
La Table Lionel Giraud · ลา ตาเบล ลีโอเนล ชิโรด์
Creative, Modern Cuisine · อาหารเชิงสร้างสรรค์, อาหารโมเดิร์น — Rond-point de la Liberté - 68 avenue du Général-Leclerc, Narbonne, 11100, France
🎗️ [INTRO] Narbonne เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในแคว้น Occitanie ทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส เหล่าผู้มาเยือนสามารถซึมซับกับมรดกทางประวัติศาสตร์ไม่ว่าจะเป็น Via Domitia ถนนโรมันโบราณที่เชื่อมต่อกรุงโรมกับสเปน นอกจากนี้ยังมี Cathédrale Saint-Just et Saint-Pasteur ซึ่งเป็นมหาวิหารแบบโกธิคที่ยังสร้างไม่เสร็จตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางเมืองอีกด้วย ห่างจากมหาวิหารออกมาเพียงไม่ถึง 2 กิโลเมตรเป็นที่ตั้งของห้องอาหารโดยเชฟมากความสามารถผู้หยิบยกวัตถุดิบท้องถิ่นของภูมิภาคนี้มานำเสนอได้อย่างมีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร
🎗️ [THE PLACE] เชฟ Claude Giraud เปิดห้องอาหาร Maison Saint Crescent ในปี 1995 โดยใช้พื้นที่ของโบสถ์ Abbé Saint-Crescent ซึ่งแต่เดิมใช้เป็นพื้นที่เหล่าผู้แสวงบุญที่ออกเดินทางไปตามเส้นทาง Camino de Santiago สู่นคร Santiago de Compostela ภายในตัวอาคารได้รับการตกแต่งใหม่ในสไตล์โมเดิร์นสังเกตได้จากพื้นคอนกรีตสีขาว-ดำขัดมันและผนังบางส่วนที่เผยให้เห็นอิฐเปลือย โต๊ะทุกตัวได้รับการจัดวางอยู่ตามมุมอาคารเพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัว นอกจากนี้การเลือกใช้ผิวสัมผัสของโต๊ะเป็นไม้ไร้ซึ่งผ้าปูสร้างบรรยากาศที่หรูหราแต่ไม่เป็นทางการมากจนเกินไป ทั้งยังสามารถผลักดันให้อาหารแต่ละคอร์สแลดูโดดเด่นขึ้นมามากกว่าเดิมอีกด้วย
🎗️ [THE CHEF] Lionel Giraud เติบโตขึ้นมาโดยมีคุณพ่อ Claude Giraud ประกอบอาชีพเป็นเจ้าของร้าน La Table Saint Crescent อยู่เดิม นอกจากนี้เขายังเคยร่วมงานกับเชฟ Christian Constant ที่ห้องอาหาร Les Ambassadeurs (2 MICHELIN Stars ในขณะนั้น) ในปี 1996, เชฟ Guy Legay ที่ห้องอาหาร Espadon (2 MICHELIN Stars ในขณะนั้น) ในปี 1997 และเชฟ Jacques Chibois ที่ห้องอาหาร La Bastide Saint-Antoine (2 MICHELIN Stars ในขณะนั้น) ในปี 1999 หลังจากนั้นเขากลับมาร่วมงานกับคุณพ่อที่ La Table Saint Crescent (1 MICHELIN Star ในขณะนั้น) ในปี 2000 ก่อนจะออกเดินทางไปร่วมงานกับเชฟ Olivier Brulard ที่ห้องอาหารระดับตำนานอย่าง Les Prés d'Eugénie - Michel Guérard (3 MICHELIN Stars) ในปี 2001, La Cabro d'Or (1 MICHELIN Star ในขณะนั้น) ในปี 2002 และ La Villa ที่ประเทศโรมาเนียในปี 2003 หลังจากเก็บเกี่ยวประสบการณ์ได้มากพอเขาจึงเดินทางกลับมารับความสำเร็จและติดต่อความสำเร็จจากคุณพ่อที่ La Table Saint Crescent ในปี 2004 และคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star ของตัวเองมาครองได้ในปี 2005 ก่อนจะเลื่อนขั้นสู่การเป็นห้องอาหารระดับ 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 2020 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้เขายังมีห้องอาหารอีกแห่งตั้งอยู่ข้าง ๆ กันชื่อว่า Cave à Vin & à Manger - Maison Saint-Crescent ซึ่งการันตีด้วยรางวัล 😋 Bib Gourmand อีกด้วย
