
Jhol · โจฮ์ล
Indian · อาหารอินเดีย — 7/2 Sukhumvit Soi 18, Sukhumvit Road, Klongtoey Bangkok 10110 Thailand
🎗 [INTRO] หากให้เรานึกถึงห้องอาหารอินเดียที่อยากแนะนำต่อให้เพื่อน ๆ ได้ตามไปลองชิมกันแล้วล่ะก็เชื่อว่าตัวเลือกอันดับแรก ๆ คงหนีไม่พ้น Jhol ห้องอาหารของสุดยอดเชฟ Hari Nayak ซึ่งเป็นหนึ่งในในเชฟชาวอินเดียที่มีชื่อเสียงและทรงอิทธิพลทางอาหารมากที่สุดคนหนึ่งของโลกอย่างแน่นอน
🎗 [THE PLACE] ลูกค้าที่ขับรถส่วนตัวมาสามารถเข้าจอดได้ที่โรงแรมพาร์ค พลาซ่า บางกอก ซอย 18 และนำบัตรจอดมาปั๊มสแตมป์ที่ร้าน สำหรับห้องอาหาร Jhol มีลักษณะเป็นอาคารพร้อมด้วยกำแพงสีขาวสูงตระหง่าน ด้านหน้าเป็นที่นั่งโซนเอาดอร์สำหรับรับลมเย็น ๆ ในวันที่อากาศเป็นใจ เมื่อเดินผ่านประตูกระจกเข้าไปจะพบกับพื้นที่บาร์สำหรับจัดเตรียมเครื่องดื่ม ห้องรับประทานอาหารหลักถูกตกแต่งแบบร่วมสมัยโดยผสมผสานศิลปะท้องถิ่นของอินเดียเข้ากับบรรยากาศง่าย ๆ แบบ Casual Dining เฟอร์นิเจอร์บางส่วนใช้วัสดุทำจากไม้ให้สีโทนน้ำตาลดูอบอุ่นสบายตา บนผนังมีการจัดแสดงรูปวาดของนักภูมิศาสตร์ชาวฝรั่งเศส Pierre Duval แสดงถึงแผนที่คาบสมุทรอินเดียในช่วงปี 1607 สุดท้ายหากสังเกตให้ดีจะพบรูปปั้นของพระพิฆเนศที่วางอยู่บริเวณมุมหนึ่งของร้านอีกด้วย
🎗 [THE CHEF] Hari Nayak เกิดที่เมือง Udupi ทางชายฝั่งตะวันตกของประเทศอินเดีย เขาเริ่มต้นเข้ารับการศึกษาเกี่ยวกับอาหารที่โรงเรียนในเมือง Manipal และเรียนจบในปี 1994 ก่อนจะมีโอกาสได้ร่วมงานกับ ITC Hotels ซึ่งเป็นเครือโรงแรมขนาดใหญ่ในประเทศอินเดียอยู่พักหนึ่ง จากนั้นเขาเดินทางไปยัวประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อศึกษาต่อที่สถาบันอาหารระดับโลกอย่าง CIA และจบมาด้วยคะแนนระดับท็อปในปี 1998 ทั้งยังมีโอกาสร่วมงานกับเชฟระดับโลกมาแล้วมากมายเช่น Daniel Boulud (Boulud - 3 Michelin Stars ในขณะนั้น), Marcus Samuelson (Aquavit - 2 Michelin Stars) และ Albert Adrià (elBulli - 3 Michelin Stars ในขณะนั้น) รวมไปถึงการเปิดร้านของหวานของตัวเองขึ้นที่ Princeton รัฐ New Jersey อีกด้วย ในปัจจุบันเชฟ Hari Nayak มีห้องหารในควบคุมทั้งในทวีปอเมริกาเหนือและเอเชียรวมไปถึงงานเขียนระดับ Best Seller อีกมากมายจนอาจเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในเชฟชาวอินเดียที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดแห่งยุคเลยก็ว่าได้
🎗 [THE FOOD] Jhol นำเสนออาหารออกมาในรูปแบบ Modern Coastal Indian Cuisine โดยรวบรวมเมนูพื้นบ้านจากฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศอินเดียหรือแถบบ้านเกิดของเชฟ Hari Nayak นำมายกระดับด้วยเทคนิคสมัยใหม่ให้มีความร่วมสมัยและเข้าถึงได้ง่ายจากเหล้านักชิมและลูกค้าทั่ว ๆ ไปมากยิ่งขึ้น ทางร้านได้จัดเมนูทั้งแบบ À La Carte ให้ลูกค้าได้เลือกสั่งกันตามใจชอบรวมไปถึง Set Menu ในราคาสุดคุ้มค่าชื่อว่า The Culinary Journey นำเสนอมาที่ 6 คอร์สที่ราคา 1,399++ และ 6 คอร์สพร้อมเครื่องดื่มแบบ Sparkling 1 แก้วที่ราคา 1,999++ โดยเราขอแนะนำให้ลองเซ็ตเมนูชุดใหญ่ซึ่งประกอบไปด้วยวัตถุดิบที่พรีเมี่ยมมากยิ่งขึ้น รายการเครื่องดื่มประกอบไปด้วยไวน์ที่เข้ากันกับอาหารอินเดีย นอกจากนี้ยังมีม็อกเทลล์และค็อกเทลล์ที่น่าสนใจอีกด้วย สำหรับเมนูที่เตรียมออกมาได้โดดเด่นจนเป็นที่น่าประทับใจอย่างเช่น
