GASTRONOME THAILAND by ตามล่า Fine Dining
Le Puits Saint Jacques
2 MICHELIN Stars

FranceLe Puits Saint Jacques · เลอ พุยส์ แซงต์ ชาคส์

Modern Cuisine · อาหารโมเดิร์น — 57 avenue Victor-Capoul, Pujaudran, 32600, France

🎗 [INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อนไปพบกับหนึ่งในห้องอาหารระดับสูงที่มีราคาคุ้มค่าที่สุดในภูมิภาค Occitania โดยมีราคาเซ็ตเมนูเริ่มต้นเพียง 49 € ในช่วงมื้อกลางวันและ 105 € ในช่วงมื้อค่ำ นอกจากนี้ตัวร้านยังตั้งอยู่ไม่ไกลจากเมืองใหญ่อย่างนคร Toulouse อีกด้วย

🎗 [THE PLACE] Le Puits Saint Jacques ตั้งอยู่ห่างจากนคร Toulouse ประมาณ 25 กิโลเมตรทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางแสวงบุญ El Camino de Santiago มุ่งหน้าสู่เมือง Santiago de Compostela ในประเทศสเปน ลูกค้าสามารถจอดรถบริเวณลานกว้างฝั่งตรงข้ามหรือหากเต็มก็สามารถขับวนไปจอดที่ด้านหลังลานว่างก็ได้เช่นกัน ภายในร้านตกแต่งในสไตล์ย้อนยุคแต่ยังคงไว้ซึ่งความหรูหราโดยใช้วัสดุไม้เอล์มตัดกันกับโทนสีทองแดงของพื้น พนักงานทุกคนให้บริการอย่างเป็นกันเองและมีความเป็นมืออาชีพสูง ขอแนะนำอย่างมากให้เลือกชิมไวน์จากรายการไวน์ที่มีให้เลือกค่อนข้างหลากหลายในราคาคุ้มค่าเมื่อเทียบกับระดับของตัวร้าน

🎗 [THE CHEF] Bernard Bach เป็นหนึ่งในเชฟระดับตำนานของภูมิภาค Occitania โดยเขาสร้างชื่อจากการพาห้องอาหาร Le Puits Saint Jacques คว้ารางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars มาครองได้ก่อนที่ในเดือนกรกฎาคม 2020 เขาจะส่งไม้ต่อให้กับ William Candelon ผู้มีศักดิ์เป็นหลาน สำหรับตัวเชฟ William Candelon เองก็มีความมุ่งมั่นที่จะเป็นเชฟตั้งแต่อายุยังน้อยก่อนที่จะเรื่มต้นสายอาชีพเชฟกับห้องอาหารในเครือของเชฟ Alain Ducasse และเชฟ Michel Guérard จนกระทั่งในปี 2002 เขาจึงตัดสินใจย้ายมาร่วมงานกับเชฟ Bernard Bach และพัฒนาฝีมือจนกลายมาเป็น Head Chef ในปัจจุบัน

🎗 [THE FOOD] ทางร้านนำเสนอ Menu du Marché จัดเสิร์ฟมาเฉพาะช่วงมื้อกลางวันจำนวน 3 คอร์สในราคาสุดคุ้มค่าเพียง 49 € ส่วนใครที่อยากลิ้มลอง Tasting Menu ชุดใหญ่สามารถเลือกได้ระหว่าง Menu Découverte ที่จัดเสิร์ฟมาจำนวน 4 คอร์สในราคา 105 € ถัดมาคือ Menu Signature ที่ได้รวบรวมเมนูเด็ดประจำร้านจัดเสิร์ฟมาจำนวน 4 คอร์สเช่นกันในราคา 135 € สุดท้ายคือ Menu Dégustation จัดเสิร์ฟมาจำนวน 6 คอร์สที่ราคา 155 € ส่วนเมนูเด็ดที่เราได้ลองชิมในวันนี้คือ

✨ L'asperge blanche entière et en velouté, ris d'agneau laqué, foie gras et sabayon beurre de cepes

คอร์สแรกอย่างเป็นทางการคือหน่อไม้ฝรั่งขาวเสิร์ฟมา 2 รูปแบบหลัก ๆ คือการหั่นเป็นชิ้นพอดีคำราดด้วยซอส Velouté หน่อไม้ฝรั่งขาว ด้านบนท็อปด้วยซอสครีมเห็ดหอมมัน ด้านล่างประกอบไปด้วยชิ้นฟัวกราส์และแกะส่วน Sweetbread ข้าง ๆ กันคือ Nem หรือปอเปี๊ยะที่ผสานเห็ดและแกะให้กลิ่นเฉพาะตัวเข้าด้วยกัน (16/20)

