GASTRONOME THAILAND by ตามล่า Fine Dining
L'Acciuga
1 MICHELIN Star

ItalyL'Acciuga · ลัคชูกา

Contemporary, International · อาหารร่วมสมัย, อาหารนานาชาติ — via Settevalli 217, Perugia, 06128, Italy

🎗️ ถึงแม้จะมีตำแหน่งตั้งอยู่ห่างจากใจกลางเมืองออกมาเล็กน้อยแต่ L'Acciuga นับว่าเป็นห้องอาหารระดับ MICHELIN Star แห่งแรกของนคร Perugia ลูกค้าที่เดินทางมาด้วยรถยนต์ส่วนตัวสามารถจอดรถได้ที่ลานกว้างฝั่งตรงข้าม ชื่อร้านเป็นภาษาอิตาลีของปลา Anchovy ซึ่งครั้งหนึ่งเคยถูกใช้แทนเกลือในชนบทสะท้อนถึงปรัชญาของร้านที่ให้ความสำคัญกับวัตถุดิบเรียบง่ายแต่เปี่ยมคุณค่าพร้อมนำเสนอผ่านเทคนิคและความคิดสร้างสรรค์เพื่อรังสรรค์อาหารร่วมสมัยที่มีรสชาติเข้มข้น ตัวอาคารมองจากภายนอกเป็นบ้านหลังคาจั่วสองชั้นทาด้วยสีขาว เมื่อเดินผ่านจุดตรวจสอบการจองและเคาน์เตอร์บาร์เข้ามาจะพบกับห้องรับประทานอาหารหลักที่โดดเด่นด้วยครัวแบบเปิดตั้งเด่นอยู่ตรงกลางพร้อมกับทีมเชฟที่คอยปรุงอาหารให้ลูกค้าชมกันตลอดมื้อ รอบ ๆ คือโต๊ะไม้เปลือยไร้ซึ่งผ้าปูให้บรรยากาศที่มีความแคชวลมากขึ้น ผนังฝั่งหนึ่งกั้นด้วยกระจกใสเผยให้เห็นสวนขนาดย่อมและสร้างความโปร่งให้กับลูกค้าทุกคน

🎗️ เจ้าของร้าน Luca Caputo เป็นนักลงทุนอายุน้อยที่เล็งเห็นถึงศักยภาพของนคร Perugia และเปิดห้องอาหารแห่งนี้ขึ้นในปี 2018 ร่วมกันกับหุ้นส่วนอีก 2 คน เขาได้มอบหมายให้เชฟ Marco Lagrimino ผู้เกิดและเติบโตในเมือง Viterbo ทั้งยังเคยร่วมงานกับห้องอาหารระดับสูงมากแล้วมากมายเช่น Nobu Berkeley Street, Sketch, The Lecture Room and Library (2 MICHELIN Stars ในขณะนั้น), Dinner by Heston Blumenthal (2 MICHELIN Stars) ก่อนจะเดินทางกลับมายังประเทศอิตาลีและร่วมงานกับเชฟ Vito Mollica ที่ Four Seasons Hotel Firanze, Gurdulù และ Castello di Volpaia หลังจากย้ายมาร่วมงานกับ L'Acciuga ในปี 2020 เชฟ Marco นำเสนออาหารร่วมสมัยโดยเน้นวัตถุดิบท้องถิ่นของแคว้น Umbria และอาหารทะเลโดยใช้การวิจัยค้นคว้า, ความคิดสร้างสรรค์ และเทคนิคชั้นสูง จนได้มาซึ่งเมนูที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวการันตีด้วยรางวัล 🌟 1 MICHELIN Star ตั้งแต่ปี 2021 และรางวัล 100 Eccellenze Forbes ที่ยกย่องบริษัทที่เป็นเลิศในอุตสาหกรรมของประเทศอิตาลี ลูกค้าสามารถเลือกอาหารได้จากรายการแบบ À La Carte นอกจากนี้ยังมี Tasting Menu ทั้งสิ้น 2 รูปแบบตามจำนวนคอร์สคือ FOUR (85 €) ในช่วงกลางวันและ SEVEN (110 €) ในช่วงมื้อค่ำ รายการไวน์ยังเน้นไปที่ไวน์ธรรมชาติและไบโอไดนามิก ตัวอย่างเมนูที่น่าสนใจในมื้อนี้คือ

