GASTRONOME THAILAND by ตามล่า Fine Dining
Medici
Others

ThailandMedici · เมดิชี่

Italian · อาหารอิตาลี — 55/555 โรงแรมมิวส์ กรุงเทพฯ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

🎗 [INTRO] Medici Kitchen & Bar เป็นหนึ่งในร้านอาหารอิตาเลียนที่เรามีโอกาสแวะไปทานบ่อยครั้งที่สุดในประเทศไทย ตัวร้านตั้งชื่อตาม House of Medici ซึ่งเป็นตระกูลผู้ทรงอิทธิพลทางการเมืองแห่งนครรัฐ Florence ในสมัยเรเนซองส์นั่นเอง

🎗 [THE PLACE] ลูกค้าสามารถนำรถเข้าจอดที่ Hotel Muse และกดลิฟท์ลงจากที่จอดรถได้โดยตรงหรือจะเดินลงบันไดมาจาก Lobby โรงแรมเพื่อลงมายังชั้น Basement ก็ได้เช่นกันภายในตกแต่งแบบ Neo-industrial โดยผสมผสานความเป็นยุโรปและเอเชียในช่วงราว ๆ 100 ปีก่อนออกมาได้อย่างลงตัว พื้นที่ข้างกันกับบันไดถูกจัดเอาไว้ให้เป็นบาร์สำหรับจัดเตรียมเครื่องดื่ม ผนังสองฝั่งเต็มไปด้วยถังไม้โอ้ควางเรียงรายซ้อนกันในแนวตั้ง แม้จะไร้ซึ่งหน้าต่างแต่การออกแบบเพดานยกสูงช่วยให้ห้องอาหารใต้ดินแห่งนี้ดูโปร่ง โล่ง ไม่อึดอัดตา ห้องครัวที่นี่เป็นแบบ Open Kitchen ลูกค้าสามารถมองเห็นทีมเชฟจัดเตรียมอาหารกันได้ตลอดเวลา ส่วนใครที่มาเป็นกลุ่มทางร้านได้จัดเตรียมห้องส่วนตัวเอาไว้รองรับถึงสองห้องโดยใช้ชื่อว่า “Lorenzo” ซึ่งมีที่มาจาก Lorenzo II de'Medici ผู้ดำรงตำแหน่ง Duke of Urbino และ “Caterina” ซึ่งได้ชื่อมาจาก Caterina de'Medici ลูกสาวผู้ซึ่งต่อมาได้รับการปราบดาภิเษกขึ้นเป็นราชินีแห่งประเทศฝรั่งเศสในเวลาต่อมา ยังไม่หมดเพียงเท่านั้นเพราะอีกหนึ่งจุดเด่นที่ทำให้ Medici แตกต่างจากห้องอาหารอิตาลีอื่นๆในกรุงเทพคือการจัดแสดงขับร้องเพลง Opera สด ๆ คืนละ 3 รอบ (ยกเว้นวันจันทร์) ซึ่งเรามั่นใจว่าทุกคนที่ได้สัมผัสเป็นต้องได้รับความประทับใจกลับไปอย่างแน่นอน

🎗 [THE CHEF & THE FOOD] อาหารที่นี่ควบคุมโดยพ่อครัวชาวอิตาลีแท้ ๆ นามว่า Simone Bianchi โดยตัวเขานั้นได้ออกแบบเมนูที่ค่อนข้างเรียบง่ายและเต็มไปด้วยอาหารจานคลาสสิคมากมายเช่น Burrata, Carpaccio, Eggplant Parmigiana รวมไปถึง Pasta ต่าง ๆ ที่ค่อนข้างเข้าถึงง่ายสำหรับลูกค้าชาวไทยรวมไปถึงเมนูอาหารหวานที่ดูจะโดดเด่นมากเป็นพิเศษโดยเราขอยกเมนูสัก 3 จานมาเล่าให้ฟังตรงนี้คือ

✨ Parmigiana di Melanzane (369++)

Napoli style baked layers of eggplant, tomato and mozzarella

Eggplant Parmigiana จานนี้เขฟ ช้มะเขือม่วงมาวางเรียงกันเป็นชั้น ๆ คั่นด้วยชีสมอซซาเรลล่าแล้วอบจนผิวมะเขือม่วงกรอบในขณะที่ตรวกลางยังนุ่มฉ่ำ จากนั้นราดด้วยซอสมะเขือเทศให้รสชาติเปรี้ยวอุมามิสุด ๆ (12/20)

