GASTRONOME THAILAND by ตามล่า Fine Dining
La Grand'Vigne
2 MICHELIN Stars

FranceLa Grand'Vigne · Les Sources de Caudalie - ลา กรอง‘วินเย - เล โซซ เด โคดาลี

Modern Cuisine · อาหารโมเดิร์น — Chemin de Smith-Haut-Lafitte, Martillac, 33650, France

🎗 [INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับห้องอาหารที่แอบซ่อนตัวอยู่ ณ ไร่ไวน์ในภูมิภาค Aquitaine ตัวร้านรายล้อมด้วยบรรยากาศสุดผ่อนคลายของโรงแรมหรูระดับ 🗝️🗝️🗝️ 3 MICHELIN Keys ทั้งยังนำเสนออาหารออกมาได้อย่างซับซ้อนและเข้าถึงง่ายจนกลายมาเป็นหนึ่งในห้องอาหารที่ดีที่สุดในภูมิภาคนี้ได้อย่างไร้ข้อกังขา

🎗 [THE PLACE] Les Sources de Caudalie เป็นสุดยอดโรงแรมหรูระดับ 5 ดาวที่เพิ่งคว้ารางวัล 🗝️🗝️🗝️ 3 MICHELIN Keys มาครองได้ในปี 2024 โดยคำว่า Caudalie (ที่มีรากศัพท์มาจากคำว่าหาง) เป็นหน่วยที่ใช้สำหรับวัดระยะเวลาของรสสุดท้ายของไวน์ที่ยังค้างอยู่ในปากหลังดื่มนั่นเอง ด้วยทำเลในเมือง Martillac ห่างออกมาจากนคร Bordeaux เพียง 20 นาทีโดยรถยนต์แต่กลับได้บรรยากาศอันเงียบสงบแบบชนบททำให้โรงแรมแห่งนี้ได้รับความนิยมและกล่าวถึงอย่างกว้างขวาง เมื่อขับรถผ่านถนนเล็ก ๆ เข้ามาจะพบกับตัวอาคารอันสวยงามที่ตั้งอยู่ใจกลางของไร่ไวน์ระดับ Grand Cru Classé อายุกว่า 600 ปีอย่าง Château Smith Haut-Lafitte ซึ่งเป็นไร่ไวน์ที่มีระบบการดูแลแบบ Manual อย่างเช่นการรดน้ำจากคนบนหลังม้า หลังจากนำรถเข้าจอดลูกค้าจำเป็นจะต้องเดินผ่านอาคารสปาซึ่งโดดเด่นด้วย Vinothérapie หรือการใช้ผลิตภัณฑ์จากเมล็ดองุ่นซึ่งเต็มไปด้วยสาร Polyphenols มีสรรพคุณในการการบำรุงผิวและชลอวัย ห้องรับประทานอาหารทั้ง 2 แห่งคือ La Grand'Vigne และ La Table du Lavoir ตั้งอยู่ไม่ไกลกันกับแผนกต้อนรับโดยมี Le French Paradox เป็นพื้นที่บาร์สำหรับจัดเตรียมเครื่องดื่ม สำหรับ La Grand'Vigne เป็นหนึ่งในห้องอาหารที่ดีที่สุดในภูมิภาค Nouvelle-Aquitaine ตัวอาคารมีลักษณะเป็นกลาสเฮ้าส์ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ช่วงยุคศตวรรษที่ 18 เทียบเท่ากันกับอายุของเตาฟืนในห้องรับประทานอาหารหลัก ภายในได้รับการออกแบบใหม่ด้วยโทนสีคาร์บอน ผนังกั้นด้วยกระจกใสเผยให้เห็นหงษ์ที่ว่ายอยู่กลางบ่อน้ำขนาดใหญ่ใจกลางโรงแรมจนกลายมาเป็นจุดดึงดูดสายตาสำคัญตลอดมื้ออาหาร นอกจากนี้ยังมีบริเวณเทอเรสสำหรับให้ลูกค้าได้เดินออกไปพักผ่อนชมวิวหรือแม้กระทั่งเริ่มต้นมื้ออาหารในบริเวณนี้ได้อีกด้วย

🎗 [THE CHEF] Nicolas Masse เกิดในปี 1972 ที่เมือง Cherbourg เขาเริ่มต้นสายอาชีพเชฟที่ Casino de Deauville เป็นระยะเวลาสั้น ๆ แล้วจึงย้ายไปร่วมงานกับโรงแรม Sofitel ในเมือง Cherbourg บ้านเกิด หลังจากนั้นเขาเดินทางไปยังเมือง Les Baux-de-Provence เพื่อร่วมงานกับเชฟ Alain Lamaison ที่ห้องอาหาร La Cabro d'Or ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของเครือ Baumanière (เจ้าของห้องอาหาร L'Oustau de Baumanière - 2 MICHELIN Stars ในขณะนั้น) ต่อด้วยการออกเดินทางไปยังประเทศอังกฤษเพื่อร่วมงานกับโรงแรม The Landmark ณ กรุง London และ La Villa Belrose ตามลำดับ หลังจากสั่งสมประสบการณ์ได้มากพอเขาจึงได้รับข้อเสนอให้ย้ายมาเป็นหัวหน้าเชฟที่ห้องอาหาร Rosewood ของโรงแรม Grand Hôtel de Saint-Jean-de-Luz ในภูมิภาค French Basque Country ในปี 2002 และสามารถคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้สำเร็จในปี 2007 ต่อมาในปี 2009 เขาได้รับข้อเสนอจาก Les Sources de Caudalie ในการย้ายมาเป็นหัวหน้าเชฟให้กับห้องอาหาร La Grand'Vigne จนสามารถคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้ในปี 2010 ต่อด้วยการเลื่อนระดับสู่ 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 2015 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