✨ TAGLIOLINO PASTA | seaweed, burnt lemon, seafood and parsley (30 €)

พาสต้าเส้น Tagliolino หมึกดำเสิร์ฟมากับอาหารทะเลนานาชนิด ในจานยังมีพาสลีย์และสาหร่ายให้อโรมาเฉพาะตัวรวมไปถึงเจลเลมอนไหม้ให้ความเปรี้ยวและขมที่มีมิติ (15/20)

✨ PASTA MISTA | Guinea fowl ragù, raspberry and chard (30 €)

Pasta Mista หรือพาสต้าหลากหลายชนิดผสมกันเสิร์ฟมากับซอส Ragù เข้มข้นที่เตรียมมาจากไก่ต๊อก เชฟตัดด้วยความเปรี้ยวของราสเบอร์รี่และความขมหวานของใบ Chard (15/20)

✨ PAN BRIOCHE and ALMOND | pan brioche, almond ice cream, crème anglaise (15 €)

ขนมปัง Pan Brioche รายล้อมด้วย English Cream หอม ๆ ข้าง ๆ กันคือไอศกรีมถั่วอัลมอนด์สร้างความสดชื่นปิดท้ายมื้ออาหารได้ดี (15/20)

🎗️ L'Acciuga เป็นร้านอาหารที่นำเสนอเมนูที่มีความแปลกใหม่แต่ก็แลกมาด้วยรสชาติและการผสมผสานที่ไม่คุ้นเคย ราคาอาหารจัดว่าจับต้องได้และเหมาะสม พนักงานให้บริการได้ดีในระดับหนึ่งแต่ยังไม่สามารถจัดการสถานการณ์เฉพาะหน้าเช่นอาหารตกหรือลูกค้าโต๊ะข้าง ๆ ที่คอยสร้างปัญหาให้กับโต๊ะอื่น ๆ ได้ดีนัก

