GASTRONOME THAILAND by ตามล่า Fine Dining
Mia
1 MICHELIN Star

ThailandMia · มีอา

Modern Cuisine · อาหารโมเดิร์น — 30 ซอยอรรถกวี 1 ถนนพระราม 4 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย, กรุงเทพ, 10110

🎗️ [INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับห้อง MICHELIN Star น้องใหม่ประจำคู่มือปกแดงปี 2024 ล่าสุด ตัวร้านนำทีมโดยสองเชฟ-เจ้าของร้านมากฝีมือผู้พร่ำหวอดในวงการอาหารชั้นสูงมาอย่างยาวนานทั้งยังเคยร่วมงานกับเชฟระดับโลกที่ประเทศอังกฤษอีกด้วย เพื่อน ๆ ที่สนใจสามารถตามไปจอวกันผ่านทาง Hungry Hub ได้ที่ Link: https://bit.ly/3CbsN0t

🎗️ [THE PLACE] ห้องอาหาร Mia มีลักษณะเป็นบ้านสีน้ำเงินที่ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 26 ลานจอดรถด้านหน้ามีขนาดกว้างขวางพอสำหรับลูกค้าทุก ๆ คน ทันทีที่เดินเข้าร้านจะพบกับพนักงานต้อนรับคอยตรวจสอบการจองและส่วนของห้องครัวที่มีกระจกใสกั้นเอาไว้ ข้าง ๆ กันเป็นพื้นที่บาร์ที่มีชื่อว่า Behind The Curtain สำหรับจัดเตรียมเครื่องดื่ม ส่วนห้องรับประทานอาหารหลักนั้นต้องเดินขึ้นบันไดมายังชั้นสองโดยมีห้อง The Floral Room ตรงกลางโดดเด่นด้วยสีชมพูสดใสเตรียมเอาไว้สำหรับต้อนรับลูกค้าในช่วงมื้อกลางวันเป็นหลัก ถัดมาคือ The Colour Room ห้องที่ตกแต่งด้วยวอลเปเปอร์ลายดอกไม้ตัดกันกับเก้าอี้สีเหลืองแลดูแปลกตา ส่วนห้องสุดท้ายนั้นเรียกว่า The Dark Room ตกแต่งด้วยวอลเปเปอร์และโซฟาสีน้ำเงินเข้มพร้อมกับกระจกใสรูปวงกลมแขวนประดับอยู่บนผนังสร้างบรรยากาศให้มีความหรูหราไม่ซ้ำใคร ห้ามพลาดที่จะลองเดินเข้าห้องน้ำที่ออกแบบให้มีลักษณะคล้ายประตูกลช่วยเรียกความฉงนและสร้างความประทับใจไปพร้อม ๆ กัน

🎗️ [THE CHEF] เจ้าของร้านคนแรกคือเชฟพงษ์ชาญ รัสเซลหรือที่เรารู้จักกันในชื่อของเชฟ Top ใช้ชีวิตในวัยเด็กอยู่ในจังหวัดภูเก็ตก่อนจะย้ายไปประเทศอังกฤษเมื่อมีอายุได้ 15 ปี เขาเริ่มต้นด้วยการรับงานเป็นพนักงานเสิร์ฟอาหารในโรงแรมท้องถิ่นจนเกิดแรงบันดาลใจเลือกเส้นทางสายอาชีพเชฟในที่สุด ต่อมาเชฟท็อปเดินทางมายังกรุง London เพื่อหาประสบการณ์โดยมีส่วนร่วมในทีมเปิดตัวห้องอาหาร Gauthier - Soho ของเชฟ Alexis Gauthier ต่อด้วยการร่วมงานกับเชฟชื่อดัง Jun Tanaka ที่ห้องอาหาร Pearl และห้องอาหาร Sketch (2 MICHELIN Stars ในขณะนั้น) ของเชฟ Pierre Gagnaire อีกด้วย สำหรับในประเทศไทยนั้นเชฟท็อปเคยเปิดห้องอาหาร Freebird ภายใต้คอนเซปอาหารออสเตรเลียร่วมสมัยการันตีด้วยการมีชื่อเข้าไปติดอยู่ในคู่มือ MICHELIN Guide กรุงเทพฉบับปี 2018 อีกด้วย อีกท่านหนึ่งคือเชฟผู้รังสรรค์อาหารหวานนามว่า Michelle Goh เธอเกิดและเติบโตขึ้นมาที่เมือง Kuching บนเกาะ Borneo ประเทศมาเลเซียก่อนจะเดินทางไปศึกษาต่อที่โรงเรียนการอาหาร Le Cordon Bleu Sydney ในประเทศออสเตรเลีย สำหรับประสบการณ์การทำงานของเธอนั้นเรียกได้ว่าไม่ธรรมดาเพราะเธอเคยร่วมงานกับ Anna Polyviou เชฟอาหารหวานชื่อดังแห่งแดนจิงโจ้ที่โรงแรม Shangri-La Sydney ตามมาด้วยห้องอาหาร Eleven Bridge by Neil Perry (ปัจจุบันปิดทำการไปแล้ว) ต่อมาเธอเดินทางมายังประเทศสิงคโปร์เพื่อร่วมงานกับห้องอาหาร Pollen ภายใต้การควบคุมของเชฟ Jason Atherton ก่อนจะย้ายมารับงานเป็น Pâtissier ให้กับห้องอาหาร Sühring (2 MICHELIN Stars) ในกรุงเทพบ้านเรานี่เอง

🎗️ [THE FOOD] เชฟ Top และเชฟ Michelle ได้หยิบยกเมนูอาหารจากทั่วทั้งยุโรปมาตีความในรูปแบบของตัวเองโดยผสมผสานเทคนิคสมัยใหม่เข้ากับวัตถุดิบชั้นเลิศจนได้ออกมาเป็นอาหารยุโรปโมเดิร์นที่ผสมผสานกลิ่นอายของความเป็นเอเชียอยู่อย่างลงตัว ห้องอาหาร Mia นำเสนออาหารในรูปแบบ Tasting Menu โดยใช้ชื่อว่า Taste of Mia จัดเสิร์ฟมา 2 รูปแบบคือ 5 Courses และ 8 Courses นอกจากนี้ยังมีเซ็ตเมนู Vegan และ Vegetarian อีกด้วย อย่างไรก็ตามทางแอพพลิเคชั่น Hungry Hub ได้ร่วมมือกับห้องอาหารจัดทำ Hubgry Hub Exclusive Taste of Mia ขึ้นมาในราคาเพียง 6,900 THB NET (Link: https://bit.ly/3CbsN0t) ราคาอาหารหากมองผ่าน ๆ อาจดูค่อนข้างสูงแต่เมื่อเปิดรายการเมนูมาดูก็จะพบว่าเชฟทั้งสองคนเลือกใช้วัตถุดิบคุณภาพนำเข้ามาจากแหล่งทั่วทุกมุมโลก อีกหนึ่งไฮไลท์คือรายการ Wine Pairing ที่เชฟใช้วิธีการโหวตจากทีมงานในร้านจนได้ออกมาเป็นการจับคู่ไวน์ที่เข้ากันกับอาหารได้อย่างไร้ที่ติ ส่วนอาหารจานที่เตรียมออกมาได้อย่างโดดเด่นในมื้อนี้อย่างเช่น

✨ Andaman Sea Crab | Ajo Blanco | Grapes

คอร์สนี้เชฟท็อปเล่าย้อนไปถึงช่วงที่เขาเริ่มทำงานกับเชฟชาวสเปนครั้งแรกในประเทศอังกฤษ ในช่วงนั้นเขาได้เรียนรู้วิธีการทำเมนูเรียกน้ำย่อยยอดนิยมอย่าง Ajo Blanco

