GASTRONOME THAILAND by ตามล่า Fine Dining
Madonnina del Pescatore
2 MICHELIN Stars

ItalyMadonnina del Pescatore · มาดอนนีนา เดล เปสกาโตเร

Creative, Contemporary · อาหารเชิงสร้างสรรค์, ร่วมสมัย — via Lungomare Italia 11, Marzocca, 60019, Italy

🎗️ [INTRO] ถึงแม้จะเป็นหนึ่งในเชฟรุ่นเก๋าของประเทศอิตาลีแต่เชฟ Moreno Cedroni ในวัย 61 ปียังสามารถรังสรรค์เมนูใหม่ ๆ ที่อาศัยวัตถุดิบจากท้องทะเลออกมาได้อย่างน่าสนใจและไม่ซ้ำใคร

🎗️ [THE PLACE] Madonnina del Pescatore ตั้งอยู่ในเมือง Marzocca ริมทะเล Adriatic ห่างจากเมืองตากอากาศ Senigallia ออกมาประมาณ 10 นาทีโดยรถยนต์ หลังจากจอดรถริมถนนลูกค้าสามารถแวะชมสวน Marine Garden ที่เชฟนำพืชริมทะเลมาปลูกเพื่อใช้งานในร้านมานานกว่า 5 ปีแล้วและตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกัน ก่อนเดินเข้าร้านให้ลองหันมองไปทางบ้านฝั่งซ้ายมือจะพบกับบ้านเก่าที่เชฟเกิดและเติบโตขึ้นมา ส่วนฝั่งขวามือคือบ้านปัจจุบันที่เชฟอาศัยอยู่และเป็นที่ตั้งของ The Tunnel ห้องแลปที่เชฟ Moreno และคุณ Alessandro ใช้สำหรับคิดค้นและทดลองแนวคิดใหม่ ๆ เพื่อนำมาปรับใช้กับอาหารที่จัดเสิร์ฟ ห้องรับประทานอาหารหลักโดดเด่นด้วยพื้นสีแดงสด โต๊ะไม้ไร้ผ้าปูและเฟอร์นิเจอร์ไม้ทำให้บรรยากาศโดยรวมไม่เป็นทางการจนเกินไป ผนังฝั่งหน้าร้านกั้นด้วยกระจกใสจากพื้นจรดเพดานสร้างความรู้สึกเชื่อมต่อกันกับท้องทะเลได้อย่างลงตัว

🎗️ [THE CHEF] Moreno Cedroni เกิดที่เมือง Ancona ประเทศอิตาลีเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ค.ศ. 1964 เขาจบการศึกษาจาก Nautical School of Ancona และเริ่มต้นงานเป็นบริกรเสิร์ฟอาหารก่อนจะเริ่มต้นย้ายไปทำงานครัวในปี 1990 หลังจากสะสมประสบการณ์อยู่พักหนึ่งเขาตัดสินใจเปิดร้าน Madonnina del Pescatore ขึ้นในปี 1994 ก่อนที่ในปี 1995 เขาได้พบกับเชฟ Ferran Adrià ผู้เป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจสำคัญให้เขาเปลี่ยนรูปแบบการรังสรรค์อาหารจนสร้างอัตลักษณ์เฉพาะตัวขึ้นมาได้ในที่สุด ตัวร้านได้รับรางวัล 🌟 1 MICHELIN Star ในปี 1996 และเลื่อนระดับสู่ 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 2006 สำหรับผลงานเกี่ยวกับสื่อเชฟ Moreno มีผลงานการเขียนหนังสือมากมาย ทั้งยังเคยเป็นกรรมการรายการ Top Chef Italia ร่วมกันกับเชฟ Giuliano Baldessari, Mauro Colagreco และ Annie Féolde ในปี 2016 อีกด้วย

🎗️ [THE FOOD] เชฟ Moreno Cedroni อาศัยประสบการณ์ทั้งชีวิตในการหยิบยกวัตถุดิบจากท้องทะเลมาผสมผสานเข้ากันกับความคิดสร้างสรรค์จนได้ออกมาเป็นเมนูที่มีความร่วมสมัยชนิดหาใครเทียบเคียงได้ยาก ทางร้านนำเสนอ Tasting Menu ให้เลือกได้ 2 รูปแบบคือ Luca e Moreno (240 €) ซึ่งเป็นจานที่ได้รับการคิดค้นขึ้นใหม่ล่าสุดและ Childhood Memories & Mariella 1984-2024 (230 €) ประกอบไปด้วยเมนูขึ้นชื่อของทางร้านตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ในส่วนของรายการแบบ À La Carte นำเสนอมา 2 รูปแบบเช่นกันคือ Two Dishes Plus Dessert (160 €) และ Three Dishes Plus Dessert (180 €) ซึ่งดูแล้วไม่ค่อยคุ้มค่าเท่าไหร่นัก รายการไวน์มีให้เลือกมากพอสมควรโดดเด่นด้วยไวน์ขาวจำนวนมาก ตัวอย่างจานที่น่าสนใจอย่างเช่น