🎗 [THE FOOD] เชฟ Nicolas Masse นำเสนอเซ็ตเมนูที่ใช้ชื่อว่า Journey Through The “Terre de Vignes” จำนวน 5 Steps (185 €) และ 7 Steps (235 €) โดยอาศัยวัตถุดิบท้องถิ่นมากมายไม่ว่าจะเป็นผักและผลไม้จากสวนออร์แกนิคของทางร้านรวมไปถึงเนื้อสัตว์, ปลา และผลิตภัณฑ์จากนมจากฟาร์มของทางร้านหรือผู้ผลิตในภูมิภาค Aquitaine อีกด้วย อาหารทุกจานนำเสนอออกมาในสไตล์โมเดิร์นโดยใช้เทคนิคอันซับซ้อนแต่ยังคงไว้ซึ่งความเข้าถึงง่าย อย่างไรก็ตามปฏิเสธไม่ได้เลยว่าอาหารหวานที่รังสรรค์โดยเชฟ Anthony Chenoz ซึ่งการันตีด้วยรางวัล Passion Dessert จาก MICHELIN Guide นั้นมีความโดดเด่นไม่เป็นสองรองใคร รายการไวน์มีให้เลือกอย่างเกินกว่า 16,000 ขวดในราคาที่เหมาะสม ส่วนเมนูที่น่าสนใจในวันนี้ได้แก่

✨ Balade au potager Millésime 2017

Poivrade artichoke, tarragon barigoule

สำหรับคอร์สแรกเชฟนำเสนอ Poivrade Artichoke หรืออาร์ติโชคม่วงจากสวน เชฟคว้านเนื้อตรงใจกลางออกแล้วใส่ Swiss Chard เข้าไปด้านใน จากนั้นเตรียมผิวส่วนนอกให้มีความกรอบ คอร์สนี้จบด้วยการเทราดซอส Artichoke Barigoule ซอสสุดครีมมี่และมีรสเปรี้ยวเบา ๆ ที่ผสมผสานใจอาร์ติโชคและทาร์รากอนเข้าด้วยกัน ทั้งยังมีส่วนในการป้องกันไม่ให้อาร์ติโชคเกิดกระบวนการ Browning จากอากาศอีกด้วย (18/20)

✨ Asparagus Albus en croûte de sel Primeur 2024

Gironde white asparagus, nasturtium and citrus fruit

หน่อไม้ฝรั่งขาวจากแถบ Gironde อบมาอุ่น ๆ โดยมีอโรมาของใบ Nasturtium (Capucine), พริกไทย Timut และเปลือกส้ม จสกนั้นพนักงานจึงนำมาจัดลงจาน ข้าง ๆ กันคือซอร์เบท์หน่อไม้ฝรั่งขาวโดยเชฟเลือกใช้ส่วนต้นและใบที่เหลือมาเตรียมเพื่อไม้ให้เสียของ ด้านล่างรองด้วย Vinegar ที่มีส่วนผสมของพริกไทย Timut เช่นกันช่วยเรียกความสดชื่นได้ดี ด้านบนท็อปด้วยใบ Nasturtium สด สุดท้ายคือน้ำมันสีเขียวสดที่ผสมผสานใบ Nasturtium เข้ากันกับผักหลายชนิดโดยมีรสเปรี้ยวที่ได้จากส้มโอ, ส้ม และเลมอนมาช่วยผสานองค์ประกอบหลักอื่น ๆ เข้าด้วยกันและเติมแต่งรสชาติของจานให้สมบูรณ์แบบ (18/20)

✨ Fraise et Caviar du jardin Primeur 2024

Etcelu farm Strawberries, Mint and Peas

ของหวานที่ดีที่สุดจานหนึ่งที่เราได้ชิมมาในรอบปีนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากประสบการณ์ในวัยเด็กอย่างสตรอว์เบอร์รี่และวิปปิ้งครีม เชฟเสิร์ฟสตรอว์เบอร์รี่คุณภาพสูงสายพันธุ์ Magnum จากฟาร์มในเมือง Etcelu ภูมิภาค French Basque Country ซึ่งกำลัง In Season อยู่ในช่วงเดือนพฤษภาคม ชิ้นสตรอว์เบอร์รี่มีเนื้อสัมผัสที่นุ่มจนแทบละลายในปาก ข้าง ๆ กันคือ Cream Cheese สด ๆ หอมมันที่ใส่มาเพื่อชวนระลึกถึงวิปปิ้งครีม จากนั้นพนักงานจะเทราดซอสสตรอว์เบอร์รี่รดชาติเปี้ยวลงไป ในจานยังมีใบถั่วที่มีความฉุนเฉพาะตัวจับคู่มากับกรานิต้าและซอร์เบท์ถั่วเย็นชื่นใจ ข้าง ๆ กันคือถั่วปลอมที่ทำเลียนแบบขึ้นมาให้ความกรอบและรสชาติหวานเบา ๆ ไร้ที่ติ (20/20)

🎗 [WHY GO] La Grand'Vigne - Les Sources de Caudalie เป็นหนึ่งในห้องอาหารที่นำเสนอบรรยากาศที่เป็นทางการและเต็มไปด้วยหรูหราแต่ยังคงรายล้อมด้วยทัศนียภาพที่ผ่อนคลายและอากาศอันแสนบริสุทธิ์ พนักงานทุกคนให้บริการได้อย่างไรที่ติและตอบคำถามเกี่ยวกับอาหารได้ในเชิงลึกทุกคอร์ส ราคาอาหารจัดว่าเหมาะสมเมื่อเทียบกับตำแหน่งและสถานที่ จากทั้งหมดที่กล่าวมาทำให้ตัวร้านเป็นหนึ่งในห้องอาหารที่จองได้ยากที่สุดในแถบนี้โดยเราขอแนะนำให้ลองทำการจองผ่านเวปไซต์ก่อน หากไม่ได้รับการยืนยันจึงค่อยโทรไปยังแผนกต้อนรับเพื่อขอยืนยันการจองและอาจต้องลองติดต่อไปหลายครั้ง อย่าลืมเผื่อระยะเวลาในการจองเอาไว้สัก 2-3 เดือนเพื่อการันตีโต๊ะที่มักถูกจองเต็มในทุก Service

