
Le Relais de l'Entrecôte Zürich · เลอ เรอเลส์ เดอ ล็องเทรอโค้ท ซูริค
Steakhouse · สเต๊กเฮ้าส์ — In Gassen 5, 8001 Zürich, Switzerland
🎗 [INTRO] หากพูดถึงร้านสเต๊กเฮ้าส์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในกรุง Paris แน่นอนว่าชื่อของ Le Relais de Venise - son entrecôte หรือร้านสเต๊กต่อแถวจะถูกหยิบมาพูดถึงกันในหมู่นักท่องเที่ยวอยู่เสมอ ๆ แต่สำหรับใครที่ไม่อยากรอคิวนานเราขอแนะนำร้านที่เป็นสาขาในนคร Zurich ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ซึ่งเป็นสาขาเดียวที่รับจองล่วงหน้าทางระบบออนไลน์และไม่ต้องรอคิวหน้าร้าน
🎗 [CAFÉ DE PARIS - The Origin] ในปี 1930 นาย Boubier เชฟเจ้าของห้องอาหาร La Coq d'Or ในนคร Geneva ได้คิดค้นเนยสูตรพิเศษที่มีองค์ประกอบของสมุนไพรหลากหลายชนิดเสิร์ฟคู่กันไปกับเนื้อย่างจนกลายเป็นที่นิยมอย่างในหมู่คนท้องถิ่น กาลเวลาล่วงเลยมาจนถึงรุ่นลูกของนาย Boubier ผู้เป็นภรรยาของ Sir Arthur Francis Dumont เจ้าของ Café de Paris ซึ่งตั้งอยู่บนถนน Rue du Mont Blanc ไม่ไกลกันจากสถานีรถไฟได้เกิดความคิดที่จะนำเนยชนิดนี้มาเสิร์ฟคู่กันไปกับเนื้อสเต๊กส่วนซี่โครงจึงติดสินใจเปลี่ยนร้านสไตล์คาเฟ่ให้กลายมาเป็นห้องอาหารที่เสิร์ฟเมนูเฉพาะตัว นอกจากนี้เขายังมีโอกาสเผยแพร่สูตรที่ National Exhibition ในนคร Lausanne อีกด้วย อย่างไรก็ตามแม้จะรับหน้าที่เป็น Head Chef อยู่นานถึง 38 ปีแต่ด้วยความที่นาย Dumont ไม่มีทายาทผู้สืบทอดกิจการทำให้เขาจำเป็นต้องขายกิจการและเนยสูตรลับเฉพาะนี้ให้กับ Aline Abriel ซึ่งเธอก็ได้ส่งไม้ต่อให้กับ François Vouillamoz ผู้เป็นหลานในอีก 5 ปีต่อมาโดยเป็นนาย Vouillamoz นี้เองที่ขยับขยายสาขาของร้านภายใต้ชื่อ Café de Paris Chez Boubier ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันและยังได้รับการรับรองว่าเป็นห้องอาหารแห่งแรกที่คิคค้นเนยสูตรนี้ขึ้นมานั่นเอง
🎗 [THE PLACE] ในเวลาต่อมาความนิยมของ Café de Paris ได้แพร่กระจายไปทั่วทั้งทวีปยุโรปโดยเฉพาะเมืองหลวงของอาหารตะวันตกอย่างกรุง Paris กระทั่งปี 1959 นาย Paul Gineste de Saurs ได้ซื้อต่อกิจการห้องอาหารอิตาลีที่ตั้งอยู่ในเขต 17 ของกรุง Paris นามว่า Le Relais de Venise ทั้งยังปรับเปลี่ยนรูปแบบจากอาหารอิตาลีมาเป็นอาหารฝรั่งเศสพื้นบ้านสไตล์ Bistro แต่ยังคงไว้ซึ่งชื่อเดิมโดยมีเมนคอร์สเป็น Steak frites เพียงเมนูเดียวเท่านั้น ปัจจุบันตัวร้านได้มีการขยับขยายสาขาและแตกแบรนด์ออกไปมากมายโดยทุกสาขานั้นลูกค้าต้องมายืนต่อคิวกันหน้าร้านยกเว้นก็แต่สาขานคร Zurich ที่มีระบบการจองออนไลน์อันเป็นที่มาของบทความในวันนี้ ตัวร้านตั้งอยู่ใจกลางเมืองห่างนากแหล่งท่องเที่ยวและจุดชมวิวสำคัญอย่าง Lindenhof เพียง 300 เมตร ภายในตกแต่งให้มีความคลาสสิคสังเกตจากการเลือกใช้เก้าอี้ปูด้วยผ้าสีแดง, เหลือง, น้ำเงิน และเขียวพร้อมด้วยกระดาษสีขาวผืนใหญ่ บนผนังตกแต่งด้วยกระจกเงาและภาพวาดสไตล์วินเทจ พนักงานทุกคนแต่งตัวในชุดดำพร้อมกับสวมผ้ากันเปื้อนสีขาวตามแบบร้านต้นฉบับ นอกจากนี้ยังมีที่นั่งเอาท์ดอร์บริเวณหน้าร้านซึ่งเหมาะเป็นอย่างยิ่งในวันที่อากาศเป็นใจอีกด้วย
