GASTRONOME THAILAND by ตามล่า Fine Dining
Lerdtip Wanghin
Others

ThailandLerdtip Wanghin · เลิศทิพย์ วังหิน

Thai · อาหารไทย — 3/151 ถนนลาดพร้าววังหิน ซอย 70 แขวงลาดพร้าว, กรุงเทพ, 10230

🎗 [INTRO] เลิศทิพย์ เป็นร้านอาหารของเซเลบริตี้เชฟชื่อดัง เชฟกิ๊ก กมล ชอบดีงาม ผู้เข้าร่วมเเข่งขัน Top Chef Thailand Season 1 นำเสนออาหารไทย-จีนพื้นบ้านที่มีรสชาติอร่อยเลิศจนเป็นกระเเสพูดถึงปากต่อปากอยู่พักใหญ่ เเต่รู้หรือไม่ว่าร้านเลิศทิพย์นั้นเป็นร้านเก่าแก่ที่เปิดทำการมานานกว่า 62 ปีเเล้ว

🎗 [THE PLACE] หากจะเล่าประวัติของร้านเลิศทิพย์ต้องย้อนไปเกือบร้อยปี ในช่วงนั้นประเทศจีนเป็นยุคที่ประชากรมีความเป็นอยู่ที่ไม่สู้ดีนัก นายบักเซ็ง แซ่ปึง ชายหนุ่มชาวซัวเถาจึงตัดสินใจหนีขึ้นเรือบรรทุกสินค้าเพื่อหนีความอดอยากในเมือง ครั้นถูกจับได้จนเกือบถูกทำโทษโดยการโยนลงทะเลนายบักเซ็งตัดสินใจขอไถ่โทษโดยการเป็นพ่อครัวให้กับลูกเรือลำนั้นจนในที่สุดอีกครึ่งปีให้หลังนายบักเซ็งจึงได้เดินทางมาถึงดินแดนสยามและตั้งรกรากบริเวณเสาชิงช้าไม่ไกลจากเยาวราชในปัจจุบัน เริ่มแรกนายบักเซ็งเริ่มต้นชีวิตด้วยการเปิดร้านกาแฟและร้านอาหารเล็ก ๆ จนกระทั่งลูกชายคือ นายจังฮวด แซ่ปึง ได้ตั้งใจสืบทอดเจตนารมย์ของบิดาโดยการเปิดร้านอาหารเป็นกิจลักษณะในปี พ.ศ. 2500 ที่ย่าน กม.8 และใช้ชื่อว่าเลิศทิพย์ ต่อมาในปี พ.ศ. 2515 ร้านเลิศทิพย์ได้ย้ายไปเปิดที่จังหวัดลำปางโดยใช้ชื่อร้านว่า "เพ็ญจันทร์ (เลิศทิพย์)" มีเมนูขึ้นชื่ออย่างปูทะเลไข่ดองและเนื้อผัดน้ำมันหอย ช่วงนี้เองที่ทางร้านมีโอกาสเสิร์ฟอาหารให้กับหม่อมถนัดศรีและได้รับรางวัลเชลล์ชวนชิมจนเป็นที่โด่งดังขึ้นมา กระทั่งในปี พ.ศ. 2534 ตัวร้านย้ายกลับมาเปิดที่กรุงเทพบริเวณซอยลาดพร้าว 52 ก่อนจะย้ายมาเปิดที่ตำแหน่งปัจจุบันคือซอยลาดพร้าววังหินตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ลูกค้าสามารถนำรถเข้าจอดบริเวณซอยเล็ก ๆ ข้าง ๆ ร้านหรือจอดริมถนนในช่ววกลางคืน พื้นที่หน้าร้านเป็นโต๊ะกลางแจ้งติดกับครัว ส่วนภายในห้องรับประทานอาหารหลักเป็นพื้นที่ปรับอากาศซึ่งเย็นสบายกว่ากันมากในช่วงที่อากาศร้อน