ภาพของร้านอาหาร

ทั้งหมด 35 รูป

🇫🇷 La Grand'Vigne - Les Sources de Caudalie - ลา กรอง‘วินเย - เล โซซ เด โคดาลี🌟🌟 2 MICHELIN Stars - 2 ดาวมิชลิน🏵️🏵️🏵️🏵️ 17/20 Gault&Millau - 17/20 โก&มีโย🍫 Passion Dessert - อาหารหวานโดดเด่นโดยเชฟมากฝีมือ🍴 Modern Cuisine - อาหารโมเดิร์น👨🏻‍🍳 Chef Nicolas Masse - เชฟนิกอลา มาซ
รูปที่ 1
🇫🇷 La Grand'Vigne - Les Sources de Caudalie - ลา กรอง‘วินเย - เล โซซ เด โคดาลี🌟🌟 2 MICHELIN Stars - 2 ดาวมิชลิน🏵️🏵️🏵️🏵️ 17/20 Gault&Millau - 17/20 โก&มีโย🍫 Passion Dessert - อาหารหวานโดดเด่นโดยเชฟมากฝีมือ🍴 Modern Cuisine - อาหารโมเดิร์น👨🏻‍🍳 Chef Nicolas Masse - เชฟนิกอลา มาซ
🍾 รายการเครื่องดื่มในวันนี้
รูปที่ 2
🍾 รายการเครื่องดื่มในวันนี้
Amuse-boucheเริ่มต้นมื้ออาหารด้วย Infusion from The Garden เป็นน้ำที่ใส่อโรมาของสมุนไพรต่าง ๆ จากสวนไม่ว่าจะเป็นใบ Sage, ใบมิ้นต์ และน้ำผึ้ง (17/20)
รูปที่ 3
Amuse-boucheเริ่มต้นมื้ออาหารด้วย Infusion from The Garden เป็นน้ำที่ใส่อโรมาของสมุนไพรต่าง ๆ จากสวนไม่ว่าจะเป็นใบ Sage, ใบมิ้นต์ และน้ำผึ้ง (17/20)
Amuse-boucheถัดมาคือ Tartelette ขนาดจิ๋วจับคู่มากับความกรอบของ Daikon Radish ด้านในมีครีมที่ Infused ด้วยอโรมาของดอกไม้จากสวน ด้านบนคือดอกหอมและดอก Elderflower และเมล็ดมัสตาร์ดเพียงเล็กน้อย ข้าง ๆ กันคือผักเซเลอรี่เสิร์ฟมาในลักษณะของ Pâte de Fruits ให้รสชาติหวานนิด ๆ และเนื้อสัมผัสที่เคี้ยวง่ายจนเกือบละลายในปาก (17/20)
รูปที่ 4
Amuse-boucheถัดมาคือ Tartelette ขนาดจิ๋วจับคู่มากับความกรอบของ Daikon Radish ด้านในมีครีมที่ Infused ด้วยอโรมาของดอกไม้จากสวน ด้านบนคือดอกหอมและดอก Elderflower และเมล็ดมัสตาร์ดเพียงเล็กน้อย ข้าง ๆ กันคือผักเซเลอรี่เสิร์ฟมาในลักษณะของ Pâte de Fruits ให้รสชาติหวานนิด ๆ และเนื้อสัมผัสที่เคี้ยวง่ายจนเกือบละลายในปาก (17/20)
Amuse-boucheมาถึง Signature Amuse-bouche ประจำร้านมีลักษณะคล้ายกับจุกคอร์กไวน์ ผิวชั้นนอกบางกรอบในขณะที่ฟัวกราส์ตรงกลางมีความละมุนลิ้น ด้านในบรรจุโฟมฟัวกราส์และองุ่นที่ผ่านการดองในเหล้าท้องถิ่น Pineau des Charentes ให้รสเปรี้ยวหวานกลมกล่อม (17/20)
รูปที่ 5
Amuse-boucheมาถึง Signature Amuse-bouche ประจำร้านมีลักษณะคล้ายกับจุกคอร์กไวน์ ผิวชั้นนอกบางกรอบในขณะที่ฟัวกราส์ตรงกลางมีความละมุนลิ้น ด้านในบรรจุโฟมฟัวกราส์และองุ่นที่ผ่านการดองในเหล้าท้องถิ่น Pineau des Charentes ให้รสเปรี้ยวหวานกลมกล่อม (17/20)
Organic bread and butterทางร้านนำเสนอขนมปังออร์แกนิคที่เตรียมขึ้นมาจากเมล็ดธัญพืชออร์แกนิคโดยมี Supplier เป็นเบเกอกรี่ชื่อดังในนคร Bordeaux จากนั้นเสิร์ฟมาคู่กันกับเนยท้องถิ่นจากแถบ Bordeaux ผสมผสานกับเมล็ดเฟนเนลจากสวน
รูปที่ 6
Organic bread and butterทางร้านนำเสนอขนมปังออร์แกนิคที่เตรียมขึ้นมาจากเมล็ดธัญพืชออร์แกนิคโดยมี Supplier เป็นเบเกอกรี่ชื่อดังในนคร Bordeaux จากนั้นเสิร์ฟมาคู่กันกับเนยท้องถิ่นจากแถบ Bordeaux ผสมผสานกับเมล็ดเฟนเนลจากสวน
Balade au potager Millésime 2017Poivrade artichoke, tarragon barigouleเริ่มต้นคอร์สแรกเชฟนำเสนอ Poivrade Artichoke หรืออาร์ติโชคม่วงจากสวน เชฟคว้านเนื้อตรงใจกลางออกแล้วใส่ Swiss Chard เข้าไปด้านใน จากนั้นเตรียมผิวส่วนนอกให้มีความกรอบ (18/20)
รูปที่ 7
Balade au potager Millésime 2017Poivrade artichoke, tarragon barigouleเริ่มต้นคอร์สแรกเชฟนำเสนอ Poivrade Artichoke หรืออาร์ติโชคม่วงจากสวน เชฟคว้านเนื้อตรงใจกลางออกแล้วใส่ Swiss Chard เข้าไปด้านใน จากนั้นเตรียมผิวส่วนนอกให้มีความกรอบ (18/20)
Balade au potager Millésime 2017Poivrade artichoke, tarragon barigouleคอร์สนี้จบด้วยการเทราดซอส Artichoke Barigoule ซอสสุดครีมมี่และมีรสเปรี้ยวเบา ๆ ที่ผสมผสานใจอาร์ติโชคและทาร์รากอนเข้าด้วยกัน ทั้งยังมีส่วนในการป้องกันไม่ให้อาร์ติโชคเกิดกระบวนการ Browning จากอากาศอีกด้วย (18/20)
