GASTRONOME THAILAND by ตามล่า Fine Dining
Magdalena
2 MICHELIN Stars

SwitzerlandMagdalena · มักดาลีน่า

Modern Cuisine, Seasonal Cuisine · อาหารโมเดิร์น, อาหารตามฤดูกาล — Magdalena, Rickenbachstrasse 127, 6432 Rickenbach SZ, Switzerland

🎗 [INTRO] ในเมืองเล็ก ๆ ที่มีชื่อว่า Schwyz ไม่ไกลจากนคร Lucerne และ Zürich เป็นที่ตั้งของห้องอาหาร Vegetarian ชื่อดังระดับ 2 MICHELIN Stars เชฟเจ้าของร้าน Dominik Hartmann เริ่มต้นด้วยการนำเสนอเมนูจากผักเป็นหลักเสริมด้วยเนื้อสัตว์เพียงเล็กน้อยก่อนที่จะตัดสินใจถอดเนื้อและปลาออกจากรายการเมนูทั้งหมดเพื่อปรับให้เป็นอาหาร Vegetarian เต็มรูปแบบเมื่อต้นปีที่ผ่านมา

🎗 [THE PLACE] Restaurant Magdalena หรือที่ชาวบ้านในแถบนี้เรียกกันว่า Magdi ได้ชื่อมาจากโบสถ์ Sankt Magdalena ที่ก่อสร้างขึ้นมาตั้งแต่ปี 1681 และตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกัน อย่างไรก็ตามตัวร้านกลับมีอายุเก่าแก่กว่านั้นโดยเชื่อกันว่าถูกสร้างขึ้นที่ตำแหน่งอื่นตั้งแต่ปี 1326 ก่อนถูกรื้อทั้งหลังเพื่อย้ายมายังตำแหน่งปัจจุบันในช่วงปี 1600 ห้องอาหาร Magdi นำเสนออาหารท้องถิ่นมาจนถึงปี 2014 ก่อนจะปิดตัวลงและเป็นเชฟ Dominik Hartmann ร่วมกันกับภรรยาคุณ Adriana Hartmann และหุ้นส่วนคือคุณ Marco Appert ที่เข้าซื้อและต่อเติมอาคารเพิ่มเติมออกมาด้านหน้าโดยอาศัยพื้นที่ชั้นล่างเป็นห้องเก็บไวน์ในขณะที่ชั้นบนเป็นห้องรับประทานอาหารหลัก ผนังร้านกั้นด้วยกระจกใสบานใหญ่จากพื้นจรดเพดานแสดงให้เห็นทัศนียภาพแบบ Panorama สุดคลาสสิคของประเทศสวิสเซอร์แลนด์อันประกอบไปด้วยเทือกเขา หมู่บ้าน และทะเลสาบไกลสุดลูกหูลูกตา โต๊ะไม้เปลือยช่วยเสริมให้บรรยากาศดูเข้าถึงง่ายแต่ไม่ละทิ้งความหรูหรา นอกจากนี้ทางร้านยังมีห้องส่วนตัวสำหรับรองรับลูกค้าที่มาเป็นกลุ่มใหญ่อีกด้วย

🎗 [THE CHEF & THE FOOD] ถึงจะมีอายุเพียง 29 ปีแต่ Dominik Hartmann เป็นเชฟมากประสบการณ์ที่เคยผ่านงานในห้องอาหารชั้นนำในประเทศสวิสเซอร์แลนด์มาแล้วทั้ง Schloss Schauenstein (3 MICHELIN Stars) ของเชฟ Andreas Caminada และ EquiTable (1 MICHELIN Star) ของเชฟ Fabian Fuchs ก่อนที่จะตัดสินใจเปิดร้านเป็นของตัวเองในเดือนมีนาคม 2020 ตัวร้านได้รับรางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ทันทีภายในปีแรกที่เปิดทำการพ่วงด้วยรางวัล Discovery of the Year 2021 จาก Gault et Millau อีกด้วย เชฟ Dominik Hartmann อาศัยปรัชญา Raw, Rough, Regional ในการปรุงแต่งอาหารออกมาโดยมีผักต่าง ๆ เป็นวัตถุดิบหลักแทนที่เนื้อสัตว์แบบปกติดังที่พบเห็นในห้องอาหารชั้นสูงทั่วไป ลูกค้าสามารถเลือกชิม MENÜ ได้ 3 รูปแบบตามจำนวนคอร์สคือ 5 Gänge - 165 CHF, 6 Gänge - 175 CHF และ 7 Gänge - 185 CHF ซึ่งอย่างหลังดูจะคุ้มค่าที่สุดโดยมีจานที่เตรียมออกมาได้อย่างโดดเด่นคือ

✨ Amuse

Karotte | Sanddorn | Bergackerbohne

คอร์สนี้เชฟ Dominik Hartmann นำเสนอแครอทออกมาในหลากหลายรูปและเนื้อสัมผัสตั้งแต่กรอบไปจนถึงนุ่ม (Different Variations and Textures) เสริมด้วยรสชาติเปรี้ยวนำของ Sea Buckthorn และความกรอบจากถั่วที่ใส่มาด้านล่าง ทั้งยังมีซอร์เบท์แครอทเย็น ๆ ช่วยเรียกความสดชื่นก่อนเข้าสู่จานถัดไป (17/20)

