GASTRONOME THAILAND by ตามล่า Fine Dining
Jhol
Selected

ThailandJhol · โจฮ์ล

Indian · อาหารอินเดีย — 7/2 Sukhumvit Soi 18, Sukhumvit Road, Klongtoey Bangkok 10110 Thailand

🎗 [INTRO] หากให้เรานึกถึงห้องอาหารอินเดียที่อยากแนะนำต่อให้เพื่อน ๆ ได้ตามไปลองชิมกันแล้วล่ะก็เชื่อว่าตัวเลือกอันดับแรก ๆ คงหนีไม่พ้น Jhol ห้องอาหารของสุดยอดเชฟ Hari Nayak ซึ่งเป็นหนึ่งในในเชฟชาวอินเดียที่มีชื่อเสียงและทรงอิทธิพลทางอาหารมากที่สุดคนหนึ่งของโลกอย่างแน่นอน

🎗 [THE PLACE] ลูกค้าที่ขับรถส่วนตัวมาสามารถเข้าจอดได้ที่โรงแรมพาร์ค พลาซ่า บางกอก ซอย 18 และนำบัตรจอดมาปั๊มสแตมป์ที่ร้าน สำหรับห้องอาหาร Jhol มีลักษณะเป็นอาคารพร้อมด้วยกำแพงสีขาวสูงตระหง่าน ด้านหน้าเป็นที่นั่งโซนเอาดอร์สำหรับรับลมเย็น ๆ ในวันที่อากาศเป็นใจ เมื่อเดินผ่านประตูกระจกเข้าไปจะพบกับพื้นที่บาร์สำหรับจัดเตรียมเครื่องดื่ม ห้องรับประทานอาหารหลักถูกตกแต่งแบบร่วมสมัยโดยผสมผสานศิลปะท้องถิ่นของอินเดียเข้ากับบรรยากาศง่าย ๆ แบบ Casual Dining เฟอร์นิเจอร์บางส่วนใช้วัสดุทำจากไม้ให้สีโทนน้ำตาลดูอบอุ่นสบายตา บนผนังมีการจัดแสดงรูปวาดของนักภูมิศาสตร์ชาวฝรั่งเศส Pierre Duval แสดงถึงแผนที่คาบสมุทรอินเดียในช่วงปี 1607 สุดท้ายหากสังเกตให้ดีจะพบรูปปั้นของพระพิฆเนศที่วางอยู่บริเวณมุมหนึ่งของร้านอีกด้วย

🎗 [THE CHEF] Hari Nayak เกิดที่เมือง Udupi ทางชายฝั่งตะวันตกของประเทศอินเดีย เขาเริ่มต้นเข้ารับการศึกษาเกี่ยวกับอาหารที่โรงเรียนในเมือง Manipal และเรียนจบในปี 1994 ก่อนจะมีโอกาสได้ร่วมงานกับ ITC Hotels ซึ่งเป็นเครือโรงแรมขนาดใหญ่ในประเทศอินเดียอยู่พักหนึ่ง จากนั้นเขาเดินทางไปยัวประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อศึกษาต่อที่สถาบันอาหารระดับโลกอย่าง CIA และจบมาด้วยคะแนนระดับท็อปในปี 1998 ทั้งยังมีโอกาสร่วมงานกับเชฟระดับโลกมาแล้วมากมายเช่น Daniel Boulud (Boulud - 3 Michelin Stars ในขณะนั้น), Marcus Samuelson (Aquavit - 2 Michelin Stars) และ Albert Adrià (elBulli - 3 Michelin Stars ในขณะนั้น) รวมไปถึงการเปิดร้านของหวานของตัวเองขึ้นที่ Princeton รัฐ New Jersey อีกด้วย ในปัจจุบันเชฟ Hari Nayak มีห้องหารในควบคุมทั้งในทวีปอเมริกาเหนือและเอเชียรวมไปถึงงานเขียนระดับ Best Seller อีกมากมายจนอาจเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในเชฟชาวอินเดียที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดแห่งยุคเลยก็ว่าได้