🎗 [THE CHEF & THE FOOD] กิจการถูกส่งต่อมายังเจ้าของร้านรุ่นที่ 3 คือเชฟกมล ชอบดีงาม หรือที่เรารู้จักกันในชื่อของเชฟกิ๊ก ผู้มีความคุ้นเคยกับอาหารจีนสไตล์แต้จิ๋วมาตั้งแต่อายุยังน้อย เมื่อเปิดรายการเมนูออกดูจะพบกับอาหารไทยจีนที่เราคุ้นหน้าคุ้นตาจำนวนมากแต่เราขอจานเด็ด ๆ คัดมานำเสนอคือ

✨ เป็ดทอดกระเพรากรอบ (200)

เป็ดทอดกระเพรากรอบเป็นเมนูที่ทำให้เรากลับมาที่ร้านนี้หลายต่อหลายครั้ง เนื้อเป็ดผัดมาสุกพอดี ข้างนอกกรอบเเต่เนื้อข้างในไม่แห้งจนเกินไป ด้านบนท็อปด้วยใบกระเพราทอดกรอบไม่อมน้ำมัน รสชาติออกเค็มเผ็ดกำลังดีจนกล้าบอกเลยว่าหาร้านอาหารริมทางทำกระเพรารสชาตินี้ได้ยากมาก (15/20)

✨ เป็ดพะโล้ (150)

เป็ดพะโล้เนื้อออกมานุ่มใช้ได้ มีกลิ่นเฉพาะตัวของเป็ดที่พอเหมาะ เชฟราดด้วยน้ำพะโล้รสออกเค็มพอดี ๆ เลือดเป็ดสุกกำลังดี นุ่มลิ้น จะรับประทานเปล่า ๆ หรือทานกับซอสรสเผ็ดที่ทางร้านให้มาก็ได้ (13/20)

✨ หมูมะนาว (360)

อีกหนึ่งสุดยอดเมนูเเนะนำที่ขอยกขึ้นหิ้งคือหมูมะนาว ทางร้านนำหมูติดมันเล็กน้อยไปย่างจนผิวกรอบเเต่เนื้อข้างในยังคงฉ่ำนุ่ม แค่ยกมาเสิร์ฟก็จะได้กลิ่นหอมจากการย่างด้วยถ่านลอยมาเเตะจมูก ก่อนนำเสิร์ฟจะราดด้วยซอสรสจัดจ้านสไตล์ไทยครบทั้งเปรี้ยวหวานเค็มเผ็ดกลมกล่อมลงตัว (15/20)

🎗 [WHY GO] อาหารโดยรวมเเม้ว่าจะเป็นเมนูที่ไม่ซับซ้อนเเต่เชฟกิ๊กสามารถนำเสนอรสชาติที่อร่อยแตกต่างจากห้องอาหารริมทางทั่ว ๆ ไปได้อย่างชัดเจน ที่สำคัญคือมีราคาไม่แพงเหมาะกับการนัดเพื่อน ๆ หรือพาคนในครอบครัวมาทานมื้อเย็น ส่วนใครที่เป็นคอไวน์ทางร้านอนุญาตให้นำมาเปิดเองได้โดยไม่คิดค่ายริการเพิ่มเติมอีกด้วย