✨ Morchel

Mönchsbart | Baumnuss

หนึ่งในจานที่ดีที่สุดในวันนี้คือเห็ดโมเรล ด้านในสอดไส้ครีมทำมาจากเห็ดโมเรลผสมกับเห็ดอื่น ๆ อีกหลายชนิดแต่กลับให้ Earthy Aroma ที่ไม่มากจนเกินไป ด้านล่างเป็น Mönchsbart Salad โดย Mönchsbart (Salsola Soda) เป็นพืชชนิดหนึ่ง เชฟเตรียมมาให้มีเนื้อสัมผัสคล้ายวุ้นเส้น เพิ่มความกรอบด้วยการใส่ถั่ววอลนัท รอบๆคือ Mushroom Beurre Blanc ให้รสชาติเปรี้ยวเบา ๆ เคล้าไปกับกลิ่นหอม ครีมมี่ และความละมุนจากเนยเข้ากันดีกับองค์ประกอบอื่น ๆ ได้อย่างน่าประทับใจ (17/20)

✨ Dessert

Rhabarber | Weizengras | Knäckebrot

Side Dish: Mandel Financier | Vanille Noire

ของหวานจานหลักเชฟเลือกจับคู่รูบาร์บเข้ากับ Wheat Grass หรือต้นอ่อนข้าวสาลีและนำเสนอออกมาได้อย่างน่าประทับใจ เริ่มจากรูบาร์บเสิร์ฟมาเป็นแผ่นคู่กันกับชิ้นรูบาร์บให้ระดับความกรอบที่แตกต่างกัน ยังมีซอร์เบท์รูบาร์บช่วยเรียกความสดชื่น เพิ่มความหลากหลายทางเนื้อสัมผัสด้วยการใส่ขนมปังกรอบและถั่วอัลมอนด์ ตรงกลางคือ Vanilla Noire ครีมและ Wheat Grass เสิร์ฟมาเป็นซอร์เบท์และ Sphere ที่จะแตกออกในปากขณะเคี้ยวนั่นเอง องค์ประกอบข้างกันคือ Side Dish อย่าง Financier สอดไส้รูบาร์บแล้วท็อปด้วย Vanilla Noir Cream ด้านบน (17/20)

🎗 [WHY GO] ด้วยความที่ห้องอาหาร Vegetarian ระดับ MICHELIN Star มีอยู่ไม่มากนักทำให้ Magdalena โดดเด่นและมีเอกลักษณ์ ราคา 165-185 CHF (ประมาณ 5,800-6,500 บาท) จัดว่าเข้าถึงง่ายเมื่อเทียบกับค่าครองชีพของประเทศสวิสเซอร์แลนด์ สำหรับใครที่มีโอกาสแวะมาท่องเที่ยวในแถบนคร Lucerne หรือ Zürich สามารถใส่ชื่อร้านลงไปในแพลนเพื่อค้นหาประสบการณ์ทางอาหารอาจที่พบได้ไม่ง่ายนัก