รูปที่ 8
Balade au potager Millésime 2017Poivrade artichoke, tarragon barigouleคอร์สนี้จบด้วยการเทราดซอส Artichoke Barigoule ซอสสุดครีมมี่และมีรสเปรี้ยวเบา ๆ ที่ผสมผสานใจอาร์ติโชคและทาร์รากอนเข้าด้วยกัน ทั้งยังมีส่วนในการป้องกันไม่ให้อาร์ติโชคเกิดกระบวนการ Browning จากอากาศอีกด้วย (18/20)
Asparagus Albus en croûte de sel Primeur 2024Gironde white asparagus, nasturtium and citrus fruitหน่อไม้ฝรั่งขาวจากแถบ Gironde อบมาอุ่น ๆ โดยมีอโรมาของใบ Nasturtium (Capucine), พริกไทย Timut และเปลือกส้ม จสกนั้นพนักงานจึงนำมาจัดลงจาน (18/20)
รูปที่ 9
Asparagus Albus en croûte de sel Primeur 2024Gironde white asparagus, nasturtium and citrus fruitหน่อไม้ฝรั่งขาวจากแถบ Gironde อบมาอุ่น ๆ โดยมีอโรมาของใบ Nasturtium (Capucine), พริกไทย Timut และเปลือกส้ม จสกนั้นพนักงานจึงนำมาจัดลงจาน (18/20)
Asparagus Albus en croûte de sel Primeur 2024Gironde white asparagus, nasturtium and citrus fruitข้าง ๆ กันคือซอร์เบท์หน่อไม้ฝรั่งขาวโดยเชฟเลือกใช้ส่วนต้นและใบที่เหลือมาเตรียมเพื่อไม้ให้เสียของ ด้านล่างรองด้วย Vinegar ที่มีส่วนผสมของพริกไทย Timut เช่นกันช่วยเรียกความสดชื่นได้ดี ด้านบนท็อปด้วยใบ Nasturtium สด (18/20)
รูปที่ 10
Asparagus Albus en croûte de sel Primeur 2024Gironde white asparagus, nasturtium and citrus fruitข้าง ๆ กันคือซอร์เบท์หน่อไม้ฝรั่งขาวโดยเชฟเลือกใช้ส่วนต้นและใบที่เหลือมาเตรียมเพื่อไม้ให้เสียของ ด้านล่างรองด้วย Vinegar ที่มีส่วนผสมของพริกไทย Timut เช่นกันช่วยเรียกความสดชื่นได้ดี ด้านบนท็อปด้วยใบ Nasturtium สด (18/20)
Asparagus Albus en croûte de sel Primeur 2024Gironde white asparagus, nasturtium and citrus fruitสุดท้ายคือน้ำมันสีเขียวสดที่ผสมผสานใบ Nasturtium เข้ากันกับผักหลายชนิดโดยมีรสเปรี้ยวที่ได้จากส้มโอ, ส้ม และเลมอนมาช่วยผสานองค์ประกอบหลักอื่น ๆ เข้าด้วยกันและเติมแต่งรสชาติของจานให้สมบูรณ์แบบ (18/20)
รูปที่ 11
Asparagus Albus en croûte de sel Primeur 2024Gironde white asparagus, nasturtium and citrus fruitสุดท้ายคือน้ำมันสีเขียวสดที่ผสมผสานใบ Nasturtium เข้ากันกับผักหลายชนิดโดยมีรสเปรี้ยวที่ได้จากส้มโอ, ส้ม และเลมอนมาช่วยผสานองค์ประกอบหลักอื่น ๆ เข้าด้วยกันและเติมแต่งรสชาติของจานให้สมบูรณ์แบบ (18/20)
Le sable et la roche Primeur 2024John Dory "à la nacre", Carrot and Cocklesปลา John Dory จากนคร Saint Jean-de-Luz เสิร์ฟมาเป็นชิ้นฟิเลท์ เชฟนำไปผ่ายกระบวนการ Cold Confit กับน้ำมันสมุนไพรแล้วเสิร์หมาในรูปแบบที่เรียกว่า À La Nacre หรือ Mother of Pearl ซึ่งก็คือสีรุ้งที่เกิดขึ้นอย่างสวยงามบนเนื้อปลา ฝั่งขวามือคือแครอทปลอมที่ได้จากการผสมผสาน Purée แครอทเข้ากันกับส้ม จากนั้นนำไปแช่ในน้ำแครอทเพื่อเตรียมรสชาติให้เข้มข้น จากนั้นพนักงานจะเทราดซอสนมที่มีส่วนผสมของสนให้อโรมาเฉพาะตัว ทั้งยังมีหอยลายเคี้ยวหนึบช่วยเพิ่มมิติทางเนื่อสัมผัสและอโรมาของทะเลได้อีกด้วย (18/20)
รูปที่ 12
Le sable et la roche Primeur 2024John Dory "à la nacre", Carrot and Cocklesปลา John Dory จากนคร Saint Jean-de-Luz เสิร์ฟมาเป็นชิ้นฟิเลท์ เชฟนำไปผ่ายกระบวนการ Cold Confit กับน้ำมันสมุนไพรแล้วเสิร์หมาในรูปแบบที่เรียกว่า À La Nacre หรือ Mother of Pearl ซึ่งก็คือสีรุ้งที่เกิดขึ้นอย่างสวยงามบนเนื้อปลา ฝั่งขวามือคือแครอทปลอมที่ได้จากการผสมผสาน Purée แครอทเข้ากันกับส้ม จากนั้นนำไปแช่ในน้ำแครอทเพื่อเตรียมรสชาติให้เข้มข้น จากนั้นพนักงานจะเทราดซอสนมที่มีส่วนผสมของสนให้อโรมาเฉพาะตัว ทั้งยังมีหอยลายเคี้ยวหนึบช่วยเพิ่มมิติทางเนื่อสัมผัสและอโรมาของทะเลได้อีกด้วย (18/20)