ภาพของร้านอาหาร

ทั้งหมด 18 รูป

🇹🇭 Lerdtip Wanghin - เลิศทิพย์ วังหิน 🍴 Thai - อาหารไทย 👨🏻‍🍳 Chef Kamol Chobdee-ngam (Chef Gigg) - เชฟกมล ชอบดีงาม (เชฟกิ๊ก)
รูปที่ 1
🇹🇭 Lerdtip Wanghin - เลิศทิพย์ วังหิน 🍴 Thai - อาหารไทย 👨🏻‍🍳 Chef Kamol Chobdee-ngam (Chef Gigg) - เชฟกมล ชอบดีงาม (เชฟกิ๊ก)
หมูนุ่มผัดน้ำพริกเผา (180) หมูนุ่มที่นุ่มสมชื่อขนาดเพียงใช้ลิ้นดันก็ขาดออกจากกัน ซอสน้ำพริกเผามีความจัดจ้านพอเหมาะ มีรสเผ็ดและเค็มอย่างร้านอาหารจีน ใครมาห้ามพลาดสั่งมาชิมจริง ๆ (14/20)
รูปที่ 2
หมูนุ่มผัดน้ำพริกเผา (180) หมูนุ่มที่นุ่มสมชื่อขนาดเพียงใช้ลิ้นดันก็ขาดออกจากกัน ซอสน้ำพริกเผามีความจัดจ้านพอเหมาะ มีรสเผ็ดและเค็มอย่างร้านอาหารจีน ใครมาห้ามพลาดสั่งมาชิมจริง ๆ (14/20)
ยำเลิศทิพย์ (240) ห้ามพลาดยำเลิศทิพย์ที่มีครบทั้งหมึกและกุ้งตัดกันกับความกรอบของกระเพาะปลาทอดที่วางโปะไว้ด้านบน (14/20)
รูปที่ 3
ยำเลิศทิพย์ (240) ห้ามพลาดยำเลิศทิพย์ที่มีครบทั้งหมึกและกุ้งตัดกันกับความกรอบของกระเพาะปลาทอดที่วางโปะไว้ด้านบน (14/20)
เป็ดทอดกระเพรากรอบ (200) เป็ดทอดกระเพรากรอบเป็นเมนูที่ทำให้เรากลับมาที่ร้านนี้หลายต่อหลายครั้ง เนื้อเป็ดผัดมาสุกพอดี ข้างนอกกรอบเเต่เนื้อข้างในไม่แห้งจนเกินไป ด้านบนท็อปด้วยใบกระเพราทอดกรอบไม่อมน้ำมัน รสชาติออกเค็มเผ็ดกำลังดีจนกล้าบอกเลยว่าหาร้านอาหารริมทางทำกระเพรารสชาตินี้ได้ยากมาก (15/20)
รูปที่ 4
เป็ดทอดกระเพรากรอบ (200) เป็ดทอดกระเพรากรอบเป็นเมนูที่ทำให้เรากลับมาที่ร้านนี้หลายต่อหลายครั้ง เนื้อเป็ดผัดมาสุกพอดี ข้างนอกกรอบเเต่เนื้อข้างในไม่แห้งจนเกินไป ด้านบนท็อปด้วยใบกระเพราทอดกรอบไม่อมน้ำมัน รสชาติออกเค็มเผ็ดกำลังดีจนกล้าบอกเลยว่าหาร้านอาหารริมทางทำกระเพรารสชาตินี้ได้ยากมาก (15/20)
เป็ดพะโล้ (150) เป็ดพะโล้เนื้อออกมานุ่มใช้ได้ มีกลิ่นเฉพาะตัวของเป็ดที่พอเหมาะ เชฟราดด้วยน้ำพะโล้รสออกเค็มพอดี ๆ เลือดเป็ดสุกกำลังดี นุ่มลิ้น จะรับประทานเปล่า ๆ หรือทานกับซอสรสเผ็ดที่ทางร้านให้มาก็ได้ (13/20)
รูปที่ 5
เป็ดพะโล้ (150) เป็ดพะโล้เนื้อออกมานุ่มใช้ได้ มีกลิ่นเฉพาะตัวของเป็ดที่พอเหมาะ เชฟราดด้วยน้ำพะโล้รสออกเค็มพอดี ๆ เลือดเป็ดสุกกำลังดี นุ่มลิ้น จะรับประทานเปล่า ๆ หรือทานกับซอสรสเผ็ดที่ทางร้านให้มาก็ได้ (13/20)