ภาพของร้านอาหาร

ทั้งหมด 52 รูป

🇨🇭 Magdalena - มักดาลีน่า 🌟🌟 2 MICHELIN Stars - 2 ดาวมิชลิน 🏵🏵🏵 16/20 Gault et Millau - 16/20 โก เอ็ท มิโย 🍴 Modern Cuisine, Seasonal Cuisine - อาหารโมเดิร์น, อาหารตามฤดูกาล 👨🏻‍🍳 Chef Dominik Hartmann - เชฟโดมินิค ฮาร์ทมัน
รูปที่ 1
🇨🇭 Magdalena - มักดาลีน่า 🌟🌟 2 MICHELIN Stars - 2 ดาวมิชลิน 🏵🏵🏵 16/20 Gault et Millau - 16/20 โก เอ็ท มิโย 🍴 Modern Cuisine, Seasonal Cuisine - อาหารโมเดิร์น, อาหารตามฤดูกาล 👨🏻‍🍳 Chef Dominik Hartmann - เชฟโดมินิค ฮาร์ทมัน
🥄 Snacks Tartelette | Spargel | Shiso เริ่มต้นมื้ออาหารด้วยทาร์ตเล็ตหรือมินิทาร์ตบางกรอบ ด้านในบรรจุ Flan นุ่ม ๆ ทำมาจากใบ Shiso ตัดเนื้อสัมผัสกับหน่อไม้ฝรั่ง ในด้านรสชาติของ Snack คำแรกจะค่อนข้างเปรี้ยวเพื่อช่วยกระตุ้นน้ำย่อยนั่นเอง (16/20)
รูปที่ 2
🥄 Snacks Tartelette | Spargel | Shiso เริ่มต้นมื้ออาหารด้วยทาร์ตเล็ตหรือมินิทาร์ตบางกรอบ ด้านในบรรจุ Flan นุ่ม ๆ ทำมาจากใบ Shiso ตัดเนื้อสัมผัสกับหน่อไม้ฝรั่ง ในด้านรสชาติของ Snack คำแรกจะค่อนข้างเปรี้ยวเพื่อช่วยกระตุ้นน้ำย่อยนั่นเอง (16/20)
🥄 Snacks Taco | Belper Knolle | Salbei มินิทาโก้เนื้อนุ่มทำมาจากชีสให้กลิ่นหอมเฉพาะตัวตัดกันกับความกรอบของถั่วอัลมอนด์ (16/20)
รูปที่ 3
🥄 Snacks Taco | Belper Knolle | Salbei มินิทาโก้เนื้อนุ่มทำมาจากชีสให้กลิ่นหอมเฉพาะตัวตัดกันกับความกรอบของถั่วอัลมอนด์ (16/20)
🥄 Snacks Radieschen | Basilikum Radish กรอบ ๆ ที่ผ่านการดองมาอย่างดีจนมีรสชาติเปรี้ยวกลมกล่อมเสริมด้วยอโรมาหอม ๆ ของครีมใบเบซิล (15/20)
รูปที่ 4
🥄 Snacks Radieschen | Basilikum Radish กรอบ ๆ ที่ผ่านการดองมาอย่างดีจนมีรสชาติเปรี้ยวกลมกล่อมเสริมด้วยอโรมาหอม ๆ ของครีมใบเบซิล (15/20)
🥄 Snacks Tartelette | Spargel | Shiso Taco | Belper Knolle | Salbei Radieschen | Basilikum Snacks เสิร์ฟมาพร้อมกัน 3 อย่าง
รูปที่ 5
🥄 Snacks Tartelette | Spargel | Shiso Taco | Belper Knolle | Salbei Radieschen | Basilikum Snacks เสิร์ฟมาพร้อมกัน 3 อย่าง
🥄 Snacks Lauch | Flan ปิดท้ายจานเรียกน้ำย่อยด้วย Braised Leek ที่เชฟเสิร์ฟมาเป็น Flan เนื้อนุ่ม ๆ จับคู่กับอโรมาของขิงและความกรอบของถั่วฮาเซลนัท (16/20)
รูปที่ 6
🥄 Snacks Lauch | Flan ปิดท้ายจานเรียกน้ำย่อยด้วย Braised Leek ที่เชฟเสิร์ฟมาเป็น Flan เนื้อนุ่ม ๆ จับคู่กับอโรมาของขิงและความกรอบของถั่วฮาเซลนัท (16/20)
🥄 Amuse Karotte | Sanddorn | Bergackerbohne คอร์สนี้เชฟ Dominik Hartmann นำเสนอแครอทออกมาในหลากหลายรูปและเนื้อสัมผัสตั้งแต่กรอบไปจนถึงนุ่ม (Different Variations and Textures) เสริมด้วยรสชาติเปรี้ยวนำของ Sea Buckthorn และความกรอบจากถั่วที่ใส่มาด้านล่าง ทั้งยังมีซอร์เบท์แครอทเย็น ๆ ช่วยเรียกความสดชื่นก่อนเข้าสู่จานถัดไป (17/20)
รูปที่ 7
🥄 Amuse Karotte | Sanddorn | Bergackerbohne คอร์สนี้เชฟ Dominik Hartmann นำเสนอแครอทออกมาในหลากหลายรูปและเนื้อสัมผัสตั้งแต่กรอบไปจนถึงนุ่ม (Different Variations and Textures) เสริมด้วยรสชาติเปรี้ยวนำของ Sea Buckthorn และความกรอบจากถั่วที่ใส่มาด้านล่าง ทั้งยังมีซอร์เบท์แครอทเย็น ๆ ช่วยเรียกความสดชื่นก่อนเข้าสู่จานถัดไป (17/20)
Aromatic Sourdough ขนมปังและเนยของที่นี่ก็ไม่มีใครเหมือนเพราะทางร้านจะนำเสนอ Potato Bread เสิร์ฟมาคู่กันกับเนยที่ผลิตในหมู่บ้านไม่ไกลจากตัวร้าน ด้านบนราดด้วย Herb Vinaigrette ช่วยสร้างความโดดเด่นและอร่อยอีกด้วย
รูปที่ 8
Aromatic Sourdough ขนมปังและเนยของที่นี่ก็ไม่มีใครเหมือนเพราะทางร้านจะนำเสนอ Potato Bread เสิร์ฟมาคู่กันกับเนยที่ผลิตในหมู่บ้านไม่ไกลจากตัวร้าน ด้านบนราดด้วย Herb Vinaigrette ช่วยสร้างความโดดเด่นและอร่อยอีกด้วย