Les Landes et les Pyrénées Primeur 2024Pyrenees milk-fed lamb, Landes Asparagus and Bazas black Garlicเนื้อลูกแกะที่ยังไม่หย่านมเป็นหนึ่งในวัตถุดิบระดับโลกจากแถบเทือกเขา Pyrenees ทั้งยังเป็น Milk-fed Lamb เพียงแหล่งเดียวที่ได้รับการป้องกันและควบคุมด้วย IGP ในประเทศฝรั่งเศสอีกด้วย เชฟเสิร์ฟส่วนซี่โครงและชิ้นฟิเลท์ย่างมาสุกกำลังดีสังเกตได้จากความฉ่ำและนุ่มของเนื้อแกะ นอกจากนี้ยังมีส่วนท้องที่ผ่านการกงฟีแล้วเสิร์ฟมาคู่กันกับหน่อไม้ฝรั่งซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญของภูมิภาค Landes ที่ย่างมาสุกกำลังดี ข้าง ๆ กันคือครีมถั่วพิสตาชิโอ้เสริมรสชาติหวานที่พอเหมาะ อีกฝั่งหนึ่งคือซอส Lamb Jus ที่เชฟ Infused อโรมาของมิ้นต์ลงไปด้วยเพื่อเบรกรสชาติไม่ให้เข้มโดดจนเกินไปสุดท้ายคือ Condiments ที่ผสมผสานหน่อไม้ฝรั่งเขียว, ถั่วพิสตาชิโอ, มิ้นต์, ผักชี และกระเทียมดำจากเมือง Bazas เข้าไว้ด้วยกัน (18/20)
รูปที่ 13
Les Landes et les Pyrénées Primeur 2024Pyrenees milk-fed lamb, Landes Asparagus and Bazas black Garlicเนื้อลูกแกะที่ยังไม่หย่านมเป็นหนึ่งในวัตถุดิบระดับโลกจากแถบเทือกเขา Pyrenees ทั้งยังเป็น Milk-fed Lamb เพียงแหล่งเดียวที่ได้รับการป้องกันและควบคุมด้วย IGP ในประเทศฝรั่งเศสอีกด้วย เชฟเสิร์ฟส่วนซี่โครงและชิ้นฟิเลท์ย่างมาสุกกำลังดีสังเกตได้จากความฉ่ำและนุ่มของเนื้อแกะ นอกจากนี้ยังมีส่วนท้องที่ผ่านการกงฟีแล้วเสิร์ฟมาคู่กันกับหน่อไม้ฝรั่งซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญของภูมิภาค Landes ที่ย่างมาสุกกำลังดี ข้าง ๆ กันคือครีมถั่วพิสตาชิโอ้เสริมรสชาติหวานที่พอเหมาะ อีกฝั่งหนึ่งคือซอส Lamb Jus ที่เชฟ Infused อโรมาของมิ้นต์ลงไปด้วยเพื่อเบรกรสชาติไม่ให้เข้มโดดจนเกินไปสุดท้ายคือ Condiments ที่ผสมผสานหน่อไม้ฝรั่งเขียว, ถั่วพิสตาชิโอ, มิ้นต์, ผักชี และกระเทียมดำจากเมือง Bazas เข้าไว้ด้วยกัน (18/20)
Fraise et Caviar du jardin Primeur 2024Etcelu farm Strawberries, Mint and Peasของหวานที่ดีที่สุดจานหนึ่งที่เราได้ชิมมาในรอบปีนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากประสบการณ์ในวัยเด็กอย่างสตรอว์เบอร์รี่และวิปปิ้งครีม (20/20)
รูปที่ 14
Fraise et Caviar du jardin Primeur 2024Etcelu farm Strawberries, Mint and Peasของหวานที่ดีที่สุดจานหนึ่งที่เราได้ชิมมาในรอบปีนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากประสบการณ์ในวัยเด็กอย่างสตรอว์เบอร์รี่และวิปปิ้งครีม (20/20)
Fraise et Caviar du jardin Primeur 2024Etcelu farm Strawberries, Mint and Peasเชฟเสิร์ฟสตรอว์เบอร์รี่คุณภาพสูงสายพันธุ์ Magnum จากฟาร์มในเมือง Etcelu ภูมิภาค French Basque Country ซึ่งกำลัง In Season อยู่ในช่วงเดือนพฤษภาคม ชิ้นสตรอว์เบอร์รี่มีเนื้อสัมผัสที่นุ่มจนแทบละลายในปาก ข้าง ๆ กันคือ Cream Cheese สด ๆ หอมมันที่ใส่มาเพื่อชวนระลึกถึงวิปปิ้งครีม จากนั้นพนักงานจะเทราดซอสสตรอว์เบอร์รี่รดชาติเปี้ยวลงไป ในจานยังมีใบถั่วที่มีความฉุนเฉพาะตัวจับคู่มากับกรานิต้าและซอร์เบท์ถั่วเย็นชื่นใจ (20/20)
รูปที่ 15
Fraise et Caviar du jardin Primeur 2024Etcelu farm Strawberries, Mint and Peasเชฟเสิร์ฟสตรอว์เบอร์รี่คุณภาพสูงสายพันธุ์ Magnum จากฟาร์มในเมือง Etcelu ภูมิภาค French Basque Country ซึ่งกำลัง In Season อยู่ในช่วงเดือนพฤษภาคม ชิ้นสตรอว์เบอร์รี่มีเนื้อสัมผัสที่นุ่มจนแทบละลายในปาก ข้าง ๆ กันคือ Cream Cheese สด ๆ หอมมันที่ใส่มาเพื่อชวนระลึกถึงวิปปิ้งครีม จากนั้นพนักงานจะเทราดซอสสตรอว์เบอร์รี่รดชาติเปี้ยวลงไป ในจานยังมีใบถั่วที่มีความฉุนเฉพาะตัวจับคู่มากับกรานิต้าและซอร์เบท์ถั่วเย็นชื่นใจ (20/20)
Fraise et Caviar du jardin Primeur 2024Etcelu farm Strawberries, Mint and Peasข้าง ๆ กันคือถั่วปลอมที่ทำเลียนแบบขึ้นมาให้ความกรอบและรสชาติหวานเบา ๆ ไร้ที่ติ (20/20)
รูปที่ 16