✨ Pigeon with his bones sauce, seaweed pesto, grated freeze-dried turbot

นกพิราบย่างจนหอมแล้วเสิร์ฟมากับซอสที่เคี่ยวจากกระดูกนกปรุงรสด้วยเชอร์รี่หวานจนได้รสชาติที่เข้มข้น ด้านบนท็อปด้วยเพสโต้สาหร่ายจากสวน Sea Garden ของทางร้านเอง ไฮไลท์ของจานคือกระดูกปลา Turbot ที่ปรุงรสชาติด้วย Soy Sauce จากนั้นผ่านกระบวนการ Freeze-dried จนแข็งและสามารถนำมาฝนลงไปทั่วจาน (20/20)

✨ Tuna "ossobuco", pigeon demi-glace, prickly pear blade

ตรงข้ามกันกับคอร์สที่แล้ว เชฟเลือกใช้ปลาทูน่าเสิร์ฟมากับซอส Demi-glace จากนกพิราบที่ผ่านการเคี่ยวจนงวดจาก 10 ลิตรเหลือเพียงราว 500 กรัมเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีความอูมามิของมะเขือเทศและความครีมมี่ของ Mashed Potato อีกด้วย ข้าง ๆ กันคือไขกระดูกปลาทูน่าเสิร์ฟมากับ Prickly Pear Blade หรือใบกระบองเพชรชนิดลูกแพร์หนามเสิร์ฟมาสด ๆ รวมไปถึงหัวหอมใหญ่ในรูปแบบ Sweet & Sour นั่นเอง (20/20)

✨ Straw and hay, pasta with turbot bones and seaweed spaghetti, sour butter and anchovies sauce

พาสต้าพิเศษที่เชฟเตรียมขึ้นมาจากกระดูกสันหลังของปลา Turbot ในอัตราส่วนกว่า 50 % ผสมผสานกันกับสาหร่ายให้เนื้อสัมผัส กลิ่น และรสชาติที่โดดเด่นไม่ซ้ำใคร จากนั้นคลุกเคล้ากับเนย Acid Butter และซอสแอนโชวี่หอมมัน จากนั้นท็อปด้านบนด้วยกระดูกปลา Amberjack ที่ผ่านกระบวนการ Freeze-fried ฝนมาแบบละเอียดอีกด้วย (20/20)

🎗️ [WHY GO] ถึงแม้ระยะเวลาจะผ่านมานานกว่า 41 ปี แต่เชฟ Moreno Cedroni ในวัย 60 ปียังคงสามารถรังสรรค์เมนูใหม่ ๆ ที่หยิบยกวัตถุดิบจากท้องทะเลมานำเสนอในแนวทางร่วมสมัยและเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างน่าทึ่ง เราทุกคนบนโต๊ะยังเห็นพ้องต้องกันว่า Madonnina del Pescatore ไม่ใช่เพียงห้องอาหารระดับสูงแต่เป็นศูนย์กลางของแนวคิด นวัตกรรม และการบุกเบิกในวงการอาหารที่ยังคงสร้างแรงบันดาลใจให้กับเชฟรุ่นใหม่ทั่วโลก