🥄 Kräuterseitling Frühlingslauch | Salat | Dill จานนี้เชฟเลือกใช้เห็ดนางรมหลวงหรือที่บางคนอาจคุ้นกันในชื่อของเห็ดออรินจิ (King Oyster Mushroom) หมักใน Ceviche จนได้รสติดเปรี้ยว ทั้งยังบรูนัวส์แล้วเสิร์ฟมาเป็นชิ้นเล็ก ๆ เพื่อให้มีเนื้อสัมผัสที่เคี้ยวหนึบและไม่เหนียว รอบ ๆ คือ Salad Sauce ทำมาจากผักต่าง ๆ ด้านบนท็อปด้วย Dill Sorbet ให้ความเย็นและอโรมาเฉพาะตัว จบด้วยการเทราด Buttermilk Vinaigrette สีขาวช่วยลดทอนอโรมาของผักอื่น ๆ โดยเฉพาะ Dill ไม่ให้แสดงออกมาโดดจนเกินไป (16/20)
รูปที่ 9
🥄 Kräuterseitling Frühlingslauch | Salat | Dill จานนี้เชฟเลือกใช้เห็ดนางรมหลวงหรือที่บางคนอาจคุ้นกันในชื่อของเห็ดออรินจิ (King Oyster Mushroom) หมักใน Ceviche จนได้รสติดเปรี้ยว ทั้งยังบรูนัวส์แล้วเสิร์ฟมาเป็นชิ้นเล็ก ๆ เพื่อให้มีเนื้อสัมผัสที่เคี้ยวหนึบและไม่เหนียว รอบ ๆ คือ Salad Sauce ทำมาจากผักต่าง ๆ ด้านบนท็อปด้วย Dill Sorbet ให้ความเย็นและอโรมาเฉพาะตัว จบด้วยการเทราด Buttermilk Vinaigrette สีขาวช่วยลดทอนอโรมาของผักอื่น ๆ โดยเฉพาะ Dill ไม่ให้แสดงออกมาโดดจนเกินไป (16/20)
🥄 Blumenkohl Zitrone | Brunnenkresse จานนี้เชฟเลือกใช้วัตถุดิบหลักคือกะหล่ำดอกจับคู่กับการปรุงรสชาติเลมอนออกมาได้อย่างลงตัว (15/20)
รูปที่ 10
🥄 Blumenkohl Zitrone | Brunnenkresse จานนี้เชฟเลือกใช้วัตถุดิบหลักคือกะหล่ำดอกจับคู่กับการปรุงรสชาติเลมอนออกมาได้อย่างลงตัว (15/20)
🥄 Blumenkohl Zitrone | Brunnenkresse เชฟนำเสนอกะหล่ำดอกมาในหลากหลายรูปแบบและเนื้อสัมผัส ทั้งฟลานกะหล่ำดอก กะหล่ำดอกทอดกรอบ ผงกะหล่ำดอก และแผ่นกรอบกะหล่ำดอก เพิ่มความครีมมี่ด้วยองค์ประกอบของไข่แดง ด้านล่างมีเมล็ดสนคั่วไปช่วยเพิ่มความกรอบ จบด้วยการเติมรสชาติเปรี้ยวแต่เรียกความสดชื่นด้วยเลมอนลงไปอย่างลงตัว (15/20)
รูปที่ 11
🥄 Blumenkohl Zitrone | Brunnenkresse เชฟนำเสนอกะหล่ำดอกมาในหลากหลายรูปแบบและเนื้อสัมผัส ทั้งฟลานกะหล่ำดอก กะหล่ำดอกทอดกรอบ ผงกะหล่ำดอก และแผ่นกรอบกะหล่ำดอก เพิ่มความครีมมี่ด้วยองค์ประกอบของไข่แดง ด้านล่างมีเมล็ดสนคั่วไปช่วยเพิ่มความกรอบ จบด้วยการเติมรสชาติเปรี้ยวแต่เรียกความสดชื่นด้วยเลมอนลงไปอย่างลงตัว (15/20)
🥄 Morchel Mönchsbart | Baumnuss หนึ่งในจานที่ดีที่สุดในวันนี้คือเห็ดโมเรล ด้านในสอดไส้ครีมทำมาจากเห็ดโมเรลผสมกับเห็ดอื่น ๆ อีกหลายชนิดแต่กลับให้ Earthy Aroma ที่ไม่มากจนเกินไป ด้านล่างเป็น Mönchsbart Salad โดย Mönchsbart (Salsola Soda) เป็นพืชชนิดหนึ่ง เชฟเตรียมมาให้มีเนื้อสัมผัสคล้ายวุ้นเส้น เพิ่มความกรอบด้วยการใส่ถั่ววอลนัท รอบๆคือ Mushroom Beurre Blanc ให้รสชาติเปรี้ยวเบา ๆ เคล้าไปกับกลิ่นหอม ครีมมี่ และความละมุนจากเนยเข้ากันดีกับองค์ประกอบอื่น ๆ ได้อย่างน่าประทับใจ (17/20)
รูปที่ 12
🥄 Morchel Mönchsbart | Baumnuss หนึ่งในจานที่ดีที่สุดในวันนี้คือเห็ดโมเรล ด้านในสอดไส้ครีมทำมาจากเห็ดโมเรลผสมกับเห็ดอื่น ๆ อีกหลายชนิดแต่กลับให้ Earthy Aroma ที่ไม่มากจนเกินไป ด้านล่างเป็น Mönchsbart Salad โดย Mönchsbart (Salsola Soda) เป็นพืชชนิดหนึ่ง เชฟเตรียมมาให้มีเนื้อสัมผัสคล้ายวุ้นเส้น เพิ่มความกรอบด้วยการใส่ถั่ววอลนัท รอบๆคือ Mushroom Beurre Blanc ให้รสชาติเปรี้ยวเบา ๆ เคล้าไปกับกลิ่นหอม ครีมมี่ และความละมุนจากเนยเข้ากันดีกับองค์ประกอบอื่น ๆ ได้อย่างน่าประทับใจ (17/20)
🥄 Morchel Mönchsbart | Baumnuss ชิ้นเห็ดโมเรลถูกยัดไส้ครีมเห็ดเข้ามาด้วย (17/20)
รูปที่ 13
🥄 Morchel Mönchsbart | Baumnuss ชิ้นเห็ดโมเรลถูกยัดไส้ครีมเห็ดเข้ามาด้วย (17/20)
