GASTRONOME THAILAND by ตามล่า Fine Dining
L'Oliva
Others

ThailandL'Oliva · โลลิว่า

Italian · อาหารอิตาเลียน — สุขุมวิท 36, ซอยนภาศัพท์ แยก 2 เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร

🎗 L'Oliva แปลตรงตัวว่าต้นมะกอก เป็นห้องอาหารอิตาเลียนพื้นบ้านที่เปิดทำการมาได้ 1 ปี เมื่อขับรถเข้าไปในซอยนภาศัพท์ แยก 2 ให้สังเกตุฝั่งขวามือจะพบกับบ้านสองชั้นทาด้วยสีดำ ก่อนเข้าร้านให้สังเกตุบริเวณประตูจะพบกับต้นมะกอกสองต้นที่คุณ Nicolino หุ้นส่วนร้านนำกลับมาจากประเทศอิตาลีอันเป็นที่มาของชื่อร้านนั่นเอง เดินเข้าไปจะพบกับเลาจน์และไวน์บาร์สำหรับจัดเตรียมเครื่องดื่ม ฝั่งห้องทานอาหารหลักตกแต่งแบบรัสติคโดยจะมีความเป็นทางการขึ้นมาเล็กน้อยแต่ยังคงความ Cozy และเป็นกันเองของพนักงานตามประสาร้านอาหารอิตาเลียน ผนังร้านฝั่งหนึ่งเป็นกระจกใสทำให้แสงภายนอกสาดส่องเข้ามาในร้านช่วงกลางวัน ด้านหลังเป็นห้อง Glasshouse เพิ่มความเป็นส่วนตัวสำหรับรองรับลูกค้าที่มาทานกันเป็นกลุ่ม อย่างไรก็ตามสิ่งที่ทำให้ L'Oliva โดดเด่นขึ้นมาจากห้องอาหารอื่นๆในบริเวณใกล้เคียงคือพื้นที่อันกว้างขวาง ทางร้านจัดเตรียมที่จอดรถที่มีขนาดใหญ่เพียงพอสำหรับรองรับลูกค้าได้ทุกคน ทั้งยังมีพื้นที่สวนสำหรับกิจกรรม Outdoor และปลูกพืชผักต่างๆสำหรับนำมาใช้ประกอบอาหารอีกด้วย

🎗 หนึ่งในหุ้นส่วนร้านคุณ Nicolino Pasquini เกิดและเติบโตในแคว้น Abruzzo ทางตะวันออกของกรุงโรมเมืองหลวงทำให้เมนูอาหารที่นี่มีกลิ่นอายของอาหาร Abruzzese แฝงอยู่มากมายหลายจานสังเกตุได้จากรูปบ้านในรายการเมนูซึ่งบ่งบอกถึง House specialty นั่นเอง ห้ามพลาด Pasta alla Chitarra และ Chitarrina พาสต้าที่มีต้นกำเนิดมาจากแคว้น Abruzzo โดยตรง ทั้งยังเป็นพาสต้าที่ต้องใช้อุปกรณ์ชื่อเดียวกันที่มีลักษณะคล้ายสายกีต้าร์ในการตัดแป้งทำให้แม้หน้าตาของเส้นพาสต้าจะดูคล้ายสปาเก็ตตี้แต่สังเกตุดีๆจะพบว่าพาสต้าจากเครื่อง Chitarra มีผิวสัมผัสที่ไม่เรียบเนียนและสามารถดึงน้ำซอสให้ติดกับเส้นได้มากขึ้นกว่าเดิม นอกจากนี้ยังมี Timbalo Abruzzese ลาซัญญาที่มีต้นกำเนิดมาจากแคว้น Abruzzo โดยตรง แต่ละชั้นของแผ่นพาสต้าจะมีเลเยอร์ของชีส Scamorza แทรกเอาไว้จับคู่กับน้ำซอสมะเขือเทศเข้าได้ดีมากจริงๆ สุดท้ายสิ่งที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เมื่อแวะไปทานห้องอาหารอิตาลีในช่วงฤดูหนาวปลายปีนั่นก็คือ Tartufo Bianco D'Alba หรือทรัฟเฟิลขาวจากตลาดประมูลในเมือง Alba ในแคว้น Piemonte ซึ่งเป็นวัตถุดิบประกอบอาหารที่มีราคาสูงที่สุดชนิดหนึ่งของโลกจนได้รับการขนานนามว่า White Gold กันเลยทีเดียว วันนี้เชฟเสิร์ฟมากับพาสต้าเส้นไข่ที่เรียกว่า Taglierini และซอสทำมาจากชีสพามิเจียโน เรจเจียโนอายุ 24 เดือน แม้ราคาอาจจะสูงเด่นกว่าจานอื่นสักหน่อยแต่ใครที่สู้ไหวบอกเลยว่าฟินจนน้ำตาไหลกลับไปอย่างแน่นอน