✨ Ravioloni Verdi Ricotta e Spinaci (650++)

Green ravioli, ricotta mousse, hazelnuts, semi dried tomato and baby spinach

Ravioloni หรือพาสต้าทรงเกี๊ยวขนาดกลางที่ทางร้านปั้นเองกับมือ ภายในบรรจุผักโขมมาแน่น ๆ ด้านบนโรยด้วยถั่ว Hazelnut บดและ Ricotta Cheese เสิร์ฟมาในลักษณะของ Mousse เชฟตัดเลี่ยนความความเปรี้ยวอุมามิจากมะเขือเทศสีแดงสดนั่นเอง (12/20)

✨ Bonnet Piemontese (299++)

Amaretti biscuit, cacao and rum served with fresh vanilla ice cream & whipping cream

Bonnet เป็นขนมหวานจากแคว้น Piedmont มีลักษณะเป็น Amaretti บิสกิตกรอบ ๆ ชั้นบนเป็นเลเยอร์ของ Cacao และเหล้ารัมตัดด้วยความหอมมันของ Whipping Cream ข้างกันคือไอศกรีมวานิลลาและครัมเบิ้ลกรอบช่วยเรียกความสดชื่นได้ดีมาก ๆ (13/20)

🎗 [WHY GO] พูดตามตรงว่าห้องอาหาร Medici ไม่ได้มีจุดเด่นอยู่ที่อาหารอาหารแต่เป็นการผสมผสานการขับร้องโอเปร่าสด ๆ ถึง 3 รอบต่อคืนเข้ามาระหว่างมื้อจนดึงดูดเราให้วนกลับมาในทุก ๆ ปี ราคาอาหารถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมแต่ราคาของเครื่องดื่มและไวน์ถือว่าสูงกว่ามาตรฐานอยู่พอสมควร พนักงานบริการค่อนข้างล่าช้าไปบ้างโดยเฉพาะในคืนที่ลูกค้าแน่นร้าน สำหรับใครที่ต้องการเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ห้องอาหาร Medici ยังคงเป็นตัวเบือกชั้นดีที่ควรค่าแก่การแวะชิม