หมูมะนาว (360) อีกหนึ่งสุดยอดเมนูเเนะนำที่ขอยกขึ้นหิ้งคือหมูมะนาว ทางร้านนำหมูติดมันเล็กน้อยไปย่างจนผิวกรอบเเต่เนื้อข้างในยังคงฉ่ำนุ่ม แค่ยกมาเสิร์ฟก็จะได้กลิ่นหอมจากการย่างด้วยถ่านลอยมาเเตะจมูก ก่อนนำเสิร์ฟจะราดด้วยซอสรสจัดจ้านสไตล์ไทยครบทั้งเปรี้ยวหวานเค็มเผ็ดกลมกล่อมลงตัว (15/20)
รูปที่ 6
หมูมะนาว (360) อีกหนึ่งสุดยอดเมนูเเนะนำที่ขอยกขึ้นหิ้งคือหมูมะนาว ทางร้านนำหมูติดมันเล็กน้อยไปย่างจนผิวกรอบเเต่เนื้อข้างในยังคงฉ่ำนุ่ม แค่ยกมาเสิร์ฟก็จะได้กลิ่นหอมจากการย่างด้วยถ่านลอยมาเเตะจมูก ก่อนนำเสิร์ฟจะราดด้วยซอสรสจัดจ้านสไตล์ไทยครบทั้งเปรี้ยวหวานเค็มเผ็ดกลมกล่อมลงตัว (15/20)
ปลาหมึกผัดไข่เค็ม (180) หมึกสุกกำลังดีสังเกตจากความนุ่มเด้ง ซอสไข่เค็มให้รสชาติที่ดีตามมาตรฐานและค่อนข้างเค็มมากไปเล็กน้อย เราขอแนะนำให้จับคู่กับข้าวสวยร้อน ๆ พบว่าเข้ากันพอดี (12/20)
รูปที่ 7
ปลาหมึกผัดไข่เค็ม (180) หมึกสุกกำลังดีสังเกตจากความนุ่มเด้ง ซอสไข่เค็มให้รสชาติที่ดีตามมาตรฐานและค่อนข้างเค็มมากไปเล็กน้อย เราขอแนะนำให้จับคู่กับข้าวสวยร้อน ๆ พบว่าเข้ากันพอดี (12/20)
ผัดกุยช่ายขาวเต้าหู้หมูสับ (160) ผัดกุยช่ายขาวทำออกมาได้ตามมาตรฐาน ผักกุยช่ายขาวเคี้ยวกรอบ หมูสับนุ่มไม่สุกจนกระด้าง น้ำซอสที่ราดมามีรสชาติกลมกล่อม (12/20)
รูปที่ 8
ผัดกุยช่ายขาวเต้าหู้หมูสับ (160) ผัดกุยช่ายขาวทำออกมาได้ตามมาตรฐาน ผักกุยช่ายขาวเคี้ยวกรอบ หมูสับนุ่มไม่สุกจนกระด้าง น้ำซอสที่ราดมามีรสชาติกลมกล่อม (12/20)
ผักบุ้งไฟแดง (80) ผักบุ้งผัดมากรอบ ๆ รสเผ็ดนิด ๆ ในราคาสุดคุ้มค่า (11/20)
รูปที่ 9
ผักบุ้งไฟแดง (80) ผักบุ้งผัดมากรอบ ๆ รสเผ็ดนิด ๆ ในราคาสุดคุ้มค่า (11/20)
ผัดงอแง (180) เมนูใหม่ที่เพิ่งได้รับการใส่เข้ามาในรายการเมนูคือผัดงอแงสูตรพิเศษของเชฟกิ๊กที่ผัดด้วยไฟแรงจนเส้นมีกลิ่นหอมกระทะและไข่ เพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสด้วยความหวานและกรอบของกุนเชียง (14/20)
รูปที่ 10
ผัดงอแง (180) เมนูใหม่ที่เพิ่งได้รับการใส่เข้ามาในรายการเมนูคือผัดงอแงสูตรพิเศษของเชฟกิ๊กที่ผัดด้วยไฟแรงจนเส้นมีกลิ่นหอมกระทะและไข่ เพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสด้วยความหวานและกรอบของกุนเชียง (14/20)
ข้าวต้มและข้าวสวย
รูปที่ 11
ข้าวต้มและข้าวสวย
ราคา 1,850 บาท
รูปที่ 12
ราคา 1,850 บาท