🎗 รสชาติอาหารถือว่าทำออกมาได้ดีสมกับเป็นห้องอาหารอิตาเลียนชั้นดี คุณ Nicolino สามารถนำเสนอรากเหง้าและตัวตนของอาหาร Abruzzese ออกมาได้อย่างชัดเจน ราคาอาหารทุกจานสมเหตุสมผลและคุ้มค่ามากๆเทียบกับสิ่งที่ได้รับ เราขอแนะนำให้ L'Oliva เป็นหนึ่งในตัวเลือกแรกๆสำหรับเพื่อนๆที่เฟ้นหาห้องอาหารอิตาเลียนที่ดีที่สุดในกรุงเทพฯ

ภาพของร้านอาหาร

ทั้งหมด 33 รูป

🇹🇭 L'Oliva - โลลิว่า 🍴 Italian - อาหารอิตาเลียน
รูปที่ 1
🇹🇭 L'Oliva - โลลิว่า 🍴 Italian - อาหารอิตาเลียน
รีวิววันนี้แอดขอพาเพื่อนๆไปพบกับห้องอาหารอิตาเลียนสไตล์พื้นบ้านที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในย่านทองหล่อ ตัวร้านมีชื่อว่า L'Oliva ซึ่งแปลตรงตัวว่าต้นมะกอก
รูปที่ 2
รีวิววันนี้แอดขอพาเพื่อนๆไปพบกับห้องอาหารอิตาเลียนสไตล์พื้นบ้านที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในย่านทองหล่อ ตัวร้านมีชื่อว่า L'Oliva ซึ่งแปลตรงตัวว่าต้นมะกอก
ภายในห้องทานอาหารหลักตกแต่งแบบรัสติคโดยจะมีความเป็นทางการขึ้นมาเล็กน้อยแต่ยังคงความ Cozy และเป็นกันเองของพนักงานตามประสาร้านอาหารอิตาเลียน
รูปที่ 3
ภายในห้องทานอาหารหลักตกแต่งแบบรัสติคโดยจะมีความเป็นทางการขึ้นมาเล็กน้อยแต่ยังคงความ Cozy และเป็นกันเองของพนักงานตามประสาร้านอาหารอิตาเลียน
TAGLIERINI AL TARTUFO BIANCO D'ALBA (2,500++) With Parmigiano Reggiano 24 Month Aged, Crispy Guanciale and Fresh Alba White Truffle จานที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดในค่ำคืนนี้เป็นของขวัญสุดพิเศษที่ธรรมชาติมอบให้มวลมนุษย์บชาติสายกินในทุกฤดูหนาว (ขนาดนั้นเลย 😂) นั่นก็คือ White Truffle หรือ “เห็ดทรัฟเฟิลขาว” จากตลาดประมูลแห่งเมือง Alba แคว้น Piemonte ทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี เชฟจะนำเสิร์ฟมาเป็น Taglierini พาสต้าเส้นไข่ที่มีต้นตำรับมาจากแคว้น Piemonte เช่นกันปรุงมาในครีมชีสพามิเจียโน เรจเจียโน อายุ 24 เดือน จากนั้นจะนำ Alba White Truffle มาสไลด์สดๆลงไปต่อหน้าลูกค้าบนโต๊ะ (15/20)
รูปที่ 4