🥄 Morchel Mönchsbart | Baumnuss Mönchsbart (Salsola Soda) เป็นพืชชนิดหนึ่งมีลักษณะเป็นเส้นบาง ๆ เรียว ๆ (17/20)
รูปที่ 14
🥄 Morchel Mönchsbart | Baumnuss Mönchsbart (Salsola Soda) เป็นพืชชนิดหนึ่งมีลักษณะเป็นเส้นบาง ๆ เรียว ๆ (17/20)
🥄 Kohrabi Bärlauch จานนี้คือ Kohlrabi ที่เชฟย่างจนขอบเกรียมแล้วเสิร์ฟมาในลักษณะเป็นชั้นคล้าย Mille Feuille เนื้อสัมผัสมีความกรึบเบา ๆ องค์ประกอบรอบ ๆ เป็น Essence ที่สกัดจากกระเทียมป่าจนได้มาเป็น Wild Garlic Oil ให้กลิ่นหอมเฉพาะตัวและรสชาติเปรี้ยวพอเหมาะ (16/20)
รูปที่ 15
🥄 Kohrabi Bärlauch จานนี้คือ Kohlrabi ที่เชฟย่างจนขอบเกรียมแล้วเสิร์ฟมาในลักษณะเป็นชั้นคล้าย Mille Feuille เนื้อสัมผัสมีความกรึบเบา ๆ องค์ประกอบรอบ ๆ เป็น Essence ที่สกัดจากกระเทียมป่าจนได้มาเป็น Wild Garlic Oil ให้กลิ่นหอมเฉพาะตัวและรสชาติเปรี้ยวพอเหมาะ (16/20)
🥄 Sellerie Quitte | Spitzkabis Side Dish: Bergkartoffel | Kaviar des Feldes สำหรับเมนคอร์สเชฟนำเสนอเป็น Celery ย่าง รองด้านล่างด้วย Celery อบ ข้างกันคือ Heart of Cabbage Salad ให้รสชาติหวานพอเหมาะ (16/20)
รูปที่ 16
🥄 Sellerie Quitte | Spitzkabis Side Dish: Bergkartoffel | Kaviar des Feldes สำหรับเมนคอร์สเชฟนำเสนอเป็น Celery ย่าง รองด้านล่างด้วย Celery อบ ข้างกันคือ Heart of Cabbage Salad ให้รสชาติหวานพอเหมาะ (16/20)
🥄 Sellerie Quitte | Spitzkabis Side Dish: Bergkartoffel | Kaviar des Feldes จากนั้นพนักงานจะเทราดซอส Jus รสชาติเข้มข้นทำมาจาก Quince และ Root Vegetables ต่าง ๆ ลงไปด้วย (16/20)
รูปที่ 17
🥄 Sellerie Quitte | Spitzkabis Side Dish: Bergkartoffel | Kaviar des Feldes จากนั้นพนักงานจะเทราดซอส Jus รสชาติเข้มข้นทำมาจาก Quince และ Root Vegetables ต่าง ๆ ลงไปด้วย (16/20)
🥄 Sellerie Quitte | Spitzkabis Side Dish: Bergkartoffel | Kaviar des Feldes ด้านในยังมีความหวานจากลูกแพร์ ช่วยบาลานซ์รสชาติจากองค์ประกอบอื่น ๆ ได้อย่างลงตัว (16/20)
รูปที่ 18
🥄 Sellerie Quitte | Spitzkabis Side Dish: Bergkartoffel | Kaviar des Feldes ด้านในยังมีความหวานจากลูกแพร์ ช่วยบาลานซ์รสชาติจากองค์ประกอบอื่น ๆ ได้อย่างลงตัว (16/20)
🥄 Sellerie Quitte | Spitzkabis Side Dish: Bergkartoffel | Kaviar des Feldes ข้างกันคือ Side Dish ทำมาจาก Mountain Potato ท็อปด้วย Spring Onion Cream หรือครีมต้นหอม และ Vegetarian Caviar (16/20)
รูปที่ 19
🥄 Sellerie Quitte | Spitzkabis Side Dish: Bergkartoffel | Kaviar des Feldes ข้างกันคือ Side Dish ทำมาจาก Mountain Potato ท็อปด้วย Spring Onion Cream หรือครีมต้นหอม และ Vegetarian Caviar (16/20)
🥄 Käse Apfel | Hafer | Zitronenthymian คั่นกลางด้วยคอร์สชีสที่เชฟปรับรูปแบบการเสิร์ฟแบบ Cheese Cart แบบปกติมาเป็นแบบโมเดิร์นโดยการใช้ชีสจากภูเขาที่ผ่านการบ่มมานาน 72 เดือนทำมาเป็นไอศกรีมและโฟมให้กลิ่นและอโรมาเฉพาะตัว (16/20)
รูปที่ 20
🥄 Käse Apfel | Hafer | Zitronenthymian คั่นกลางด้วยคอร์สชีสที่เชฟปรับรูปแบบการเสิร์ฟแบบ Cheese Cart แบบปกติมาเป็นแบบโมเดิร์นโดยการใช้ชีสจากภูเขาที่ผ่านการบ่มมานาน 72 เดือนทำมาเป็นไอศกรีมและโฟมให้กลิ่นและอโรมาเฉพาะตัว (16/20)
🥄 Käse Apfel | Hafer | Zitronenthymian เชฟเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสด้วยการใส่ Milk Chip และ Oat Crumble กรอบ ๆ ลงไปด้วย ด้านล่างรองด้วยแอปเปิ้ลเขียวช่วยบาลานซ์กลิ่นของชีสไม่ให้โดดเด่นจนเกินไป (16/20)
รูปที่ 21
