
La Table de Franck Putelat · ลา ตาเบลอ เดอ ฟรองก์ ปูเตอลา
Modern Cuisine, Creative · อาหารโมเดิร์น, อาหารเชิงสร้างสรรค์ — 80 chemin des Anglais, au Sud de la Cité, Carcassonne, 11000, France
🎗️ [INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับหนึ่งในเชฟผู้มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากในแถบฝรั่งเศสตอนใต้โดยตัวร้านมีตำแหน่งตั้งอยู่ใกล้กันกับ Carcassonne ซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองมรดกโลกหรือ UNESCO World Heritage Sites อีกด้วย
🎗️ [THE PLACE] Hôtel Le Parc Franck Putelat เป็นโรงแรมขนาด 7 ห้องที่ตั้งอยู่ห่างจากทางเข้าเมืองยุคกลาง Carcassonne เพียง 500 เมตรโดยมีจุดเด่นคือห้องอาหารระดับ 2 MICHELIN Stars ที่ดึงดูดลูกค้าเข้ามาพักผ่อนพร้อมกันกับวางแผนเที่ยวเมืองเก่ามรดกโลกไปพร้อม ๆ กัน หลังจากจอดรถลูกค้าจะพบกับแผนกตรวจสอบการจองและเลาจน์สำหรับเริ่มต้นมื้ออาหารด้วยค็อกเทลหรือแชมเปญสักแก้ว ถัดเข้าไปเป็นห้องรับประทานอาหารหลักที่ประกอบไปด้วยโต๊ะไม้และเก้าอี้หมุน พื้นที่โดยรอบตกแต่งแบบไม่หวือหวานักโดยมีพื้นที่ตรงกลางที่ใช้สำหรับเป็นจุกพักเสิร์ฟผ้ากันเปื้อน, ขนมปัง หรือแม้กระทั่งชีส นอกจากนี้เชฟ Franck Putelat ยังเป็นเจ้าของอีกหนึ่งโรงแรมคือ Hôtel Pont Levis by Franck Putelat ซึ่งตั้งอยู่ห่างออกไปเพียง 850 เมตรอีกด้วย
🎗️ [THE CHEF] Franck Putelat เกิดในปี 1969 ที่เมือง Dole ในแคว้น Jura เขาเริ่มต้นฝึกงานที่ L'Hôtel de France กับเชฟ René Conrod ต่อด้วยการร่วมงานกับเชฟ Roger Petit ส่วนประสบการณ์ในห้องอาหารระดับสูงนั้นเขาเคยร่วมงานกับห้องอาหาร Le Taillevent (3 MICHELIN Stars ในขณะนั้น) อยู่ราว 1 ปีและห้องอาหาร Georges Blanc (3 MICHELIN Stars) อีก 5 ปีก่อนที่ Orient-Express Hotels Ltd. (ปัจจุบันคือ Belmond) จะชักชวนให้เขาย้ายมาร่วมงานกับ L'Hôtel de la Cité และควบคุมห้องอาหาร La Barbacane โดยเขาสามารถคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้ระหว่างปี 2002 ถึง 2006 โดยในระหว่างนี้เขายังคว้ารางวัลเหรียญเงิน Bocuse d’Argent มาครองได้อีกด้วย ต่อมาในปี 2007 เขาตัดสินใจเปิดห้องอาหารเป็นของตัวเองโดยใช้ชื่อว่า Le Parc - Franck Putelat และคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้ในปี 2007 ก่อนจะเลื่อนระดับสู่ 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 2012 และรางวัล Meilleur ouvrier de France ในปี 2018 อีกเช่นกัน
🎗️ [THE FOOD] เชฟ Franck Putelat นำเสนออาหารโมเดิร์นที่มีรสชาติเข้มข้นและเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์โดยมี Signature Dish ที่สร้างชื่อให้กับเขามากมายโดยเฉพาะการนำเสนอ Bouillabaisse, Cassoulet และ Tartar มาในรูปแบบของตัวเอง ลูกค้าสามารถเลือกชิมอาหารแบบ À La Carte ได้ตามใจชอบโดยมีราคาต่อจานอยู่ที่ 58-75 € ซึ่งจัดว่าค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับ Set Menu ทั้ง 4 แบบที่เชฟใช้ชื่อว่า Classique / Fiction เริ่มต้นจาก Classique / Fiction (60 €) ที่นำเสนอเมนคอร์สและขนมหวานอย่างละ 1 จาน ถัดมาคือ Classique / Fiction In 4 Walks Between Land And Sea (120 €) และ Classique / Fiction In 6 Walk Between Land And Sea (175 €) นำเสนอมาเฉพาะช่วงมื้อกลางวันอังคาร-ศุกร์ ส่วนใครที่มาในช่วงมื้อค่ำสามารถเพลิดเพลินไปกับ Classique / Fiction In 6 Walk Between Land And Sea (175 €) และ Classique / Fiction In 8 Escapes From The Peaks To The Tides (225 €) ซึ่งจะมีจำนวนคอร์สเพิ่มมากขึ้นตามชื่อของแต่ละเซ็ตนั่นเอง ตัวอย่างเมนูจานที่โดดเด่นอย่างเช่น
✨ PARMENTIER...