TAGLIERINI AL TARTUFO BIANCO D'ALBA (2,500++) With Parmigiano Reggiano 24 Month Aged, Crispy Guanciale and Fresh Alba White Truffle จานที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดในค่ำคืนนี้เป็นของขวัญสุดพิเศษที่ธรรมชาติมอบให้มวลมนุษย์บชาติสายกินในทุกฤดูหนาว (ขนาดนั้นเลย 😂) นั่นก็คือ White Truffle หรือ “เห็ดทรัฟเฟิลขาว” จากตลาดประมูลแห่งเมือง Alba แคว้น Piemonte ทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี เชฟจะนำเสิร์ฟมาเป็น Taglierini พาสต้าเส้นไข่ที่มีต้นตำรับมาจากแคว้น Piemonte เช่นกันปรุงมาในครีมชีสพามิเจียโน เรจเจียโน อายุ 24 เดือน จากนั้นจะนำ Alba White Truffle มาสไลด์สดๆลงไปต่อหน้าลูกค้าบนโต๊ะ (15/20)
TAGLIERINI AL TARTUFO BIANCO D'ALBA (2,500++) With Parmigiano Reggiano 24 Month Aged, Crispy Guanciale and Fresh Alba White Truffle ด้วยความที่เป็นพาสต้าเส้นไข่จึงมีความนุ่ม ละมุนลิ้นต่างไปจากแป้งพาสต้าปกติชัดเจน ซอสครีมพาเมซานหอม มัน เค็มนิดๆ กลมกล่อม ไฮไลท์ขอวจานนี้หนีไม่พ้นอโรมาของวะตถุดิบราคาแพงอย่างทรัฟเฟิลขาวจากตลาดประมูลเมืองอัลบาที่ส่งกลิ่นหอมคลุ้งไปทั่วทั้งโต๊ะ ทานแล้วน้ำตาแทบจะไหลออกมา บอกเลยว่าฟินสุดๆ (15/20)
รูปที่ 5
TAGLIERINI AL TARTUFO BIANCO D'ALBA (2,500++) With Parmigiano Reggiano 24 Month Aged, Crispy Guanciale and Fresh Alba White Truffle ด้วยความที่เป็นพาสต้าเส้นไข่จึงมีความนุ่ม ละมุนลิ้นต่างไปจากแป้งพาสต้าปกติชัดเจน ซอสครีมพาเมซานหอม มัน เค็มนิดๆ กลมกล่อม ไฮไลท์ขอวจานนี้หนีไม่พ้นอโรมาของวะตถุดิบราคาแพงอย่างทรัฟเฟิลขาวจากตลาดประมูลเมืองอัลบาที่ส่งกลิ่นหอมคลุ้งไปทั่วทั้งโต๊ะ ทานแล้วน้ำตาแทบจะไหลออกมา บอกเลยว่าฟินสุดๆ (15/20)
TAGLIERINI AL TARTUFO BIANCO D'ALBA (2,500++) With Parmigiano Reggiano 24 Month Aged, Crispy Guanciale and Fresh Alba White Truffle ข้างกันคือฆวนเชียเล่หรือแก้มหมูทอดกรอบ เนื้อสัมผัสนุ่ม เบา รสเค็มกำลังดี สุดยอดมากๆเช่นกัน (15/20)
รูปที่ 6
TAGLIERINI AL TARTUFO BIANCO D'ALBA (2,500++) With Parmigiano Reggiano 24 Month Aged, Crispy Guanciale and Fresh Alba White Truffle ข้างกันคือฆวนเชียเล่หรือแก้มหมูทอดกรอบ เนื้อสัมผัสนุ่ม เบา รสเค็มกำลังดี สุดยอดมากๆเช่นกัน (15/20)
TAGLIERINI AL TARTUFO BIANCO D'ALBA (2,500++) With Parmigiano Reggiano 24 Month Aged, Crispy Guanciale and Fresh Alba White Truffle ซูมเข้าไปให้เห็นกันชัดๆกับวัตถุดิบที่ได้รับการขนานนามว่า White Gold (15/20)
รูปที่ 7
