GASTRONOME THAILAND by ตามล่า Fine Dining
Le Skiff Club
2 MICHELIN Stars

FranceLe Skiff Club · เลอ สกิฟ คลับ

Modern Cuisine · อาหารโมเดิร์น — 1 avenue Louis-Gaume, Pyla-sur-Mer, 33115, France

🎗 [INTRO] ในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับห้องอาหารระดับ 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ที่มีบรรยากาศสุดแคชวลไม่เหมือนใคร ตัวร้านตั้งอยู่ที่เมือง Pyla-sur-Mer ไม่ไกลกันกับแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังอย่าง Dune du Pilat ทั้งยังเป็นจุดที่ป่าสนและท้องทะเลมาบรรจบกัน

🎗 [THE PLACE] Louis Gaume เป็นนักธุรกิจผู้อยู่เบื้องหลังโครงการณ์สำคัญมากมาย หนึ่งในนั้นคือการสร้าง Hôtel Haïtza ในปี 1930 โดยมีทำเลที่ตั้งอยู่ในเมือง Pyla-sur-Mer ไม่ไกลกันจากแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอย่าง Grande Dune du Pilat ซึ่งเป็นสันทรายที่มีขนาดสูงที่สุดในทวีปยุโรปทำให้ตัวโรงแรมได้รับความนิยมอย่างมากจากเหล่านักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังแถบ Arcachon ตัวอาคารถูกถ่ายทอดออกมาโดยใช้สถาปัตยกรรมสไตล์ Neo-Basque Architecture และก่อสร้างโดยใช้ก้อนอิฐ Sand-Lime Bricks ที่สร้างขึ้นโดยโรงงานของคุณ Gaume ใน Parentis-en-Born กาลเวลาล่วงเลยมาจนกระทั่งในปี 2016 คู่สามี-ภรรยาคือคุณ Sophie และ William Techoueyres ได้จ้างวานให้สถาปนิคชื่อดังอย่าง Philippe Starck ทำการปรับปรุงโรงแรมและเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น Hôtel Ha(a)ïtza โดยยังคงไว้ซึ่งความหมายดั้งเดิมของ Haïtza ซึ่งเป็นภาษา Basque ที่แปลว่าก้อนหินนั่นเอง จนถึงปัจจุบัน Hôtel Ha(a)ïtza มีโอกาสเปิดประตูต้อนรับลูกค้าคนสำคัญมากมายไม่ว่าจะเป็น ตระกูล Rothschild, ครอบครัว Michelin, นักแสดงหญิง Annabella, แฟชั่นดีไซน์เนอร์ Jeanne Lanvin รวมไปถึงนักร้อง-นักแสดงอย่าง Charles Trenet และ Yves Montand ในส่วนของห้องอาหาร Le Skiff Club ได้รับการตกแต่งแบบเรียบง่ายและดูเป็นกันเองมากกว่าห้องอาหาร Fine Dining ทั่ว ๆ ไป ภายในแลดูคล้ายกับ Yacht Club สังเกตจากหมวกและองค์ประกอบอื่น ๆ ที่แขวนประดับเอาไว้บนผนังและเพดาน นอกจากนี้ในโรงแรมยังมีห้องอาหารอื่น ๆ อีกไม่ว่าจะเป็น Café Ha(a)ïtza ที่ยังคงมีเจ้าของเป็น Groupe-Gaume, The Ha(a)ïtza Brasserie และ Pâtisserie de Famille ที่เปรียบเสมือนสวรรค์ของผู้ที่ชื่นชอบอาหารหวานซึ่งรังสรรค์โดยเชฟของหวานมากความสามารถอย่าง Alexandre Blay อีกด้วย

🎗 [THE CHEF] Stéphane Carrade เติบโตมาโดยมีครอบครัวประกอบอาชีพทำฟาร์มในแถบเทือกเขา Pyrenees หลังจากจบการศึกษาจากโรงเรียนการโรงแรมใน Bordeaux-Talence เขาเดินทางไปต่อยอดการศึกษาที่กรุง London และเดินทางมาฝรั่งเศสเพื่อร่วมงานกับเชฟ Jean Bardé ในเมือง Tours หลังจากนั้นเขาได้รับตำแหน่งให้คุมห้องอาหาร Chez Ruffet ในเมือง Jurançon ทั้งยังคว้ารางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars มาครองได้สำเร็จ หลังจากนั้นเขาเดินทางไปร่วมงานกับห้องอาหาร La Guérinière และคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Stars มาครองได้ในขณะนั้นต่อด้วยงานในโรงแรม Grand Hôtel de Bordeaux ในปี 2014 หลังจากสั่งสมประสบการณ์ได้จนถึงจุดหนึ่งเขาตัดสินใจเดินทางมารับตำแหน่งหัวหน้าเชฟให้กับ Le Skiff Club จนสามารถการันตีด้วยรางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 2020 และ 🍀 MICHELIN Green Star มาจนถึงปัจจุบัน นอกจากเชฟ Stéphane Carrade ยังรับหน้าที่ควบคุมอีกหนึ่งห้องอาหารคือ Maison Ruffet - Villa Navarre (🌟 1 MICHELIN Star) ในเมือง Pau เช่นกัน

🎗 [THE FOOD] เชฟ Stéphane Carrade ตั้งใจเลือกใช้วัตถุดิบท้องถิ่นทั้งปลา ผัก สมุนไพร สัตว์ทั้งตัว และผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิตรายย่อยในท้องที่ได้อย่างน่าประทับใจ การเลือกสั่งอาหารที่ Le Skiff Club นั้นง่ายมากเพียงแค่คุณระบุจำนวนคอร์สที่ต้องการโดยมีราคาคือ 2 Courses - 170 €, 3 Courses 215 € และ 4 Courses - 260 € หลังจากนั้นพนักงานจะมีรายการเมนูที่แบ่งหมวดหมู่ออกเป็น Entrée, Plats และ Dessert ให้ลูกค้าได้เลือกกันได้ตามใจชอบไม่ว่าจะเป็นการเลือกเมนคอร์สทุกจานหรือของหวานทุกจานก็ย่อมได้ รายการไวน์ผ่านการคัดสรรมาอย่างดีทั้งยังมีให้เลือกในหลายระดับราคา ส่วนเมนูที่เราประทับใจในวันนี้คือ

✨ French blue lobster grilled with barrel wood from Bordeaux,

Ha(a)ïtza sauce, lentils and rouille,

Green crabs' soup, mussels and gribiche sauce.

