
Les Ambassadeurs by Christophe Cussac · เลส์ แอมบาสซาเดอร์ บาย คริสตอฟ คูซแซก
Modern Cuisine, Mediterranean Cuisine · อาหารโมเดิร์น, อาหารเมดิเตอร์เรเนียน — Hôtel Métropole Monte-Carlo, 4 avenue de la Madone, Monaco, 98000, France
🎗️ [INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับร้านอาหารแห่งใหม่ของเชฟรุ่นเก๋าผู้เคยร่วมงานกับเชฟระดับตำนานอย่าง Joël Robuchon ตัวร้านมอบประสบการณ์อาหารโมเดิร์นภายใต้ความหรูหราของโรงแรมในโมนาโก
🎗️ [THE PLACE] Hotel Métropole Monte Carlo เป็นโรงแรมขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ใจกลางประเทศโมนาโก ประวัติของโรงแรมต้องย้อนไปถึงสมัยปี 1886 กลุ่มทุน Monte-Carlo Hotel Company Ltd เห็นตัวอย่างความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของ Monte Carlo Casino รวมไปถึงเศรษฐกิจของประเทศโมนาโกที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วจึงตัดสินใจสร้างโรงแรมขึ้นในที่ดินซึ่งแต่เดิมเป็นของ Pope Leon XII สถาปนิคและนักออกแบบชื่อดัง Hans-Georg Tersling ตัดสินใจเนรมิตโรงแรมสุดหรูออกมาในสไตล์ Belle Époque เพื่อดึงดูดกลุ่มชนชั้นสูงและนักท่องเที่ยวชั้นดีจากทั่วทั้งยุโรปจนกระทั่งช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยอย่างรุนแรงทำให้โรงแรมอยู่ในเสื่อมถอยจนในช่วงทศวรรษที่ 1960 ตัวโรงแรมไม่ได้ถือเป็นหนึ่งในโรงแรมหรูชั้นนำของโมนาโกอีกต่อไป ต่อมาในช่วงปลายทศวรรศ 1970 ประเทศโมนาโกกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งเป็นเหตุให้นักธุรกิจชาวเลบานอน Nabil Boustany เข้าซื้อต่อกิจการและปรับปรุงโรงแรมใหม่โดยใช้ชื่อว่า Metropole Palace กาลเวลาล่วงเลยมาจนกระทั่งในปี 2003-2004 โรงแรมได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น Hotel Metropole Monte-Carlo ทั้งยังได้รับการปรับปรุงครั้งใหญ่โดยมีเป้าหมายในการฟื้นฟูความงดงามในอดีตพร้อมกับการเสริมความหรูหราสมัยใหม่ นักออกแบบภายในชื่อดัง Jacques Garcia ตัดสินใจรักษาเสน่ห์ของการตกแต่งแบบดั้งเดิมเอาไว้แต่เพิ่มความอบอุ่นในสไตล์ Mediterranean เพื่อสร้างความแตกต่างจากโรงแรมอื่น ๆ ในบริเวณใกล้เคียงสังเกตได้จากการเลือกใช้ผ้าหรูหรา โคมระย้า พื้นหินอ่อน และเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ในช่วงนี้ทางโรงแรมยังได้เพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกระดับหรูใหม่ ๆ เช่นสปาสุดหรู ห้องสวีทระดับสูง และการร่วมมือกับเชฟระดับโลกอย่าง Joël Robuchon จนสามารถคว้ารางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars มาครองและได้รับการยกย่องในระดับนานาชาติ ในปัจจุบัน Hotel Metropole Monte-Carlo เคยใช้เป็นสถานที่ต้อนรับแขกที่มีชื่อเสียงจากทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นราชวงศ์ ดาราฮอลลีวูด หรือบุคคลชั้นสูงระดับนานาชาติ โรงแรมนี้ยังเป็นที่พักยอดนิยมในช่วงการแข่งรถโมนาโกกรังด์ปรีซ์ดึงดูดนักแข่งรถฟอร์มูล่าวันรวมไปถึงเหล่านักแสดงและชนชั้นสูงของยุโรปเช่นกัน ในส่วนของห้องอาหาร Les Ambassadeurs by Christophe Cussac ได้ผสมผสานความยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ของประเทศโมนาโกเข้ากับความหรูหราแบบร่วมสมัยเพื่อสร้างบรรยากาศที่เหมาะสมกับการรับประทานอาหาร พื้นที่เทอเรสกลางแจ้งมอบวิวที่งดงามของทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตัดกันกับเส้นขอบฟ้าของประเทศโมนาโกสร้างความรู้สึกที่ผ่อนคลาย ภายในห้องรับประทานอาหารหลักโดดเด่นด้วยครัวเปิดพร้อมที่นั่งแบบ Chef's Table สำหรับผู้ที่ต้องการประสบการณ์ที่แปลกใหม่ นอกจากนี้ยังมีห้องส่วนตัวสำหรับรองรับลูกค้าที่มาเป็นกลุ่มใหญ่อีกด้วย
