GASTRONOME THAILAND by ตามล่า Fine Dining
La Pergola
3 MICHELIN Stars

ItalyLa Pergola · ลา เปอโกล่า

Modern Cuisine · อาหารโมเดิร์น — via Cadlolo 101, Rome, 00136, Italy

🎗 [INTRO] La Pergola เป็นห้องอาหารสุดหรูภายใต้การควบคุมของเชฟระดับตำนาน Heinz Beck ตัวร้านการันตีด้วยรางวัล 3 MICHELIN Stars พ่วงด้วยทัศนียภาพมุมกว้างของกรุง Rome จนกลายมาเป็นหนึ่งในร้านที่ทำการจองได้ยากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศอิตาลีกันเลยทีเดียว

🎗 [THE PLACE] Rome Cavalieri, A Waldorf Astoria Hotel เปิดทำการเป็นครั้งแรกในปี 1963 ทั้งยังได้รับการยกย่องให้เป็นโรงแรมที่หรูหราที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองหลวงของประเทศอิตาลี นักธุรกิจชื่อดังชาวอเมริกัน Conrad N. Hilton ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งธุรกิจโรงแรมในเครือ Hilton ตัดสินใจเลือกทำเล Monte Mario บนเนินเขาที่สูงที่สุดทางตะวันตกของกรุง Rome เพื่อให้ได้มาซึ่งทัศนียภาพมุมกว้างของ The Eternal City สำหรับห้องอาหาร La Pergola นั้นมีลักษณะเป็น Roof Garden ภายในตกแต่งอย่างหรูหราด้วยเครื่องเงินและเฟอร์นิเจอร์ไม้ ผนังฝั่งหนึ่งตกแต่งด้วยภาพวาดของนคร Venice ยุคโบราณในขณะที่อีกฝั่งหนึ่งกั้นด้วยกระจกใสมองออกไปเห็นพื้นที่ Terrace และบรรยากาศของ St. Peter's Basilica ยามค่ำคืน ห้ามพลาดแวะเข้าไปชมพื้นที่ห้องสูบซิการ์ที่ตกแต่งด้วยภาพวาดสีน้ำมันได้อย่างวิจิตรตระการตา เราขอแนะนำให้ทำการจองล่วงหน้าสัก 3 เดือนขึ้นไปพร้อมกับระบุตำแหน่งที่นั่งริมกระจกเพื่อประสบการณ์ระหว่างมื้ออาหารที่ดีที่สุด

🎗 [THE CHEF] ถึงแม้ว่า Heinz Beck ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในเชฟผู้ทรงอิทธิพลมากที่สุดในประเทศอิตาลีแต่ตัวเขานั้นเกิดและเติบโตขึ้นมาในประเทศเยอรมนี ณ เมืองริมทะเลสาบ Konstanz ที่มีชื่อว่า Friedrichshafen หลังจากจบการศึกษาจากโรงเรียนการอาหารที่เมือง Passau ในปี 1983 เขามีโอกาสร่วมงานในห้องอาหารระดับสูงหลายแห่งอย่าง Colombi Restaurant ในเมือง Freiburg im Breisgau ต่อด้วยห้องอาหาร Tantris (3 MICHELIN Stars ในขณะนั้น) ที่นคร Munich จากนั้นเขาเดินทางไปยังเมือง Mallorca ประเทศสเปนเพื่อร่วมงานกับห้องอาหาร Tristan (2 MICHELIN Stars) แล้วจึงเดินทางกลับมายังประเทศเยอรมนีเพื่อรับตำแหน่ง Sous Chef ณ ห้องอาหาร Residenz (2 MICHELIN Stars) ของสุดยอดเชฟระดับตำนาน Heinz Winkler ในเมือง Aschau อยู่นานถึง 3 ปีและห้องอาหาร Harlekin ในกรุง Berlin เป็นระยะเวลาสั้น ๆ กระทั่งในปี 1994 เขาจึงได้รับการทาบทามจากห้องอาหาร La Pergola ในกรุง Rome ในการย้ายมาดำรงตำแหน่ง Head Chef และตว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้ในปี 1999 ต่อด้วย 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 2001 และ 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars ในปี 2006 นอกจากนี้เขายังมีอีกหนึ่งห้องอาหารในความควบคุมคือ St. George by Heinz Beck (2 MICHELIN Stars) ในเมือง Taormina อีกด้วย

🎗 [THE FOOD] เชฟ Heinz Beck อาศัยเทคนิคการปรุงสไตล์ตะวันตกระดับสูงเพื่อนำเสนอเสนออาหารในรูปแบบ Modern พร้อมกับแฝงลายเซ็นต์ของตัวเองเอาไว้ได้อย่างแนบเนียน ลูกค้าสามารถเลือกชิม Gourmet Menu นำเสนอมาที่จำนวน 7 คอร์ส (270 €) และ 10 คอร์ส (320 €) นอกจากนี้ยังมีรายการแบบ À La Carte ได้เลือกชิมได้ตามใจชอบ ในส่วนของรายการไวน์นั้นควบคุมโดย Sommelier มากประสบการณ์ นามว่า Marco Reitano โดยตัวเขาและทีมสามารถแนะนำรายการไวน์ได้อย่างมืออาชีพตั้งแต่ไวน์ท้องถิ่นในราคาจับต้องได้ไปจนถึงไวน์หายากราคาสูง สำหรับจานที่เตรียมออกมาได้โดดเด่นอย่างเช่น