ภาพของร้านอาหาร

ทั้งหมด 41 รูป

🇮🇹 Madonnina del Pescatore - มาดอนนีนา เดล เปสกาโตเร🌟🌟 2 MICHELIN Stars - 2 ดาวมิชลิน🍴 Creative, Contemporary - อาหารเชิงสร้างสรรค์, ร่วมสมัย👨🏻‍🍳 Chef Moreno Cedroni - เชฟโมเรโน เซดโรนี
รูปที่ 1
🇮🇹 Madonnina del Pescatore - มาดอนนีนา เดล เปสกาโตเร🌟🌟 2 MICHELIN Stars - 2 ดาวมิชลิน🍴 Creative, Contemporary - อาหารเชิงสร้างสรรค์, ร่วมสมัย👨🏻‍🍳 Chef Moreno Cedroni - เชฟโมเรโน เซดโรนี
🎗️ [INTRO] ถึงแม้จะเป็นหนึ่งในเชฟรุ่นเก๋าของประเทศอิตาลีแต่เชฟ Moreno Cedroni ในวัย 61 ปียังสามารถรังสรรค์เมนูใหม่ ๆ ที่อาศัยวัตถุดิบจากท้องทะเลออกมาได้อย่างน่าสนใจและไม่ซ้ำใคร
รูปที่ 2
🎗️ [INTRO] ถึงแม้จะเป็นหนึ่งในเชฟรุ่นเก๋าของประเทศอิตาลีแต่เชฟ Moreno Cedroni ในวัย 61 ปียังสามารถรังสรรค์เมนูใหม่ ๆ ที่อาศัยวัตถุดิบจากท้องทะเลออกมาได้อย่างน่าสนใจและไม่ซ้ำใคร
Crackers with fried anchovies heads and spine, margarita with tomato and celeryเริ่มต้นด้วยแผ่นแครกเกอร์กรอบที่เตรียมมาจากกระดูกสันหลังและหัวของปลาแอนโชวี่ทอดเต็มไปด้วยคอลลาเจน ตรงกลางคือหมึกยักษ์ นอกจากนี้ยังมีซอสทาบาสโก้โฮมเมดอีกด้วย (17/20)
รูปที่ 3
Crackers with fried anchovies heads and spine, margarita with tomato and celeryเริ่มต้นด้วยแผ่นแครกเกอร์กรอบที่เตรียมมาจากกระดูกสันหลังและหัวของปลาแอนโชวี่ทอดเต็มไปด้วยคอลลาเจน ตรงกลางคือหมึกยักษ์ นอกจากนี้ยังมีซอสทาบาสโก้โฮมเมดอีกด้วย (17/20)
Crackers with fried anchovies heads and spine, margarita with tomato and celeryพนักงานแนะนำให้จับคู่กับ Margarita Cocktail ที่มีความสดชื่นของมะเขือเทศและเซเลอรี่ (17/20)
รูปที่ 4
Crackers with fried anchovies heads and spine, margarita with tomato and celeryพนักงานแนะนำให้จับคู่กับ Margarita Cocktail ที่มีความสดชื่นของมะเขือเทศและเซเลอรี่ (17/20)
Flaky seaweed sandwich with marinated anchovies, okra, fermented ginger and carrotsแซนวิชที่เชฟผสมสาหร่ายลงไปกับแป้ง ด้านในสอดไส้แอนโชวี่ดิบที่ผ่านกระบวนการหมักจนหอมและอูมามิ นอกจากนี้ยังมีมายองเนสรวมไปถึงขิงและแคร์รอตดองอยู่ด้วย (17/20)
รูปที่ 5
Flaky seaweed sandwich with marinated anchovies, okra, fermented ginger and carrotsแซนวิชที่เชฟผสมสาหร่ายลงไปกับแป้ง ด้านในสอดไส้แอนโชวี่ดิบที่ผ่านกระบวนการหมักจนหอมและอูมามิ นอกจากนี้ยังมีมายองเนสรวมไปถึงขิงและแคร์รอตดองอยู่ด้วย (17/20)
Homemade Breadขนมปังที่เตรียมขึ้นมาจากธัญพืชของภูมิภาค Marche และอีกชิ้นหนึ่งเตรียมมาจากธัญพืชโบราณ Tumminia จากภูมิภาค Sicily ยังมี Breadstick ที่เตรียมมาจาก Tumminia Flour และผง Furikake อีกด้วย
รูปที่ 6
Homemade Breadขนมปังที่เตรียมขึ้นมาจากธัญพืชของภูมิภาค Marche และอีกชิ้นหนึ่งเตรียมมาจากธัญพืชโบราณ Tumminia จากภูมิภาค Sicily ยังมี Breadstick ที่เตรียมมาจาก Tumminia Flour และผง Furikake อีกด้วย
Sea urchins sauce, burnt herbs and humeboshiสมุนไพรจากสวน Sea Garden ของทางร้านย่างจนไหม้และกรอบให้อโรมาหอม ๆ และไม่อมน้ำมัน จากนั้นราดด้วยซอสหอยเม่นให้ความครีมมี่และสดชื่น ยังมีความเปรี้ยวเบา ๆ ของ Dates Syrup และผลลูกพลัมดองแบบ Umeboshi อยู่ด้วย (17/20)