🎗️ [THE CHEF] Christophe Cussac เกิดในกรุง Paris เมื่อวันที่เดือนสิงหาคมปี 1855 หลังจากจบการศึกษาจาก Lycée des Métiers de l’Hôtellerie Jean Drouant เขาเริ่มต้นเส้นทางสายอาชีพเชฟกับห้องอาหารหลายแห่งในกรุง Paris รวมไปถึงได้ร่วมงานกับเชฟระดับตำนานที่เขายกย่องให้เป็นคุณพ่อทางจิตวิญญาณอย่าง Joël Robuchon ที่โรงแรม Concorde Lafayette ต่อด้วยงานในโรงแรม Nikko และห้องอาหาร Jamin (3 MICHELIN Stars) หลังจากนั้นเขาออกเดินทางไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่ห้องอาหาร Maison Troisgros (3 MICHELIN Stars) ก่อนจะกลับมาควบรุมห้องอาหารธุรกิจครอบครัว Abbaye Saint-Michel ที่เมือง Tonnare จนสามารถคว้ารางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars มาครองได้ในปี 1987 หลังจากนั้นในปี 1997 เขาย้ายไปร่วมงานกับห้องอาหาร La Réserve de Beaulieu และคว้ารางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars มาครองได้ในปี 1999 กาลเวลาล่วงเลยมาจนกระทั่งในปี 2004 เขาได้รับมอบหมายงานจากเชฟ Joël Robuchon อีกครั้งในการย้ายมารับงานเป็นหัวหน้าเชฟที่ Hotel Metropole Monte-Carlo และคว้ารางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars มาครองได้ นอกจากนี้เขายังรับงานเป็นที่ปรึกษาให้กับห้องอาหารญี่ปุ่นประจำโรงแรม Yoshi (🌟 1 MICHELIN Star) อีกด้วย ช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2023 ทางโรงแรมตัดสินใจเปิดห้องอาหารเรือธงแห่งใหม่ภายใต้ชื่อของเขาเองคือ Les Ambassadeurs by Christophe Cussac และคว้ารางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars มาครองได้ในคู่มือปกแดงปี 2024 ที่ผ่านมา
🎗️ [THE FOOD] เชฟ Christophe Cussac นำเสนออาหารเมดิเตอร์เรเนียนโดยใช้วัตถุดิบจากหลากหลายแหล่งของประเทศฝรั่งเศส ใครที่ท้องว่างหรืออยากสัมผัสอาหารที่มีความหลากหลายสามารถเลือกชิม La Dégustation ซึ่งเป็นเซ็ตเมนูจำนวน 7 คอร์ส ถัดมาคือรายการแบบ À La Carte สำหรับเลือกสั่งมาชิมได้ตามใจชอบโดยมีราคาต่อจานอยู่ที่ประมาณ 45-110 € ส่วนใครที่อยากเลือกสั่งหลายอย่างทางร้านยังมี « Fine Bouchées » หรือเมนูปกติย่อส่วนมาให้ชิมกันในราคาที่เข้าถึงง่าย ส่วนจานที่โดดเด่นอย่างเช่น
✨ Sea-Bream Tartare
caviar cannelloni
สุดยอดเมนูที่ดีที่สุดในค่ำคืนนี้ต้องยกให้กับ Tartare ปลา Sea-Bream เนื้อสัมผัสเนียนละมุน รอบ ๆ ห่อด้วย Sologne Caviar จำนวนมากจนเชฟเปรียบให้เป็น Cannelloni นั่นเอง (17/20)
✨ Tomato and Baby Squid
roasted “guanciale”
มะเขือเทศฉ่ำ ๆ เต็มไปด้วยความอุมามิ เชฟเสิร์ฟมากับน้ำมะเขือเทศและซอส Nduja ให้รสชาติที่เผ็ดเบา ๆ ด้านบนท็อปด้วยหมึกจิ๋วเนื้อสัมผัสเพอร์เฟคคือมีความหนึบเพียงเล็กน้อยและ Guanciale กรอบเค็ม (17/20)
✨ Smoked Chocolate
crunchy « gavotte »
ของหวานที่เราได้ลองชิมแล้วประทับใจคือช็อกโกแลตรมควันเสิร์ฟมาเป็นพานาคอตต้า นอกจากนี้ยังมีครัมเบิ้ลและแผ่น Gavotte กรอบ ๆ อีกด้วย (17/20)
🎗️ [WHY GO] Les Ambassadeurs by Christophe Cussac เป็นห้องอาหารที่นำเสนอฃอาหารเมดิเตอร์เรเนียนของเชฟรุ่นเก๋าภายในยรรยากาศที่หรูหราแต่ยังคงไว้ซึ่งความเข้าถึงง่าย เทคนิคและรสชาติที่ออกมาอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ตัวร้านมีขนาดใหญ่มากทำให้การจองไม่ยากมากนัก นอกจากนี้ทางร้านยังรับลูกค้าแบบ Walk-in ได้อีกด้วย
ภาพของร้านอาหาร
ทั้งหมด 44 รูป

![🎗️ [INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับร้านอาหารแห่งใหม่ของเชฟรุ่นเก๋าผู้เคยร่วมงานกับเชฟระดับตำนานอย่าง Joël Robuchon ตัวร้านมอบประสบการณ์อาหารโมเดิร์นภายใต้ความหรูหราของโรงแรมในโมนาโก](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2025/03/484896808_1198261911957360_8659709609275090538_n.webp)

