ภาพของร้านอาหาร

ทั้งหมด 23 รูป

🇹🇭 Medici - เมดิชี่ 🍴 Italian - อาหารอิตาลี 👨🏻‍🍳 Chef Simone Bianchi - เชฟซิโมเน่ บียานฆี่
รูปที่ 1
🇹🇭 Medici - เมดิชี่ 🍴 Italian - อาหารอิตาลี 👨🏻‍🍳 Chef Simone Bianchi - เชฟซิโมเน่ บียานฆี่
Amuse-bouche เริ่มต้นมื้อด้วยขนมปังกรอบท็อปด้วยมะเขือเทศหั่นเต๋าชุ่มฉ่ำ
รูปที่ 2
Amuse-bouche เริ่มต้นมื้อด้วยขนมปังกรอบท็อปด้วยมะเขือเทศหั่นเต๋าชุ่มฉ่ำ
Insalata di Pomodoro (300++) Fancy tomato salad, basil, fresh oregano and basil สลัดมะเขือเทศหลายชนิดมีความนุ่มและความกรอบแตกต่างกันเสิร์ฟมาคู่กับใบเบซิลและน้ำมันใบเบซิล (12/20)
รูปที่ 3
Insalata di Pomodoro (300++) Fancy tomato salad, basil, fresh oregano and basil สลัดมะเขือเทศหลายชนิดมีความนุ่มและความกรอบแตกต่างกันเสิร์ฟมาคู่กับใบเบซิลและน้ำมันใบเบซิล (12/20)
Parmigiana di Melanzane (369++) Napoli style baked layers of eggplant, tomato and mozzarella Eggplant Parmigiana จานนี้เขฟ ช้มะเขือม่วงมาวางเรียงกันเป็นชั้น ๆ คั่นด้วยชีสมอซซาเรลล่าแล้วอบจนผิวมะเขือม่วงกรอบในขณะที่ตรวกลางยังนุ่มฉ่ำ จากนั้นราดด้วยซอสมะเขือเทศให้รสชาติเปรี้ยวอุมามิสุด ๆ (12/20)
รูปที่ 4
Parmigiana di Melanzane (369++) Napoli style baked layers of eggplant, tomato and mozzarella Eggplant Parmigiana จานนี้เขฟ ช้มะเขือม่วงมาวางเรียงกันเป็นชั้น ๆ คั่นด้วยชีสมอซซาเรลล่าแล้วอบจนผิวมะเขือม่วงกรอบในขณะที่ตรวกลางยังนุ่มฉ่ำ จากนั้นราดด้วยซอสมะเขือเทศให้รสชาติเปรี้ยวอุมามิสุด ๆ (12/20)
Crema di Funghi (399++) Creamy mushrooms soup with garlic croutons, truffle ซุปครีมเห็ดรสชาติมาตรฐาน ตัวซุปไม่ข้นไม่บางจนเกินไป เชฟเสิร์ฟมาคู่กับขนมปังกระเทียมเข้ากันได้ดี (11/20)
รูปที่ 5
Crema di Funghi (399++) Creamy mushrooms soup with garlic croutons, truffle ซุปครีมเห็ดรสชาติมาตรฐาน ตัวซุปไม่ข้นไม่บางจนเกินไป เชฟเสิร์ฟมาคู่กับขนมปังกระเทียมเข้ากันได้ดี (11/20)
Ravioloni Verdi Ricotta e Spinaci (650++) Green ravioli, ricotta mousse, hazelnuts, semi dried tomato and baby spinach Ravioloni หรือพาสต้าทรงเกี๊ยวขนาดกลางที่ทางร้านปั้นเองกับมือ ภายในบรรจุผักโขมมาแน่น ๆ ด้านบนโรยด้วยถั่ว Hazelnut บดและ Ricotta Cheese เสิร์ฟมาในลักษณะของ Mousse เชฟตัดเลี่ยนความความเปรี้ยวอุมามิจากมะเขือเทศสีแดงสดนั่นเอง (12/20)
รูปที่ 6
Ravioloni Verdi Ricotta e Spinaci (650++) Green ravioli, ricotta mousse, hazelnuts, semi dried tomato and baby spinach Ravioloni หรือพาสต้าทรงเกี๊ยวขนาดกลางที่ทางร้านปั้นเองกับมือ ภายในบรรจุผักโขมมาแน่น ๆ ด้านบนโรยด้วยถั่ว Hazelnut บดและ Ricotta Cheese เสิร์ฟมาในลักษณะของ Mousse เชฟตัดเลี่ยนความความเปรี้ยวอุมามิจากมะเขือเทศสีแดงสดนั่นเอง (12/20)
Linguine alla Vongole (579++) Linguini with clams in white wine sauce พาสต้าเส้น Linguine เสิร์ฟมาที่ความสุกระดับ Al Dente เชฟนำไปผัดกับหอยลายและไวน์ขาวจนหอมโดยมีรสชาติเผ็ดนิด ๆ เข้ากันได้พอดิบพอดี (12/20)
