GASTRONOME THAILAND by ตามล่า Fine Dining
La Villa Madie
3 MICHELIN Stars

FranceLa Villa Madie · ลา วิลลา มาดี้

Creative, Mediterranean Cuisine · อาหารเชิงสร้างสรรค์, อาหารเมดิเตอร์เรเนียน — Avenue du Revestel, Cassis, 13260, France

🎗 [INTRO] บทความนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับ La Villa Madie ห้องอาหารระดับ 3 MICHELIN Stars น้องใหม่ประจำ MICHELIN Guide France 2022 นอกจากบรรยากาศสุดโรแมนติคริมชายหาด Corton แล้วเชฟเจ้าของร้าน Dimitri Droisneau ยังสามารถนำเสนอวัตถุดิบท้องถิ่นแห่งภูมิภาค Provence ออกมาเป็นอาหารสไตล์ Mediterranean ได้อย่างน่าประทับใจ

🎗 [THE PLACE] La Villa Madie ตั้งอยู่ในเมือง Cassis ไม่ไกลจากแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติชื่อดังอย่าง Cap Canaille ลูกค้าสามารถนำรถเข้าจอดที่ตัวร้านได้โดยประตูหน้าจะเปิดออกในเวลา 12.00 และ 19.30 ตรง สำหรับใครที่มาก่อนเวลาสามารถจอดรถเข้าคิวกันยาวไปถึงบนถนนได้เลย บริเวณโดยรอบเป็นสวนขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยต้นไม้ดูร่มรื่นตา ชั้นบนของตัวอาคารเป็นห้องอาหารสไตล์ Bistro ชื่อว่า La Brasserie du Corton นำเสนอ Set Menu มื้อกลางวัน 3 คอร์สที่ราคาเพียง 38 € และรายการแบบ À La Carte เพื่อให้เข้าถึงได้ง่ายจากบุคคลทั่วไป สำหรับห้องอาหาร La Villa Madie นั้นตั้งอยู่ชั้นล่างโดดเด่นด้วยเทอเรสพร้อมด้วยทัศนียภาพมุมกว้างของชายหาด La Plage du Corton และทะเล Mediterranean ไกลออกไปสุดลูกหูลูกตา ภายในห้องรับประทานอาหารหลักตกแต่งแบบร่วมสมัยด้วยโทนสีพาสเทลเข้ากันดีกับสีของพื้นไม้และผ้าปูโต๊ะ เราขอแนะนำเป็นอย่างมากให้เลือกจองในช่วงกลางวันเพื่อซึมซับความละเอียดอ่อนของผืนทะเลและความพริ้วไหวของแมกไม้แถบ Mediterranean ไปตลอดทั้งมื้อ

🎗 [THE CHEF & THE FOOD] Dimitri Droisneau เกิดและเติบโตใน Alençon เมืองเล็ก ๆ ในแคว้น Normandy ทั้งยังเคยร่วมงานกับห้องอาหารระดับตำนานมาแล้วมากมายอย่างเช่น Tour d'Argent, Lucas Carton, L'Ambroisie, Le Bristol Paris และ La Réserve de Beaulieu ก่อนที่จะเติมเต็มความฝันของตัวเองโดยการเข้าซื้ออาคารที่จะกลายมาเป็นห้องอาหาร La Villa Madie ในปี 2013 ตัวร้านได้รับรางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ทันทีในปีถัดมาก่อนที่จะได้รับการเลื่อนระดับสู่ 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2022 ที่ผ่านมา ห้องอาหาร La Villa Madie นำเสนออาหารในรูปแบบ Tasting Menu เริ่มต้นด้วย ANSE DE CORTON (4 Actes - 140€/p) ที่จัดเสิร์ฟเฉพาะช่วงกลางวันเหมาะกับผู้อยากลิ้มลองอาหารชั้นดีในราคาที่เข้าถึงง่าย ถัดมาคือ L'ESPASSADO « CAP CANAILLE » (6 Actes - 195 €/p) ซึ่งเป็นเซ็ตที่เราเลือกชิมในวันนี้โดยจัดเสิร์ฟทั้งช่วงกลางวันและกลางคืน สุดท้ายคือ LES AGAPES DE SOUBEYRANNES (8 Actes - 250 €/p) หรือเซ็ตเมนูชุดใหญ่จัดเสิร์ฟเฉพาะช่วงกลางคืนเท่านั้น เชฟ Dimitri Droisneau ตั้งใจยกระดับวัตถุดิบท้องถิ่นแห่งภูมิภาค Provence ผสมผสานกับวัตถุดิบจากแหล่งอื่น ๆ อีกเล็กน้อยโดยรังสรรค์ออกมาเป็นอาหารสไตล์ Mediterranean ที่มีความโดดเด่นไม่เหมือนใครอย่างเช่น

✨ Lou sardo

La sardine de pays dans tous ses états, thym citron, Caviar de Sologne

เริ่มต้นคอร์สแรกด้วยปลาซาดีนจากท้องทะเลเมดิเตอเรเนียนให้รสชาติเค็มอุมามิ เนื้อสัมผัสนุ่มเคี้ยวง่าย ไร้ซึ่งกลิ่นคาว ด้านบนท็อปด้วย Oscietra Caviar คุณภาพดีจากเมือง Sologne ให้ความเค็มที่พอเหมาะ ยังมีก้างหรือกระดูกปลาทอดมากรอบ ๆ พร้อมรับประทาน เคี้ยวง่ายไม่ทิ่มหรือติดฟัน อีกส่วนหนึ่งเป็น Dashi Jelly ช่วยเสริมทั้งรสชาติและเนื้อสัมผัสให้มีมิติมากยิ่งขึ้น (18/20)