🎗 [THE FOOD] Jhol นำเสนออาหารออกมาในรูปแบบ Modern Coastal Indian Cuisine โดยรวบรวมเมนูพื้นบ้านจากฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศอินเดียหรือแถบบ้านเกิดของเชฟ Hari Nayak นำมายกระดับด้วยเทคนิคสมัยใหม่ให้มีความร่วมสมัยและเข้าถึงได้ง่ายจากเหล้านักชิมและลูกค้าทั่ว ๆ ไปมากยิ่งขึ้น ทางร้านได้จัดเมนูทั้งแบบ À La Carte ให้ลูกค้าได้เลือกสั่งกันตามใจชอบรวมไปถึง Set Menu ในราคาสุดคุ้มค่าชื่อว่า The Culinary Journey นำเสนอมาที่ 6 คอร์สที่ราคา 1,399++ และ 6 คอร์สพร้อมเครื่องดื่มแบบ Sparkling 1 แก้วที่ราคา 1,999++ โดยเราขอแนะนำให้ลองเซ็ตเมนูชุดใหญ่ซึ่งประกอบไปด้วยวัตถุดิบที่พรีเมี่ยมมากยิ่งขึ้น รายการเครื่องดื่มประกอบไปด้วยไวน์ที่เข้ากันกับอาหารอินเดีย นอกจากนี้ยังมีม็อกเทลล์และค็อกเทลล์ที่น่าสนใจอีกด้วย สำหรับเมนูที่เตรียมออกมาได้โดดเด่นจนเป็นที่น่าประทับใจอย่างเช่น

✨ Kerala Mutton Roast

Coconut Shoot, Malabar Parota

“คีราล่า มัตตัน โรสต์” หรือเนื้อแพะที่ผ่านการตุ๋นจนนุ่มปรุงแต่งด้วยอโรมาและความเผ็ดของพริกไทยดำ เชฟเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสด้วยการใส่เนื้อมะพร้าวแห้ง ใบ Curry Leaf และหอมแดงดองกรอบ ๆ ด้านล่างคือขนมปัง Maraba Parota กรอบ ๆ สำหรับรับประทานควบคู่กันไป (15/20)

✨ Masala Muska Bun (290++)

Pav Bhaji Butter

“ขนมปังมาซาล่า มัสก้า” เป็นขนมปังที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Iyengar Bakeries ร้านขนมปังและเบเกอรี่ชื่อดังอายุกว่า 120 ปีที่เปรียบเสมือนหัวใจของเมือง Bengaluru ที่ร้าน Jhol เชฟเพิ่มองค์ประกอบของมันฝรั่งลงไปด้วย ชิ้นขนมปังมีความนุ่ม ฟู และหอมในแบบที่คนไทยและคนอินเดียชื่นชอบ เชฟแนะนำให้ฉีกขนมปังออกแล้วทาด้วย Pav Baji Butter โดย Pav Baji คือเครื่องแกงชนิดหนึ่งประกอบไปด้วยผักต่าง ๆ รวมไปถึง Gunpowder ซึ่งเป็นเครื่องเทศของอินเดียปั่นรวมกันกับเนยแล้วตีขึ้นรูปจนได้อโรมาหอมโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ (15/20)

✨ Kundapura Ghee Roast Prawn

Kundapur Masala, Coconut Chutney, Dosa

“กีย์ โรส” เมนูอาหารพื้นเมืองที่มีต้นกำเนิดมาจากเมือง Kundapur ไม่ไกลจาก Udupi บ้านเกิดของเชฟ เนื้อกุ้งนุ่ม เด้ง สุกกำลังดี เชฟผ่านการหมักมาในกีย์หรือเนยใสพื้นเมืองโบราณที่มีส่วนผสมของเครื่องเทศมาซาล่าแดงให้รสชาติเข้มข้นและกลิ่นหอมเฉพาะตัว ข้างกันคือชัทนีย์มะพร้าวและแป้งโดซ่าที่ทำออกมาเป็นเครปรูปกรวยมีกลิ่นหอมและความกรอบเข้ากันกับเนื้อกุ้งได้อย่างไร้ที่ติ (15/20)

