin Star อื่น ๆ ถือว่ายังไม่ซับซ้อนมากนัก แต่ด้วยตัวเลือกที่จำกัดของห้องอาหารที่นำเสนอเมนูแบบ Vegetarian ติดดาวทำให้ Neue Taverne ดูโดดเด่นขึ้นมาในทันที ทั้งยังมีราคาไม่แพงเทียบกับมาตรฐานของประเทศ Switzerland อย่าลืมจองก่อนล่วงหน้าเพราะตัวร้านมักถูกจองเต็มตลอดเวลาโดยเฉพาะในมื้อเย็นหรือหากจะลอง Walk In จริง ๆ แนะนำให้ลองโทรสอบถามกับทางร้านดูก่อน หากใครที่มีโอกาสแวะไปเที่ยวเมือง Zurich แล้วอยากลองชิมอาหาร Vegetarian ที่มีความแปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร Neue Taverne คือคำตอบ

ภาพของร้านอาหาร

ทั้งหมด 16 รูป

🇨🇭 Neue Taverne - นอยเออร์ ทาแวนเนอร์ 🍴Vegetarian, Modern Cuisine - อาหารมังสวิรัติ, อาหารยุคใหม่ 👨🏻‍🍳 Chef Nenad Mlinarevic - เชฟเนนัด มลินาเรวิช
รูปที่ 1
🇨🇭 Neue Taverne - นอยเออร์ ทาแวนเนอร์ 🍴Vegetarian, Modern Cuisine - อาหารมังสวิรัติ, อาหารยุคใหม่ 👨🏻‍🍳 Chef Nenad Mlinarevic - เชฟเนนัด มลินาเรวิช
🌟 1 Michelin Star - 1 ดาวมิชลิน 🏵🏵🏵 15 Points Gault & Millau - 15 คะแนน โกท เอท มิโย
รูปที่ 2
🌟 1 Michelin Star - 1 ดาวมิชลิน 🏵🏵🏵 15 Points Gault & Millau - 15 คะแนน โกท เอท มิโย
ในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับ Neue Taverne ห้องอาหาร Vegetarian เพียงไม่กี่แห่งบนโลกที่สามารถคว้ารางวัล Michelin Star มาครองได้สำเร็จ
รูปที่ 3
ในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับ Neue Taverne ห้องอาหาร Vegetarian เพียงไม่กี่แห่งบนโลกที่สามารถคว้ารางวัล Michelin Star มาครองได้สำเร็จ
Spinach Salad / Truffle Ponzu / Edamame / Parmesan (18 CHF) เริ่มต้นด้วยเมนูเรียกน้ำย่อยอย่างสลัดผักโขม คลุกมากับทรัฟเฟิลปอนซึ เชฟใส่ถั่วแระญี่ปุ่นลงไป และโรยด้วยพาเมซานชีสจนล้นจาน (14/20)
รูปที่ 4
Spinach Salad / Truffle Ponzu / Edamame / Parmesan (18 CHF) เริ่มต้นด้วยเมนูเรียกน้ำย่อยอย่างสลัดผักโขม คลุกมากับทรัฟเฟิลปอนซึ เชฟใส่ถั่วแระญี่ปุ่นลงไป และโรยด้วยพาเมซานชีสจนล้นจาน (14/20)
Spinach Salad / Truffle Ponzu / Edamame / Parmesan (18 CHF) ผักโขมกรอบในขณะที่ถั่วแระมีเนื้อสัมผัสที่ต้องเคี้ยวเล็กน้อย มีกลิ่นหอมทรัฟเฟิลและอโรมาของปอนซึ รสชาติเค็มจากพาเมซานช่วยชูรสชาติโดยรวมของจานให้โดดเด่นออกมา (14/20)
รูปที่ 5
Spinach Salad / Truffle Ponzu / Edamame / Parmesan (18 CHF) ผักโขมกรอบในขณะที่ถั่วแระมีเนื้อสัมผัสที่ต้องเคี้ยวเล็กน้อย มีกลิ่นหอมทรัฟเฟิลและอโรมาของปอนซึ รสชาติเค็มจากพาเมซานช่วยชูรสชาติโดยรวมของจานให้โดดเด่นออกมา (14/20)
Nutmeg Pumpkin Cream Soup / Ginger / Pumpkin Seed Oil (12 CHF) จานนี้คือซุปทำมาจากลูกจันทน์ผสมกับฟักทองทำให้โดดเด่นและมีกลิ่นเฉพาะตัว มีความเผ็ดร้อนของขิง และความมันจากน้ำมันเมล็ดฟักทองอีกด้วย (14/20)
รูปที่ 6
