
L'Abysse Monte-Carlo · ลาบิสส์ มงต์-คาร์โล
Japanese · อาหารญี่ปุ่น — Square Beaumarchais, Monaco, 98000, France
🎗️ [INTRO] หลังจากประสบความสำเร็จอย่างมากกับการผสมผสานวัฒนธรรมของฝั่งตะวันออกและตะวันตกเข้าด้วยกัน เชฟ Yannick Alleno ได้บรรลุข้อตกลงในการเปิด L'Abysse Monte-Carlo ขึ้นในโรงแรมสุดหรูของราชรัฐโมนาโก ทั้งยังสามารถคว้ารางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars มาครองได้อีกด้วย
🎗️ [THE PLACE] Hôtel Hermitage Monte-Carlo ตั้งอยู่ที่ Square Beaumarchais ในเขต Monte‑Carlo ราชรัฐโมนาโก ตัวอาคารก่อสร้างขึ้นในช่วงระหว่างปี ค.ศ. 1890 ถึง 1896 ซึ่งตรงกับยุค Belle Époque ทั้งยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอาคารที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ (Historic Monument) อีกด้วย สำหรับห้องอาหาร L'Abysse Monte-Carlo ออกแบบภายในใหม่โดย Laurence Bonnel-Alléno โดยใช้วัสดุหลากหลายเช่นไม้ หินอ่อน ทราเวอร์ทีน กำมะหยี่ และเซรามิก เคาน์เตอร์ไม้สีอ่อนเป็นจุดสำหรับจัดเตรียมอาหารรองรับลูกค้าได้ประมาณ 10 คน อีกฝั่งหนึ่งเป็นโต๊ะอาหารแบบปกติมีจุดเด่นคือความเป็นส่วนตัวและรองรับลูกค้าได้อีกประมาณ 20 คน
🎗️ [THE CHEF] เชฟ Yannick Alléno เกิดที่เมือง Puteaux ทางตะวันตกเฉียงเหนือไม่ไกลจากกรุง Paris เมื่ออายุได้ 15 ปี เขาออกเดินทางเพื่อเรียนรู้จากสุดยอดเชฟระดับตำนานในสมัยนั้นเช่น Gabriel Biscay, Roland Durand, Martial Enguehard, Manuel Martinez, Jacky Fréon และ Louis Grondard ทั้งยังการันตีด้วยรางวัลการเเข่งขันทำอาหารระดับโลกไม่ว่าจะเป็นรางวัลชนะเลิศ Auguste Escoffier และถ้วยเงิน Bocuse d’Or หลังจากสั่งสมประสบการณ์ได้มากพอเขาจึงถูกทาบทามให้มารับงานเป็นหัวหน้าเชฟประจำห้องอาหาร Les Muses ประจำ Hotel Scribe และสามารถคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้สำเร็จในปี 1999 ตามด้วย 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 2002 ต่อมาเขาย้ายมารับงานเป็น Chef de Cuisine ให้กับห้องอาหาร Le Maurice ใจกลางกรุงปารีสทั้งยังคว้ารางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars มาครองได้ในปี 2004 และรางวัลสูงสุดคือ 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars ในปี 2007 จนบรรดาสื่อวงการอาหารในฝรั่งเศสต่างตั้งฉายาให้กับเขาว่า “Prince of The Palace” กาลเวลาล่วงเลยมาถึงปี 2008 ชื่อของ Yannick Alléno ถูกยกให้เป็นเชฟที่ดีที่สุดคนหนึ่งในประเทศฝรั่งเศส สิ่งที่ยังขาดหายไปมีเพียงห้องอาหารที่มีชื่อของเขาเป็นเจ้าของกิจการ เขาจึงตัดสินใจทำสัญญาเช่าอาคาร Pavillon Ledoyen บนถนน Champs-Élysées และใช้ชื่อว่า Alléno Paris au Pavillon Ledoyen และคว้ารางวัล 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars มาครองทันทีภายในระยะเวลา 7 เดือนหลังเปิดทำการ