🎗 [INTRO] เลิศทิพย์ เป็นร้านอาหารของเซเลบริตี้เชฟชื่อดัง เชฟกิ๊ก กมล ชอบดีงาม ผู้เข้าร่วมเเข่งขัน Top Chef Thailand Season 1 นำเสนออาหารไทย-จีนพื้นบ้านที่มีรสชาติอร่อยเลิศจนเป็นกระเเสพูดถึงปากต่อปากอยู่พักใหญ่ เเต่รู้หรือไม่ว่าร้านเลิศทิพย์นั้นเป็นร้านเก่าแก่ที่เปิดทำการมานานกว่า 62 ปีเเล้ว
รูปที่ 13
🎗 [INTRO] เลิศทิพย์ เป็นร้านอาหารของเซเลบริตี้เชฟชื่อดัง เชฟกิ๊ก กมล ชอบดีงาม ผู้เข้าร่วมเเข่งขัน Top Chef Thailand Season 1 นำเสนออาหารไทย-จีนพื้นบ้านที่มีรสชาติอร่อยเลิศจนเป็นกระเเสพูดถึงปากต่อปากอยู่พักใหญ่ เเต่รู้หรือไม่ว่าร้านเลิศทิพย์นั้นเป็นร้านเก่าแก่ที่เปิดทำการมานานกว่า 62 ปีเเล้ว
🎗 [THE PLACE] หากจะเล่าประวัติของร้านเลิศทิพย์ต้องย้อนไปเกือบร้อยปี ในช่วงนั้นประเทศจีนเป็นยุคที่ประชากรมีความเป็นอยู่ที่ไม่สู้ดีนัก นายบักเซ็ง แซ่ปึง ชายหนุ่มชาวซัวเถาจึงตัดสินใจหนีขึ้นเรือบรรทุกสินค้าเพื่อหนีความอดอยากในเมือง ครั้นถูกจับได้จนเกือบถูกทำโทษโดยการโยนลงทะเลนายบักเซ็งตัดสินใจขอไถ่โทษโดยการเป็นพ่อครัวให้กับลูกเรือลำนั้นจนในที่สุดอีกครึ่งปีให้หลังนายบักเซ็งจึงได้เดินทางมาถึงดินแดนสยามและตั้งรกรากบริเวณเสาชิงช้าไม่ไกลจากเยาวราชในปัจจุบัน เริ่มแรกนายบักเซ็งเริ่มต้นชีวิตด้วยการเปิดร้านกาแฟและร้านอาหารเล็ก ๆ จนกระทั่งลูกชายคือ นายจังฮวด แซ่ปึง ได้ตั้งใจสืบทอดเจตนารมย์ของบิดาโดยการเปิดร้านอาหารเป็นกิจลักษณะในปี พ.ศ. 2500 ที่ย่าน กม.8 และใช้ชื่อว่าเลิศทิพย์
รูปที่ 14
🎗 [THE PLACE] หากจะเล่าประวัติของร้านเลิศทิพย์ต้องย้อนไปเกือบร้อยปี ในช่วงนั้นประเทศจีนเป็นยุคที่ประชากรมีความเป็นอยู่ที่ไม่สู้ดีนัก นายบักเซ็ง แซ่ปึง ชายหนุ่มชาวซัวเถาจึงตัดสินใจหนีขึ้นเรือบรรทุกสินค้าเพื่อหนีความอดอยากในเมือง ครั้นถูกจับได้จนเกือบถูกทำโทษโดยการโยนลงทะเลนายบักเซ็งตัดสินใจขอไถ่โทษโดยการเป็นพ่อครัวให้กับลูกเรือลำนั้นจนในที่สุดอีกครึ่งปีให้หลังนายบักเซ็งจึงได้เดินทางมาถึงดินแดนสยามและตั้งรกรากบริเวณเสาชิงช้าไม่ไกลจากเยาวราชในปัจจุบัน เริ่มแรกนายบักเซ็งเริ่มต้นชีวิตด้วยการเปิดร้านกาแฟและร้านอาหารเล็ก ๆ จนกระทั่งลูกชายคือ นายจังฮวด แซ่ปึง ได้ตั้งใจสืบทอดเจตนารมย์ของบิดาโดยการเปิดร้านอาหารเป็นกิจลักษณะในปี พ.ศ. 2500 ที่ย่าน กม.8 และใช้ชื่อว่าเลิศทิพย์
ต่อมาในปี พ.ศ. 2515 ร้านเลิศทิพย์ได้ย้ายไปเปิดที่จังหวัดลำปางโดยใช้ชื่อร้านว่า "เพ็ญจันทร์ (เลิศทิพย์)" มีเมนูขึ้นชื่ออย่างปูทะเลไข่ดองและเนื้อผัดน้ำมันหอย ช่วงนี้เองที่ทางร้านมีโอกาสเสิร์ฟอาหารให้กับหม่อมถนัดศรีและได้รับรางวัลเชลล์ชวนชิมจนเป็นที่โด่งดังขึ้นมา กระทั่งในปี พ.ศ. 2534 ตัวร้านย้ายกลับมาเปิดที่กรุงเทพบริเวณซอยลาดพร้าว 52 ก่อนจะย้ายมาเปิดที่ตำแหน่งปัจจุบันคือซอยลาดพร้าววังหินตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