องค์ประกอบแรกในจานคือสลัดเนื้อปูม้าจากทะเลอันดามันคลุกเคล้าไปกับมิ้นต์, แอปเปิ้ล, ลูกแพร์, แห้ว และซาวครีมท้องถิ่นรมควันให้ความรู้สึกสดชื่นและรสหวานจากธรรมชาติของเนื้อปู ตรงกลางคือ Ajo Blanco ที่เชฟปรับสูตรมาใช่กระเทียมไทยผสมผสานไปกับถั่วแมคาเดเมีย, Pineapple Vinegar และสาคูแทนที่ถั่วอัลมอนด์, Sherry Vinegar และขนมปังแบบต้นตำรับ จากนั้นใส่น้ำมันมะกอกปั่นลงไปด้วยจนได้ซุปเย็นที่มีความหอมและสดชื่น นอกจากนี้ยังมีความหวานทร่ได้จากองุ่นฝานบาง ๆ วางเรียงกันมาเป็นทรงวงแหวนอีกด้วย สุดท้ายคือแผ่น Tuile กรอบที่เตรียมมาจากปูและหอยเชลล์ให้เนื้อสัมผัสที่กรอบแต่ยังคงไว้ซึ่งความแตกง่าย (Brittle) จนไม่ก่อกวนเนื้แสัมผัสอันดีงามของเนื้อปู สุดท้ายคือเจลที่เตรียมมาจากชาเอิร์ลเกรย์และทาร์รากอนนั่นเอง (17/20)

✨ Roasted Baby Chicken | Textures of Corn | Albufera Sauce

เชฟเตรียมไส้กรอก Boudin Blanc โดยผสมผสานเนื้อลูกวัวเข้ากันกับเนื้อหมูและเครื่องเทศเข้าไว้ด้วยกัน จากนั้นนำมายัดไส้เอาไว้ใต้หนังไก่ Baby Chicken แล้วนึ่งจนสุก หลังจากสุกได้ที่เชฟเลือกใช้วิธีการของชาวจีนกวางตุ้งโดยการราด Rice Wine Vinegar แล้วผึ่งไก่เอาไว้ 2 วันเพื่อให้เนื้อไก่มีความแห้งและเนื้อรัดตัวมากขึ้น จากนั้นเสิร์ฟมากับข้าวโพดในหลากหลายรูปแบบและเนื้อสัมผัส, ผัก Watercress, เห็ดชิทาเกะดอง, ฟัวกราส์ และลูกพรุนที่ผ่านการแช่ในน้ำชาเอิร์ลเกรย์แล้วนำมาเตรียมเป็นแยม ไฮไลท์คือซอส Albufera ที่ผสมผสานฟัวกราส์ ครีมสด คอนยัค และทรัฟเฟิลเข้าด้วยกัน (16/20)

✨ Mia's Cereal Bowl | Malted Milk Chocolate | Corn

ห้ามพลาดเมนู Signature Dessert ประจำร้านอย่าง Mia's Cereal Bowl องค์ประกอบด้านล่างคือครีมไมโลและข้าวโพด ชั้นถัดมาคือซีเรียลโฮมเมดที่เตรียมมาจากข้าวโพดคั่ว นมแห้ง และช็อกโกแลตครัมเบิ้ล ด้านบนคือไอศกรีมข้าวโพดโฮมเมด จากนั้นเชฟทะเทราดนมสดที่ใส่อโรมาของคอร์นเฟล็กซ์ลงไปส่งอโรมาหอม ๆ ลอยมาแตะจมูกในทันที (17/20)

🎗️ [WHY GO] Mia สามารถสร้างจุดยืนในการนำเสนออาหารยุโรปสไตล์โมเดิร์นผสมผสานกับการเลือกใช้รสชาติและวัตถุดิบจากฝั่งเอเชียได้อย่างน่าสนใจ บรรยากาศในร้านตกแต่งให้มีความหรูหราแต่ยังคงไว้ซึ่งความแคชวลไม่เป็นทางการมากจนเกินไป เราขอแนะนำ Tasting Menu ชุดใหญ่ควบคู่ไปกับการจับคู่ไวน์เพื่อให้เหล่านักชิมได้สัมผัสถึงประสบการณ์ที่หาใครเทียบเคียงได้ยากในประเทศไทย