Mediterranean Sea fig, shampire smoked potato, shell
เริ่มต้นจาก Parmentier ที่เชฟนำเสนอมาเป็นมันฝรั่งรมควันท็อปด้านบนด้วยคาเวียร์คุณภาพสูงให้รสชาติเค็มละมุน ด้านในมีหอย Bigu ให้เนื้อสัมผัสนุ่มหนึบตัดกันกับความเบาของมันฝรั่งและคาเวียร์ จากนั้นเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสด้วยแผ่นชิปส์มันฝรั่งโฮมเมดที่ด้านบน (17/20)
✨ CASSOULET...
Claypot cooked Pigeon filet, stuffed pigeon leg, dried tuna
หนึ่งใน Signature Dish ประจำตัวของเชฟ Franck Putelat คือการหยิบยกเมนูพื้นบ้านของนคร Carcassonne อย่าง Cassoulet มานำเสนอในรูปแบบใหม่ได้อย่างน่าสนใจ เนื้อนกพิราบเสิร์ฟมาที่ความสุกระดับ Medium-Rare ด้านล่างรองด้วย Cassoulet Purée เนื้อเนียนและซอส Pigeon Jus ที่มีอโรมาหอม ๆ ของปลาทูน่าและรสชาติที่รสชาติเข้มข้น ในถ้วยเล็กคือขานกพิราบย่างแล้วเสิร์ฟมากับปลาทูน่าแห้งและถั่วขาวแบบต้นตำรับ (17/20)
✨ GIN-TO...
Citrus, juniper, Alpha Gin
ของหวานจานหลักในเซ็ตเมนูได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Gin Tonic ตรงกลางคือไอศกรีมรองด้านล่างด้วย Granita ที่มีกลิ่นและความสดชื่นของแตงกวา ชิ้นเค้กและอีมัลชั่นมีอโรมาของเลมอนและเหล้า Alpha Gin สุดท้ายคือผงจูนิเปอร์ที่โรยท็อปไว้ที่ด้านบน (17/20)
🎗️ [WHY GO] La Table de Franck Putelat เป็นห้องอาหารที่เหมาะสำหรับใช้ฝากท้องสำหรับผู้ที่เดินทางมาท่องเที่ยวเมืองเก่ามาดกโลกโดยตัวเชฟสามารถหยิบยกเมนูคลาสสิคที่เหล่านักชิมคุ้นหูกันดีมานำเสนอในรูปแบบโมเดิร์นได้อย่างกลมกลืน ทั้งยังมีราคา Set Menu ที่สมเหตุสมผลอีกด้วย
ภาพของร้านอาหาร
ทั้งหมด 39 รูป






























![🎗️ [INTRO] บทความในวันนี้เรานะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับหนึ่งในเชฟผู้มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากในแถบฝรั่งเศสตอนใต้โดยตัวร้านมีตำแหน่งตั้งอยู่ใกล้กันกับ Carcassonne ซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองมรดกโลกหรือ UNESCO World Heritage Sites อีกด้วย](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2025/03/476249897_1169487721501446_8176608761505607415_n.webp)
![🎗️ [THE PLACE] Hôtel Le Parc Franck Putelat เป็นโรงแรมขนาด 7 ห้องที่ตั้งอยู่ห่างจากทางเข้าเมืองยุคกลาง Carcassonne เพียง 500 เมตรโดยมีจุดเด่นคือห้องอาหารระดับ 2 MICHELIN Stars ที่ดึงดูดลูกค้าเข้ามาพักผ่อนพร้อมกันกับวางแผนเที่ยวเมืองเก่ามรดกโลกไปพร้อม ๆ กัน](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2025/03/476365025_1169487834834768_2935101761892195753_n.webp)




