
Le Boeuf · เลอเบิฟ (2022)
Steakhouse · สเต๊กเฮ้าส์ — Marriott Mayfair Hotel, 60 ซ.หลังสวน แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
🎗 [INTRO] รีวิวในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับห้องอาหารเพียงแห่งเดียวในประเทศไทยที่ได้รับการสืบทอดสูตรซอสระดับตำนาน Café de Paris มาจากห้องอาหาร Le Relais de Venise - son entrecôte โดยตรง
🎗 [CAFÉ DE PARIS - The Origin] ย้อนกลับไปในปี 1930 นาย Boubier เชฟเจ้าของห้องอาหาร La Coq d'Or ในนคร Geneva ได้คิดค้นเนยสูตรพิเศษที่มีองค์ประกอบของสมุนไพรหลากหลายชนิดเสิร์ฟคู่กันไปกับเนื้อย่างจนกลายเป็นที่นิยมอย่างในหมู่คนท้องถิ่น ต่อมาลูกสาวของนาย Boubier ผู้เป็นภรรยาของ Sir Arthur Francis Dumont เจ้าของ Café de Paris ซึ่งตั้งอยู่บนถนน Rue du Mont Blanc ไม่ไกลกันจากสถานีรถไฟได้เกิดความคิดที่จะนำเนยชนิดนี้มาเสิร์ฟคู่กันไปกับเนื้อสเต๊กส่วนซี่โครงจึงติดสินใจเปลี่ยนร้านคาเฟ่เล็ก ๆ ให้กลายมาเป็นห้องอาหารที่เสิร์ฟเมนูเฉพาะตัว ทั้งนี้เขายังมีโอกาสเผยแพร่สูตรของเขาที่ National Exhibition ในนคร Lausanne อีกด้วย อย่างไรก็ตามแม้จะรับหน้าที่เป็น Head Chef อยู่นานถึง 38 ปีแต่ด้วยความที่นาย Dumont ไม่มีทายาทผู้สืบทอดกิจการทำให้เขาจำเป็นต้องขายกิจการและเนยสูตรลับเฉพาะนี้ให้กับ Aline Abriel ซึ่งเธอก็ได้ส่งไม้ต่อให้กับ François Vouillamoz ผู้เป็นหลานในอีก 5 ปีต่อมาโดยเป็นนาย Vouillamoz นี้เองที่ขยับขยายสาขาของร้านภายใต้ชื่อ Café de Paris Chez Boubier ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
🎗 [CAFÉ DE PARIS - From Entrecôte Group to Le Boeuf] ในปี 1959 นาย Paul Gineste de Saurs ได้ซื้อต่อกิจการห้องอาหารอิตาลีที่ตั้งอยู่ในเขต 17 ของกรุง Paris นามว่า Le Relais de Venise ทั้งยังปรับเปลี่ยนรูปแบบจากอาหารอิตาลีมาเป็นอาหารฝรั่งเศสพื้นบ้านสไตล์ Bistro โดยมีเมนคอร์สเป็น Steak frites เพียงเมนูเดียวเท่านั้น จุดเด่นคงหนีไม่พ้นการนำสูตรซอส Café de Paris จากร้านต้นตำรับในกรุง Geneva เสิร์ฟมาคู่กันกับ Walnut Salad และ French Fries จนได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในหมู่ชาว Parisian และขยับขยายสาขาไปอีกหลายแห่งรวมไปถึงยังนคร Zurich และ Geneva อีกด้วย สำหรับห้องอาหาร Le Boeuf นั้นเจ้าของร้านคุณ David Perrot ได้สืบทอดสูตรมาจาก Le Relais de Venise - son entrecôte โดยตรงก่อนที่จะมาเปิดร้านอยู่บริเวณด้านหน้าอาคาร Marriot Mayfair Service Suite มองจากภายนอกมีลักษณะเป็น Glasshouse สุดคลาสสิค ภายในตกแต่งสไตล์ French Bistro สังเกตจากการใช้ผ้าปูโต๊ะสีแดง เก้าอี้ไม้ โซฟาหนังและฉากกั้นกระจกใสช่วยเสริมให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความเรียบง่ายและเป็นกันเองเหมาะกับการพาเพื่อน ๆ หรือคนรู้ใจมาลิ้มลองเมนูสเต๊กชั้นดีในทุกโอกาส
🎗 [THE CHEF & THE FOOD] ห้องอาหาร Le Boeuf นำเสนอเซ็ตเมนูชุดพิเศษเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 7 ปีโดยในเซ็ตประกอบไปด้วยสลัด 2 จาน, ซุป 2 จาน, อาหารเรียกน้ำย่อย 2 จาน, สเต๊กเนื้อเลือกได้ตามใจชอบจับคู่กับซอส Café de Paris และอาหารหวานรสเลิศอีก 2 จานในราคา 3,990++ ต่อ 2 คน ทุกจานจะถูกจัดเสิร์ฟโดยเชฟสุรศักดิ์หรือเชฟเบ๊นซ์ผู้ผ่านงานในห้องอาหารระดับ Michelin Star แนวหน้าของประเทศไทยตั้งแต่อาหารเรียกน้ำย่อยไปจนถึงอาหารหวานเลยทีเดียว อย่างไรก็ตามเราขอแนะนำ Australian Wagyu Tomahawk ชิ้นโตที่แบ่งกันชิมได้ถึง 2 คนรับประกันทั้งรสชาติปริมาณว่าอิ่มจุใจแน่นอนหรือจะเป็น Tenderloin Black Angus ก็โดดเด่นไม่แพ้กัน
🎗 [WHY GO] หากเพื่อนๆคนใดกำลังมองหาร้านสเต๊กชั้นดีในราคาสมเหตุสมผล ทั้งยังมีตำแหน่งตั้งอยู่ใจกลางย่านธุรกิจของกรุงเทพ ห้องอาหาร Le Boeuf น่าจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมและสร้างความประทับใจได้อย่างแน่นอน
ภาพของร้านอาหาร
ทั้งหมด 25 รูป



