ภาพของร้านอาหาร

ทั้งหมด 37 รูป

🇹🇭 Mia - มีอา🌟 1 MICHELIN Star - 1 ดาวมิชลิน🍴 Modern Cuisine - อาหารโมเดิร์น👨🏻‍🍳 Chef Pongcharn Russel (Chef Top) & Chef Michelle Goh - เชฟพงศ์ชาญ รัสเซล (เชฟท็อป) & เชฟมิเชล โก
รูปที่ 1
🇹🇭 Mia - มีอา🌟 1 MICHELIN Star - 1 ดาวมิชลิน🍴 Modern Cuisine - อาหารโมเดิร์น👨🏻‍🍳 Chef Pongcharn Russel (Chef Top) & Chef Michelle Goh - เชฟพงศ์ชาญ รัสเซล (เชฟท็อป) & เชฟมิเชล โก
🎗️ [INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับห้อง MICHELIN Star น้องใหม่ประจำคู่มือปกแดงปี 2024 ล่าสุด ตัวร้านนำทีมโดยสองเชฟ-เจ้าของร้านมากฝีมือผู้พร่ำหวอดในวงการอาหารชั้นสูงมาอย่างยาวนานทั้งยังเคยร่วมงานกับเชฟระดับโลกที่ประเทศอังกฤษอีกด้วย เพื่อน ๆ ที่สนใจสามารถตามไปจอวกันผ่านทาง Hungry Hub ได้ที่ Link: https://bit.ly/3CbsN0t
รูปที่ 2
🎗️ [INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับห้อง MICHELIN Star น้องใหม่ประจำคู่มือปกแดงปี 2024 ล่าสุด ตัวร้านนำทีมโดยสองเชฟ-เจ้าของร้านมากฝีมือผู้พร่ำหวอดในวงการอาหารชั้นสูงมาอย่างยาวนานทั้งยังเคยร่วมงานกับเชฟระดับโลกที่ประเทศอังกฤษอีกด้วย เพื่อน ๆ ที่สนใจสามารถตามไปจอวกันผ่านทาง Hungry Hub ได้ที่ Link: https://bit.ly/3CbsN0t
วัตถุดิบสำหรับจัดเตรียมอาหารในมื้อนี้
รูปที่ 3
วัตถุดิบสำหรับจัดเตรียมอาหารในมื้อนี้
Ostra Regal Oyster | Bloody Mary | Tomato Waterคอร์สนี้เชฟท็อปอาศัยแรงบันดาลใจมาจาก Cocktail ที่เขาชื่นชอบโดยเสิร์ฟมาเป็นหอยนางรม Ostra Regal นำเข้าจากประเทศฝรั่งเศส เชฟหั่นครึ่งตัวมาให้พร้อมทาน ซอสด้านล่างเตรียมมาจากแตงกวาดองและเซเลอรี่สด ด้านบนท็อปด้วยเจลลี่ที่เตรียมมาจากคอนซอมเม่มะเขือเทศที่ผสมอโรมาของขิงและตะไคร้ลงไปเล็กน้อยให้เนื้อสัมผัสที่ละมุนละลายไปในปากโดยไม่รบกวนเนื้อสัมผัสอันแสนวิเศษของหอยนางรม ข้าง ๆ กันคือเจลสีส้มของ Bloody Mary ให้รสชาติที่จัดจ้าน สุดท้ายคือหอมแดงดองที่หั่นเป็นรูปวงแหวนและน้ำมันแตงกวา (17/20)
รูปที่ 4
Ostra Regal Oyster | Bloody Mary | Tomato Waterคอร์สนี้เชฟท็อปอาศัยแรงบันดาลใจมาจาก Cocktail ที่เขาชื่นชอบโดยเสิร์ฟมาเป็นหอยนางรม Ostra Regal นำเข้าจากประเทศฝรั่งเศส เชฟหั่นครึ่งตัวมาให้พร้อมทาน ซอสด้านล่างเตรียมมาจากแตงกวาดองและเซเลอรี่สด ด้านบนท็อปด้วยเจลลี่ที่เตรียมมาจากคอนซอมเม่มะเขือเทศที่ผสมอโรมาของขิงและตะไคร้ลงไปเล็กน้อยให้เนื้อสัมผัสที่ละมุนละลายไปในปากโดยไม่รบกวนเนื้อสัมผัสอันแสนวิเศษของหอยนางรม ข้าง ๆ กันคือเจลสีส้มของ Bloody Mary ให้รสชาติที่จัดจ้าน สุดท้ายคือหอมแดงดองที่หั่นเป็นรูปวงแหวนและน้ำมันแตงกวา (17/20)
Spiced Pork Jowl | Taco | Apple Compoteทาโก้กรอบ ๆ ที่บรรจุไหล่และแก้มหมูปรุงรสให้เนื้อสัมผัสที่นุ่มแต่ยังคงสู้ฟันอยู่บ้างตัดกันกับความกรอบของข้าวพองญี่ปุ่น สำหรับรสชาติมีความหอมของเพสโต้สูตรของเชฟผสานกันไปกับความหวานที่ได้จากคอมโปตแอปเปิ้ลและเจลลี่แอปเปิ้ลไซเดอร์ นอกจากนี้ยังมีความเผ็ดจัดจานของเจลแกง Vindaloo สไตล์อินเดียอีกด้วย (16/20)
รูปที่ 5
Spiced Pork Jowl | Taco | Apple Compoteทาโก้กรอบ ๆ ที่บรรจุไหล่และแก้มหมูปรุงรสให้เนื้อสัมผัสที่นุ่มแต่ยังคงสู้ฟันอยู่บ้างตัดกันกับความกรอบของข้าวพองญี่ปุ่น สำหรับรสชาติมีความหอมของเพสโต้สูตรของเชฟผสานกันไปกับความหวานที่ได้จากคอมโปตแอปเปิ้ลและเจลลี่แอปเปิ้ลไซเดอร์ นอกจากนี้ยังมีความเผ็ดจัดจานของเจลแกง Vindaloo สไตล์อินเดียอีกด้วย (16/20)
Taramasalata Tart | Smoked Salmon | TobikoTaramasalata เป็นเครื่องจิ้มสไตล์กรีกที่ทำมาจากไข่ปลา เชฟนำเสนอมาใหม่โดยใช้ปลาแซลมอนเสิร์ฟมากับไข่ปลาแซลมอนรวมไปถึง Tobiko หรือไข่ปลาบิน ด้านบนท็อปด้วย Castelfranco Radicchio รวมไปถึงเจลมะนาวเพื่อให้มีรสชาติเปรี้ยวเบา ๆ มาตัดกันกับความมันของไข่ปลา (16/20)
รูปที่ 6
Taramasalata Tart | Smoked Salmon | TobikoTaramasalata เป็นเครื่องจิ้มสไตล์กรีกที่ทำมาจากไข่ปลา เชฟนำเสนอมาใหม่โดยใช้ปลาแซลมอนเสิร์ฟมากับไข่ปลาแซลมอนรวมไปถึง Tobiko หรือไข่ปลาบิน ด้านบนท็อปด้วย Castelfranco Radicchio รวมไปถึงเจลมะนาวเพื่อให้มีรสชาติเปรี้ยวเบา ๆ มาตัดกันกับความมันของไข่ปลา (16/20)
Chicken Liver Parfait Cigar | Quince | Cocoa NibsCigar กรอบ ๆ ที่ด้านในบรรจุพาเฟต์ตับไก่ที่ผ่านการหมักกับไวน์หวาน Sauternes ด้านบนท็อปด้วยแยมลูกควิ้นซ์และคาเคานิบส์ (16/20)
รูปที่ 7
Chicken Liver Parfait Cigar | Quince | Cocoa NibsCigar กรอบ ๆ ที่ด้านในบรรจุพาเฟต์ตับไก่ที่ผ่านการหมักกับไวน์หวาน Sauternes ด้านบนท็อปด้วยแยมลูกควิ้นซ์และคาเคานิบส์ (16/20)
Sourdough Brioche | Shallot Butter | Onion Ashขนมปังลูกครึ่งของ Sourdough กับ Brioche ให้เนื้อสัมผัสที่โดดเด่นและแตกต่าง เชฟเสิร์ฟมากับเนยเค็มที่มีความกรอบของหอมเจียวและอโรมาของผงหัวหอมไหม้