✨ Recollection of a trip to Cappadocia

คอร์สแรกในเซ็ตเมนูหลักคือจานที่เชฟ Heinz Beck ได้รับแรงบันดาลใจจากทริปเดินทางไปยัง Cappadocia ประเทศตุรเคียโดยนำเสนออกมาเป็น Tartare ที่เตรียมมาจากปลา Amberjack ห่อด้วย Celeriac ฝานเป็นชิ้นบาง ๆ ให้ความกรอบมาตัดกันกับความนุ่มละมุนของเนื้อปลา สำหรับรสชาตินั้นมีความโดดเด่นด้วยรสหวานเฉพาะตัวของอินทผลัมและอโรมาหอม ๆ ของ Turkish Coffee แสดงให้เห็นเป็นซอสสีน้ำตาลเข้ม ตรงกลางคือซอสสีขาวเตรียมมาจากโยเกิร์ตช่วยเชื่อมรสชาติของแต่ละองค์ประกอบเข้าด้วยกัน (19/20)

✨ Fagottelli “La Pergola”

สุดยอดเมนู Signature Dish ประจำห้องอาหาร La Pergola คือพาสต้าทรงเกี๊ยวอย่าง Fagottelli โฮมเมด ด้านในสอดไส้ Carbonarra Sauce ที่เตรียมขึ้นมาจากไข่แดงโดยมีรสเค็มของชีส Pecorino, อโรมาหอม ๆ ของพริกไทยขาว และความรรีมจาก Whipped Cream องค์ประกอบด้านนอกเตรียมมาจาก Guanciale หรือแก้มหมูและ Zucchini ที่ผัดในกระทะโดยใส่น้ำมันมะกอก EVO, ไวน์ขาว และน้ำสต๊อกวัวลงไปด้วย จากนั้นจบด้วยการโรยพริกไทยดำลงไปเป็นอันพร้อมชิม (17/20)

✨ Red mullet, leek cream and mallow sauce with balsamic herbs

เมนูที่ได้รับอิทธิพลจากอาหาร Mediterranean คือปลา Red Mullet เสิร์ฟมาที่ความสุกพอดีไร้ที่ติ เชฟนำเสนอมาคู่กับ Jasmine Mayonnaise และครีมที่เตรียมมาจากกระเทียมต้นย่างในสไตล์บาบีคิว ข้างกันคือถั่ว Hazelnut และซอสที่เตรียมมาจาก Mallow ซึ่งเป็นสมุนไพรชนิดหนึ่ง (18/20)

🎗 [WHY GO] ถึงอาหารที่ La Pergola จะเตรียมออกมาในรูปแบบ Modern แต่การผสมผสานวัตถุดิบและรสชาตินั้นยังค่อนข้างมีความคลาสสิคอยู่พอสมควร การบริการของพนักงานดูจะตั้งใจให้ออกมารูปแบบทางการมากจนรบกวนความสะดวกสบายของลูกค้าอยู่บ้าง อย่างไรก็ตามถึงแม้ราคาอาหารจะค่อนข้างสูงแต่ก็แลกมาด้วยการตกแต่งร้านและบรรยากาศอันน่าทึ่งซึ่งหาได้ยากสำหรับห้องอาหารในกรุง Rome นั่นเอง