✨ Lou carambou

La crevette carabineros escortée de betterave et kumquat, Mousseux des têtes

หนึ่งในจานที่ดีที่สุดของมื้อนี้คือ Carabinero จากเมือง Dénia ซึ่งเป็นแหล่งจับกุ้งแดงขึ้นชื่อทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศสเปน สำหรับเชฟ Dimitri Droisneau แล้ว Carabinero ถือเป็นกุ้งที่มีอโรมาโดดเด่นที่สุด เนื้อกุ้งสุกได้ระดับ มีความหวานโดดเด่นจากธรรมชาติ ข้างกันคือองค์ประกอบต่าง ๆ ของส่วนมันจากหัวกุ้งอันประกอบไปด้วย Ice cream, Emulsion และ Oil เชฟบาลานซ์ความมันด้วย Earthy Aroma ของบีทรูทและรสเปรี้ยวของ Kumquat สุดท้ายคือ Pomegranate หรือเมล็ดทับทิมจาก Cassis ช่วยเพิ่มเนื้อสัมผัสเคี้ยวกรึบเล็ก ๆ ให้กับจาน (18/20)

✨ Lou frago

Premières fraises des Baux de Provence Vivifiées à la baie de passion et rose

ขนมหวานจานหลักเชฟนำเสนอสตรอว์เบอร์รี่จากเมือง Les Baux de Provence เนื้อสัมผัสนุ่มฉ่ำจนสามารถใช้คำว่าละลายในปาก ด้านในเป็นซอร์เบท์สตรอว์เบอร์รี่ช่วยเรียกความสดชื่น รอบ ๆ เป็นแป้งแพสทรี่ที่มีความหนึบพอประมาณ จากนั้นบาลานซ์รสชาติด้วย Emulsion ที่มีรสชาติของเสาวรสและอโรมาของกุหลาบ เพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสด้วย Kataifi กรอบ ๆ ปิดท้ายมื้ออาหารได้อย่างสมบูรณ์ (18/20)

🎗 [WHY GO] ถึงแม้อาหารที่ La Villa Madie จะจัดอยู่ในระดับกลางเมื่อเทียบกับห้องอาหารระดับ 3 MICHELIN Stars อื่น ๆ แต่ก็ถือว่าดีงามมากเมื่อเทียบกับห้องอาหารชั้นสูงทั่วไป เมื่อประกอบกับทัศนียภาพอันโดดเด่นและราคาเซ็ตเมนูที่เริ่มต้นเพียง 140 €/p ทำให้เรายังคงแนะนำอย่างมากให้เพื่อน ๆ ที่แวะมายังแถบ Provence หรือเจาะจงกว่านั้นคือรอบ ๆ เมือง Marseille ได้แวะมาลองชิมกัน เมื่อจบมื้ออาหารอย่าลืมแวะเข้าไปยัง Cassis เมืองเล็ก ๆ ที่โดดเด่นด้วยทัศนียภาพของท่าเรือริมทะเล Mediterranean รวมไปถึง Boat Trip ชม Les Calanque de Cassis ในราคาราวคนละ 17 € เท่านั้น เราขอรับรองว่าทั้งห้องอาหารและตัวเมืองจะสามารถสร้าง 1 Day Trip ที่น่าประทับใจให้กับเพื่อน ๆ ได้อย่างแน่นอน

