
Lalique · ลาลีค
Modern Cuisine · อาหารโมเดิร์น — Lieu-dit Peyraguey, Bommes, 33210, France
🎗 [INTRO] Château Lafaurie-Peyraguey เป็นไร่ไวน์ที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งใน Sauternes Terroir ของนคร Bordeaux ตัวไร่มีขนาดประมาณ 37 เฮกเตอร์และมีการปลูกองุ่นสายพันธุ์ Sémillon, Sauvignon Blanc และ Muscadelle โดยอาศัยหมอกในช่วงเช้าจากแม่น้ำ Ciron ที่ไหลโอบล้อม Sauternes Terroir ทำให้ Sweet Wine ที่นี่เกิดกระบวนการ Noble Rot จากเชื้อรา Botrytis cinerea จนมีรสชาติที่ซับซ้อนไม่เหมือนใคร
🎗 [THE PLACE] Château Lafaurie-Peyraguey ก่อตั้งครั้งแรกในช่วงศตวรรษที่ 13 โดยมีเจ้าของเป็นผู้ปกครองเมือง Bommes นาย Sieur Raymond Peyraguey ได้ซื้อต่อกิจการไร่ไวน์ในปี 1618 และพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่องก่อนที่นาย Pierre Lafaurie จะเข้าควบคุมกิจการในปี 1796 พร้อมกับสร้างชื่อเสียงจนตัวไร่ได้รับการยอมรับในวงกว้าง ทั้งยังได้รับการจัดระดับให้อยู่ในกลุ่ม Premier Cru (First Growth) ใน 1855 Sauternes Classification อีกด้วย ต่อมาช่วงศตวรรษที่ 18 ถึง 19 กิจการได้ผลัดเปลี่ยนมือเจ้าของหลายครั้งก่อนที่ในปี 2014 คุณ Silvio Denz นักธุรกิจชาวสวิตเซอร์แลนด์เจ้าของแบรนด์ Lalique ตัดสินใจเข้าซื้อต่อกิจการไร่ไวน์และปรับปรุงพื้นที่ให้เป็นโรงแรมและห้องอาหารกูร์เม่ต์ดังที่เราเห็นกันในปัจจุบัน ห้องรับประทานอาหารหลักกั้นด้วยกระจกใสสูงจากพื้นจรดเพดานก่อให้เกิดเป็นทัศนียภาพมุมกว้างของไร่ไวน์แบบแบบ 180 องศา โต๊ะอาหารปูด้วยผ้าขาวและตกแต่งด้วยงาน Table Arts อันแสนปราณีตไม่ว่าจะเป็นคริสตัลรูปขวดไวน์ที่ใช้สำหรับจัดเสิร์ฟ Amuse-bouche แก้วไวน์ คาราฟ รวมไปถึงของประดับต่าง ๆ ในร้านล้วนทำขึ้นมาจาก Lalique Crystal ช่วยให้บรรยากาศตลอดมื้อตราตรึงอยู่ในความทรงจำของเหล่านักชิมทุกคนไม่รู้ลืม
🎗 [THE CHEF] Jérôme Schilling เป็นเชฟมากประสบการณ์ผู้เกิดและเติบโตมาในแถบ Alsace ทางฝั่งตะวันออกของประเทศฝรั่งเศส เขาเริ่มงานครั้งแรกในร้านอาหารท้องถิ่นก่อนจะผันตัวไปเป็นลูกมือของเชฟ Hubert Maetz เพื่อเรียนรู้การทำงานในห้องอาหารระดับสูง ต่อมาเขาได้ร่วมงานกับเชฟระดับตำนานอีกหลายท่านเช่น Joël Robuchon, Roger Vergé, Thierry Marx และ Guy Lassausaie ก่อนจะได้รับการทาบทามให้มาร่วมงานกับเชฟ Jean Georges Klein ให้มาควบคุมห้องอาหาร Villa René Lalique และคว้ารางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars มาครองได้สำเร็จ หลังจากเวลาผ่านไป 2 ปีเชฟ Jérôme Schilling ได้รับมอบหมายงานสำคัญอีกครั้งให้มาควบคุมห้องอาหาร Lalique ที่ Château Lafaurie-Peyraguey โดยเขาสามารถคว้ารางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars มาครองได้อีกเช่นกัน