🥄 Käse Apfel | Hafer | Zitronenthymian เชฟเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสด้วยการใส่ Milk Chip และ Oat Crumble กรอบ ๆ ลงไปด้วย ด้านล่างรองด้วยแอปเปิ้ลเขียวช่วยบาลานซ์กลิ่นของชีสไม่ให้โดดเด่นจนเกินไป (16/20)
🥄 Pré Dessert Erdbeere | gerösteter Quinoa | Rucola คั่นกลางก่อนเข้าสู่ของหวานด้วยองค์ประกอบสีแดงของสตรอว์เบอร์รี่ช่วยเรียกความสดชื่น เสิร์ฟมากับ Rucola Foam สีเขียวแต่ให้กลิ่นที่ไม่โดดจนเกินไป ด้านบนคือ Roasted Quinoa ข้าวโอ๊ตและใบ Rucola ทอดให้ความกรอบเพิ่มเนื้อสัมผัสโดยรวมในจานให้มีมิติมากยิ่งขึ้น (17/20)
รูปที่ 22
🥄 Pré Dessert Erdbeere | gerösteter Quinoa | Rucola คั่นกลางก่อนเข้าสู่ของหวานด้วยองค์ประกอบสีแดงของสตรอว์เบอร์รี่ช่วยเรียกความสดชื่น เสิร์ฟมากับ Rucola Foam สีเขียวแต่ให้กลิ่นที่ไม่โดดจนเกินไป ด้านบนคือ Roasted Quinoa ข้าวโอ๊ตและใบ Rucola ทอดให้ความกรอบเพิ่มเนื้อสัมผัสโดยรวมในจานให้มีมิติมากยิ่งขึ้น (17/20)
🥄 Dessert Rhabarber | Weizengras | Knäckebrot Side Dish: Mandel Financier | Vanille Noire ของหวานจานหลักเชฟเลือกจับคู่รูบาร์บเข้ากับ Wheat Grass หรือต้นอ่อนข้าวสาลีและนำเสนอออกมาได้อย่างน่าประทับใจ (17/20)
รูปที่ 23
🥄 Dessert Rhabarber | Weizengras | Knäckebrot Side Dish: Mandel Financier | Vanille Noire ของหวานจานหลักเชฟเลือกจับคู่รูบาร์บเข้ากับ Wheat Grass หรือต้นอ่อนข้าวสาลีและนำเสนอออกมาได้อย่างน่าประทับใจ (17/20)
🥄 Dessert Rhabarber | Weizengras | Knäckebrot Side Dish: Mandel Financier | Vanille Noire เริ่มจากรูบาร์บเสิร์ฟมาเป็นแผ่นคู่กันกับชิ้นรูบาร์บให้ระดับความกรอบที่แตกต่างกัน ยังมีซอร์เบท์รูบาร์บช่วยเรียกความสดชื่น เพิ่มความหลากหลายทางเนื้อสัมผัสด้วยการใส่ขนมปังกรอบและถั่วอัลมอนด์ ตรงกลางคือ Vanilla Noire ครีมและ Wheat Grass เสิร์ฟมาเป็นซอร์เบท์และ Sphere ที่จะแตกออกในปากขณะเคี้ยวนั่นเอง (17/20)
รูปที่ 24
🥄 Dessert Rhabarber | Weizengras | Knäckebrot Side Dish: Mandel Financier | Vanille Noire เริ่มจากรูบาร์บเสิร์ฟมาเป็นแผ่นคู่กันกับชิ้นรูบาร์บให้ระดับความกรอบที่แตกต่างกัน ยังมีซอร์เบท์รูบาร์บช่วยเรียกความสดชื่น เพิ่มความหลากหลายทางเนื้อสัมผัสด้วยการใส่ขนมปังกรอบและถั่วอัลมอนด์ ตรงกลางคือ Vanilla Noire ครีมและ Wheat Grass เสิร์ฟมาเป็นซอร์เบท์และ Sphere ที่จะแตกออกในปากขณะเคี้ยวนั่นเอง (17/20)
🥄 Dessert Rhabarber | Weizengras | Knäckebrot Side Dish: Mandel Financier | Vanille Noire องค์ประกอบข้างกันคือ Side Dish อย่าง Financier สอดไส้รูบาร์บแล้วท็อปด้วย Vanilla Noir Cream ด้านบน (17/20)
รูปที่ 25
🥄 Dessert Rhabarber | Weizengras | Knäckebrot Side Dish: Mandel Financier | Vanille Noire องค์ประกอบข้างกันคือ Side Dish อย่าง Financier สอดไส้รูบาร์บแล้วท็อปด้วย Vanilla Noir Cream ด้านบน (17/20)
🥄 Friandise ปิดท้ายด้วย Petits Fours จัดเสิร์ฟมาพร้อมกัน (16/20)
รูปที่ 26
🥄 Friandise ปิดท้ายด้วย Petits Fours จัดเสิร์ฟมาพร้อมกัน (16/20)
🥄 Friandise Mandeln dunkle Schokolade | Salzkaramell Milchschokolade | Tonkabohne weiße Schokolade | Himbeere เริ่มจากถั่วอัลมอนด์สามสี ชิ้นแรกเคลือบด้วย Dark Chocolate และ Salted Caramel บิ้นถัดมาเคลือบด้วย Milk Chocolate และ Tonka Bean ชิ้นสุดท้ายเคลือบด้วย White Chocolate และ Raspberrry นั่นเอง (16/20)
รูปที่ 27
🥄 Friandise Mandeln dunkle Schokolade | Salzkaramell Milchschokolade | Tonkabohne weiße Schokolade | Himbeere เริ่มจากถั่วอัลมอนด์สามสี ชิ้นแรกเคลือบด้วย Dark Chocolate และ Salted Caramel บิ้นถัดมาเคลือบด้วย Milk Chocolate และ Tonka Bean ชิ้นสุดท้ายเคลือบด้วย White Chocolate และ Raspberrry นั่นเอง (16/20)