TAGLIERINI AL TARTUFO BIANCO D'ALBA (2,500++) With Parmigiano Reggiano 24 Month Aged, Crispy Guanciale and Fresh Alba White Truffle ซูมเข้าไปให้เห็นกันชัดๆกับวัตถุดิบที่ได้รับการขนานนามว่า White Gold (15/20)
POLPO GRIGLIATO ALLO ZAFFERANO (860++) Grilled Octopus Tentacles, Saffron Cream, Potato, Tomato and Mushrooms เริ่มต้นด้วย Antipasti หรืออาหารเรียกน้ำย่อยจานเด็ดคือ “ปัลโป” หรือหนวดหมึกยักษ์นำเข้าจากทะเลเมดิเตอเรเนียนเสิร์ฟมาเป็นชิ้นขนาดพอดีคำ เนื้อสัมผัสหมึกนุ่ม หนึบ พอดีมากๆ ด้านล่างเป็นแซฟรอนครีมสีเหลืองทานแล้วมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวของหญ้าฝรั่นชัดเจนแต่ไม่แรงจนเกินไป แนะนำให้ทานสลับกับมันฝรั่ง หน่อไม่ฝรั่ง เห็ด และมะเขือเทศ (14/20)
รูปที่ 8
POLPO GRIGLIATO ALLO ZAFFERANO (860++) Grilled Octopus Tentacles, Saffron Cream, Potato, Tomato and Mushrooms เริ่มต้นด้วย Antipasti หรืออาหารเรียกน้ำย่อยจานเด็ดคือ “ปัลโป” หรือหนวดหมึกยักษ์นำเข้าจากทะเลเมดิเตอเรเนียนเสิร์ฟมาเป็นชิ้นขนาดพอดีคำ เนื้อสัมผัสหมึกนุ่ม หนึบ พอดีมากๆ ด้านล่างเป็นแซฟรอนครีมสีเหลืองทานแล้วมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวของหญ้าฝรั่นชัดเจนแต่ไม่แรงจนเกินไป แนะนำให้ทานสลับกับมันฝรั่ง หน่อไม่ฝรั่ง เห็ด และมะเขือเทศ (14/20)
TIMBALLO ABRUZZESE (420++) Abruzzo's Traditional Lasagna, Beef, Pork, Tomato Sauce & Scamorza Cheese ถัดมาคือ “ลาซัญญา” สูตรพิเศษจากแคว้น Abruzzo บ้านเกิดของเชฟเสิร์ฟมาในถ้วยเซรามิคสีแดงดูน่าทาน ด้านในเป็นแผ่นพาสต้าที่วางเรียงกันเป็นชั้นๆ ในแต่ละเลเยอร์จะแทรกด้วยชีสสกามอร์ซ่าซึ่งเป็นชีสนมควายในกลุ่มมอซซาเรลล่าที่คุณ Nicolino นำเข้ามาจากแคว้น Campanis เอาไว้ด้วย ส่วนตัวซอสนั้นทำมาจากเนื้อวัวและหมูผสมกันกับมะเขือเทศให้รสชาติเข้มข้นปนอุมามิ ด้านบนโรยด้วยชีสสกามอร์ซ่าเพื่อให้มีรสเค็มมาเพิ่มมิติทางรสชาติใช้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น (13/20)
รูปที่ 9
TIMBALLO ABRUZZESE (420++) Abruzzo's Traditional Lasagna, Beef, Pork, Tomato Sauce & Scamorza Cheese ถัดมาคือ “ลาซัญญา” สูตรพิเศษจากแคว้น Abruzzo บ้านเกิดของเชฟเสิร์ฟมาในถ้วยเซรามิคสีแดงดูน่าทาน ด้านในเป็นแผ่นพาสต้าที่วางเรียงกันเป็นชั้นๆ ในแต่ละเลเยอร์จะแทรกด้วยชีสสกามอร์ซ่าซึ่งเป็นชีสนมควายในกลุ่มมอซซาเรลล่าที่คุณ Nicolino นำเข้ามาจากแคว้น Campanis เอาไว้ด้วย ส่วนตัวซอสนั้นทำมาจากเนื้อวัวและหมูผสมกันกับมะเขือเทศให้รสชาติเข้มข้นปนอุมามิ ด้านบนโรยด้วยชีสสกามอร์ซ่าเพื่อให้มีรสเค็มมาเพิ่มมิติทางรสชาติใช้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น (13/20)