รูปที่ 7
Sea urchins sauce, burnt herbs and humeboshiสมุนไพรจากสวน Sea Garden ของทางร้านย่างจนไหม้และกรอบให้อโรมาหอม ๆ และไม่อมน้ำมัน จากนั้นราดด้วยซอสหอยเม่นให้ความครีมมี่และสดชื่น ยังมีความเปรี้ยวเบา ๆ ของ Dates Syrup และผลลูกพลัมดองแบบ Umeboshi อยู่ด้วย (17/20)
Grilled oyster, sea buckthorn sauceหอยนางรมย่างเสิร์ฟมากับซอสซีบัคธอร์นรสเปรี้ยว เชฟผสานเข้ากันกับปลาแอนโชวี่และพริกแดง Habanero อีกเพียงเล็กน้อย (17/20)
รูปที่ 8
Grilled oyster, sea buckthorn sauceหอยนางรมย่างเสิร์ฟมากับซอสซีบัคธอร์นรสเปรี้ยว เชฟผสานเข้ากันกับปลาแอนโชวี่และพริกแดง Habanero อีกเพียงเล็กน้อย (17/20)
Amberjack, rosehip sauce, caramelized sea lettuceปลา Amberjack ดิบเสิร์ฟมากับซอสโรสฮิปหรือผลกุหลาบป่า ยังมีรสชาติของ Sea Luttuce หมักและความกรอบสดชื่นของแอปเปิ้ลเขียวฝานบาง รอบ ๆ คือผงกุหลาบม่วงตกแต่งจานออกมาได้อย่างสวยงาม (16/20)
รูปที่ 9
Amberjack, rosehip sauce, caramelized sea lettuceปลา Amberjack ดิบเสิร์ฟมากับซอสโรสฮิปหรือผลกุหลาบป่า ยังมีรสชาติของ Sea Luttuce หมักและความกรอบสดชื่นของแอปเปิ้ลเขียวฝานบาง รอบ ๆ คือผงกุหลาบม่วงตกแต่งจานออกมาได้อย่างสวยงาม (16/20)
Chilean sea bass, the sauce made from its bones, caviar and liquid sorrelChilean Seabass หรือ Patagonian Toothfish ราดด้วยซอสที่เตรียมมาจากกระดูกของปลาเองปรุงในหม้อเกาหลีโดยมีความเค็มและอโรมาของคาเวียร์อยู่ด้วย รอบ ๆ คือซอสใส ๆ สีเขียวเตรียมมาจากซอเรลและซอสสีส้มคือน้ำมันกิมจิ (17/20)
รูปที่ 10
Chilean sea bass, the sauce made from its bones, caviar and liquid sorrelChilean Seabass หรือ Patagonian Toothfish ราดด้วยซอสที่เตรียมมาจากกระดูกของปลาเองปรุงในหม้อเกาหลีโดยมีความเค็มและอโรมาของคาเวียร์อยู่ด้วย รอบ ๆ คือซอสใส ๆ สีเขียวเตรียมมาจากซอเรลและซอสสีส้มคือน้ำมันกิมจิ (17/20)
Charcoal grilled ray, wood ear mushroom and almond tofuปลากระเบนย่างบนเตาถ่านจนสุกกำลังพอเหมาะเสิร์ฟมากับเต้าหู้อัลมอนด์ เชฟจับคู่รสชาติกับซอสเห็ดแชมปิญองและความกรอบของเห็ดหูหนู ด้านบนท็อปด้วยพาสลีย์เผา (17/20)
รูปที่ 11
Charcoal grilled ray, wood ear mushroom and almond tofuปลากระเบนย่างบนเตาถ่านจนสุกกำลังพอเหมาะเสิร์ฟมากับเต้าหู้อัลมอนด์ เชฟจับคู่รสชาติกับซอสเห็ดแชมปิญองและความกรอบของเห็ดหูหนู ด้านบนท็อปด้วยพาสลีย์เผา (17/20)
Tuna Genovese, onion kimchi and basil oilจานนี้เชฟเลือกใช้วัตถุดิบหลักอย่างปลาทูน่าเสิร์ฟมาในสไตล์ Genovese ที่มีต้นตำรับมาจากนคร Naples องค์ประกอบสำคัญคือหัวหอมใหญ่ที่ผ่านการปรุงกับน้ำส้มสายชูสตรอว์เบอร์รี่ให้รสชาติที่เข้มข้น เชฟยังเนื้อวัวตามสูตรต้นตำรับมาใช้ส่วนท้องของปลาทูน่าดิบแทน ทั้งหมดเสิร์ฟมากับ Ziti Pasta ซึ่งเป็นพาสต้ายอดนิยมของแคว้น Campania ในจานยังมีหัวหอมกิมจิและน้ำมันใบเบซิลไทยหรือโหระพาอีกด้วย (18/20)
รูปที่ 12
Tuna Genovese, onion kimchi and basil oilจานนี้เชฟเลือกใช้วัตถุดิบหลักอย่างปลาทูน่าเสิร์ฟมาในสไตล์ Genovese ที่มีต้นตำรับมาจากนคร Naples องค์ประกอบสำคัญคือหัวหอมใหญ่ที่ผ่านการปรุงกับน้ำส้มสายชูสตรอว์เบอร์รี่ให้รสชาติที่เข้มข้น เชฟยังเนื้อวัวตามสูตรต้นตำรับมาใช้ส่วนท้องของปลาทูน่าดิบแทน ทั้งหมดเสิร์ฟมากับ Ziti Pasta ซึ่งเป็นพาสต้ายอดนิยมของแคว้น Campania ในจานยังมีหัวหอมกิมจิและน้ำมันใบเบซิลไทยหรือโหระพาอีกด้วย (18/20)