Blue Lobster เป็นหนึ่งในวัตถุดิบระดับโลกของประเทศฝรั่งเศสที่ผ่านการย่างโดยใช้ฟืนจากถังบ่มไวน์ในเมือง Bordeaux ล็อบสเตอร์ทุกชิ้นสุกกำลังดีให้เนื้อสัมผัสที่ดีงามไร้ที่ติจนใช้คำว่าเกือบจะละลายได้ในปากก็ยังได้ จากนั้นจึงเสิร์ฟมากับ Ha(a)ïtza Sauce ตามชื่อโรงแรมซึ่งเป็นซอสที่รังสรรค์โดยเชฟ Stéphane Carrade โดยผสมผสานกุ้งล็อบสเตอร์ มะเขือเทศ และเนยที่มีส่วนผสมของไวน์ Sauternes เข้าด้วยกันจนได้รสชาติที่ครีมมี่ ละมุน เปรี้ยว หวาน กลมกล่อมมาก ๆ ด้านล่างมีองค์ประกอบของถั่วเลนทิลสู้ฟันสร้างมิติทางเนื้อสัมผัสที่แตกต่างกันกับล็อบสเตอร์ที่หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ และหอยแมลงภู่รมควันเคี้ยวหนึบ ยังมีถ้วยข้าง ๆ คือซุปที่เตรียมมาจากปู Green Crabs ให้ความหอมมันโดยเชฟจับคู่กับหอยแมลงภู่ ส่วนองค์ประกอบด้านบนคือ Gribiche Sauce นั่นเอง (18/20)

✨ Wild regional salmon from ”Adour“,

with pink berries and star anise seeds,

Local green asparagus from ”Le Barp“, mayonnaise and peas,

Morels stuffed with chard, shad-sorrel sauce.

ปลาแซลมอนป่าท้องถิ่นจับจากเมือง Adour จับคู่กับแซลมอนที่สับเป็น Tartare สร้างมิติทางเนื้อสัมผัสได้อย่างลงตัวไร้ที่ติ ด้านบนยังมีองค์ประกอบของ Pink Beries และเมล็ดโปยกั๊ก ข้าง ๆ กันคือหน่อไม้ฝรั่งท้องถิ่นจากเมือง Le Barp จับคู่กับความกรอบขอวถั่วพิสตาชิโอ้ ความหวานของถั่ว และรสชาติของซอส Mayonnaise จากนั้นพนักงานจะเทราดซอสที่เตรียมมาจากปลาลงไปอีกทีหนึ่ง อีกฝั่งหนึ่งคือเห็ดโมเรลเคี้ยวหนึบที่ยัดไส้ด้วยใบ Chard จากนั้นเชฟจึงราดด้วยซอสที่เตรียมมาจาก Sorrel ลงไป (17/20)

✨ Strawberry…

Cooked in their own juices, seasoned with Voatsiperifery pepper,

Garnished with an herbaceous honey jam,

Sorbet and foam with fresh herbs.

ห้ามพลาดที่จะเหลือท้องเอาไว้สำหรับของหวานที่จัดเตรียมโดยเชฟ Antony Prunet โดยในที่นี้เชื้อนำเสนอสตรอว์เบอร์รี่ท้องถิ่นที่กำลัง In Season ออกมาในหลากหลายรูปแบบและเนื้อสัมผัสตั้งแต่สตรอว์เบอร์รี่ดอง (Pickled) สตรอว์เบอร์รี่สด (Fresh) และสุดท้ายคือสตรอว์เบอร์รี่ที่ผ่านการเผา (Roasted) และปรุงในน้ำสตรอว์เบอร์รี่ก่อนจะปรุงแต่งด้วยอโรมาเฉพาะตัวของพริกไทย Voatsiperifery นอกจากนี้ยังมีความสดขื่นที่ได้จาก Fresh Herbs Sorbet และความกรอบของอับมอนด์บิสกิต จากนั้นพนักงานจะเทราดน้ำสตรอว์เบอร์รี่ที่ปรุงแต่งด้วยอโรมาของพริกไทย Voatsiperifery ลงไปข้าง ๆ กันกับโฟมสมุนไพรสดที่ Infused ด้วยความหอมหวานของไวน์ Sauternes (20/20)

🎗 [WHY GO] Le Skiff Club เป็นตัวอย่างที่ดีของห้องอาหาร Fine Dining ที่สามารถนำเสนออาหารระดับสูงออกมาได้ภายใต้บรรยากาศอันแสนสบาย ทั้งตัวร้านยังให้อิสระกับเหล่านักชิมในการเลือกเมนูได้ตามใจชอบไม่ว่าจะเป็นหมวดหมู่ของอาหารและจำนวนคอร์ส สำหรับผู้ที่สนใจสามารถตั้งต้นการเดินทางจากนคร Bordeaux โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ขอแนะนำให้ทำการจองก่อนล่วงหน้าโดยตัวร้านเปิดทำการทุกวันในช่วงเย็นตั้งแต่เวลา 19.30-21.00 น. นั่นเอง

