GASTRONOME THAILAND by ตามล่า Fine Dining
Le Du
1 MICHELIN Star

ThailandLe Du · ฤดู

Thai Contemporary · อาหารไทยร่วมสมัย — 399/3 ซอย สีลม 7 แขวง สีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500

🎗 [INTRO] บทความในวันนี้เราจะขอกล่าวถึง Le Du ซึ่งเป็นห้องอาหารไทยที่สร้างชื่อเสียงจนได้รับการยอมรับจากเหล่านักชิมทั่วทั้งทวีปเอเชีย ไม่นานมานี้เชฟต้นซึ่งเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนร้านตัดสินใจปรับรูปโฉมใหม่ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งไปจนถึงแนวทางการออกแบบเมนู

🎗 [THE PLACE] เชฟต้นเลือกใช้คำว่า Le Du ที่มาจาก ฤดู ในการอธิบายถึงการเปลี่ยนแปลงของวัตถุดิบที่ขึ้นตรงกับของสภาพภูมิอากาศในประเทศไทย ตัวร้านตั้งอยู่ในสีลมซอย 7 มีลักษณะเป็นตรอกเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา ภายในร้านได้รับการปรับโฉมใหม่โดยใช้โทนสีดำบ่งบอกได้ถึงการเติบโตขึ้นของร้าน Le Du บนเพดานเต็มไปด้วยเมล็ดพันธุ์ข้าว 3 กลุ่มที่แตกต่างกันไปตามฤดูร้อน, ฝน และหนาวในประเทศไทย ผนังฝั่งหนึ่งกั้นด้วยกระจกใสเชื่อมต่อห้องอาหารเข้ากันกับโลกภายนอก เคาน์เตอร์บาร์สำหรับเตรียมเครื่องดื่มและห้องครัวช่วยเสริมบรรยากาศให้มีความไดนามิคได้ตลอดมื้อ

🎗 [THE CHEF] เชฟธิติฏฐ์ ทัศนาขจร หรือเชฟต้นเป็นหนึ่งในเชฟที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศไทย เขาจบการศึกษาจากคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยด้วยคะแนนระดับเกียรตินิยมอันดับหนึ่งโดยในช่วงที่กำลังศึกษาชั้นมหาวิทยาลัยอยู่นั้นเขามีโอกาสเดินทางไป Work & Travel ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาและได้ทำงานในห้องอาหารโรงแรมตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมวัตถุดิบและเตรียมห้องครัวจนเกิดเป็นแรงบันดาลใจเล็ก ๆ ขึ้นมา หลังจากเรียนจบเขาได้เริ่มต้นทำงานในสถาบันการเงินชั้นนำแต่ด้วยความหลงไหลในการเป็นเชฟทำให้เขามุ่งมั่นที่จะเดินทางไปยังประเทศสหรัฐอเมริกาอีกครั้งเพื่อศึกษาต่อ MBA รวมไปถึงสถาบัน Culinary Institute of America หรือ CIA และจบมาด้วยคะแนนระดับท็อป เขายังได้ฝึกงานที่ห้องอาหาร Eleven Madison Park (3 MICHELIN Stars) และห้องอาหาร Jean-Georges (3 MICHELIN Stars ในขณะนั้น) อีกด้วย หลังจากสั่งสมประสบการณ์ได้มากพอเชฟต้นตัดสินใจเดินทางกลับมาประเทศไทยเพื่อเปิดห้องอาหาร Le Du จนสามารถคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้ในคู่มือประจำปี 2019 และสร้างชื่อเสียงจากการเป็นหนึ่งในคณะกรรมการรายการ Top Chef Thailand อีกด้วย

🎗 [THE FOOD] ก่อนหน้านี้รูปแบบการนำเสนออาหารของ Le Du จะเป็นการหยิบยกเมนูอาหารไทยพื้นบ้านมาปรับรูปแบบให้มีความร่วมสมัยและเป็นสากลมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามหลังจากที่ทางร้านเปลี่ยนโฉมมาเป็น Le Du 3.0 เชฟต้นยังได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบของ Tasting Menu ใหม่โดยอาศัยวัตถุดิบพื้นบ้านที่แม้กระทั่งคนไทยอาจยังไม่เคยได้ยินหรือคุ้นหูมาประกอบกันโดยอาศัยความรู้ของแก่นอาหารไทยในการรังสรรค์องค์ประกอบและเมนูใหม่ ๆ ขึ้นมาเป็นของตัวเองทำให้อาหารทุกจานมีความแปลกใหม่และไม่ซ้ำใคร ลูกค้าสามารถเลือกชิม Tasting Menu ได้ตามจำนวนคอร์สคือ 4-Course (3,900++) และ 6-Course (4,500++) ทั้งยังสามารถสั่ง Signature River Prawn (1,400++) ซึ่งเป็นเมนูที่ได้รับการยอมรับจากเหล่านักชิมในวงกว้างมาลองชิมกันเพิ่มเติมได้อีกด้วย รายการไวน์มีความหลากหลายพอสมควรและผ่านการคัดสรรมาเป็นอย่างดีโดย Sommelier มืออาชีพ สำหรับตัวอย่างคอร์สที่เตรียมออกมาได้ดีมาก ๆ อย่างเช่น