วัตถุดิบต่าง ๆ ที่มีส่วนผสมของกระดูกปลาสำหรับอาหารคอร์สถัด ๆ ไป
รูปที่ 13
วัตถุดิบต่าง ๆ ที่มีส่วนผสมของกระดูกปลาสำหรับอาหารคอร์สถัด ๆ ไป
Pigeon with his bones sauce, seaweed pesto, grated freeze-dried turbotนกพิราบย่างจนหอมแล้วเสิร์ฟมากับซอสที่เคี่ยวจากกระดูกนกปรุงรสด้วยเชอร์รี่หวานจนได้รสชาติที่เข้มข้น ด้านบนท็อปด้วยเพสโต้สาหร่ายจากสวน Sea Garden ของทางร้านเอง ไฮไลท์ของจานคือกระดูกปลา Turbot ที่ปรุงรสชาติด้วย Soy Sauce จากนั้นผ่านกระบวนการ Freeze-dried จนแข็งและสามารถนำมาฝนลงไปทั่วจาน (20/20)
รูปที่ 14
Pigeon with his bones sauce, seaweed pesto, grated freeze-dried turbotนกพิราบย่างจนหอมแล้วเสิร์ฟมากับซอสที่เคี่ยวจากกระดูกนกปรุงรสด้วยเชอร์รี่หวานจนได้รสชาติที่เข้มข้น ด้านบนท็อปด้วยเพสโต้สาหร่ายจากสวน Sea Garden ของทางร้านเอง ไฮไลท์ของจานคือกระดูกปลา Turbot ที่ปรุงรสชาติด้วย Soy Sauce จากนั้นผ่านกระบวนการ Freeze-dried จนแข็งและสามารถนำมาฝนลงไปทั่วจาน (20/20)
Tuna "ossobuco", pigeon demi-glace, prickly pear bladeตรงข้ามกันกับคอร์สที่แล้ว เชฟเลือกใช้ปลาทูน่าเสิร์ฟมากับซอส Demi-glace จากนกพิราบที่ผ่านการเคี่ยวจนงวดจาก 10 ลิตรเหลือเพียงราว 500 กรัมเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีความอูมามิของมะเขือเทศและความครีมมี่ของ Mashed Potato อีกด้วย ข้าง ๆ กันคือไขกระดูกปลาทูน่าเสิร์ฟมากับ Prickly Pear Blade หรือใบกระบองเพชรชนิดลูกแพร์หนามเสิร์ฟมาสด ๆ รวมไปถึงหัวหอมใหญ่ในรูปแบบ Sweet & Sour นั่นเอง (20/20)
รูปที่ 15
Tuna "ossobuco", pigeon demi-glace, prickly pear bladeตรงข้ามกันกับคอร์สที่แล้ว เชฟเลือกใช้ปลาทูน่าเสิร์ฟมากับซอส Demi-glace จากนกพิราบที่ผ่านการเคี่ยวจนงวดจาก 10 ลิตรเหลือเพียงราว 500 กรัมเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีความอูมามิของมะเขือเทศและความครีมมี่ของ Mashed Potato อีกด้วย ข้าง ๆ กันคือไขกระดูกปลาทูน่าเสิร์ฟมากับ Prickly Pear Blade หรือใบกระบองเพชรชนิดลูกแพร์หนามเสิร์ฟมาสด ๆ รวมไปถึงหัวหอมใหญ่ในรูปแบบ Sweet & Sour นั่นเอง (20/20)
Straw and hay, pasta with turbot bones and seaweed spaghetti, sour butter and anchovies sauceพาสต้าพิเศษที่เชฟเตรียมขึ้นมาจากกระดูกสันหลังของปลา Turbot ในอัตราส่วนกว่า 50 % ผสมผสานกันกับสาหร่ายให้เนื้อสัมผัส กลิ่น และรสชาติที่โดดเด่นไม่ซ้ำใคร จากนั้นคลุกเคล้ากับเนย Acid Butter และซอสแอนโชวี่หอมมัน จากนั้นท็อปด้านบนด้วยกระดูกปลา Amberjack ที่ผ่านกระบวนการ Freeze-fried ฝนมาแบบละเอียดอีกด้วย (20/20)
รูปที่ 16
Straw and hay, pasta with turbot bones and seaweed spaghetti, sour butter and anchovies sauceพาสต้าพิเศษที่เชฟเตรียมขึ้นมาจากกระดูกสันหลังของปลา Turbot ในอัตราส่วนกว่า 50 % ผสมผสานกันกับสาหร่ายให้เนื้อสัมผัส กลิ่น และรสชาติที่โดดเด่นไม่ซ้ำใคร จากนั้นคลุกเคล้ากับเนย Acid Butter และซอสแอนโชวี่หอมมัน จากนั้นท็อปด้านบนด้วยกระดูกปลา Amberjack ที่ผ่านกระบวนการ Freeze-fried ฝนมาแบบละเอียดอีกด้วย (20/20)