ภาพของร้านอาหาร

ทั้งหมด 29 รูป

🇫🇷 Le Skiff Club - เลอ สกิฟ คลับ🌟🌟 2 MICHELIN Stars - 2 ดาวมิชลิน🍀 MICHELIN Green Star - ดาวมิชลินรักษ์โลก🏵️🏵️🏵️ 15.5/20 Gault&Millau - 15.5/20 โก&มีโย🍫 Passion Dessert - อาหารหวานโดดเด่นโดยเชฟมากฝีมือ🍴 Modern Cuisine - อาหารโมเดิร์น👨🏻‍🍳 Chef Stéphane Carrade - เชฟสเตฟาน แคร์ฮาร์ด
รูปที่ 1
🇫🇷 Le Skiff Club - เลอ สกิฟ คลับ🌟🌟 2 MICHELIN Stars - 2 ดาวมิชลิน🍀 MICHELIN Green Star - ดาวมิชลินรักษ์โลก🏵️🏵️🏵️ 15.5/20 Gault&Millau - 15.5/20 โก&มีโย🍫 Passion Dessert - อาหารหวานโดดเด่นโดยเชฟมากฝีมือ🍴 Modern Cuisine - อาหารโมเดิร์น👨🏻‍🍳 Chef Stéphane Carrade - เชฟสเตฟาน แคร์ฮาร์ด
🎗 [INTRO] ในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับห้องอาหารระดับ 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ที่มีบรรยากาศสุดแคชวลไม่เหมือนใคร ตัวร้านตั้งอยู่ที่เมือง Pyla-sur-Mer ไม่ไกลกันกับแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังอย่าง Dune du Pilat ทั้งยังเป็นจุดที่ป่าสนและท้องทะเลมาบรรจบกัน
รูปที่ 2
🎗 [INTRO] ในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับห้องอาหารระดับ 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ที่มีบรรยากาศสุดแคชวลไม่เหมือนใคร ตัวร้านตั้งอยู่ที่เมือง Pyla-sur-Mer ไม่ไกลกันกับแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังอย่าง Dune du Pilat ทั้งยังเป็นจุดที่ป่าสนและท้องทะเลมาบรรจบกัน
Apéritifเริ่มต้นด้วยของว่างเป็นเนื้อปูอัดอยู่ในกระดองปูเสิร์ฟมากับมายองเนสให้ความครีมมี่และถั่วอัลมอนด์ให้ความกรอบ ด้านบนท็อปด้วยชีสนมแพะ ถัดมาคือขนมปังกรอบจับคู่กับกุ้งและคาเวียร์รสชาติเข้มข้น ข้างกันคือโคนที่บรรจุทาทาร์เนื้อปลา จากนั้นจบด้วยทาร์ตเล็ตที่บรรจุเห็ดแล้วท็อปด้วยองค์ประกอบของปลารมควันให้รสชาติออกเค็ม (15/20)
รูปที่ 3
Apéritifเริ่มต้นด้วยของว่างเป็นเนื้อปูอัดอยู่ในกระดองปูเสิร์ฟมากับมายองเนสให้ความครีมมี่และถั่วอัลมอนด์ให้ความกรอบ ด้านบนท็อปด้วยชีสนมแพะ ถัดมาคือขนมปังกรอบจับคู่กับกุ้งและคาเวียร์รสชาติเข้มข้น ข้างกันคือโคนที่บรรจุทาทาร์เนื้อปลา จากนั้นจบด้วยทาร์ตเล็ตที่บรรจุเห็ดแล้วท็อปด้วยองค์ประกอบของปลารมควันให้รสชาติออกเค็ม (15/20)
Apéritifจากนั้นพนักงานจะนำเสิร์ฟของว่างที่เตรียมมาจากเนื้อปลา Whiting Fish ในจานยังมีองค์ประกอบของมายองเนสและครีมอโวคาโด เห็ดหอมให้เนื้อสัมผัสเคี้ยวหนึบ ถั่วให้ความกรอบ และสลัดจิ๋วให้ความสดชื่น (15/20)
รูปที่ 4
Apéritifจากนั้นพนักงานจะนำเสิร์ฟของว่างที่เตรียมมาจากเนื้อปลา Whiting Fish ในจานยังมีองค์ประกอบของมายองเนสและครีมอโวคาโด เห็ดหอมให้เนื้อสัมผัสเคี้ยวหนึบ ถั่วให้ความกรอบ และสลัดจิ๋วให้ความสดชื่น (15/20)
French blue lobster grilled with barrel wood from Bordeaux,Ha(a)ïtza sauce, lentils and rouille,Green crabs' soup, mussels and gribiche sauce.Blue Lobster เป็นหนึ่งในวัตถุดิบระดับโลกของประเทศฝรั่งเศสที่ผ่านการย่างโดยใช้ฟืนจากถังบ่มไวน์ในเมือง Bordeaux ล็อบสเตอร์ทุกชิ้นสุกกำลังดีให้เนื้อสัมผัสที่ดีงามไร้ที่ติจนใช้คำว่าเกือบจะละลายได้ในปากก็ยังได้ จากนั้นจึงเสิร์ฟมากับ Ha(a)ïtza Sauce ตามชื่อโรงแรมซึ่งเป็นซอสที่รังสรรค์โดยเชฟ Stéphane Carrade โดยผสมผสานกุ้งล็อบสเตอร์ มะเขือเทศ และเนยที่มีส่วนผสมของไวน์ Sauternes เข้าด้วยกันจนได้รสชาติที่ครีมมี่ ละมุน เปรี้ยว หวาน กลมกล่อมมาก ๆ (18/20)
รูปที่ 5