TIMBALLO ABRUZZESE (420++) Abruzzo's Traditional Lasagna, Beef, Pork, Tomato Sauce & Scamorza Cheese ตัดออกมาจะพบกับแผ่นพาสต้าวางเรียงกันเป็นชั้นๆและซอสที่อยู่ด้านล่างดูสวยงามน่าทาน (13/20)
รูปที่ 10
TIMBALLO ABRUZZESE (420++) Abruzzo's Traditional Lasagna, Beef, Pork, Tomato Sauce & Scamorza Cheese ตัดออกมาจะพบกับแผ่นพาสต้าวางเรียงกันเป็นชั้นๆและซอสที่อยู่ด้านล่างดูสวยงามน่าทาน (13/20)
RISOTTO ALLO ZAFFERANO CON SALSICCIA (400++) Italian Risotto with Parmesan Cream & Sausage เปลี่ยนจากเมนูเส้นมาเป็นข้าวรีซอตโต้ที่ปรุงในน้ำสต็อกจนสุก จากนั้นใส่องค์ประกอบหลักของจานคือแซฟฟรอนหรือหญ้าฝรั่นลงไปทำให้มีสีเหลือง ยังมีพาเมซานครีมหอมๆและพาเมซานขูดทอปมาที่ด้านบน ข้าวรีซอตโต้สุกกำลังดี เคี้ยวไปตงกลางจะมีความกรึบเพียงเบาๆ มีกลิ่นหอมเป็นอโรม่าเฉพาะตัวจากหญ้าฝรั่น เราชอบมากๆที่เชฟเลือกใส่ไส้กรอกนำเข้าจากประเทศอิตาลีลงไปด้วยเพิ่มเติมจาก Risotto Alla Milanese สูตรต้นตำรับทำให้มีมิติทางเนื้อสัมผัสที่เพิ่มขึ้นมา แนะนำให้ขอชีสเพิ่มสักนิดและทอปไปด้านบน เทียบกับราคาที่ตั้งไว้ถือเป็นจานที่ทำออกมาได้คุ้มค่ามากๆ (13/20)
รูปที่ 11
RISOTTO ALLO ZAFFERANO CON SALSICCIA (400++) Italian Risotto with Parmesan Cream & Sausage เปลี่ยนจากเมนูเส้นมาเป็นข้าวรีซอตโต้ที่ปรุงในน้ำสต็อกจนสุก จากนั้นใส่องค์ประกอบหลักของจานคือแซฟฟรอนหรือหญ้าฝรั่นลงไปทำให้มีสีเหลือง ยังมีพาเมซานครีมหอมๆและพาเมซานขูดทอปมาที่ด้านบน ข้าวรีซอตโต้สุกกำลังดี เคี้ยวไปตงกลางจะมีความกรึบเพียงเบาๆ มีกลิ่นหอมเป็นอโรม่าเฉพาะตัวจากหญ้าฝรั่น เราชอบมากๆที่เชฟเลือกใส่ไส้กรอกนำเข้าจากประเทศอิตาลีลงไปด้วยเพิ่มเติมจาก Risotto Alla Milanese สูตรต้นตำรับทำให้มีมิติทางเนื้อสัมผัสที่เพิ่มขึ้นมา แนะนำให้ขอชีสเพิ่มสักนิดและทอปไปด้านบน เทียบกับราคาที่ตั้งไว้ถือเป็นจานที่ทำออกมาได้คุ้มค่ามากๆ (13/20)
BRANZINO AL SALE (650++) Whole Sea Bass Fish Baked in Salt Crust with Lemon มาถึง Secondi หรือเมนคอร์สเราเลือกทานเป็น “ปลากระพง” ที่เชฟนำไปหุ้มด้วยเกลือหนาทั้งตัว เราเรียกกระบวนนี้ว่าการทำซอลท์ครัสท์ จากนั้นจึงนำไปอบแล้วเสิร์ฟมาบนบอร์ดขนาดใหญ่ (13/20)
รูปที่ 12
