
L'Orchidée · ลอร์กิเด
Thai, Asian Contemporary · อาหารไทย, อาหารเอเชียร่วมสมัย — Restaurant l’Orchidée, 33 Rue Gilardoni 68130 Altkirch
🎗 [INTRO] ในพิธีประกาศผลรางวัลร้านอาหารที่ได้รับการคัดเลือกในคู่มือ MICHELIN Guide ประเทศฝรั่งเศสปี 2019 นอกจากการได้รับรางวัล 3 MICHELIN Stars พร้อมกันของห้องอาหารชั้นสูงอย่าง Mirazur, Le Clos des Sens และ AM par Alexandre Mazzia แล้วยังมีอีกหนึ่งกระแสที่ได้กลายมาเป็นจุดสนใจของเหล่านักชิมทั่วทั้งทวีปยุโรปนั่นก็คือการคว้ารางวัล 1 MICHELIN Star ของ L'Orchidée ห้องอาหารไทยร่วมสมัยในแคว้น Alsace จนได้รับการบันทึกให้เป็นห้องอาหารไทยแห่งแรกที่สามารถคว้ารางวัลอันทรงเกียรตินี้มาครองได้บนผืนแผ่นดินประเทศฝรั่งเศสเลยทีเดียว
🎗 [THE PLACE] L'Orchidée ตั้งอยู่ใน Altkirch เมืองเล็ก ๆ ในแคว้น Alsace บริเวณพรมแดนประเทศฝรั่งเศส สวิสเซอร์แลนด์ และเยอรมนี หากเริ่มต้นการเดินทางจากเมืองท่องเที่ยวอย่าง Colmar อาจใช้ระยะเวลาราว 50 นาทีสำหรับการเดินทางด้วยรถยนต์หรือราว 35 นาทีสำหรับใครที่เริ่มต้นจากนคร Basel ลูกค้าสามารถจอดรถได้ริมถนนหน้าร้าน บริเวณทางเข้ามีตุ๊กตาไม้อย่างไทยวางประดับไว้ ภายในห้องอาหารมีขนาดไม่ใหญ่นักแต่กลับให้บรรยากาศที่อบอุ่น พนักงานให้บริการอย่างเป็นกันเอง ก่อนกลับเชฟฉัตรชัยจะเดินออกมาทักทายลูกค้าทุก ๆ คนพร้อมมอบรายการเมนูเขียนลงในสมุดพาสปอร์ตประเทศไทยให้เราติดไม้ติดมือกลับไปเป็นที่ระลึกอีกด้วย
🎗 [THE CHEF] ฉัตรชัย กลั่นกลอง (และพี่ชายคือคุณเกรียงไกร กลั่นกลอง) เกิดในจังหวัดเพชรบุรีโดยมีคุณแม่ไก่ทำงานขายอาหารริมทางเพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัว กระทั่งวันหนึ่งเธอได้พบรักกับชายชาวฝรั่งเศส Jean-Luc Rasser และย้ายมาตั้งรกรากใหม่ใน Jettingen เมืองเล็ก ๆ ในแคว้น Alsace ตั้งแต่คุณฉัตรชัยมีอายุได้เพียง 7 ขวบ สำหรับเส้นทางสายอาชีพเชฟนั้นคุณฉัตรชัยได้รับแรงบันดาลใจจากคุณแม่ไก่มาเต็ม ๆ โดยเขาเริ่มฝึกงานกับห้องอาหาร Le Trianon ในเมือง Saint-Louis ต่อด้วย Rendez-vous de Chasse ในเมือง Colmar รวมไปถึงการรับงานในตำแหน่ง Chef de Cuisine ให้กับห้องอาหารระดับสูงในแถบ Basel บริเวณชายแดนประเทศสวิสเซอแลนด์-ฝรั่งเศสอีกด้วย ครั้นสั่งสมประสบการณ์มานานกว่า 10 ปีพี่ชายของเขาคือคุณเกรียงไกรได้เอ่ยปากชักชวนให้คุณฉัตรชัยกลับมาเปิดร้านอาหารเป็นของตัวเองในเดือนตุลาคมปี 2017 โดยเลือกใช้คำว่า L'Orchidée ซึ่งแปลว่าดอกกล้วยไม้ (Orchid) มาตั้งเป็นชื่อร้าน อาจเพราะอาหารไทยร่วมสมัยถือเป็นสิ่งที่ค่อนข้างใหม่สำหรับภูมิภาค Alsace ทำให้ในช่วงแรกตัวร้านยังไม่ได้รับความนิยมจากคนท้องถิ่นมากนักจนกระทั่งการได้รับมอบรางวัล 🌟 1 MICHELIN Star ในพิธีประกาศผลรางวัลร้านอาหารที่ได้รับการคัดเลือกในคู่มือ MICHELIN Guide ประเทศฝรั่งเศสประจำปี 2019 ทำให้ L'Orchidée กลายเป็นห้องอาหารไทยแห่งแรกและแห่งเดียวในประวัติศาสตร์ประเทศฝรั่งเศสที่สามารถคว้ารางวัลอันทรงเกียรตินี้ไปครองได้นั่นเอง
