
Le Calandre · เลอ กาลอนเดอร์
Creative · อาหารเชิงสร้างสรรค์ — Via Liguria, 1, 35030 Rubano PD, Italy
🎗 [INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับห้องอาหารของเชฟผู้ทำสถิติในการคว้ารางวัล 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars มาครองได้ด้วยอายุที่น้อยที่สุดในโลกคือ 28 ปี ทั้งนี้ตัวเขายังเป็นผู้รังสรรค์เมนูชื่อก้องโลกนักชิมหลาย ๆ คนอาจคุ้นตากันดีอย่าง CUTTLEFISH CAPPUCCINO และ “PASSI D'ORO” RISOTTO อีกด้วย
🎗 [THE PLACE] Le Calandre ตั้งอยู่บริเวณชานเมือง Rubano รวมกันกับคอมเพล็กซ์อื่น ๆ ของตระกูล Alajmo พื้นที่ด้านหน้าคือ Il Calandrino มีลักษณะเป็นบาร์และร้านขนมให้บรรยากาศแบบ Casual เคียงคู่ไปกับโรงแรม Le Calandre ฝั่งตรงข้ามคือ In.gredienti - La dispensa Alajmo นำเสนอวัตถุดิบคุณภาพดีให้เลือกซื้อกันในราคาสมเหตุสมผล สำหรับตัวร้านตั้งอยู่ลึกเข้ามาเล็กน้อยบนถนน Via Liguria ภายในห้องรับประทานอาหารหลักตกแต่งอย่างเรียบง่ายแบบ Minimalism แต่ยังคงไว้ซึ่งความ Modern และหรูหราสังเกตจาการเลือกใช้สีโทนมืด เคาน์เตอร์ตรงกลางคือพื้นที่พักอาหารและไวน์ โต๊ะไม้เปลือยทุกตัวจะมีของว่างวางเตรียมเอาไว้สำหรับรอต้อนรับแขกทุก ๆ คน
🎗 [THE CHEF] หลังจากเสร็จสิ้นเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ 2 ตระกูล Alajmo ได้เริ่มต้นเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องอยู่ในวงการเชฟและร้านอาหารโดยมีคุณตา Vittorio ทำงานเป็นพ่อค้าชีสใจกลางนคร Padua ก่อนที่ลูกสาวของเขาคือคุณ Rita และสามี Erminio Alajmo เปิดห้องอาหาร Le Calandre เป็นของตัวเองในปี 1981 และพัฒนาฝีมืออย่างต่อเนื่องจนคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้สำเร็จ ทั้งคู่มีบุตร 3 คนคือ Raffaele (Raf), Laura และ Massimiliano (Max) โดยผู้ที่สืบทอดเจตนารมย์ของตระกูลเป็นรุ่นที่สามคือลูกชายคนสุดท้องนั่นเองผู้รับหน้าที่เป็นเชฟและพี่ชายคนโตผู้รับหน้าที่เป็น Maître นั่นเอง สำหรับ Massimiliano Alajmo เกิดเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 1974 ณ นคร Padua ทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี หลังจากเรียนจบจากโรงเรียน Hotel Management School เขาได้ร่วมงานกับห้องอาหารระดับตำนานมากมายเช่น Ja Navalge ของเชฟ Alfredo Chiocchetti, Auberge de l’Eridan ของเชฟ Marc Veyrat และ Les Prés d'Eugénie - Michel Guérard หลังจากสั่งสมประสบการณืได้มากพอเขาจึงเดินทางกลับมายังประเทศอิตาลีเพื่อช่วยงานคุณแม่คือเชฟ Rita ซึ่งถือครองรางวัล 🌟 1 MICHELIN Star กับห้องอาหาร Le Calandre อยู่เดิมก่อนจะรับช่วงต่อเป็น Executive Chef เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 1993 และเปลี่ยนรูปแบบมานำเสนออาหารเชิงสร้างสรรค์โดยใช้เทคนิคระดับสูง ตัวร้านได้รับการยกระดับสู่ 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 1997 ก่อนที่จะได้รับรางวัลสูงสุดคือ 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2002 ในขณะที่ตัวของเชฟ Massimiliano นั้นมีอายุได้เพียง 28 ปีส่งผลให้เขาทำสถิติเป็นเชฟที่อายุน้อยที่สุดในโลกที่สามารถพาห้องอาหารคว้ารางวัล 3 MICHELIN Stars มาครองได้นั่นเอง นอกจากนี้ใครที่อยากสัมผัสฝีมือของเชฟโดยไม่ต้อฝเดินทางมายังเมือง Rubano สามารถแวะชิมห้องอาหาร Quadri (🌟1 MICHELIN Star) ที่ตั้งอยู่ในนคร Venice ได้เช่นกัน