🎗️ [THE FOOD] เชฟ Lionel Giraud นำเสนออาหารทั้งในเชิงสร้างสรรค์และอาหารโมเดิร์นโดยอาศัยวัตถุดิบท้องถิ่นของภูมิภาค Occitania เป็นหลัก นอกจากนี้ยังมีโปรตีนบางชนิดไม่ว่าจะเป็นเนื้อสัตว์หรือเนื้อปลาที่ผ่านกระบวนการ Dry-aged เพื่อความเข้มข้นของรสชาติอีกด้วย ลูกค้าสามารถเลือกชิม Tasting Menu ได้ 3 รูปแบบคือ Little Stroll in Occitania (120 €) จัดเสิร์ฟมาเฉพาะช่วงมื้อกลางวัน ถัดมาคือ Great Walk in Occitania (160 €) เสิร์ฟมาทั้งช่วงมื้อกลางวันและเย็น สุดท้ายคือ The Exceptional Walk (220 €) จัดเสิร์ฟมาเฉพาะในช่วงเย็นเท่านั้น ในแต่ละเซ็ตแบ่งออกเป็นหลายคอร์สโดยจะมีรายการอาหารหลายจานต่อคอร์สที่คอยสลับผลัดเปลี่ยนกันมาเสิร์ฟลูกค้าในแต่ละวันเพื่อสร้างความหลากหลายนั่นเอง รายการไวน์มีให้เลือกในปริมาณที่ค่อนข้างเยอะโดยเฉพาะไวน์ท้องถิ่น ส่วนอาหารจานเด็ดที่เราประทับใจในวันนี้อย่างเช่น
✨ Courge Hopi imprégnée d'une huile de noix Franquette, sauce tartare légère. ”Bocerno“
Hopi เป็นพืชตระกูลสควอชท้องถิ่นที่มีสีส้มโดดเด่น เชฟหมักในน้ำมันถั่ววอลนัทฟรังก์เกตต์ก่อนจะฝานเป็นชิ้นบาง ๆ แล้วเสิร์ฟมาเพื่อให้มีเนื้อสัมผัส Al Dente หรือสู้ฟันคล้ายกันกับเส้นพาสต้า ด้านบนคือถั่ววอลนัทฟรังก์เกตต์เสิร์ฟมาแบบปกติและอีกบางส่วนที่ย่างและหมักในมิโสะ ด้านล่างรองด้วย Tartare Sauce ที่เตรียมมาจากไข่ปลาให้ความรู้สึกที่ไม่หนักท้องจนเกินไป (17/20)
✨ Cèpes d'Occitanie, pulpe de sapin, émulsion sorgho. ”Joël Beltrand“
เห็ดพอร์ชินีย่างบนเตาถ่านจนได้เนื้อสัมผัสที่ดีคือมีความสู้ฟันเล็กน้อยแต่ไม่เหนียวและไม่กระด้าง ในจานมี Sorghum ซึ่งเป็นธัญพืชชนิดหนึ่งสร้างมิติทางเนื้อสัมผัสที่ลงตัว นอกจากนี้ยังมีอโรมาของ Fir หรือพืชตระกูลสนให้โทนรสชาติที่สว่างและสดชื่น (17/20)
✨ Thon rouge du Golfe du Lion, pois chiches fermentés, bouillon réduit ”Lou Maniac“
ปลาทูน่าบลูฟินแห่งท้องทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่ผ่านกระบวนการ Ikejime เสิร์ฟมาใน 3 รูปแบบที่แตกต่างกันคือส่วนที่ผ่านการปรุงสุก, ส่วนที่เดิบแบบดิบสับมาเป็น Tartare และผงด้านบนที่เตรียมมาจากทูน่าแห้ง นอกจากนี้ยังมีถั่วลูกไก่เสิร์ฟมาอีก 3 รูปแบบคือถั่วลูกไก่ปกติ, ครีมถั่วลูกไก่ และถั่วลูกไก่ที่ทอดมาเบา ๆ เพื่อเพิ่มความกรอบ รอบ ๆ คือ Bouillon ที่ผ่านการเคี่ยวมาจนงวดนั่นเอง (16/20)
🎗️ [WHY GO] เชฟ Lionel Giraud นำเสนออาหารที่มีอัตลักษณ์ในตัวเองสูงภายใต้บรรยากาศที่น่าหลงไหล อย่างไรก็ตามจากการตีกรอบเลือกใช้เฉพาะวัตถุดิบท้องถิ่นเท่านั้นทำให้เราพบข้อจำกัดด้านคุณภาพแสดงออกมาได้ในบางคอร์ส ราคาอาหารเริ่มต้นที่ 120 € จัดว่าคุ้มค่าเมื่อเทียบกับปริมาณที่เสิร์ฟ เพื่อน ๆ ที่เดินทางมาท่องเที่ยวในแถบ Occitanie โดยเฉพาะเมือง Narbonne สามารถแวะมาชิมกันได้แต่ต้องไม่ลืมกดจองกันมาล่วงหน้าสัก 2-3 วันเพื่อไม่ให้ผิดหวังเมื่อมาถึงนั่นเอง
ภาพของร้านอาหาร
ทั้งหมด 31 รูป