ภาพของร้านอาหาร

ทั้งหมด 57 รูป

🇫🇷 La Villa Madie - ลา วิลลา มาดี้ 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars - 3 ดาวมิชลิน 🏵🏵🏵🏵 17/20 Gault et Millau - 17/20 โก เอ็ท มิโย 🍴 Creative, Mediterranean Cuisine - อาหารเชิงสร้างสรรค์, อาหารเมดิเตอร์เรเนียน 👨🏻‍🍳 Chef Dimitri Droisneau - เชฟดิมีทรี่ ดรอยส์โน
รูปที่ 1
🇫🇷 La Villa Madie - ลา วิลลา มาดี้ 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars - 3 ดาวมิชลิน 🏵🏵🏵🏵 17/20 Gault et Millau - 17/20 โก เอ็ท มิโย 🍴 Creative, Mediterranean Cuisine - อาหารเชิงสร้างสรรค์, อาหารเมดิเตอร์เรเนียน 👨🏻‍🍳 Chef Dimitri Droisneau - เชฟดิมีทรี่ ดรอยส์โน
🎗 [INTRO] บทความนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับ La Villa Madie ห้องอาหารระดับ 3 MICHELIN Stars น้องใหม่ประจำ MICHELIN Guide France 2022 นอกจากบรรยากาศสุดโรแมนติคริมชายหาด Corton แล้วเชฟเจ้าของร้าน Dimitri Droisneau ยังสามารถนำเสนอวัตถุดิบท้องถิ่นแห่งภูมิภาค Provence ออกมาเป็นอาหารสไตล์ Mediterranean ได้อย่างน่าประทับใจ
รูปที่ 2
🎗 [INTRO] บทความนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับ La Villa Madie ห้องอาหารระดับ 3 MICHELIN Stars น้องใหม่ประจำ MICHELIN Guide France 2022 นอกจากบรรยากาศสุดโรแมนติคริมชายหาด Corton แล้วเชฟเจ้าของร้าน Dimitri Droisneau ยังสามารถนำเสนอวัตถุดิบท้องถิ่นแห่งภูมิภาค Provence ออกมาเป็นอาหารสไตล์ Mediterranean ได้อย่างน่าประทับใจ
Welcome drink ทางร้านต้อนรับลูกค้าทุกคนด้วยผ้าเช็ดมือและ Welcome drink ในที่นี้คือ Lemonade with elderflower
รูปที่ 3
Welcome drink ทางร้านต้อนรับลูกค้าทุกคนด้วยผ้าเช็ดมือและ Welcome drink ในที่นี้คือ Lemonade with elderflower
Mises en bouche เริ่มต้นด้วย Mises en bouche ช่วยกระตุ้นความอยากอาหารเสิร์ฟมาชุดแรกพร้อมกันหลายอย่าง (17/20)
รูปที่ 4
Mises en bouche เริ่มต้นด้วย Mises en bouche ช่วยกระตุ้นความอยากอาหารเสิร์ฟมาชุดแรกพร้อมกันหลายอย่าง (17/20)
Mises en bouche ในช้อนขนาดเล็กคือ Shrimp with arabica coffee มีลักษณะเป็นเนื้อกุ้งที่โรยด้วยผงกาแฟ Arabica (16/20)
รูปที่ 5
Mises en bouche ในช้อนขนาดเล็กคือ Shrimp with arabica coffee มีลักษณะเป็นเนื้อกุ้งที่โรยด้วยผงกาแฟ Arabica (16/20)
Mises en bouche เนื้อกุ้งสด ๆ ให้รสหวานโดยธรรมชาติเจือด้วยอโรมาหอม ๆ ของกาแฟเข้ากันได้เป็นอย่างดี (16/20)
รูปที่ 6
Mises en bouche เนื้อกุ้งสด ๆ ให้รสหวานโดยธรรมชาติเจือด้วยอโรมาหอม ๆ ของกาแฟเข้ากันได้เป็นอย่างดี (16/20)
Mises en bouche Deep-fried bread with anchovie เป็นขนมปังกรอบ ด้านบนท็อปด้วยแองโชวี่รสชาติเค็มอุมามิ (18/20)
รูปที่ 7
Mises en bouche Deep-fried bread with anchovie เป็นขนมปังกรอบ ด้านบนท็อปด้วยแองโชวี่รสชาติเค็มอุมามิ (18/20)
Mises en bouche วิธีรับประทานให้นำขนมปังและแองโชวี่จุ่มลงใน Onion mousse เพื่อให้รสชาติหวานช่วยบาลานซ์กับความเค็มของแองโชวี่ได้อย่างลงตัว (18/20)
รูปที่ 8
Mises en bouche วิธีรับประทานให้นำขนมปังและแองโชวี่จุ่มลงใน Onion mousse เพื่อให้รสชาติหวานช่วยบาลานซ์กับความเค็มของแองโชวี่ได้อย่างลงตัว (18/20)
Mises en bouche Chip with seaweed เป็นแผ่นสาหร่ายกรอบที่มีครีมเนื้อเนียนอยู่ตรงกลาง (16/20)
รูปที่ 9
Mises en bouche Chip with seaweed เป็นแผ่นสาหร่ายกรอบที่มีครีมเนื้อเนียนอยู่ตรงกลาง (16/20)
Mises en bouche ถัดมาเป็น Mises en bouche เซ็ตที่ 2 เสิร์ฟมาเพิ่มเติมอีก 2 อย่าง
รูปที่ 10
Mises en bouche ถัดมาเป็น Mises en bouche เซ็ตที่ 2 เสิร์ฟมาเพิ่มเติมอีก 2 อย่าง
Mises en bouche French fries with chickpea มีลักษณะเป็นมันฝรั่งทอดกรอบ เนื้อนุ่ม ไม่อมน้ำมัน ด้านบนท็อปด้วย Aioli sauce ช่วยบาลานซ์ความเค็มของเกลือให้กลมกล่อม (16/20)
รูปที่ 11
Mises en bouche French fries with chickpea มีลักษณะเป็นมันฝรั่งทอดกรอบ เนื้อนุ่ม ไม่อมน้ำมัน ด้านบนท็อปด้วย Aioli sauce ช่วยบาลานซ์ความเค็มของเกลือให้กลมกล่อม (16/20)
Mises en bouche สุดท้ายคือ Eggplant tartlette แป้งทาร์ตด้านล่างกรอบพอประมาณแต่ไม่กระด้างละลายในปาก มะเขือด้านในมีกลิ่นหอมโดดเด่น (17/20)
