GASTRONOME THAILAND by ตามล่า Fine Dining
Magnolia
2 MICHELIN Stars

ItalyMagnolia · มักโยเลีย

Creative, Contemporary · อาหารเชิงสร้างสรรค์, อาหารร่วมสมัย — via Pelliciano 37, Loc. Montilgallo, Longiano, 47020, Italy

🎗 [INTRO] ห้องอาหารที่เราหยิบมาเขียนบทความในวันนี้ตั้งอยู่ในชนบทอันห่างไกลของภูมิภาค Romagna ตัวร้านรายล้อมด้วยทุ่งเขียวขจีและเนินเขาน้อยใหญ่ไกลสุดลูกหูลูกตาชนิดที่ไม่น่าเชื่อว่าจะมีห้องอาหารระดับสูงตั้งอยู่บริเวณนี้ได้ อย่างไรก็ตามด้วยความตั้งใจอันแน่วแน่ของเชฟ Alberto Faccani ทำให้ Magnolia โดดเด่นขึ้นมาจากห้องอาหารอื่น ๆ ในบริเวณใกล้เคียง

🎗 [THE PLACE] ห้องอาหาร Magnolia เปิดทำการเป็นครั้งแรกในปี 2003 บริเวณใจกลางเมืองริมทะเล Adriatic ที่มีชื่อว่า Cesenatico ก่อนจะคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้ในคู่มือปกแดงปี 2005 และเลื่อนขั้นสู่ 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 2018 อย่างไรก็ตามในวันที่ 1 เมษายน 2022 ที่ผ่านมาเชฟ Alberto Faccani ตัดสินใจย้ายตำแหน่งร้านมายังพื้นที่ชนบทอันห่างไกลบนเนินเขาที่ต่ำที่สุดของพื้นที่แถบ Cesena ในจังหวัด Longiano รายล้อมด้วยภูเขา Titano แห่งแคว้น Romagna ตัวอาคารเป็นวิลล่าสองชั้นเก่าแก่ที่ถูกสร้างขึ้นราว ๆ ปี 1930 พร้อมกับ Wine Cellar ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 15 พื้นที่ด้านหน้าจัดเตรียมให้เป็นห้องรับรองลูกค้า ห้องรับประทานอาหารหลักมีเพดานสูงโปร่ง เราขอแนะนำให้เลือกนั่งริมผนังกระจกใสมองออกไปเห็นทัศนียภาพมุมกว้างของพื้นที่โดยรอบ สำหรับใครที่ต้องการพักผ่อนหลังจากจบมื้ออาหารสามารถเลือกจองห้องพักที่ Relais Villa Margherita ซึ่งตั้งอยู่ในอาคารเดียวกันได้อีกด้วย

🎗 [THE CHEF & THE PLACE] Alberto Faccani เกิดความตั้งใจในการเป็นเชฟตั้งแต่มีอายุได้เพียง 5 ขวบ ทั้งยังเคยร่วมงานกับเชฟระดับตำนานมาแล้วมากมาย อาหารที่นี่รังสรรค์ออกมาในรูปแบบร่วมสมัย ลูกค้าสามารถเลือกชิม Tasting Menu ได้ 2 อย่างคือ Menù Magnolia 2022-2023 (150 €) ซึ่งเป็นรายการที่เชฟรังสรรค์ขึ้นมาใหม่ล่าสุดนำเสนอมาที่จำนวน 9 คอร์สหรือจะเป็น Menù “Magnolia Classico” (130 €) ที่ได้รวมเมนูเด็ดประจำร้านนำเสนอมาที่จำนวน 7 คอร์ส ส่วนใครที่อยากเลือกชิมตามใจชอบสามารถขอดูรายการแบบ À La Carte ได้ในราคา 2 Courses (90 €) และ 3 Courses (130 €) ยังไม่รวม Cover Charges อีก 5 € ต่อคน สำหรับจานที่เตรียมออกมาได้โดดเด่นอย่างเช่น

✨ LOBSTER | pumpkin, pink grapefruit and black olives

อาหารจานแรกคือล็อบสเตอร์ที่เชฟนำไปต้มก่อนจะนำมา Glazed ในกระทะกับเนย Lobster Butter จนได้ความกรอบและเด้งที่พอเหมาะ เขฟเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสด้วยการใส่ซิตรัสอย่างเกรปฟรุตสีชมพูลงไปด้วย ด้านล่างมีความหวานที่ได้มาจากมูสฟักทองเนื้อเนียนละมุนเสริมกันกับกลิ่นของมะกอกดำได้อย่างพอเหมาะ (16/20)