✨ La salade de fraises et gel d'estragon sorbet de son jus, mousseux et croustillant au praliné pistache

ของหวานจานหลักคือสตรอว์เบอร์รี่สลัดจับคู่กับซอร์เบท์น้ำสตรอว์เบอร์รี่ รอบ ๆ คือ Gavotte หรือบิสกิตกรอบ ยังมีองค์ประกอบของทาร์รากอนเจล ตรงกลางคือเค้กและโฟมถั่วพิสตาชิโอ้ท็อปด้านบนด้วยน้ำตาลเป๊าะแป๊ะเคี้ยวสนุก (16/20)

🎗 [WHY GO] สำหรับใครเดินทางมายังแถบนคร Toulouse และกำลังมองหาห้องอาหารระดับสูงในราคาที่คุ้มค่าและจับต้องได้เราขอให้ปักหมุด Le puits Saint Jacques เอาไว้ในแผนการเดินทางได้เลย ถึงแม้ตัวร้านจะจองได้ไม่ยากและในบางครั้งสามารถโทรมาจองในวันได้แต่การจองมาก่อนล่วงหน้าจะช่วยให้ทางร้านสามารถเตรียมการล่วงหน้าและจัดโต๊ะตำแหน่งดี ๆ เอาไว้ให้ก่อนได้นั่นเอง