Fraise et Caviar du jardin Primeur 2024Etcelu farm Strawberries, Mint and Peasข้าง ๆ กันคือถั่วปลอมที่ทำเลียนแบบขึ้นมาให้ความกรอบและรสชาติหวานเบา ๆ ไร้ที่ติ (20/20)
Special Dessertสำหรับใครที่มาเฉลิมฉลองในโอกาสพิเศษทางร้านจะเสิร์ฟ Canelé มาให้ด้วย
รูปที่ 17
Special Dessertสำหรับใครที่มาเฉลิมฉลองในโอกาสพิเศษทางร้านจะเสิร์ฟ Canelé มาให้ด้วย
Special Dessertเมื่อผ่าออกมาจะพบกับองค์ประกอบอันหลากหลายทั้งบิสกิตกรอบที่มีส่วนผสมของเหล้ารัมชวนนึกถึงเมนูต้นตำรับ โฟมวานิลลาเย็นชื่นใจ คาราเมลเข้มข้น และเปลือกช็อกโกแลตกรอบ ๆ ด้านนอก
รูปที่ 18
Special Dessertเมื่อผ่าออกมาจะพบกับองค์ประกอบอันหลากหลายทั้งบิสกิตกรอบที่มีส่วนผสมของเหล้ารัมชวนนึกถึงเมนูต้นตำรับ โฟมวานิลลาเย็นชื่นใจ คาราเมลเข้มข้น และเปลือกช็อกโกแลตกรอบ ๆ ด้านนอก
Mignardisesปิดท้ายมื้ออาหารด้วยไอศกรีมขี้ผึ้งราดด้วยน้ำผึ้งของทางร้านและ Honey Vinegar ด้านบนท็อปด้วยเกสรสด ยัง ๆ กันคือบิสกิตน้ำผึ้งกริบ ๆ สำหรับวางลงบนไอศกรีมช่วยเพิ่มมิติความกรอบ สุดท้ายคือช็อกโกแลตบอลเข้มข้น
รูปที่ 19
Mignardisesปิดท้ายมื้ออาหารด้วยไอศกรีมขี้ผึ้งราดด้วยน้ำผึ้งของทางร้านและ Honey Vinegar ด้านบนท็อปด้วยเกสรสด ยัง ๆ กันคือบิสกิตน้ำผึ้งกริบ ๆ สำหรับวางลงบนไอศกรีมช่วยเพิ่มมิติความกรอบ สุดท้ายคือช็อกโกแลตบอลเข้มข้น
💰 ราคา 457 €
รูปที่ 20
💰 ราคา 457 €
🎗 [INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับห้องอาหารที่แอบซ่อนตัวอยู่ในไร่ในภูมิภาค Aquitaine ตัวร้านรายล้อมด้วยบรรยากาศสุดผ่อนคลายของโรงแรมหรูระดับ 🗝️🗝️🗝️ 3 MICHELIN Keys ทั้งยังนำเสนออาหารออกมาได้อย่างซับซ้อนและเข้าถึงง่ายจนกลายมาเป็นหนึ่งในห้องอาหารที่ดีที่สุดในภูมิภาคนี้ได้อย่างไร้ข้อกังขา
รูปที่ 21
🎗 [INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับห้องอาหารที่แอบซ่อนตัวอยู่ในไร่ในภูมิภาค Aquitaine ตัวร้านรายล้อมด้วยบรรยากาศสุดผ่อนคลายของโรงแรมหรูระดับ 🗝️🗝️🗝️ 3 MICHELIN Keys ทั้งยังนำเสนออาหารออกมาได้อย่างซับซ้อนและเข้าถึงง่ายจนกลายมาเป็นหนึ่งในห้องอาหารที่ดีที่สุดในภูมิภาคนี้ได้อย่างไร้ข้อกังขา
🎗 [THE CHEF] Nicolas Masse เกิดในปี 1972 ที่เมือง Cherbourg เขาเริ่มต้นสายอาชีพเชฟที่ Casino de Deauville เป็นระยะเวลาสั้น ๆ แล้วจึงย้ายไปร่วมงานกับโรงแรม Sofitel ในเมือง Cherbourg บ้านเกิด หลังจากนั้นเขาเดินทางไปยังเมือง Les Baux-de-Provence เพื่อร่วมงานกับเชฟ Alain Lamaison ที่ห้องอาหาร La Cabro d'Or ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของเครือ Baumanière (เจ้าของห้องอาหาร L'Oustau de Baumanière - 2 MICHELIN Stars ในขณะนั้น) ต่อด้วยการออกเดินทางไปยังประเทศอังกฤษเพื่อร่วมงานกับโรงแรม The Landmark ณ กรุง London และ La Villa Belrose ตามลำดับ หลังจากสั่งสมประสบการณ์ได้มากพอเขาจึงได้รับข้อเสนอให้ย้ายมาเป็นหัวหน้าเชฟที่ห้องอาหาร Rosewood ของโรงแรม Grand Hôtel de Saint-Jean-de-Luz ในภูมิภาค French Basque Country ในปี 2002 และสามารถคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้สำเร็จในปี 2007
รูปที่ 22
🎗 [THE CHEF] Nicolas Masse เกิดในปี 1972 ที่เมือง Cherbourg เขาเริ่มต้นสายอาชีพเชฟที่ Casino de Deauville เป็นระยะเวลาสั้น ๆ แล้วจึงย้ายไปร่วมงานกับโรงแรม Sofitel ในเมือง Cherbourg บ้านเกิด หลังจากนั้นเขาเดินทางไปยังเมือง Les Baux-de-Provence เพื่อร่วมงานกับเชฟ Alain Lamaison ที่ห้องอาหาร La Cabro d'Or ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของเครือ Baumanière (เจ้าของห้องอาหาร L'Oustau de Baumanière - 2 MICHELIN Stars ในขณะนั้น) ต่อด้วยการออกเดินทางไปยังประเทศอังกฤษเพื่อร่วมงานกับโรงแรม The Landmark ณ กรุง London และ La Villa Belrose ตามลำดับ หลังจากสั่งสมประสบการณ์ได้มากพอเขาจึงได้รับข้อเสนอให้ย้ายมาเป็นหัวหน้าเชฟที่ห้องอาหาร Rosewood ของโรงแรม Grand Hôtel de Saint-Jean-de-Luz ในภูมิภาค French Basque Country ในปี 2002 และสามารถคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้สำเร็จในปี 2007