![🎗️ [INTRO] Narbonne เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในแคว้น Occitanie ทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส เหล่าผู้มาเยือนสามารถซึมซับกับมรดกทางประวัติศาสตร์ไม่ว่าจะเป็น Via Domitia ถนนโรมันโบราณที่เชื่อมต่อกรุงโรมกับสเปน นอกจากนี้ยังมี Cathédrale Saint-Just et Saint-Pasteur ซึ่งเป็นมหาวิหารแบบโกธิคที่ยังสร้างไม่เสร็จตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางเมืองอีกด้วย ห่างจากมหาวิหารออกมาเพียงไม่ถึง 2 กิโลเมตรเป็นที่ตั้งของห้องอาหารโดยเชฟมากความสามารถผู้หยิบยกวัตถุดิบท้องถิ่นของภูมิภาคนี้มานำเสนอได้อย่างมีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2025/03/480473849_1178809917235893_8891467497810745870_n.webp)
















![🎗️ [THE CHEF] Lionel Giraud เติบโตขึ้นมาโดยมีคุณพ่อ Claude Giraud ประกอบอาชีพเป็นเจ้าของร้าน La Table Saint Crescent อยู่เดิม นอกจากนี้เขายังเคยร่วมงานกับเชฟ Christian Constant ที่ห้องอาหาร Les Ambassadeurs (2 MICHELIN Stars ในขณะนั้น) ในปี 1996, เชฟ Guy Legay ที่ห้องอาหาร Espadon (2 MICHELIN Stars ในขณะนั้น) ในปี 1997 และเชฟ Jacques Chibois ที่ห้องอาหาร La Bastide Saint-Antoine (2 MICHELIN Stars ในขณะนั้น) ในปี 1999 หลังจากนั้นเขากลับมาร่วมงานกับคุณพ่อที่ La Table Saint Crescent (1 MICHELIN Star ในขณะนั้น) ในปี 2000 ก่อนจะออกเดินทางไปร่วมงานกับเชฟ Olivier Brulard ที่ห้องอาหารระดับตำนานอย่าง Les Prés d'Eugénie - Michel Guérard (3 MICHELIN Stars) ในปี 2001, La Cabro d'Or (1 MICHELIN Star ในขณะนั้น) ในปี 2002 และ La Villa ที่ประเทศโรมาเนียในปี 2003 หลังจากเก็บเกี่ยวประสบการณ์ได้มากพอเขาจึงเดินทางกลับมารับความสำเร็จและติดต่อความสำเร็จจากคุณพ่อที่ La Table Saint Crescent ในปี 2004 และคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star ของตัวเองมาครองได้ในปี 2005 ก่อนจะเลื่อนขั้นสู่การเป็นห้องอาหารระดับ 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 2020 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้เขายังมีห้องอาหารอีกแห่งตั้งอยู่ข้าง ๆ กันชื่อว่า Cave à Vin & à Manger - Maison Saint-Crescent ซึ่งการันตีด้วยรางวัล 😋 Bib Gourmand อีกด้วย](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2025/03/480683276_1178813207235564_1694079122734615252_n.webp)

![🎗️ [THE FOOD] เชฟ Lionel Giraud นำเสนออาหารทั้งในเชิงสร้างสรรค์และอาหารโมเดิร์นโดยอาศัยวัตถุดิบท้องถิ่นของภูมิภาค Occitania เป็นหลัก นอกจากนี้ยังมีโปรตีนบางชนิดไม่ว่าจะเป็นเนื้อสัตว์หรือเนื้อปลาที่ผ่านกระบวนการ Dry-aged เพื่อความเข้มข้นของรสชาติอีกด้วย](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2025/03/480776079_1178814047235480_6706307900044993621_n.webp)

![🎗️ [THE PLACE] เชฟ Claude Giraud เปิดห้องอาหาร Maison Saint Crescent ในปี 1995 โดยใช้พื้นที่ของโบสถ์ Abbé Saint-Crescent ซึ่งแต่เดิมใช้เป็นพื้นที่เหล่าผู้แสวงบุญที่ออกเดินทางไปตามเส้นทาง Camino de Santiago สู่นคร Santiago de Compostela](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2025/03/480502837_1178812120569006_1317677221894084258_n.webp)






![🎗️ [WHY GO] เชฟ Lionel Giraud นำเสนออาหารที่มีอัตลักษณ์ในตัวเองสูงภายใต้บรรยากาศที่น่าหลงไหล อย่างไรก็ตามจากการตีกรอบเลือกใช้เฉพาะวัตถุดิบท้องถิ่นเท่านั้นทำให้เราพบข้อจำกัดด้านคุณภาพแสดงออกมาได้ในบางคอร์ส ราคาอาหารเริ่มต้นที่ 120 € จัดว่าคุ้มค่าเมื่อเทียบกับปริมาณที่เสิร์ฟ เพื่อน ๆ ที่เดินทางมาท่องเที่ยวในแถบ Occitanie โดยเฉพาะเมือง Narbonne สามารถแวะมาชิมกันได้แต่ต้องไม่ลืมกดจองกันมาล่วงหน้าสัก 2-3 วันเพื่อไม่ให้ผิดหวังเมื่อมาถึงนั่นเอง](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2025/03/480961861_1178817143901837_3364158105299870456_n.webp)