![🎗️ [THE CHEF] Franck Putelat เกิดในปี 1969 ที่เมือง Dole ในแคว้น Jura เขาเริ่มต้นฝึกงานที่ L'Hôtel de France กับเชฟ René Conrod ต่อด้วยการร่วมงานกับเชฟ Roger Petit ส่วนประสบการณ์ในห้องอาหารระดับสูงนั้นเขาเคยร่วมงานกับห้องอาหาร Le Taillevent (3 MICHELIN Stars ในขณะนั้น) อยู่ราว 1 ปีและห้องอาหาร Georges Blanc (3 MICHELIN Stars) อีก 5 ปีก่อนที่ Orient-Express Hotels Ltd. (ปัจจุบันคือ Belmond) จะชักชวนให้เขาย้ายมาร่วมงานกับ L'Hôtel de la Cité และควบคุมห้องอาหาร La Barbacane โดยเขาสามารถคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้ระหว่างปี 2002 ถึง 2006 โดยในระหว่างนี้เขายังคว้ารางวัลเหรียญเงิน Bocuse d’Argent มาครองได้อีกด้วย ต่อมาในปี 2007 เขาตัดสินใจเปิดห้องอาหารเป็นของตัวเองโดยใช้ชื่อว่า Le Parc - Franck Putelat และคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้ในปี 2007 ก่อนจะเลื่อนระดับสู่ 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 2012 และรางวัล Meilleur ouvrier de France ในปี 2018 อีกเช่นกัน](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2025/03/476132761_1169476374835914_5915601674470719301_n.webp)
![🎗️ [THE FOOD] เชฟ Franck Putelat นำเสนออาหารโมเดิร์นที่มีรสชาติเข้มข้นและเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์โดยมี Signature Dish ที่สร้างชื่อให้กับเขามากมายโดยเฉพาะนำเสนอ Bouillabaisse, Cassoulet และ Tartar มาในรูปแบบของตัวเอง ลูกค้าสามารถเลือกชิมอาหารแบบ À La Carte ได้ตามใจชอบโดยมีราคาต่อจานอยู่ที่ 58-75 € ซึ่งจัดว่าค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับ Set Menu ทั้ง 4 แบบที่เชฟใช้ชื่อว่า Classique / Fiction เริ่มต้นจาก Classique / Fiction (60 €) ที่นำเสนอเมนคอร์สและขนมหวานอย่างละ 1 จาน ถัดมาคือ Classique / Fiction In 4 Walks Between Land And Sea (120 €) และ Classique / Fiction In 6 Walk Between Land And Sea (175 €) นำเสนอมาเฉพาะช่วงมื้อกลางวันอังคาร-ศุกร์ ส่วนใครที่มาในช่วงมื้อค่ำสามารถเพลิดเพลินไปกับ Classique / Fiction In 6 Walk Between Land And Sea (175 €) และ Classique / Fiction In 8 Escapes From The Peaks To The Tides (225 €) ซึ่งจะมีจำนวนคอร์สเพิ่มมากขึ้นตามชื่อของแต่ละเซ็ตนั่นเอง](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2025/03/476011251_1169487801501438_9201944638398917350_n.webp)
![🎗️ [WHY GO] La Table de Franck Putelat เป็นห้องอาหารที่เหมาะสำหรับใช้ฝากท้องสำหรับผู้ที่เดินทางมาท่องเที่ยวเมืองเก่ามาดกโลกโดยตัวเชฟสามารถหยิบยกเมนูคลาสสิคที่เหล่านักชิมคุ้นหูกันดีมานำเสนอในรูปแบบโมเดิร์นได้อย่างกลมกลืน ทั้งยังมีราคา Set Menu ที่สมเหตุสมผลอีกด้วย](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2025/03/476166788_1169487774834774_293517617583652661_n.webp)