รูปที่ 8
Sourdough Brioche | Shallot Butter | Onion Ashขนมปังลูกครึ่งของ Sourdough กับ Brioche ให้เนื้อสัมผัสที่โดดเด่นและแตกต่าง เชฟเสิร์ฟมากับเนยเค็มที่มีความกรอบของหอมเจียวและอโรมาของผงหัวหอมไหม้
🥄 WELCOME DRINKElder Flower & Bananaเริ่มต้นมื้ออาหารด้วย Wwelcome Drink คนบะแก้ว
รูปที่ 9
🥄 WELCOME DRINKElder Flower & Bananaเริ่มต้นมื้ออาหารด้วย Wwelcome Drink คนบะแก้ว
Andaman Sea Crab | Ajo Blanco | Grapesคอร์สนี้เชฟท็อปเล่าย้อนไปถึงช่วงที่เขาเริ่มทำงานกับเชฟชาวสเปนครั้งแรกในประเทศอังกฤษ ในช่วงนั้นเขาได้เรียนรู้วิธีการทำเมนูเรียกน้ำย่อยยอดนิยมอย่าง Ajo Blanco องค์ประกอบแรกในจานคือสลัดเนื้อปูม้าจากทะเลอันดามันคลุกเคล้าไปกับมิ้นต์, แอปเปิ้ล, ลูกแพร์, แห้ว และซาวครีมท้องถิ่นรมควันให้ความรู้สึกสดชื่นและรสหวานจากธรรมชาติของเนื้อปู ตรงกลางคือ Ajo Blanco ที่เชฟปรับสูตรมาใช่กระเทียมไทยผสมผสานไปกับถั่วแมคาเดเมีย, Pineapple Vinegar และสาคูแทนที่ถั่วอัลมอนด์, Sherry Vinegar และขนมปังแบบต้นตำรับ จากนั้นใส่น้ำมันมะกอกปั่นลงไปด้วยจนได้ซุปเย็นที่มีความหอมและสดชื่น นอกจากนี้ยังมีความหวานทร่ได้จากองุ่นฝานบาง ๆ วางเรียงกันมาเป็นทรงวงแหวนอีกด้วย สุดท้ายคือแผ่น Tuile กรอบที่เตรียมมาจากปูและหอยเชลล์ให้เนื้อสัมผัสที่กรอบแต่ยังคงไว้ซึ่งความแตกง่าย (Brittle) จนไม่ก่อกวนเนื้แสัมผัสอันดีงามของเนื้อปู สุดท้ายคือเจลที่เตรียมมาจากชาเอิร์ลเกรย์และทาร์รากอนนั่นเอง (17/20)
รูปที่ 10
Andaman Sea Crab | Ajo Blanco | Grapesคอร์สนี้เชฟท็อปเล่าย้อนไปถึงช่วงที่เขาเริ่มทำงานกับเชฟชาวสเปนครั้งแรกในประเทศอังกฤษ ในช่วงนั้นเขาได้เรียนรู้วิธีการทำเมนูเรียกน้ำย่อยยอดนิยมอย่าง Ajo Blanco องค์ประกอบแรกในจานคือสลัดเนื้อปูม้าจากทะเลอันดามันคลุกเคล้าไปกับมิ้นต์, แอปเปิ้ล, ลูกแพร์, แห้ว และซาวครีมท้องถิ่นรมควันให้ความรู้สึกสดชื่นและรสหวานจากธรรมชาติของเนื้อปู ตรงกลางคือ Ajo Blanco ที่เชฟปรับสูตรมาใช่กระเทียมไทยผสมผสานไปกับถั่วแมคาเดเมีย, Pineapple Vinegar และสาคูแทนที่ถั่วอัลมอนด์, Sherry Vinegar และขนมปังแบบต้นตำรับ จากนั้นใส่น้ำมันมะกอกปั่นลงไปด้วยจนได้ซุปเย็นที่มีความหอมและสดชื่น นอกจากนี้ยังมีความหวานทร่ได้จากองุ่นฝานบาง ๆ วางเรียงกันมาเป็นทรงวงแหวนอีกด้วย สุดท้ายคือแผ่น Tuile กรอบที่เตรียมมาจากปูและหอยเชลล์ให้เนื้อสัมผัสที่กรอบแต่ยังคงไว้ซึ่งความแตกง่าย (Brittle) จนไม่ก่อกวนเนื้แสัมผัสอันดีงามของเนื้อปู สุดท้ายคือเจลที่เตรียมมาจากชาเอิร์ลเกรย์และทาร์รากอนนั่นเอง (17/20)
ในคอร์สยังรวมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้อีกคนละ 1 แก้วด้วย
รูปที่ 11
ในคอร์สยังรวมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้อีกคนละ 1 แก้วด้วย
Hokkaido Scallop | Blue Fin Tuna l Truffle Ponzu | N25 Caviar (ADD ON)หนึ่งในจานที่ดีที่สุดในวันนี้เป็นจานที่เชฟท็อปใช้ชื่อว่า Marriage เพื่อสื่อถึงความเข้ากันได้ของวัตถุดิบจากผืนดินและท้องทะเล สำหรับตัวแทนจากท้องทะเลคือปลาทูน่าบลูฟินที่ผ่านการ Dry-aged นาน 8 วันจับคู่มากับคือหอยเชลล์โฮตาเตะจากจังหวัด Hokkaido ที่ผ่านการหมักกับน้ำมันสาหร่ายคอมบุโดยไม่ผสมเกลือเพื่อความบริสุทธิ์ของรสชาติ ด้านบนคือคาเวียร์ N25 คุณภาพสูงที่ผ่านการรมควันเพียงเบา ๆ กับไม้ลิ้นจี่แห้งซึ่งจะมาเติมเต็มรสเค็มและอุมามิให้กับจาน จากนั้นเชฟจะเทราดซอสซึ่งเป็นตัวแทนของผืนดินโดยมีขั้นตอนการเตรียมที่ซับซ้อนมาก ๆ ตั้งแต่การนำผิวของ Winter Truffle จากปีที่แล้วไปผ่านกระบวนการดองก่อนจะแพคสุญญากาศแล้วนำไปแช่แข็ง หลังจากนั้นนำมา Defrost เพื่อให้น้ำที่แทรกอยู่ในผิวทรัฟเฟิลถูกคายออกมาอันเป็นที่มาของความหอมเพียงเบา ๆ เข้ากันได้ดีกับซอสพอนซุรสเปรี้ยว ด้านบนคือน้ำมันมะกอกจากแคว้น Sicily ซึ่งมีความฉุนเฉพาะตัวและน้ำมันหอยเชลล์โฮตาเตะที่ถูกทำให้แห้งด้วยกระบวนการ Sun-dried ให้กลิ่นที่แตกต่างไปจากหอยเชลล์ทั่วไปอย่างสิ้นเชิง (17/20)
รูปที่ 12
Hokkaido Scallop | Blue Fin Tuna l Truffle Ponzu | N25 Caviar (ADD ON)หนึ่งในจานที่ดีที่สุดในวันนี้เป็นจานที่เชฟท็อปใช้ชื่อว่า Marriage เพื่อสื่อถึงความเข้ากันได้ของวัตถุดิบจากผืนดินและท้องทะเล สำหรับตัวแทนจากท้องทะเลคือปลาทูน่าบลูฟินที่ผ่านการ Dry-aged นาน 8 วันจับคู่มากับคือหอยเชลล์โฮตาเตะจากจังหวัด Hokkaido ที่ผ่านการหมักกับน้ำมันสาหร่ายคอมบุโดยไม่ผสมเกลือเพื่อความบริสุทธิ์ของรสชาติ ด้านบนคือคาเวียร์ N25 คุณภาพสูงที่ผ่านการรมควันเพียงเบา ๆ กับไม้ลิ้นจี่แห้งซึ่งจะมาเติมเต็มรสเค็มและอุมามิให้กับจาน จากนั้นเชฟจะเทราดซอสซึ่งเป็นตัวแทนของผืนดินโดยมีขั้นตอนการเตรียมที่ซับซ้อนมาก ๆ ตั้งแต่การนำผิวของ Winter Truffle จากปีที่แล้วไปผ่านกระบวนการดองก่อนจะแพคสุญญากาศแล้วนำไปแช่แข็ง หลังจากนั้นนำมา Defrost เพื่อให้น้ำที่แทรกอยู่ในผิวทรัฟเฟิลถูกคายออกมาอันเป็นที่มาของความหอมเพียงเบา ๆ เข้ากันได้ดีกับซอสพอนซุรสเปรี้ยว ด้านบนคือน้ำมันมะกอกจากแคว้น Sicily ซึ่งมีความฉุนเฉพาะตัวและน้ำมันหอยเชลล์โฮตาเตะที่ถูกทำให้แห้งด้วยกระบวนการ Sun-dried ให้กลิ่นที่แตกต่างไปจากหอยเชลล์ทั่วไปอย่างสิ้นเชิง (17/20)