✨ RISOTTO ROMAGNOLO | tribute to Giovanni Pascoli

Risotto Romagnolo หรือ The Romagna Risotto เป็นสูตรอาหารที่นักกวีชื่อดัง Giovanni Pascoli อาศัยเวลาว่างที่บ้านในเมือง Castelvecchio เพื่อเขียนตอบจดหมายถึงเพื่อนของเขา Augusto Guido โดยมีเนื้อความเป็นสูตรอาหารที่เข้าอ้างอิงเอาไว้ว่า ...ecco il risotto romagnolesco che mi fa Mariù ซึ่งถอดความได้ว่า ... here is the risotto from Romagna that Mariù makes for me โดย Mariù Pascoli คือน้องสาวคนสุดท้องของตระกูล Pascoli นั่นเอง ในที่นี้เชฟ Alberto Faccani ได้ตีความเมนูออกมาในรูปแบบของตัวเองเริ่มจากด้านล่างคือ Saffron Risotto จับคู่มากับ Ragout ที่เตรียมขึ้นมาจากเห็ด Porcini และชิ้นเห็ด Porcini ฝานบาง สุดท้ายคือองค์ประกอบของตับไก่ที่มีความนุ่มและครีมมี่แต่กลับไร้ซึ่งกลิ่นคาว เชฟจบด้วยการใส่องค์ประกอบของ Onion Reduction ลงมาให้รสชาติเข้มข้นตรงตามต้นฉบับนั่นเอง (18/20)

✨ HONEY | mandarin, saffron and pollen

สำหรับของหวานเชฟนำเสนอวัตถุดิบหลักคือน้ำผึ้งโดยมีองค์ประกอบด้านล่างคือ Panna Cotta ที่เตรียมขึ้นมาจาก Saffron ให้อโรมาหอมเฉพาะตัว เลเยอร์ถัดมาคือเจลลี่ที่เตรียมขึ้นมาจากส้ม Mandarin และไอศกรีมที่เตรียมขึ้นมาจากครีมผสมกันกับเกสรดอกไม้ก่อนจะเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสด้วยแผ่นกรอบที่เตรียมมาจากน้ำผึ้งวางมาด้านบน (17/20)

🎗 [WHY GO] Magnolia นำเสนออาหารระดับสูงโดยอาศัยวัตถุดิบของภูมิภาค Romagna นำเสนอมาในราคาสุดคุ้มค่า นอกจากนี้รายการไวน์โดยเฉพาะจากฝรั่งเศสยังมีราคาที่สมเหตุสมผล อย่างไรก็ตามตัวร้านตั้งอยู่ค่อนข้างไกลจากเมืองใหญ่ต่าง ๆ อยู่พอสมควรจนเราอาจแนะนำห้องอาหารแห่งนี้ให้กับเพื่อน ๆ ที่เดินทางมาท่องเที่ยวในแถบเมือง Bologna หรือ San Marino เท่านั้น