🎗 [THE FOOD] Château Lafaurie-Peyraguey มีตำแหน่งตั้งอยู่ระหว่างผืนแผ่นดินและท้องทะเลทำให้เชฟ Jérôme Schilling สามารถหยิบยกวัตถุดิบจากหลากหลายภูมิภาคเช่น Brittany, Basque Country รวมไปถึงวัตถุดิบจากแถบแม่น้ำ Dordogne และแม่น้ำ Gers มาใช้ได้ตามใจชอบ เขายังผสมผสานองค์ประกอบต่าง ๆ ขององุ่นในไร่ไวน์ Château Lafaurie-Peyraguey รวมไปถึงไวน์แต่ละ Vintage จนได้ออกมาเป็นเมนูที่มีรสชาติและเทคนิคที่โดดเด่นไม่ซ้ำใคร ลูกค้าสามารถเลือกชิม Set Menu ได้ 2 รูปแบบคือเมนูปกติที่ใช้ชื่อว่า Le Grain Noble และเมนูแบบมังสวิรัติที่ใช้ชื่อว่า Le Terroir du Seuternais นำเสนอมาที่ราคา 4 Courses - 205 € และ Complete Menu - 240 € ตามลำดับ รายการไวน์คัดสรรค์โดยคุณ Romain Iltis (Best Sommelier of France 2012 และรางวัล Meilleur Ouvrier de France 2015) และคุณ Adrien Cascio นำเสนอมาจากหลากหลายแหล่งที่ราคามาตรฐานเมื่อเทียบกับระดับของห้องอาหาร ส่วนอาหารจานที่โดดเด่นในวันนี้คือ
✨ Blanc manger of cauliflower, caviar and vodka sauce
สุดยอด Signature Dish ของเชฟคือกะหล่ำดอกเตรียมมาเป็น Blancmange เนื้อสัมผัสนุ่มละมุน ด้านในเป็นหอยนางรมที่สับมาเป็น Tartare ให้เนื้อสัมผัสที่กลืนกันไปกับกะหล่ำดอก ด้านบนท็อปด้วยคาเวียร์คุณภาพสูงจาก Maison Kaviari ในกรุง Paris สุดท้ายคือซอสรสชาติเข้มข้นที่ผสมผสาน Vodka Beluga และ Champagne เข้าไว้ด้วยกัน (19/20)
✨ 2023 harvest :
White thin asparagus, vadouvan and kumquat.
คอร์สนี้คือคือหน่อไม้ฝรั่งขนาดจิ๋วที่เชฟนำไปอบในขนมปังที่มีส่วนผสมของน้ำองุ่น ชิ้นหน่อไม้ฝรั่งนุ่มละมุนจนเกือบจะละลายในปาก ข้างกันคือซิตรัส Kumquat และเบอร์กามอท สุดท้ายคือซอส Hollandaise ที่มีเนื้อสัมผัสเบาคล้ายโฟม เชฟใส่อโรมาหอม ๆ ของ Vadouvan ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องเทศยอดนิยมของประเทศฝรั่งเศสลงไปด้วย (18/20)
✨ Awakening of the Sauternes
Sao Palmé chocolate, jasmine and white tea.
คอร์สนี้เชฟเลือกใช้วัตถุดิบหลักคือ Sao Palmé Chocolate ผสานเข้ากันกับความเปรี้ยวที่ได้จากน้ำ Verjuice หรือน้ำองุ่นที่ยังไม่สุกดี ตรงกลางคือช็อกโกแลตเค้กเนื้อนุ่ม ด้านบนท็อปด้วยช็อกโกแลตกานาซและแครกเกอร์ช็อกโกแลตกรอบ ในแก้วมีช็อกโกแลตที่มีอโรมาหอม ๆ ของมะลิ สุดท้ายคือช็อกโกแลตอุ่น ๆ สำหรับเทเติมลงในจานได้ตามใจชอบ (19/20)
🎗 [WHY GO] Lalique เป็นสุดยอดห้องอาหารที่ร้อยเรียงองุ่นและไวน์ Sauternes ออกมาเป็น Tasting Menu ได้อย่างน่าสนใจ ราคาอาหารอาจดูค่อนข้างสูงแต่ก็แลกมาด้วยคุณภาพวัตถุดิบชั้นยอด ตัวอาคารที่ตั้งอยู่ใจกลางไร่ไวน์มีบรรยากาศที่สุดแสนโรแมนติคชนิดหาใครเทียบเคียงได้ยาก สำหรับใครที่เดินผ่านไปมาแถบนคร Bordeaux ด้วยรถยนต์ส่วนตัวจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องแวะมาชิมให้ได้อย่างน้อย 1 ครั้งโดยเผื่อระยะเวลาในการจองล่วงหน้ามาสัก 1 อาทิตย์
ภาพของร้านอาหาร
ทั้งหมด 42 รูป

![🎗 [INTRO] Château Lafaurie-Peyraguey เป็นไร่ไวน์ที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งใน Sauternes Terroir ของนคร Bordeaux ตัวไร่มีขนาดประมาณ 37 เฮกเตอร์และมีการปลูกองุ่นสายพันธุ์ Sémillon, Sauvignon Blanc และ Muscadelle โดยอาศัยหมอกในช่วงเช้าจากแม่น้ำ Ciron ที่ไหลโอบล้อม Sauternes Terroir ทำให้ Sweet Wine ที่นี่เกิดกระบวนการ Noble Rot หรือ Botrytis cinerea จนมีรสชาติที่ซับซ้อนไม่เหมือนใคร](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2024/10/464875564_1099384931845059_8007342685967787124_n-1.webp)


