Fruit ceviche, honey ice cream and lychee sorbetล้างปากด้วยด้วยเซบิเช่ผลไม้ประกอบไปด้วยมะม่วงและสับปะรด เชฟเสิร์ฟมาในจานที่ทำมาจากไขผึ้ง เชฟเติมความเปรี้ยวของ Granadilla ซึ่งเป็นเสาวรสชนิดหนึ่งลงไปด้วย ยังมีผงกะหล่ำม่วงดองและผงพริก Chili Pepper ให้ความเผ็ดเบา ๆ ด้านบนท็อปด้วยไอศกรีมน้ำผึ้ง ซอร์เบท์ลิ้นจี่ให้เนื้อสัมผัสคล้ายโฟมและถั่วนั่นเอง (18/20)
รูปที่ 17
Fruit ceviche, honey ice cream and lychee sorbetล้างปากด้วยด้วยเซบิเช่ผลไม้ประกอบไปด้วยมะม่วงและสับปะรด เชฟเสิร์ฟมาในจานที่ทำมาจากไขผึ้ง เชฟเติมความเปรี้ยวของ Granadilla ซึ่งเป็นเสาวรสชนิดหนึ่งลงไปด้วย ยังมีผงกะหล่ำม่วงดองและผงพริก Chili Pepper ให้ความเผ็ดเบา ๆ ด้านบนท็อปด้วยไอศกรีมน้ำผึ้ง ซอร์เบท์ลิ้นจี่ให้เนื้อสัมผัสคล้ายโฟมและถั่วนั่นเอง (18/20)
Celeriac Tarte Tatin, rose ice cream, vanilla sauce and balsamic vinegar jamทาร์ตตาแตงที่เตรียมมาจาก Caleriac แป้งพัฟกรอบ เบา ฟู รสชาติมีความหวานเบา ๆ เชฟเสิร์ฟมากับไอศกรีมกุหลาบและ English Cream สีเหลืองนวล ยังมี Celeriac หมักหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ เชฟเติมแต่งด้วยอโรมาของซอสวานิลลาผสานเข้ากันกับความเปรี้ยวของแยมของน้ำส้มสายชูบัลซามิคได้อย่างกลมกล่อม (18/20)
รูปที่ 18
Celeriac Tarte Tatin, rose ice cream, vanilla sauce and balsamic vinegar jamทาร์ตตาแตงที่เตรียมมาจาก Caleriac แป้งพัฟกรอบ เบา ฟู รสชาติมีความหวานเบา ๆ เชฟเสิร์ฟมากับไอศกรีมกุหลาบและ English Cream สีเหลืองนวล ยังมี Celeriac หมักหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ เชฟเติมแต่งด้วยอโรมาของซอสวานิลลาผสานเข้ากันกับความเปรี้ยวของแยมของน้ำส้มสายชูบัลซามิคได้อย่างกลมกล่อม (18/20)
...and now who does the washing-up?หนึ่งในขนมหวานที่สร้างชื่อให้กับร้านคือ ...and now who does the washing-up? นำเสนอมาในรูปแบบของฟองน้ำขัดทำความสะอาดโดย Sponge Cake ส่วนสีเหลืองได้จากการนำไปอบใน Microwave ในขณะที่ส่วนสีเขียวได้จากการอบในเตาอบ วิธีทำเริ่มต้นจากการสเปรย์เหล้า Alchermes ไปจนชุ่ม (17/20)
รูปที่ 19
...and now who does the washing-up?หนึ่งในขนมหวานที่สร้างชื่อให้กับร้านคือ ...and now who does the washing-up? นำเสนอมาในรูปแบบของฟองน้ำขัดทำความสะอาดโดย Sponge Cake ส่วนสีเหลืองได้จากการนำไปอบใน Microwave ในขณะที่ส่วนสีเขียวได้จากการอบในเตาอบ วิธีทำเริ่มต้นจากการสเปรย์เหล้า Alchermes ไปจนชุ่ม (17/20)
...and now who does the washing-up?จากนั้นเติม Chantilly Cream ท็อปลงบนส่วนสีเขียวรวมไปถึงครัมเบิ้ลกรอบ เติมผงน้ำตาลไอซิ่งลงไปต่อด้วยไอศกรีมเหล้า Alchermes ทำหน้าที่เหมือนเป็นก้อนสบู่ จบด้วยหยด Rufus Drop ที่เตรียมมาจากเหล้าลงไปให้รสชาติขมเพียงเบา ๆ (17/20)
รูปที่ 20
...and now who does the washing-up?จากนั้นเติม Chantilly Cream ท็อปลงบนส่วนสีเขียวรวมไปถึงครัมเบิ้ลกรอบ เติมผงน้ำตาลไอซิ่งลงไปต่อด้วยไอศกรีมเหล้า Alchermes ทำหน้าที่เหมือนเป็นก้อนสบู่ จบด้วยหยด Rufus Drop ที่เตรียมมาจากเหล้าลงไปให้รสชาติขมเพียงเบา ๆ (17/20)