รูปที่ 7
Linguine alla Vongole (579++) Linguini with clams in white wine sauce พาสต้าเส้น Linguine เสิร์ฟมาที่ความสุกระดับ Al Dente เชฟนำไปผัดกับหอยลายและไวน์ขาวจนหอมโดยมีรสชาติเผ็ดนิด ๆ เข้ากันได้พอดิบพอดี (12/20)
Tonnarelli al Tartufo (590++) Homemade egg pasta in cream sauce with parmesan and truffle Tonnarelli หรือพาสต้าไข่ทำมือนุ่ม ๆ เสิร์ฟมาในครีมซอสโดยมีรสชาติอันโดดเด่นของ Parmesan Cheese และอโรมาของ Truffle (12/20)
รูปที่ 8
Tonnarelli al Tartufo (590++) Homemade egg pasta in cream sauce with parmesan and truffle Tonnarelli หรือพาสต้าไข่ทำมือนุ่ม ๆ เสิร์ฟมาในครีมซอสโดยมีรสชาติอันโดดเด่นของ Parmesan Cheese และอโรมาของ Truffle (12/20)
Risotto alla Carbonara (500++) Carnaroli rice, guanciale, slow cooked egg yolk and pecorino fondue romano cream ข้าว Carnaroli เสิร์ฟมากับแก้มหมูหรือ Guanciale โดยมีความครีมมี่ของไข่แดงและรสชาติเค็มกลมกล่อมของ Pecorino Cheese Fondue (12/20)
รูปที่ 9
Risotto alla Carbonara (500++) Carnaroli rice, guanciale, slow cooked egg yolk and pecorino fondue romano cream ข้าว Carnaroli เสิร์ฟมากับแก้มหมูหรือ Guanciale โดยมีความครีมมี่ของไข่แดงและรสชาติเค็มกลมกล่อมของ Pecorino Cheese Fondue (12/20)
Guancia di Manzo e Polenta (699++) Slow cooked beef cheek sear with soft polenta and beef sauce เนื้อส่วนแก้มวัวที่ผ่านการตุ๋นจนนุ่มเสิร์ฟมากับครีมข้าวโพดและซอสที่เคี่ยวจากส่วนต่าง ๆ ของวัวจนเข้มข้น (12/20)
รูปที่ 10
Guancia di Manzo e Polenta (699++) Slow cooked beef cheek sear with soft polenta and beef sauce เนื้อส่วนแก้มวัวที่ผ่านการตุ๋นจนนุ่มเสิร์ฟมากับครีมข้าวโพดและซอสที่เคี่ยวจากส่วนต่าง ๆ ของวัวจนเข้มข้น (12/20)
Mortadella e Pistacchio (699++) Mortadella, pistachio cream, Stracciatella and fresh truffle พิซซ่าสไตล์ Neapolitan แป้งหนานุ่ม ตรงกลางคือ Mortadella นุ่ม ๆ และ Pistachio Cream ให้รสชาติหวานที่มากเกินไปเล็กน้อย ด้านบนโรยด้วย Truffle สไลด์บางและถั่ว Pistachio ช่วยเพิ่มความกรอบขณะเคี้ยว (11/20)
รูปที่ 11
Mortadella e Pistacchio (699++) Mortadella, pistachio cream, Stracciatella and fresh truffle พิซซ่าสไตล์ Neapolitan แป้งหนานุ่ม ตรงกลางคือ Mortadella นุ่ม ๆ และ Pistachio Cream ให้รสชาติหวานที่มากเกินไปเล็กน้อย ด้านบนโรยด้วย Truffle สไลด์บางและถั่ว Pistachio ช่วยเพิ่มความกรอบขณะเคี้ยว (11/20)
ขนมปังต่าง ๆ ที่จัดเสิร์ฟระหว่างมื้ออาหาร
รูปที่ 12
ขนมปังต่าง ๆ ที่จัดเสิร์ฟระหว่างมื้ออาหาร
Tiramisú (299++) Medici signature tiramisu ขนม Tiramisu ที่ได้จากการนำ Lady Finger ไปจุ่มลงในกาแฟ Espresso คั่นกลางด้วยเลเยอร์ครีมชีสหอมมัน ด้านบนและรอบ ๆ โรยด้วยผง Cacao ล้างปากอาหารคาวจานอื่น ๆ ได้อย่างหมดจด (13/20)
รูปที่ 13
Tiramisú (299++) Medici signature tiramisu ขนม Tiramisu ที่ได้จากการนำ Lady Finger ไปจุ่มลงในกาแฟ Espresso คั่นกลางด้วยเลเยอร์ครีมชีสหอมมัน ด้านบนและรอบ ๆ โรยด้วยผง Cacao ล้างปากอาหารคาวจานอื่น ๆ ได้อย่างหมดจด (13/20)