รูปที่ 12
Mises en bouche สุดท้ายคือ Eggplant tartlette แป้งทาร์ตด้านล่างกรอบพอประมาณแต่ไม่กระด้างละลายในปาก มะเขือด้านในมีกลิ่นหอมโดดเด่น (17/20)
The Little Bread ก่อนเข้าสู่คอร์สแรกพนักงานจะนำเสิร์ฟขนมปังนุ่มๆ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่เห็นได้ไม่บ่อยนักในห้องอาหารฝรั่งเศสชั้นสูง ข้างกันคือน้ำมันมะกอกท้องถิ่นของแคว้น Provence ให้รสชาติที่เข้มข้นและอโรมาที่ค่อนข้างเด่นชัด
รูปที่ 13
The Little Bread ก่อนเข้าสู่คอร์สแรกพนักงานจะนำเสิร์ฟขนมปังนุ่มๆ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่เห็นได้ไม่บ่อยนักในห้องอาหารฝรั่งเศสชั้นสูง ข้างกันคือน้ำมันมะกอกท้องถิ่นของแคว้น Provence ให้รสชาติที่เข้มข้นและอโรมาที่ค่อนข้างเด่นชัด
Lou sardo La sardine de pays dans tous ses états, thym citron, Caviar de Sologne เริ่มต้นคอร์สแรกด้วยปลาซาดีนจากท้องทะเลเมดิเตอเรเนียนให้รสชาติเค็มอุมามิ เนื้อสัมผัสนุ่มเคี้ยวง่าย ไร้ซึ่งกลิ่นคาว ด้านบนท็อปด้วย Oscietra Caviar คุณภาพดีจากเมือง Sologne ให้ความเค็มที่พอเหมาะ ยังมีก้างหรือกระดูกปลาทอดมากรอบ ๆ พร้อมรับประทาน เคี้ยวง่ายไม่ทิ่มหรือติดฟัน อีกส่วนหนึ่งเป็น Dashi Jelly ช่วยเสริมทั้งรสชาติและเนื้อสัมผัสให้มีมิติมากยิ่งขึ้น (18/20)
รูปที่ 14
Lou sardo La sardine de pays dans tous ses états, thym citron, Caviar de Sologne เริ่มต้นคอร์สแรกด้วยปลาซาดีนจากท้องทะเลเมดิเตอเรเนียนให้รสชาติเค็มอุมามิ เนื้อสัมผัสนุ่มเคี้ยวง่าย ไร้ซึ่งกลิ่นคาว ด้านบนท็อปด้วย Oscietra Caviar คุณภาพดีจากเมือง Sologne ให้ความเค็มที่พอเหมาะ ยังมีก้างหรือกระดูกปลาทอดมากรอบ ๆ พร้อมรับประทาน เคี้ยวง่ายไม่ทิ่มหรือติดฟัน อีกส่วนหนึ่งเป็น Dashi Jelly ช่วยเสริมทั้งรสชาติและเนื้อสัมผัสให้มีมิติมากยิ่งขึ้น (18/20)
Lou sardo La sardine de pays dans tous ses états, thym citron, Caviar de Sologne จากนั้นพนักงานจะเทราดซอสทำมาจาก Amandine potato และ Bonito หรือไข่ปลาลงไปด้วย ตัวครีมมีความหอมมัน ช่วยบาลานซ์รสชาติเค็มของคาเวียร์และซาดีนได้อย่างมีมิติ (18/20)
รูปที่ 15
Lou sardo La sardine de pays dans tous ses états, thym citron, Caviar de Sologne จากนั้นพนักงานจะเทราดซอสทำมาจาก Amandine potato และ Bonito หรือไข่ปลาลงไปด้วย ตัวครีมมีความหอมมัน ช่วยบาลานซ์รสชาติเค็มของคาเวียร์และซาดีนได้อย่างมีมิติ (18/20)
Homemade Bread พนักงานนำเสิร์ฟขนมปังโฮมเมดจากเบเกอร์ในเมือง Aix-en-Provence ตัวขนมปังมีผิวกรอบแต่ไม่แข็งกระด้าง เนื้อนุ่มและรสชาติเปรี้ยวนิด ๆ ใช้ปาดซอสต่าง ๆ ในจานได้เลย
รูปที่ 16
Homemade Bread พนักงานนำเสิร์ฟขนมปังโฮมเมดจากเบเกอร์ในเมือง Aix-en-Provence ตัวขนมปังมีผิวกรอบแต่ไม่แข็งกระด้าง เนื้อนุ่มและรสชาติเปรี้ยวนิด ๆ ใช้ปาดซอสต่าง ๆ ในจานได้เลย
Lou roun Le turbot flanqué d'une écume iodée, Huitre de l'ami Pascal Migliore คอร์สที่สองคือปลาเทอร์บอทชิ้นโตขนาบข้างด้วยหอยนางรมคุณภาพดีจาก Pascal Migliore เจ้าของฟาร์มหอยนางรม Huitres Migliore ที่ห่อมาใน Pak Choy นุ่ม ๆ ด้านบนคือ Oyster Leaf ใบไม้ที่เติบโตบนบกแต่มีกลิ่นของหอยนางรมช่วยเสริมอโรมาของจานให้โดดเด่นยิ่งขึ้น ซอสรอบ ๆ ทำมาจาก Oyster Jus และ Combava หรือมะกรูดให้รสชาติออกเปรี้ยวตัดกันกับกลิ่นเฉพาะตัวของหอยนางรมได้อย่างลงตัว (18/20)
รูปที่ 17
Lou roun Le turbot flanqué d'une écume iodée, Huitre de l'ami Pascal Migliore คอร์สที่สองคือปลาเทอร์บอทชิ้นโตขนาบข้างด้วยหอยนางรมคุณภาพดีจาก Pascal Migliore เจ้าของฟาร์มหอยนางรม Huitres Migliore ที่ห่อมาใน Pak Choy นุ่ม ๆ ด้านบนคือ Oyster Leaf ใบไม้ที่เติบโตบนบกแต่มีกลิ่นของหอยนางรมช่วยเสริมอโรมาของจานให้โดดเด่นยิ่งขึ้น ซอสรอบ ๆ ทำมาจาก Oyster Jus และ Combava หรือมะกรูดให้รสชาติออกเปรี้ยวตัดกันกับกลิ่นเฉพาะตัวของหอยนางรมได้อย่างลงตัว (18/20)
Clin d'œil คั่นกลางด้วย Surprice Course ที่จะเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ตามวัตถุดิบที่เชฟได้มาในแต่ละวัน รอบนี้เชฟนำเสนอ Red Mullet Bruschetta องค์ประกอบด้านล่างเป็นขนมปังกรอบเสิร์ฟมากับเนื้อปลา Red Mullet หั่นมาเป็นชิ้น ๆ เนื้อนุ่มแต่ยังคงความหนึบอยู่บ้างเล็กน้อย จากนั้นท็อปด้วยหญ้าฝรั่นอีกทีหนึ่ง (17/20)