French blue lobster grilled with barrel wood from Bordeaux,Ha(a)ïtza sauce, lentils and rouille,Green crabs' soup, mussels and gribiche sauce.Blue Lobster เป็นหนึ่งในวัตถุดิบระดับโลกของประเทศฝรั่งเศสที่ผ่านการย่างโดยใช้ฟืนจากถังบ่มไวน์ในเมือง Bordeaux ล็อบสเตอร์ทุกชิ้นสุกกำลังดีให้เนื้อสัมผัสที่ดีงามไร้ที่ติจนใช้คำว่าเกือบจะละลายได้ในปากก็ยังได้ จากนั้นจึงเสิร์ฟมากับ Ha(a)ïtza Sauce ตามชื่อโรงแรมซึ่งเป็นซอสที่รังสรรค์โดยเชฟ Stéphane Carrade โดยผสมผสานกุ้งล็อบสเตอร์ มะเขือเทศ และเนยที่มีส่วนผสมของไวน์ Sauternes เข้าด้วยกันจนได้รสชาติที่ครีมมี่ ละมุน เปรี้ยว หวาน กลมกล่อมมาก ๆ (18/20)
French blue lobster grilled with barrel wood from Bordeaux,Ha(a)ïtza sauce, lentils and rouille,Green crabs' soup, mussels and gribiche sauce.ด้านล่างมีองค์ประกอบของถั่วเลนทิลสู้ฟันสร้างมิติทางเนื้อสัมผัสที่แตกต่างกันกับล็อบสเตอร์ที่หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ และหอยแมลงภู่รมควันเคี้ยวหนึบ (18/20)
รูปที่ 6
French blue lobster grilled with barrel wood from Bordeaux,Ha(a)ïtza sauce, lentils and rouille,Green crabs' soup, mussels and gribiche sauce.ด้านล่างมีองค์ประกอบของถั่วเลนทิลสู้ฟันสร้างมิติทางเนื้อสัมผัสที่แตกต่างกันกับล็อบสเตอร์ที่หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ และหอยแมลงภู่รมควันเคี้ยวหนึบ (18/20)
French blue lobster grilled with barrel wood from Bordeaux,Ha(a)ïtza sauce, lentils and rouille,Green crabs' soup, mussels and gribiche sauce.ยังมีถ้วยข้าง ๆ คือซุปที่เตรียมมาจากปู Green Crabs ให้ความหอมมันโดยเชฟจับคู่กับหอยแมลงภู่ ส่วนองค์ประกอบด้านบนคือ Gribiche Sauce นั่นเอง (18/20)
รูปที่ 7
French blue lobster grilled with barrel wood from Bordeaux,Ha(a)ïtza sauce, lentils and rouille,Green crabs' soup, mussels and gribiche sauce.ยังมีถ้วยข้าง ๆ คือซุปที่เตรียมมาจากปู Green Crabs ให้ความหอมมันโดยเชฟจับคู่กับหอยแมลงภู่ ส่วนองค์ประกอบด้านบนคือ Gribiche Sauce นั่นเอง (18/20)
”Rossini“ tournedos,Fresh duck foie gras with apple juice,Potatoes pulpe, candied onions cooked in dry Bordeaux white wine.ถัดมาเป็นเมนูเนื้อสุดคลาสสิคอย่าง ”Rossini“ Tournedos (16/20)
รูปที่ 8
”Rossini“ tournedos,Fresh duck foie gras with apple juice,Potatoes pulpe, candied onions cooked in dry Bordeaux white wine.ถัดมาเป็นเมนูเนื้อสุดคลาสสิคอย่าง ”Rossini“ Tournedos (16/20)
”Rossini“ tournedos,Fresh duck foie gras with apple juice,Potatoes pulpe, candied onions cooked in dry Bordeaux white wine.Tournedos Rossini ที่เชฟนำเสนอออกมาในรูปแบบของตัวเอง เชฟนำเนื้อวัวไปปรุงสุกในขนมปังทั้งยังใส่ไวน์ Porto และ Armagnac ลงไปเพื่อปรุงแต่งรสชาติด้วย ด้านบนท็อปด้วยฟัวกราส์ตับเป็ดสด ๆ ที่ปรุงแต่งด้วยอโรมาของน้ำแอปเปิ้ลและไซเดอร์ ทั้งยังให้มาแบบล้นจาน ข้าง ๆ กันคือมันฝรั่งบดที่มีเนื้อสัมผัสเนียนละมุนและหัวหอมใหญ่ที่ผ่านการเกลซด้วยไวน์ขาว Boedeaux จานนี้จบด้วยการโรยเกลือลงไปเล็กน้อยก่อนจะเทราดซอสสูตรพิเศษที่มีส่วนผสมของไวน์ Madeira, Bordeaux, Armangac และเห็ดทรัฟเฟิลอีกเล็กน้อยลงไปในจาน (16/20)
รูปที่ 9
”Rossini“ tournedos,Fresh duck foie gras with apple juice,Potatoes pulpe, candied onions cooked in dry Bordeaux white wine.Tournedos Rossini ที่เชฟนำเสนอออกมาในรูปแบบของตัวเอง เชฟนำเนื้อวัวไปปรุงสุกในขนมปังทั้งยังใส่ไวน์ Porto และ Armagnac ลงไปเพื่อปรุงแต่งรสชาติด้วย ด้านบนท็อปด้วยฟัวกราส์ตับเป็ดสด ๆ ที่ปรุงแต่งด้วยอโรมาของน้ำแอปเปิ้ลและไซเดอร์ ทั้งยังให้มาแบบล้นจาน ข้าง ๆ กันคือมันฝรั่งบดที่มีเนื้อสัมผัสเนียนละมุนและหัวหอมใหญ่ที่ผ่านการเกลซด้วยไวน์ขาว Boedeaux จานนี้จบด้วยการโรยเกลือลงไปเล็กน้อยก่อนจะเทราดซอสสูตรพิเศษที่มีส่วนผสมของไวน์ Madeira, Bordeaux, Armangac และเห็ดทรัฟเฟิลอีกเล็กน้อยลงไปในจาน (16/20)