Bonnet Piemontese (299++) Amaretti biscuit, cacao and rum served with fresh vanilla ice cream & whipping cream Bonnet เป็นขนมหวานจากแคว้น Piedmont มีลักษณะเป็น Amaretti บิสกิตกรอบ ๆ ชั้นบนเป็นเลเยอร์ของ Cacao และเหล้ารัมตัดด้วยความหอมมันของ Whipping Cream ข้างกันคือไอศกรีมวานิลลาและครัมเบิ้ลกรอบช่วยเรียกความสดชื่นได้ดีมาก ๆ (13/20)
รูปที่ 14
Bonnet Piemontese (299++) Amaretti biscuit, cacao and rum served with fresh vanilla ice cream & whipping cream Bonnet เป็นขนมหวานจากแคว้น Piedmont มีลักษณะเป็น Amaretti บิสกิตกรอบ ๆ ชั้นบนเป็นเลเยอร์ของ Cacao และเหล้ารัมตัดด้วยความหอมมันของ Whipping Cream ข้างกันคือไอศกรีมวานิลลาและครัมเบิ้ลกรอบช่วยเรียกความสดชื่นได้ดีมาก ๆ (13/20)
🎗 [INTRO] Medici Kitchen & Bar เป็นหนึ่งในร้านอาหารอิตาเลียนที่เรามีโอกาสแวะไปทานบ่อยครั้งที่สุดในประเทศไทย ตัวร้านตั้งชื่อตาม House of Medici ซึ่งเป็นตระกูลผู้ทรงอิทธิพลทางการเมืองแห่งนครรัฐ Florence ในสมัยเรเนซองส์นั่นเอง
รูปที่ 15
🎗 [INTRO] Medici Kitchen & Bar เป็นหนึ่งในร้านอาหารอิตาเลียนที่เรามีโอกาสแวะไปทานบ่อยครั้งที่สุดในประเทศไทย ตัวร้านตั้งชื่อตาม House of Medici ซึ่งเป็นตระกูลผู้ทรงอิทธิพลทางการเมืองแห่งนครรัฐ Florence ในสมัยเรเนซองส์นั่นเอง
🎗 [THE PLACE] ลูกค้าสามารถนำรถเข้าจอดที่ Hotel Muse และกดลิฟท์ลงจากที่จอดรถได้โดยตรงหรือจะเดินลงบันไดมาจาก Lobby โรงแรมเพื่อลงมายังชั้น Basement ก็ได้เช่นกันภายในตกแต่งแบบ Neo-industrial โดยผสมผสานความเป็นยุโรปและเอเชียในช่วงราว ๆ 100 ปีก่อนออกมาได้อย่างลงตัว
รูปที่ 16
🎗 [THE PLACE] ลูกค้าสามารถนำรถเข้าจอดที่ Hotel Muse และกดลิฟท์ลงจากที่จอดรถได้โดยตรงหรือจะเดินลงบันไดมาจาก Lobby โรงแรมเพื่อลงมายังชั้น Basement ก็ได้เช่นกันภายในตกแต่งแบบ Neo-industrial โดยผสมผสานความเป็นยุโรปและเอเชียในช่วงราว ๆ 100 ปีก่อนออกมาได้อย่างลงตัว
แม้จะไร้ซึ่งหน้าต่างแต่การออกแบบเพดานยกสูงช่วยให้ห้องอาหารใต้ดินแห่งนี้ดูโปร่ง โล่ง ไม่อึดอัดตา ห้องครัวที่นี่เป็นแบบ Open Kitchen ลูกค้าสามารถมองเห็นทีมเชฟจัดเตรียมอาหารกันได้ตลอดเวลา
รูปที่ 17
แม้จะไร้ซึ่งหน้าต่างแต่การออกแบบเพดานยกสูงช่วยให้ห้องอาหารใต้ดินแห่งนี้ดูโปร่ง โล่ง ไม่อึดอัดตา ห้องครัวที่นี่เป็นแบบ Open Kitchen ลูกค้าสามารถมองเห็นทีมเชฟจัดเตรียมอาหารกันได้ตลอดเวลา
ส่วนใครที่มาเป็นกลุ่มทางร้านได้จัดเตรียมห้องส่วนตัวเอาไว้รองรับถึงสองห้องโดยใช้ชื่อว่า “Lorenzo” ซึ่งมีที่มาจาก Lorenzo II de'Medici ผู้ดำรงตำแหน่ง Duke of Urbino และ “Caterina” ซึ่งได้ชื่อมาจาก Caterina de'Medici ลูกสาวผู้ซึ่งต่อมาได้รับการปราบดาภิเษกขึ้นเป็นราชินีแห่งประเทศฝรั่งเศสในเวลาต่อมา
รูปที่ 18
ส่วนใครที่มาเป็นกลุ่มทางร้านได้จัดเตรียมห้องส่วนตัวเอาไว้รองรับถึงสองห้องโดยใช้ชื่อว่า “Lorenzo” ซึ่งมีที่มาจาก Lorenzo II de'Medici ผู้ดำรงตำแหน่ง Duke of Urbino และ “Caterina” ซึ่งได้ชื่อมาจาก Caterina de'Medici ลูกสาวผู้ซึ่งต่อมาได้รับการปราบดาภิเษกขึ้นเป็นราชินีแห่งประเทศฝรั่งเศสในเวลาต่อมา