ภาพของร้านอาหาร

ทั้งหมด 44 รูป

🇮🇹 La Pergola - ลา เปอโกล่า 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars - 3 ดาวมิชลิน 👨🏻‍🍳 Chef Heinz Beck - เชฟไฮซ์ เบ็ค 🍴 Modern Cuisine - อาหารโมเดิร์น
รูปที่ 1
🇮🇹 La Pergola - ลา เปอโกล่า 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars - 3 ดาวมิชลิน 👨🏻‍🍳 Chef Heinz Beck - เชฟไฮซ์ เบ็ค 🍴 Modern Cuisine - อาหารโมเดิร์น
Amuse-bouche Rice Cone หรือโคนกรอบทำมาจากข้าว ตรงกลางบรรจุ Sour Cream และผง Liquorice Powder (17/20)
รูปที่ 2
Amuse-bouche Rice Cone หรือโคนกรอบทำมาจากข้าว ตรงกลางบรรจุ Sour Cream และผง Liquorice Powder (17/20)
Amuse-bouche ถัดมาคือ Crispy Polenta หรือแผ่นข้าวโพดกรอบท็อปด้วยครีมกะทิ, เจลหอมแดงและชิ้นหอมแดงกรอบ ๆ (17/20)
รูปที่ 3
Amuse-bouche ถัดมาคือ Crispy Polenta หรือแผ่นข้าวโพดกรอบท็อปด้วยครีมกะทิ, เจลหอมแดงและชิ้นหอมแดงกรอบ ๆ (17/20)
Amuse-bouche สุดท้ายคือ Rice Chip หรือข้าวเกรียบกรอบ ตรงกลางคือองค์ประกอบขององุ่นและครีมเมล็ดสนนั่นเอง (17/20)
รูปที่ 4
Amuse-bouche สุดท้ายคือ Rice Chip หรือข้าวเกรียบกรอบ ตรงกลางคือองค์ประกอบขององุ่นและครีมเมล็ดสนนั่นเอง (17/20)
Amuse-bouche Amuse-bouche นำเสิร์ฟมาพร้อมกัน 3 อย่าง (17/20)
รูปที่ 5
Amuse-bouche Amuse-bouche นำเสิร์ฟมาพร้อมกัน 3 อย่าง (17/20)
Bread พนักงานเสิร์ฟขนมปังมาให้ชิมหลายรูปแบบทั้ง Baguette สุดคลาสสิค ยังมี Breadstick มีลักษณะเป็นแท่งเรียวยาวกรอบ ๆ เสริมด้วยอโรมาของพริกหวาน สุดท้ายคือ Carta Di Musica มีลักษณะเป็นแผ่น Flatbread กรอบคล้ายกันกับ Pane Carasau จากเกาะ Sardinia ข้างกันคือเนยไร้ไขมันจาก Lombardia และน้ำมันมะกอก EVO
รูปที่ 6
Bread พนักงานเสิร์ฟขนมปังมาให้ชิมหลายรูปแบบทั้ง Baguette สุดคลาสสิค ยังมี Breadstick มีลักษณะเป็นแท่งเรียวยาวกรอบ ๆ เสริมด้วยอโรมาของพริกหวาน สุดท้ายคือ Carta Di Musica มีลักษณะเป็นแผ่น Flatbread กรอบคล้ายกันกับ Pane Carasau จากเกาะ Sardinia ข้างกันคือเนยไร้ไขมันจาก Lombardia และน้ำมันมะกอก EVO
Bread นอกจากนี้ยังมีเกลือให้เลือกชิมอีกหลากหลายแหล่งโดยเฉพาะเกลือขาวจาก Sicily และ Norway ดูจะให้รสชาติที่กลมกล่อมมาก
รูปที่ 7
Bread นอกจากนี้ยังมีเกลือให้เลือกชิมอีกหลากหลายแหล่งโดยเฉพาะเกลือขาวจาก Sicily และ Norway ดูจะให้รสชาติที่กลมกล่อมมาก
Amuse-bouche เนื้อปลา Sea Bream นุ่มหนึบตัดกันกับความกรอบของถั่ว Green Beans ข้าวพอง และเมล็ดสน รอบ ๆ คือซอสส้มรสเปรี้ยวช่วยเรียกน้ำย่อยได้ดี (17/20)
รูปที่ 8
Amuse-bouche เนื้อปลา Sea Bream นุ่มหนึบตัดกันกับความกรอบของถั่ว Green Beans ข้าวพอง และเมล็ดสน รอบ ๆ คือซอสส้มรสเปรี้ยวช่วยเรียกน้ำย่อยได้ดี (17/20)
Amuse-bouche จานสุดท้ายก่อนเข้าสู่เมนูหลักคือ Soy Bar มีลักษณะคล้าย Torrone หรือ Nougat ของฝั่งยุโรปให้เนื้อสัมผัสเคี้ยวหนึบโดยมีส่วนผสมของถั่ว Pistachio กรอบ ๆ (17/20)
รูปที่ 9
Amuse-bouche จานสุดท้ายก่อนเข้าสู่เมนูหลักคือ Soy Bar มีลักษณะคล้าย Torrone หรือ Nougat ของฝั่งยุโรปให้เนื้อสัมผัสเคี้ยวหนึบโดยมีส่วนผสมของถั่ว Pistachio กรอบ ๆ (17/20)
Recollection of a trip to Cappadocia คอร์สแรกในเซ็ตเมนูหลักคือจานที่เชฟ Heinz Beck ได้รับแรงบันดาลใจจากทริปเดินทางไปยัง Cappadocia ประเทศตุรเคียโดยนำเสนออกมาเป็น Tartare ที่เตรียมมาจากปลา Amberjack ห่อด้วย Celeriac ฝานเป็นชิ้นบาง ๆ ให้ความกรอบมาตัดกันกับความนุ่มละมุนของเนื้อปลา สำหรับรสชาตินั้นมีความโดดเด่นด้วยรสหวานเฉพาะตัวของอินทผลัมและอโรมาหอม ๆ ของ Turkish Coffee แสดงให้เห็นเป็นซอสสีน้ำตาลเข้ม ตรงกลางคือซอสสีขาวเตรียมมาจากโยเกิร์ตช่วยเชื่อมรสชาติของแต่ละองค์ประกอบเข้าด้วยกัน (19/20)