Nutmeg Pumpkin Cream Soup / Ginger / Pumpkin Seed Oil (12 CHF) จานนี้คือซุปทำมาจากลูกจันทน์ผสมกับฟักทองทำให้โดดเด่นและมีกลิ่นเฉพาะตัว มีความเผ็ดร้อนของขิง และความมันจากน้ำมันเมล็ดฟักทองอีกด้วย (14/20)
Potato / Ranch Dressing / Field Caviar / Horseradish (20 CHF) จานนี้คือมันฝรั่งเสิร์ฟมากับน้ำสลัดคลาสสิค ด้านบนเป็นคาเวียร์ปลอมที่ทำเลียนแบบขึ้นมาจากผักต่าง ๆ ด้านบนคือหอมแดงให้ความกรอบและฮอร์ชแรดิชเสริมกลิ่นเฉพาะตัว (13/20)
รูปที่ 7
Potato / Ranch Dressing / Field Caviar / Horseradish (20 CHF) จานนี้คือมันฝรั่งเสิร์ฟมากับน้ำสลัดคลาสสิค ด้านบนเป็นคาเวียร์ปลอมที่ทำเลียนแบบขึ้นมาจากผักต่าง ๆ ด้านบนคือหอมแดงให้ความกรอบและฮอร์ชแรดิชเสริมกลิ่นเฉพาะตัว (13/20)
Casarecce / Tomato Sugo / Green Beans / Olives / Basil (26 CHF) Casarecce เป็นพาสต้าที่มีต้นกำเนิดมาจากแถบ Sicily มีลักษณะเป็นเส้นสั้น ๆ ม้วนไปมา เชฟผัดมาในซอสมะเขือเทศ เพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสด้วยผักกรอบหลายชนิด เป็นเมนูที่ดูไม่ซับซ้อนแต่รสชาติออกมาอร่อยไม่เบา (13/20)
รูปที่ 8
Casarecce / Tomato Sugo / Green Beans / Olives / Basil (26 CHF) Casarecce เป็นพาสต้าที่มีต้นกำเนิดมาจากแถบ Sicily มีลักษณะเป็นเส้นสั้น ๆ ม้วนไปมา เชฟผัดมาในซอสมะเขือเทศ เพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสด้วยผักกรอบหลายชนิด เป็นเมนูที่ดูไม่ซับซ้อนแต่รสชาติออกมาอร่อยไม่เบา (13/20)
Dates Cake / Milk Ice Cream / Salted Caramel Sauce (16 CHF) ปิดท้ายด้วยขนมหวานอย่างเค้กอินทผาลัมเนื้อนุ่มหนึบราดด้วยซอสราคาเมลหวานเค็ม ด้านบนเป็นครัมเบิ้ลกรอบและไอศกรีมนมหอมมัน (14/20)
รูปที่ 9
Dates Cake / Milk Ice Cream / Salted Caramel Sauce (16 CHF) ปิดท้ายด้วยขนมหวานอย่างเค้กอินทผาลัมเนื้อนุ่มหนึบราดด้วยซอสราคาเมลหวานเค็ม ด้านบนเป็นครัมเบิ้ลกรอบและไอศกรีมนมหอมมัน (14/20)
💰 ราคา 102 CHF
รูปที่ 10
💰 ราคา 102 CHF
อาหารที่นี่นำเสนอออกมาในรูปแบบ À La Carte โดยมื้อกลางวันจะมีราคาตั้งแต่จานละ 14 CHF ไปจนถึงประมาณ 28 CHF เพื่อน ๆ จะสั่งมาชิมส่วนตัวหรือสั่งมาแชร์กันก็ได้ ส่วนมื้อกลางคืนจะมี 7 Courses Sharing Set Menu (100 CHF/p) เป็นตัวเลือกเพิ่มเติมขึ้นมาโดยทางร้านให้ชื่อว่า Tavolata นำเสนอผักต่าง ๆ และเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาลอีกด้วย แม้จะมีเมนู Vegetarian และ Vegan ให้เลือกมากมายแต่ก็ไม่ใช่ทุกจาน ฉะนั้นใครที่เคร่งตรงจุดนี้อาจต้องแจ้งพนักงานขณะสั่งอาหารเผื่อเอาไว้สักหน่อย
รูปที่ 11
อาหารที่นี่นำเสนอออกมาในรูปแบบ À La Carte โดยมื้อกลางวันจะมีราคาตั้งแต่จานละ 14 CHF ไปจนถึงประมาณ 28 CHF เพื่อน ๆ จะสั่งมาชิมส่วนตัวหรือสั่งมาแชร์กันก็ได้ ส่วนมื้อกลางคืนจะมี 7 Courses Sharing Set Menu (100 CHF/p) เป็นตัวเลือกเพิ่มเติมขึ้นมาโดยทางร้านให้ชื่อว่า Tavolata นำเสนอผักต่าง ๆ และเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาลอีกด้วย แม้จะมีเมนู Vegetarian และ Vegan ให้เลือกมากมายแต่ก็ไม่ใช่ทุกจาน ฉะนั้นใครที่เคร่งตรงจุดนี้อาจต้องแจ้งพนักงานขณะสั่งอาหารเผื่อเอาไว้สักหน่อย