🎗 [THE FOOD] ห้องอาหาร L'Orchidée นำเสนออาหารไทยที่ผ่านการจัดเตรียมโดยใช้เทคนิคฝรั่งเศสยุคใหม่ ลูกค้าสามารถเลือกชิมอาหารแบบ À La Carte กันได้ตามใจโดยมีราคาต่อจานอยู่ที่ราว ๆ 14-49 € แต่เราขอแนะนำ Menu Déjuner (55 €/p) จำนวน 3 คอร์สซึ่งจัดเสิร์ฟเฉพาะช่วงกลางวันโดยแต่ละคนยังสามารถเลือกอาหารที่แตกต่างกันออกไปได้ ถัดมาคือ Menu Evasion (75 €/p) เซ็ตเมนูจำนวน 4 คอร์สที่เชฟจะเป็นคนเลือกและเตรียมให้กับลูกค้าทุกคนในโต๊ะนั้น ๆ สุดท้ายคือ Menu Création (95 €/p) เซ็ตเมนูจำนวน 6 คอร์สที่เราได้เลือกชิมในวันนี้ซึ่งเชฟฉัตรชัยได้เลือกเมนูเด็ดประจำร้านมาให้ลิ้มลองกันโดยมีจานที่เตรียมออกมาได้อย่างโดดเด่นคือ
✨ Trout Tartare
เริ่มต้นคอร์สแรกด้วยทาทาร์ที่ได้จากการนำเนื้อปลาเทราท์ท้องถิ่นของภูมิภาค Alsace มาสับเป็นทาทาร์ จากนั้น Perfumed กลิ่นของยูซุ, Citronella และข่าลงไป เลเยอร์ตรงกลางคือกรานิต้าเย็น ๆ ที่มีอโรมาของข่าช่วยเรียกความสดชื่น เลเยอร์ชั้นบนสุดคือไข่ปลาเทราท์ให้เนื้อสัมผัสค่อนข้างหนึบ มีอัตราส่วนน้ำน้อยกว่าและมีกลิ่นเบากว่าไข่ปลาแซลมอนนอร์เวย์ที่เราคุ้นเคยกัน ที่โต๊ะพนักงานจะเท Coconut Milk Emulsion ที่มีกลิ่นของสมุนไพรต่าง ๆ ทั้งข่า ใบมะกรูดช่วยเชื่อมแต่ละองค์ประกอบเข้าด้วยกัน สุดท้ายคือองค์ประกอบของ Alsatian Grape หรือองุ่นสายพันธุ์ท้องถิ่นจาก Tagsdorf หมู่บ้านเล็ก ๆ ไม่ไกลกันจากตัวร้าน ทั้งยังได้รับการการันตีด้วย Label Rouge Certification เพื่อช่วยบาลานซ์รสชาติของสมุนไพรอื่น ๆ ในจานได้อย่างลงตัว (15/20)
✨ Egg Yolk / Wild Garlic / Morels
หนึ่งในจานที่ดีที่สุดในวันนี้ต้องให้กับไข่แดงที่ผ่านการกงฟีในน้ำมันด้วยไฟอ่อน ๆ จนสุกวางอยู่ที่ก้นจานเคียงคู่กับเห็ด Shiitake และ Morels ด้านบนคือ Champignon de Paris แล่มาบาง ๆ คล้ายกับ Carpaccio โรยด้วยผงสีดำทำมาจากกระเทียมดำ เพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสด้วยการใส่ข้าวพองและครูตองกรอบ สุดท้ายคือ Emulsion สีเขียวที่ผสมผสานแกงเขียวหวาน, น้ำกะทิ และกระเทียมป่าเข้าด้วยกัน แกงเขียวหวานแม้สีสันจะดูสดใสแต่ต้องยอมรับว่าเมื่อตักชิมแล้วมีกลิ่นอายของแกงเขียวหวานอย่างไทยอยู่ไม่น้อย ไข่แดงกงฟีให้เนื้อสัมผัสที่เคี้ยวหนึบและครีมมี่ เห็ดต่าง ๆ ให้เนื้อสัมผัสความนุ่มที่แตกต่างกันรวมไปถึงข้าวพองและครูตองก็ทำหน้าที่เพิ่มความกรอบอย่างมีมิติให้กับจานได้อย่างพอเหมาะ จุดสังเกตเดียวคือการที่ใส่ไข่แดงกงฟีมาถึง 2 ฟองอาจทำให้บางคนรู้สึกหนักไปบ้างสำหรับอาหารคอร์สที่ 2 นั่นเอง (15/20)
✨ Sisteron Lamb / Eggplant / Tamarind