🎗 [THE CHEF & THE FOOD] อาหารที่นี่ควบคุมโดยพ่อครัวชาวอิตาลีแท้ ๆ นามว่า Simone Bianchi โดยตัวเขานั้นได้ออกแบบเมนูที่ค่อนข้างเรียบง่ายและเต็มไปด้วยอาหารจานคลาสสิคมากมายเช่น Burrata, Carpaccio, Eggplant Parmigiana รวมไปถึง Pasta ต่าง ๆ ที่ค่อนข้างเข้าถึงง่ายสำหรับลูกค้าชาวไทยรวมไปถึงเมนูอาหารหวานที่ดูจะโดดเด่นมากเป็นพิเศษ
รูปที่ 19
🎗 [THE CHEF & THE FOOD] อาหารที่นี่ควบคุมโดยพ่อครัวชาวอิตาลีแท้ ๆ นามว่า Simone Bianchi โดยตัวเขานั้นได้ออกแบบเมนูที่ค่อนข้างเรียบง่ายและเต็มไปด้วยอาหารจานคลาสสิคมากมายเช่น Burrata, Carpaccio, Eggplant Parmigiana รวมไปถึง Pasta ต่าง ๆ ที่ค่อนข้างเข้าถึงง่ายสำหรับลูกค้าชาวไทยรวมไปถึงเมนูอาหารหวานที่ดูจะโดดเด่นมากเป็นพิเศษ
พื้นที่ข้างกันกับบันไดถูกจัดเอาไว้ให้เป็นบาร์สำหรับจัดเตรียมเครื่องดื่ม ผนังสองฝั่งเต็มไปด้วยถังไม้โอ้ควางเรียงรายซ้อนกันในแนวตั้ง
รูปที่ 20
พื้นที่ข้างกันกับบันไดถูกจัดเอาไว้ให้เป็นบาร์สำหรับจัดเตรียมเครื่องดื่ม ผนังสองฝั่งเต็มไปด้วยถังไม้โอ้ควางเรียงรายซ้อนกันในแนวตั้ง
ยังไม่หมดเพียงเท่านั้นเพราะอีกหนึ่งจุดเด่นที่ทำให้ Medici แตกต่างจากห้องอาหารอิตาลีอื่นๆในกรุงเทพคือการจัดแสดงขับร้องเพลง Opera สด ๆ คืนละ 3 รอบ (ยกเว้นวันจันทร์) ซึ่งเรามั่นใจว่าทุกคนที่ได้สัมผัสเป็นต้องได้รับความประทับใจกลับไปอย่างแน่นอน
รูปที่ 21
ยังไม่หมดเพียงเท่านั้นเพราะอีกหนึ่งจุดเด่นที่ทำให้ Medici แตกต่างจากห้องอาหารอิตาลีอื่นๆในกรุงเทพคือการจัดแสดงขับร้องเพลง Opera สด ๆ คืนละ 3 รอบ (ยกเว้นวันจันทร์) ซึ่งเรามั่นใจว่าทุกคนที่ได้สัมผัสเป็นต้องได้รับความประทับใจกลับไปอย่างแน่นอน
🎗 [WHY GO] พูดตามตรงว่าห้องอาหาร Medici ไม่ได้มีจุดเด่นอยู่ที่อาหารอาหารเพียงอย่างเดียวแต่เป็นการผสมผสานการขับร้องโอเปร่าสด ๆ ถึง 3 รอบต่อคืนเข้ามาระหว่างมื้อจนดึงดูดเราให้วนกลับมาในทุก ๆ ปี
รูปที่ 22
🎗 [WHY GO] พูดตามตรงว่าห้องอาหาร Medici ไม่ได้มีจุดเด่นอยู่ที่อาหารอาหารเพียงอย่างเดียวแต่เป็นการผสมผสานการขับร้องโอเปร่าสด ๆ ถึง 3 รอบต่อคืนเข้ามาระหว่างมื้อจนดึงดูดเราให้วนกลับมาในทุก ๆ ปี
ราคาอาหารถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมแต่ราคาของเครื่องดื่มและไวน์ถือว่าสูงกว่ามาตรฐานอยู่พอสมควร พนักงานบริการค่อนข้างล่าช้าไปบ้างโดยเฉพาะในคืนที่ลูกค้าแน่นร้าน สำหรับใครที่ต้องการเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ห้องอาหาร Medici ยังคงเป็นตัวเบือกชั้นดีที่ควรค่าแก่การแวะชิม
รูปที่ 23
ราคาอาหารถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมแต่ราคาของเครื่องดื่มและไวน์ถือว่าสูงกว่ามาตรฐานอยู่พอสมควร พนักงานบริการค่อนข้างล่าช้าไปบ้างโดยเฉพาะในคืนที่ลูกค้าแน่นร้าน สำหรับใครที่ต้องการเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ห้องอาหาร Medici ยังคงเป็นตัวเบือกชั้นดีที่ควรค่าแก่การแวะชิม