ภาพของร้านอาหาร

ทั้งหมด 23 รูป

🇮🇹 L'Acciuga - ลัคชูกา🌟 1 MICHELIN Star - 1 ดาวมิชลิน🍴 Contemporary, International - อาหารร่วมสมัย, อาหารนานาชาติ👨🏻‍🍳 Chef Marco Lagrimino - เชฟมาร์โก ลากริมิโน
รูปที่ 1
🇮🇹 L'Acciuga - ลัคชูกา🌟 1 MICHELIN Star - 1 ดาวมิชลิน🍴 Contemporary, International - อาหารร่วมสมัย, อาหารนานาชาติ👨🏻‍🍳 Chef Marco Lagrimino - เชฟมาร์โก ลากริมิโน
🎗️ ถึงแม้จะมีตำแหน่งตั้งอยู่ห่างจากใจกลางเมืองออกมาเล็กน้อยแต่ L'Acciuga นับว่าเป็นห้องอาหารระดับ MICHELIN Star แห่งแรกของนคร Perugia
รูปที่ 2
🎗️ ถึงแม้จะมีตำแหน่งตั้งอยู่ห่างจากใจกลางเมืองออกมาเล็กน้อยแต่ L'Acciuga นับว่าเป็นห้องอาหารระดับ MICHELIN Star แห่งแรกของนคร Perugia
CHEF’S WELCOMEเริ่มต้นด้วย Beef Broth อุ่น ๆ เสิร์ฟให้ลูกค้าทุกคนก่อนเข้าสู่มื้อกลางวัน (14/20)
รูปที่ 3
CHEF’S WELCOMEเริ่มต้นด้วย Beef Broth อุ่น ๆ เสิร์ฟให้ลูกค้าทุกคนก่อนเข้าสู่มื้อกลางวัน (14/20)
CHEF’S WELCOMEของว่างเรียกน้ำย่อยเรียงจากฝั่งขวาไปซ้ายคือแป้งทรง Air Bag กรอบ ๆ ด้านในบรรจุชีส Stracchino ด้านบนท็อปด้วย Tangerine Gel และใบ Sorrel ถัดมาคือ Tomato Meringue หรือเมอแรงก์มะเขือเทศรสเปรี้ยวเบา ๆ จับคู่มากับชีส Caprino และออริกาโน ชิ้นที่สามคือ Fried Croqueta กรอบ ๆ จับคู่กับเห็ด Porchini และ Cardoncelli ส่วนชิ้นที่สี่คือ Choux และมูสที่เตรียมมาจากแฮมจากเมือง Norcia สุดท้ายคือ Tartelette ที่ผสมผสานรสชาติของหัวหอม ปลาไหล และราสเบอร์รี่เข้าด้วยกัน (14/20)
รูปที่ 4
CHEF’S WELCOMEของว่างเรียกน้ำย่อยเรียงจากฝั่งขวาไปซ้ายคือแป้งทรง Air Bag กรอบ ๆ ด้านในบรรจุชีส Stracchino ด้านบนท็อปด้วย Tangerine Gel และใบ Sorrel ถัดมาคือ Tomato Meringue หรือเมอแรงก์มะเขือเทศรสเปรี้ยวเบา ๆ จับคู่มากับชีส Caprino และออริกาโน ชิ้นที่สามคือ Fried Croqueta กรอบ ๆ จับคู่กับเห็ด Porchini และ Cardoncelli ส่วนชิ้นที่สี่คือ Choux และมูสที่เตรียมมาจากแฮมจากเมือง Norcia สุดท้ายคือ Tartelette ที่ผสมผสานรสชาติของหัวหอม ปลาไหล และราสเบอร์รี่เข้าด้วยกัน (14/20)
BREADจากนั้นพนักงานจะเสิร์ฟขนมปัง Homemade White Bread, Grissini และ Tomato and Oregano Focaccini
รูปที่ 5
BREADจากนั้นพนักงานจะเสิร์ฟขนมปัง Homemade White Bread, Grissini และ Tomato and Oregano Focaccini
TAGLIOLINO PASTA | seaweed, burnt lemon, seafood and parsley (30 €)พาสต้าเส้น Tagliolino หมึกดำเสิร์ฟมากับอาหารทะเลนานาชนิด ในจานยังมีพาสลีย์และสาหร่ายให้อโรมาเฉพาะตัวรวมไปถึงเจลเลมอนไหม้ให้ความเปรี้ยวและขมที่มีมิติ (15/20)
รูปที่ 6
TAGLIOLINO PASTA | seaweed, burnt lemon, seafood and parsley (30 €)พาสต้าเส้น Tagliolino หมึกดำเสิร์ฟมากับอาหารทะเลนานาชนิด ในจานยังมีพาสลีย์และสาหร่ายให้อโรมาเฉพาะตัวรวมไปถึงเจลเลมอนไหม้ให้ความเปรี้ยวและขมที่มีมิติ (15/20)