รูปที่ 10
Recollection of a trip to Cappadocia คอร์สแรกในเซ็ตเมนูหลักคือจานที่เชฟ Heinz Beck ได้รับแรงบันดาลใจจากทริปเดินทางไปยัง Cappadocia ประเทศตุรเคียโดยนำเสนออกมาเป็น Tartare ที่เตรียมมาจากปลา Amberjack ห่อด้วย Celeriac ฝานเป็นชิ้นบาง ๆ ให้ความกรอบมาตัดกันกับความนุ่มละมุนของเนื้อปลา สำหรับรสชาตินั้นมีความโดดเด่นด้วยรสหวานเฉพาะตัวของอินทผลัมและอโรมาหอม ๆ ของ Turkish Coffee แสดงให้เห็นเป็นซอสสีน้ำตาลเข้ม ตรงกลางคือซอสสีขาวเตรียมมาจากโยเกิร์ตช่วยเชื่อมรสชาติของแต่ละองค์ประกอบเข้าด้วยกัน (19/20)
Grilled cuttlefish salad with smoked vinegar gel หมึกกระดองย่างจนสุกพอดีให้เนื้อสัมผัสเคี้ยวหนึบ เชฟจับคู่มากับสลัดอันประกอบไปด้วยสับปะรดรสเปรี้ยว ยังมีมะเขือเทศทั้งสีแดงและเหลืองให้ความเปรี้ยวปนอุมามิ ตรงกลางคือซอสอุ่น ๆ ที่เตรียมขึ้นมาจากหมึก Baby Squid และพริกไทยรับหน้าที่เสมือนน้ำสลัดนั่นเอง (17/20)
รูปที่ 11
Grilled cuttlefish salad with smoked vinegar gel หมึกกระดองย่างจนสุกพอดีให้เนื้อสัมผัสเคี้ยวหนึบ เชฟจับคู่มากับสลัดอันประกอบไปด้วยสับปะรดรสเปรี้ยว ยังมีมะเขือเทศทั้งสีแดงและเหลืองให้ความเปรี้ยวปนอุมามิ ตรงกลางคือซอสอุ่น ๆ ที่เตรียมขึ้นมาจากหมึก Baby Squid และพริกไทยรับหน้าที่เสมือนน้ำสลัดนั่นเอง (17/20)
Scampo, mushrooms and lovage กุ้ง Scampo เนื้อนุ่ม รสชาติหวานอร่อยโดยธรรมชาติจับคู่กับองค์ประกอบหลากหลายรูปแบบของเห็ดทั้งซอสและผงรอบ ๆ จาน เชฟเสริมด้วยกลิ่นเฉพาะตัวของ Lovage เตรียมมาในรูปแบบของ Gel ได้อย่างลงตัว อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาระดับของห้องอาหารเทียบกับความซับซ้อนของจานแล้วดูจะมีความโดดเด่นน้อยกว่าอาหารจานอื่น ๆ อยู่พอสมควร (17/20)
รูปที่ 12
Scampo, mushrooms and lovage กุ้ง Scampo เนื้อนุ่ม รสชาติหวานอร่อยโดยธรรมชาติจับคู่กับองค์ประกอบหลากหลายรูปแบบของเห็ดทั้งซอสและผงรอบ ๆ จาน เชฟเสริมด้วยกลิ่นเฉพาะตัวของ Lovage เตรียมมาในรูปแบบของ Gel ได้อย่างลงตัว อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาระดับของห้องอาหารเทียบกับความซับซ้อนของจานแล้วดูจะมีความโดดเด่นน้อยกว่าอาหารจานอื่น ๆ อยู่พอสมควร (17/20)
Fagottelli “La Pergola” สุดยอดเมนู Signature Dish ประจำห้องอาหาร La Pergola คือพาสต้าทรงเกี๊ยวอย่าง Fagottelli โฮมเมด ด้านในสอดไส้ Carbonarra Sauce ที่เตรียมขึ้นมาจากไข่แดงโดยมีรสเค็มของชีส Pecorino, อโรมาหอม ๆ ของพริกไทยขาว และความรรีมจาก Whipped Cream องค์ประกอบด้านนอกเตรียมมาจาก Guanciale หรือแก้มหมูและ Zucchini ที่ผัดในกระทะโดยใส่น้ำมันมะกอก EVO, ไวน์ขาว และน้ำสต๊อกวัวลงไปด้วย จากนั้นจบด้วยการโรยพริกไทยดำลงไปเป็นอันพร้อมชิม (17/20)
รูปที่ 13
Fagottelli “La Pergola” สุดยอดเมนู Signature Dish ประจำห้องอาหาร La Pergola คือพาสต้าทรงเกี๊ยวอย่าง Fagottelli โฮมเมด ด้านในสอดไส้ Carbonarra Sauce ที่เตรียมขึ้นมาจากไข่แดงโดยมีรสเค็มของชีส Pecorino, อโรมาหอม ๆ ของพริกไทยขาว และความรรีมจาก Whipped Cream องค์ประกอบด้านนอกเตรียมมาจาก Guanciale หรือแก้มหมูและ Zucchini ที่ผัดในกระทะโดยใส่น้ำมันมะกอก EVO, ไวน์ขาว และน้ำสต๊อกวัวลงไปด้วย จากนั้นจบด้วยการโรยพริกไทยดำลงไปเป็นอันพร้อมชิม (17/20)