ภาพของร้านอาหาร

ทั้งหมด 39 รูป

🇮🇹 Magnolia - มักโยเลีย 🌟🌟 2 MICHELIN Stars - 2 ดาวมิชลิน 🍴 Creative, Contemporary - อาหารเชิงสร้างสรรค์, อาหารร่วมสมัย 👨🏻‍🍳 Chef Alberto Faccani - เชฟอัลเบอร์โต้ แฟคคานี่
รูปที่ 1
🇮🇹 Magnolia - มักโยเลีย 🌟🌟 2 MICHELIN Stars - 2 ดาวมิชลิน 🍴 Creative, Contemporary - อาหารเชิงสร้างสรรค์, อาหารร่วมสมัย 👨🏻‍🍳 Chef Alberto Faccani - เชฟอัลเบอร์โต้ แฟคคานี่
Welcome snacks เริ่มต้นมื้ออาหารด้วย Flan จิ๋วที่ผสมผสานความนุ่มละมุนของผัด Chard และความเปรี้ยวของ Lemon ออกมาได้อย่างพอเหมาะ (15/20)
รูปที่ 2
Welcome snacks เริ่มต้นมื้ออาหารด้วย Flan จิ๋วที่ผสมผสานความนุ่มละมุนของผัด Chard และความเปรี้ยวของ Lemon ออกมาได้อย่างพอเหมาะ (15/20)
Welcome snacks ถัดมาคือ Mini Bun ขนมปังนุ่ม ๆ คล้ายซาลาเปา ด้านในสอดไส้มูสเห็ดนุ่มละมุน ด้านบนท็อปด้วยชิ้นเห็ดเคี้ยวหนึบ (15/20)
รูปที่ 3
Welcome snacks ถัดมาคือ Mini Bun ขนมปังนุ่ม ๆ คล้ายซาลาเปา ด้านในสอดไส้มูสเห็ดนุ่มละมุน ด้านบนท็อปด้วยชิ้นเห็ดเคี้ยวหนึบ (15/20)
Welcome snacks Tartelette ขนาดเล็ก ภายในบรรจุ Tartare นุ่ม ๆ ที่เตรียมมาจากเนื้อวัวสายพันธุ์ Fassona Piemontese ซึ่งเป็นวัตถุดิบขึ้นชื่อของประเทศอิตาลีจับคู่มากับลูกแพร์รมควันให้ความหวานและฉ่ำได้อย่างลงตัว (15/20)
รูปที่ 4
Welcome snacks Tartelette ขนาดเล็ก ภายในบรรจุ Tartare นุ่ม ๆ ที่เตรียมมาจากเนื้อวัวสายพันธุ์ Fassona Piemontese ซึ่งเป็นวัตถุดิบขึ้นชื่อของประเทศอิตาลีจับคู่มากับลูกแพร์รมควันให้ความหวานและฉ่ำได้อย่างลงตัว (15/20)
Welcome snacks Cannelloni มีลักษณะเป็นแป้งพัฟแพสทรี่ทรงกระบอกบางกรอบ ด้านในมีอโรมาหอม ๆ ของ Black Truffle (15/20)
รูปที่ 5
Welcome snacks Cannelloni มีลักษณะเป็นแป้งพัฟแพสทรี่ทรงกระบอกบางกรอบ ด้านในมีอโรมาหอม ๆ ของ Black Truffle (15/20)
Welcome snacks ปิดท้ายด้วย Taco ที่เตรียมมาจากมันฝรั่ง ด้านในสอดไส้ด้วย Baccalà mantecato หรืออาหารว่างแบบเย็นที่เตรียมขึ้นมาจากปลาค็อดซึ่งเป็นเมนูยอดนิยมของชาวเวนิสให้ความหอม นุ่ม และละมุนลิ้น (15/20)
รูปที่ 6
Welcome snacks ปิดท้ายด้วย Taco ที่เตรียมมาจากมันฝรั่ง ด้านในสอดไส้ด้วย Baccalà mantecato หรืออาหารว่างแบบเย็นที่เตรียมขึ้นมาจากปลาค็อดซึ่งเป็นเมนูยอดนิยมของชาวเวนิสให้ความหอม นุ่ม และละมุนลิ้น (15/20)
Welcome snacks ของว่างทั้งหมดจัดเสิร์ฟมาพร้อมกัน (15/20)
รูปที่ 7
Welcome snacks ของว่างทั้งหมดจัดเสิร์ฟมาพร้อมกัน (15/20)
Bread จากนั้นพนักงานจะนำเสิร์ฟขนมปังหลากหลายชนิดทั้ง Malted and Classic Bread Stick, Fennel Seed Focaccia และ Butter Brioche จับคู่มากับเนยคุณภาพดี
รูปที่ 8
Bread จากนั้นพนักงานจะนำเสิร์ฟขนมปังหลากหลายชนิดทั้ง Malted and Classic Bread Stick, Fennel Seed Focaccia และ Butter Brioche จับคู่มากับเนยคุณภาพดี
LOBSTER | pumpkin, pink grapefruit and black olives อาหารจานแรกคือล็อบสเตอร์ที่เชฟนำไปต้มก่อนจะนำมา Glazed ในกระทะกับเนย Lobster Butter จนได้ความกรอบและเด้งที่พอเหมาะ เขฟเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสด้วยการใส่ซิตรัสอย่างเกรปฟรุตสีชมพูลงไปด้วย ด้านล่างมีความหวานที่ได้มาจากมูสฟักทองเนื้อเนียนละมุนเสริมกันกับกลิ่นของมะกอกดำได้อย่างพอเหมาะ (16/20)