✨ Alleppey Fish Curry

Raw Mango, Tempered Cassava, Red Matta Rice

“แกงปลาอาลัปปีย์” โดย Alleppey หรือ Alappuzha เป็นเมืองชายฝั่งทางตอนใต้ของประเทศอินเดียมีขื่อเสียงโด่งดังในเรื่องของแกงที่อร่อยไม่เป็นสองรองใคร เชฟเสิร์ฟเนื้อปลาที่มีความนุ่มเข้ากันดีกับความครีมมี่ของตัวแกง อย่างไรก็ตามเรากลับไม่รู้สึกเลี่ยนแม้แต่น้อยเพราะตัวแกงมีรสชาติที่เปรี้ยวและเผ็ดจัดจ้านไม่เบา ข้างกันคือมันสำปะหลังที่เตรียมมานุ่ม ๆ และ Matta Rice ซึ่งเป็นข้าวแดงชนิดหนึ่งให้เนื้อสัมผัสนุ่มและหนึบเข้ากันดีกับตัวแกงมาก ๆ (15/20)

🎗 [WHY GO] Jhol ถือเป็นห้องอาหารอินเดีย Fine Dining ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพ เชฟ Hari Nayak สามารถรังสรรค์เมนูโดยผสมผสานรสชาติต้นตำรับเข้ากันกับกับเทคนิคยุคใหม่ออกมาได้อย่างลงตัว ราคาอาหารโดยเฉพาะ Set Menu ถือว่าคุ้มค่ามาก ๆ เมื่อเทียบกับห้องอาหารอื่น ๆ ในระดับเดียวกัน พนักงานทุกคนให้บริการอย่างเป็นกันเองและสามารถตอบรายละเอียดของอาหารแต่ละจานได้เป็นอย่างดี สำหรับเพื่อนๆที่มีใจรักอาหารอินเดียรวมไปถึงอาหารสไตล์ Modern เราขอแนะนำเป็นอย่างมากให้แวะมาชิมกันดู รับรองว่าไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