อาหารแต่ละจานที่เราได้ชิมในวันนี้เทียบกับมาตรฐานห้องอาหารระดับ 1 Michelin Star อื่น ๆ ถือว่ายังไม่ซับซ้อนมากนัก แต่ด้วยตัวเลือกที่จำกัดของห้องอาหารที่นำเสนอเมนูแบบ Vegetarian ติดดาวทำให้ Neue Taverne ดูโดดเด่นขึ้นมาในทันที ทั้งยังมีราคาไม่แพงเทียบกับมาตรฐานของประเทศ Switzerland อย่าลืมจองก่อนล่วงหน้าเพราะตัวร้านมักถูกจองเต็มตลอดเวลาโดยเฉพาะในมื้อเย็นหรือหากจะลอง Walk In จริง ๆ แนะนำให้ลองโทรสอบถามกับทางร้านดูก่อน หากใครที่มีโอกาสแวะไปเที่ยวเมือง Zurich แล้วอยากลองชิมอาหาร Vegetarian ที่มีความแปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร Neue Taverne คือคำตอบ
รูปที่ 12
อาหารแต่ละจานที่เราได้ชิมในวันนี้เทียบกับมาตรฐานห้องอาหารระดับ 1 Michelin Star อื่น ๆ ถือว่ายังไม่ซับซ้อนมากนัก แต่ด้วยตัวเลือกที่จำกัดของห้องอาหารที่นำเสนอเมนูแบบ Vegetarian ติดดาวทำให้ Neue Taverne ดูโดดเด่นขึ้นมาในทันที ทั้งยังมีราคาไม่แพงเทียบกับมาตรฐานของประเทศ Switzerland อย่าลืมจองก่อนล่วงหน้าเพราะตัวร้านมักถูกจองเต็มตลอดเวลาโดยเฉพาะในมื้อเย็นหรือหากจะลอง Walk In จริง ๆ แนะนำให้ลองโทรสอบถามกับทางร้านดูก่อน หากใครที่มีโอกาสแวะไปเที่ยวเมือง Zurich แล้วอยากลองชิมอาหาร Vegetarian ที่มีความแปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร Neue Taverne คือคำตอบ
Nenad Mlinarevic เกิดเมื่อปี 1981 ที่เมือง Zurich ประเทศ Switzerland หลังจากจบการศึกษาจาก Dolder Waldhaus ในปี 2000 เชฟ Nenad ใช้เวลาในอีก 10 ปีต่อมาเรียนรู้งานในห้องอาหารชั้นนำระดับโลกมากมายเช่น Schloss Schaunstein (3 Michelin Stars), Vendôme (3 Michelin Stars), Noma (2 Michelin Stars ในขณะนั้น) และ Maaemo (3 Michelin Stars) ก่อนที่จะตัดสินใจรับตำแหน่ง Head Chef ให้กับห้องอาหาร Neuen Blumenau และคว้ารางวัล 🌟 1 Michelin Star และ 15 Gault & Millau พ่วงด้วยรางวัล Discovery of The Year มาครองเป็นของตัวเองได้สำเร็จ อย่างไรก็ตามชื่อเสียงของเชฟ Nenad กลายเป็นที่พูดถึงกันปากต่อปากในหมู่นักชิมท้องถิ่นเมื่อเขาย้ายมาร่วมงานกับห้องอาหาร focus ATELIER ณ โรงแรม Park Hotel Vitznau (เพิ่มเติม: focus ATELIER เป็นหนึ่งในห้องอาหารที่บรรยากาศดีที่สุดในสวิสเซอแลนด์ อยากให้เพื่อน ๆ หาโอกาสแวะไปชิมกันให้ได้) ตัวร้านได้รับรางวัล 🌟🌟 2 Michelin Stars ทันทีตั้งแต่ปีแรกที่เปิดทำการทั้งยังไต่ระดับจนทำคะแนนใน Gault & Millau ได้ถึง 18 คะแนนอีกด้วย หลังจากลาออกจาก focus ในปี 2017 เชฟ Nenad ได้ออกเดินทางไปยังเมืองใหญ่ ๆ ทั้งนิวยอร์ค, กรุงเทพ และโคเปนเฮเกน เพื่อเพิ่มประสบการณ์ให้กับตัวเองก่อนที่จะร่วมมือกับ Valentin Diem หุ้นส่วนคนสำคัญเพื่อเปิดห้องอาหาร Bauernschänke (😋 Bib Gourmand) และ Neue Taverne (🌟 1 Michelin Star) ขึ้น ณ ใจกลางเมืองเกิดของเขานั่นเอง