เมนคอร์สจานสุดท้ายคือเนื้อลูกแกะจาก Sisteron เมืองเล็ก ๆ ท่ามกลางหุบเขาในแคว้น Provence เชฟย่างมาในสไตล์ Japanese Barbecue เสิร์ฟมาที่ความสุกระดับ Medium Rare ทำให้เนื้อสัมผัสค่อนข้างนุ่มทั้งยังมีอัตราส่วนไขมันค่อนข้างสูง รอบ ๆ คือ Tamarind Juice หรือซอสมะขามช่วยเสริมรสอมเปรี้ยวได้อย่างพอดิบพอดี ข้างกันคือ Chinese Eggplant นุ่ม ๆ ท็อปด้านบนด้วยองค์ประกอบจากพริกไทย ผักโขม และกระเทียมดำให้รสชาติและอโรมาที่แตกต่างกันออกไป เนื้อลูกแกะเสิร์ฟมาให้รับประทานควบคู่ไปกับ Espuma มันหวาน ด้านบนท็อปด้วย Espelette Pepper หรือพริกไทยจากตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศฝรั่งเศสนั่นเอง (15/20)
🎗 [WHY GO] แม้จะไม่ใช่ห้องอาหารไทยดั้งเดิมแต่ L'Orchidée สามารถผสมผสานรสชาติความเป็นไทยเข้ากับเทคนิคการปรุงอย่างฝรั่งเศสชั้นสูงออกมาได้อย่างลงตัว ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 55 €/p ทำให้ตัวร้านสามารถเข้าถึงได้ง่ายจากลูกค้าทุกกลุ่ม สำหรับใครที่มีรถยนต์และวางแผนเดินทางมาท่องเที่ยวแถบแคว้น Alsace อาจลองเพิ่ม L'Orchidée เข้าไปอยู่ในแพลนเพื่อลิ้มลองประสบการณ์อาหารไทยที่แปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร
ภาพของร้านอาหาร
ทั้งหมด 33 รูป

![🎗 [THE CHEF] ฉัตรชัย กลั่นกลอง (และพี่ชายคือคุณเกรียงไกร กลั่นกลอง) เกิดในจังหวัดเพชรบุรีโดยมีคุณแม่ไก่ทำงานขายอาหารริมทางเพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัว กระทั่งวันหนึ่งเธอได้พบรักกับชายชาวฝรั่งเศส Jean-Luc Rasser และย้ายมาตั้งรกรากใหม่ใน Jettingen เมืองเล็ก ๆ ในแคว้น Alsace ตั้งแต่คุณฉัตรชัยมีอายุได้เพียง 7 ขวบ สำหรับเส้นทางสายอาชีพเชฟนั้นคุณฉัตรชัยได้รับแรงบันดาลใจจากคุณแม่ไก่มาเต็ม ๆ โดยเขาเริ่มฝึกงานกับห้องอาหาร Le Trianon ในเมือง Saint-Louis ต่อด้วย Rendez-vous de Chasse ในเมือง Colmar รวมไปถึงการรับงานในตำแหน่ง Chef de Cuisine ให้กับห้องอาหารระดับสูงในแถบ Basel บริเวณชายแดนประเทศสวิสเซอแลนด์-ฝรั่งเศสอีกด้วย ครั้นสั่งสมประสบการณ์มานานกว่า 10 ปีพี่ชายของเขาคือคุณเกรียงไกรได้เอ่ยปากชักชวนให้คุณฉัตรชัยกลับมาเปิดร้านอาหารเป็นของตัวเองในเดือนตุลาคมปี 2017 โดยเลือกใช้คำว่า L'Orchidée ซึ่งแปลว่าดอกกล้วยไม้ (Orchid) มาตั้งเป็นชื่อร้าน](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2022/11/278926892_7809490292459033_2275075042152884705_n.webp)




























![🎗 [WHY GO] แม้จะไม่ใช่ห้องอาหารไทยดั้งเดิมแต่ L'Orchidée สามารถผสมผสานรสชาติความเป็นไทยเข้ากับเทคนิคการปรุงอย่างฝรั่งเศสชั้นสูงออกมาได้อย่างลงตัว ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 55 €/p ทำให้ตัวร้านสามารถเข้าถึงได้ง่ายจากลูกค้าทุกกลุ่ม สำหรับใครที่มีรถยนต์และวางแผนเดินทางมาท่องเที่ยวแถบแคว้น Alsace อาจลองเพิ่ม L'Orchidée เข้าไปอยู่ในแพลนเพื่อลิ้มลองประสบการณ์อาหารไทยที่แปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2022/11/278840120_7809490419125687_3800520297523812191_n.webp)