BRANZINO AL SALE (650++) Whole Sea Bass Fish Baked in Salt Crust with Lemon มาถึง Secondi หรือเมนคอร์สเราเลือกทานเป็น “ปลากระพง” ที่เชฟนำไปหุ้มด้วยเกลือหนาทั้งตัว เราเรียกกระบวนนี้ว่าการทำซอลท์ครัสท์ จากนั้นจึงนำไปอบแล้วเสิร์ฟมาบนบอร์ดขนาดใหญ่ (13/20)
BRANZINO AL SALE (650++) Whole Sea Bass Fish Baked in Salt Crust with Lemon พนักงานจะนำปลามาแล่หนังออกต่อหน้าลูกค้าบนโต๊ะ แล้วเสิร์ฟมาคู่กับสลัดผักที่ราดด้วยน้ำส้มสายชูบัลซามิค (13/20)
รูปที่ 13
BRANZINO AL SALE (650++) Whole Sea Bass Fish Baked in Salt Crust with Lemon พนักงานจะนำปลามาแล่หนังออกต่อหน้าลูกค้าบนโต๊ะ แล้วเสิร์ฟมาคู่กับสลัดผักที่ราดด้วยน้ำส้มสายชูบัลซามิค (13/20)
BRANZINO AL SALE (650++) Whole Sea Bass Fish Baked in Salt Crust with Lemon ข้อดีของการทำซอลท์ครัสน์คือน้ำที่ไหลออกมาจากตัวปลาจะถูกเกลือดูดออกทำให้เนื้อปลามีความนุ่ม ไม่แฉะแบบปลากระพงที่เราทานกันทั่วไป ทั้งยังมีรสเค็มนิดๆกำลังดี (13/20)
รูปที่ 14
BRANZINO AL SALE (650++) Whole Sea Bass Fish Baked in Salt Crust with Lemon ข้อดีของการทำซอลท์ครัสน์คือน้ำที่ไหลออกมาจากตัวปลาจะถูกเกลือดูดออกทำให้เนื้อปลามีความนุ่ม ไม่แฉะแบบปลากระพงที่เราทานกันทั่วไป ทั้งยังมีรสเค็มนิดๆกำลังดี (13/20)
BRANZINO AL SALE (650++) Whole Sea Bass Fish Baked in Salt Crust with Lemon ลูกค้าสามารถเลือกทานคู่กับเลมอนซึ่งเราแนะนำอันนี้ หรือจะเป็นซอสซีฟู้ดแบบไทยและซอสบัลซามิคก็อร่อยได้ไม่แพ้กัน (13/20)
รูปที่ 15
BRANZINO AL SALE (650++) Whole Sea Bass Fish Baked in Salt Crust with Lemon ลูกค้าสามารถเลือกทานคู่กับเลมอนซึ่งเราแนะนำอันนี้ หรือจะเป็นซอสซีฟู้ดแบบไทยและซอสบัลซามิคก็อร่อยได้ไม่แพ้กัน (13/20)
PANE ITALIANO ทางร้านมีขนมปังอิตาเลียนให้ด้วยเสิร์ฟมากับ Extravirgin olive oil with balsamic vinegar, Baked olive, Lemon oil และ Chili oil
รูปที่ 16
PANE ITALIANO ทางร้านมีขนมปังอิตาเลียนให้ด้วยเสิร์ฟมากับ Extravirgin olive oil with balsamic vinegar, Baked olive, Lemon oil และ Chili oil
CANNOLI ABRUZZESI (280++) Cannoli Stuffed with Ricotta & Mascarpone Cream ขนมหวานจานเด็ดในเมนูของหวานคือ “คันโนลี่” เป็นขนมหวานที่มีต้นกำเนิดมาจากหมู่เกาะ Sicily ทางตอนใต้ของประเทศอิตาลี เป็นแป้งรูปทรงกระบอก มีเนื้อสัมผัสกรอบดีแต่จะไม่เบาเท่าทองม้วนบ้านเรา ด้านในสอดไส้ครีมชีสรีคอตต้านมแกะหอมมัน เพิ่มความอมหวานด้วยส้มเชื่อมและน้ำตาลไอซิ่ง ขนาบข้างด้วยถั่วพิสตาชิโอ้บดและสตรอว์เบอร์รี่ แอบกระซิบว่าคันโนบี่ที่นี่จัดว่าทำออกมาได้ดีที่สุดร้านหนึ่งจากบรรดาห้องอาหารอิตาเลียนในกรุงเทพเลยล่ะ (13/20)