รูปที่ 9
LOBSTER | pumpkin, pink grapefruit and black olives อาหารจานแรกคือล็อบสเตอร์ที่เชฟนำไปต้มก่อนจะนำมา Glazed ในกระทะกับเนย Lobster Butter จนได้ความกรอบและเด้งที่พอเหมาะ เขฟเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสด้วยการใส่ซิตรัสอย่างเกรปฟรุตสีชมพูลงไปด้วย ด้านล่างมีความหวานที่ได้มาจากมูสฟักทองเนื้อเนียนละมุนเสริมกันกับกลิ่นของมะกอกดำได้อย่างพอเหมาะ (16/20)
RAW BEEF | radish, bottarga and almond ถัดมาคือเนื้อวัวดิบนุ่ม ๆ ที่พันห่อชิ้นแรดิชอยู่ตรงกลาง ด้านบนท็อปด้วยผักที่ให้เนื้อสัมผัสแตกต่างกันหลายชนิดโดยมีความหอมมันจากไข่ปลาหรือ Bottarga และความครีมมี่ของถั่วอัลมอนด์ (16/20)
รูปที่ 10
RAW BEEF | radish, bottarga and almond ถัดมาคือเนื้อวัวดิบนุ่ม ๆ ที่พันห่อชิ้นแรดิชอยู่ตรงกลาง ด้านบนท็อปด้วยผักที่ให้เนื้อสัมผัสแตกต่างกันหลายชนิดโดยมีความหอมมันจากไข่ปลาหรือ Bottarga และความครีมมี่ของถั่วอัลมอนด์ (16/20)
RAW BEEF | radish, bottarga and almond มุมมองจากอีกฝั่งหนึ่ง (16/20)
รูปที่ 11
RAW BEEF | radish, bottarga and almond มุมมองจากอีกฝั่งหนึ่ง (16/20)
MILANESE | celeriac, caviar and yeast Celeriac ที่ผ่านการปรุงสองครั้งเริ่มจากในเตาอบก่อนจะนำมาทอดจนผิวเหลืองกรอบ ด้านบนท็อปด้วย Caviar ช่วยเสริมมิติทางรสชาติ รอบ ๆ มีองค์ประกอบของ Celeriac Foam และซอส Vegetable Reduction ที่ผ่านการเคี่ยวจนงวดและ Yeast Beer นั่นเอง (15/20)
รูปที่ 12
MILANESE | celeriac, caviar and yeast Celeriac ที่ผ่านการปรุงสองครั้งเริ่มจากในเตาอบก่อนจะนำมาทอดจนผิวเหลืองกรอบ ด้านบนท็อปด้วย Caviar ช่วยเสริมมิติทางรสชาติ รอบ ๆ มีองค์ประกอบของ Celeriac Foam และซอส Vegetable Reduction ที่ผ่านการเคี่ยวจนงวดและ Yeast Beer นั่นเอง (15/20)
BOTTONI | double broth, Parmesan and white truffle Bottoni เป็นพาสต้าทรงเกี๊ยวชนิดหนึ่งที่มีลักษณะคล้ายเม็ดกระดุม ด้านในประกอบไปด้วย Parmesan Cheese กึ่งเหลวจับคู่กับความหอมของ White Truffle จากนั้นพนักงานจะเทราดซุปที่ผ่านการเตรียมจนเข้มข้นลงไป (17/20)
รูปที่ 13
BOTTONI | double broth, Parmesan and white truffle Bottoni เป็นพาสต้าทรงเกี๊ยวชนิดหนึ่งที่มีลักษณะคล้ายเม็ดกระดุม ด้านในประกอบไปด้วย Parmesan Cheese กึ่งเหลวจับคู่กับความหอมของ White Truffle จากนั้นพนักงานจะเทราดซุปที่ผ่านการเตรียมจนเข้มข้นลงไป (17/20)
RISOTTO ROMAGNOLO | tribute to Giovanni Pascoli Risotto Romagnolo หรือ The Romagna Risotto เป็นสูตรอาหารที่นักกวีชื่อดัง Giovanni Pascoli อาศัยเวลาว่างที่บ้านในเมือง Castelvecchio เพื่อเขียนตอบจดหมายถึงเพื่อนของเขา Augusto Guido โดยมีเนื้อความเป็นสูตรอาหารที่เข้าอ้างอิงเอาไว้ว่า ...ecco il risotto romagnolesco che mi fa Mariù ซึ่งถอดความได้ว่า ... here is the risotto from Romagna that Mariù makes for me โดย Mariù Pascoli คือน้องสาวคนสุดท้องของตระกูล Pascoli นั่นเอง ในที่นี้เชฟ Alberto Faccani ได้ตีความเมนูออกมาในรูปแบบของตัวเองเริ่มจากด้านล่างคือ Saffron Risotto จับคู่มากับ Ragout ที่เตรียมขึ้นมาจากเห็ด Porcini และชิ้นเห็ด Porcini ฝานบาง สุดท้ายคือองค์ประกอบของตับไก่ที่มีความนุ่มและครีมมี่แต่กลับไร้ซึ่งกลิ่นคาว เชฟจบด้วยการใส่องค์ประกอบของ Onion Reduction ลงมาให้รสชาติเข้มข้นตรงตามต้นฉบับ (18/20)