ในปี 2009 เขาได้รับข้อเสนอจาก Les Sources de Caudalie ในการย้ายมาเป็นหัวหน้าเชฟให้กับห้องอาหาร La Grand'Vigne จนสามารถคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้ในปี 2010 ต่อด้วยการเลื่อนระดับสู่ 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 2015 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
รูปที่ 23
ในปี 2009 เขาได้รับข้อเสนอจาก Les Sources de Caudalie ในการย้ายมาเป็นหัวหน้าเชฟให้กับห้องอาหาร La Grand'Vigne จนสามารถคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้ในปี 2010 ต่อด้วยการเลื่อนระดับสู่ 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 2015 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
สำหรับ La Grand'Vigne เป็นหนึ่งในห้องอาหารที่ดีที่สุดในภูมิภาค Nouvelle-Aquitaine ตัวอาคารมีลักษณะเป็นกลาสเฮ้าส์ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ช่วงยุคศตวรรษที่ 18 เทียบเท่ากันกับอายุของเตาฟืนในห้องรับประทานอาหารหลัก
รูปที่ 24
สำหรับ La Grand'Vigne เป็นหนึ่งในห้องอาหารที่ดีที่สุดในภูมิภาค Nouvelle-Aquitaine ตัวอาคารมีลักษณะเป็นกลาสเฮ้าส์ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ช่วงยุคศตวรรษที่ 18 เทียบเท่ากันกับอายุของเตาฟืนในห้องรับประทานอาหารหลัก
ภายในได้รับการออกแบบใหม่ด้วยโทนสีคาร์บอน ผนังกั้นด้วยกระจกใสเผยให้เห็นหงษ์ที่ว่ายอยู่กลางบ่อน้ำขนาดใหญ่ใจกลางโรงแรมจนกลายมาเป็นจุดดึงดูดสายตาสำคัญตลอดมื้ออาหาร
รูปที่ 25
ภายในได้รับการออกแบบใหม่ด้วยโทนสีคาร์บอน ผนังกั้นด้วยกระจกใสเผยให้เห็นหงษ์ที่ว่ายอยู่กลางบ่อน้ำขนาดใหญ่ใจกลางโรงแรมจนกลายมาเป็นจุดดึงดูดสายตาสำคัญตลอดมื้ออาหาร
นอกจากนี้ยังมีบริเวณเทอเรสสำหรับให้ลูกค้าได้เดินออกไปพักผ่อนชมวิวหรือแม้กระทั่งเริ่มต้นมื้ออาหารในบริเวณนี้ได้อีกด้วย
รูปที่ 26
นอกจากนี้ยังมีบริเวณเทอเรสสำหรับให้ลูกค้าได้เดินออกไปพักผ่อนชมวิวหรือแม้กระทั่งเริ่มต้นมื้ออาหารในบริเวณนี้ได้อีกด้วย
🎗 [THE FOOD] เชฟ Nicolas Masse นำเสนอเซ็ตเมนูที่ใช้ชื่อว่า Journey Through The “Terre de Vignes” จำนวน 5 Steps (185 €) และ 7 Steps (235 €) โดยอาศัยวัตถุดิบท้องถิ่นมากมายไม่ว่าจะเป็นผักและผลไม้จากสวนออร์แกนิคของทางร้านรวมไปถึงเนื้อสัตว์, ปลา และผลิตภัณฑ์จากนมจากฟาร์มของทางร้านหรือผู้ผลิตในภูมิภาค Aquitaine อีกด้วย อาหารทุกจานนำเสนอออกมาในสไตล์โมเดิร์นโดยใช้เทคนิคอันซับซ้อนแต่ยังคงไว้ซึ่งความเข้าถึงง่าย อย่างไรก็ตามปฏิเสธไม่ได้เลยว่าอาหารหวานที่รังสรรค์โดยเชฟ Anthony Chenoz ซึ่งการันตีด้วยรางวัล Passion Dessert จาก MICHELIN Guide นั้นมีความโดดเด่นไม่เป็นสองรองใคร
รูปที่ 27
🎗 [THE FOOD] เชฟ Nicolas Masse นำเสนอเซ็ตเมนูที่ใช้ชื่อว่า Journey Through The “Terre de Vignes” จำนวน 5 Steps (185 €) และ 7 Steps (235 €) โดยอาศัยวัตถุดิบท้องถิ่นมากมายไม่ว่าจะเป็นผักและผลไม้จากสวนออร์แกนิคของทางร้านรวมไปถึงเนื้อสัตว์, ปลา และผลิตภัณฑ์จากนมจากฟาร์มของทางร้านหรือผู้ผลิตในภูมิภาค Aquitaine อีกด้วย อาหารทุกจานนำเสนอออกมาในสไตล์โมเดิร์นโดยใช้เทคนิคอันซับซ้อนแต่ยังคงไว้ซึ่งความเข้าถึงง่าย อย่างไรก็ตามปฏิเสธไม่ได้เลยว่าอาหารหวานที่รังสรรค์โดยเชฟ Anthony Chenoz ซึ่งการันตีด้วยรางวัล Passion Dessert จาก MICHELIN Guide นั้นมีความโดดเด่นไม่เป็นสองรองใคร
รายการไวน์มีให้เลือกอย่างเกินกว่า 16,000 ขวดในราคาที่เหมาะสม
รูปที่ 28
รายการไวน์มีให้เลือกอย่างเกินกว่า 16,000 ขวดในราคาที่เหมาะสม
Le French Paradox เป็นพื้นที่บาร์สำหรับจัดเตรียมเครื่องดื่ม
รูปที่ 29