Wild regional salmon from ”Adour“,with pink berries and star anise seeds,Local green asparagus from ”Le Barp“, mayonnaise and peas,Morels stuffed with chard, shad-sorrel sauce.ปลาแซลมอนป่าท้องถิ่นจับจากเมือง Adour จับคู่กับแซลมอนที่สับเป็น Tartare สร้างมิติทางเนื้อสัมผัสได้อย่างลงตัวไร้ที่ติ ด้านบนยังมีองค์ประกอบของ Pink Beries และเมล็ดโปยกั๊ก ข้าง ๆ กันคือหน่อไม้ฝรั่งท้องถิ่นจากเมือง Le Barp จับคู่กับความกรอบขอวถั่วพิสตาชิโอ้ ความหวานของถั่ว และรสชาติของซอส Mayonnaise จากนั้นพนักงานจะเทราดซอสที่เตรียมมาจากปลาลงไปอีกทีหนึ่ง (17/20)
รูปที่ 10
Wild regional salmon from ”Adour“,with pink berries and star anise seeds,Local green asparagus from ”Le Barp“, mayonnaise and peas,Morels stuffed with chard, shad-sorrel sauce.ปลาแซลมอนป่าท้องถิ่นจับจากเมือง Adour จับคู่กับแซลมอนที่สับเป็น Tartare สร้างมิติทางเนื้อสัมผัสได้อย่างลงตัวไร้ที่ติ ด้านบนยังมีองค์ประกอบของ Pink Beries และเมล็ดโปยกั๊ก ข้าง ๆ กันคือหน่อไม้ฝรั่งท้องถิ่นจากเมือง Le Barp จับคู่กับความกรอบขอวถั่วพิสตาชิโอ้ ความหวานของถั่ว และรสชาติของซอส Mayonnaise จากนั้นพนักงานจะเทราดซอสที่เตรียมมาจากปลาลงไปอีกทีหนึ่ง (17/20)
Wild regional salmon from ”Adour“,with pink berries and star anise seeds,Local green asparagus from ”Le Barp“, mayonnaise and peas,Morels stuffed with chard, shad-sorrel sauce.อีกฝั่งหนึ่งคือเห็ดโมเรลเคี้ยวหนึบที่ยัดไส้ด้วยใบ Chard จากนั้นเชฟจึงราดด้วยซอสที่เตรียมมาจาก Sorrel ลงไป (17/20)
รูปที่ 11
Wild regional salmon from ”Adour“,with pink berries and star anise seeds,Local green asparagus from ”Le Barp“, mayonnaise and peas,Morels stuffed with chard, shad-sorrel sauce.อีกฝั่งหนึ่งคือเห็ดโมเรลเคี้ยวหนึบที่ยัดไส้ด้วยใบ Chard จากนั้นเชฟจึงราดด้วยซอสที่เตรียมมาจาก Sorrel ลงไป (17/20)
Breadขนมปังที่เตรียมเองในโรงแรมโดยทีม Pastry โดยใช้แป้งออร์แกนิคเสิร์ฟมากัยเนยโฮมเมดมัสตาร์ดและเนยน้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิ้นและสามารถขอเติมได้เรื่อย ๆ
รูปที่ 12
Breadขนมปังที่เตรียมเองในโรงแรมโดยทีม Pastry โดยใช้แป้งออร์แกนิคเสิร์ฟมากัยเนยโฮมเมดมัสตาร์ดและเนยน้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิ้นและสามารถขอเติมได้เรื่อย ๆ
Pre-dessertล้างปากก่อนเข้าสู่ของหวานด้วย Candied Apple โดยเชฟนำเสนอลูกแอปเปิ้ลจาก Limousin ที่มีเนื้อสัมผัสนุ่มจนเกือบละลายในปาก ทั้งยังให้รสหวานและขมบาลานซ์กันอย่างไร้ที่ติ เชฟจับคู่มากับถั่วฮาเซลนัทกรอบ ๆ จาก Limousin เช่นกัน ข้าง ๆ กันคือช็อกโกแลตโฟมจาก Rhone Valley ให้เนื้อสัมผัสที่ครีมมี่และรสชาติที่ไม่เข้มข้นจนเกินไป (18/20)
รูปที่ 13
Pre-dessertล้างปากก่อนเข้าสู่ของหวานด้วย Candied Apple โดยเชฟนำเสนอลูกแอปเปิ้ลจาก Limousin ที่มีเนื้อสัมผัสนุ่มจนเกือบละลายในปาก ทั้งยังให้รสหวานและขมบาลานซ์กันอย่างไร้ที่ติ เชฟจับคู่มากับถั่วฮาเซลนัทกรอบ ๆ จาก Limousin เช่นกัน ข้าง ๆ กันคือช็อกโกแลตโฟมจาก Rhone Valley ให้เนื้อสัมผัสที่ครีมมี่และรสชาติที่ไม่เข้มข้นจนเกินไป (18/20)
Strawberry…Cooked in their own juices, seasoned with Voatsiperifery pepper,Garnished with an herbaceous honey jam,Sorbet and foam with fresh herbs.ห้ามพลาดที่จะเหลือท้องเอาไว้สำหรับของหวานที่จัดเตรียมโดยเชฟ Antony Prunet โดยในที่นี้เชื้อนำเสนอสตรอว์เบอร์รี่ท้องถิ่นที่กำลัง In Season ออกมาในหลากหลายรูปแบบและเนื้อสัมผัสตั้งแต่สตรอว์เบอร์รี่ดอง (Pickled) สตรอว์เบอร์รี่สด (Fresh) และสุดท้ายคือสตรอว์เบอร์รี่ที่ผ่านการเผา (Roasted) และปรุงในน้ำสตรอว์เบอร์รี่ก่อนจะปรุงแต่งด้วยอโรมาเฉพาะตัวของพริกไทย Voatsiperifery นอกจากนี้ยังมีความสดขื่นที่ได้จาก Fresh Herbs Sorbet และความกรอบของอับมอนด์บิสกิต จากนั้นพนักงานจะเทราดน้ำสตรอว์เบอร์รี่ที่ปรุงแต่งด้วยอโรมาของพริกไทย Voatsiperifery ลงไปข้าง ๆ กันกับโฟมสมุนไพรสดที่ Infused ด้วยความหอมหวานของไวน์ Sauternes (20/20)