Smoked Eel Chawanmushi | Bone Marrow | IkuraChawanmushi หรือไข่ตุ๋นที่เราคุ้นเคยกันโดยตัวไข่ตุ๋นจะมีความละมุนเคล้ากันไปกับกลิ่นของปลาไหลรมควัน เชฟเสิร์ฟมาคู่กันกับ Shellfish Emulsion และไข่ปลาแซลมอนช่วยสร้างมิติทางเนื้อสัมผัส นอกจากนี้ยังมีไขกระดูกวัวสร้างรสชาติที่เข้มข้น จากนั้นท็อปด้วยความฉุนของน้ำมันแตงกวา ต้นหอม และเชอวิล และความเปรี้ยวของแครอทดอง (15/20)
รูปที่ 13
Smoked Eel Chawanmushi | Bone Marrow | IkuraChawanmushi หรือไข่ตุ๋นที่เราคุ้นเคยกันโดยตัวไข่ตุ๋นจะมีความละมุนเคล้ากันไปกับกลิ่นของปลาไหลรมควัน เชฟเสิร์ฟมาคู่กันกับ Shellfish Emulsion และไข่ปลาแซลมอนช่วยสร้างมิติทางเนื้อสัมผัส นอกจากนี้ยังมีไขกระดูกวัวสร้างรสชาติที่เข้มข้น จากนั้นท็อปด้วยความฉุนของน้ำมันแตงกวา ต้นหอม และเชอวิล และความเปรี้ยวของแครอทดอง (15/20)
Grilled Stone Bass | Spiced Fish Emulsion | Braised Leeksเนื้อปลาที่ถูกยัดไส้ด้วยมูสหอยเชลล์บริเวณใต้ผิวหนังเสิร์ฟมาคู่กันกับกระเทียมต้นตุ๋น จากนั้นราดด้วยซอส Emulsion ที่เตรียมมาจากเนยผสมกันกับน้ำกระดูกปลาและหญ้าฝรั่น ด้านล่างรองด้วยหอยแมลงภู่และหมึกกระดองช่วยเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัส ยังมีใบคะน้าใบหยักทอดกรอบ ข้าง ๆ กันคือเบบี้แครอทย่าง, เพียวเรมันฝรั่ง รวมไปถึงดอกและใบ Nasturtium (15/20)
รูปที่ 14
Grilled Stone Bass | Spiced Fish Emulsion | Braised Leeksเนื้อปลาที่ถูกยัดไส้ด้วยมูสหอยเชลล์บริเวณใต้ผิวหนังเสิร์ฟมาคู่กันกับกระเทียมต้นตุ๋น จากนั้นราดด้วยซอส Emulsion ที่เตรียมมาจากเนยผสมกันกับน้ำกระดูกปลาและหญ้าฝรั่น ด้านล่างรองด้วยหอยแมลงภู่และหมึกกระดองช่วยเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัส ยังมีใบคะน้าใบหยักทอดกรอบ ข้าง ๆ กันคือเบบี้แครอทย่าง, เพียวเรมันฝรั่ง รวมไปถึงดอกและใบ Nasturtium (15/20)
Roasted Baby Chicken | Textures of Corn | Albufera Sauceเชฟเตรียมไส้กรอก Boudin Blanc โดยผสมผสานเนื้อลูกวัวเข้ากันกับเนื้อหมูและเครื่องเทศเข้าไว้ด้วยกัน จากนั้นนำมายัดไส้เอาไว้ใต้หนังไก่ Baby Chicken แล้วนึ่งจนสุก หลังจากสุกได้ที่เชฟเลือกใช้วิธีการของชาวจีนกวางตุ้งโดยการราด Rice Wine Vinegar แล้วผึ่งไก่เอาไว้ 2 วันเพื่อให้เนื้อไก่มีความแห้งและเนื้อรัดตัวมากขึ้น (16/20)
รูปที่ 15
Roasted Baby Chicken | Textures of Corn | Albufera Sauceเชฟเตรียมไส้กรอก Boudin Blanc โดยผสมผสานเนื้อลูกวัวเข้ากันกับเนื้อหมูและเครื่องเทศเข้าไว้ด้วยกัน จากนั้นนำมายัดไส้เอาไว้ใต้หนังไก่ Baby Chicken แล้วนึ่งจนสุก หลังจากสุกได้ที่เชฟเลือกใช้วิธีการของชาวจีนกวางตุ้งโดยการราด Rice Wine Vinegar แล้วผึ่งไก่เอาไว้ 2 วันเพื่อให้เนื้อไก่มีความแห้งและเนื้อรัดตัวมากขึ้น (16/20)
Roasted Baby Chicken | Textures of Corn | Albufera Sauceเชฟเสิร์ฟไก่มากับข้าวโพดในหลากหลายรูปแบบและเนื้อสัมผัส, ผัก Watercress, เห็ดชิทาเกะดอง, ฟัวกราส์ และลูกพรุนที่ผ่านการแช่ในน้ำชาเอิร์ลเกรย์แล้วนำมาเตรียมเป็นแยม ไฮไลท์คือซอส Albufera ที่ผสมผสานฟัวกราส์ ครีมสด คอนยัค และทรัฟเฟิลเข้าด้วยกัน (16/20)
รูปที่ 16
Roasted Baby Chicken | Textures of Corn | Albufera Sauceเชฟเสิร์ฟไก่มากับข้าวโพดในหลากหลายรูปแบบและเนื้อสัมผัส, ผัก Watercress, เห็ดชิทาเกะดอง, ฟัวกราส์ และลูกพรุนที่ผ่านการแช่ในน้ำชาเอิร์ลเกรย์แล้วนำมาเตรียมเป็นแยม ไฮไลท์คือซอส Albufera ที่ผสมผสานฟัวกราส์ ครีมสด คอนยัค และทรัฟเฟิลเข้าด้วยกัน (16/20)
Slow Roasted Lamb Saddle | Courgettes | Salsa Verdeเนื้อลูกแกะส่วน Saddle จากฟาร์มในประเทศนิวซีแลนด์ย่างแบบวันต่อวันจนได้ความสุกกำลังดี เชฟเสิร์ฟมากับส่วน Sweetbread หรือต่อมไร้ท่อของลูกแกะ นอกจากนี้ยังมีซูคินี่และเจลลี่มิ้นต์ รอบ ๆ คือซอส Salsa Verde สังเกตเห็นเป็นสีเขียวตามชื่อและ Puttenesca Insoired Lamb Jus หรือซอส Jus ลูกแกะเข้มข้นที่ใส่น้ำมันแองโชวี่ มะกอกดำ มะเขือเทศกงฟี มะเขือเทศสด ใบเคเปอร์ และรสชาติของมะขามเปียกลงไปด้วย (15/20)
รูปที่ 17