The Sweet fish bonesปิดท้ายด้วย Tulakarum Chocolate จากประเทศ Belize ในแถบอเมริกากลาง เชฟใส่รสชาติของเสาวรสลงไปด้วย ยังมีผงที่เตรียมมาจากกระดูกสันหลังของปลา Turbot และผงกุหลาบผสานเข้ากันได้อย่างลงตัว พนักงานแนะนำให้ใช้นิ้วปาดเพื่อชิมได้เลย
รูปที่ 21
The Sweet fish bonesปิดท้ายด้วย Tulakarum Chocolate จากประเทศ Belize ในแถบอเมริกากลาง เชฟใส่รสชาติของเสาวรสลงไปด้วย ยังมีผงที่เตรียมมาจากกระดูกสันหลังของปลา Turbot และผงกุหลาบผสานเข้ากันได้อย่างลงตัว พนักงานแนะนำให้ใช้นิ้วปาดเพื่อชิมได้เลย
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
รูปที่ 22
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
รูปที่ 23
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
รูปที่ 24
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
รูปที่ 25
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
Cappuccino (8 €)จับคู่ของหวานกับกาแฟร้อน ๆ
รูปที่ 26
Cappuccino (8 €)จับคู่ของหวานกับกาแฟร้อน ๆ
The Bill
รูปที่ 27
The Bill
💰 ราคา 1,298 €/4 คน
รูปที่ 28
💰 ราคา 1,298 €/4 คน
Table Setting
รูปที่ 29
Table Setting
ตัวร้านได้รับรางวัล 🌟 1 MICHELIN Star ในปี 1996 และเลื่อนระดับสู่ 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 2006 สำหรับผลงานเกี่ยวกับสื่อเชฟ Moreno มีผลงานการเขียนหนังสือมากมาย ทั้งยังเคยเป็นกรรมการรายการ Top Chef Italia ร่วมกันกับเชฟ Giuliano Baldessari, Mauro Colagreco และ Annie Féolde ในปี 2016 อีกด้วย
รูปที่ 30
ตัวร้านได้รับรางวัล 🌟 1 MICHELIN Star ในปี 1996 และเลื่อนระดับสู่ 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 2006 สำหรับผลงานเกี่ยวกับสื่อเชฟ Moreno มีผลงานการเขียนหนังสือมากมาย ทั้งยังเคยเป็นกรรมการรายการ Top Chef Italia ร่วมกันกับเชฟ Giuliano Baldessari, Mauro Colagreco และ Annie Féolde ในปี 2016 อีกด้วย
🎗️ [THE FOOD] เชฟ Moreno Cedroni อาศัยประสบการณ์ทั้งชีวิตในการหยิบยกวัตถุดิบจากท้องทะเลมาผสมผสานเข้ากันกับความคิดสร้างสรรค์จนได้ออกมาเป็นเมนูที่มีความร่วมสมัยชนิดหาใครเทียบเคียงได้ยาก ทางร้านนำเสนอ Tasting Menu ให้เลือกได้ 2 รูปแบบคือ Luca e Moreno (240 €) ซึ่งเป็นจานที่ได้รับการคิดค้นขึ้นใหม่ล่าสุดและ Childhood Memories & Mariella 1984-2024 (230 €) ประกอบไปด้วยเมนูขึ้นชื่อของทางร้านตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ในส่วนของรายการแบบ À La Carte นำเสนอมา 2 รูปแบบเช่นกันคือ Two Dishes Plus Dessert (160 €) และ Three Dishes Plus Dessert (180 €) ซึ่งดูแล้วไม่ค่อยคุ้มค่าเท่าไหร่นัก
รูปที่ 31
🎗️ [THE FOOD] เชฟ Moreno Cedroni อาศัยประสบการณ์ทั้งชีวิตในการหยิบยกวัตถุดิบจากท้องทะเลมาผสมผสานเข้ากันกับความคิดสร้างสรรค์จนได้ออกมาเป็นเมนูที่มีความร่วมสมัยชนิดหาใครเทียบเคียงได้ยาก ทางร้านนำเสนอ Tasting Menu ให้เลือกได้ 2 รูปแบบคือ Luca e Moreno (240 €) ซึ่งเป็นจานที่ได้รับการคิดค้นขึ้นใหม่ล่าสุดและ Childhood Memories & Mariella 1984-2024 (230 €) ประกอบไปด้วยเมนูขึ้นชื่อของทางร้านตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ในส่วนของรายการแบบ À La Carte นำเสนอมา 2 รูปแบบเช่นกันคือ Two Dishes Plus Dessert (160 €) และ Three Dishes Plus Dessert (180 €) ซึ่งดูแล้วไม่ค่อยคุ้มค่าเท่าไหร่นัก
