
Ma Langue Sourit · มา ล็องก์ ซูริท
Modern Cuisine · อาหารยุคใหม่ — 1 Rue de Remich, 5331 Moutfort, Luxembourg
🎗 Luxembourg เป็นประเทศเล็กๆที่ตั้งอยู่ระหว่างพรหมเเดนของประเทศฝรั่งเศส เยอรมันและเบลเยี่ยม สำหรับนักท่องเที่ยวแล้วที่นี่มักถูกมองเป็นเพียงจุดพักค้างคืนของการเดินทางในประเทศกลุ่มเบเนลักษ์หรือไม่ก็เเคว้นอาลซัสในประเทศฝรั่งเศส ไม่ต้องพูดถึง Gastronomic Tourism หรือการท่องเที่ยวเชิงอาหารเนื่องจากประเทศรอบข้างอย่างฝรั่งเศสเเละเยอรมันเต็มไปด้วยห้องอาหารชั้นสูงกระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาค อย่างไรก็ตามหากใครที่มีโอกาสมาเเวะเที่ยวลักเซมเบิร์กจริงๆ เราขอเเนะนำสุดยอดห้องอาหารฝรั่งเศสที่พอจะนำไปเทียบเคียงกับร้านอาหารชั้นสูงในกลุ่ม Haute cuisine ของประเทศรอบข้างได้อย่างไม่เคอะเขิน นั่นก็คือ Ma Lange Sourit
🎗 หลังจากมิชลินไกด์ฉบับปี 2020 ประกาศปรับ Mosconi ห้องอาหารอิตาเลียนใจกลางเมืองให้เหลือเพียง 1 ดาวมิชลิน ทำให้ Ma Langue Sourit กลายเป็นห้องอาหารระดับ 2 ดาวมิชลินสูงที่สุดเพียงหนึ่งเดียวในประเทศทันที อาหารที่นี่ควบคุมโดยสุดยอดเชฟชาวฝรั่งเศส Cyril Molard ผู้เติบโตมาในครอบครัวพ่อค้าขายเนื้อในเมืองเล็กๆอย่าง Cornimont โดยจุดนี้เองคือจุดเริ่มต้นความสนใจในด้านอาหารของเชฟ หลังจากผ่านการฝึกงานกับเชฟชั้นนำอย่าง Guy Krenzer ในกรุง Paris และ Emmanuel Renaut ในกรุง London ถัดมาไม่นานเชฟ Molard ได้ตัดสินใจย้ายมาทำงานใน La Lorraine บราสเซอรี่ระดับ Michelin Plate ใจกลางเมือง Luxembourg ตามด้วยตำเเหน่ง Executive chef ที่ห้องอาหารฝรั่งเศสชั้นสูง La Pomme Cannelle ใน Hôtel Le Royal ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลกันถึง 8 ปี หลังจากสั่งสมประสบการณ์มาอย่างยาวนานเชฟ Molard ได้ตัดสินใจซื้อต่อ La Chimney กิจการร้านอาหารขนาดกลางในย่าน Moutfort ซึ่งเป็นเเถบชนบทอันเงียบสงบห่างจากตัวเมืองถึง 10 กิโลเมตรมาเป็นของตัวเองในปี 2008 และเปลี่ยนชื่อจากเดิมคือ La Chimney มาเป็นชื่อใหม่คือ Ma Langue Sourit ตัวร้านได้รับรางวัล 1 ดาวมิชลินทันทีภายในปีเเรกที่เปิดร้านตามด้วยดาวดวงที่ 2 ในมิชลินไกด์เบลเยี่ยมและลักเซมเบิร์กปี 2019 พ่วงด้วยตำเเหน่ง 2019 Gault & Millau Luxembourg Chef of The Year อีกด้วย
🎗 ชื่อของร้านมีที่มาจาก Julie ลูกสาววัยสี่ขวบของเชฟที่เอร็ดอร่อยกับช็อกโกแลตมูสแล้วพูดขึ้นมาว่า “Ma Langue Sourit” ซึ่งแปลตรงตัวเป็นภาษาอังกฤษได้ว่า “My Smiling Tongue” เชฟ Molard พอใจกับประโยคนี้มากเนื่องจากเป็นการเเสดงออกทางอารมย์ที่บ่งบอกถึงความสุขของคนทานเเละถือเป็นเป้าหมายที่สำคัญที่สุดของเชฟทุกคนจึงได้นำมาตั้งเป็นชื่อร้าน ห้องทานอาหารหลักถูกออกแบบโดยเลือกใช้วัสดุทำจากไม้เป็นหลักทำให้ภายในมีโทนสีน้ำตาลเข้ม บนผนังมีรูปวาดที่ใช้โทนสีฉูดฉาดเป็นภาพติดตลกของสัตว์นานาชนิด นอกจากนี้ทางร้านได้ทำการแปลงส่วนเทอเรสเดิมให้กลายเป็นส่วนต่อขยายของห้องอาหารทำให้สามารถรองรับลูกค้าได้มากถึง 40 คนในเเต่ละมื้อ ที่สำคัญคือทางร้านอนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงอย่างน้องหมาที่ผ่านการฝึกเข้าไปในนั่งรอเจ้านายข้างโต๊ะได้อีกด้วยซึ่งพบเห็นไม่บ่อยนักในห้องอาหารระดับ Fine Dining
🎗 วันนี้เราได้เลือกทานเมนูอาหารกลางวัน The Spur of The Moment จำนวนคนละ 3 คอร์ส เริ่มต้นมื้ออาหารด้วยอมูสบูชมากถึง 6 อย่าง ต่อด้วยอาหารเรียกน้ำย่อย อาหารจานหลัก อาหารหวานปิดท้าย และเปอตีส์โฟว์ อาหารทุกจานใช้เทคนิคการปรุงชั้นสูง รสชาติอร่อยเลิศสมกับดาวมิชลิน 2 ดวง ส่วนจุดเด่นที่สุดของมื้อนี้คงหนีไม่พ้นราคาที่ตั้งเอาไว้ที่คนละ 58 € หรือประมาณ 2,000 บาทเท่านั้นซึ่งถือว่าไม่เเพงเลยหากเทียบกับค่าครองชีพของประเทศลักเซมเบิร์กทำให้ Ma Langue Sourit เป็นร้านอาหารที่เราขอเเนะนำว่าห้ามพลาดสำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารฝรั่งเศสชั้นสูง
ภาพของร้านอาหาร
ทั้งหมด 30 รูป






























แกลเลอรี