Slow Roasted Lamb Saddle | Courgettes | Salsa Verdeเนื้อลูกแกะส่วน Saddle จากฟาร์มในประเทศนิวซีแลนด์ย่างแบบวันต่อวันจนได้ความสุกกำลังดี เชฟเสิร์ฟมากับส่วน Sweetbread หรือต่อมไร้ท่อของลูกแกะ นอกจากนี้ยังมีซูคินี่และเจลลี่มิ้นต์ รอบ ๆ คือซอส Salsa Verde สังเกตเห็นเป็นสีเขียวตามชื่อและ Puttenesca Insoired Lamb Jus หรือซอส Jus ลูกแกะเข้มข้นที่ใส่น้ำมันแองโชวี่ มะกอกดำ มะเขือเทศกงฟี มะเขือเทศสด ใบเคเปอร์ และรสชาติของมะขามเปียกลงไปด้วย (15/20)
48 Hours Braised Beef Short Rib | Roscoff Onion | Beef Tongue “Bourguignon” | Pomme Soufflé (ADD ON)คอร์สนี้เชฟได้รับแรงบันดาลใจมาจากเมนูสุดคลาสสิคอย่าง Beef Bourgignon เชฟนำเนื้อลิ้นวัวไปผ่านการตุ๋นนานกว่า 48 ชั่วโมงจนนุ่ม จากนั้นเสิร์ฟมากับกะหล่ำปลีแดง, ซอสกะหล่ำปลีแดง, หัวหอม Roscoff, เห็ดกระดุมหรือ Champignon de Paris และเซเลอรี่ ในจานยังมีเนื้อวัว Grass Fed Vermont Farm Beef ส่วนซี่โครงจากประเทศออสเตรเลียเสิร์ฟมาด้วย ส่วนตัวซอสเชฟเตรียมมาแยกต่างหากโดยผสมผสานเพสต์มะเขือเทศ, ไวน์บอร์โดซ์ แบะแฮม Pata Negra เข้าด้วยกัน จากประเทศสเปนเพื่อให้มีรสชาติที่เข้มข้น ทั้งนี้เชฟยังตั้งใจไม่ใช้ซอสที่ขึ้นจากหม้อที่ใช้ตุ๋นเพื่อให้ได้รสชาติที่เหมาะสมที่สุด (17/20)
รูปที่ 18
48 Hours Braised Beef Short Rib | Roscoff Onion | Beef Tongue “Bourguignon” | Pomme Soufflé (ADD ON)คอร์สนี้เชฟได้รับแรงบันดาลใจมาจากเมนูสุดคลาสสิคอย่าง Beef Bourgignon เชฟนำเนื้อลิ้นวัวไปผ่านการตุ๋นนานกว่า 48 ชั่วโมงจนนุ่ม จากนั้นเสิร์ฟมากับกะหล่ำปลีแดง, ซอสกะหล่ำปลีแดง, หัวหอม Roscoff, เห็ดกระดุมหรือ Champignon de Paris และเซเลอรี่ ในจานยังมีเนื้อวัว Grass Fed Vermont Farm Beef ส่วนซี่โครงจากประเทศออสเตรเลียเสิร์ฟมาด้วย ส่วนตัวซอสเชฟเตรียมมาแยกต่างหากโดยผสมผสานเพสต์มะเขือเทศ, ไวน์บอร์โดซ์ แบะแฮม Pata Negra เข้าด้วยกัน จากประเทศสเปนเพื่อให้มีรสชาติที่เข้มข้น ทั้งนี้เชฟยังตั้งใจไม่ใช้ซอสที่ขึ้นจากหม้อที่ใช้ตุ๋นเพื่อให้ได้รสชาติที่เหมาะสมที่สุด (17/20)
48 Hours Braised Beef Short Rib | Roscoff Onion | Beef Tongue “Bourguignon” | Pomme Soufflé (ADD ON)นอกจากนี้ยังมี Pomme Soufflé จิ๋วที่เตรียมมาจากมันฝรั่งที่ผ่านการบ่มมานาน 2-3 อาทิตย์โดยลูกค้ายังสามารถขอเติมได้เรื่อย ๆ จนอิ่มได้อีกด้วย (17/20)
รูปที่ 19
48 Hours Braised Beef Short Rib | Roscoff Onion | Beef Tongue “Bourguignon” | Pomme Soufflé (ADD ON)นอกจากนี้ยังมี Pomme Soufflé จิ๋วที่เตรียมมาจากมันฝรั่งที่ผ่านการบ่มมานาน 2-3 อาทิตย์โดยลูกค้ายังสามารถขอเติมได้เรื่อย ๆ จนอิ่มได้อีกด้วย (17/20)
Consomméหลังจากจบเมนคอร์สทางร้านจะนำเสนอ Consommé ที่ได้จากการนำเนื้อและกระดูกของสัตว์แต่ละประเภทไปต้มกับผัก 14 ชนิด, ไวน์แดง และบรั่นดี จากนั้นกรองจนใสขึ้นเพื่อให้มีรสชาติที่กลมกล่อม
รูปที่ 20
Consomméหลังจากจบเมนคอร์สทางร้านจะนำเสนอ Consommé ที่ได้จากการนำเนื้อและกระดูกของสัตว์แต่ละประเภทไปต้มกับผัก 14 ชนิด, ไวน์แดง และบรั่นดี จากนั้นกรองจนใสขึ้นเพื่อให้มีรสชาติที่กลมกล่อม
วัตถุดิบของคอร์สอาหารหวาน
รูปที่ 21
วัตถุดิบของคอร์สอาหารหวาน
Peach Gin & Tonicล้างปากด้วยแยมลูกพีชโฮมเมดเสิร์ฟมาคู่กันกับโฟมบัตเตอร์มิลค์ ด้านบนท็อปด้วยซอร์เบท์ที่ผสมผสาน Tonic และลูกพีชเข้าด้วยกัน ด้านบนคือเจลลี่เหล้า Gin แผ่น Tuile กรอบเตรียมมาจากจูนิเปอร์ จากนั้นเชฟจะฉีดเหล้า Gin ลงไปรอบ ๆ จานเป็นอันพร้อมชิม (17/20)
รูปที่ 22
Peach Gin & Tonicล้างปากด้วยแยมลูกพีชโฮมเมดเสิร์ฟมาคู่กันกับโฟมบัตเตอร์มิลค์ ด้านบนท็อปด้วยซอร์เบท์ที่ผสมผสาน Tonic และลูกพีชเข้าด้วยกัน ด้านบนคือเจลลี่เหล้า Gin แผ่น Tuile กรอบเตรียมมาจากจูนิเปอร์ จากนั้นเชฟจะฉีดเหล้า Gin ลงไปรอบ ๆ จานเป็นอันพร้อมชิม (17/20)
Mia's Cereal Bowl | Malted Milk Chocolate | Cornห้ามพลาดเมนู Signature Dessert ประจำร้านอย่าง Mia's Cereal Bowl องค์ประกอบด้านล่างคือครีมไมโลและข้าวโพด ชั้นถัดมาคือซีเรียลโฮมเมดที่เตรียมมาจากข้าวโพดคั่ว นมแห้ง และช็อกโกแลตครัมเบิ้ล ด้านบนคือไอศกรีมข้าวโพดโฮมเมด จากนั้นเชฟทะเทราดนมสดที่ใส่อโรมาของคอร์นเฟล็กซ์ลงไปส่งอโรมาหอม ๆ ลอยมาแตะจมูกในทันที (17/20)
รูปที่ 23
Mia's Cereal Bowl | Malted Milk Chocolate | Cornห้ามพลาดเมนู Signature Dessert ประจำร้านอย่าง Mia's Cereal Bowl องค์ประกอบด้านล่างคือครีมไมโลและข้าวโพด ชั้นถัดมาคือซีเรียลโฮมเมดที่เตรียมมาจากข้าวโพดคั่ว นมแห้ง และช็อกโกแลตครัมเบิ้ล ด้านบนคือไอศกรีมข้าวโพดโฮมเมด จากนั้นเชฟทะเทราดนมสดที่ใส่อโรมาของคอร์นเฟล็กซ์ลงไปส่งอโรมาหอม ๆ ลอยมาแตะจมูกในทันที (17/20)
Borneo Vanilla Mousse | Roasted Berries | Black Truffle (ADD ON)มูสวานิลลาจากเกาะบอร์เนียวประเทศอินโดนีเซียเสิร์ฟมากับครัมเบิ้ลกรอบ นอกจากนี้ยังมีข้าวบาร์เลย์ป๊อบช่วยเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัส ด้านบนคือทรัฟเฟิลขูดฝอย สุดท้ายคือไอศกรีมข้าวบาร์เลย์และทรัฟเฟิลคาราเมล (17/20)