ภาพของร้านอาหาร

ทั้งหมด 28 รูป

🇫🇷 Le Puits Saint Jacques - เลอ พุยส์ แซงต์ ชาคส์ 🌟🌟 2 MICHELIN Stars - 2 ดาวมิชลิน🏵️🏵️🏵️ 15/20 Gault&Millau - 15/20 โก&มีโย🍴 Modern Cuisine - อาหารโมเดิร์น👨🏻‍🍳 Chef William Candelon - เชฟวิลเลียม คงเดอลง
รูปที่ 1
🇫🇷 Le Puits Saint Jacques - เลอ พุยส์ แซงต์ ชาคส์ 🌟🌟 2 MICHELIN Stars - 2 ดาวมิชลิน🏵️🏵️🏵️ 15/20 Gault&Millau - 15/20 โก&มีโย🍴 Modern Cuisine - อาหารโมเดิร์น👨🏻‍🍳 Chef William Candelon - เชฟวิลเลียม คงเดอลง
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
รูปที่ 2
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
Amuse-boucheเริ่มต้นมื้ออาหารด้วยของว่างเรียกน้ำย่อย คำแรกคือ Goat Cheese Pie พายชีสนมแพะกรอบ ๆ ที่มีความฉุนเฉพาะตัวเข้ากันกับผลไม้แห้ง ชิ้นที่สองคือ Maki สไตล์ญี่ปุ่นที่มีอโรมาหอม ๆ ของดีหมีกและความฉุนที่กำลังพอดีของวาซาบิโฟม ชิ้นที่สามคือ Fried Ball ทรงกลมสอดไส้เนื้อปลา ด้านบนท็อปด้วยพริกหวาน สุดท้ายคือ Panna Cotta ที่เตรียมมาจากเฟนเนลจับคู่กับสลัดหอยสังข์ทะเลหรือ Bulot เคี้ยวหนึบ (15/20)
รูปที่ 3
Amuse-boucheเริ่มต้นมื้ออาหารด้วยของว่างเรียกน้ำย่อย คำแรกคือ Goat Cheese Pie พายชีสนมแพะกรอบ ๆ ที่มีความฉุนเฉพาะตัวเข้ากันกับผลไม้แห้ง ชิ้นที่สองคือ Maki สไตล์ญี่ปุ่นที่มีอโรมาหอม ๆ ของดีหมีกและความฉุนที่กำลังพอดีของวาซาบิโฟม ชิ้นที่สามคือ Fried Ball ทรงกลมสอดไส้เนื้อปลา ด้านบนท็อปด้วยพริกหวาน สุดท้ายคือ Panna Cotta ที่เตรียมมาจากเฟนเนลจับคู่กับสลัดหอยสังข์ทะเลหรือ Bulot เคี้ยวหนึบ (15/20)
Amuse-boucheจากนั้นพนักงานจะเสิร์ฟผักหลายชนิดมาคู่กับชีสนมแพะจับคู่กับแผ่นกรอบที่เตรียมมาจากยี่หร่า ถึงแม้จะเป็นจานที่ให้ความรู้สึกเป็นเมนูพื้นบ้านแต่เชฟก็เตรียมออกมาได้อย่างลงตัว (15/20)
รูปที่ 4
Amuse-boucheจากนั้นพนักงานจะเสิร์ฟผักหลายชนิดมาคู่กับชีสนมแพะจับคู่กับแผ่นกรอบที่เตรียมมาจากยี่หร่า ถึงแม้จะเป็นจานที่ให้ความรู้สึกเป็นเมนูพื้นบ้านแต่เชฟก็เตรียมออกมาได้อย่างลงตัว (15/20)
L'asperge blanche entière et en velouté, ris d'agneau laqué, foie gras et sabayon beurre de cepesคอร์สแรกอย่างเป็นทางการคือหน่อไม้ฝรั่งขาวเสิร์ฟมา 2 รูปแบบหลัก ๆ คือการหั่นเป็นชิ้นพอดีคำราดด้วยซอส Velouté หน่อไม้ฝรั่งขาว (16/20)
รูปที่ 5
L'asperge blanche entière et en velouté, ris d'agneau laqué, foie gras et sabayon beurre de cepesคอร์สแรกอย่างเป็นทางการคือหน่อไม้ฝรั่งขาวเสิร์ฟมา 2 รูปแบบหลัก ๆ คือการหั่นเป็นชิ้นพอดีคำราดด้วยซอส Velouté หน่อไม้ฝรั่งขาว (16/20)
L'asperge blanche entière et en velouté, ris d'agneau laqué, foie gras et sabayon beurre de cepesด้านบนท็อปด้วยซอสครีมเห็ดหอมมัน ด้านล่างประกอบไปด้วยชิ้นฟัวกราส์และแกะส่วน Sweetbread ข้าง ๆ กันคือ Nem หรือปอเปี๊ยะที่ผสานเห็ดและแกะให้กลิ่นเฉพาะตัวเข้าด้วยกัน (16/20)
รูปที่ 6
L'asperge blanche entière et en velouté, ris d'agneau laqué, foie gras et sabayon beurre de cepesด้านบนท็อปด้วยซอสครีมเห็ดหอมมัน ด้านล่างประกอบไปด้วยชิ้นฟัวกราส์และแกะส่วน Sweetbread ข้าง ๆ กันคือ Nem หรือปอเปี๊ยะที่ผสานเห็ดและแกะให้กลิ่นเฉพาะตัวเข้าด้วยกัน (16/20)