รูปที่ 14
RISOTTO ROMAGNOLO | tribute to Giovanni Pascoli Risotto Romagnolo หรือ The Romagna Risotto เป็นสูตรอาหารที่นักกวีชื่อดัง Giovanni Pascoli อาศัยเวลาว่างที่บ้านในเมือง Castelvecchio เพื่อเขียนตอบจดหมายถึงเพื่อนของเขา Augusto Guido โดยมีเนื้อความเป็นสูตรอาหารที่เข้าอ้างอิงเอาไว้ว่า ...ecco il risotto romagnolesco che mi fa Mariù ซึ่งถอดความได้ว่า ... here is the risotto from Romagna that Mariù makes for me โดย Mariù Pascoli คือน้องสาวคนสุดท้องของตระกูล Pascoli นั่นเอง ในที่นี้เชฟ Alberto Faccani ได้ตีความเมนูออกมาในรูปแบบของตัวเองเริ่มจากด้านล่างคือ Saffron Risotto จับคู่มากับ Ragout ที่เตรียมขึ้นมาจากเห็ด Porcini และชิ้นเห็ด Porcini ฝานบาง สุดท้ายคือองค์ประกอบของตับไก่ที่มีความนุ่มและครีมมี่แต่กลับไร้ซึ่งกลิ่นคาว เชฟจบด้วยการใส่องค์ประกอบของ Onion Reduction ลงมาให้รสชาติเข้มข้นตรงตามต้นฉบับ (18/20)
SEABASS | turnip tops, green curry, pine nuts and lime Sea Bass หรือปลากะพงน้ำลึกเสิร์ฟมาเป็นฟิเลท์หนังกรอบ ด้านล่างรองด้วยซอสสีเขียวที่เตรียมขึ้นมาจากใบเบซิลผสมผสานกับแกงเขียวหวาน โฟมสีขาวเตรียมขึ้นมาจากเมล็ดสนผสมกับถั่วอัลมอนด์และมะนาว (17/20)
รูปที่ 15
SEABASS | turnip tops, green curry, pine nuts and lime Sea Bass หรือปลากะพงน้ำลึกเสิร์ฟมาเป็นฟิเลท์หนังกรอบ ด้านล่างรองด้วยซอสสีเขียวที่เตรียมขึ้นมาจากใบเบซิลผสมผสานกับแกงเขียวหวาน โฟมสีขาวเตรียมขึ้นมาจากเมล็ดสนผสมกับถั่วอัลมอนด์และมะนาว (17/20)
VEAL SWEETBREAD | chard, capers and herb snails Sweetbread เป็นส่วนต่อมไทมัสของลูกวัว ในที่นี้เชฟเสิร์ฟมาชิ้นใหญ่ทั้งยังจี่บนกระทะจนผิวด้านนอกกรอบแต่ด้านในนุ่มละมุนจับคู่กับซอส Veal Reduction รสเข้มข้น ด้านล่างรองด้วยใบ Chard ยังมีหอยทากนุ่มหนึบที่มีอโรมาหอม ๆ ของสมุนไพรและเลมอนเด่นชัดอีกด้วย (15/20)
รูปที่ 16
VEAL SWEETBREAD | chard, capers and herb snails Sweetbread เป็นส่วนต่อมไทมัสของลูกวัว ในที่นี้เชฟเสิร์ฟมาชิ้นใหญ่ทั้งยังจี่บนกระทะจนผิวด้านนอกกรอบแต่ด้านในนุ่มละมุนจับคู่กับซอส Veal Reduction รสเข้มข้น ด้านล่างรองด้วยใบ Chard ยังมีหอยทากนุ่มหนึบที่มีอโรมาหอม ๆ ของสมุนไพรและเลมอนเด่นชัดอีกด้วย (15/20)
PIGEON | oyster, cabbage and oriental sauce อีกคอร์สหนึ่งเป็นเนื้อนกพิราบจับคู่กับวัตถุดิบแห่งท้องทะเลอย่างหอยนางรม (16/20)
รูปที่ 17
PIGEON | oyster, cabbage and oriental sauce อีกคอร์สหนึ่งเป็นเนื้อนกพิราบจับคู่กับวัตถุดิบแห่งท้องทะเลอย่างหอยนางรม (16/20)
PIGEON | oyster, cabbage and oriental sauce องค์ประกอบแรกคือนกพิราบจี่บนกระทะเสิร์ฟมาที่ความสุกระดับ Medium Rare จับคู่กับผัก Bok Choy หรือผักกาดกวางตุ้ง ยังมีคะน้าที่เชฟนำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่น สุดท้ายคือกิมจิที่เชฟเตรียมขึ้นมาเองโดยใช้คะน้าญี่ปุ่นหมักช่วยชูรสชาติโดยรวมของจานนี้ให้โดดเด่นมากยิ่งขึ้น (16/20)