Lobster and cauliflower กุ้งล็อบสเตอร์เนื้อนุ่มหวานเสิร์ฟมากับซอสที่ขึ้นจากน้ำสต๊อกปลา ข้างหลังคือองค์ประกอบของกะหล่ำดอกทั้งในรูปแบบกะหล่ำดอกย่างและซอสกะหล่ำดอกเนื้อเนียนละมุน (17/20)
รูปที่ 14
Lobster and cauliflower กุ้งล็อบสเตอร์เนื้อนุ่มหวานเสิร์ฟมากับซอสที่ขึ้นจากน้ำสต๊อกปลา ข้างหลังคือองค์ประกอบของกะหล่ำดอกทั้งในรูปแบบกะหล่ำดอกย่างและซอสกะหล่ำดอกเนื้อเนียนละมุน (17/20)
Red mullet, leek cream and mallow sauce with balsamic herbs เมนูที่ได้รับอิทธิพลจากอาหาร Mediterranean คือปลา Red Mullet เสิร์ฟมาที่ความสุกพอดีไร้ที่ติ เชฟนำเสนอมาคู่กับ Jasmine Mayonnaise และครีมที่เตรียมมาจากกระเทียมต้นย่างในสไตล์บาบีคิว ข้างกันคือถั่ว Hazelnut และซอสที่เตรียมมาจาก Mallow ซึ่งเป็นสมุนไพรชนิดหนึ่ง (18/20)
รูปที่ 15
Red mullet, leek cream and mallow sauce with balsamic herbs เมนูที่ได้รับอิทธิพลจากอาหาร Mediterranean คือปลา Red Mullet เสิร์ฟมาที่ความสุกพอดีไร้ที่ติ เชฟนำเสนอมาคู่กับ Jasmine Mayonnaise และครีมที่เตรียมมาจากกระเทียมต้นย่างในสไตล์บาบีคิว ข้างกันคือถั่ว Hazelnut และซอสที่เตรียมมาจาก Mallow ซึ่งเป็นสมุนไพรชนิดหนึ่ง (18/20)
Lamb with myrtle sauce and carrots from Polignano มาถึงตรงนี้เขื่อหลายคนอาจเริ่มรู้สึกอยู่ท้องกันแล้วเชฟจึงจัดเสิร์ฟ Main Course จานสุดท้ายคือเนื้อแกะในขนาดที่ไม่ใหญ่มากนักโดยจับคู่มากับ Myrtle Sauce รสชาติออกเปรี้ยวพอเหมาะ ข้างกันคือองค์ประกอบของแครอทจากเมือง Polignano ในภูมิภาค Puglia นำเสนอมาหลากหลายสายพันธุ์ทั้งสีส้ม สีเหลือง และสีม่วง พร้อมกับเสิร์ฟมาในหลากหลายรูปแบบ (18/20)
รูปที่ 16
Lamb with myrtle sauce and carrots from Polignano มาถึงตรงนี้เขื่อหลายคนอาจเริ่มรู้สึกอยู่ท้องกันแล้วเชฟจึงจัดเสิร์ฟ Main Course จานสุดท้ายคือเนื้อแกะในขนาดที่ไม่ใหญ่มากนักโดยจับคู่มากับ Myrtle Sauce รสชาติออกเปรี้ยวพอเหมาะ ข้างกันคือองค์ประกอบของแครอทจากเมือง Polignano ในภูมิภาค Puglia นำเสนอมาหลากหลายสายพันธุ์ทั้งสีส้ม สีเหลือง และสีม่วง พร้อมกับเสิร์ฟมาในหลากหลายรูปแบบ (18/20)
Bread ขนมปังอื่น ๆ ที่จัดเสิร์ฟในระหว่างมื้อ
รูปที่ 17
Bread ขนมปังอื่น ๆ ที่จัดเสิร์ฟในระหว่างมื้อ
A fine selection of cheese from the trolley จากนั้นพนักงานจะนำรถเข็นชีสมาให้เลือกชิมกัน
รูปที่ 18
A fine selection of cheese from the trolley จากนั้นพนักงานจะนำรถเข็นชีสมาให้เลือกชิมกัน
A fine selection of cheese from the trolley ชีสทั้งหมดมาเป็นชีสท้องถิ่นของประเทศอิตาลีโดยลูกค้าสามารถเลือกชิมได้ตามใจชอบ ในที่นี้เราขอให้พนักงานเลือกให้ประกอบไปด้วยชีส Ragusano จากภูมิภาค Sicily, ชีส Gorgonzola จากภูมิภาค Lombardy, ชีส Pecorino จากเมือง Viterbo และชีส Robiola di Roccaverano จากภูมิภาค Piedmont องค์ประกอบข้าง ๆ กันคือ Sour Cherry Jam และน้ำผึ้ง
รูปที่ 19
A fine selection of cheese from the trolley ชีสทั้งหมดมาเป็นชีสท้องถิ่นของประเทศอิตาลีโดยลูกค้าสามารถเลือกชิมได้ตามใจชอบ ในที่นี้เราขอให้พนักงานเลือกให้ประกอบไปด้วยชีส Ragusano จากภูมิภาค Sicily, ชีส Gorgonzola จากภูมิภาค Lombardy, ชีส Pecorino จากเมือง Viterbo และชีส Robiola di Roccaverano จากภูมิภาค Piedmont องค์ประกอบข้าง ๆ กันคือ Sour Cherry Jam และน้ำผึ้ง
A fine selection of cheese from the trolley คอร์สชีสเสิร์ฟมาคู่กับขนมปังผลไม้
รูปที่ 20
