
Magoga · มาโกก้า
Regional Cuisine, Contemporary · อาหารท้องถิ่นร่วมสมัย — Plaza Doctor Vicente García Marcos 5, Cartagena, 30201, Spain
🎗 [Intro] รีวิวในวันนี้ขอเล่าถึงห้องอาหารท้องถิ่นในแคว้น Murcia ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศสเปน ทั้งเจ้าของร้านเชฟ María Gómez ยังสามารถยกระดับวัตถุดิบขึ้นชื่อพื้นเมืองให้ออกมาเป็นอาหารร่วมสมัยรสเลิศได้อย่างน่าภาคภูมิใจอีกด้วย
🎗 [The Place] Magoga ตั้งอยู่ในที่ Cartagena เมืองท่าเก่าแก่ที่มีอายุมากกว่า 3,000 ปีทางฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศสเปน ลูกค้าสามารถนำรถเข้าจอดที่ Parking la Lonja แล้วเดินขึ้นมาถึงหน้าร้านพอดี บรรยากาศภายในตกแต่งโดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากทะเล Mediterranean สังเกตได้จากการเลือกใช้ลวดลายรูปฝูงปลาตกแต่งไว้บนผนังและผลงานปลากระดาษทำมือที่วางประดับเอาไว้ทั่วทั้งร้าน ห้องรับประทานอาหารหลักมีขนาดกว้างขวางสำหรับรองรับลูกค้าได้ราว 30 คนทั้งยังมีห้องส่วนตัวสำหรับลูกค้าที่มาเป็นกลุ่มอีกด้วย
🎗 [The Chef] María Gómez เกิดในปี 1987 ที่ Fuente Álamo เมืองเล็ก ๆ ที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานเกี่ยวกับการเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์ หลังจากจบการศึกษาจาก Aiala Catering School สถาบันสอนการทำอาหารชื่อดังของเชฟ Karlos Arguiñano และ Basque Culinary Center เชฟ María ยังได้ร่วมงานกับห้องอาหารชั้นสูงระดับแถวหน้าของสเปนทั้ง Arzak (3 Michelin Stars) และ El Bulli (3 Michelin Stars) ส่วน Adrián de Marco เกิดในปี 1987 ในกรุง Madrid และเข้ารับการศึกษาที่ Aiala Catering School เมื่อายุได้ 19 ปีจนได้พบเจอกับเชฟ María ที่นั่น หลังจากเรียนจบเชฟ Adrián ได้ร่วมงานกับห้องอาหารระดับตำนานทั้ง Zuberoa (1 Michelin Star) และ Arzak (3 Michelin Stars) ด้วยประสบการณ์การทำอาหารในสไตล์ Avant-garde จากสุดยอดเชฟระดับโลก ทั้งสองคนได้ตัดสินใจเปิดร้านอาหาร Magoga เป็นของตัวเองโดยให้เชฟ María รับตำแหน่งคุมห้องอาหารส่วน Adrián ถอยออกมารับตำแหน่ง Maître และ Sommelier ทั้งยังสามารถคว้ารางวัล 🌟 1 Michelin Star, ☀️☀️ 2 Soles Guía Repsol รวมไปถึงรางวัล Best Sommelier Award ในภูมิภาค Murcia มาครองได้สำเร็จ
🎗 [The Food] จุดเด่นของ Magoga คือการนำเสนออาหารท้องถิ่นให้ออกมาในรูปแบบอาหารร่วมสมัย และยกระดับวัตถุดิบพื้นบ้านในแถบทะเล Mediterranean, ทะเลสาบน้ำเค็ม Mar Menor, ผืนดินรอบ ๆ เมือง Cartagena, ริมฝั่งแม่น้ำ Segura และหมู่บ้านเล็ก ๆ ในแถบนี้ออกมาได้อย่างน่าประทับใจยกตัวอย่างเช่น Chato Muciano หมูดำสายพันธุ์ท้องถิ่นชื่อดังของเมือง Murcia ท้องตอนเหนือไม่ไกลจากเมือง Cartagena, Red Tuna ปลาทูน่าน้ำลึกซึ่งเป็นหนึ่งในวัตถุดิบระดับโลกจากทางตอนใต้ของประเทศสเปนรวมไปถึง Carobs พืชท้องถิ่นในแถบทะเลเมดิเตอเรเนียนที่ให้รสชาติคล้ายช็อกโกแลตอีกด้วย ลูกค้าสามารถเลือกรับประทาน Tasting Menu (9 คอร์ส - 95 €/p) ซึ่งจะเปลี่ยนไปตามฤดูกาล หรือจะเป็นเมนู À La Carte ให้เลือกสั่งได้ตามใจชอบโดยมีราคาต่อจานอยู่ที่ 16-40 € และของหวานอยู่ที่จานละ 9 € เท่านั้น เราขอยกตัวอย่างอาหารจานที่ทำออกมาได้โดดเด่นเป็นอย่างมากเช่น