✨ COBIA | COCONUT

ปลาซ่อนทะเลรมควันและมะพร้าว

ปลาช่อนทะเลที่ผ่านการรมควันจนหอม ด้านล่างรองด้วยเนื้อมะพร้าวอ่อนและเจลลี่หอยเสียบดองน้ำปลาช่วยรังสรรค์มิติทางเนื้อสัมผัสที่ลงตัว รอบ ๆ คือน้ำมันเฟลเนลสร้างกลิ่นฉุนเพียงเบา ๆ ไฮไลท์ของจานคือซอร์เบท์ที่เตรียมมาจากน้ำส้มสายชูมะพร้าวที่ผ่านกระบวนการบ่มมานานถึง 4 ปีให้รสชาติที่เปรี้ยวเข้มข้นเสริมกันกับความเปรี้ยวของมะนาวนิ้วมือคาเวียร์ได้อย่างกลมกล่อม (16/20)

✨ BANANA PRAWN | BEETROOT | SOUR CURRY

แกงส้มกุ้งแชบ๊วยและบีทรูท

คอร์สนี้เชฟนำบีทรูทไปต้มกับกะทิเพื่อลดทอน Earthy Aroma ลงให้อยู่ในจุดที่พอเหมาะ ด้านล่างรองด้วยกุ้งแชบ๊วยดองสมุนไพรและเสิร์ฟมาที่ความสุกปานกลางคลุกเคล้ากันกับน้ำมันหัวกุ้งและน้ำมันปลาช่อนแห้ง เชฟเสริมความเค็มด้วยองค์ประกอบของปลากระเบนอบแห้ง สุดท้ายคือซอสที่เตรียมขึ้นมาจากน้ำมะขาม หอมเผา และกะปิเพื่อสร้างรสชาติของแกงส้มขึ้นในรูปแบบของตัวเอง จากนั้นตัดด้วยความฉุนเพียงเบา ๆ ของน้ำมันชะอม สำหรับคอร์สนี้อาจจะเป็นเมนูแกงส้มที่ทุกคนรู้จักกันดีแต่เชฟต้นสามารถสร้างวิธีการนำเสนอและรสชาติที่มีอัตลักษณ์เป็นของตัวเองได้อย่างน่าทึ่ง (17/20)

✨ SQUID | BONE MARROW

ต้มโคล้งดีหมึกและปลาหมึก

คอร์สนี้เชฟนำเสนอเมนูปลาหมึกผัดน้ำดำในรูปแบบใหม่โดยการผสมผสานเข้ากันกับต้มโคล้ง เชฟนำเสนอหอยแมลงภู่ดองจัยคู่มากับกระเทียมดอง ยังมีแครกเกอร์กุ้งแพกรอบ ๆ เสริมด้วยรสชาติที่ได้จากเจลหอมแดงและเจลพริกน้ำปลา อีกฝั่งหนึ่งคือต้มโคล้งที่เตรียมมาจากหมึกแห้งและปลากระบอกแห้งอุ่น ๆ ลงไป องค์ประกอบตรงกลางคือลูกชิ้นหมึกทอดนุ่มหนึบและฟักดองฝานบาง (16/20)

🎗 [WHY GO] เราเชื่อว่าเหล่านักชิมชาวไทยอาจจะเคยแวะมาชิมที่ Le Du กันมาบ้างแล้วรวมไปถึงตัวเราเองที่แวะกลับมาชิมอยู่บ้างประมาณปีละ 1 ครั้ง ในวันนี้เราพบว่าเชฟต้นสามารถพัฒนา Le Du ไปได้อีกขั้นโดยการคิดค้นและผสานทุก ๆ องค์ประกอบขึ้นมาใหม่เป็นของตัวเองจนอาจพูดได้ว่านี่คืออีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของ Le Du ที่สามารถก้าวพ้นขีดจำกัดแบบเดิมของตัวเองออกมาได้ในที่สุด