Laile de raie cuite lentement, petits pois et frégola aux coquillages, condiment grenobloise et bouillon au citron noirปีกปลากระเบนที่ผ่านการ Slow-cooked จนได้เนื้อสัมผัสที่นุ่มกว่าปกติแต่ยังคงไว้ซึ่งเนื้อสัมผัสที่ต้องเคี้ยวของเนื้อปลา ด้านล่างมีมิติทางเนื้อสัมผัสที่ได้จากชิ้นหอยเคี้ยวหนึบ เชฟเสิร์ฟมากับ Frégola หรือพาสต้าทรงกลมและผักต่าง ๆ ทั้งถั่วและหน่อไม้ฝรั่ง ด้านบนท็อปด้วยองค์ประกอบของมะเขือเทศให้ความเปรี้ยวเข้ากันกับ Bouillon ที่เตรียมมาจาก Black Lemon มีบอดี้ที่ไม่หนักท้อง (16/20)
รูปที่ 7
Laile de raie cuite lentement, petits pois et frégola aux coquillages, condiment grenobloise et bouillon au citron noirปีกปลากระเบนที่ผ่านการ Slow-cooked จนได้เนื้อสัมผัสที่นุ่มกว่าปกติแต่ยังคงไว้ซึ่งเนื้อสัมผัสที่ต้องเคี้ยวของเนื้อปลา ด้านล่างมีมิติทางเนื้อสัมผัสที่ได้จากชิ้นหอยเคี้ยวหนึบ เชฟเสิร์ฟมากับ Frégola หรือพาสต้าทรงกลมและผักต่าง ๆ ทั้งถั่วและหน่อไม้ฝรั่ง ด้านบนท็อปด้วยองค์ประกอบของมะเขือเทศให้ความเปรี้ยวเข้ากันกับ Bouillon ที่เตรียมมาจาก Black Lemon มีบอดี้ที่ไม่หนักท้อง (16/20)
จากนั้นพนักงานจะเอามีดมาให้เราเลือกใช้สำหรัยจาน Main Course
รูปที่ 8
จากนั้นพนักงานจะเอามีดมาให้เราเลือกใช้สำหรัยจาน Main Course
Le suprême de pintade fini au lait de « Monsieur Tauzin », artichaut, caillette de ses cuisses, pommes de terre frites et jus infusé au foinสำหรับจานเมนคอร์สเชฟเสิร์ฟเป็นไก่ Guinea Fowl จับคู่มากับ Caillette ซึ่งเป็นน่องไก่และเครื่องในสับละเอียดให้เนื้อสัมผัสที่นุ่มละมุนและไม่คาว องค์ประกอบเคียงคือมันฝรั่งมิลเฟยทอดกรอบและชิ้นสามเหลี่ยมที่เตรียมมาจากแก่นตะวัน เชฟตั้งใจเทราด Smoked Jus ที่มีอโรมาหอม ๆ ของหญ้าฟางรสชาติเข้มข้นลงไปในจาน (16/20)
รูปที่ 9
Le suprême de pintade fini au lait de « Monsieur Tauzin », artichaut, caillette de ses cuisses, pommes de terre frites et jus infusé au foinสำหรับจานเมนคอร์สเชฟเสิร์ฟเป็นไก่ Guinea Fowl จับคู่มากับ Caillette ซึ่งเป็นน่องไก่และเครื่องในสับละเอียดให้เนื้อสัมผัสที่นุ่มละมุนและไม่คาว องค์ประกอบเคียงคือมันฝรั่งมิลเฟยทอดกรอบและชิ้นสามเหลี่ยมที่เตรียมมาจากแก่นตะวัน เชฟตั้งใจเทราด Smoked Jus ที่มีอโรมาหอม ๆ ของหญ้าฟางรสชาติเข้มข้นลงไปในจาน (16/20)
Panขนมปังสามารถขอเพิ่มได้ตลอด
รูปที่ 10
Panขนมปังสามารถขอเพิ่มได้ตลอด
Pre-dessertล้างปากด้วยช็อกโกแลตซอสจับคู่กับความสดชื่นของไอศกรีมยูคาลิปตัส นอกจากนี้ยังมี Bourdeon de Sapin หรือยอดสนใส่มาในถ้วยด้วย
รูปที่ 11
Pre-dessertล้างปากด้วยช็อกโกแลตซอสจับคู่กับความสดชื่นของไอศกรีมยูคาลิปตัส นอกจากนี้ยังมี Bourdeon de Sapin หรือยอดสนใส่มาในถ้วยด้วย
La salade de fraises et gel d'estragon sorbet de son jus, mousseux et croustillant au praliné pistacheของหวานจานหลักคือสตรอว์เบอร์รี่สลัดจับคู่กับซอร์เบท์น้ำสตรอว์เบอร์รี่ รอบ ๆ คือ Gavotte หรือบิสกิตกรอบ ยังมีองค์ประกอบของทาร์รากอนเจล ตรงกลางคือเค้กและโฟมถั่วพิสตาชิโอ้ท็อปด้านบนด้วยน้ำตาลเป๊าะแป๊ะเคี้ยวสนุก (16/20)