รูปที่ 18
Clin d'œil คั่นกลางด้วย Surprice Course ที่จะเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ตามวัตถุดิบที่เชฟได้มาในแต่ละวัน รอบนี้เชฟนำเสนอ Red Mullet Bruschetta องค์ประกอบด้านล่างเป็นขนมปังกรอบเสิร์ฟมากับเนื้อปลา Red Mullet หั่นมาเป็นชิ้น ๆ เนื้อนุ่มแต่ยังคงความหนึบอยู่บ้างเล็กน้อย จากนั้นท็อปด้วยหญ้าฝรั่นอีกทีหนึ่ง (17/20)
Clin d'œil ข้างกันคือ Tarragon Emulsion ให้ใช้ช้อนเล็ก ๆ ตักทาลงด้านบนชิ้นปลาและกัดเป็นคำ ๆ ได้เลย (17/20)
รูปที่ 19
Clin d'œil ข้างกันคือ Tarragon Emulsion ให้ใช้ช้อนเล็ก ๆ ตักทาลงด้านบนชิ้นปลาและกัดเป็นคำ ๆ ได้เลย (17/20)
Lou pesco La pêche du jour, bouillon anisé Fish of The Day ในวันนี้เชฟนำเสนอเนื้อปลา Saint-Pierre หรือที่เราคุ้นหูกันในภาษาอังกฤษว่า John Dory เนื้อปลาเตรียมมาสุกได้ระดับ มีความเฟิร์มเล็กน้อย รองด้านล่างด้วย Fennel Purée และ Bouillon เป็นซุปหอม ๆ ทำมาจากโปยกั๊กนั่นเอง (18/20)
รูปที่ 20
Lou pesco La pêche du jour, bouillon anisé Fish of The Day ในวันนี้เชฟนำเสนอเนื้อปลา Saint-Pierre หรือที่เราคุ้นหูกันในภาษาอังกฤษว่า John Dory เนื้อปลาเตรียมมาสุกได้ระดับ มีความเฟิร์มเล็กน้อย รองด้านล่างด้วย Fennel Purée และ Bouillon เป็นซุปหอม ๆ ทำมาจากโปยกั๊กนั่นเอง (18/20)
Lou carambou La crevette carabineros escortée de betterave et kumquat, Mousseux des têtes หนึ่งในจานที่ดีที่สุดของมื้อนี้คือ Carabinero จากเมือง Dénia ซึ่งเป็นแหล่งจับกุ้งแดงขึ้นชื่อทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศสเปน สำหรับเชฟ Dimitri Droisneau แล้ว Carabinero ถือเป็นกุ้งที่มีอโรมาโดดเด่นที่สุด (18/20)
รูปที่ 21
Lou carambou La crevette carabineros escortée de betterave et kumquat, Mousseux des têtes หนึ่งในจานที่ดีที่สุดของมื้อนี้คือ Carabinero จากเมือง Dénia ซึ่งเป็นแหล่งจับกุ้งแดงขึ้นชื่อทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศสเปน สำหรับเชฟ Dimitri Droisneau แล้ว Carabinero ถือเป็นกุ้งที่มีอโรมาโดดเด่นที่สุด (18/20)
Lou carambou La crevette carabineros escortée de betterave et kumquat, Mousseux des têtes เนื้อกุ้งสุกได้ระดับ มีความหวานโดดเด่นจากธรรมชาติ ข้างกันคือองค์ประกอบต่าง ๆ ของส่วนมันจากหัวกุ้งอันประกอบไปด้วย Ice cream, Emulsion และ Oil เชฟบาลานซ์ความมันด้วย Earthy Aroma ของบีทรูทและรสเปรี้ยวของ Kumquat สุดท้ายคือ Pomegranate หรือเมล็ดทับทิมจาก Cassis ช่วยเพิ่มเนื้อสัมผัสเคี้ยวกรึบเล็ก ๆ ให้กับจาน (18/20)
รูปที่ 22
Lou carambou La crevette carabineros escortée de betterave et kumquat, Mousseux des têtes เนื้อกุ้งสุกได้ระดับ มีความหวานโดดเด่นจากธรรมชาติ ข้างกันคือองค์ประกอบต่าง ๆ ของส่วนมันจากหัวกุ้งอันประกอบไปด้วย Ice cream, Emulsion และ Oil เชฟบาลานซ์ความมันด้วย Earthy Aroma ของบีทรูทและรสเปรี้ยวของ Kumquat สุดท้ายคือ Pomegranate หรือเมล็ดทับทิมจาก Cassis ช่วยเพิ่มเนื้อสัมผัสเคี้ยวกรึบเล็ก ๆ ให้กับจาน (18/20)
Lou vèdeu Le filet de veau, asperge en viennoise de pin et cédrat อาหารคาวจานสุดท้ายคือเนื้อลูกวัวจากพื้นที่แถบ Avignon รมควันด้วยใบอาร์ติโชคและถั่วจนมีอโรมาหอมน่ากิน (18/20)
รูปที่ 23
Lou vèdeu Le filet de veau, asperge en viennoise de pin et cédrat อาหารคาวจานสุดท้ายคือเนื้อลูกวัวจากพื้นที่แถบ Avignon รมควันด้วยใบอาร์ติโชคและถั่วจนมีอโรมาหอมน่ากิน (18/20)
Lou vèdeu Le filet de veau, asperge en viennoise de pin et cédrat พนักงานจะแสดงองค์ประกอบที่นำมาใช้รมควันให้ดู (18/20)
รูปที่ 24
Lou vèdeu Le filet de veau, asperge en viennoise de pin et cédrat พนักงานจะแสดงองค์ประกอบที่นำมาใช้รมควันให้ดู (18/20)
Lou vèdeu Le filet de veau, asperge en viennoise de pin et cédrat เนื้อลูกวัวเสิร์ฟมาที่ความสุกระดับ Medium พอดิบพอดี เนื้อนุ่ม เคี้ยวง่าย ราดด้วย Veal Jus รสชาติเข้มข้น (18/20)
รูปที่ 25