ภาพของร้านอาหาร

ทั้งหมด 26 รูป

🇹🇭 Le Du - ฤดู🌟 1 MICHELIN Star - 1 ดาวมิชลิน🍴 Thai contemporary - อาหารไทยร่วมสมัย👨🏻‍🍳 Chef Thitid Tassanakajohn (Chef Ton) - เชฟธิติฏฐ์ ทัศนาขจร (เชฟต้น)
รูปที่ 1
🇹🇭 Le Du - ฤดู🌟 1 MICHELIN Star - 1 ดาวมิชลิน🍴 Thai contemporary - อาหารไทยร่วมสมัย👨🏻‍🍳 Chef Thitid Tassanakajohn (Chef Ton) - เชฟธิติฏฐ์ ทัศนาขจร (เชฟต้น)
🎗 [INTRO] บทความในวันนี้เราจะขอกล่าวถึง Le Du ซึ่งเป็นห้องอาหารไทยที่สร้างชื่อเสียงจนได้รับการยอมรับจากเหล่านักชิมทั่วทั้งทวีปเอเชีย ไม่นานมานี้เชฟต้นซึ่งเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนร้านตัดสินใจปรับรูปโฉมใหม่ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งไปจนถึงแนวทางการออกแบบเมนู
รูปที่ 2
🎗 [INTRO] บทความในวันนี้เราจะขอกล่าวถึง Le Du ซึ่งเป็นห้องอาหารไทยที่สร้างชื่อเสียงจนได้รับการยอมรับจากเหล่านักชิมทั่วทั้งทวีปเอเชีย ไม่นานมานี้เชฟต้นซึ่งเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนร้านตัดสินใจปรับรูปโฉมใหม่ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งไปจนถึงแนวทางการออกแบบเมนู
AMUSE-BOUCHEอาหารเรียกน้ำย่อยเริ่มต้นเรียกน้ำย่อยด้วยทาร์ตเห็ดชิเมจิจับคู่กับความกรอบของถั่วและรสชาติของแกงคั่วกะทิใต้ ด้านบนท็อปด้วยผักคะน้ากรอบ (15/20)
รูปที่ 3
AMUSE-BOUCHEอาหารเรียกน้ำย่อยเริ่มต้นเรียกน้ำย่อยด้วยทาร์ตเห็ดชิเมจิจับคู่กับความกรอบของถั่วและรสชาติของแกงคั่วกะทิใต้ ด้านบนท็อปด้วยผักคะน้ากรอบ (15/20)
AMUSE-BOUCHEอาหารเรียกน้ำย่อยจานนี้เชฟต้นนำเสนอซ่าปลาน้ำดอกไม้รสควันซึ่งเป็นเมนูจากภาคเหนือ ด้านบนท็อปด้วยมูสปลาส้มและมะแขว่นดองน้ำปลา (15/20)
รูปที่ 4
AMUSE-BOUCHEอาหารเรียกน้ำย่อยจานนี้เชฟต้นนำเสนอซ่าปลาน้ำดอกไม้รสควันซึ่งเป็นเมนูจากภาคเหนือ ด้านบนท็อปด้วยมูสปลาส้มและมะแขว่นดองน้ำปลา (15/20)
AMUSE-BOUCHEอาหารเรียกน้ำย่อยคำนี้เชฟต้นได้รับแรงบันดาลใจมาจากข้าวซอยโดยใช้ถ้วยที่เตรียมมาจากเส้นข้าวซอย ด้านในเป็นสตูว์เนื้อเข้มข้น ด้านบนตัดรสชาติด้วยเจลลี่หอมแดงโรยด้วยผิวมะนาว (15/20)
รูปที่ 5
AMUSE-BOUCHEอาหารเรียกน้ำย่อยคำนี้เชฟต้นได้รับแรงบันดาลใจมาจากข้าวซอยโดยใช้ถ้วยที่เตรียมมาจากเส้นข้าวซอย ด้านในเป็นสตูว์เนื้อเข้มข้น ด้านบนตัดรสชาติด้วยเจลลี่หอมแดงโรยด้วยผิวมะนาว (15/20)
AMUSE-BOUCHEอาหารเรียกน้ำย่อยเกี๊ยวเบคอนไทยให้เนื้อสัมผัสเหนียวนุ่มคล้ายกันกับเกี๊ยว Momo หรือ Wonton ด้านในสอดไส้เบคอนไทยให้ความเค็มและหอม ไฮไลท์ของจานคือซุปผักกาดจออุ่น ๆ จับคู่กับครีมกระเทียมเจียวให้รสชาติที่แสนจะกลมกล่อม (15/20)
รูปที่ 6
AMUSE-BOUCHEอาหารเรียกน้ำย่อยเกี๊ยวเบคอนไทยให้เนื้อสัมผัสเหนียวนุ่มคล้ายกันกับเกี๊ยว Momo หรือ Wonton ด้านในสอดไส้เบคอนไทยให้ความเค็มและหอม ไฮไลท์ของจานคือซุปผักกาดจออุ่น ๆ จับคู่กับครีมกระเทียมเจียวให้รสชาติที่แสนจะกลมกล่อม (15/20)