🎗️ [THE FOOD] L'Abysse Monte-Carlo เป็นห้องอาหารที่ต่อยอดความสำเร็จจาก L'Abysse au Pavillon Ledoyen ในกรุง Paris มีจุดเด่นคือการผสมผสานเทคนิคระดับสูงโดยเฉพาะ Extraction หรือการสกัดเย็นซึ่งเป็นลายเซ็นต์ของเชฟ Yannick Alléno ลงไปในอาหารญี่ปุ่นได้อย่างลงตัวและกลมกล่อม ในสาขานี้เขาได้เชฟ Naoki Kikuchi มาคอยกุมบังเหียนและเน้นการค้นหาวัตถุดิบและปลาที่จับแบบยั่งยืน ลูกค้าสามารถเลือกชิม Set Menu ได้ 3 รูปแบบคือ Empreinte (240 €) ประกอบไปด้วยอาหารคาว 5 อย่าง, นิงิริซูชิ 8 คำ, ของหวาน 2 อย่าง และคอร์สกาแฟของ Lavazza ถัดมาคือ Menu Collection (260 €) ประกอบไปด้วยนิงิริซูชิจำนวน 14 คำปั้นโดยมาสเตอร์เชฟ Naoki Kikuchi สุดท้ายคือ Omakase (360 €) ประกอบไปด้วยอาหารคาว 5 อย่าง, นิงิริซูชิ 12 คำ, ของหวาน 3 อย่าง และคอร์สกาแฟของ Lavazza ทั้งนี้ลูกค้ายังสามารถสั่งเมนูแบบ À La Carte เพิ่มเติมได้หลังจบคอร์สอีกด้วย ตัวอย่างจานเด็ดอย่างเช่น
✨ Endive, leaf by leaf
Umeboshi cream seasoning
Trévise หรือพืชในตระกูล Endive ที่เชฟนำมาจัดเรียงทีละใบจนดูคล้ายดอกไม้ ด้านในสอดแทรกด้วยหลากหลายองค์ประกอบ วิธีชิมให้ใช้ตะเกียบคีบใบและครีมชิมทีละเล็กทีละน้อย ความสดชื่นของ Trévis สมดุลกันกับครีมที่เตรีบมมาจาก Umeboshi ได้อย่างลงตัวและกลมกล่อม (17/20)
✨ Royale princière, fresh scallops
And white truffle
Dashi ที่เชฟเตรียมมาเป็น Royale เนื้อเนียนละมุนลิ้น เสิร์ฟมากับหอยเชลล์สดที่ผ่านการนึ่งกับสาหร่าย Kombu เพื่อสร้างความหอมและอุมามิ นอกจากนี้ยังมีซอสที่มีอโรมาของซรอิ๊วและขิง จากนั้นพนักงานจะขูด Alba White Truffle ที่กำลัง In Season ลงไปสร้างความหอมที่โดดเด่นลอยมาแตะจมูก (17/20)
✨ Sugar crusted red plum with shiso, sorbet and powdered meringue
ของหวานจานหลักคือลูกพลัมแดงที่ปรุงให้สุกใน Sugar Crusted โดยการเคลือบผิวด้วยน้ำตาล จากนั้นนำไปอบต่อจนได้เนื้อสัมผัสที่น่าพึงพอใจ
หลังจากนั้นพนักงานจะนำมาจัดโรงทานท็อปด้านบนด้วยซอร์เบท์ที่ผสมผสานลูกพลัมและสาเกเข้าด้วยกัน นอกจากนี้ยังมีเมอแรงก์ Sugar Free ปราศจากน้ำตาลโรยด้วยผง Hibiscus หรือพืชตระกูลชบาอยู่ด้วย (16/20)
🎗️ [WHY GO] สำหรับผู้ที่แวะมาท่องเที่ยวยังราชรัฐโมนาโกแล้วกำลังมองหาอาหารสัญชาติอื่นนอกเหนือไปจากอาหารฝรั่งเศส L'Abysse Monte-Carlo จัดเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ราคาอาหารจัดว่าค่อนข้างสูงแต่ก็แลกมาด้วยทำเลชั้นยอดและการบริการอันดีงามไร้ที่ติ รายการไวน์และสาเกผ่านการคัดสรรมาเป็นอย่างดี นอกจากนี้ตัวร้านยังจองได้ไม่ยากเหมาะกับการตัดสินใจหาร้านอาหารดี ๆ ชิมในวินาทีสุดท้ายอีกด้วย
ภาพของร้านอาหาร
ทั้งหมด 34 รูป




















![🎗️ [INTRO] หลังจากประสบความสำเร็จอย่างมากกับการผสมผสานวัฒนธรรมของฝั่งตะวันออกและตะวันตกเข้าด้วยกัน เชฟ Yannick Alleno ได้บรรลุข้อตกลงในการเปิด L'Abysse Monte-Carlo ขึ้นในโรงแรมสุดหรูของราชรัฐโมนาโก ทั้งยังสามารถคว้ารางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars มาครองได้อีกด้วย](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2026/05/684651229_1526962789087269_1245385382733072005_n.webp)