PASTA MISTA | Guinea fowl ragù, raspberry and chard (30 €)Pasta Mista หรือพาสต้าหลากหลายชนิดผสมกันเสิร์ฟมากับซอส Ragù เข้มข้นที่เตรียมมาจากไก่ต๊อก เชฟตัดด้วยความเปรี้ยวของราสเบอร์รี่และความขมหวานของใบ Chard (15/20)
รูปที่ 7
PASTA MISTA | Guinea fowl ragù, raspberry and chard (30 €)Pasta Mista หรือพาสต้าหลากหลายชนิดผสมกันเสิร์ฟมากับซอส Ragù เข้มข้นที่เตรียมมาจากไก่ต๊อก เชฟตัดด้วยความเปรี้ยวของราสเบอร์รี่และความขมหวานของใบ Chard (15/20)
RISOTTO | turnip, hazelnuts and marinated anchovies (27 €)ข้าวรีซอตโต้ที่ผสมผสานพืชหัวที่เป็นวัตถุดิบท้องถิ่นสำคัญขอฝแคว้น Umbria อย่าง Rapi del Trasimeno ผสมผสานกับความเขียวของ Sorrel นอกจากนี้ยังมีความขมที่ได้จากปลาแอนโชวี่หมักและรสชาติหอมมันของครีมของถั่วฮาเซลนัท (14/20)
รูปที่ 8
RISOTTO | turnip, hazelnuts and marinated anchovies (27 €)ข้าวรีซอตโต้ที่ผสมผสานพืชหัวที่เป็นวัตถุดิบท้องถิ่นสำคัญขอฝแคว้น Umbria อย่าง Rapi del Trasimeno ผสมผสานกับความเขียวของ Sorrel นอกจากนี้ยังมีความขมที่ได้จากปลาแอนโชวี่หมักและรสชาติหอมมันของครีมของถั่วฮาเซลนัท (14/20)
CORBA | chicken jus, bacon and kumquat (35 €)ปลา Corba Rossa del Gargano เสิร์ฟมากับซอส Jus ที่เตรียมมาจากเนื้อไก่และเบคอน นอกจากนี้ยังมีซอสพาสลีย์ และครีมซิตรัส Kumquat ใส่มาด้วย (15/20)
รูปที่ 9
CORBA | chicken jus, bacon and kumquat (35 €)ปลา Corba Rossa del Gargano เสิร์ฟมากับซอส Jus ที่เตรียมมาจากเนื้อไก่และเบคอน นอกจากนี้ยังมีซอสพาสลีย์ และครีมซิตรัส Kumquat ใส่มาด้วย (15/20)
DEER | roebuck sauce and alcoholic salad (40 €)เนื้อกวางเสิร์ฟมากับซอสกวาง Roebuck รสชาติเข้มข้น ข้าง ๆ คือซอสที่เตรียมมาจาก Redcurrant ให้รสชาติเปรี้ยวแหลมและมีบอดี้ที่เบากว่า นอกจากนี้ยังมีสลัดผักหลายชนิดเสิร์ฟมาด้วย (14/20)
รูปที่ 10
DEER | roebuck sauce and alcoholic salad (40 €)เนื้อกวางเสิร์ฟมากับซอสกวาง Roebuck รสชาติเข้มข้น ข้าง ๆ คือซอสที่เตรียมมาจาก Redcurrant ให้รสชาติเปรี้ยวแหลมและมีบอดี้ที่เบากว่า นอกจากนี้ยังมีสลัดผักหลายชนิดเสิร์ฟมาด้วย (14/20)
DEER | roebuck sauce and alcoholic salad (40 €)ผักที่ใช้เสิร์ฟในจานนี้ (14/20)
รูปที่ 11
DEER | roebuck sauce and alcoholic salad (40 €)ผักที่ใช้เสิร์ฟในจานนี้ (14/20)
PAN BRIOCHE and ALMOND | pan brioche, almond ice cream, crème anglaise (15 €)ขนมปัง Pan Brioche รายล้อมด้วย English Cream หอม ๆ ข้าง ๆ กันคือไอศกรีมถั่วอัลมอนด์สร้างความสดชื่นปิดท้ายมื้ออาหารได้ดี (15/20)
รูปที่ 12
PAN BRIOCHE and ALMOND | pan brioche, almond ice cream, crème anglaise (15 €)ขนมปัง Pan Brioche รายล้อมด้วย English Cream หอม ๆ ข้าง ๆ กันคือไอศกรีมถั่วอัลมอนด์สร้างความสดชื่นปิดท้ายมื้ออาหารได้ดี (15/20)