COBIA | COCONUTปลาซ่อนทะเลรมควันและมะพร้าวปลาช่อนทะเลที่ผ่านการรมควันจนหอม ด้านล่างรองด้วยเนื้อมะพร้าวอ่อนและเจลลี่หอยเสียบดองน้ำปลาช่วยรังสรรค์มิติทางเนื้อสัมผัสที่ลงตัว รอบ ๆ คือน้ำมันเฟลเนลสร้างกลิ่นฉุนเพียงเบา ๆ ไฮไลท์ของจานคือซอร์เบท์ที่เตรียมมาจากน้ำส้มสายชูมะพร้าวที่ผ่านกระบวนการบ่มมานานถึง 4 ปีให้รสชาติที่เปรี้ยวเข้มข้นเสริมกันกับความเปรี้ยวของมะนาวนิ้วมือคาเวียร์ได้อย่างกลมกล่อม (16/20)
รูปที่ 7
COBIA | COCONUTปลาซ่อนทะเลรมควันและมะพร้าวปลาช่อนทะเลที่ผ่านการรมควันจนหอม ด้านล่างรองด้วยเนื้อมะพร้าวอ่อนและเจลลี่หอยเสียบดองน้ำปลาช่วยรังสรรค์มิติทางเนื้อสัมผัสที่ลงตัว รอบ ๆ คือน้ำมันเฟลเนลสร้างกลิ่นฉุนเพียงเบา ๆ ไฮไลท์ของจานคือซอร์เบท์ที่เตรียมมาจากน้ำส้มสายชูมะพร้าวที่ผ่านกระบวนการบ่มมานานถึง 4 ปีให้รสชาติที่เปรี้ยวเข้มข้นเสริมกันกับความเปรี้ยวของมะนาวนิ้วมือคาเวียร์ได้อย่างกลมกล่อม (16/20)
BANANA PRAWN | BEETROOT | SOUR CURRYแกงส้มกุ้งแชบ๊วยและบีทรูทคอร์สนี้เชฟนำบีทรูทไปต้มกับกะทิเพื่อลดทอน Earthy Aroma ลงให้อยู่ในจุดที่พอเหมาะ ด้านล่างรองด้วยกุ้งแชบ๊วยดองสมุนไพรและเสิร์ฟมาที่ความสุกปานกลางคลุกเคล้ากันกับน้ำมันหัวกุ้งและน้ำมันปลาช่อนแห้ง เชฟเสริมความเค็มด้วยองค์ประกอบของปลากระเบนอบแห้ง สุดท้ายคือซอสที่เตรียมขึ้นมาจากน้ำมะขาม หอมเผา และกะปิเพื่อสร้างรสชาติของแกงส้มขึ้นในรูปแบบของตัวเอง จากนั้นตัดด้วยความฉุนเพียงเบา ๆ ของน้ำมันชะอม สำหรับคอร์สนี้อาจจะเป็นเมนูแกงส้มที่ทุกคนรู้จักกันดีแต่เชฟต้นสามารถสร้างวิธีการนำเสนอและรสชาติที่มีอัตลักษณ์เป็นของตัวเองได้อย่างน่าทึ่ง (17/20)
รูปที่ 8
BANANA PRAWN | BEETROOT | SOUR CURRYแกงส้มกุ้งแชบ๊วยและบีทรูทคอร์สนี้เชฟนำบีทรูทไปต้มกับกะทิเพื่อลดทอน Earthy Aroma ลงให้อยู่ในจุดที่พอเหมาะ ด้านล่างรองด้วยกุ้งแชบ๊วยดองสมุนไพรและเสิร์ฟมาที่ความสุกปานกลางคลุกเคล้ากันกับน้ำมันหัวกุ้งและน้ำมันปลาช่อนแห้ง เชฟเสริมความเค็มด้วยองค์ประกอบของปลากระเบนอบแห้ง สุดท้ายคือซอสที่เตรียมขึ้นมาจากน้ำมะขาม หอมเผา และกะปิเพื่อสร้างรสชาติของแกงส้มขึ้นในรูปแบบของตัวเอง จากนั้นตัดด้วยความฉุนเพียงเบา ๆ ของน้ำมันชะอม สำหรับคอร์สนี้อาจจะเป็นเมนูแกงส้มที่ทุกคนรู้จักกันดีแต่เชฟต้นสามารถสร้างวิธีการนำเสนอและรสชาติที่มีอัตลักษณ์เป็นของตัวเองได้อย่างน่าทึ่ง (17/20)
SQUID | BONE MARROWต้มโคล้งดีหมึกและปลาหมึกคอร์สนี้เชฟนำเสนอเมนูปลาหมึกผัดน้ำดำในรูปแบบใหม่โดยการผสมผสานเข้ากันกับต้มโคล้ง (16/20)
รูปที่ 9
SQUID | BONE MARROWต้มโคล้งดีหมึกและปลาหมึกคอร์สนี้เชฟนำเสนอเมนูปลาหมึกผัดน้ำดำในรูปแบบใหม่โดยการผสมผสานเข้ากันกับต้มโคล้ง (16/20)
SQUID | BONE MARROWต้มโคล้งดีหมึกและปลาหมึกเชฟนำเสนอหอยแมลงภู่ดองจัยคู่มากับกระเทียมดอง ยังมีแครกเกอร์กุ้งแพกรอบ ๆ เสริมด้วยรสชาติที่ได้จากเจลหอมแดงและเจลพริกน้ำปลา (16/20)