รูปที่ 17
CANNOLI ABRUZZESI (280++) Cannoli Stuffed with Ricotta & Mascarpone Cream ขนมหวานจานเด็ดในเมนูของหวานคือ “คันโนลี่” เป็นขนมหวานที่มีต้นกำเนิดมาจากหมู่เกาะ Sicily ทางตอนใต้ของประเทศอิตาลี เป็นแป้งรูปทรงกระบอก มีเนื้อสัมผัสกรอบดีแต่จะไม่เบาเท่าทองม้วนบ้านเรา ด้านในสอดไส้ครีมชีสรีคอตต้านมแกะหอมมัน เพิ่มความอมหวานด้วยส้มเชื่อมและน้ำตาลไอซิ่ง ขนาบข้างด้วยถั่วพิสตาชิโอ้บดและสตรอว์เบอร์รี่ แอบกระซิบว่าคันโนบี่ที่นี่จัดว่าทำออกมาได้ดีที่สุดร้านหนึ่งจากบรรดาห้องอาหารอิตาเลียนในกรุงเทพเลยล่ะ (13/20)
TIRAMISU' (280++) Masacarpone Cream, Savoiardi and Espresso ถัดมาคือ Pick Me Up หรือขนม “ทิรามิสุ” ที่เชฟใช้เลดี้ฟิงเกอร์ไปจุ่มลงในกาแฟเอสเปรซโซ่เข้มข้น มีเลเยอร์ของมัสคาโปเน่ครีมหอมมัน ด้านบนโรยด้วยผงโกโก้ อุณหภูมิที่เสิร์ฟมาก็พอเหมาะพอดี รสชาติอร่อยใช้ได้เลยทีเดียว (12/20)
รูปที่ 18
TIRAMISU' (280++) Masacarpone Cream, Savoiardi and Espresso ถัดมาคือ Pick Me Up หรือขนม “ทิรามิสุ” ที่เชฟใช้เลดี้ฟิงเกอร์ไปจุ่มลงในกาแฟเอสเปรซโซ่เข้มข้น มีเลเยอร์ของมัสคาโปเน่ครีมหอมมัน ด้านบนโรยด้วยผงโกโก้ อุณหภูมิที่เสิร์ฟมาก็พอเหมาะพอดี รสชาติอร่อยใช้ได้เลยทีเดียว (12/20)
Caffe Cappuccino ปิดท้ายมื้ออาหารด้วยคาเฟ่คาปูชิโน่สักแก้วช่วยให้มื้ออาหารนี้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
รูปที่ 19
Caffe Cappuccino ปิดท้ายมื้ออาหารด้วยคาเฟ่คาปูชิโน่สักแก้วช่วยให้มื้ออาหารนี้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
หนึ่งในหุ้นส่วนร้านคุณ Nicolino Pasquini เกิดและเติบโตในแคว้น Abruzzo ทางตะวันออกของกรุงโรมเมืองหลวงทำให้เมนูอาหารที่นี่มีกลิ่นอายของอาหาร Abruzzese แฝงอยู่มากมายหลายจานสังเกตุได้จากรูปบ้านในรายการเมนูซึ่งบ่งบอกถึง House specialty นั่นเอง
รูปที่ 20
หนึ่งในหุ้นส่วนร้านคุณ Nicolino Pasquini เกิดและเติบโตในแคว้น Abruzzo ทางตะวันออกของกรุงโรมเมืองหลวงทำให้เมนูอาหารที่นี่มีกลิ่นอายของอาหาร Abruzzese แฝงอยู่มากมายหลายจานสังเกตุได้จากรูปบ้านในรายการเมนูซึ่งบ่งบอกถึง House specialty นั่นเอง
รสชาติอาหารถือว่าทำออกมาได้ดีสมกับเป็นห้องอาหารอิตาเลียนชั้นดี คุณ Nicolino สามารถนำเสนอรากเหง้าและตัวตนของอาหาร Abruzzese ออกมาได้อย่างชัดเจน ราคาอาหารทุกจานสมเหตุสมผลและคุ้มค่ามากๆเทียบกับสิ่งที่ได้รับ เราขอแนะนำให้ L'Oliva เป็นหนึ่งในตัวเลือกแรกๆสำหรับเพื่อนๆที่เฟ้นหาห้องอาหารอิตาเลียนที่ดีที่สุดในกรุงเทพฯ