✨ Kerala Mutton Roast
Coconut Shoot, Malabar Parota
“คีราล่า มัตตัน โรสต์” หรือเนื้อแพะที่ผ่านการตุ๋นจนนุ่มปรุงแต่งด้วยอโรมาและความเผ็ดของพริกไทยดำ เชฟเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสด้วยการใส่เนื้อมะพร้าวแห้ง ใบ Curry Leaf และหอมแดงดองกรอบ ๆ ด้านล่างคือขนมปัง Maraba Parota กรอบ ๆ สำหรับรับประทานควบคู่กันไป (15/20)
✨ Masala Muska Bun (290++)
Pav Bhaji Butter
“ขนมปังมาซาล่า มัสก้า” เป็นขนมปังที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Iyengar Bakeries ร้านขนมปังและเบเกอรี่ชื่อดังอายุกว่า 120 ปีที่เปรียบเสมือนหัวใจของเมือง Bengaluru ที่ร้าน Jhol เชฟเพิ่มองค์ประกอบของมันฝรั่งลงไปด้วย ชิ้นขนมปังมีความนุ่ม ฟู และหอมในแบบที่คนไทยและคนอินเดียชื่นชอบ เชฟแนะนำให้ฉีกขนมปังออกแล้วทาด้วย Pav Baji Butter โดย Pav Baji คือเครื่องแกงชนิดหนึ่งประกอบไปด้วยผักต่าง ๆ รวมไปถึง Gunpowder ซึ่งเป็นเครื่องเทศของอินเดียปั่นรวมกันกับเนยแล้วตีขึ้นรูปจนได้อโรมาหอมโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ (15/20)
✨ Kundapura Ghee Roast Prawn
Kundapur Masala, Coconut Chutney, Dosa
“กีย์ โรส” เมนูอาหารพื้นเมืองที่มีต้นกำเนิดมาจากเมือง Kundapur ไม่ไกลจาก Udupi บ้านเกิดของเชฟ เนื้อกุ้งนุ่ม เด้ง สุกกำลังดี เชฟผ่านการหมักมาในกีย์หรือเนยใสพื้นเมืองโบราณที่มีส่วนผสมของเครื่องเทศมาซาล่าแดงให้รสชาติเข้มข้นและกลิ่นหอมเฉพาะตัว ข้างกันคือชัทนีย์มะพร้าวและแป้งโดซ่าที่ทำออกมาเป็นเครปรูปกรวยมีกลิ่นหอมและความกรอบเข้ากันกับเนื้อกุ้งได้อย่างไร้ที่ติ (15/20)
✨ Alleppey Fish Curry
Raw Mango, Tempered Cassava, Red Matta Rice
“แกงปลาอาลัปปีย์” โดย Alleppey หรือ Alappuzha เป็นเมืองชายฝั่งทางตอนใต้ของประเทศอินเดียมีขื่อเสียงโด่งดังในเรื่องของแกงที่อร่อยไม่เป็นสองรองใคร เชฟเสิร์ฟเนื้อปลาที่มีความนุ่มเข้ากันดีกับความครีมมี่ของตัวแกง อย่างไรก็ตามเรากลับไม่รู้สึกเลี่ยนแม้แต่น้อยเพราะตัวแกงมีรสชาติที่เปรี้ยวและเผ็ดจัดจ้านไม่เบา ข้างกันคือมันสำปะหลังที่เตรียมมานุ่ม ๆ และ Matta Rice ซึ่งเป็นข้าวแดงชนิดหนึ่งให้เนื้อสัมผัสนุ่มและหนึบเข้ากันดีกับตัวแกงมาก ๆ (15/20)
🎗 [WHY GO] Jhol ถือเป็นห้องอาหารอินเดีย Fine Dining ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพ เชฟ Hari Nayak สามารถรังสรรค์เมนูโดยผสมผสานรสชาติต้นตำรับเข้ากันกับกับเทคนิคยุคใหม่ออกมาได้อย่างลงตัว ราคาอาหารโดยเฉพาะ Set Menu ถือว่าคุ้มค่ามาก ๆ เมื่อเทียบกับห้องอาหารอื่น ๆ ในระดับเดียวกัน พนักงานทุกคนให้บริการอย่างเป็นกันเองและสามารถตอบรายละเอียดของอาหารแต่ละจานได้เป็นอย่างดี สำหรับเพื่อนๆที่มีใจรักอาหารอินเดียรวมไปถึงอาหารสไตล์ Modern เราขอแนะนำเป็นอย่างมากให้แวะมาชิมกันดู รับรองว่าไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน
ภาพของร้านอาหาร