รูปที่ 14
Strawberry…Cooked in their own juices, seasoned with Voatsiperifery pepper,Garnished with an herbaceous honey jam,Sorbet and foam with fresh herbs.ห้ามพลาดที่จะเหลือท้องเอาไว้สำหรับของหวานที่จัดเตรียมโดยเชฟ Antony Prunet โดยในที่นี้เชื้อนำเสนอสตรอว์เบอร์รี่ท้องถิ่นที่กำลัง In Season ออกมาในหลากหลายรูปแบบและเนื้อสัมผัสตั้งแต่สตรอว์เบอร์รี่ดอง (Pickled) สตรอว์เบอร์รี่สด (Fresh) และสุดท้ายคือสตรอว์เบอร์รี่ที่ผ่านการเผา (Roasted) และปรุงในน้ำสตรอว์เบอร์รี่ก่อนจะปรุงแต่งด้วยอโรมาเฉพาะตัวของพริกไทย Voatsiperifery นอกจากนี้ยังมีความสดขื่นที่ได้จาก Fresh Herbs Sorbet และความกรอบของอับมอนด์บิสกิต จากนั้นพนักงานจะเทราดน้ำสตรอว์เบอร์รี่ที่ปรุงแต่งด้วยอโรมาของพริกไทย Voatsiperifery ลงไปข้าง ๆ กันกับโฟมสมุนไพรสดที่ Infused ด้วยความหอมหวานของไวน์ Sauternes (20/20)
Vanilla…Vanilla crème brûlée, Jumbo grapes soaked with rum JM,Caramelized crips,Grilled Mexico's vanilla ice cream and foam.จานนี้คือวานิลลาที่มีผิวชั้นนอกเป็น Caramelized Crisp กรอบ ๆ ยังมีองค์ประกอบของวานิลลาเครมบรูเล่, ไอศกรีมวานิลลา และโฟมที่เตรียมมาจากวานิลลาย่างจากประเทศ Mexico ด้านบนท็อปด้วยองุ่นยักษ์ที่ผ่านการแช่ในเหล้า Rhum J.M ให้เนื้อสัมผัสเคี้ยวทั้งยังช่วยหนึบเชื่อม เนื้อสัมผัสความกรอบของแผ่น Crisp และความนุ่มละมุนของไอศครีมและโฟมเข้าด้วยกัน (18/20)
รูปที่ 15
Vanilla…Vanilla crème brûlée, Jumbo grapes soaked with rum JM,Caramelized crips,Grilled Mexico's vanilla ice cream and foam.จานนี้คือวานิลลาที่มีผิวชั้นนอกเป็น Caramelized Crisp กรอบ ๆ ยังมีองค์ประกอบของวานิลลาเครมบรูเล่, ไอศกรีมวานิลลา และโฟมที่เตรียมมาจากวานิลลาย่างจากประเทศ Mexico ด้านบนท็อปด้วยองุ่นยักษ์ที่ผ่านการแช่ในเหล้า Rhum J.M ให้เนื้อสัมผัสเคี้ยวทั้งยังช่วยหนึบเชื่อม เนื้อสัมผัสความกรอบของแผ่น Crisp และความนุ่มละมุนของไอศครีมและโฟมเข้าด้วยกัน (18/20)
สำหรับใครที่ไปเฉลิมฉลองในโอกาสพิเศษทางร้านจะมีช็อกโกแลตมอบให้ด้วย
รูปที่ 16
สำหรับใครที่ไปเฉลิมฉลองในโอกาสพิเศษทางร้านจะมีช็อกโกแลตมอบให้ด้วย
นอกจากนี้ยังมีขนมและผลไม้ติดไม้ติดมือกลับมาบ้านให้อีกคนละกล่อง
รูปที่ 17
นอกจากนี้ยังมีขนมและผลไม้ติดไม้ติดมือกลับมาบ้านให้อีกคนละกล่อง
🍷 รายการเครื่องดื่มในวันนี้
รูปที่ 18
🍷 รายการเครื่องดื่มในวันนี้
💰 ราคา 430 €
รูปที่ 19
💰 ราคา 430 €
🎗 [THE PLACE] Louis Gaume เป็นนักธุรกิจผู้อยู่เบื้องหลังโครงการณ์สำคัญมากมาย หนึ่งในนั้นคือการสร้าง Hôtel Haïtza ในปี 1930 โดยมีทำเลที่ตั้งอยู่ในเมือง Pyla-sur-Mer ไม่ไกลกันจากแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอย่าง Grande Dune du Pilat ซึ่งเป็นสันทรายที่มีขนาดสูงที่สุดในทวีปยุโรปทำให้ตัวโรงแรมได้รับความนิยมอย่างมากจากเหล่านักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังแถบ Arcachon
รูปที่ 20
🎗 [THE PLACE] Louis Gaume เป็นนักธุรกิจผู้อยู่เบื้องหลังโครงการณ์สำคัญมากมาย หนึ่งในนั้นคือการสร้าง Hôtel Haïtza ในปี 1930 โดยมีทำเลที่ตั้งอยู่ในเมือง Pyla-sur-Mer ไม่ไกลกันจากแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอย่าง Grande Dune du Pilat ซึ่งเป็นสันทรายที่มีขนาดสูงที่สุดในทวีปยุโรปทำให้ตัวโรงแรมได้รับความนิยมอย่างมากจากเหล่านักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังแถบ Arcachon