![🎗️ [THE CHEF] เชฟ Yannick Alléno เกิดที่เมือง Puteaux ทางตะวันตกเฉียงเหนือไม่ไกลจากกรุง Paris เมื่ออายุได้ 15 ปี เขาออกเดินทางเพื่อเรียนรู้จากสุดยอดเชฟระดับตำนานในสมัยนั้นเช่น Gabriel Biscay, Roland Durand, Martial Enguehard, Manuel Martinez, Jacky Fréon และ Louis Grondard ทั้งยังการันตีด้วยรางวัลการเเข่งขันทำอาหารระดับโลกไม่ว่าจะเป็นรางวัลชนะเลิศ Auguste Escoffier และถ้วยเงิน Bocuse d’Or หลังจากสั่งสมประสบการณ์ได้มากพอเขาจึงถูกทาบทามให้มารับงานเป็นหัวหน้าเชฟประจำห้องอาหาร Les Muses ประจำ Hotel Scribe และสามารถคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้สำเร็จในปี 1999 ตามด้วย 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 2002 ต่อมาเขาย้ายมารับงานเป็น Chef de Cuisine ให้กับห้องอาหาร Le Maurice ใจกลางกรุงปารีสทั้งยังคว้ารางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars มาครองได้ในปี 2004 และรางวัลสูงสุดคือ 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars ในปี 2007 จนบรรดาสื่อวงการอาหารในฝรั่งเศสต่างตั้งฉายาให้กับเขาว่า “Prince of The Palace” กาลเวลาล่วงเลยมาถึงปี 2008 ชื่อของ Yannick Alléno ถูกยกให้เป็นเชฟที่ดีที่สุดคนหนึ่งในประเทศฝรั่งเศส สิ่งที่ยังขาดหายไปมีเพียงห้องอาหารที่มีชื่อของเขาเป็นเจ้าของกิจการ เขาจึงตัดสินใจทำสัญญาเช่าอาคาร Pavillon Ledoyen บนถนน Champs-Élysées และใช้ชื่อว่า Alléno Paris au Pavillon Ledoyen และคว้ารางวัล 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars มาครองทันทีภายในระยะเวลา 7 เดือนหลังเปิดทำการ](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2026/05/684157279_1526963235753891_6631955840333728944_n.webp)
![🎗️ [THE FOOD] L'Abysse Monte-Carlo เป็นห้องอาหารที่ต่อยอดความสำเร็จจาก L'Abysse au Pavillon Ledoyen ในกรุง Paris มีจุดเด่นคือการผสมผสานเทคนิคระดับสูงโดยเฉพาะ Extraction หรือการสกัดเย็นซึ่งเป็นลายเซ็นต์ของเชฟ Yannick Alléno ลงไปในอาหารญี่ปุ่นได้อย่างลงตัวและกลมกล่อม ในสาขานี้เขาได้เชฟ Naoki Kikuchi มาคอยกุมบังเหียนและเน้นการค้นหาวัตถุดิบและปลาที่จับแบบยั่งยืน](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2026/05/684169552_1526962742420607_7266688077407868376_n.webp)







![🎗️ [THE PLACE] Hôtel Hermitage Monte-Carlo ตั้งอยู่ที่ Square Beaumarchais ในเขต Monte‑Carlo ราชรัฐโมนาโก ตัวอาคารก่อสร้างขึ้นในช่วงระหว่างปี ค.ศ. 1890 ถึง 1896 ซึ่งตรงกับยุค Belle Époque ทั้งยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอาคารที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ (Historic Monument) อีกด้วย](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2026/05/684159870_1526962885753926_930556239951848132_n.webp)