🎗️ [THE PLACE] Madonnina del Pescatore ตั้งอยู่ในเมือง Marzocca ริมทะเล Adriatic ห่างจากเมืองตากอากาศ Senigallia ออกมาประมาณ 10 นาทีโดยรถยนต์
รูปที่ 32
🎗️ [THE PLACE] Madonnina del Pescatore ตั้งอยู่ในเมือง Marzocca ริมทะเล Adriatic ห่างจากเมืองตากอากาศ Senigallia ออกมาประมาณ 10 นาทีโดยรถยนต์
รายการไวน์มีให้เลือกมากพอสมควรโดดเด่นด้วยไวน์ขาวจำนวนมาก
รูปที่ 33
รายการไวน์มีให้เลือกมากพอสมควรโดดเด่นด้วยไวน์ขาวจำนวนมาก
ห้องรับประทานอาหารหลักโดดเด่นด้วยพื้นสีแดงสด โต๊ะไม้ไร้ผ้าปูและเฟอร์นิเจอร์ไม้ทำให้บรรยากาศโดยรวมไม่เป็นทางการจนเกินไป
รูปที่ 34
ห้องรับประทานอาหารหลักโดดเด่นด้วยพื้นสีแดงสด โต๊ะไม้ไร้ผ้าปูและเฟอร์นิเจอร์ไม้ทำให้บรรยากาศโดยรวมไม่เป็นทางการจนเกินไป
ผนังฝั่งหน้าร้านกั้นด้วยกระจกใสจากพื้นจรดเพดานสร้างความรู้สึกเชื่อมต่อกันกับท้องทะเลได้อย่างลงตัว
รูปที่ 35
ผนังฝั่งหน้าร้านกั้นด้วยกระจกใสจากพื้นจรดเพดานสร้างความรู้สึกเชื่อมต่อกันกับท้องทะเลได้อย่างลงตัว
หลังจากจอดรถริมถนนลูกค้าสามารถแวะชมสวน Marine Garden ที่เชฟนำพืชริมทะเลมาปลูกเพื่อใช้งานในร้านมานานกว่า 5 ปีแล้วและตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกัน
รูปที่ 36
หลังจากจอดรถริมถนนลูกค้าสามารถแวะชมสวน Marine Garden ที่เชฟนำพืชริมทะเลมาปลูกเพื่อใช้งานในร้านมานานกว่า 5 ปีแล้วและตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกัน
ส่วนฝั่งขวามือคือบ้านปัจจุบันที่เชฟอาศัยอยู่และเป็นที่ตั้งของ The Tunnel ห้องแลปที่เชฟ Moreno และคุณ Alessandro ใช้สำหรับคิดค้นและทดลองแนวคิดใหม่ ๆ เพื่อนำมาปรับใช้กับอาหารที่จัดเสิร์ฟ
รูปที่ 37
ส่วนฝั่งขวามือคือบ้านปัจจุบันที่เชฟอาศัยอยู่และเป็นที่ตั้งของ The Tunnel ห้องแลปที่เชฟ Moreno และคุณ Alessandro ใช้สำหรับคิดค้นและทดลองแนวคิดใหม่ ๆ เพื่อนำมาปรับใช้กับอาหารที่จัดเสิร์ฟ
การทดลองทางอาหารต่าง ๆ
รูปที่ 38
การทดลองทางอาหารต่าง ๆ
ตู้ Dry-aged ปลา
รูปที่ 39
ตู้ Dry-aged ปลา
🌟🌟 2 MICHELIN Stars - 2 ดาวมิชลิน
รูปที่ 40
🌟🌟 2 MICHELIN Stars - 2 ดาวมิชลิน
🎗️ [WHY GO] ถึงแม้ระยะเวลาจะผ่านมานานกว่า 41 ปี แต่เชฟ Moreno Cedroni ในวัย 60 ปียังคงสามารถรังสรรค์เมนูใหม่ ๆ ที่หยิบยกวัตถุดิบจากท้องทะเลมานำเสนอในแนวทางร่วมสมัยและเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างน่าทึ่ง เราทุกคนบนโต๊ะยังเห็นพ้องต้องกันว่า Madonnina del Pescatore ไม่ใช่เพียงห้องอาหารระดับสูงแต่เป็นศูนย์กลางของแนวคิด นวัตกรรม และการบุกเบิกในวงการอาหารที่ยังคงสร้างแรงบันดาลใจให้กับเชฟรุ่นใหม่ทั่วโลก
รูปที่ 41
🎗️ [WHY GO] ถึงแม้ระยะเวลาจะผ่านมานานกว่า 41 ปี แต่เชฟ Moreno Cedroni ในวัย 60 ปียังคงสามารถรังสรรค์เมนูใหม่ ๆ ที่หยิบยกวัตถุดิบจากท้องทะเลมานำเสนอในแนวทางร่วมสมัยและเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างน่าทึ่ง เราทุกคนบนโต๊ะยังเห็นพ้องต้องกันว่า Madonnina del Pescatore ไม่ใช่เพียงห้องอาหารระดับสูงแต่เป็นศูนย์กลางของแนวคิด นวัตกรรม และการบุกเบิกในวงการอาหารที่ยังคงสร้างแรงบันดาลใจให้กับเชฟรุ่นใหม่ทั่วโลก