รูปที่ 12
La salade de fraises et gel d'estragon sorbet de son jus, mousseux et croustillant au praliné pistacheของหวานจานหลักคือสตรอว์เบอร์รี่สลัดจับคู่กับซอร์เบท์น้ำสตรอว์เบอร์รี่ รอบ ๆ คือ Gavotte หรือบิสกิตกรอบ ยังมีองค์ประกอบของทาร์รากอนเจล ตรงกลางคือเค้กและโฟมถั่วพิสตาชิโอ้ท็อปด้านบนด้วยน้ำตาลเป๊าะแป๊ะเคี้ยวสนุก (16/20)
Mignardisesของหวานจิ๋วหลากหลายรายการเช่น Chocolate Ball with Yuzu, Canelé, Calisson d'Aix และ Flan with Raspberry Marmalade
รูปที่ 13
Mignardisesของหวานจิ๋วหลากหลายรายการเช่น Chocolate Ball with Yuzu, Canelé, Calisson d'Aix และ Flan with Raspberry Marmalade
💰 ราคา 280 €
รูปที่ 14
💰 ราคา 280 €
🎗 [INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อนไปพบกับหนึ่งในห้องอาหารระดับสูงที่มีราคาคุ้มค่าที่สุดในภูมิภาค Occitania โดยมีราคาเซ็ตเมนูเริ่มต้นเพียง 49 € ในช่วงมื้อกลางวันและ 105 € ในช่วงมื้อค่ำ นอกจากนี้ตัวร้านยังตั้งอยู่ไม่ไกลจากเมืองใหญ่อย่างนคร Toulouse อีกด้วย
รูปที่ 15
🎗 [INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อนไปพบกับหนึ่งในห้องอาหารระดับสูงที่มีราคาคุ้มค่าที่สุดในภูมิภาค Occitania โดยมีราคาเซ็ตเมนูเริ่มต้นเพียง 49 € ในช่วงมื้อกลางวันและ 105 € ในช่วงมื้อค่ำ นอกจากนี้ตัวร้านยังตั้งอยู่ไม่ไกลจากเมืองใหญ่อย่างนคร Toulouse อีกด้วย
🎗 [THE PLACE] Le Puits Saint Jacques ตั้งอยู่ห่างจากนคร Toulouse ประมาณ 25 กิโลเมตรทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางแสวงบุญ El Camino de Santiago มุ่งหน้าสู่เมือง Santiago de Compostela ในประเทศสเปน
รูปที่ 16
🎗 [THE PLACE] Le Puits Saint Jacques ตั้งอยู่ห่างจากนคร Toulouse ประมาณ 25 กิโลเมตรทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางแสวงบุญ El Camino de Santiago มุ่งหน้าสู่เมือง Santiago de Compostela ในประเทศสเปน
ลูกค้าสามารถจอดรถบริเวณลานกว้างฝั่งตรงข้ามหรือหากเต็มก็สามารถขับวนไปจอดที่ด้านหลังลานว่างก็ได้เช่นกัน
รูปที่ 17
ลูกค้าสามารถจอดรถบริเวณลานกว้างฝั่งตรงข้ามหรือหากเต็มก็สามารถขับวนไปจอดที่ด้านหลังลานว่างก็ได้เช่นกัน
ภายในร้านตกแต่งในสไตล์ย้อนยุคแต่ยังคงไว้ซึ่งความหรูหราโดยใช้วัสดุไม้เอล์มตัดกันกับโทนสีทองแดงของพื้น
รูปที่ 18
ภายในร้านตกแต่งในสไตล์ย้อนยุคแต่ยังคงไว้ซึ่งความหรูหราโดยใช้วัสดุไม้เอล์มตัดกันกับโทนสีทองแดงของพื้น
พนักงานทุกคนให้บริการอย่างเป็นกันเองและมีความเป็นมืออาชีพสูง
รูปที่ 19
พนักงานทุกคนให้บริการอย่างเป็นกันเองและมีความเป็นมืออาชีพสูง
ขอแนะนำอย่างมากให้เลือกชิมไวน์จากรายการไวน์ที่มีให้เลือกค่อนข้างหลากหลายในราคาคุ้มค่าเมื่อเทียบกับระดับของตัวร้าน
รูปที่ 20
ขอแนะนำอย่างมากให้เลือกชิมไวน์จากรายการไวน์ที่มีให้เลือกค่อนข้างหลากหลายในราคาคุ้มค่าเมื่อเทียบกับระดับของตัวร้าน
🎗 [THE FOOD] ทางร้านนำเสนอ Menu du Marché จัดเสิร์ฟมาเฉพาะช่วงมื้อกลางวันจำนวน 3 คอร์สในราคาสุดคุ้มค่าเพียง 49 €