🎗 [THE FOOD] Le Relais de l'Entrecôte เป็นห้องอาหารที่จัดเสิร์ฟเพียงเมนูเดียวเท่านั้นคือ Le Contre Filet Pare Avec sa Fameuse sauce, Les Pommes Allumettes et sa salade aux noix (45 CHF) หรือสเต๊กเนื้อราดด้วยซอสเนย Café de Paris สูตรลับที่ขึ้นจากสมุนไพรหลายชนิดจนให้สีเขียวนวล ยังมี French Fries ทอดมากรอบ ๆ ไม่อมน้ำมันและ Walnut Salad เสิร์ฟมาเพื่อเรียกความสดชื่นอีกด้วย ทั้งนี้ลูกค้าแต่ละต้องสั่งสเต๊กเนื้อกันคนละจานไม่สามารถสั่งมาแชร์กันได้ สำหรับใครที่เป็น Vegetarian สามารถสั่ง Walnut Salad (4.50 CHF) และ French Fries (5 CHF) มาต่างหากได้ก่อนที่จะปิดท้ายด้วยของหวานมากมายกว่า 20 รายการให้ได้ชิมกัน
🎗 [WHY GO] สรุปแล้วชื่อซอสเนย Café de Paris นั้นมีต้นกำเนิดมาจากชื่อร้านอาหารเก่าแก่ในนคร Geneva ไม่ได้มีที่มาจากชื่อกรุง Paris อย่างที่คนส่วนมากเข้าใจผิดกันแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามซอสเนยชนิดนี้ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายรวมไปถึงห้องอาหาร Le Relais de l'Entrecôte ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นหนึ่งในห้องอาหารที่เตรียมซอสเนย Café de Paris ได้ดีที่สุดในโลกแต่ก็แลกมาด้วยคิวอันยาวเหยียดชนิดที่แทบถอดใจ ปัญหาเหล่านี้จะหมดไปสำหรับใครก็ตามที่เดินทางมาท่องเที่ยวยังนคร Zürich ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ทั้งตัวร้านยังตั้งอยู่ใจกลางเมืองห่างจากจุดชมวิวยอดนิยมอย่างสวน Lindenhof เพียง 300 เมตรเท่านั้นอีกด้วย
ภาพของร้านอาหาร
ทั้งหมด 19 รูป

![🎗 [INTRO] หากพูดถึงร้านสเต๊กเฮ้าส์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในกรุง Paris แน่นอนว่าชื่อของ Le Relais de Venise - son entrecôte หรือร้านสเต๊กต่อแถวจะถูกหยิบมาพูดถึงกันในหมู่นักท่องเที่ยวอยู่เสมอ ๆ แต่สำหรับใครที่ไม่อยากรอคิวนานเราขอแนะนำร้านที่เป็นสาขาในนคร Zurich ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ซึ่งเป็นสาขาเดียวที่รับจองล่วงหน้าทางระบบออนไลน์และไม่ต้องรอคิวหน้าร้าน](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2022/11/283937583_7974030609338333_5126440942888564478_n.webp)







![🎗 [CAFÉ DE PARIS - The Origin] ในปี 1930 นาย Boubier เชฟเจ้าของห้องอาหาร La Coq d'Or ในนคร Geneva ได้คิดค้นเนยสูตรพิเศษที่มีองค์ประกอบของสมุนไพรหลากหลายชนิดเสิร์ฟคู่กันไปกับเนื้อย่างจนกลายเป็นที่นิยมอย่างในหมู่คนท้องถิ่น กาลเวลาล่วงเลยมาจนถึงรุ่นลูกของนาย Boubier ผู้เป็นภรรยาของ Sir Arthur Francis Dumont เจ้าของ Café de Paris ซึ่งตั้งอยู่บนถนน Rue du Mont Blanc ไม่ไกลกันจากสถานีรถไฟได้เกิดความคิดที่จะนำเนยชนิดนี้มาเสิร์ฟคู่กันไปกับเนื้อสเต๊กส่วนซี่โครงจึงติดสินใจเปลี่ยนร้านสไตล์คาเฟ่ให้กลายมาเป็นห้องอาหารที่เสิร์ฟเมนูเฉพาะตัว นอกจากนี้เขายังมีโอกาสเผยแพร่สูตรที่ National Exhibition ในนคร Lausanne อีกด้วย อย่างไรก็ตามแม้จะรับหน้าที่เป็น