
La Table des Frères Ibarboure · ลา ตาเบล เดส เฟรอ อิบาบูร์
Modern Cuisine · อาหารโมเดิร์น — Chemin Ttalienea, Bidart, 64210, France
🎗 [INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาไปพบกับห้องอาหารเล็ก ๆ ในภูมิภาค Basque Country ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศฝรั่งเศสที่สืบต่อกิจการจากรุ่นสู่รุ่นและถือครองรางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มานานถึง 28 ปี
🎗 [THE PLACE] Les Frères Ibarboure เป็นโรงแรมระดับ 4 ดาวที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ราว ๆ ปี 1970s ตั้งอยู่ในเมืองเล็ก ๆ ชื่อว่า Bidart เหมาะสำหรับใช้เป็นจุดแวะพักสำหรับผู้ที่เดินทางมาท่องเที่ยวเมืองยอดนิยมใน Basque Country อย่าง Saint-Jean-de-Luz, Biarritz และ Bayonne ตัวอาคารทั้ง 2 ออกแบบในสไตล์ Neo-Basque ฝั่งหนึ่งประกอบไปด้วยห้องพักทั้ง 13 ห้องตกแต่งอย่างหรูหราและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ส่วนอีกฝั่งหนึ่งคือห้องอาหาร La Table des Frères Ibarboure ที่เราได้แวะมาชิมกันในวันนี้นั่นเอง มื้ออาหารหลักมักเริ่มต้นที่พื้นที่เอ้าท์ดอร์ซึ่งจะจัดเสิร์ฟเครื่องดื่มและของว่างเพื่อเรียกน้ำย่อย ห้องรับประทานอาหารหลักแบ่งออกเป็นสองฝั่งและตกแต่งให้มีบรรยากาศแบบแคชวลไม่เป็นทางการจนเกินไป เราขอแนะนำให้ขอจองโต๊ะริมหน้าต่างซึ่งมองออกไปเห็นสวนสีเขียวดูร่มรื่นตา
🎗 [THE CHEF] ผู้สืบทอดกิจการรุ่นที่ 3 คือสองพี่น้องนามว่า Xabi และ Patrice Ibarboure โดยพี่ชายคนโตอย่างเชฟ Xabi นั้นรับผิดชอบเกี่ยวกับอาหารคาว ตัวเขาจบการศึกษาจากโรงเรียนการโรงแรมในเมือง Biarritz ก่อนจะออกเดินทางเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากห้องอาหารระดับสูงหลายแห่งอย่างเช่น Les Frères Pourcel ใน Montpellier, La Côte Saint Jacques ใน Joigny (3 MICHELIN Stars ในขณะนั้น) และ Le Meurice ซึ่งในขณะนั้นควบคุมโดยเชฟ Yannick Alleno (3 MICHELIN Stars) ก่อนจะเดินทางกลับมายัง Les Frères Ibarboure - Table et Hostellerie ในปี 2008 เพื่อช่วยงานคุณพ่อคือเชฟ Philippe Ibarboure ก่อนจะควบคุมงานครัวทั้งหมดในปี 2012 ส่วนน้องชายอย่างเชฟ Patrice Ibarboure นั้นรับผิดชอบเกี่ยวกับอาหารหวานโดยตัวเขาจบการศึกษาจากโรงเรียนการโรงแรมในเมือง Biarritz ก่อนจะเดินทางไปเก็บเกี่ยวประสบการณืกับเชฟระดับตำนานมากมายอย่างเช่น Pierre Gagnaire, Jérôme Chaucesse และ Daniel Boulud ก่อนจะเดินทางกลับมายังบ้านเกิดเพื่อร่วมงานกับพี่ชายในปี 2013 ทั้งยังได้รับการยอมรับในวงกว้างสังเกตได้จากรางวัลส่วนตัวมากมายทั้ง Le Prix Tholonist ในปี 2017, Meilleurs Ouvriers de France ในปี 2018 รวมไปถึงรางวัล Passion Dessert ที่ MICHELIN Guide มอบให้กับห้องอาหาร La Table des Frères Ibarboure อีกด้วย
🎗 [THE FOOD] เชฟ Xabi Ibarboure นำเสนออาหารในรูปแบบโมเดิร์นโดยอาศัยวัตถุดิบจากท้องทะเลและสมุนไพรต่าง ๆ จากสวนของทางร้านเองโดยตรง อย่างไรก็ตามปฏิเสธไม่ได้เลยว่าไฮไลท์ของมื้อนี้อยู่ที่อาหารหวานซึ่งรังสรรค์โดยเชฟ Patrice Ibarboure ให้รสชาติและเนื้อสัมผัสที่ทั้งหลากหลายและซับซ้อนในจานเดียว ทีม Sommelier ได้คัดสรรค์ไวน์จำนวนมากกว่า 14,000 ขวดนำเสนอมาในราคาที่เหมาะสม สำหรับใครที่มองหาความคุ้มค่าเราขอแนะนำให้แวะมาในช่วงกลางวัน (ไม่รวมวันหยุดสุดสัปดาห์และวันหยุดนักขัตฤกษ์) เพื่อลิ้มลอง Le Menu Coup de Cœur (61 €) นำเสนอมาจำนวน 3 คอร์ส ถัดมาคือ Le Menu Emotion (110 €, with wine pairing 162 €) นำเสนอมาที่จำนวน 4 คอร์สโดยสองเมนูข้างต้นนี้ลูกค้าแต่ละคนสามารถเลือกอาหารจานหลักแตกต่างกันได้อีกด้วย หรือจะเป็นเซ็ตเมนูชุดใหญ่อย่าง Le Menu Dégustation (150 €, with wine pairing 226 €) นำเสนอมาที่จำนวน 6 คอร์ส สุดท้ายคือรายการแบบ À La Carte ให้เลือกชิมกันได้ตามใจชอบ ส่วนจานที่โดดเด่นมาในค่ำคืนนี้อย่างเช่น
✨ Meeting between our herb garden and Jean Luc Garbage's vegetables,
tomato water flavored with thyme oil, flowers picking.