✨ Kokotxa de atún rojo guisada, jugo de ternera, boniato y physalis (25 €)
Red tuna kokotxa with veal juice, sweet potato and physalis
หนึ่งในจานที่ทำให้เราประทับใจมากที่สุดต้องยกให้กับ Kokotxa ที่ปกติแล้วจะเสิร์ฟโดยใช้ส่วนใต้คางของปลา Cod หรือ Hake แต่ในที่นี่เชฟ María ได้ปรับเพื่อนำเสนอวัตถุดิบท้องถิ่นล้ำค่าแห่งทะเล Mediterranean ซึ่งก็คือปลาทูน่านั่นเอง เนื่องจากปลาทูน่าขนาด 300-400 กิโลกรัมจะมีส่วนใต้คางพอเสิร์ฟได้เพียง 2 ที่เท่านั้นทำให้อาหารจานนี้ถือว่าเป็นวัตถุดิบล้ำค่าเลยก็ว่าได้ เชฟนำส่วนใต้คางของปลาทูน่าไปทำให้สุกด้วยอุณหภูมิที่ไม่สูงมาก จากนั้นราดด้วย Jus ทำจากเนื้อลูกวัวแล้วรีดัคชั่นจนงวดและมีรสชาติเข้มข้น ผักเคียงรอบ ๆ คือ Vinegar Carrot ให้ความกรอบและรสชาติเปรี้ยวนิด ๆ ด้านล่างมี Carrot Cream รสชาติออกหวาน อีกชิ้นหนึ่งคือ Physalis หรือเคพกูสเบอร์รี่ช่วยล้างปากและรสชาติอันเข้มข้นของ Tuna และ Veal Jus ออกได้เกือบทั้งหมด Kokotxa มีเนื้อสัมผัสโดดเด่นมาก ๆ คือนุ่มจนเคี้ยวได้โดยง่าย แต่ยังมีเนื้อสัมผัสที่ต้องเคี้ยวอยู่นิด ๆ โดดเด่นชนิดหาเนื้อส่วนอื่นเทียบได้ยาก มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ผสมผสานเข้ากับความเข้มข้นของซอส Jus ที่ทำมาจากเนื้อลูกวัวได้อย่างลงตัว ถือเป็นจานที่ทำออกมาอย่างไร้ที่ติเลยก็ว่าได้ (17/20)
✨ Arroz Bomba D.O.P. Calasparra cosecha 2020 de gamba roja y calamar (23 €)
Bomba rice D.O.P Calasparra harvest 2020 of red prawn from our coast
เราขอแนะนำเมนูที่เลือกใชัวัตถุดิบคือ Arroz de Calasparra หรือข้าวสายพันธุ์ท้องถิ่นจากทางตอนเหนือของเมือง Murcia และเก็บเกี่ยวมาตั้งแต่ปี 2020 พนักงานยังเล่าต่ออีกว่าครอบครัวที่ปลูกข้าวเป็นคนท้องถิ่นซึ่งเก็บเกี่ยวข้าวด้วยวิธีโบราณและไม่สีส่วนเปลือกของข้าวออก เมื่อนำมาประกอบอาหารทำให้ต้องใช้เวลานานขึ้นราว ๆ 15 นาทีในการปรุงแต่ตัวข้าวจะดูดซับน้ำซอสซึ่งเป็นหัวใจของอาหารจำพวกข้างของสเปนเอาไว้ได้มากกว่า ทั้งยังมีเนื้อสัมผัสกรอบเพิ่มเติมขึ้นมาเล็กน้อยอีกด้วย ด้านบนคือกุ้งแดงท้องถิ่นจากทะเล Mediterranean ย่างเพียงเล็กน้อยทำให้มีรสชาติหวานฉ่ำ มีเนื้อสัมผัสนุ่มละมุนต่างกันกับเมล็ดข้าวจนเกิดมิติทางเนื้อสัมผัส อย่าลืมดูดส่วนหัวซึ่งเป็นส่วนที่อร่อยที่สุดของกุ้งแดงแต่ละตัว ยังมีองค์ประกอบสีเขียวคือ Sea Lettuce ซึ่งเป็นสาหร่ายทะเลชนิดหนึ่ง ปิดท้ายด้วยการใส่ซอส Alioli สีเหลืองที่มีส่วนประกอบของหญ้าฝรั่นลงไปด้วยนั่นเอง (16/20)
✨ Texturas de algarroba, Finca El Soto cosecha 2021 (9 €)
Carob Textures, Finca El Soto harvest 2020
Carob หรือคารอบเป็นพืชสกุลถั่วพบได้ทั่วไปตามแถบทะเล Mediterranean ให้รสชาติคล้ายโกโก้และคาเคา ทั้งยังไม่ต้องผ่านกระบวนการหมักเหมือนช็อกโกแลตทำให้ว่ากันว่าส่งผลดีต่อสุขภาพ ในที่นี้เชฟนำเสนอออกมาในหลากหลายรูปแบบและเนื้อสัมผัส มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ให้รสชาติขมนิด ๆ อมหวานหน่อย ๆ โดยที่ไม่ต้องใส่น้ำตาลลงไปเพิ่มในขั้นตอนการทำอรกด้วย (16/20)
🎗 [Conclusion] Magoga ถือเป็นร้านอาหารใจกลางเมืองโบราณที่คัดเลือกใช้เฉพาะวัตถุดิบพื้นถิ่นคุณภาพสูง รสชาติดี บริการเป็นกันเอง ทั้งยังตั้งราคาได้เหมาะสม
ภาพของร้านอาหาร
ทั้งหมด 29 รูป





























แกลเลอรี