Le French Paradox เป็นพื้นที่บาร์สำหรับจัดเตรียมเครื่องดื่ม
🎗 [WHY GO] La Grand'Vigne - Les Sources de Caudalie เป็นหนึ่งในห้องอาหารที่นำเสนอบรรยากาศที่เป็นทางการและเต็มไปด้วยหรูหราแต่ยังคงรายล้อมด้วยทัศนียภาพที่ผ่อนคลายและอากาศอันแสนบริสุทธิ์ พนักงานทุกคนให้บริการได้อย่างไรที่ติและตอบคำถามเกี่ยวกับอาหารได้ในเชิงลึกทุกคอร์ส ราคาอาหารจัดว่าเหมาะสมเมื่อเทียบกับตำแหน่งและสถานที่ จากทั้งหมดที่กล่าวมาทำให้ตัวร้านเป็นหนึ่งในห้องอาหารที่จองได้ยากที่สุดในแถบนี้โดยเราขอแนะนำให้ลองทำการจองผ่านเวปไซต์ก่อน หากไม่ได้รับการยืนยันจึงค่อยโทรไปยังแผนกต้อนรับเพื่อขอยืนยันการจองและอาจต้องลองติดต่อไปหลายครั้ง อย่าลืมเผื่อระยะเวลาในการจองเอาไว้สัก 2-3 เดือนเพื่อการันตีโต๊ะที่มักถูกจองเต็มในทุก Service
รูปที่ 30
🎗 [WHY GO] La Grand'Vigne - Les Sources de Caudalie เป็นหนึ่งในห้องอาหารที่นำเสนอบรรยากาศที่เป็นทางการและเต็มไปด้วยหรูหราแต่ยังคงรายล้อมด้วยทัศนียภาพที่ผ่อนคลายและอากาศอันแสนบริสุทธิ์ พนักงานทุกคนให้บริการได้อย่างไรที่ติและตอบคำถามเกี่ยวกับอาหารได้ในเชิงลึกทุกคอร์ส ราคาอาหารจัดว่าเหมาะสมเมื่อเทียบกับตำแหน่งและสถานที่ จากทั้งหมดที่กล่าวมาทำให้ตัวร้านเป็นหนึ่งในห้องอาหารที่จองได้ยากที่สุดในแถบนี้โดยเราขอแนะนำให้ลองทำการจองผ่านเวปไซต์ก่อน หากไม่ได้รับการยืนยันจึงค่อยโทรไปยังแผนกต้อนรับเพื่อขอยืนยันการจองและอาจต้องลองติดต่อไปหลายครั้ง อย่าลืมเผื่อระยะเวลาในการจองเอาไว้สัก 2-3 เดือนเพื่อการันตีโต๊ะที่มักถูกจองเต็มในทุก Service
🎗 [THE PLACE] Les Sources de Caudalie เป็นสุดยอดโรงแรมหรูระดับ 5 ดาวที่เพิ่งคว้ารางวัล 🗝️🗝️🗝️ 3 MICHELIN Keys มาครองได้ในปี 2024 โดยคำว่า Caudalie (ที่มีรากศัพท์มาจากคำว่าหาง) เป็นหน่วยที่ใช้สำหรับวัดระยะเวลาของรสสุดท้ายของไวน์ที่ยังค้างอยู่ในปากหลังดื่มนั่นเอง ด้วยทำเลในเมือง Martillac ห่างออกมาจากนคร Bordeaux เพียง 20 นาทีโดยรถยนต์แต่กลับได้บรรยากาศอันเงียบสงบแบบชนบททำให้โรงแรมแห่งนี้ได้รับความนิยมและกล่าวถึงอย่างกว้างขวาง
รูปที่ 31
🎗 [THE PLACE] Les Sources de Caudalie เป็นสุดยอดโรงแรมหรูระดับ 5 ดาวที่เพิ่งคว้ารางวัล 🗝️🗝️🗝️ 3 MICHELIN Keys มาครองได้ในปี 2024 โดยคำว่า Caudalie (ที่มีรากศัพท์มาจากคำว่าหาง) เป็นหน่วยที่ใช้สำหรับวัดระยะเวลาของรสสุดท้ายของไวน์ที่ยังค้างอยู่ในปากหลังดื่มนั่นเอง ด้วยทำเลในเมือง Martillac ห่างออกมาจากนคร Bordeaux เพียง 20 นาทีโดยรถยนต์แต่กลับได้บรรยากาศอันเงียบสงบแบบชนบททำให้โรงแรมแห่งนี้ได้รับความนิยมและกล่าวถึงอย่างกว้างขวาง
ห้องรับประทานอาหารทั้ง 2 แห่งคือ La Grand'Vigne และ La Table du Lavoir ตั้งอยู่ไม่ไกลกันกับแผนกต้อนรับ
รูปที่ 32
ห้องรับประทานอาหารทั้ง 2 แห่งคือ La Grand'Vigne และ La Table du Lavoir ตั้งอยู่ไม่ไกลกันกับแผนกต้อนรับ
ทางเข้าโรงแรม
รูปที่ 33
ทางเข้าโรงแรม
เมื่อนำรถเข้าจอดลูกค้าจำเป็นจะต้องเดินผ่านอาคารสปาซึ่งโดดเด่นด้วย Vinothérapie หรือการใช้ผลิตภัณฑ์จากเมล็ดองุ่นซึ่งเต็มไปด้วยสาร Polyphenols มีสรรพคุณในการการบำรุงผิวและชลอวัย
รูปที่ 34
เมื่อนำรถเข้าจอดลูกค้าจำเป็นจะต้องเดินผ่านอาคารสปาซึ่งโดดเด่นด้วย Vinothérapie หรือการใช้ผลิตภัณฑ์จากเมล็ดองุ่นซึ่งเต็มไปด้วยสาร Polyphenols มีสรรพคุณในการการบำรุงผิวและชลอวัย
เมื่อขับรถผ่านถนนเล็ก ๆ เข้ามาจะพบกับตัวอาคารอันสวยงามที่ตั้งอยู่ใจกลางของไร่ไวน์ระดับ Grand Cru Classé อายุกว่า 600 ปีอย่าง Château Smith Haut-Lafitte ซึ่งเป็นไร่ไวน์ที่มีระบบการดูแลแบบ Manual อย่างเช่นการรดน้ำจากคนบนหลังม้า
รูปที่ 35
เมื่อขับรถผ่านถนนเล็ก ๆ เข้ามาจะพบกับตัวอาคารอันสวยงามที่ตั้งอยู่ใจกลางของไร่ไวน์ระดับ Grand Cru Classé อายุกว่า 600 ปีอย่าง Château Smith Haut-Lafitte ซึ่งเป็นไร่ไวน์ที่มีระบบการดูแลแบบ Manual อย่างเช่นการรดน้ำจากคนบนหลังม้า