รูปที่ 10
SQUID | BONE MARROWต้มโคล้งดีหมึกและปลาหมึกเชฟนำเสนอหอยแมลงภู่ดองจัยคู่มากับกระเทียมดอง ยังมีแครกเกอร์กุ้งแพกรอบ ๆ เสริมด้วยรสชาติที่ได้จากเจลหอมแดงและเจลพริกน้ำปลา (16/20)
SQUID | BONE MARROWต้มโคล้งดีหมึกและปลาหมึกอีกฝั่งหนึ่งคือต้มโคล้งที่เตรียมมาจากหมึกแห้งและปลากระบอกแห้งอุ่น ๆ ลงไป องค์ประกอบตรงกลางคือลูกชิ้นหมึกทอดนุ่มหนึบและฟักดองฝานบาง (16/20)
รูปที่ 11
SQUID | BONE MARROWต้มโคล้งดีหมึกและปลาหมึกอีกฝั่งหนึ่งคือต้มโคล้งที่เตรียมมาจากหมึกแห้งและปลากระบอกแห้งอุ่น ๆ ลงไป องค์ประกอบตรงกลางคือลูกชิ้นหมึกทอดนุ่มหนึบและฟักดองฝานบาง (16/20)
GROUPER | LOTUS STEM | SALTED FISHแกงกะทิสายบัวปลาเค็มและปลาเก๋าปลาเก๋าที่เชฟย่างด้วยถ่านบินโจตันเสิร์ฟมาคู่กันกับเห็ดระโงกและเห็ดตับเต่าจากภาคเหนือ ไฮไลท์ของจานคือมูสดอกกะหล่ำที่ใส่อโรมาหอม ๆ ของปลากุเลาตากใบดองเค็มลงไปจนหอม ยังมีปลาสลิดกรอบและผงต้นหอมและชิ้นไหลบัวต้มกะปิ สุดท้ายคือแผ่นมันฝรั่งกรอบที่ใส่อโรมาของมะแขว่นเชียงใหม่ลงไปด้วยนั่นเอง (15/20)
รูปที่ 12
GROUPER | LOTUS STEM | SALTED FISHแกงกะทิสายบัวปลาเค็มและปลาเก๋าปลาเก๋าที่เชฟย่างด้วยถ่านบินโจตันเสิร์ฟมาคู่กันกับเห็ดระโงกและเห็ดตับเต่าจากภาคเหนือ ไฮไลท์ของจานคือมูสดอกกะหล่ำที่ใส่อโรมาหอม ๆ ของปลากุเลาตากใบดองเค็มลงไปจนหอม ยังมีปลาสลิดกรอบและผงต้นหอมและชิ้นไหลบัวต้มกะปิ สุดท้ายคือแผ่นมันฝรั่งกรอบที่ใส่อโรมาของมะแขว่นเชียงใหม่ลงไปด้วยนั่นเอง (15/20)
THAI WAGYU | CHILI I WATERMELONข้าวยำแตงโมและผัดเผ็ดเนื้อเนื้อวัวไทยวากิวจากจังหวัดมุกดาหารย่างแล้วจี่ต่อ สำหรับผักเคียงมีทั้งซูคินี่ย่างห่อด้วยใบงา ด้านบนท็อปด้วยเบบี้แครอท ยังมีแตงโมที่ผ่านการดองในน้ำองุ่นให้รสชาริหวานฉ่ำวางมาคู่กับกับซอสมาโยพริกหวาน ด้านล่างรองด้วย Couscous ที่เตรียมมาจากข้าวสังข์หยดจากจังหวัดพัทลุงให้รสชาติที่รสชาติจัดจ้านโดยมีความหอมของสาหร่ายเสริมเข้ามาได้อย่างกลมกล่อม สุดท้ายคือซอสผัดเผ็ดเนื้อที่มีความเข้มข้นของไวน์แดงและความเผ็ดร้อนที่ค่อย ๆ เด่นชัดขึ้นทีละน้อยของกระชายนั่นเอง (15/20)
รูปที่ 13
THAI WAGYU | CHILI I WATERMELONข้าวยำแตงโมและผัดเผ็ดเนื้อเนื้อวัวไทยวากิวจากจังหวัดมุกดาหารย่างแล้วจี่ต่อ สำหรับผักเคียงมีทั้งซูคินี่ย่างห่อด้วยใบงา ด้านบนท็อปด้วยเบบี้แครอท ยังมีแตงโมที่ผ่านการดองในน้ำองุ่นให้รสชาริหวานฉ่ำวางมาคู่กับกับซอสมาโยพริกหวาน ด้านล่างรองด้วย Couscous ที่เตรียมมาจากข้าวสังข์หยดจากจังหวัดพัทลุงให้รสชาติที่รสชาติจัดจ้านโดยมีความหอมของสาหร่ายเสริมเข้ามาได้อย่างกลมกล่อม สุดท้ายคือซอสผัดเผ็ดเนื้อที่มีความเข้มข้นของไวน์แดงและความเผ็ดร้อนที่ค่อย ๆ เด่นชัดขึ้นทีละน้อยของกระชายนั่นเอง (15/20)
PRE-DESSERTล้างปากด้วยซอร์เบท์ที่มีความฉุนของเบซิลอิตาลีและความเปรี้ยวของน้ำมะนาว ด้านล่างรองด้วยใบซอเรลที่จะช่วยบาลานซ์ความฉุนของเบซิล ส่วนด้านบนคือยอดมะขามอ่อนนั่นเอง (15/20)