ทั้งหมด 28 รูป

![🎗 [INTRO] หากให้เรานึกถึงห้องอาหารอินเดียที่อยากแนะนำต่อให้เพื่อน ๆ ได้ตามไปลองชิมกันแล้วล่ะก็เชื่อว่าตัวเลือกอันดับแรก ๆ คงหนีไม่พ้น Jhol ห้องอาหารของสุดยอดเชฟ Hari Nayak ซึ่งเป็นหนึ่งในในเชฟชาวอินเดียที่มีชื่อเสียงและทรงอิทธิพลทางอาหารมากที่สุดคนหนึ่งของโลกอย่างแน่นอน](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2023/05/348711109_1654035695069191_4294248616969922858_n.webp)

















![🎗 [THE CHEF] Hari Nayak เกิดที่เมือง Udupi ทางชายฝั่งตะวันตกของประเทศอินเดีย เขาเริ่มต้นเข้ารับการศึกษาเกี่ยวกับอาหารที่โรงเรียนในเมือง Manipal และเรียนจบในปี 1994 ก่อนจะมีโอกาสได้ร่วมงานกับ ITC Hotels ซึ่งเป็นเครือโรงแรมขนาดใหญ่ในประเทศอินเดียอยู่พักหนึ่ง จากนั้นเขาเดินทางไปยัวประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อศึกษาต่อที่สถาบันอาหารระดับโลกอย่าง CIA และจบมาด้วยคะแนนระดับท็อปในปี 1998 ทั้งยังมีโอกาสร่วมงานกับเชฟระดับโลกมาแล้วมากมายเช่น Daniel Boulud (Boulud - 3 Michelin Stars ในขณะนั้น), Marcus Samuelson (Aquavit - 2 Michelin Stars) และ Albert Adrià (elBulli - 3 Michelin Stars ในขณะนั้น) รวมไปถึงการเปิดร้านของหวานของตัวเองขึ้นที่ Princeton รัฐ New Jersey อีกด้วย](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2023/05/349176988_764124232043142_3842947435929482031_n.webp)

![🎗 [THE FOOD] Jhol นำเสนออาหารออกมาในรูปแบบ Modern Coastal Indian Cuisine โดยรวบรวมเมนูพื้นบ้านจากฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศอินเดียหรือแถบบ้านเกิดของเชฟ Hari Nayak นำมายกระดับด้วยเทคนิคสมัยใหม่ให้มีความร่วมสมัยและเข้าถึงได้ง่ายจากเหล้านักชิมและลูกค้าทั่ว ๆ ไปมากยิ่งขึ้น](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2023/05/348857711_799203984900810_2039179243104695154_n.webp)




![🎗 [WHY GO] Jhol ถือเป็นห้องอาหารอินเดีย Fine Dining ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพ เชฟ Hari Nayak สามารถรังสรรค์เมนูโดยผสมผสานรสชาติต้นตำรับเข้ากันกับกับเทคนิคยุคใหม่ออกมาได้อย่างลงตัว ราคาอาหารโดยเฉพาะ Set Menu ถือว่าคุ้มค่ามาก ๆ เมื่อเทียบกับห้องอาหารอื่น ๆ ในระดับเดียวกัน พนักงานทุกคนให้บริการอย่างเป็นกันเองและสามารถตอบรายละเอียดของอาหารแต่ละจานได้เป็นอย่างดี สำหรับเพื่อนๆที่มีใจรักอาหารอินเดียรวมไปถึงอาหารสไตล์ Modern เราขอแนะนำเป็นอย่างมากให้แวะมาชิมกันดู รับรองว่าไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2023/05/348848295_641932811116317_3262958285696112451_n.webp)
![🎗 [THE PLACE] ลูกค้าที่ขับรถส่วนตัวมาสามารถเข้าจอดได้ที่โรงแรมพาร์ค พลาซ่า บางกอก ซอย 18 และนำบัตรจอดมาปั๊มสแตมป์ที่ร้าน สำหรับห้องอาหาร Jhol มีลักษณะเป็นอาคารพร้อมด้วยกำแพงสีขาวสูงตระหง่าน ด้านหน้าเป็นที่นั่งโซนเอาดอร์สำหรับรับลมเย็น ๆ ในวันที่อากาศเป็นใจ](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2023/05/348623627_1292319551666089_7947273607556056396_n.webp)