🎗 [THE FOOD] ห้องอาหาร Le Calandre นำเสนออาหารในเชิงสร้างสรรค์โดยอาศัยวัตถุดิบท้องถิ่นในการสร้าง Tasting Menu ออกมาทั้งสิ้น 3 รูปแบบคือ Classico (295 €) ที่รวบรวมเมนูคลาสสิคประจำร้านมาไว้ด้วยกันเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่เดินทางมายังห้องอาหารแห่งนี้เป็นครั้งแรก ถัดมาคือ Max (295 €) และ Raf (295 €) ซึ่งเป็นเซ็ตเมนูประจำฤดูกาลตั้งชื่อตามเชฟและพี่ชายของเขา สุดท้ายคือรายการแบบ À La Carte ให้ลูกค้าเลือกเมนูได้ตามใจชอบโดยมีราคาอยู่ที่ 3 จาน - 160 €, 4 จาน 200 € และ 5 จาน - 230 € ตามลำดับ ส่วนใครที่เป็นคอไวน์สามารถเพลิดเพลินไปกับรายการไวน์ที่คุณ Matteo Bernardi Sommelier ประจำร้านได้คัดสรรค์มาเป็นอย่างดีก่อนจะเสิร์ฟมาในแก้วไวน์ขนาดยักษ์ สำหรับจานเตรียมออกมาได้อย่างน่าประทับใจในวันนี้เช่น
✨ FU...MARE
คอร์สแรกเริ่าต้นด้วยองค์ประกอบอันหลากหลายจากท้องทะเล ด้านล่างคือ Mackerel Broth Jelly ให้กลิ่นหอมเฉพาะตัวและรสชาติเค็มกลมกล่อม เลเยอร์ตรงกลางคือ Caviar ให้เนื้อสัมผัสความหนึบเพิ่มขึ้นมาจากเจลลี่ด้านล่าง ด้านบนคือ Tuna Belly Ice Cream เพิ่มเติมความมันแต่ไม่ทิ้งกลิ่นอายของท้องทะเล สุดท้ายคือชิ้น Bottarga รูปวงกลมให้เนื้อสัมผัสที่ต้องเคี้ยวมากที่สุดวางอยู่ด้านบน (19/20)
✨ CUTTLEFISH CAPPUCCINO
Classic Signature Dish ประจำห้องอาหาร Le Calandre ที่ได้รับการพูดถึงและแพร่ขยายไปสู่ห้องอาหารอิตาลีสมัยใหม่ทั่วโลกคือ Cuttlefish Cappuccino หรือซุปหมึกกระดองที่มีองค์ประกอบด้านล่างรองด้วยดีหมึกสีดำรวมไปถึงชิ้นหมึกเคี้ยวหนึบ ชั้นตรงกลางคือครีมมันฝรั่งที่ให้เนื้อสัมผัสทั้งเบาและนุ่มละมุนลิ้นไปพร้อม ๆ กันโดยมีความหอมของน้ำมันมะกอก EVO เสริมอยู่อย่างพอเหมาะ ด้านล่างรองด้วยตัวอักษรภาษาอิตาลีแปลเป็นภาษาอังกฤษได้ว่า First Taste หรือสัมผัสแรกของเด็กทารกเนื่องจากตัวเชฟตั้งใจจะสื่อถึงครีมมันฝรั่งที่เตรียมออกมาได้นุ่มและละมุนราวกับน้ำนมแม่นั่นเอง (20/20)
✨ “PASSI D'ORO” RISOTTO
A variation of our saffron and licorice risotto dedicated to Roberto Barni's sculpture at the Uffizi Gallery
สุดยอดเมนู Signature Dish จานนี้เชฟ Massimiliano Alajmo ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก I PASSI D'ORO (THE GOLDEN STEPS) งานศิลป์ที่ถูกรังสรรค์ขึ้นในปี 2013 โดยศิลปินชาวอิตาลีนามว่า Roberto Barni และตั้งอยู่บริเวณ Uffizi Galleries ในนคร Florence ข้าว Risotto ที่ได้สีทองของ Saffron หรือหญ้าฝรั่นแสดงออกถึงความไร้ที่สิ้นสุดของทองคำตัดกันกับสีของผง Liqourice หรือชะเอมที่สื่อความถึงความมืดมิดและความเศร้าโศก