กาลเวลาล่วงเลยมาจนกระทั่งในปี 2016 คู่สามี-ภรรยาคือคุณ Sophie และ William Techoueyres ได้จ้างวานให้สถาปนิคชื่อดังอย่าง Philippe Starck ทำการปรับปรุงโรงแรมและเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น Hôtel Ha(a)ïtza โดยยังคงไว้ซึ่งความหมายดั้งเดิมของ Haïtza ซึ่งเป็นภาษา Basque ที่แปลว่าก้อนหินนั่นเอง
รูปที่ 21
กาลเวลาล่วงเลยมาจนกระทั่งในปี 2016 คู่สามี-ภรรยาคือคุณ Sophie และ William Techoueyres ได้จ้างวานให้สถาปนิคชื่อดังอย่าง Philippe Starck ทำการปรับปรุงโรงแรมและเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น Hôtel Ha(a)ïtza โดยยังคงไว้ซึ่งความหมายดั้งเดิมของ Haïtza ซึ่งเป็นภาษา Basque ที่แปลว่าก้อนหินนั่นเอง
ในส่วนของห้องอาหาร Le Skiff Club ได้รับการตกแต่งแบบเรียบง่ายและดูเป็นกันเองมากกว่าห้องอาหาร Fine Dining ทั่ว ๆ ไป
รูปที่ 22
ในส่วนของห้องอาหาร Le Skiff Club ได้รับการตกแต่งแบบเรียบง่ายและดูเป็นกันเองมากกว่าห้องอาหาร Fine Dining ทั่ว ๆ ไป
ภายในแลดูคล้ายกับ Yacht Club สังเกตจากหมวกและองค์ประกอบอื่น ๆ ที่แขวนประดับเอาไว้บนผนังและเพดาน
รูปที่ 23
ภายในแลดูคล้ายกับ Yacht Club สังเกตจากหมวกและองค์ประกอบอื่น ๆ ที่แขวนประดับเอาไว้บนผนังและเพดาน
นอกจากนี้ในโรงแรมยังห้องอาหารอื่น ๆ ในโรงแรมไม่ว่าจะเป็น Café Ha(a)ïtza ที่ยังคงมีเจ้าของเป็น Groupe-Gaume, The Ha(a)ïtza Brasserie และ Pâtisserie de Famille ที่เปรียบเสมือนสวรรค์ของผู้ที่ชื่นชอบอาหารหวานซึ่งรังสรรค์โดยเชฟของหวานมากความสามารถอย่าง Alexandre Blay อีกด้วย
รูปที่ 24
นอกจากนี้ในโรงแรมยังห้องอาหารอื่น ๆ ในโรงแรมไม่ว่าจะเป็น Café Ha(a)ïtza ที่ยังคงมีเจ้าของเป็น Groupe-Gaume, The Ha(a)ïtza Brasserie และ Pâtisserie de Famille ที่เปรียบเสมือนสวรรค์ของผู้ที่ชื่นชอบอาหารหวานซึ่งรังสรรค์โดยเชฟของหวานมากความสามารถอย่าง Alexandre Blay อีกด้วย
ตัวอาคารถูกถ่ายทอดออกมาโดยใช้สถาปัตยกรรมสไตล์ Neo-Basque Architecture และก่อสร้างโดยใช้ก้อนอิฐ Sand-Lime Bricks ที่สร้างขึ้นโดยโรงงานของคุณ Gaume ใน Parentis-en-Born
รูปที่ 25
ตัวอาคารถูกถ่ายทอดออกมาโดยใช้สถาปัตยกรรมสไตล์ Neo-Basque Architecture และก่อสร้างโดยใช้ก้อนอิฐ Sand-Lime Bricks ที่สร้างขึ้นโดยโรงงานของคุณ Gaume ใน Parentis-en-Born
จนถึงปัจจุบัน Hôtel Ha(a)ïtza มีโอกาสเปิดประตูต้อนรับลูกค้าคนสำคัญมากมายไม่ว่าจะเป็น ตระกูล Rothschild, ครอบครัว Michelin, นักแสดงหญิง Annabella, แฟชั่นดีไซน์เนอร์ Jeanne Lanvin รวมไปถึงนักร้อง-นักแสดงอย่าง Charles Trenet และ Yves Montand
รูปที่ 26
จนถึงปัจจุบัน Hôtel Ha(a)ïtza มีโอกาสเปิดประตูต้อนรับลูกค้าคนสำคัญมากมายไม่ว่าจะเป็น ตระกูล Rothschild, ครอบครัว Michelin, นักแสดงหญิง Annabella, แฟชั่นดีไซน์เนอร์ Jeanne Lanvin รวมไปถึงนักร้อง-นักแสดงอย่าง Charles Trenet และ Yves Montand
🎗 [THE CHEF] Stéphane Carrade เติบโตมาโดยมีครอบครัวประกอบอาชีพทำฟาร์มในแถบเทือกเขา Pyrenees หลังจากจบการศึกษาจากโรงเรียนการโรงแรมใน Bordeaux-Talence เขาเดินทางไปต่อยอดการศึกษาที่กรุง London และเดินทางมาฝรั่งเศสเพื่อร่วมงานกับเชฟ Jean Bardé ในเมือง Tours หลังจากนั้นเขาได้รับตำแหน่งให้คุมห้องอาหาร Chez Ruffet ในเมือง Jurançon ทั้งยังคว้ารางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars มาครองได้สำเร็จ หลังจากนั้นเขาเดินทางไปร่วมงานกับห้องอาหาร La Guérinière และคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Stars มาครองได้ในขณะนั้นต่อด้วยงานในโรงแรม Grand Hôtel de Bordeaux ในปี 2014 หลังจากสั่งสมประสบการณ์ได้จนถึงจุดหนึ่งเขาตัดสินใจเดินทางมารับตำแหน่งหัวหน้าเชฟให้กับ Le Skiff Club จนสามารถการันตีด้วยรางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 2020 และ 🍀 MICHELIN Green Star มาจนถึงปัจจุบัน นอกจากเชฟ Stéphane Carrade ยังรับหน้าที่ควบคุมอีกหนึ่งห้องอาหารคือ Maison Ruffet - Villa Navarre (🌟 1 MICHELIN Star) ในเมือง Pau เช่นกัน