รูปที่ 21
🎗 [THE FOOD] ทางร้านนำเสนอ Menu du Marché จัดเสิร์ฟมาเฉพาะช่วงมื้อกลางวันจำนวน 3 คอร์สในราคาสุดคุ้มค่าเพียง 49 €
ส่วนใครที่อยากลิ้มลอง Tasting Menu ชุดใหญ่สามารถเลือกได้ระหว่าง Menu Découverte ที่จัดเสิร์ฟมาจำนวน 4 คอร์สในราคา 105 €
รูปที่ 22
ส่วนใครที่อยากลิ้มลอง Tasting Menu ชุดใหญ่สามารถเลือกได้ระหว่าง Menu Découverte ที่จัดเสิร์ฟมาจำนวน 4 คอร์สในราคา 105 €
ถัดมาคือ Menu Signature ที่ได้รวบรวมเมนูเด็ดประจำร้านจัดเสิร์ฟมาจำนวน 4 คอร์สเช่นกันในราคา 135 €
รูปที่ 23
ถัดมาคือ Menu Signature ที่ได้รวบรวมเมนูเด็ดประจำร้านจัดเสิร์ฟมาจำนวน 4 คอร์สเช่นกันในราคา 135 €
สุดท้ายคือ Menu Dégustation จัดเสิร์ฟมาจำนวน 6 คอร์สที่ราคา 155 €
รูปที่ 24
สุดท้ายคือ Menu Dégustation จัดเสิร์ฟมาจำนวน 6 คอร์สที่ราคา 155 €
โต๊ะริมหน้าต่าง
รูปที่ 25
โต๊ะริมหน้าต่าง
🎗 [THE CHEF] Bernard Bach เป็นหนึ่งในเชฟระดับตำนานของภูมิภาค Occitania โดยเขาสร้างชื่อจากการพาห้องอาหาร Le Puits Saint Jacques คว้ารางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars มาครองได้ก่อนที่ในเดือนกรกฎาคม 2020 เขาจะส่งไม้ต่อให้กับ William Candelon ผู้มีศักดิ์เป็นหลาน สำหรับตัวเชฟ William Candelon เองก็มีความมุ่งมั่นที่จะเป็นเชฟตั้งแต่อายุยังน้อยก่อนที่จะเรื่มต้นสายอาชีพเชฟกับห้องอาหารในเครือของเชฟ Alain Ducasse และเชฟ Michel Guérard จนกระทั่งในปี 2002 เขาจึงตัดสินใจย้ายมาร่วมงานกับเชฟ Bernard Bach และพัฒนาฝีมือจนกลายมาเป็น Head Chef ในปัจจุบัน
รูปที่ 26
🎗 [THE CHEF] Bernard Bach เป็นหนึ่งในเชฟระดับตำนานของภูมิภาค Occitania โดยเขาสร้างชื่อจากการพาห้องอาหาร Le Puits Saint Jacques คว้ารางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars มาครองได้ก่อนที่ในเดือนกรกฎาคม 2020 เขาจะส่งไม้ต่อให้กับ William Candelon ผู้มีศักดิ์เป็นหลาน สำหรับตัวเชฟ William Candelon เองก็มีความมุ่งมั่นที่จะเป็นเชฟตั้งแต่อายุยังน้อยก่อนที่จะเรื่มต้นสายอาชีพเชฟกับห้องอาหารในเครือของเชฟ Alain Ducasse และเชฟ Michel Guérard จนกระทั่งในปี 2002 เขาจึงตัดสินใจย้ายมาร่วมงานกับเชฟ Bernard Bach และพัฒนาฝีมือจนกลายมาเป็น Head Chef ในปัจจุบัน
🎗 [WHY GO] สำหรับใครเดินทางมายังแถบนคร Toulouse และกำลังมองหาห้องอาหารระดับสูงในราคาที่คุ้มค่าและจับต้องได้เราขอให้ปักหมุด Le puits Saint Jacques เอาไว้ในแผนการเดินทางได้เลย
รูปที่ 27
🎗 [WHY GO] สำหรับใครเดินทางมายังแถบนคร Toulouse และกำลังมองหาห้องอาหารระดับสูงในราคาที่คุ้มค่าและจับต้องได้เราขอให้ปักหมุด Le puits Saint Jacques เอาไว้ในแผนการเดินทางได้เลย
ถึงแม้ตัวร้านจะจองได้ไม่ยากและในบางครั้งสามารถโทรมาจองในวันได้แต่การจองมาก่อนล่วงหน้าจะช่วยให้ทางร้านสามารถเตรียมการล่วงหน้าและจัดโต๊ะตำแหน่งดี ๆ เอาไว้ให้ก่อนได้นั่นเอง
รูปที่ 28
ถึงแม้ตัวร้านจะจองได้ไม่ยากและในบางครั้งสามารถโทรมาจองในวันได้แต่การจองมาก่อนล่วงหน้าจะช่วยให้ทางร้านสามารถเตรียมการล่วงหน้าและจัดโต๊ะตำแหน่งดี ๆ เอาไว้ให้ก่อนได้นั่นเอง