รูปที่ 13
Nenad Mlinarevic เกิดเมื่อปี 1981 ที่เมือง Zurich ประเทศ Switzerland หลังจากจบการศึกษาจาก Dolder Waldhaus ในปี 2000 เชฟ Nenad ใช้เวลาในอีก 10 ปีต่อมาเรียนรู้งานในห้องอาหารชั้นนำระดับโลกมากมายเช่น Schloss Schaunstein (3 Michelin Stars), Vendôme (3 Michelin Stars), Noma (2 Michelin Stars ในขณะนั้น) และ Maaemo (3 Michelin Stars) ก่อนที่จะตัดสินใจรับตำแหน่ง Head Chef ให้กับห้องอาหาร Neuen Blumenau และคว้ารางวัล 🌟 1 Michelin Star และ 15 Gault & Millau พ่วงด้วยรางวัล Discovery of The Year มาครองเป็นของตัวเองได้สำเร็จ อย่างไรก็ตามชื่อเสียงของเชฟ Nenad กลายเป็นที่พูดถึงกันปากต่อปากในหมู่นักชิมท้องถิ่นเมื่อเขาย้ายมาร่วมงานกับห้องอาหาร focus ATELIER ณ โรงแรม Park Hotel Vitznau (เพิ่มเติม: focus ATELIER เป็นหนึ่งในห้องอาหารที่บรรยากาศดีที่สุดในสวิสเซอแลนด์ อยากให้เพื่อน ๆ หาโอกาสแวะไปชิมกันให้ได้) ตัวร้านได้รับรางวัล 🌟🌟 2 Michelin Stars ทันทีตั้งแต่ปีแรกที่เปิดทำการทั้งยังไต่ระดับจนทำคะแนนใน Gault & Millau ได้ถึง 18 คะแนนอีกด้วย หลังจากลาออกจาก focus ในปี 2017 เชฟ Nenad ได้ออกเดินทางไปยังเมืองใหญ่ ๆ ทั้งนิวยอร์ค, กรุงเทพ และโคเปนเฮเกน เพื่อเพิ่มประสบการณ์ให้กับตัวเองก่อนที่จะร่วมมือกับ Valentin Diem หุ้นส่วนคนสำคัญเพื่อเปิดห้องอาหาร Bauernschänke (😋 Bib Gourmand) และ Neue Taverne (🌟 1 Michelin Star) ขึ้น ณ ใจกลางเมืองเกิดของเขานั่นเอง
Neue Taverne ตั้งอยู่ใจกลางเมือง Zurich ไม่ไกลจากแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังอย่างสวน Lindenhof และโบสถ์ St. Peter
รูปที่ 14
Neue Taverne ตั้งอยู่ใจกลางเมือง Zurich ไม่ไกลจากแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังอย่างสวน Lindenhof และโบสถ์ St. Peter
ห้องรับประทานอาหารหลักมีทั้งผนังและพื้นทำจากไม้ดูเรียบง่ายและอบอุ่นในเวลาเดียวกัน แม้จะเป็นห้องอาหารระดับ Michelin Star แต่บรรยากาศโดยรวมกลับเรียบง่าย พนักงานบริการเป็นกันเองและเอาใจใส่ลูกค้าทุกโต๊ะได้เป็นอย่างดี
รูปที่ 15
ห้องรับประทานอาหารหลักมีทั้งผนังและพื้นทำจากไม้ดูเรียบง่ายและอบอุ่นในเวลาเดียวกัน แม้จะเป็นห้องอาหารระดับ Michelin Star แต่บรรยากาศโดยรวมกลับเรียบง่าย พนักงานบริการเป็นกันเองและเอาใจใส่ลูกค้าทุกโต๊ะได้เป็นอย่างดี
ด้านหน้าร้านเป็นที่นั่งแบบ Outdoor เหมาะกับการนัดเพื่อน ๆ มาสังสรรค์กันในวันที่อากาศดี เดินเข้าไปด้านในจะพบกับห้องครัวขนาดใหญ่ตรงกลาง
รูปที่ 16
ด้านหน้าร้านเป็นที่นั่งแบบ Outdoor เหมาะกับการนัดเพื่อน ๆ มาสังสรรค์กันในวันที่อากาศดี เดินเข้าไปด้านในจะพบกับห้องครัวขนาดใหญ่ตรงกลาง

แกลเลอรี