Lou vèdeu Le filet de veau, asperge en viennoise de pin et cédrat เนื้อลูกวัวเสิร์ฟมาที่ความสุกระดับ Medium พอดิบพอดี เนื้อนุ่ม เคี้ยวง่าย ราดด้วย Veal Jus รสชาติเข้มข้น (18/20)
Lou vèdeu Le filet de veau, asperge en viennoise de pin et cédrat ข้างกันคือหน่อไม้ฝรั่งคุณภาพสูงสังเกตจากขนาดที่ผ่านการคัดมาเป็นอย่างดี เพิ่มความแตกต่างของเนื้อสัมผัสด้วยถั่ววอลนัทคั่ว เมล็ดสน และผิวเลมอน จากนั้นเสริมด้วยความเปรี้ยวด้วย Emulsion ของ Corsican Citron หรือเลมอนจากหมู่เกาะคอร์ซิกาซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งปลูกเลมอนที่ดีที่สุดในโลกให้รสชาติเปรี้ยวที่กลมกล่อมและไม่ติดความขมมามากจนเกินไปอีกด้วย (18/20)
รูปที่ 26
Lou vèdeu Le filet de veau, asperge en viennoise de pin et cédrat ข้างกันคือหน่อไม้ฝรั่งคุณภาพสูงสังเกตจากขนาดที่ผ่านการคัดมาเป็นอย่างดี เพิ่มความแตกต่างของเนื้อสัมผัสด้วยถั่ววอลนัทคั่ว เมล็ดสน และผิวเลมอน จากนั้นเสริมด้วยความเปรี้ยวด้วย Emulsion ของ Corsican Citron หรือเลมอนจากหมู่เกาะคอร์ซิกาซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งปลูกเลมอนที่ดีที่สุดในโลกให้รสชาติเปรี้ยวที่กลมกล่อมและไม่ติดความขมมามากจนเกินไปอีกด้วย (18/20)
Lou vèdeu Le filet de veau, asperge en viennoise de pin et cédrat พนักงานจะนำซอส Jus วางไว้สำหรับใครที่ต้องการเทเพิ่ม (18/20)
รูปที่ 27
Lou vèdeu Le filet de veau, asperge en viennoise de pin et cédrat พนักงานจะนำซอส Jus วางไว้สำหรับใครที่ต้องการเทเพิ่ม (18/20)
La vanille de Madagascar Praliné, revigorée au rhum de la Maison Ferroni ล้างปากด้วย Pre-Dessert ที่ใช้องค์ประกอบหลักคือไอศกรีมวานิลลาจาก Madagascar ด้านล่างคือด้วย Praliné นุ่ม ๆ สอดไส้ครีมวานิลลา ที่โต๊ะพนักงานจะเทราดเหล้ารัมของ Maison Ferroni ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่แถบ Marseille ให้รสชาติที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร จุดสีดำคือ Barolo Vinegar ที่มีส่วนผสมของวานิลลารสชาติเข้มข้น (17/20)
รูปที่ 28
La vanille de Madagascar Praliné, revigorée au rhum de la Maison Ferroni ล้างปากด้วย Pre-Dessert ที่ใช้องค์ประกอบหลักคือไอศกรีมวานิลลาจาก Madagascar ด้านล่างคือด้วย Praliné นุ่ม ๆ สอดไส้ครีมวานิลลา ที่โต๊ะพนักงานจะเทราดเหล้ารัมของ Maison Ferroni ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่แถบ Marseille ให้รสชาติที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร จุดสีดำคือ Barolo Vinegar ที่มีส่วนผสมของวานิลลารสชาติเข้มข้น (17/20)
La vanille de Madagascar Praliné, revigorée au rhum de la Maison Ferroni ภาพของ Maison Ferroni Rhum (17/20)
รูปที่ 29
La vanille de Madagascar Praliné, revigorée au rhum de la Maison Ferroni ภาพของ Maison Ferroni Rhum (17/20)
Lou frago Premières fraises des Baux de Provence Vivifiées à la baie de passion et rose ขนมหวานจานหลักเชฟนำเสนอสตรอว์เบอร์รี่จากเมือง Les Baux de Provence เนื้อสัมผัสนุ่มฉ่ำจนสามารถใช้คำว่าละลายในปาก ด้านในเป็นซอร์เบท์สตรอว์เบอร์รี่ช่วยเรียกความสดชื่น รอบ ๆ เป็นแป้งแพสทรี่ที่มีความหนึบพอประมาณ จากนั้นบาลานซ์รสชาติด้วย Emulsion ที่มีรสชาติของเสาวรสและอโรมาของกุหลาบ เพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสด้วย Kataifi กรอบ ๆ ปิดท้ายมื้ออาหารได้อย่างสมบูรณ์ (18/20)
รูปที่ 30
Lou frago Premières fraises des Baux de Provence Vivifiées à la baie de passion et rose ขนมหวานจานหลักเชฟนำเสนอสตรอว์เบอร์รี่จากเมือง Les Baux de Provence เนื้อสัมผัสนุ่มฉ่ำจนสามารถใช้คำว่าละลายในปาก ด้านในเป็นซอร์เบท์สตรอว์เบอร์รี่ช่วยเรียกความสดชื่น รอบ ๆ เป็นแป้งแพสทรี่ที่มีความหนึบพอประมาณ จากนั้นบาลานซ์รสชาติด้วย Emulsion ที่มีรสชาติของเสาวรสและอโรมาของกุหลาบ เพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสด้วย Kataifi กรอบ ๆ ปิดท้ายมื้ออาหารได้อย่างสมบูรณ์ (18/20)
Mignardises พนักงานจัดเสิร์ฟ Mignardises มาให้พร้อมกันกับของหวาน (16/20)
รูปที่ 31
Mignardises พนักงานจัดเสิร์ฟ Mignardises มาให้พร้อมกันกับของหวาน (16/20)