อาหารจานแรกในคอร์สคือการผสมผสานกันของสมุนไพรนานาชนิดจากสวนของทางร้านเข้ากับผักจากฟาร์มของคุณ Jean Luc Garbage ทุกอย่างให้รสชาติและเนื้อสัมผัสที่แตกต่างกันออกไป องค์ประกอบสีแดงรอบ ๆ คือแยมที่เตรียมมาจากพริกหวาน Espalette ซอสสีเขียวคือ Pesto นอกจากนี้ยังมีโยเกิร์ตและถั่ว Tonka Bean เชฟตกแต่งด้วยดอก Capucine รับประทานได้ จากนั้นที่โต๊ะพนักงานจะเทราดน้ำมะเขือเทศที่ให้ความสดชื่นและอุมามิโดยมีกลิ่นหอมของน้ำมันไทม์ลงไปด้วย (16/20)
✨ Foie gras from Les Landes,
chanterelles fricassee, Perigueux sauce, light mushrooms emulsion.
ห้ามพลาดสุดยอดเมนูที่นำเสนอวัตถุดิบระดับโลกของจังหวัด Landes นั่นก็คือฟัวกราส์ที่มีความหอม มัน ครีมมี่ เข้ากันได้กับ Fricassee หรือสตูว์เห็ด Chanterelle ได้อย่างไร้ที่ติ ข้างบนคลุมด้วยแผ่น Veil สีน้ำตาลเข้มที่เตรียมมาจากเห็ด Chanterelle รอบ ๆ คือโฟมเห็ดนุ่ม เบา เข้ากันดีกับ Perigueux ซอสที่ขึ้นมาจาก Veal Jus และ Black Truffle ให้รสชาติและกลิ่นที่เข้มข้น (17/20)
✨ Mendionde strawberry,
fennel seeds shortbread, light orange blossom ganache.
ปิดท้ายด้วยของหวานจานหลักคือสตรอว์เบอร์รี่จากเมือง Mendionde นำเสนอมาในหลากหลายรูปแบบและเนื้อสัมผัสให้ความหอมและรสชาติที่เปรั้ยวหวานลงตัว เชฟเสริมด้วยกานาซที่เตรียมมาจากดอกส้มและขนมปังช็อทเบรดที่เตรียมมาจากเมล็ดเฟนเนล (18/20)
🎗 [WHY GO] โดยรวมแล้ว La Table des Frères Ibarboure เป็นอีกหนึ่งห้องอาหารที่โดดเด่นมาก ๆ ในภูมิภาคนี้ เซ็ตขนาดกลางอย่าง Menu Emotion ซึ่งจับคู่กับ Wine Pairing ดูจะมีราคาคุ้มค่าที่สุด พนักงานให้บริการล่าช้าไปบ้างในช่วงเวลาที่ลูกค้าแน่นร้าน อย่างไรก็ตามเราขอแนะนำให้เลือกจองโรงแรมสักคืนเพื่อซึมซับบรรยากาศและความสดชื่นของ Basque Country ทั้งในช่วงเช้าและยามพลบค่ำ
ภาพของร้านอาหาร
ทั้งหมด 39 รูป























![🎗 [THE FOOD] สำหรับใครที่มองหาความคุ้มค่าเราขอแนะนำให้แวะมาในช่วงกลางวัน (ไม่รวมวันหยุดสุดสัปดาห์และวันหยุดนักขัตฤกษ์) เพื่อลิ้มลอง Le Menu Coup de Cœur (61 €) นำเสนอมาจำนวน 3 คอร์ส ถัดมาคือ Le Menu Emotion (110 €, with wine pairing 162 €) นำเสนอมาที่จำนวน 4 คอร์สโดยสองเมนูข้างต้นนี้ลูกค้าแต่ละคนสามารถเลือกอาหารจานหลักแตกต่างกันได้อีกด้วย หรือจะเป็นเซ็ตเมนูชุดใหญ่อย่าง Le Menu Dégustation (150 €, with wine pairing 226 €) นำเสนอมาที่จำนวน 6 คอร์ส สุดท้ายคือรายการแบบ À La Carte ให้เลือกชิมกันได้ตามใจชอบ](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2023/08/367970551_832017148581840_768636652483318716_n.webp)