![🎗️ [THE CHEF] Christophe Cussac เกิดในกรุง Paris เมื่อวันที่เดือนสิงหาคมปี 1855 หลังจากจบการศึกษาจาก Lycée des Métiers de l’Hôtellerie Jean Drouant เขาเริ่มต้นเส้นทางสายอาชีพเชฟกับห้องอาหารหลายแห่งในกรุง Paris รวมไปถึงได้ร่วมงานกับเชฟระดับตำนานที่เขายกย่องให้เป็นคุณพ่อทางจิตวิญญาณอย่าง Joël Robuchon ที่โรงแรม Concorde Lafayette ต่อด้วยงานในโรงแรม Nikko และห้องอาหาร Jamin (3 MICHELIN Stars) หลังจากนั้นเขาออกเดินทางไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่ห้องอาหาร Maison Troisgros (3 MICHELIN Stars) ก่อนจะกลับมาควบรุมห้องอาหารธุรกิจครอบครัว Abbaye Saint-Michel ที่เมือง Tonnare จนสามารถคว้ารางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars มาครองได้ในปี 1987 หลังจากนั้นในปี 1997 เขาย้ายไปร่วมงานกับห้องอาหาร La Réserve de Beaulieu และคว้ารางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars มาครองได้ในปี 1999 กาลเวลาล่วงเลยมาจนกระทั่งในปี 2004 เขาได้รับมอบหมายงานจากเชฟ Joël Robuchon อีกครั้งในการย้ายมารับงานเป็นหัวหน้าเชฟที่ Hotel Metropole Monte-Carlo และคว้ารางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars มาครองได้ นอกจากนี้เขายังรับงานเป็นที่ปรึกษาให้กับห้องอาหารญี่ปุ่นประจำโรงแรม Yoshi (🌟 1 MICHELIN Star) อีกด้วย ช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2023 ทางโรงแรมตัดสินใจเปิดห้องอาหารเรือธงแห่งใหม่ภายใต้ชื่อของเขาเองคือ Les Ambassadeurs by Christophe Cussac และคว้ารางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars มาครองได้ในคู่มือปกแดงปี 2024 ที่ผ่านมา](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2025/03/484905783_1198264581957093_3692104687870809794_n.webp)
![🎗️ [THE FOOD] เชฟ Christophe Cussac นำเสนออาหารเมดิเตอร์เรเนียนโดยใช้วัตถุดิบจากหลากหลายแหล่งของประเทศฝรั่งเศส ใครที่ท้องว่างหรืออยากสัมผัสอาหารที่มีความหลากหลายสามารถเลือกชิม La Dégustation ซึ่งเป็นเซ็ตเมนูจำนวน 7 คอร์ส ถัดมาคือรายการแบบ À La Carte สำหรับเลือกสั่งมาชิมได้ตามใจชอบโดยมีราคาต่อจานอยู่ที่ประมาณ 45-110 € ส่วนใครที่อยากเลือกสั่งหลายอย่างทางร้านยังมี « Fine Bouchées » หรือเมนูปกติย่อส่วนมาให้ชิมกันในราคาที่เข้าถึงง่าย](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2025/03/484868359_1198259468624271_274489425917847020_n.webp)

![🎗️ [THE PLACE] โรงแรม Métropole Monte Carlo เป็นโรงแรมขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ใจกลางประเทศโมนาโก ประวัติของโรงแรมต้องย้อนไปถึงสมัยปี 1886 กลุ่มทุน Monte-Carlo Hotel Company Ltd เห็นตัวอย่างความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของ Monte Carlo Casino รวมไปถึงเศรษฐกิจของประเทศโมนาโกที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วจึงตัดสินใจสร้างโรงแรมขึ้นในที่ดินซึ่งแต่เดิมเป็นของ Pope Leon XII](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2025/03/484506321_1198264615290423_7743304844299245566_n.webp)








![🎗️ [WHY GO] Les Ambassadeurs by Christophe Cussac เป็นห้องอาหารที่นำเสนอฃอาหารเมดิเตอร์เรเนียนของเชฟรุ่นเก๋าภายในยรรยากาศที่หรูหราแต่ยังคงไว้ซึ่งความเข้าถึงง่าย เทคนิคและรสชาติที่ออกมาอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ตัวร้านมีขนาดใหญ่มากทำให้การจองไม่ยากมากนัก นอกจากนี้ทางร้านยังรับลูกค้าแบบ Walk-in ได้อีกด้วย](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2025/03/484555197_1198264268623791_8021635593440276873_n.webp)