รูปที่ 15
ต่อมาในปี พ.ศ. 2515 ร้านเลิศทิพย์ได้ย้ายไปเปิดที่จังหวัดลำปางโดยใช้ชื่อร้านว่า "เพ็ญจันทร์ (เลิศทิพย์)" มีเมนูขึ้นชื่ออย่างปูทะเลไข่ดองและเนื้อผัดน้ำมันหอย ช่วงนี้เองที่ทางร้านมีโอกาสเสิร์ฟอาหารให้กับหม่อมถนัดศรีและได้รับรางวัลเชลล์ชวนชิมจนเป็นที่โด่งดังขึ้นมา กระทั่งในปี พ.ศ. 2534 ตัวร้านย้ายกลับมาเปิดที่กรุงเทพบริเวณซอยลาดพร้าว 52 ก่อนจะย้ายมาเปิดที่ตำแหน่งปัจจุบันคือซอยลาดพร้าววังหินตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
ลูกค้าสามารถนำรถเข้าจอดบริเวณซอยเล็ก ๆ ข้าง ๆ ร้านหรือจอดริมถนนในช่ววกลางคืน พื้นที่หน้าร้านเป็นโต๊ะกลางแจ้งติดกับครัว ส่วนภายในห้องรับประทานอาหารหลักเป็นพื้นที่ปรับอากาศซึ่งเย็นสบายกว่ากันมากในช่วงที่อากาศร้อน
รูปที่ 16
ลูกค้าสามารถนำรถเข้าจอดบริเวณซอยเล็ก ๆ ข้าง ๆ ร้านหรือจอดริมถนนในช่ววกลางคืน พื้นที่หน้าร้านเป็นโต๊ะกลางแจ้งติดกับครัว ส่วนภายในห้องรับประทานอาหารหลักเป็นพื้นที่ปรับอากาศซึ่งเย็นสบายกว่ากันมากในช่วงที่อากาศร้อน
กิจการถูกส่งต่อมายังเจ้าของร้านรุ่นที่ 3 คือเชฟกมล ชอบดีงาม หรือที่เรารู้จักกันในชื่อของเชฟกิ๊ก ผู้มีความคุ้นเคยกับอาหารจีนสไตล์แต้จิ๋วมาตั้งแต่อายุยังน้อย
รูปที่ 17
กิจการถูกส่งต่อมายังเจ้าของร้านรุ่นที่ 3 คือเชฟกมล ชอบดีงาม หรือที่เรารู้จักกันในชื่อของเชฟกิ๊ก ผู้มีความคุ้นเคยกับอาหารจีนสไตล์แต้จิ๋วมาตั้งแต่อายุยังน้อย
🎗 [WHY GO] อาหารโดยรวมเเม้ว่าจะเป็นเมนูที่ไม่ซับซ้อนเเต่เชฟกิ๊กสามารถนำเสนอรสชาติที่อร่อยแตกต่างจากห้องอาหารริมทางทั่ว ๆ ไปได้อย่างชัดเจน ที่สำคัญคือมีราคาไม่แพงเหมาะกับการนัดเพื่อน ๆ หรือพาคนในครอบครัวมาทานมื้อเย็น ส่วนใครที่เป็นคอไวน์ทางร้านอนุญาตให้นำมาเปิดเองได้โดยไม่คิดค่ายริการเพิ่มเติมอีกด้วย
รูปที่ 18
🎗 [WHY GO] อาหารโดยรวมเเม้ว่าจะเป็นเมนูที่ไม่ซับซ้อนเเต่เชฟกิ๊กสามารถนำเสนอรสชาติที่อร่อยแตกต่างจากห้องอาหารริมทางทั่ว ๆ ไปได้อย่างชัดเจน ที่สำคัญคือมีราคาไม่แพงเหมาะกับการนัดเพื่อน ๆ หรือพาคนในครอบครัวมาทานมื้อเย็น ส่วนใครที่เป็นคอไวน์ทางร้านอนุญาตให้นำมาเปิดเองได้โดยไม่คิดค่ายริการเพิ่มเติมอีกด้วย