Mignardises เริ่มจาก Calisson with Melon and Fennel ขนมพื้นบ้านที่เชฟปรับหน้าตาเสียใหม่แล้วเสิร์ฟมากับเมลอนและเฟนเนล (16/20)
รูปที่ 32
Mignardises เริ่มจาก Calisson with Melon and Fennel ขนมพื้นบ้านที่เชฟปรับหน้าตาเสียใหม่แล้วเสิร์ฟมากับเมลอนและเฟนเนล (16/20)
Mignardises ตามมาด้วย Orange Blossom เสิร์ฟมาบนบิสกิตกรอบ และ Nougat ชิ้นกลม (16/20)
รูปที่ 33
Mignardises ตามมาด้วย Orange Blossom เสิร์ฟมาบนบิสกิตกรอบ และ Nougat ชิ้นกลม (16/20)
Mignardises สุดท้ายคือ Pine with Hazelnut and Coffee เสิร์ฟมาเป็น Tartelette ชิ้นจิ๋วและ Immortelle Marshmallow หรือมาร์ชแมลโลว์ทำมาจาก Immortelle ดอกไม้สีเหลืองที่ขึ้นทั่วไปในพื้นที่แถบ Cap Canaille ให้อโรมาหอม ๆ คล้ายกาแฟนั่นเอง (16/20)
รูปที่ 34
Mignardises สุดท้ายคือ Pine with Hazelnut and Coffee เสิร์ฟมาเป็น Tartelette ชิ้นจิ๋วและ Immortelle Marshmallow หรือมาร์ชแมลโลว์ทำมาจาก Immortelle ดอกไม้สีเหลืองที่ขึ้นทั่วไปในพื้นที่แถบ Cap Canaille ให้อโรมาหอม ๆ คล้ายกาแฟนั่นเอง (16/20)
Brioche ก่อนกลับพนักงานจะมอบขนมปัง Brioche ให้ 1 กระปุก ขอการันตีว่าอร่อยมากจนเราฉีกกินจนหมดในคืนนั้นเลย
รูปที่ 35
Brioche ก่อนกลับพนักงานจะมอบขนมปัง Brioche ให้ 1 กระปุก ขอการันตีว่าอร่อยมากจนเราฉีกกินจนหมดในคืนนั้นเลย
💰 ราคา 404 €
รูปที่ 36
💰 ราคา 404 €
Dimitri Droisneau เกิดและเติบโตใน Alençon เมืองเล็ก ๆ ในแคว้น Normandy ทั้งยังเคยร่วมงานกับห้องอาหารระดับตำนานมาแล้วมากมายอย่างเช่น Tour d'Argent, Lucas Carton, L'Ambroisie, Le Bristol Paris และ La Réserve de Beaulieu ก่อนที่จะเติมเต็มความฝันของตัวเองโดยการเข้าซื้ออาคารที่จะกลายมาเป็นห้องอาหาร La Villa Madie ในปี 2013
รูปที่ 37
Dimitri Droisneau เกิดและเติบโตใน Alençon เมืองเล็ก ๆ ในแคว้น Normandy ทั้งยังเคยร่วมงานกับห้องอาหารระดับตำนานมาแล้วมากมายอย่างเช่น Tour d'Argent, Lucas Carton, L'Ambroisie, Le Bristol Paris และ La Réserve de Beaulieu ก่อนที่จะเติมเต็มความฝันของตัวเองโดยการเข้าซื้ออาคารที่จะกลายมาเป็นห้องอาหาร La Villa Madie ในปี 2013
ตัวร้านได้รับรางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ทันทีในปีถัดมาก่อนที่จะได้รับการเลื่อนระดับสู่ 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stas เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2022 ที่ผ่านมา
รูปที่ 38
ตัวร้านได้รับรางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ทันทีในปีถัดมาก่อนที่จะได้รับการเลื่อนระดับสู่ 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stas เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2022 ที่ผ่านมา
📃 L'ESPASSADO « CAP CANAILLE » (195 €/p)
รูปที่ 39
📃 L'ESPASSADO « CAP CANAILLE » (195 €/p)
เชฟ Dimitri Droisneau ตั้งใจยกระดับวัตถุดิบท้องถิ่นแห่งภูมิภาค Provence ผสมผสานกับวัตถุดิบจากแหล่งอื่น ๆ อีกเล็กน้อยโดยรังสรรค์ออกมาเป็นอาหารสไตล์ Mediterranean ที่มีความโดดเด่นไม่เหมือนใคร
รูปที่ 40
เชฟ Dimitri Droisneau ตั้งใจยกระดับวัตถุดิบท้องถิ่นแห่งภูมิภาค Provence ผสมผสานกับวัตถุดิบจากแหล่งอื่น ๆ อีกเล็กน้อยโดยรังสรรค์ออกมาเป็นอาหารสไตล์ Mediterranean ที่มีความโดดเด่นไม่เหมือนใคร
La Villa Madie ตั้งอยู่ในเมือง Cassis ไม่ไกลจากแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติชื่อดังอย่าง Cap Canaille
รูปที่ 41
La Villa Madie ตั้งอยู่ในเมือง Cassis ไม่ไกลจากแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติชื่อดังอย่าง Cap Canaille
ภายในห้องรับประทานอาหารหลักตกแต่งแบบร่วมสมัย
รูปที่ 42
ภายในห้องรับประทานอาหารหลักตกแต่งแบบร่วมสมัย
โทนสีพาสเทลเข้ากันดีกับสีของพื้นไม้และผ้าปูโต๊ะ
รูปที่ 43
โทนสีพาสเทลเข้ากันดีกับสีของพื้นไม้และผ้าปูโต๊ะ
เราขอแนะนำเป็นอย่างมากให้เลือกจองในช่วงกลางวันเพื่อซึมซับความละเอียดอ่อนของผืนทะเลและความพริ้วไหวของแมกไม้แถบ Mediterranean ไปตลอดทั้งมื้อ
รูปที่ 44
เราขอแนะนำเป็นอย่างมากให้เลือกจองในช่วงกลางวันเพื่อซึมซับความละเอียดอ่อนของผืนทะเลและความพริ้วไหวของแมกไม้แถบ Mediterranean ไปตลอดทั้งมื้อ
บรรยากาศในห้องอาหาร
รูปที่ 45