รูปที่ 14
PRE-DESSERTล้างปากด้วยซอร์เบท์ที่มีความฉุนของเบซิลอิตาลีและความเปรี้ยวของน้ำมะนาว ด้านล่างรองด้วยใบซอเรลที่จะช่วยบาลานซ์ความฉุนของเบซิล ส่วนด้านบนคือยอดมะขามอ่อนนั่นเอง (15/20)
BETAL LEAVE | TOASTED COCONUTเมี่ยงคำผลไม้และไอศครีมมะพร้าวคั่วเมี่ยงคำผลไม้นำเสนอมาโดยใช้มูสไวท์ช็อกโกแลตสอดไส้ตรงกลางด้วยผลลิ้นจี่และผลกระท้อน ด้านบนคือความเปรี้ยวที่ได้จากเจลทับทิมและเจลขมิ้นมะนาวตกแต่งด้วยใบเมี่ยง ข้าง ๆ คือไอศกรีมมะพร้าวคั่วราดน้ำเมี่ยงที่มีความหอมอันเป็นเอกลักษณ์ ด้านล่างรองด้วยครัมเบิ้ลถั่วลิสงกรอบ ๆ ช่วยสร้างความแตกต่างทางเนื้อสัมผัสที่ลงตัว (15/20)
รูปที่ 15
BETAL LEAVE | TOASTED COCONUTเมี่ยงคำผลไม้และไอศครีมมะพร้าวคั่วเมี่ยงคำผลไม้นำเสนอมาโดยใช้มูสไวท์ช็อกโกแลตสอดไส้ตรงกลางด้วยผลลิ้นจี่และผลกระท้อน ด้านบนคือความเปรี้ยวที่ได้จากเจลทับทิมและเจลขมิ้นมะนาวตกแต่งด้วยใบเมี่ยง ข้าง ๆ คือไอศกรีมมะพร้าวคั่วราดน้ำเมี่ยงที่มีความหอมอันเป็นเอกลักษณ์ ด้านล่างรองด้วยครัมเบิ้ลถั่วลิสงกรอบ ๆ ช่วยสร้างความแตกต่างทางเนื้อสัมผัสที่ลงตัว (15/20)
PETIT FOURขนมหวานปิดท้ายปิดท้ายด้วยขนมเปียกปูนท็อปด้วยน้ำตาลมะพร้าวที่ตีเป็นอิตาเลียนเมอแรงก์และมะพร้าวอ่อน
รูปที่ 16
PETIT FOURขนมหวานปิดท้ายปิดท้ายด้วยขนมเปียกปูนท็อปด้วยน้ำตาลมะพร้าวที่ตีเป็นอิตาเลียนเมอแรงก์และมะพร้าวอ่อน
PETIT FOURขนมหวานปิดท้ายข้าง ๆ กันคือผลไม้ 9 อย่างเช่นส้มโอ สละ เจลลี่บ๊วยเค็มและ Poping Candy หรือเป๊าะแป๊ะช่วยสร้างความสนุกในปาก
รูปที่ 17
PETIT FOURขนมหวานปิดท้ายข้าง ๆ กันคือผลไม้ 9 อย่างเช่นส้มโอ สละ เจลลี่บ๊วยเค็มและ Poping Candy หรือเป๊าะแป๊ะช่วยสร้างความสนุกในปาก
เครื่องดื่มในมื้อนี้
รูปที่ 18
เครื่องดื่มในมื้อนี้
Giftนอกจากนี้ยังมี Forest Black Tea จากจังหวัดเชียงใหม่ที่มีคสามหอมของลิ้นจี่ ลำไย และเสาวรสมอบให้ติดไม้ติดมือกลับบ้านกันมาด้วย
รูปที่ 19
Giftนอกจากนี้ยังมี Forest Black Tea จากจังหวัดเชียงใหม่ที่มีคสามหอมของลิ้นจี่ ลำไย และเสาวรสมอบให้ติดไม้ติดมือกลับบ้านกันมาด้วย
🎗 [THE PLACE] เชฟต้นเลือกใช้คำว่า Le Du ที่มาจาก ฤดู ในการอธิบายถึงการเปลี่ยนแปลงของวัตถุดิบที่ขึ้นตรงกับของสภาพภูมิอากาศในประเทศไทย
รูปที่ 20
🎗 [THE PLACE] เชฟต้นเลือกใช้คำว่า Le Du ที่มาจาก ฤดู ในการอธิบายถึงการเปลี่ยนแปลงของวัตถุดิบที่ขึ้นตรงกับของสภาพภูมิอากาศในประเทศไทย
ภายในร้านได้รับการปรับโฉมใหม่โดยใช้โทนสีดำบ่งบอกได้ถึงการเติบโตขึ้นของร้าน Le Du
รูปที่ 21
ภายในร้านได้รับการปรับโฉมใหม่โดยใช้โทนสีดำบ่งบอกได้ถึงการเติบโตขึ้นของร้าน Le Du
ตัวร้านตั้งอยู่ในสีลมซอย 7 มีลักษณะเป็นตรอกเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา
รูปที่ 22
ตัวร้านตั้งอยู่ในสีลมซอย 7 มีลักษณะเป็นตรอกเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา
บนเพดานเต็มไปด้วยเมล็ดพันธุ์ข้าว 3 กลุ่มที่แตกต่างกันไปตามฤดูร้อน, ฝน และหนาวในประเทศไทย
รูปที่ 23
บนเพดานเต็มไปด้วยเมล็ดพันธุ์ข้าว 3 กลุ่มที่แตกต่างกันไปตามฤดูร้อน, ฝน และหนาวในประเทศไทย
🎗 [THE CHEF] เชฟธิติฏฐ์ ทัศนาขจร หรือเชฟต้นเป็นหนึ่งในเชฟที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศไทย เขาจบการศึกษาจากคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยด้วยคะแนนระดับเกียรตินิยมอันดับหนึ่งโดยในช่วงที่กำลังศึกษาชั้นมหาวิทยาลัยอยู่นั้นเขามีโอกาสเดินทางไป Work & Travel ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาและได้ทำงานในห้องอาหารโรงแรมตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมวัตถุดิบและเตรียมห้องครัวจนเกิดเป็นแรงบันดาลใจเล็ก ๆ ขึ้นมา หลังจากเรียนจบเขาได้เริ่มต้นทำงานในสถาบันการเงินชั้นนำแต่ด้วยความหลงไหลในการเป็นเชฟทำให้เขามุ่งมั่นที่จะเดินทางไปยังประเทศสหรัฐอเมริกาอีกครั้งเพื่อศึกษาต่อ MBA รวมไปถึงสถาบัน Culinary Institute of America หรือ CIA และจบมาด้วยคะแนนระดับท็อป เขายังได้ฝึกงานที่ห้องอาหาร Eleven Madison Park (3 MICHELIN Stars) และห้องอาหาร Jean-Georges (3 MICHELIN Stars ในขณะนั้น) อีกด้วย หลังจากสั่งสมประสบการณ์ได้มากพอเชฟต้นตัดสินใจเดินทางกลับมาประเทศไทยเพื่อเปิดห้องอาหาร Le Du จนสามารถคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้ในคู่มือประจำปี 2019 และสร้างชื่อเสียงจากการเป็นหนึ่งในคณะกรรมการรายการ Top Chef Thailand อีกด้วย
รูปที่ 24
🎗 [THE CHEF] เชฟธิติฏฐ์ ทัศนาขจร หรือเชฟต้นเป็นหนึ่งในเชฟที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศไทย เขาจบการศึกษาจากคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยด้วยคะแนนระดับเกียรตินิยมอันดับหนึ่งโดยในช่วงที่กำลังศึกษาชั้นมหาวิทยาลัยอยู่นั้นเขามีโอกาสเดินทางไป Work & Travel ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาและได้ทำงานในห้องอาหารโรงแรมตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมวัตถุดิบและเตรียมห้องครัวจนเกิดเป็นแรงบันดาลใจเล็ก ๆ ขึ้นมา หลังจากเรียนจบเขาได้เริ่มต้นทำงานในสถาบันการเงินชั้นนำแต่ด้วยความหลงไหลในการเป็นเชฟทำให้เขามุ่งมั่นที่จะเดินทางไปยังประเทศสหรัฐอเมริกาอีกครั้งเพื่อศึกษาต่อ MBA รวมไปถึงสถาบัน Culinary Institute of America หรือ CIA และจบมาด้วยคะแนนระดับท็อป เขายังได้ฝึกงานที่ห้องอาหาร Eleven Madison Park (3 MICHELIN Stars) และห้องอาหาร Jean-Georges (3 MICHELIN Stars ในขณะนั้น) อีกด้วย หลังจากสั่งสมประสบการณ์ได้มากพอเชฟต้นตัดสินใจเดินทางกลับมาประเทศไทยเพื่อเปิดห้องอาหาร Le Du จนสามารถคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้ในคู่มือประจำปี 2019 และสร้างชื่อเสียงจากการเป็นหนึ่งในคณะกรรมการรายการ Top Chef Thailand อีกด้วย