A fine selection of cheese from the trolley คอร์สชีสเสิร์ฟมาคู่กับขนมปังผลไม้
Ricotta cream with marzipan, soft pistachio and sorbet of candied oranges ล้างปากด้วย Ricotta Cream จับคู่กับขนม Marzipan, ถั่ว Pistachio, Dark Chocolate และ Sorbet ที่เตรียมมาจากส้มเชื่อม (17/20)
รูปที่ 21
Ricotta cream with marzipan, soft pistachio and sorbet of candied oranges ล้างปากด้วย Ricotta Cream จับคู่กับขนม Marzipan, ถั่ว Pistachio, Dark Chocolate และ Sorbet ที่เตรียมมาจากส้มเชื่อม (17/20)
Pre-dessert ในขณะที่ผู้ร่วมโต๊ะอีกท่านหนึ่งจะได้ Sorbet ที่เตรียมมาจาก Raspberry ซ่อนอยู่ภายใต้แผ่น Coconut Chip กรอบเตรียมมาจากมะพร้าวและซอสมะพร้าวหอมมัน
รูปที่ 22
Pre-dessert ในขณะที่ผู้ร่วมโต๊ะอีกท่านหนึ่งจะได้ Sorbet ที่เตรียมมาจาก Raspberry ซ่อนอยู่ภายใต้แผ่น Coconut Chip กรอบเตรียมมาจากมะพร้าวและซอสมะพร้าวหอมมัน
Petits Fours ยังมี Petits Fours เสิร์ฟมาเป็น Magic Tower ประกอบไปด้วยช็อกโกแลตจำนวนมาก
รูปที่ 23
Petits Fours ยังมี Petits Fours เสิร์ฟมาเป็น Magic Tower ประกอบไปด้วยช็อกโกแลตจำนวนมาก
Consistencies of dark chocolate, cocoa grué snow and hemp ของหวานจานหลักในเซ็ตเมนูเชฟตั้งใจนำเสนอรูปแบบที่แตกต่างกันของ Dark Chocolate ทั้ง Ice Cream, Mousse, Sponge Cake จับคู่กับรสชาติขมของ Cocoa และอโรมาเฉพาะตัวของกัญชง (18/20)
รูปที่ 24
Consistencies of dark chocolate, cocoa grué snow and hemp ของหวานจานหลักในเซ็ตเมนูเชฟตั้งใจนำเสนอรูปแบบที่แตกต่างกันของ Dark Chocolate ทั้ง Ice Cream, Mousse, Sponge Cake จับคู่กับรสชาติขมของ Cocoa และอโรมาเฉพาะตัวของกัญชง (18/20)
Raspberries "au gratin" with almond ice cream (32 €) ของหวานจานเสริมในที่นี้เป็น Raspberries au Gratin เสิร์ฟมาอุ่น ๆ มีรสเปรี้ยวเข้ากันกับความหอมมันของไอศกรีมถั่วอัลมอนด์ (18/20)
รูปที่ 25
Raspberries "au gratin" with almond ice cream (32 €) ของหวานจานเสริมในที่นี้เป็น Raspberries au Gratin เสิร์ฟมาอุ่น ๆ มีรสเปรี้ยวเข้ากันกับความหอมมันของไอศกรีมถั่วอัลมอนด์ (18/20)
💰 ราคา 1,008 €
รูปที่ 26
💰 ราคา 1,008 €
🎗 [INTRO] La Pergola เป็นห้องอาหารสุดหรูภายใต้การควบคุมของเชฟระดับตำนาน Heinz Beck ตัวร้านการันตีด้วยรางวัล 3 MICHELIN Stars พ่วงด้วยทัศนียภาพมุมกว้างของกรุง Rome จนกลายมาเป็นหนึ่งในร้านที่ทำการจองได้ยากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศอิตาลีกันเลยทีเดียว
รูปที่ 27
🎗 [INTRO] La Pergola เป็นห้องอาหารสุดหรูภายใต้การควบคุมของเชฟระดับตำนาน Heinz Beck ตัวร้านการันตีด้วยรางวัล 3 MICHELIN Stars พ่วงด้วยทัศนียภาพมุมกว้างของกรุง Rome จนกลายมาเป็นหนึ่งในร้านที่ทำการจองได้ยากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศอิตาลีกันเลยทีเดียว
🎗 [THE PLACE] Rome Cavalieri, A Waldorf Astoria Hotel เปิดทำการเป็นครั้งแรกในปี 1963 ทั้งยังได้รับการยกย่องให้เป็นโรงแรมที่หรูหราที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองหลวงของประเทศอิตาลี
รูปที่ 28
🎗 [THE PLACE] Rome Cavalieri, A Waldorf Astoria Hotel เปิดทำการเป็นครั้งแรกในปี 1963 ทั้งยังได้รับการยกย่องให้เป็นโรงแรมที่หรูหราที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองหลวงของประเทศอิตาลี
นักธุรกิจชื่อดังชาวอเมริกัน Conrad N. Hilton ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งธุรกิจโรงแรมในเครือ Hilton ตัดสินใจเลือกทำเล Monte Mario บนเนินเขาที่สูงที่สุดทางตะวันตกของกรุง Rome เพื่อให้ได้มาซึ่งทัศนียภาพมุมกว้างของ The Eternal City
รูปที่ 29
นักธุรกิจชื่อดังชาวอเมริกัน Conrad N. Hilton ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งธุรกิจโรงแรมในเครือ Hilton ตัดสินใจเลือกทำเล Monte Mario บนเนินเขาที่สูงที่สุดทางตะวันตกของกรุง Rome เพื่อให้ได้มาซึ่งทัศนียภาพมุมกว้างของ The Eternal City
สำหรับห้องอาหาร La Pergola นั้นมีลักษณะเป็น Roof Garden
รูปที่ 30
สำหรับห้องอาหาร La Pergola นั้นมีลักษณะเป็น Roof Garden
ภายในตกแต่งอย่างหรูหราด้วยเครื่องเงินและเฟอร์นิเจอร์ไม้
รูปที่ 31
ภายในตกแต่งอย่างหรูหราด้วยเครื่องเงินและเฟอร์นิเจอร์ไม้
ผนังฝั่งหนึ่งตกแต่งด้วยภาพวาดของนคร Venice ยุคโบราณ
รูปที่ 32
ผนังฝั่งหนึ่งตกแต่งด้วยภาพวาดของนคร Venice ยุคโบราณ
อีกฝั่งหนึ่งกั้นด้วยกระจกใสมองออกไปเห็นพื้นที่ Terrace และบรรยากาศของ St. Peter's Basilica ยามค่ำคืน
รูปที่ 33
อีกฝั่งหนึ่งกั้นด้วยกระจกใสมองออกไปเห็นพื้นที่ Terrace และบรรยากาศของ St. Peter's Basilica ยามค่ำคืน
🎗 [THE CHEF] ถึงแม้ว่า Heinz Beck ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในเชฟผู้ทรงอิทธิพลมากที่สุดในประเทศอิตาลีแต่ตัวเขานั้นเกิดและเติบโตขึ้นมาในประเทศเยอรมนี ณ เมืองริมทะเลสาบ Konstanz ที่มีชื่อว่า Friedrichshafen หลังจากจบการศึกษาจากโรงเรียนการอาหารที่เมือง Passau ในปี 1983 เขามีโอกาสร่วมงานในห้องอาหารระดับสูงหลายแห่ง Colombi Restaurant ในเมือง Freiburg im Breisgau ต่อด้วยห้องอาหาร Tantris (3 MICHELIN Stars ในขณะนั้น) ที่นคร Munich จากนั้นเขาเดินทางไปยังเมือง Mallorca ประเทศสเปนเพื่อร่วมงานกับห้องอาหาร Tristan (2 MICHELIN Stars) แล้วจึงเดินทางกลับมายังประเทศเยอรมนีเพื่อรับตำแหน่ง Sous Chef ณ ห้องอาหาร Residenz (2 MICHELIN Stars) ของสุดยอดเชฟระดับตำนาน Heinz Winkler ในเมือง Aschau อยู่นานถึง 3 ปีและห้องอาหาร Harlekin ในกรุง Berlin เป็นระยะเวลาสั้น ๆ กระทั่งในปี 1994 เขาจึงได้รับการทาบทามจากห้องอาหาร La Pergola ในกรุง Rome ในการย้ายมาดำรงตำแหน่ง Head Chef และตว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้ในปี 1999 ต่อด้วย 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 2001 และ 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars ในปี 2006 นอกจากนี้เขายังมีอีกหนึ่งห้องอาหารในความควบคุมคือ St. George by Heinz Beck (2 MICHELIN Stars) ในเมือง Taormina อีกด้วย
รูปที่ 34
🎗 [THE CHEF] ถึงแม้ว่า Heinz Beck ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในเชฟผู้ทรงอิทธิพลมากที่สุดในประเทศอิตาลีแต่ตัวเขานั้นเกิดและเติบโตขึ้นมาในประเทศเยอรมนี ณ เมืองริมทะเลสาบ Konstanz ที่มีชื่อว่า Friedrichshafen หลังจากจบการศึกษาจากโรงเรียนการอาหารที่เมือง Passau ในปี 1983 เขามีโอกาสร่วมงานในห้องอาหารระดับสูงหลายแห่ง Colombi Restaurant ในเมือง Freiburg im Breisgau ต่อด้วยห้องอาหาร Tantris (3 MICHELIN Stars ในขณะนั้น) ที่นคร Munich จากนั้นเขาเดินทางไปยังเมือง Mallorca ประเทศสเปนเพื่อร่วมงานกับห้องอาหาร Tristan (2 MICHELIN Stars) แล้วจึงเดินทางกลับมายังประเทศเยอรมนีเพื่อรับตำแหน่ง Sous Chef ณ ห้องอาหาร Residenz (2 MICHELIN Stars) ของสุดยอดเชฟระดับตำนาน Heinz Winkler ในเมือง Aschau อยู่นานถึง 3 ปีและห้องอาหาร Harlekin ในกรุง