รูปที่ 24
Borneo Vanilla Mousse | Roasted Berries | Black Truffle (ADD ON)มูสวานิลลาจากเกาะบอร์เนียวประเทศอินโดนีเซียเสิร์ฟมากับครัมเบิ้ลกรอบ นอกจากนี้ยังมีข้าวบาร์เลย์ป๊อบช่วยเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัส ด้านบนคือทรัฟเฟิลขูดฝอย สุดท้ายคือไอศกรีมข้าวบาร์เลย์และทรัฟเฟิลคาราเมล (17/20)
ใครที่มาเฉลิมฉลองในโอกาสพิเศษทางร้านจะมอบเค้ก Chocolate Ganache ให้อีก 1 ชิ้น
รูปที่ 25
ใครที่มาเฉลิมฉลองในโอกาสพิเศษทางร้านจะมอบเค้ก Chocolate Ganache ให้อีก 1 ชิ้น
Mignardisesปิดท้ายด้วย Petit Fours ประกอบไปด้วย Raspberry and Rose Macaron, Brown Butter and Blueberry Financier with Burnt Honey Cream และ Coffee Caramel Chocolate Bonbon
รูปที่ 26
Mignardisesปิดท้ายด้วย Petit Fours ประกอบไปด้วย Raspberry and Rose Macaron, Brown Butter and Blueberry Financier with Burnt Honey Cream และ Coffee Caramel Chocolate Bonbon
Coffee or Teaในเซ็ตยังมีชาหรือกาแฟรวมไว้ให้เรียบร้อยแล้ว
รูปที่ 27
Coffee or Teaในเซ็ตยังมีชาหรือกาแฟรวมไว้ให้เรียบร้อยแล้ว
🎗️ [THE FOOD] เชฟ Top และเชฟ Michelle ได้หยิบยกเมนูอาหารจากทั่วทั้งยุโรปมาตีความในรูปแบบของตัวเองโดยผสมผสานเทคนิคสมัยใหม่เข้ากับวัตถุดิบชั้นเลิศจนได้ออกมาเป็นอาหารยุโรปโมเดิร์นที่ผสมผสานกลิ่นอายของความเป็นเอเชียอยู่อย่างลงตัว ห้องอาหาร Mia นำเสนออาหารในรูปแบบ Tasting Menu โดยใช้ชื่อว่า Taste of Mia จัดเสิร์ฟมา 2 รูปแบบคือ 5 Courses และ 8 Courses นอกจากนี้ยังมีเซ็ตเมนู Vegan และ Vegetarian อีกด้วย อย่างไรก็ตามทางแอพพลิเคชั่น Hungry Hub ได้ร่วมมือกับห้องอาหารจัดทำ Hubgry Hub Exclusive Taste of Mia ขึ้นมาในราคาเพียง 6,900 THB NET (Link: https://bit.ly/3CbsN0t) ราคาอาหารหากมองผ่าน ๆ อาจดูค่อนข้างสูงแต่เมื่อเปิดรายการเมนูมาดูก็จะพบว่าเชฟทั้งสองคนเลือกใช้วัตถุดิบคุณภาพนำเข้ามาจากแหล่งทั่วทุกมุมโลก อีกหนึ่งไฮไลท์คือรายการ Wine Pairing ที่เชฟใช้วิธีการโหวตจากทีมงานในร้านจนได้ออกมาเป็นการจับคู่ไวน์ที่เข้ากันกับอาหารได้อย่างไร้ที่ติ
รูปที่ 28
🎗️ [THE FOOD] เชฟ Top และเชฟ Michelle ได้หยิบยกเมนูอาหารจากทั่วทั้งยุโรปมาตีความในรูปแบบของตัวเองโดยผสมผสานเทคนิคสมัยใหม่เข้ากับวัตถุดิบชั้นเลิศจนได้ออกมาเป็นอาหารยุโรปโมเดิร์นที่ผสมผสานกลิ่นอายของความเป็นเอเชียอยู่อย่างลงตัว ห้องอาหาร Mia นำเสนออาหารในรูปแบบ Tasting Menu โดยใช้ชื่อว่า Taste of Mia จัดเสิร์ฟมา 2 รูปแบบคือ 5 Courses และ 8 Courses นอกจากนี้ยังมีเซ็ตเมนู Vegan และ Vegetarian อีกด้วย อย่างไรก็ตามทางแอพพลิเคชั่น Hungry Hub ได้ร่วมมือกับห้องอาหารจัดทำ Hubgry Hub Exclusive Taste of Mia ขึ้นมาในราคาเพียง 6,900 THB NET (Link: https://bit.ly/3CbsN0t) ราคาอาหารหากมองผ่าน ๆ อาจดูค่อนข้างสูงแต่เมื่อเปิดรายการเมนูมาดูก็จะพบว่าเชฟทั้งสองคนเลือกใช้วัตถุดิบคุณภาพนำเข้ามาจากแหล่งทั่วทุกมุมโลก อีกหนึ่งไฮไลท์คือรายการ Wine Pairing ที่เชฟใช้วิธีการโหวตจากทีมงานในร้านจนได้ออกมาเป็นการจับคู่ไวน์ที่เข้ากันกับอาหารได้อย่างไร้ที่ติ
🎗️ [THE PLACE] ห้องอาหาร Mia มีลักษณะเป็นบ้านสีน้ำเงินที่ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 26 ลานจอดรถด้านหน้ามีขนาดกว้างขวางพอสำหรับลูกค้าทุก ๆ คน ทันทีที่เดินเข้าร้านจะพบกับพนักงานต้อนรับคอยตรวจสอบการจองและส่วนของห้องครัวที่มีกระจกใสกั้นเอาไว้ ข้าง ๆ กันเป็นพื้นที่บาร์ที่มีชื่อว่า Behind The Curtain สำหรับจัดเตรียมเครื่องดื่ม ส่วนห้องรับประทานอาหารหลักนั้นต้องเดินขึ้นบันไดมายังชั้นสอง
รูปที่ 29
🎗️ [THE PLACE] ห้องอาหาร Mia มีลักษณะเป็นบ้านสีน้ำเงินที่ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 26 ลานจอดรถด้านหน้ามีขนาดกว้างขวางพอสำหรับลูกค้าทุก ๆ คน ทันทีที่เดินเข้าร้านจะพบกับพนักงานต้อนรับคอยตรวจสอบการจองและส่วนของห้องครัวที่มีกระจกใสกั้นเอาไว้ ข้าง ๆ กันเป็นพื้นที่บาร์ที่มีชื่อว่า Behind The Curtain สำหรับจัดเตรียมเครื่องดื่ม ส่วนห้องรับประทานอาหารหลักนั้นต้องเดินขึ้นบันไดมายังชั้นสอง
The Dark Room ตกแต่งด้วยวอลเปเปอร์และโซฟาสีน้ำเงินเข้มพร้อมกับกระจกใสรูปวงกลมแขวนประดับอยู่บนผนังสร้างบรรยากาศให้มีความหรูหราไม่ซ้ำใคร ห้ามพลาดที่จะลองเดินเข้าห้องน้ำที่ออกแบบให้มีลักษณะคล้ายประตูกลช่วยเรียกความฉงนและสร้างความประทับใจไปพร้อม ๆ กัน
รูปที่ 30
The Dark Room ตกแต่งด้วยวอลเปเปอร์และโซฟาสีน้ำเงินเข้มพร้อมกับกระจกใสรูปวงกลมแขวนประดับอยู่บนผนังสร้างบรรยากาศให้มีความหรูหราไม่ซ้ำใคร ห้ามพลาดที่จะลองเดินเข้าห้องน้ำที่ออกแบบให้มีลักษณะคล้ายประตูกลช่วยเรียกความฉงนและสร้างความประทับใจไปพร้อม ๆ กัน