Head Chef อยู่นานถึง 38 ปีแต่ด้วยความที่นาย Dumont ไม่มีทายาทผู้สืบทอดกิจการทำให้เขาจำเป็นต้องขายกิจการและเนยสูตรลับเฉพาะนี้ให้กับ Aline Abriel ซึ่งเธอก็ได้ส่งไม้ต่อให้กับ François Vouillamoz ผู้เป็นหลานในอีก 5 ปีต่อมาโดยเป็นนาย Vouillamoz นี้เองที่ขยับขยายสาขาของร้านภายใต้ชื่อ Café de Paris Chez Boubier ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันและยังได้รับการรับรองว่าเป็นห้องอาหารแห่งแรกที่คิคด้นเนยสูตรนี้ขึ้นมานั่นเอง](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2022/11/283917220_7974031232671604_3908135371685690188_n.webp)
![🎗 [THE PLACE] ในเวลาต่อมาความนิยมของ Café de Paris ได้แพร่กระจายไปทั่วทั้งทวีปยุโรปโดยเฉพาะเมืองหลวงของอาหารตะวันตกอย่างกรุง Paris กระทั่งปี 1959 นาย Paul Gineste de Saurs ได้ซื้อต่อกิจการห้องอาหารอิตาลีที่ตั้งอยู่ในเขต 17 ของกรุง Paris นามว่า Le Relais de Venise ทั้งยังปรับเปลี่ยนรูปแบบจากอาหารอิตาลีมาเป็นอาหารฝรั่งเศสพื้นบ้านสไตล์ Bistro แต่ยังคงไว้ซึ่งชื่อเดิมโดยมีเมนคอร์สเป็น Steak frites เพียงเมนูเดียวเท่านั้น ปัจจุบันตัวร้านได้มีการขยับขยายสาขาและแตกแบรนด์ออกไปมากมายโดยทุกสาขานั้นลูกค้าต้องมายืนต่อคิวกันหน้าร้านยกเว้นก็แต่สาขานคร Zurich ที่มีระบบการจองออนไลน์อันเป็นที่มาของบทความในวันนี้](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2022/11/283850965_7974030366005024_4466009278119665315_n.webp)





![🎗 [THE FOOD] Le Relais de l'Entrecôte เป็นห้องอาหารที่จัดเสิร์ฟเพียงเมนูเดียวเท่านั้นคือ Le Contre Filet Pare Avec sa Fameuse sauce, Les Pommes Allumettes et sa salade aux noix (45 CHF) หรือสเต๊กเนื้อราดด้วยซอสเนย Café de Paris สูตรลับที่ขึ้นจากสมุนไพรหลายชนิดจนให้สีเขียวนวล ยังมี French Fries ทอดมากรอบ ๆ ไม่อมน้ำมันและ Walnut Salad เสิร์ฟมาเพื่อเรียกความสดชื่นอีกด้วย ทั้งนี้ลูกค้าต้องสั่งสเต๊กเนื้อกันคนละจานไม่สามารถสั่งมาแชร์กันได้ สำหรับใครที่เป็น Vegetarian สามารถสั่ง Walnut Salad (4.50 CHF) และ French Fries (5 CHF) มาต่างหากได้ก่อนที่จะปิดท้ายด้วยของหวานมากมายกว่า 20 รายการให้ได้ชิมกัน](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2022/11/283956819_7974030969338297_4668364427430087136_n.webp)
![🎗 [WHY GO] สรุปแล้วชื่อซอสเนย Café de Paris นั้นมีต้นกำเนิดมาจากชื่อร้านอาหารเก่าแก่ในนคร Geneva ไม่ได้มาจากชื่อกรุง Paris อย่างที่คนส่วนมากเข้าใจผิดกันแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามซอสเนยชนิดนี้ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายรวมไปถึงห้องอาหาร Le Relais de l'Entrecôte ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นหนึ่งในห้องอาหารที่เตรียมซอสเนย Café de Paris ได้ดีที่สุดในโลกแต่ก็แลกมาด้วยคิวอันยาวเหยียดชนิดที่แทบถอดใจ](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2022/11/283978387_7974029972671730_4034569573023326991_n.webp)