![🎗 [THE CHEF] Jérôme Schilling เป็นเชฟมากประสบการณ์ผู้เกิดและเติบโตมาในแถบ Alsace ทางฝั่งตะวันออกของประเทศฝรั่งเศส เขาเริ่มงานครั้งแรกในร้านอาหารท้องถิ่นก่อนจะผันตัวไปเป็นลูกมือของเชฟ Hubert Maetz เพื่อเรียนรู้การทำงานในห้องอาหารระดับสูง หลังจากนั้นเขาได้ร่วมงานกับเชฟระดับตำนานอีกหลายท่านเช่น Joël Robuchon, Roger Vergé, Thierry Marx และ Guy Lassausaie หลังจากนั้นเขาได้รับการทาบทามให้มาร่วมงานกับเชฟ Jean Georges Klein ในการควบคุมห้องอาหาร Villa René Lalique และคว้ารางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars มาครองได้สำเร็จ หลังจากผ่านไป 2 ปีเชฟ Jérôme Schilling จึงได้รับมอบหมายงานให้มาควบคุมห้องอาหาร Lalique ที่ Château Lafaurie-Peyraguey และคว้ารางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars มาครองได้อีกครั้งนั่นเอง](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2024/10/464788233_1099385621844990_5435224747895500557_n.webp)
![🎗 [THE FOOD] Château Lafaurie-Peyraguey มีตำแหน่งตั้งอยู่ระหว่างผืนแผ่นดินและท้องทะเลทำให้เชฟ Jérôme Schilling สามารถหยิบยกวัตถุดิบจากหลากหลายภูมิภาคเช่น Brittany, Basque Country รวมไปถึงวัตถุดิบจากแถบแม่น้ำ Dordogne และแม่น้ำ Gers มาใช้ได้ตามใจชอบ เขายังผสมผสานองค์ประกอบต่าง ๆ ขององุ่นในไร่ไวน์ Château Lafaurie-Peyraguey รวมไปถึงไวน์แต่ละ Vintage จนได้ออกมาเป็นเมนูที่มีรสชาติและเทคนิคที่โดดเด่นไม่ซ้ำใคร ลูกค้าสามารถเลือกชิม Set Menu ได้ 2 รูปแบบคือเมนูปกติที่ใช้ชื่อว่า Le Grain Noble และเมนูแบบมังสวิรัติที่ใช้ชื่อว่า Le Terroir du Seuternais นำเสนอมาที่ราคา 4 Courses - 205 € และ Complete Menu - 240 € ตามลำดับ](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2024/10/464855085_1099385275178358_5356527245191741701_n.webp)

![🎗 [THE PLACE] Château Lafaurie-Peyraguey ก่อตั้งครั้งแรกในช่วงศตวรรษที่ 13 โดยมีเจ้าของเป็นผู้ปกครองเมือง Bommes นาย Sieur Raymond Peyraguey ได้ซื้อต่อกิจการไร่ไวน์ในปี 1618 และพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่องก่อนที่นาย Pierre Lafaurie จะเข้าควบคุมกิจการในปี 1796 พร้อมกับสร้างชื่อเสียงจนตัวไร่ได้รับการยอมรับในวงกว้างและได้รับการจัดระดับให้อยู่ในกลุ่ม Premier Cru (First Growth) ใน 1855 Sauternes Classification](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2024/10/464789946_1099385151845037_4526597423731570764_n.webp)
















![🎗 [WHY GO] Lalique เป็นสุดยอดห้องอาหารที่ร้อยเรียงองุ่นและไวน์ Sauternes ออกมาเป็น Tasting Menu ได้อย่างน่าสนใจ ราคาอาหารอาจดูค่อนข้างสูงแต่ก็แลกมาด้วยคุณภาพวัตถุดิบชั้นยอด ตัวอาคารที่ตั้งอยู่ใจกลางไร่ไวน์มีบรรยากาศที่สุดแสนโรแมนติคชนิดหาใครเทียบเคียงได้ยาก](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2024/10/464835676_1099385198511699_9097225445397630898_n.webp)