PETIT FOURSปิดท้ายด้วยของหวานจิ๋วต่าง ๆ คือ Coconut Bavarese, Crème Brûlée และ Pistachio & White Chocolate
รูปที่ 13
PETIT FOURSปิดท้ายด้วยของหวานจิ๋วต่าง ๆ คือ Coconut Bavarese, Crème Brûlée และ Pistachio & White Chocolate
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
รูปที่ 14
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
💰 ราคา 460 €
รูปที่ 15
💰 ราคา 460 €
🎗️ เจ้าของร้าน Luca Caputo เป็นนักลงทุนอายุน้อยที่เล็งเห็นถึงศักยภาพของนคร Perugia และเปิดห้องอาหารแห่งนี้ขึ้นในปี 2018 ร่วมกันกับหุ้นส่วนอีก 2 คน เขาได้มอบหมายให้เชฟ Marco Lagrimino ผู้เกิดและเติบโตในเมือง Viterbo ทั้งยังเคยร่วมงานกับห้องอาหารระดับสูงมากแล้วมากมายเช่น Nobu Berkeley Street, Sketch, The Lecture Room and Library (2 MICHELIN Stars ในขณะนั้น), Dinner by Heston Blumenthal (2 MICHELIN Stars) ก่อนจะเดินทางกลับมายังประเทศอิตาลีและร่วมงานกับเชฟ Vito Mollica ที่ Four Seasons Hotel Firanze, Gurdulù และ Castello di Volpaia หลังจากย้ายมาร่วมงานกับ L'Acciuga ในปี 2020 เชฟ Marco นำเสนออาหารร่วมสมัยโดยเน้นวัตถุดิบท้องถิ่นของแคว้น Umbria และอาหารทะเลโดยใช้การวิจัยค้นคว้า, ความคิดสร้างสรรค์ และเทคนิคชั้นสูง จนได้มาซึ่งเมนูที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวการันตีด้วยรางวัล 🌟 1 MICHELIN Star ตั้งแต่ปี 2021 และรางวัล 100 Eccellenze Forbes ที่ยกย่องบริษัทที่เป็นเลิศในอุตสาหกรรมของประเทศอิตาลี ลูกค้าสามารถเลือกอาหารได้จากรายการแบบ À La Carte นอกจากนี้ยังมี Tasting Menu ทั้งสิ้น 2 รูปแบบตามจำนวนคอร์สคือ FOUR (85 €) ในช่วงกลางวันและ SEVEN (110 €) ในช่วงมื้อค่ำ รายการไวน์ยังเน้นไปที่ไวน์ธรรมชาติและไบโอไดนามิก
รูปที่ 16
🎗️ เจ้าของร้าน Luca Caputo เป็นนักลงทุนอายุน้อยที่เล็งเห็นถึงศักยภาพของนคร Perugia และเปิดห้องอาหารแห่งนี้ขึ้นในปี 2018 ร่วมกันกับหุ้นส่วนอีก 2 คน เขาได้มอบหมายให้เชฟ Marco Lagrimino ผู้เกิดและเติบโตในเมือง Viterbo ทั้งยังเคยร่วมงานกับห้องอาหารระดับสูงมากแล้วมากมายเช่น Nobu Berkeley Street, Sketch, The Lecture Room and Library (2 MICHELIN Stars ในขณะนั้น), Dinner by Heston Blumenthal (2 MICHELIN Stars) ก่อนจะเดินทางกลับมายังประเทศอิตาลีและร่วมงานกับเชฟ Vito Mollica ที่ Four Seasons Hotel Firanze, Gurdulù และ Castello di Volpaia หลังจากย้ายมาร่วมงานกับ L'Acciuga ในปี 2020 เชฟ Marco นำเสนออาหารร่วมสมัยโดยเน้นวัตถุดิบท้องถิ่นของแคว้น Umbria และอาหารทะเลโดยใช้การวิจัยค้นคว้า, ความคิดสร้างสรรค์ และเทคนิคชั้นสูง จนได้มาซึ่งเมนูที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวการันตีด้วยรางวัล 🌟 1 MICHELIN Star ตั้งแต่ปี 2021 และรางวัล 100 Eccellenze Forbes ที่ยกย่องบริษัทที่เป็นเลิศในอุตสาหกรรมของประเทศอิตาลี ลูกค้าสามารถเลือกอาหารได้จากรายการแบบ À La Carte นอกจากนี้ยังมี Tasting Menu ทั้งสิ้น 2 รูปแบบตามจำนวนคอร์สคือ FOUR (85 €) ในช่วงกลางวันและ SEVEN (110 €) ในช่วงมื้อค่ำ รายการไวน์ยังเน้นไปที่ไวน์ธรรมชาติและไบโอไดนามิก