![🎗 [THE CHEF & THE FOOD] ห้องอาหาร Le Boeuf นำเสนอเซ็ตเมนูชุดพิเศษเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 7 ปีโดยในเซ็ตประกอบไปด้วยสลัด 2 จาน, ซุป 2 จาน, อาหารเรียกน้ำย่อย 2 จาน, สเต๊กเนื้อเลือกได้ตามใจชอบจับคู่กับซอส Café de Paris และอาหารหวานรสเลิศอีก 2 จานในราคา 3,990++ ต่อ 2 คน](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2022/11/278792912_7801266369948092_9173935375767503877_n.webp)

![🎗 [CAFÉ DE PARIS - The Origin] ย้อนกลับไปในปี 1930 นาย Boubier เชฟเจ้าของห้องอาหาร La Coq d'Or ในนคร Geneva ได้คิดค้นเนยสูตรพิเศษที่มีองค์ประกอบของสมุนไพรหลากหลายชนิดเสิร์ฟคู่กันไปกับเนื้อย่างจนกลายเป็นที่นิยมอย่างในหมู่คนท้องถิ่น ต่อมาลูกสาวของนาย Boubier ผู้เป็นภรรยาของ Sir Arthur Francis Dumont เจ้าของ Café de Paris ซึ่งตั้งอยู่บนถนน Rue du Mont Blanc ไม่ไกลกันจากสถานีรถไฟได้เกิดความคิดที่จะนำเนยชนิดนี้มาเสิร์ฟคู่กันไปกับเนื้อสเต๊กส่วนซี่โครงจึงติดสินใจเปลี่ยนร้านคาเฟ่เล็ก ๆ ให้กลายมาเป็นห้องอาหารที่เสิร์ฟเมนูเฉพาะตัว ทั้งนี้เขายังมีโอกาสเผยแพร่สูตรของเขาที่ National Exhibition ในนคร Lausanne อีกด้วย อย่างไรก็ตามแม้จะรับหน้าที่เป็น Head Chef อยู่นานถึง 38 ปีแต่ด้วยความที่นาย Dumont ไม่มีทายาทผู้สืบทอดกิจการทำให้เขาจำเป็นต้องขายกิจการและเนยสูตรลับเฉพาะนี้ให้กับ Aline Abriel ซึ่งเธอก็ได้ส่งไม้ต่อให้กับ François Vouillamoz ผู้เป็นหลานในอีก 5 ปีต่อมาโดยเป็นนาย Vouillamoz นี้เองที่ขยับขยายสาขาของร้านภายใต้ชื่อ Café de Paris Chez Boubier ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2022/11/278732169_7801265623281500_3744122580856059393_n.webp)
![🎗 [CAFÉ DE PARIS - From Entrecôte Group to Le Boeuf] ในปี 1959 นาย Paul Gineste de Saurs ได้ซื้อต่อกิจการห้องอาหารอิตาลีที่ตั้งอยู่ในเขต 17 ของกรุง Paris นามว่า Le Relais de Venise ทั้งยังปรับเปลี่ยนรูปแบบจากอาหารอิตาลีมาเป็นอาหารฝรั่งเศสพื้นบ้านสไตล์ Bistro โดยมีเมนคอร์สเป็น Steak frites เพียงเมนูเดียวเท่านั้น จุดเด่นคงหนีไม่พ้นการนำสูตรซอส Café de Paris จากร้านต้นตำรับในกรุง Geneva เสิร์ฟมาคู่กันกับ Walnut Salad และ French Fries จนได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในหมู่ชาว Parisian และขยับขยายสาขาไปอีกหลายแห่งรวมไปถึงยังนคร Zurich และ Geneva อีกด้วย](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2022/11/278721951_7801265463281516_5493762422233133321_n.webp)

![🎗 [WHY GO] หากเพื่อนๆคนใดกำลังมองหาร้านสเต๊กชั้นดีในราคาสมเหตุสมผล ทั้งยังมีตำแหน่งตั้งอยู่ใจกลางย่านธุรกิจของกรุงเทพ ห้องอาหาร Le Boeuf น่าจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมและสร้างความประทับใจได้อย่างแน่นอน](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2022/11/278724625_7801267109948018_3092241319668664218_n.webp)