รูปที่ 18
PIGEON | oyster, cabbage and oriental sauce องค์ประกอบแรกคือนกพิราบจี่บนกระทะเสิร์ฟมาที่ความสุกระดับ Medium Rare จับคู่กับผัก Bok Choy หรือผักกาดกวางตุ้ง ยังมีคะน้าที่เชฟนำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่น สุดท้ายคือกิมจิที่เชฟเตรียมขึ้นมาเองโดยใช้คะน้าญี่ปุ่นหมักช่วยชูรสชาติโดยรวมของจานนี้ให้โดดเด่นมากยิ่งขึ้น (16/20)
PIGEON | oyster, cabbage and oriental sauce ยังมีองค์ประกอบของ Crostina ท็อปด้านบนด้วยชิ้นหอยนางรมอีกด้วย (16/20)
รูปที่ 19
PIGEON | oyster, cabbage and oriental sauce ยังมีองค์ประกอบของ Crostina ท็อปด้านบนด้วยชิ้นหอยนางรมอีกด้วย (16/20)
UNDERGROWTH | meringue, porcini mushrooms and chestnuts ล้างปากด้วย Pre-dessert ด้านนอกเป็นแผ่นเมอแรงก์กรอบที่แลดูคล้ายขนมปังแซนวิชโดยเชฟเตรียมขึ้นมาจากผงเห็ด Porcini ตรงกลางคือครีมเกาลัดรสชาติหวานอร่อย (16/20)
รูปที่ 20
UNDERGROWTH | meringue, porcini mushrooms and chestnuts ล้างปากด้วย Pre-dessert ด้านนอกเป็นแผ่นเมอแรงก์กรอบที่แลดูคล้ายขนมปังแซนวิชโดยเชฟเตรียมขึ้นมาจากผงเห็ด Porcini ตรงกลางคือครีมเกาลัดรสชาติหวานอร่อย (16/20)
HONEY | mandarin, saffron and pollen สำหรับของหวานเชฟนำเสนอวัตถุดิบหลักคือน้ำผึ้งโดยมีองค์ประกอบด้านล่างคือ Panna Cotta ที่เตรียมขึ้นมาจาก Saffron ให้อโรมาหอมเฉพาะตัว เลเยอร์ถัดมาคือเจลลี่ที่เตรียมขึ้นมาจากส้ม Mandarin และไอศกรีมที่เตรียมขึ้นมาจากครีมผสมกันกับเกสรดอกไม้ก่อนจะเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสด้วยแผ่นกรอบที่เตรียมมาจากน้ำผึ้งวางมาด้านบน (17/20)
รูปที่ 21
HONEY | mandarin, saffron and pollen สำหรับของหวานเชฟนำเสนอวัตถุดิบหลักคือน้ำผึ้งโดยมีองค์ประกอบด้านล่างคือ Panna Cotta ที่เตรียมขึ้นมาจาก Saffron ให้อโรมาหอมเฉพาะตัว เลเยอร์ถัดมาคือเจลลี่ที่เตรียมขึ้นมาจากส้ม Mandarin และไอศกรีมที่เตรียมขึ้นมาจากครีมผสมกันกับเกสรดอกไม้ก่อนจะเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสด้วยแผ่นกรอบที่เตรียมมาจากน้ำผึ้งวางมาด้านบน (17/20)
TROPICAL | coconut, passionfruit and lime ของหวานอีกจานหนึ่งคือ Tropical ที่ได้จากการนำเสนอวัตถุดิบจากภูมิภาคเขตร้อน (17/20)
รูปที่ 22
TROPICAL | coconut, passionfruit and lime ของหวานอีกจานหนึ่งคือ Tropical ที่ได้จากการนำเสนอวัตถุดิบจากภูมิภาคเขตร้อน (17/20)
TROPICAL | coconut, passionfruit and lime องค์ประกอบแรกคือถ้วยช็อกโกแลตท็อปด้านบนด้วยโฟมมะพร้าว ด้านในบรรจุซอร์เบท์ที่เตรียมขึ้นมาจากเสาวรสรสเปรี้ยว (17/20)
รูปที่ 23
TROPICAL | coconut, passionfruit and lime องค์ประกอบแรกคือถ้วยช็อกโกแลตท็อปด้านบนด้วยโฟมมะพร้าว ด้านในบรรจุซอร์เบท์ที่เตรียมขึ้นมาจากเสาวรสรสเปรี้ยว (17/20)
TROPICAL | coconut, passionfruit and lime องค์ประกอบข้างกันคือ Marshmallow เสาวรสและเจลมะม่วง (17/20)
รูปที่ 24