🥄 Friandise Praline Kirschen | Fichtensprossen ช็อกโกแลตพราลีนสอดไส้ด้านในทำมาจาก Cherries และ Sprout (16/20)
รูปที่ 28
🥄 Friandise Praline Kirschen | Fichtensprossen ช็อกโกแลตพราลีนสอดไส้ด้านในทำมาจาก Cherries และ Sprout (16/20)
🥄 Friandise Sablé Joghurt | Sauerampfer ขนมปัง Sablé กรอบที่มีครีมสีเขียวด้านในทำมาจาก Yogurt และ Sorrel (16/20)
รูปที่ 29
🥄 Friandise Sablé Joghurt | Sauerampfer ขนมปัง Sablé กรอบที่มีครีมสีเขียวด้านในทำมาจาก Yogurt และ Sorrel (16/20)
Wild Garlic Oil ก่อนกลับพนักงานจะมอบ Wild Garlic Oil ให้เป็นของขวัญกลับบ้านกันคนละหลอดอีกด้วย
รูปที่ 30
Wild Garlic Oil ก่อนกลับพนักงานจะมอบ Wild Garlic Oil ให้เป็นของขวัญกลับบ้านกันคนละหลอดอีกด้วย
🎗 [INTRO] ในเมืองเล็ก ๆ ที่มีชื่อว่า Schwyz ไม่ไกลจากนคร Lucerne และ Zürich เป็นที่ตั้งของห้องอาหาร Vegetarian ชื่อดังระดับ 2 MICHELIN Stars เชฟเจ้าของร้าน Dominik Hartmann เริ่มต้นด้วยการนำเสนอเมนูจากผักเป็นหลักเสริมด้วยเนื้อสัตว์เพียงเล็กน้อยก่อนที่จะตัดสินใจถอดเนื้อและปลาออกจากรายการเมนูทั้งหมดเพื่อปรับให้เป็นอาหาร Vegetarian เต็มรูปแบบเมื่อต้นปีที่ผ่านมา
รูปที่ 31
🎗 [INTRO] ในเมืองเล็ก ๆ ที่มีชื่อว่า Schwyz ไม่ไกลจากนคร Lucerne และ Zürich เป็นที่ตั้งของห้องอาหาร Vegetarian ชื่อดังระดับ 2 MICHELIN Stars เชฟเจ้าของร้าน Dominik Hartmann เริ่มต้นด้วยการนำเสนอเมนูจากผักเป็นหลักเสริมด้วยเนื้อสัตว์เพียงเล็กน้อยก่อนที่จะตัดสินใจถอดเนื้อและปลาออกจากรายการเมนูทั้งหมดเพื่อปรับให้เป็นอาหาร Vegetarian เต็มรูปแบบเมื่อต้นปีที่ผ่านมา
📃 MENÜ 7 GÄNGE (185 CHF/p)
รูปที่ 32
📃 MENÜ 7 GÄNGE (185 CHF/p)
ถึงจะมีอายุเพียง 29 ปีแต่ Dominik Hartmann เป็นเชฟมากประสบการณ์ที่เคยผ่านงานในห้องอาหารชั้นนำในประเทศสวิสเซอร์แลนด์มาแล้วทั้ง Schloss Schauenstein (3 MICHELIN Stars) ของเชฟ Andreas Caminada และ EquiTable (1 MICHELIN Star) ของเชฟ Fabian Fuchs ก่อนที่จะตัดสินใจเปิดร้านเป็นของตัวเองในเดือนมีนาคม 2020
รูปที่ 33
ถึงจะมีอายุเพียง 29 ปีแต่ Dominik Hartmann เป็นเชฟมากประสบการณ์ที่เคยผ่านงานในห้องอาหารชั้นนำในประเทศสวิสเซอร์แลนด์มาแล้วทั้ง Schloss Schauenstein (3 MICHELIN Stars) ของเชฟ Andreas Caminada และ EquiTable (1 MICHELIN Star) ของเชฟ Fabian Fuchs ก่อนที่จะตัดสินใจเปิดร้านเป็นของตัวเองในเดือนมีนาคม 2020
Magdalena ได้รับรางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ทันทีภายในปีแรกที่เปิดทำการพ่วงด้วยรางวัล Discovery of the Year 2021 จาก Gault et Millau อีกด้วย
รูปที่ 34
Magdalena ได้รับรางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ทันทีภายในปีแรกที่เปิดทำการพ่วงด้วยรางวัล Discovery of the Year 2021 จาก Gault et Millau อีกด้วย
เชฟ Dominik Hartmann อาศัยปรัชญา Raw, Rough, Regional ในการปรุงแต่งอาหารออกมาโดยมีผักต่าง ๆ เป็นวัตถุดิบหลักแทนที่เนื้อสัตว์แบบปกติดังที่พบเห็นในห้องอาหารชั้นสูงทั่วไป
รูปที่ 35
เชฟ Dominik Hartmann อาศัยปรัชญา Raw, Rough, Regional ในการปรุงแต่งอาหารออกมาโดยมีผักต่าง ๆ เป็นวัตถุดิบหลักแทนที่เนื้อสัตว์แบบปกติดังที่พบเห็นในห้องอาหารชั้นสูงทั่วไป
ลูกค้าสามารถเลือกชิม MENÜ ได้ 3 รูปแบบตามจำนวนคอร์สคือ 5 Gänge - 165 CHF, 6 Gänge - 175 CHF และ 7 Gänge - 185 CHF ซึ่งอย่างหลังดูจะคุ้มค่าที่สุด
รูปที่ 36
ลูกค้าสามารถเลือกชิม MENÜ ได้ 3 รูปแบบตามจำนวนคอร์สคือ 5 Gänge - 165 CHF, 6 Gänge - 175 CHF และ 7 Gänge - 185 CHF ซึ่งอย่างหลังดูจะคุ้มค่าที่สุด