เชฟใส่ข้าว Risotto ลงไปในกระทะร้อนกับซอสที่เตรียมมาจากหัวหอมและน้ำมัน จากนั้นหุงข้าวกับน้ำสต๊อกไก่ที่มีส่วนผสมของผงหญ้าฝรั่น หลังจากเมล็ดข้าวสุกได้ระดับจึงใส่เนย ชีส Parmesan และน้ำเลมอนลงไป จัดวางลงบนจานแบนแล้วโรย Liqourice Powder หรือผงชะเอมลงไปอีกทีหนึ่งแล้วจบด้วยการตกแต่งด้วย Saffron Sauce เป็นอันพร้อมเสิร์ฟ ข้าว Risotto สุกกำลังดีทั้งยังมีอโรมาของ Saffron เด่นชัดเข้ากันกับกลิ่นเฉพาะตัวของ Liqourice ได้อย่างไร้ที่ติ สำหรับผู้ที่ได้ชิมเมนูนี้ทางร้านจะมอบการ์ดพร้อมกับ Order Number ให้ติดตัวกลับบ้านกันอีกด้วย (20/20)
🎗 [WHY GO] Le Calandre เป็นสุดยอดเพชรเม็ดงามแห่งภูมิภาค Venezia และ Veneto เชฟ Massimiliano Alajmo ได้รังสรรค์เมนูที่กลายมาเป็นหนึ่งในตำนานของวงการอาหารชั้นสูงของประเทศอิตาลี การบริการเป็นไปอย่างรื่นไหลในสไตล์ของห้องอาหารในแถบนี้ การแนะนำและเสิร์ฟไวน์โดย Sommelier เป็นไปอย่างน่าประทับใจตลอดมื้อ ราคาอาหารค่อนข้างสูงแต่ยังอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ สำหรับใครที่เดินทางมาในแถบนคร Venice หรือ Padoa แล้วล่ะก็ Le Calandre จัดเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่ห้ามพลาดเลยทีเดียว
ภาพของร้านอาหาร
ทั้งหมด 38 รูป



























![🎗 [INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับห้องอาหารของเชฟผู้ทำสถิติในการคว้ารางวัล 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars มาครองได้ด้วยอายุที่น้อยที่สุดในโลกคือ 28 ปี ทั้งนี้ตัวเขายังเป็นผู้รังสรรค์เมนูชื่อก้องโลกนักชิมหลาย ๆ คนอาจคุ้นตากันดีอย่าง CUTTLEFISH CAPPUCCINO และ “PASSI D'ORO” RISOTTO อีกด้วย](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2023/04/339256523_897696551481163_5929752598223041319_n.webp)
![🎗 [THE FOOD] ห้องอาหาร Le Calandre นำเสนออาหารในเชิงสร้างสรรค์โดยอาศัยวัตถุดิบท้องถิ่นในการสร้าง Tasting Menu ออกมาทั้งสิ้น 3 รูปแบบคือ Classico (295 €) ที่รวบรวมเมนูคลาสสิคประจำร้านมาไว้ด้วยกันเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่เดินทางมายังห้องอาหารแห่งนี้เป็นครั้งแรก ถัดมาคือ Max (295 €) และ Raf (295 €) ซึ่งเป็นเซ็ตเมนูประจำฤดูกาลตั้งชื่อตามเชฟและพี่ชายของเขา สุดท้ายคือรายการแบบ À La Carte ให้ลูกค้าเลือกเมนูได้ตามใจชอบโดยมีราคาอยู่ที่ 3 จาน - 160 €, 4 จาน 200 € และ 5 จาน - 230 € ตามลำดับ](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2023/04/339267573_872350860495240_3724148186122892130_n.webp)

![🎗 [THE PLACE] Le Calandre ตั้งอยู่บริเวณชานเมือง Rubano รวมกันกับคอมเพล็กซ์อื่น ๆ ของตระกูล Alajmo พื้นที่ด้านหน้าคือ Il Calandrino มีลักษณะเป็นบาร์และร้านขนมให้บรรยากาศแบบ Casual เคียงคู่ไปกับโรงแรม Le Calandre ฝั่งตรงข้ามคือ In.gredienti - La dispensa Alajmo นำเสนอวัตถุดิบคุณภาพดีให้เลือกซื้อกันในราคาสมเหตุสมผล](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2023/04/339248808_639818724636256_8470115053914586641_n.webp)




