
L'Oliva · โลลิว่า
Italian · อาหารอิตาเลียน — สุขุมวิท 36, ซอยนภาศัพท์ แยก 2 เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร
🎗 L'Oliva แปลตรงตัวว่าต้นมะกอก เป็นห้องอาหารอิตาเลียนพื้นบ้านที่เปิดทำการมาได้ 1 ปี เมื่อขับรถเข้าไปในซอยนภาศัพท์ แยก 2 ให้สังเกตุฝั่งขวามือจะพบกับบ้านสองชั้นทาด้วยสีดำ ก่อนเข้าร้านให้สังเกตุบริเวณประตูจะพบกับต้นมะกอกสองต้นที่คุณ Nicolino หุ้นส่วนร้านนำกลับมาจากประเทศอิตาลีอันเป็นที่มาของชื่อร้านนั่นเอง เดินเข้าไปจะพบกับเลาจน์และไวน์บาร์สำหรับจัดเตรียมเครื่องดื่ม ฝั่งห้องทานอาหารหลักตกแต่งแบบรัสติคโดยจะมีความเป็นทางการขึ้นมาเล็กน้อยแต่ยังคงความ Cozy และเป็นกันเองของพนักงานตามประสาร้านอาหารอิตาเลียน ผนังร้านฝั่งหนึ่งเป็นกระจกใสทำให้แสงภายนอกสาดส่องเข้ามาในร้านช่วงกลางวัน ด้านหลังเป็นห้อง Glasshouse เพิ่มความเป็นส่วนตัวสำหรับรองรับลูกค้าที่มาทานกันเป็นกลุ่ม อย่างไรก็ตามสิ่งที่ทำให้ L'Oliva โดดเด่นขึ้นมาจากห้องอาหารอื่นๆในบริเวณใกล้เคียงคือพื้นที่อันกว้างขวาง ทางร้านจัดเตรียมที่จอดรถที่มีขนาดใหญ่เพียงพอสำหรับรองรับลูกค้าได้ทุกคน ทั้งยังมีพื้นที่สวนสำหรับกิจกรรม Outdoor และปลูกพืชผักต่างๆสำหรับนำมาใช้ประกอบอาหารอีกด้วย
🎗 หนึ่งในหุ้นส่วนร้านคุณ Nicolino Pasquini เกิดและเติบโตในแคว้น Abruzzo ทางตะวันออกของกรุงโรมเมืองหลวงทำให้เมนูอาหารที่นี่มีกลิ่นอายของอาหาร Abruzzese แฝงอยู่มากมายหลายจานสังเกตุได้จากรูปบ้านในรายการเมนูซึ่งบ่งบอกถึง House specialty นั่นเอง ห้ามพลาด Pasta alla Chitarra และ Chitarrina พาสต้าที่มีต้นกำเนิดมาจากแคว้น Abruzzo โดยตรง ทั้งยังเป็นพาสต้าที่ต้องใช้อุปกรณ์ชื่อเดียวกันที่มีลักษณะคล้ายสายกีต้าร์ในการตัดแป้งทำให้แม้หน้าตาของเส้นพาสต้าจะดูคล้ายสปาเก็ตตี้แต่สังเกตุดีๆจะพบว่าพาสต้าจากเครื่อง Chitarra มีผิวสัมผัสที่ไม่เรียบเนียนและสามารถดึงน้ำซอสให้ติดกับเส้นได้มากขึ้นกว่าเดิม นอกจากนี้ยังมี Timbalo Abruzzese ลาซัญญาที่มีต้นกำเนิดมาจากแคว้น Abruzzo โดยตรง แต่ละชั้นของแผ่นพาสต้าจะมีเลเยอร์ของชีส Scamorza แทรกเอาไว้จับคู่กับน้ำซอสมะเขือเทศเข้าได้ดีมากจริงๆ สุดท้ายสิ่งที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เมื่อแวะไปทานห้องอาหารอิตาลีในช่วงฤดูหนาวปลายปีนั่นก็คือ Tartufo Bianco D'Alba หรือทรัฟเฟิลขาวจากตลาดประมูลในเมือง Alba ในแคว้น Piemonte ซึ่งเป็นวัตถุดิบประกอบอาหารที่มีราคาสูงที่สุดชนิดหนึ่งของโลกจนได้รับการขนานนามว่า White Gold กันเลยทีเดียว วันนี้เชฟเสิร์ฟมากับพาสต้าเส้นไข่ที่เรียกว่า Taglierini และซอสทำมาจากชีสพามิเจียโน เรจเจียโนอายุ 24 เดือน แม้ราคาอาจจะสูงเด่นกว่าจานอื่นสักหน่อยแต่ใครที่สู้ไหวบอกเลยว่าฟินจนน้ำตาไหลกลับไปอย่างแน่นอน
🎗 รสชาติอาหารถือว่าทำออกมาได้ดีสมกับเป็นห้องอาหารอิตาเลียนชั้นดี คุณ Nicolino สามารถนำเสนอรากเหง้าและตัวตนของอาหาร Abruzzese ออกมาได้อย่างชัดเจน ราคาอาหารทุกจานสมเหตุสมผลและคุ้มค่ามากๆเทียบกับสิ่งที่ได้รับ เราขอแนะนำให้ L'Oliva เป็นหนึ่งในตัวเลือกแรกๆสำหรับเพื่อนๆที่เฟ้นหาห้องอาหารอิตาเลียนที่ดีที่สุดในกรุงเทพฯ
ภาพของร้านอาหาร
ทั้งหมด 33 รูป

