เมื่อเดินผ่านจุดตรวจสอบการจองและเคาน์เตอร์บาร์เข้ามาจะพบกับห้องรับประทานอาหารหลักที่โดดเด่นด้วยครัวแบบเปิดตั้งเด่นอยู่ตรงกลางพร้อมกับทีมเชฟที่คอยปรุงอาหารให้ลูกค้าชมกันตลอดมื้อ
รูปที่ 17
เมื่อเดินผ่านจุดตรวจสอบการจองและเคาน์เตอร์บาร์เข้ามาจะพบกับห้องรับประทานอาหารหลักที่โดดเด่นด้วยครัวแบบเปิดตั้งเด่นอยู่ตรงกลางพร้อมกับทีมเชฟที่คอยปรุงอาหารให้ลูกค้าชมกันตลอดมื้อ
รอบ ๆ คือโต๊ะไม้เปลือยไร้ซึ่งผ้าปูให้บรรยากาศที่มีความแคชวลมากขึ้น
รูปที่ 18
รอบ ๆ คือโต๊ะไม้เปลือยไร้ซึ่งผ้าปูให้บรรยากาศที่มีความแคชวลมากขึ้น
ผนังฝั่งหนึ่งกั้นด้วยกระจกใสเผยให้เห็นสวนขนาดย่อมและสร้างความโปร่งให้กับลูกค้าทุกคน
รูปที่ 19
ผนังฝั่งหนึ่งกั้นด้วยกระจกใสเผยให้เห็นสวนขนาดย่อมและสร้างความโปร่งให้กับลูกค้าทุกคน
เคาน์เตอร์จัดเตรียมเครื่องดื่ม
รูปที่ 20
เคาน์เตอร์จัดเตรียมเครื่องดื่ม
🎗️ L'Acciuga เป็นร้านอาหารที่นำเสนอเมนูที่มีความแปลกใหม่แต่ก็แลกมาด้วยรสชาติและการผสมผสานที่ไม่คุ้นเคย ราคาอาหารจัดว่าจับต้องได้และเหมาะสม พนักงานให้บริการได้ดีในระดับหนึ่งแต่ยังไม่สามารถจัดการสถานการณ์เฉพาะหน้าเช่นอาหารตกหรือลูกค้าโต๊ะข้าง ๆ ที่คอยสร้างปัญหาให้กับโต๊ะอื่น ๆ ได้ดีนัก
รูปที่ 21
🎗️ L'Acciuga เป็นร้านอาหารที่นำเสนอเมนูที่มีความแปลกใหม่แต่ก็แลกมาด้วยรสชาติและการผสมผสานที่ไม่คุ้นเคย ราคาอาหารจัดว่าจับต้องได้และเหมาะสม พนักงานให้บริการได้ดีในระดับหนึ่งแต่ยังไม่สามารถจัดการสถานการณ์เฉพาะหน้าเช่นอาหารตกหรือลูกค้าโต๊ะข้าง ๆ ที่คอยสร้างปัญหาให้กับโต๊ะอื่น ๆ ได้ดีนัก
ตัวอาคารมองจากภายนอกเป็นบ้านหลังคาจั่วสองชั้นทาด้วยสีขาว ลูกค้าที่เดินทางมาด้วยรถยนต์ส่วนตัวสามารถจอดรถได้ที่ลานกว้างฝั่งตรงข้าม
รูปที่ 22
ตัวอาคารมองจากภายนอกเป็นบ้านหลังคาจั่วสองชั้นทาด้วยสีขาว ลูกค้าที่เดินทางมาด้วยรถยนต์ส่วนตัวสามารถจอดรถได้ที่ลานกว้างฝั่งตรงข้าม
ชื่อร้านเป็นภาษาอิตาลีของปลา Anchovy ซึ่งครั้งหนึ่งเคยถูกใช้แทนเกลือในชนบทสะท้อนถึงปรัชญาของร้านที่ให้ความสำคัญกับวัตถุดิบเรียบง่ายแต่เปี่ยมคุณค่าพร้อมนำเสนอผ่านเทคนิคและความคิดสร้างสรรค์เพื่อรังสรรค์อาหารร่วมสมัยที่มีรสชาติเข้มข้น
รูปที่ 23
ชื่อร้านเป็นภาษาอิตาลีของปลา Anchovy ซึ่งครั้งหนึ่งเคยถูกใช้แทนเกลือในชนบทสะท้อนถึงปรัชญาของร้านที่ให้ความสำคัญกับวัตถุดิบเรียบง่ายแต่เปี่ยมคุณค่าพร้อมนำเสนอผ่านเทคนิคและความคิดสร้างสรรค์เพื่อรังสรรค์อาหารร่วมสมัยที่มีรสชาติเข้มข้น