![🎗 [THE CHEF] หลังจากเสร็จสิ้นเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ 2 ตระกูล Alajmo ได้เริ่มต้นเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องอยู่ในวงการเชฟและร้านอาหารโดยมีคุณตา Vittorio ทำงานเป็นพ่อค้าชีสใจกลางนคร Padua ก่อนที่ลูกสาวของเขาคือคุณ Rita และสามี Erminio Alajmo เปิดห้องอาหาร Le Calandre เป็นของตัวเองในปี 1981 และพัฒนาฝีมืออย่างต่อเนื่องจนคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้สำเร็จ ทั้งคู่มีบุตร 3 คนคือ Raffaele (Raf), Laura และ Massimiliano (Max) โดยผู้ที่สืบทอดเจตนารมย์ของตระกูลเป็นรุ่นที่สามคือลูกชายคนสุดท้องนั่นเองผู้รับหน้าที่เป็นเชฟและพี่ชายคนโตผู้รับหน้าที่เป็น Maître นั่นเอง สำหรับ Massimiliano Alajmo เกิดเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 1974 ณ นคร Padua ทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี หลังจากเรียนจบจากโรงเรียน Hotel Management School เขาได้ร่วมงานกับห้องอาหารระดับตำนานมากมายเช่น Ja Navalge ของเชฟ Alfredo Chiocchetti, Auberge de l’Eridan ของเชฟ Marc Veyrat และ Les Prés d'Eugénie - Michel Guérard หลังจากสั่งสมประสบการณืได้มากพอเขาจึงเดินทางกลับมายังประเทศอิตาลีเพื่อช่วยงานคุณแม่คือเชฟ Rita ซึ่งถือครองรางวัล 🌟 1 MICHELIN Star กับห้องอาหาร Le Calandre อยู่เดิมก่อนจะรับช่วงต่อเป็น Executive Chef เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 1993 และเปลี่ยนรูปแบบมานำเสนออาหารเชิงสร้างสรรค์โดยใช้เทคนิคระดับสูง ตัวร้านได้รับการยกระดับสู่ 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 1997 ก่อนที่จะได้รับรางวัลสูงสุดคือ 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2002 ในขณะที่ตัวของเชฟ Massimiliano นั้นมีอายุได้เพียง 28 ปีส่งผลให้เขาทำสถิติเป็นเชฟที่อายุน้อยที่สุดในโลกที่สามารถพาห้องอาหารคว้ารางวัล 3 MICHELIN Stars มาครองได้นั่นเอง](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2023/04/339261268_745831073676153_8501756335097730006_n.webp)

![🎗 [WHY GO] Le Calandre เป็นสุดยอดเพชรเม็ดงามแห่งภูมิภาค Venezia และ Veneto เชฟ Massimiliano Alajmo ได้รังสรรค์เมนูที่กลายมาเป็นหนึ่งในตำนานของวงการอาหารชั้นสูงของประเทศอิตาลี การบริการเป็นไปอย่างรื่นไหลในสไตล์ของห้องอาหารในแถบนี้ การแนะนำและเสิร์ฟไวน์โดย Sommelier เป็นไปอย่างน่าประทับใจตลอดมื้อ ราคาอาหารค่อนข้างสูงแต่ยังอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ สำหรับใครที่เดินทางมาในแถบนคร Venice หรือ Padoa แล้วล่ะก็ Le Calandre จัดเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่ห้ามพลาดเลยทีเดียว](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2023/04/338526105_5947264358721064_89078718919937488_n.webp)
แกลเลอรี