บรรยากาศในห้องอาหาร
🎗 [WHY GO] ถึงแม้อาหารที่ La Villa Madie จะจัดอยู่ในระดับกลางเมื่อเทียบกับห้องอาหารระดับ 3 MICHELIN Stars อื่น ๆ แต่ก็ถือว่าดีงามมากเมื่อเทียบกับห้องอาหารชั้นสูงทั่วไป เมื่อประกอบกับทัศนียภาพอันโดดเด่นและราคาเซ็ตเมนูที่เริ่มต้นเพียง 140 €/p ทำให้เรายังคงแนะนำอย่างมากให้เพื่อน ๆ ที่แวะมายังแถบ Provence หรือเจาะจงกว่านั้นคือรอบ ๆ เมือง Marseille ได้แวะมาลองชิมกัน
รูปที่ 46
🎗 [WHY GO] ถึงแม้อาหารที่ La Villa Madie จะจัดอยู่ในระดับกลางเมื่อเทียบกับห้องอาหารระดับ 3 MICHELIN Stars อื่น ๆ แต่ก็ถือว่าดีงามมากเมื่อเทียบกับห้องอาหารชั้นสูงทั่วไป เมื่อประกอบกับทัศนียภาพอันโดดเด่นและราคาเซ็ตเมนูที่เริ่มต้นเพียง 140 €/p ทำให้เรายังคงแนะนำอย่างมากให้เพื่อน ๆ ที่แวะมายังแถบ Provence หรือเจาะจงกว่านั้นคือรอบ ๆ เมือง Marseille ได้แวะมาลองชิมกัน
เมื่อจบมื้ออาหารอย่าลืมแวะเข้าไปยัง Cassis เมืองเล็ก ๆ ที่โดดเด่นด้วยทัศนียภาพของท่าเรือริมทะเล Mediterranean รวมไปถึง Boat Trip ชม Les Calanque de Cassis ในราคาราวคนละ 17 € เท่านั้น เราขอรับรองว่าทั้งห้องอาหารและตัวเมืองจะสามารถสร้าง 1 Day Trip ที่น่าประทับใจให้กับเพื่อน ๆ ได้อย่างแน่นอน
รูปที่ 47
เมื่อจบมื้ออาหารอย่าลืมแวะเข้าไปยัง Cassis เมืองเล็ก ๆ ที่โดดเด่นด้วยทัศนียภาพของท่าเรือริมทะเล Mediterranean รวมไปถึง Boat Trip ชม Les Calanque de Cassis ในราคาราวคนละ 17 € เท่านั้น เราขอรับรองว่าทั้งห้องอาหารและตัวเมืองจะสามารถสร้าง 1 Day Trip ที่น่าประทับใจให้กับเพื่อน ๆ ได้อย่างแน่นอน
La Villa Madie โดดเด่นด้วยเทอเรสพร้อมด้วยทัศนียภาพมุมกว้างของชายหาด La Plage du Corton และทะเล Mediterranean ไกลออกไปสุดลูกหูลูกตา
รูปที่ 48
La Villa Madie โดดเด่นด้วยเทอเรสพร้อมด้วยทัศนียภาพมุมกว้างของชายหาด La Plage du Corton และทะเล Mediterranean ไกลออกไปสุดลูกหูลูกตา
ห้องอาหาร La Villa Madie นำเสนออาหารในรูปแบบ Tasting Menu เริ่มต้นด้วย ANSE DE CORTON (4 Actes - 140€/p) ที่จัดเสิร์ฟเฉพาะช่วงกลางวันเหมาะกับผู้อยากลิ้มลองอาหารชั้นดีในราคาที่เข้าถึงง่าย
รูปที่ 49
ห้องอาหาร La Villa Madie นำเสนออาหารในรูปแบบ Tasting Menu เริ่มต้นด้วย ANSE DE CORTON (4 Actes - 140€/p) ที่จัดเสิร์ฟเฉพาะช่วงกลางวันเหมาะกับผู้อยากลิ้มลองอาหารชั้นดีในราคาที่เข้าถึงง่าย
ถัดมาคือ L'ESPASSADO « CAP CANAILLE » (6 Actes - 195 €/p) ซึ่งเป็นเซ็ตที่เราเลือกชิมในวันนี้โดยจัดเสิร์ฟทั้งช่วงกลางวันและกลางคืน
รูปที่ 50
ถัดมาคือ L'ESPASSADO « CAP CANAILLE » (6 Actes - 195 €/p) ซึ่งเป็นเซ็ตที่เราเลือกชิมในวันนี้โดยจัดเสิร์ฟทั้งช่วงกลางวันและกลางคืน
สุดท้ายคือ LES AGAPES DE SOUBEYRANNES (8 Actes - 250 €/p) หรือเซ็ตเมนูชุดใหญ่จัดเสิร์ฟเฉพาะช่วงกลางคืนเท่านั้น
รูปที่ 51
สุดท้ายคือ LES AGAPES DE SOUBEYRANNES (8 Actes - 250 €/p) หรือเซ็ตเมนูชุดใหญ่จัดเสิร์ฟเฉพาะช่วงกลางคืนเท่านั้น
ชั้นบนของตัวอาคารเป็นห้องอาหารสไตล์ Bistro ชื่อว่า La Brasserie du Corton
รูปที่ 52
ชั้นบนของตัวอาคารเป็นห้องอาหารสไตล์ Bistro ชื่อว่า La Brasserie du Corton
ว่า La Brasserie du Corton นำเสนอ Set Menu มื้อกลางวัน 3 คอร์สที่ราคาเพียง 38 € และรายการแบบ À La Carte เพื่อให้เข้าถึงได้ง่ายจากบุคคลทั่วไป
รูปที่ 53
ว่า La Brasserie du Corton นำเสนอ Set Menu มื้อกลางวัน 3 คอร์สที่ราคาเพียง 38 € และรายการแบบ À La Carte เพื่อให้เข้าถึงได้ง่ายจากบุคคลทั่วไป
ห้องอาหาร La Villa Madie นั้นจะตั้งอยู่บริเวณชั้นล่าง
รูปที่ 54
ห้องอาหาร La Villa Madie นั้นจะตั้งอยู่บริเวณชั้นล่าง
ลูกค้าสามารถนำรถเข้าจอดที่ตัวร้านได้โดยประตูหน้าจะเปิดออกในเวลา 12.00 และ 19.30 ตรง
รูปที่ 55
ลูกค้าสามารถนำรถเข้าจอดที่ตัวร้านได้โดยประตูหน้าจะเปิดออกในเวลา 12.00 และ 19.30 ตรง
สำหรับใครที่มาก่อนเวลาสามารถจอดรถเข้าคิวกันยาวไปถึงบนถนนได้เลย
รูปที่ 56
สำหรับใครที่มาก่อนเวลาสามารถจอดรถเข้าคิวกันยาวไปถึงบนถนนได้เลย
บริเวณโดยรอบเป็นสวนขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยต้นไม้ดูร่มรื่นตา
รูปที่ 57
บริเวณโดยรอบเป็นสวนขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยต้นไม้ดูร่มรื่นตา