![🎗 [THE PLACE] Les Frères Ibarboure เป็นโรงแรมระดับ 4 ดาวที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ราว ๆ ปี 1970s ตั้งอยู่ในเมืองเล็ก ๆ ชื่อว่า Bidart เหมาะสำหรับใช้เป็นจุดแวะพักสำหรับผู้ที่เดินทางมาท่องเที่ยวเมืองยอดนิยมใน Basque Country อย่าง Saint-Jean-de-Luz, Biarritz และ Bayonne](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2023/08/367984249_832016771915211_3360097272586497541_n.webp)




![🎗 [THE CHEF] ผู้สืบทอดกิจการรุ่นที่ 3 คือสองพี่น้องนามว่า Xabi และ Patrice Ibarboure โดยพี่ชายคนโตอย่างเชฟ Xabi นั้นรับผิดชอบเกี่ยวกับอาหารคาว ตัวเขาจบการศึกษาจากโรงเรียนการโรงแรมในเมือง Biarritz ก่อนจะออกเดินทางเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากห้องอาหารระดับสูงหลายแห่งอย่างเช่น Les Frères Pourcel ใน Montpellier, La Côte Saint Jacques ใน Joigny (3 MICHELIN Stars ในขณะนั้น) และ Le Meurice ซึ่งในขณะนั้นควบคุมโดยเชฟ Yannick Alleno (3 MICHELIN Stars) ก่อนจะเดินทางกลับมายัง Les Frères Ibarboure - Table et Hostellerie ในปี 2008 เพื่อช่วยงานคุณพ่อคือเชฟ Philippe Ibarboure ก่อนจะควบคุมงานครัวทั้งหมดในปี 2012](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2023/08/367985045_832016758581879_6073513027022300713_n.webp)
![🎗 [THE CHEF] ส่วนน้องชายอย่างเชฟ Patrice Ibarboure นั้นรับผิดชอบเกี่ยวกับอาหารหวานโดยตัวเขาจบการศึกษาจากโรงเรียนการโรงแรมในเมือง Biarritz ก่อนจะเดินทางไปเก็บเกี่ยวประสบการณืกับเชฟระดับตำนานมากมายอย่างเช่น Pierre Gagnaire, Jérôme Chaucesse และ Daniel Boulud ก่อนจะเดินทางกลับมายังบ้านเกิดเพื่อร่วมงานกับพี่ชายในปี 2013 ทั้งยังได้รับการยอมรับในวงกว้างสังเกตได้จากรางวัลส่วนตัวมากมายทั้ง Le Prix Tholonist ในปี 2017, Meilleurs Ouvriers de France ในปี 2018 รวมไปถึงรางวัล Passion Dessert ที่ MICHELIN Guide มอบให้กับห้องอาหาร La Table des Frères Ibarboure อีกด้วย](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2023/08/367998533_832016858581869_5937176054437679972_n.webp)






![🎗 [WHY GO] โดยรวมแล้ว La Table des Frères Ibarboure เป็นอีกหนึ่งห้องอาหารที่โดดเด่นมาก ๆ ในภูมิภาคนี้ เซ็ตขนาดกลางอย่าง Menu Emotion ซึ่งจับคู่กับ Wine Pairing ดูจะมีราคาคุ้มค่าที่สุด พนักงานให้บริการล่าช้าไปบ้างในช่วงเวลาที่ลูกค้าแน่นร้าน อย่างไรก็ตามเราขอแนะนำให้เลือกจองโรงแรมสักคืนเพื่อซึมซับบรรยากาศและความสดชื่นของ Basque Country ทั้งในช่วงเช้าและยามพลบค่ำ](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2023/08/367978033_832017578581797_2845868144084247780_n.webp)