โต๊ะไม้เปลือยช่วยเสริมให้บรรยากาศดูเข้าถึงง่ายแต่ไม่ละทิ้งความหรูหรา
รูปที่ 37
โต๊ะไม้เปลือยช่วยเสริมให้บรรยากาศดูเข้าถึงง่ายแต่ไม่ละทิ้งความหรูหรา
นอกจากนี้ทางร้านยังมีห้องส่วนตัวสำหรับรองรับลูกค้าที่มาเป็นกลุ่มใหญ่อีกด้วย
รูปที่ 38
นอกจากนี้ทางร้านยังมีห้องส่วนตัวสำหรับรองรับลูกค้าที่มาเป็นกลุ่มใหญ่อีกด้วย
ผนังร้านกั้นด้วยกระจกใสบานใหญ่จากพื้นจรดเพดานแสดงให้เห็นทัศนียภาพแบบ Panorama สุดคลาสสิคของประเทศสวิสเซอร์แลนด์อันประกอบไปด้วยเทือกเขา หมู่บ้าน และทะเลสาบไกลสุดลูกหูลูกตา
รูปที่ 39
ผนังร้านกั้นด้วยกระจกใสบานใหญ่จากพื้นจรดเพดานแสดงให้เห็นทัศนียภาพแบบ Panorama สุดคลาสสิคของประเทศสวิสเซอร์แลนด์อันประกอบไปด้วยเทือกเขา หมู่บ้าน และทะเลสาบไกลสุดลูกหูลูกตา
บรรยากาศยามเย็นช่วงพระอาทิตย์ตกดิน
รูปที่ 40
บรรยากาศยามเย็นช่วงพระอาทิตย์ตกดิน
พื้นที่ชั้นล่างเป็นห้องเก็บไวน์ในขณะที่ชั้นบนเป็นห้องรับประทานอาหารหลัก
รูปที่ 41
พื้นที่ชั้นล่างเป็นห้องเก็บไวน์ในขณะที่ชั้นบนเป็นห้องรับประทานอาหารหลัก
Restaurant Magdalena หรือที่ชาวบ้านในแถบนี้เรียกกันว่า Magdi ได้ชื่อมาจากโบสถ์ Sankt Magdalena ที่ก่อสร้างขึ้นมาตั้งแต่ปี 1681 และตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกัน
รูปที่ 42
Restaurant Magdalena หรือที่ชาวบ้านในแถบนี้เรียกกันว่า Magdi ได้ชื่อมาจากโบสถ์ Sankt Magdalena ที่ก่อสร้างขึ้นมาตั้งแต่ปี 1681 และตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกัน
อย่างไรก็ตามตัวร้านกลับมีอายุเก่าแก่กว่านั้นโดยเชื่อกันว่าถูกสร้างขึ้นที่ตำแหน่งอื่นตั้งแต่ปี 1326 ก่อนถูกรื้อทั้งหลังเพื่อย้ายมายังตำแหน่งปัจจุบันในช่วงปี 1600
รูปที่ 43
อย่างไรก็ตามตัวร้านกลับมีอายุเก่าแก่กว่านั้นโดยเชื่อกันว่าถูกสร้างขึ้นที่ตำแหน่งอื่นตั้งแต่ปี 1326 ก่อนถูกรื้อทั้งหลังเพื่อย้ายมายังตำแหน่งปัจจุบันในช่วงปี 1600
ที่แขวนกระเป๋ารูปช้างน้อย
รูปที่ 44
ที่แขวนกระเป๋ารูปช้างน้อย
ป้ายร้านใหม่
รูปที่ 45
ป้ายร้านใหม่
🌟🌟 2 MICHELIN Stars - 2 ดาวมิชลิน
รูปที่ 46
🌟🌟 2 MICHELIN Stars - 2 ดาวมิชลิน
🏵🏵🏵 16/20 Gault et Millau - 16/20 โก เอ็ท มิโย
รูปที่ 47
🏵🏵🏵 16/20 Gault et Millau - 16/20 โก เอ็ท มิโย
รูปแกะสลักไม้หน้าร้าน
รูปที่ 48
รูปแกะสลักไม้หน้าร้าน
ห้องอาหาร Magdi นำเสนออาหารท้องถิ่นมาจนถึงปี 2014 ก่อนจะปิดตัวลง
รูปที่ 49
ห้องอาหาร Magdi นำเสนออาหารท้องถิ่นมาจนถึงปี 2014 ก่อนจะปิดตัวลง
เชฟ Dominik Hartmann ร่วมกันกับภรรยาคุณ Adriana Hartmann และหุ้นส่วนคือคุณ Marco Appert ที่เข้าซื้อและต่อเติมอาคารเพิ่มเติมออกมาด้านหน้า
รูปที่ 50
เชฟ Dominik Hartmann ร่วมกันกับภรรยาคุณ Adriana Hartmann และหุ้นส่วนคือคุณ Marco Appert ที่เข้าซื้อและต่อเติมอาคารเพิ่มเติมออกมาด้านหน้า
🎗 [WHY GO] ด้วยความที่ห้องอาหาร Vegetarian ระดับ MICHELIN Star มีอยู่ไม่มากนักทำให้ Magdalena โดดเด่นและมีเอกลักษณ์ ราคา 165-185 CHF (ประมาณ 5,800-6,500 บาท) จัดว่าเข้าถึงง่ายเมื่อเทียบกับค่าครองชีพของประเทศสวิสเซอร์แลนด์
รูปที่ 51
🎗 [WHY GO] ด้วยความที่ห้องอาหาร Vegetarian ระดับ MICHELIN Star มีอยู่ไม่มากนักทำให้ Magdalena โดดเด่นและมีเอกลักษณ์ ราคา 165-185 CHF (ประมาณ 5,800-6,500 บาท) จัดว่าเข้าถึงง่ายเมื่อเทียบกับค่าครองชีพของประเทศสวิสเซอร์แลนด์
สำหรับใครที่มีโอกาสแวะมาท่องเที่ยวในแถบนคร Lucerne หรือ Zürich สามารถใส่ชื่อร้านลงไปในแพลนเพื่อค้นหาประสบการณ์ทางอาหารอาจที่พบได้ไม่ง่ายนัก
รูปที่ 52
สำหรับใครที่มีโอกาสแวะมาท่องเที่ยวในแถบนคร Lucerne หรือ Zürich สามารถใส่ชื่อร้านลงไปในแพลนเพื่อค้นหาประสบการณ์ทางอาหารอาจที่พบได้ไม่ง่ายนัก