🎗 [THE FOOD] ก่อนหน้านี้รูปแบบการนำเสนออาหารของ Le Du จะเป็นการหยิบยกเมนูอาหารไทยพื้นบ้านมาปรับรูปแบบให้มีความร่วมสมัยและเป็นสากลมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามหลังจากที่ทางร้านเปลี่ยนโฉมมาเป็น Le Du 3.0 เชฟต้นยังได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบของ Tasting Menu ใหม่โดยอาศัยวัตถุดิบพื้นบ้านที่แม้กระทั่งคนไทยอาจยังไม่เคยได้ยินหรือคุ้นหูมาประกอบกันโดยอาศัยความรู้ของแก่นอาหารไทยในการรังสรรค์องค์ประกอบและเมนูใหม่ ๆ ขึ้นมาเป็นของตัวเองทำให้อาหารทุกจานมีความแปลกใหม่และไม่ซ้ำใคร ลูกค้าสามารถเลือกชิม Tasting Menu ได้ตามจำนวนคอร์สคือ 4-Course (3,900++) และ 6-Course (4,500++) ทั้งยังสามารถสั่ง Signature River Prawn (1,400++) ซึ่งเป็นเมนูที่ได้รับการยอมรับจากเหล่านักชิมในวงกว้างมาลองชิมกันเพิ่มเติมได้อีกด้วย รายการไวน์มีความหลากหลายพอสมควรและผ่านการคัดสรรมาเป็นอย่างดีโดย Sommelier มืออาชีพ
รูปที่ 25
🎗 [THE FOOD] ก่อนหน้านี้รูปแบบการนำเสนออาหารของ Le Du จะเป็นการหยิบยกเมนูอาหารไทยพื้นบ้านมาปรับรูปแบบให้มีความร่วมสมัยและเป็นสากลมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามหลังจากที่ทางร้านเปลี่ยนโฉมมาเป็น Le Du 3.0 เชฟต้นยังได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบของ Tasting Menu ใหม่โดยอาศัยวัตถุดิบพื้นบ้านที่แม้กระทั่งคนไทยอาจยังไม่เคยได้ยินหรือคุ้นหูมาประกอบกันโดยอาศัยความรู้ของแก่นอาหารไทยในการรังสรรค์องค์ประกอบและเมนูใหม่ ๆ ขึ้นมาเป็นของตัวเองทำให้อาหารทุกจานมีความแปลกใหม่และไม่ซ้ำใคร ลูกค้าสามารถเลือกชิม Tasting Menu ได้ตามจำนวนคอร์สคือ 4-Course (3,900++) และ 6-Course (4,500++) ทั้งยังสามารถสั่ง Signature River Prawn (1,400++) ซึ่งเป็นเมนูที่ได้รับการยอมรับจากเหล่านักชิมในวงกว้างมาลองชิมกันเพิ่มเติมได้อีกด้วย รายการไวน์มีความหลากหลายพอสมควรและผ่านการคัดสรรมาเป็นอย่างดีโดย Sommelier มืออาชีพ
🎗 [WHY GO] เราเชื่อว่าเหล่านักชิมชาวไทยอาจจะเคยแวะมาชิมที่ Le Du กันมาบ้างแล้วรวมไปถึงตัวเราเองที่แวะกลับมาชิมอยู่บ้างประมาณปีละ 1 ครั้ง ในวันนี้เราพบว่าเชฟต้นสามารถพัฒนา Le Du ไปได้อีกขั้นโดยการคิดค้นและผสานทุก ๆ องค์ประกอบขึ้นมาใหม่เป็นของตัวเองจนอาจพูดได้ว่านี่คืออีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของ Le Du ที่สามารถก้าวพ้นขีดจำกัดแบบเดิมของตัวเองออกมาได้ในที่สุด
รูปที่ 26
🎗 [WHY GO] เราเชื่อว่าเหล่านักชิมชาวไทยอาจจะเคยแวะมาชิมที่ Le Du กันมาบ้างแล้วรวมไปถึงตัวเราเองที่แวะกลับมาชิมอยู่บ้างประมาณปีละ 1 ครั้ง ในวันนี้เราพบว่าเชฟต้นสามารถพัฒนา Le Du ไปได้อีกขั้นโดยการคิดค้นและผสานทุก ๆ องค์ประกอบขึ้นมาใหม่เป็นของตัวเองจนอาจพูดได้ว่านี่คืออีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของ Le Du ที่สามารถก้าวพ้นขีดจำกัดแบบเดิมของตัวเองออกมาได้ในที่สุด