TROPICAL | coconut, passionfruit and lime องค์ประกอบข้างกันคือ Marshmallow เสาวรสและเจลมะม่วง (17/20)
Mignardises ปิดท้ายมื้ออาหารด้วย Mignardises เสิร์ฟมาพร้อมกันหลายชนิด
รูปที่ 25
Mignardises ปิดท้ายมื้ออาหารด้วย Mignardises เสิร์ฟมาพร้อมกันหลายชนิด
Mignardises เริ่มต้นด้วยจุก Cork ที่เตรียมขึ้นมาจากถั่ว องค์ประกอบอื่น ๆ คือ Chocolate and Coffee, Fake Peanut, Popling Chocolate, Canelé, Dark Chocolate and Passionfruit, Pistachio Macaron, Green Apple and Lime Jelly และ Raspberry Jelly
รูปที่ 26
Mignardises เริ่มต้นด้วยจุก Cork ที่เตรียมขึ้นมาจากถั่ว องค์ประกอบอื่น ๆ คือ Chocolate and Coffee, Fake Peanut, Popling Chocolate, Canelé, Dark Chocolate and Passionfruit, Pistachio Macaron, Green Apple and Lime Jelly และ Raspberry Jelly
Caffe Latte (5 €) จับคู่ Mignardises กับกาแฟร้อนสักแก้ว
รูปที่ 27
Caffe Latte (5 €) จับคู่ Mignardises กับกาแฟร้อนสักแก้ว
💰 ราคา 1,050 €
รูปที่ 28
💰 ราคา 1,050 €
🎗 [INTRO] ห้องอาหารที่เราหยิบมาเขียนบทความในวันนี้ตั้งอยู่ในชนบทอันห่างไกลของภูมิภาค Romagna ตัวร้านรายล้อมด้วยทุ่งเขียวขจีและเนินเขาน้อยใหญ่ไกลสุดลูกหูลูกตาชนิดที่ไม่น่าเชื่อว่าจะมีห้องอาหารระดับสูงตั้งอยู่บริเวณนี้ได้ อย่างไรก็ตามด้วยความตั้งใจอันแน่วแน่ของเชฟ Alberto Faccani ทำให้ Magnolia โดดเด่นขึ้นมาจากห้องอาหารอื่น ๆ ในบริเวณใกล้เคียง
รูปที่ 29
🎗 [INTRO] ห้องอาหารที่เราหยิบมาเขียนบทความในวันนี้ตั้งอยู่ในชนบทอันห่างไกลของภูมิภาค Romagna ตัวร้านรายล้อมด้วยทุ่งเขียวขจีและเนินเขาน้อยใหญ่ไกลสุดลูกหูลูกตาชนิดที่ไม่น่าเชื่อว่าจะมีห้องอาหารระดับสูงตั้งอยู่บริเวณนี้ได้ อย่างไรก็ตามด้วยความตั้งใจอันแน่วแน่ของเชฟ Alberto Faccani ทำให้ Magnolia โดดเด่นขึ้นมาจากห้องอาหารอื่น ๆ ในบริเวณใกล้เคียง
🎗 [THE PLACE] ห้องอาหาร Magnolia เปิดทำการเป็นครั้งแรกในปี 2003 บริเวณใจกลางเมืองริมทะเล Adriatic ที่มีชื่อว่า Cesenatico ก่อนจะคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้ในคู่มือปกแดงปี 2005 และเลื่อนขั้นสู่ 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 2018
รูปที่ 30
🎗 [THE PLACE] ห้องอาหาร Magnolia เปิดทำการเป็นครั้งแรกในปี 2003 บริเวณใจกลางเมืองริมทะเล Adriatic ที่มีชื่อว่า Cesenatico ก่อนจะคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้ในคู่มือปกแดงปี 2005 และเลื่อนขั้นสู่ 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 2018
อย่างไรก็ตามในวันที่ 1 เมษายน 2022 ที่ผ่านมาเชฟ Alberto Faccani ตัดสินใจย้ายตำแหน่งร้านมายังพื้นที่ชนบทอันห่างไกลบนเนินเขาที่ต่ำที่สุดของพื้นที่แถบ Cesena ในจังหวัด Longiano รายล้อมด้วยภูเขา Titano แห่งแคว้น Romagna
รูปที่ 31
อย่างไรก็ตามในวันที่ 1 เมษายน 2022 ที่ผ่านมาเชฟ Alberto Faccani ตัดสินใจย้ายตำแหน่งร้านมายังพื้นที่ชนบทอันห่างไกลบนเนินเขาที่ต่ำที่สุดของพื้นที่แถบ Cesena ในจังหวัด Longiano รายล้อมด้วยภูเขา Titano แห่งแคว้น Romagna
ห้องรับประทานอาหารหลักมีเพดานสูงโปร่ง เราขอแนะนำให้เลือกนั่งริมผนังกระจกใสมองออกไปเห็นทัศนียภาพมุมกว้างของพื้นที่โดยรอบ