Berlin เป็นระยะเวลาสั้น ๆ กระทั่งในปี 1994 เขาจึงได้รับการทาบทามจากห้องอาหาร La Pergola ในกรุง Rome ในการย้ายมาดำรงตำแหน่ง Head Chef และตว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้ในปี 1999 ต่อด้วย 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 2001 และ 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars ในปี 2006 นอกจากนี้เขายังมีอีกหนึ่งห้องอาหารในความควบคุมคือ St. George by Heinz Beck (2 MICHELIN Stars) ในเมือง Taormina อีกด้วย
ห้ามพลาดแวะเข้าไปชมพื้นที่ห้องสูบซิการ์ที่ตกแต่งด้วยภาพวาดสีน้ำมันได้อย่างวิจิตรตระการตา
รูปที่ 35
ห้ามพลาดแวะเข้าไปชมพื้นที่ห้องสูบซิการ์ที่ตกแต่งด้วยภาพวาดสีน้ำมันได้อย่างวิจิตรตระการตา
เราขอแนะนำให้ทำการจองล่วงหน้าสัก 3 เดือนขึ้นไปพร้อมกับระบุตำแหน่งที่นั่งริมกระจกเพื่อประสบการณ์ระหว่างมื้ออาหารที่ดีที่สุด
รูปที่ 36
เราขอแนะนำให้ทำการจองล่วงหน้าสัก 3 เดือนขึ้นไปพร้อมกับระบุตำแหน่งที่นั่งริมกระจกเพื่อประสบการณ์ระหว่างมื้ออาหารที่ดีที่สุด
🎗 [THE FOOD] เชฟ Heinz Beck อาศัยเทคนิคการปรุงสไตล์ตะวันตกระดับสูงเพื่อนำเสนอเสนออาหารในรูปแบบ Modern พร้อมกับแฝงลายเซ็นต์ของตัวเองเอาไว้ได้อย่างแนบเนียน
รูปที่ 37
🎗 [THE FOOD] เชฟ Heinz Beck อาศัยเทคนิคการปรุงสไตล์ตะวันตกระดับสูงเพื่อนำเสนอเสนออาหารในรูปแบบ Modern พร้อมกับแฝงลายเซ็นต์ของตัวเองเอาไว้ได้อย่างแนบเนียน
ลูกค้าสามารถเลือกชิม Gourmet Menu นำเสนอมาที่จำนวน 7 คอร์ส (270 €) และ 10 คอร์ส (320 €) นอกจากนี้ยังมีรายการแบบ À La Carte ได้เลือกชิมได้ตามใจชอบ ในส่วนของรายการไวน์นั้นควบคุมโดย Sommelier มากประสบการณ์ นามว่า Marco Reitano โดยตัวเขาและทีมสามารถแนะนำรายการไวน์ได้อย่างมืออาชีพตั้งแต่ไวน์ท้องถิ่นในราคาจับต้องได้ไปจนถึงไวน์หายากราคาสูง
รูปที่ 38
ลูกค้าสามารถเลือกชิม Gourmet Menu นำเสนอมาที่จำนวน 7 คอร์ส (270 €) และ 10 คอร์ส (320 €) นอกจากนี้ยังมีรายการแบบ À La Carte ได้เลือกชิมได้ตามใจชอบ ในส่วนของรายการไวน์นั้นควบคุมโดย Sommelier มากประสบการณ์ นามว่า Marco Reitano โดยตัวเขาและทีมสามารถแนะนำรายการไวน์ได้อย่างมืออาชีพตั้งแต่ไวน์ท้องถิ่นในราคาจับต้องได้ไปจนถึงไวน์หายากราคาสูง
บริเวณเทอเรสด้านนอก
รูปที่ 39
บริเวณเทอเรสด้านนอก
ทัศนียภาพมุมกว้างของกรุง Rome
รูปที่ 40
ทัศนียภาพมุมกว้างของกรุง Rome
ภายในโรงแรม
รูปที่ 41
ภายในโรงแรม
🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars - 3 ดาวมิชลิน
รูปที่ 42
🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars - 3 ดาวมิชลิน
🎗 [WHY GO] ถึงอาหารที่ La Pergola จะเตรียมออกมาในรูปแบบ Modern แต่การผสมผสานวัตถุดิบและรสชาตินั้นยังค่อนข้างมีความคลาสสิคอยู่พอสมควร การบริการของพนักงานดูจะตั้งใจให้ออกมารูปแบบทางการมากจนรบกวนความสะดวกสบายของลูกค้าอยู่บ้าง
รูปที่ 43
🎗 [WHY GO] ถึงอาหารที่ La Pergola จะเตรียมออกมาในรูปแบบ Modern แต่การผสมผสานวัตถุดิบและรสชาตินั้นยังค่อนข้างมีความคลาสสิคอยู่พอสมควร การบริการของพนักงานดูจะตั้งใจให้ออกมารูปแบบทางการมากจนรบกวนความสะดวกสบายของลูกค้าอยู่บ้าง
อย่างไรก็ตามถึงแม้ราคาอาหารจะค่อนข้างสูงแต่ก็แลกมาด้วยการตกแต่งร้านและบรรยากาศอันน่าทึ่งซึ่งหาได้ยากสำหรับห้องอาหารในกรุง Rome นั่นเอง
รูปที่ 44
อย่างไรก็ตามถึงแม้ราคาอาหารจะค่อนข้างสูงแต่ก็แลกมาด้วยการตกแต่งร้านและบรรยากาศอันน่าทึ่งซึ่งหาได้ยากสำหรับห้องอาหารในกรุง Rome นั่นเอง

แกลเลอรี