รูปที่ 21
รสชาติอาหารถือว่าทำออกมาได้ดีสมกับเป็นห้องอาหารอิตาเลียนชั้นดี คุณ Nicolino สามารถนำเสนอรากเหง้าและตัวตนของอาหาร Abruzzese ออกมาได้อย่างชัดเจน ราคาอาหารทุกจานสมเหตุสมผลและคุ้มค่ามากๆเทียบกับสิ่งที่ได้รับ เราขอแนะนำให้ L'Oliva เป็นหนึ่งในตัวเลือกแรกๆสำหรับเพื่อนๆที่เฟ้นหาห้องอาหารอิตาเลียนที่ดีที่สุดในกรุงเทพฯ
ทางขึ้นชั้นสอง
รูปที่ 22
ทางขึ้นชั้นสอง
ผนังร้านฝั่งหนึ่งเป็นกระจกใสทำให้แสงภายนอกสาดส่องเข้ามาในร้านช่วงกลางวัน
รูปที่ 23
ผนังร้านฝั่งหนึ่งเป็นกระจกใสทำให้แสงภายนอกสาดส่องเข้ามาในร้านช่วงกลางวัน
ด้านหลังเป็นห้อง Glasshouse เพิ่มความเป็นส่วนตัวสำหรับรองรับลูกค้าที่มาทานกันเป็นกลุ่ม
รูปที่ 24
ด้านหลังเป็นห้อง Glasshouse เพิ่มความเป็นส่วนตัวสำหรับรองรับลูกค้าที่มาทานกันเป็นกลุ่ม
ภายใน Glasshouse
รูปที่ 25
ภายใน Glasshouse
เดินเข้าไปจะพบกับเลาจน์และสำหรับจัดเตรียมเครื่องดื่ม
รูปที่ 26
เดินเข้าไปจะพบกับเลาจน์และสำหรับจัดเตรียมเครื่องดื่ม
ข้างกันมี Caffè Olive เปิดให้บริการเครื่องดื่มของหวานในช่วงกลางวัน
รูปที่ 27
ข้างกันมี Caffè Olive เปิดให้บริการเครื่องดื่มของหวานในช่วงกลางวัน
ก่อนเข้าร้านให้สังเกตุบริเวณประตูจะพบกับต้นมะกอกสองต้นที่คุณ Nicolino หุ้นส่วนร้านนำกลับมาจากประเทศอิตาลีอันเป็นที่มาของชื่อร้านนั่นเอง
รูปที่ 28
ก่อนเข้าร้านให้สังเกตุบริเวณประตูจะพบกับต้นมะกอกสองต้นที่คุณ Nicolino หุ้นส่วนร้านนำกลับมาจากประเทศอิตาลีอันเป็นที่มาของชื่อร้านนั่นเอง
อย่างไรก็ตามสิ่งที่ทำให้ L'Oliva โดดเด่นขึ้นมาจากห้องอาหารอื่นๆในบริเวณใกล้เคียงคือพื้นที่อันกว้างขวาง ทางร้านจัดเตรียมที่จอดรถที่มีขนาดใหญ่เพียงพอสำหรับรองรับลูกค้าได้ทุกคน
รูปที่ 29
อย่างไรก็ตามสิ่งที่ทำให้ L'Oliva โดดเด่นขึ้นมาจากห้องอาหารอื่นๆในบริเวณใกล้เคียงคือพื้นที่อันกว้างขวาง ทางร้านจัดเตรียมที่จอดรถที่มีขนาดใหญ่เพียงพอสำหรับรองรับลูกค้าได้ทุกคน
ยังมีพื้นที่สวนสำหรับกิจกรรม Outdoor และปลูกพืชผักต่างๆสำหรับนำมาใช้ประกอบอาหารอีกด้วย
รูปที่ 30
ยังมีพื้นที่สวนสำหรับกิจกรรม Outdoor และปลูกพืชผักต่างๆสำหรับนำมาใช้ประกอบอาหารอีกด้วย
บริเวณที่นั่ง Outdoor
รูปที่ 31
บริเวณที่นั่ง Outdoor
ป้ายร้าน
รูปที่ 32
ป้ายร้าน
ขับรถเข้าไปในซอยให้สังเกตุฝั่งขวามือจะพบกับบ้านสองชั้นทาด้วยสีดำ
รูปที่ 33
ขับรถเข้าไปในซอยให้สังเกตุฝั่งขวามือจะพบกับบ้านสองชั้นทาด้วยสีดำ