รูปที่ 32
ห้องรับประทานอาหารหลักมีเพดานสูงโปร่ง เราขอแนะนำให้เลือกนั่งริมผนังกระจกใสมองออกไปเห็นทัศนียภาพมุมกว้างของพื้นที่โดยรอบ
Alberto Faccani เกิดความตั้งใจในการเป็นเชฟตั้งแต่มีอายุได้เพียง 5 ขวบ ทั้งยังเคยร่วมงานกับเชฟระดับตำนานมาแล้วมากมาย อาหารที่นี่รังสรรค์ออกมาในรูปแบบร่วมสมัย
รูปที่ 33
Alberto Faccani เกิดความตั้งใจในการเป็นเชฟตั้งแต่มีอายุได้เพียง 5 ขวบ ทั้งยังเคยร่วมงานกับเชฟระดับตำนานมาแล้วมากมาย อาหารที่นี่รังสรรค์ออกมาในรูปแบบร่วมสมัย
ลูกค้าสามารถเลือกชิม Tasting Menu ได้ 2 อย่างคือ Menù Magnolia 2022-2023 (150 €) ซึ่งเป็นรายการที่เชฟรังสรรค์ขึ้นมาใหม่ล่าสุดนำเสนอมาที่จำนวน 9 คอร์สหรือจะเป็น Menù “Magnolia Classico” (130 €) ที่ได้รวมเมนูเด็ดประจำร้านนำเสนอมาที่จำนวน 7 คอร์ส ส่วนใครที่อยากเลือกชิมตามใจชอบสามารถขอดูรายการแบบ À La Carte ได้ในราคา 2 Courses (90 €) และ 3 Courses (130 €) ยังไม่รวม Cover Charges อีก 5 € ต่อคน
รูปที่ 34
ลูกค้าสามารถเลือกชิม Tasting Menu ได้ 2 อย่างคือ Menù Magnolia 2022-2023 (150 €) ซึ่งเป็นรายการที่เชฟรังสรรค์ขึ้นมาใหม่ล่าสุดนำเสนอมาที่จำนวน 9 คอร์สหรือจะเป็น Menù “Magnolia Classico” (130 €) ที่ได้รวมเมนูเด็ดประจำร้านนำเสนอมาที่จำนวน 7 คอร์ส ส่วนใครที่อยากเลือกชิมตามใจชอบสามารถขอดูรายการแบบ À La Carte ได้ในราคา 2 Courses (90 €) และ 3 Courses (130 €) ยังไม่รวม Cover Charges อีก 5 € ต่อคน
พื้นที่ด้านหน้าจัดเตรียมให้เป็นห้องรับรองลูกค้า
รูปที่ 35
พื้นที่ด้านหน้าจัดเตรียมให้เป็นห้องรับรองลูกค้า
บรรยากาศโดยรอบ
รูปที่ 36
บรรยากาศโดยรอบ
ตัวอาคารเป็นวิลล่าสองชั้นเก่าแก่ที่ถูกสร้างขึ้นราว ๆ ปี 1930 พร้อมกับ Wine Cellar ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 15
รูปที่ 37
ตัวอาคารเป็นวิลล่าสองชั้นเก่าแก่ที่ถูกสร้างขึ้นราว ๆ ปี 1930 พร้อมกับ Wine Cellar ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 15
🎗 [WHY GO] Magnolia นำเสนออาหารระดับสูงโดยอาศัยวัตถุดิบของภูมิภาค Romagna นำเสนอมาในราคาสุดคุ้มค่า นอกจากนี้รายการไวน์โดยเฉพาะจากฝรั่งเศสยังมีราคาที่สมเหตุสมผล อย่างไรก็ตามตัวร้านตั้งอยู่ค่อนข้างไกลจากเมืองใหญ่ต่าง ๆ อยู่พอสมควรจนเราอาจแนะนำห้องอาหารแห่งนี้ให้เฉพาะเพื่อน ๆ ที่เดินทางมาท่องเที่ยวในแถบเมือง Bologna หรือ San Marino เท่านั้นนั่นเอง
รูปที่ 38
🎗 [WHY GO] Magnolia นำเสนออาหารระดับสูงโดยอาศัยวัตถุดิบของภูมิภาค Romagna นำเสนอมาในราคาสุดคุ้มค่า นอกจากนี้รายการไวน์โดยเฉพาะจากฝรั่งเศสยังมีราคาที่สมเหตุสมผล อย่างไรก็ตามตัวร้านตั้งอยู่ค่อนข้างไกลจากเมืองใหญ่ต่าง ๆ อยู่พอสมควรจนเราอาจแนะนำห้องอาหารแห่งนี้ให้เฉพาะเพื่อน ๆ ที่เดินทางมาท่องเที่ยวในแถบเมือง Bologna หรือ San Marino เท่านั้นนั่นเอง
สำหรับใครที่ต้องการพักผ่อนหลังจากจบมื้ออาหารสามารถเลือกจองห้องพักที่ Relais Villa Margherita ซึ่งตั้งอยู่ในอาคารเดียวกันได้อีกด้วย
รูปที่ 39
สำหรับใครที่ต้องการพักผ่อนหลังจากจบมื้ออาหารสามารถเลือกจองห้องพักที่ Relais Villa Margherita ซึ่งตั้งอยู่ในอาคารเดียวกันได้อีกด้วย

แกลเลอรี