รูปที่ 27
🎗 [THE CHEF] Stéphane Carrade เติบโตมาโดยมีครอบครัวประกอบอาชีพทำฟาร์มในแถบเทือกเขา Pyrenees หลังจากจบการศึกษาจากโรงเรียนการโรงแรมใน Bordeaux-Talence เขาเดินทางไปต่อยอดการศึกษาที่กรุง London และเดินทางมาฝรั่งเศสเพื่อร่วมงานกับเชฟ Jean Bardé ในเมือง Tours หลังจากนั้นเขาได้รับตำแหน่งให้คุมห้องอาหาร Chez Ruffet ในเมือง Jurançon ทั้งยังคว้ารางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars มาครองได้สำเร็จ หลังจากนั้นเขาเดินทางไปร่วมงานกับห้องอาหาร La Guérinière และคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Stars มาครองได้ในขณะนั้นต่อด้วยงานในโรงแรม Grand Hôtel de Bordeaux ในปี 2014 หลังจากสั่งสมประสบการณ์ได้จนถึงจุดหนึ่งเขาตัดสินใจเดินทางมารับตำแหน่งหัวหน้าเชฟให้กับ Le Skiff Club จนสามารถการันตีด้วยรางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 2020 และ 🍀 MICHELIN Green Star มาจนถึงปัจจุบัน นอกจากเชฟ Stéphane Carrade ยังรับหน้าที่ควบคุมอีกหนึ่งห้องอาหารคือ Maison Ruffet - Villa Navarre (🌟 1 MICHELIN Star) ในเมือง Pau เช่นกัน
🎗 [THE FOOD] เชฟ Stéphane Carrade ตั้งใจเลือกใช้วัตถุดิบท้องถิ่นทั้งปลา ผัก สมุนไพน สัตว์ทั้งตัว และผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิตรายย่อยในท้องที่ได้อย่างน่าประทับใจ การเลือกสั่งอาหารที่ Le Skiff Club นั้นง่ายมากเพียงแค่คุณระบุจำนวนคอร์สที่ต้องการโดยมีราคาคือ 2 Courses - 170 €, 3 Courses 215 € และ 4 Courses - 260 € หลังจากนั้นพนักงานจะมีรายการเมนูที่แบ่งหมวดหมู่ออกเป็น Entrée, Plats และ Dessert ให้ลูกค้าได้เลือกกันได้ตามใจชอบไม่ว่าจะเป็นการเลือกเมนคอร์สทุกจานหรือของหวานทุกจานก็ย่อมได้ รายการไวน์ผ่านการคัดสรรมาอย่างดีทั้งยังมีให้เลือกในหลายระดับราคา
รูปที่ 28
🎗 [THE FOOD] เชฟ Stéphane Carrade ตั้งใจเลือกใช้วัตถุดิบท้องถิ่นทั้งปลา ผัก สมุนไพน สัตว์ทั้งตัว และผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิตรายย่อยในท้องที่ได้อย่างน่าประทับใจ การเลือกสั่งอาหารที่ Le Skiff Club นั้นง่ายมากเพียงแค่คุณระบุจำนวนคอร์สที่ต้องการโดยมีราคาคือ 2 Courses - 170 €, 3 Courses 215 € และ 4 Courses - 260 € หลังจากนั้นพนักงานจะมีรายการเมนูที่แบ่งหมวดหมู่ออกเป็น Entrée, Plats และ Dessert ให้ลูกค้าได้เลือกกันได้ตามใจชอบไม่ว่าจะเป็นการเลือกเมนคอร์สทุกจานหรือของหวานทุกจานก็ย่อมได้ รายการไวน์ผ่านการคัดสรรมาอย่างดีทั้งยังมีให้เลือกในหลายระดับราคา
🎗 [WHY GO] Le Skiff Club เป็นตัวอย่างที่ดีของห้องอาหาร Fine Dining ที่สามารถนำเสนออาหารระดับสูงออกมาได้ภายใต้บรรยากาศอันแสนสบาย ทั้งตัวร้านยังให้อิสระกับเหล่านักชิมในการเลือกเมนูได้ตามใจชอบไม่ว่าจะเป็นหมวดหมู่ของอาหารและจำนวนคอร์ส สำหรับผู้ที่สนใจสามารถตั้งต้นการเดินทางจากนคร Bordeaux โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ขอแนะนำให้ทำการจองก่อนล่วงหน้าโดยตัวร้านเปิดทำการทุกวันในช่วงเย็นตั้งแต่เวลา 19.30-21.00 น. นั่นเอง
รูปที่ 29
🎗 [WHY GO] Le Skiff Club เป็นตัวอย่างที่ดีของห้องอาหาร Fine Dining ที่สามารถนำเสนออาหารระดับสูงออกมาได้ภายใต้บรรยากาศอันแสนสบาย ทั้งตัวร้านยังให้อิสระกับเหล่านักชิมในการเลือกเมนูได้ตามใจชอบไม่ว่าจะเป็นหมวดหมู่ของอาหารและจำนวนคอร์ส สำหรับผู้ที่สนใจสามารถตั้งต้นการเดินทางจากนคร Bordeaux โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ขอแนะนำให้ทำการจองก่อนล่วงหน้าโดยตัวร้านเปิดทำการทุกวันในช่วงเย็นตั้งแต่เวลา 19.30-21.00 น. นั่นเอง