🎗️ [THE CHEF] เจ้าของร้านคนแรกคือเชฟพงษ์ชาญ รัสเซลหรือที่เรารู้จักกันในชื่อของเชฟ Top ใช้ชีวิตในวัยเด็กอยู่ในจังหวัดภูเก็ตก่อนจะย้ายไปประเทศอังกฤษเมื่อมีอายุได้ 15 ปี เขาเริ่มต้นด้วยการรับงานเป็นพนักงานเสิร์ฟอาหารในโรงแรมท้องถิ่นจนเกิดแรงบันดาลใจเลือกเส้นทางสายอาชีพเชฟในที่สุด ต่อมาเชฟท็อปเดินทางมายังกรุง London เพื่อหาประสบการณ์โดยมีส่วนร่วมในทีมเปิดตัวห้องอาหาร Gauthier - Soho ของเชฟ Alexis Gauthier ต่อด้วยการร่วมงานกับเชฟชื่อดัง Jun Tanaka ที่ห้องอาหาร Pearl และห้องอาหาร Sketch (2 MICHELIN Stars ในขณะนั้น) ของเชฟ Pierre Gagnaire อีกด้วย สำหรับในประเทศไทยนั้นเชฟท็อปเคยเปิดห้องอาหาร Freebird ภายใต้คอนเซปอาหารออสเตรเลียร่วมสมัยการันตีด้วยการมีชื่อเข้าไปติดอยู่ในคู่มือ MICHELIN Guide กรุงเทพฉบับปี 2018 อีกด้วย อีกท่านหนึ่งคือเชฟผู้รังสรรค์อาหารหวานนามว่า Michelle Goh เธอเกิดและเติบโตขึ้นมาที่เมือง Kuching บนเกาะ Borneo ประเทศมาเลเซียก่อนจะเดินทางไปศึกษาต่อที่โรงเรียนการอาหาร Le Cordon Bleu Sydney ในประเทศออสเตรเลีย สำหรับประสบการณ์การทำงานของเธอนั้นเรียกได้ว่าไม่ธรรมดาเพราะเธอเคยร่วมงานกับ Anna Polyviou เชฟอาหารหวานชื่อดังแห่งแดนจิงโจ้ที่โรงแรม Shangri-La Sydney ตามมาด้วยห้องอาหาร Eleven Bridge by Neil Perry (ปัจจุบันปิดทำการไปแล้ว) ต่อมาเธอเดินทางมายังประเทศสิงคโปร์เพื่อร่วมงานกับห้องอาหาร Pollen ภายใต้การควบคุมของเชฟ Jason Atherton ก่อนจะย้ายมารับงานเป็น Pâtissier ให้กับห้องอาหาร Sühring (2 MICHELIN Stars) ในกรุงเทพบ้านเรานี่เอง
รูปที่ 31
🎗️ [THE CHEF] เจ้าของร้านคนแรกคือเชฟพงษ์ชาญ รัสเซลหรือที่เรารู้จักกันในชื่อของเชฟ Top ใช้ชีวิตในวัยเด็กอยู่ในจังหวัดภูเก็ตก่อนจะย้ายไปประเทศอังกฤษเมื่อมีอายุได้ 15 ปี เขาเริ่มต้นด้วยการรับงานเป็นพนักงานเสิร์ฟอาหารในโรงแรมท้องถิ่นจนเกิดแรงบันดาลใจเลือกเส้นทางสายอาชีพเชฟในที่สุด ต่อมาเชฟท็อปเดินทางมายังกรุง London เพื่อหาประสบการณ์โดยมีส่วนร่วมในทีมเปิดตัวห้องอาหาร Gauthier - Soho ของเชฟ Alexis Gauthier ต่อด้วยการร่วมงานกับเชฟชื่อดัง Jun Tanaka ที่ห้องอาหาร Pearl และห้องอาหาร Sketch (2 MICHELIN Stars ในขณะนั้น) ของเชฟ Pierre Gagnaire อีกด้วย สำหรับในประเทศไทยนั้นเชฟท็อปเคยเปิดห้องอาหาร Freebird ภายใต้คอนเซปอาหารออสเตรเลียร่วมสมัยการันตีด้วยการมีชื่อเข้าไปติดอยู่ในคู่มือ MICHELIN Guide กรุงเทพฉบับปี 2018 อีกด้วย อีกท่านหนึ่งคือเชฟผู้รังสรรค์อาหารหวานนามว่า Michelle Goh เธอเกิดและเติบโตขึ้นมาที่เมือง Kuching บนเกาะ Borneo ประเทศมาเลเซียก่อนจะเดินทางไปศึกษาต่อที่โรงเรียนการอาหาร Le Cordon Bleu Sydney ในประเทศออสเตรเลีย สำหรับประสบการณ์การทำงานของเธอนั้นเรียกได้ว่าไม่ธรรมดาเพราะเธอเคยร่วมงานกับ Anna Polyviou เชฟอาหารหวานชื่อดังแห่งแดนจิงโจ้ที่โรงแรม Shangri-La Sydney ตามมาด้วยห้องอาหาร Eleven Bridge by Neil Perry (ปัจจุบันปิดทำการไปแล้ว) ต่อมาเธอเดินทางมายังประเทศสิงคโปร์เพื่อร่วมงานกับห้องอาหาร Pollen ภายใต้การควบคุมของเชฟ Jason Atherton ก่อนจะย้ายมารับงานเป็น Pâtissier ให้กับห้องอาหาร Sühring (2 MICHELIN Stars) ในกรุงเทพบ้านเรานี่เอง
The Colour Room เป็นห้องที่ตกแต่งด้วยวอลเปเปอร์ลายดอกไม้ตัดกันกับเก้าอี้สีเหลืองแลดูแปลกตา
รูปที่ 32
The Colour Room เป็นห้องที่ตกแต่งด้วยวอลเปเปอร์ลายดอกไม้ตัดกันกับเก้าอี้สีเหลืองแลดูแปลกตา
ห้อง The Floral Room ตรงกลางโดดเด่นด้วยสีชมพูสดใสเตรียมเอาไว้สำหรับต้อนรับลูกค้าในช่วงมื้อกลางวันเป็นหลัก
รูปที่ 33
ห้อง The Floral Room ตรงกลางโดดเด่นด้วยสีชมพูสดใสเตรียมเอาไว้สำหรับต้อนรับลูกค้าในช่วงมื้อกลางวันเป็นหลัก
ภายในห้องอาหาร
รูปที่ 34
ภายในห้องอาหาร
ห้องเก็บไวน์
รูปที่ 35
ห้องเก็บไวน์
พื้นที่บาร์ที่มีชื่อว่า Behind The Curtain
รูปที่ 36
พื้นที่บาร์ที่มีชื่อว่า Behind The Curtain
🎗️ [WHY GO] Mia สามารถสร้างจุดยืนในการนำเสนออาหารยุโรปสไตล์โมเดิร์นผสมผสานกับการเลือกใช้รสชาติและวัตถุดิบจากฝั่งเอเชียได้อย่างน่าสนใจ บรรยากาศในร้านตกแต่งให้มีความหรูหราแต่ยังคงไว้ซึ่งความแคชวลไม่เป็นทางการมากจนเกินไป เราขอแนะนำ Tasting Menu ชุดใหญ่ควบคู่ไปกับการจับคู่ไวน์เพื่อให้เหล่านักชิมได้สัมผัสถึงประสบการณ์ที่หาใครเทียบเคียงได้ยากในประเทศไทย
รูปที่ 37
🎗️ [WHY GO] Mia สามารถสร้างจุดยืนในการนำเสนออาหารยุโรปสไตล์โมเดิร์นผสมผสานกับการเลือกใช้รสชาติและวัตถุดิบจากฝั่งเอเชียได้อย่างน่าสนใจ บรรยากาศในร้านตกแต่งให้มีความหรูหราแต่ยังคงไว้ซึ่งความแคชวลไม่เป็นทางการมากจนเกินไป เราขอแนะนำ Tasting Menu ชุดใหญ่ควบคู่ไปกับการจับคู่ไวน์เพื่อให้เหล่านักชิมได้สัมผัสถึงประสบการณ์ที่หาใครเทียบเคียงได้ยากในประเทศไทย