ภาพของร้านอาหาร

ทั้งหมด 28 รูป

🇹🇭 Jhol - โจฮ์ล 🍽 Selected by MICHELIN Guide - ร้านอาหารที่ได้รับการคัดเลือกในมิชลินไกด์ 🍴 Indian - อาหารอินเดีย 👨🏻‍🍳 Chef Hari Nayak - เชฟฮารี นายัค
รูปที่ 1
🇹🇭 Jhol - โจฮ์ล 🍽 Selected by MICHELIN Guide - ร้านอาหารที่ได้รับการคัดเลือกในมิชลินไกด์ 🍴 Indian - อาหารอินเดีย 👨🏻‍🍳 Chef Hari Nayak - เชฟฮารี นายัค
🎗 [INTRO] หากให้เรานึกถึงห้องอาหารอินเดียที่อยากแนะนำต่อให้เพื่อน ๆ ได้ตามไปลองชิมกันแล้วล่ะก็เชื่อว่าตัวเลือกอันดับแรก ๆ คงหนีไม่พ้น Jhol ห้องอาหารของสุดยอดเชฟ Hari Nayak ซึ่งเป็นหนึ่งในในเชฟชาวอินเดียที่มีชื่อเสียงและทรงอิทธิพลทางอาหารมากที่สุดคนหนึ่งของโลกอย่างแน่นอน
รูปที่ 2
🎗 [INTRO] หากให้เรานึกถึงห้องอาหารอินเดียที่อยากแนะนำต่อให้เพื่อน ๆ ได้ตามไปลองชิมกันแล้วล่ะก็เชื่อว่าตัวเลือกอันดับแรก ๆ คงหนีไม่พ้น Jhol ห้องอาหารของสุดยอดเชฟ Hari Nayak ซึ่งเป็นหนึ่งในในเชฟชาวอินเดียที่มีชื่อเสียงและทรงอิทธิพลทางอาหารมากที่สุดคนหนึ่งของโลกอย่างแน่นอน
Amuse-bouche เริ่มต้นคอร์สด้วยเมนูเรียกน้ำย่อยด้วย Cucumber Pachadi มีลักษณะเป็นแผ่นแป้งกรอบท็อปด้านบนด้วยแตงกวาและโยเกิร์ตช่วยเรียกความสดชื่น ด้านบนท็อปด้วยชัทนีย์สับปะรดและเครื่องเทศอินเดีย (13/20) Bubbles Sparkling Wine of The Week นอกจากนี้ภายในเซ็ตยังรวมเครื่องดื่มเอาไว้ให้แล้วคนละ 1 แก้วใหญ่อีกด้วย บอกเลยว่าคุ้มมาก ๆ
รูปที่ 3
Amuse-bouche เริ่มต้นคอร์สด้วยเมนูเรียกน้ำย่อยด้วย Cucumber Pachadi มีลักษณะเป็นแผ่นแป้งกรอบท็อปด้านบนด้วยแตงกวาและโยเกิร์ตช่วยเรียกความสดชื่น ด้านบนท็อปด้วยชัทนีย์สับปะรดและเครื่องเทศอินเดีย (13/20) Bubbles Sparkling Wine of The Week นอกจากนี้ภายในเซ็ตยังรวมเครื่องดื่มเอาไว้ให้แล้วคนละ 1 แก้วใหญ่อีกด้วย บอกเลยว่าคุ้มมาก ๆ
Masala Muska Bun (290++) Pav Bhaji Butter “ขนมปังมาซาล่า มัสก้า” เป็นขนมปังที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Iyengar Bakeries ร้านขนมปังและเบเกอรี่ชื่อดังอายุกว่า 120 ปีที่เปรียบเสมือนหัวใจของเมือง Bengaluru ที่ร้าน Jhol เชฟเพิ่มองค์ประกอบของมันฝรั่งลงไปด้วย ชิ้นขนมปังมีความนุ่ม ฟู และหอมในแบบที่คนไทยและคนอินเดียชื่นชอบ เชฟแนะนำให้ฉีกขนมปังออกแล้วทาด้วย Pav Baji Butter โดย Pav Baji คือเครื่องแกงชนิดหนึ่งประกอบไปด้วยผักต่าง ๆ รวมไปถึง Gunpowder ซึ่งเป็นเครื่องเทศของอินเดียปั่นรวมกันกับเนยแล้วตีขึ้นรูปจนได้อโรมาหอมโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ (15/20)
รูปที่ 4
Masala Muska Bun (290++) Pav Bhaji Butter “ขนมปังมาซาล่า มัสก้า” เป็นขนมปังที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Iyengar Bakeries ร้านขนมปังและเบเกอรี่ชื่อดังอายุกว่า 120 ปีที่เปรียบเสมือนหัวใจของเมือง Bengaluru ที่ร้าน Jhol เชฟเพิ่มองค์ประกอบของมันฝรั่งลงไปด้วย ชิ้นขนมปังมีความนุ่ม ฟู และหอมในแบบที่คนไทยและคนอินเดียชื่นชอบ เชฟแนะนำให้ฉีกขนมปังออกแล้วทาด้วย Pav Baji Butter โดย Pav Baji คือเครื่องแกงชนิดหนึ่งประกอบไปด้วยผักต่าง ๆ รวมไปถึง Gunpowder ซึ่งเป็นเครื่องเทศของอินเดียปั่นรวมกันกับเนยแล้วตีขึ้นรูปจนได้อโรมาหอมโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ (15/20)
Crab Appam Chili Pepper Crab, Purple Potato Crisp “แอพแพม” เป็นขนมปังที่มีต้นกำเนิดมาจากแถบอินเดียทางตอนใต้ เชฟเตรียมขึ้นมาจากถั่วเลนทิลและข้าวหมักให้เนื้อสัมผัสนุ่มละลาย ตรงกลางคือเนื้อปูที่คลุกเคล้ากันเครื่องแกงและใบมะกรูดจนหอม ด้านบนท็อปด้วยมันม่วงกรอบ ๆ เพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสให้เคี้ยวสนุกมากยิ่งขึ้น (14/20)
รูปที่ 5
Crab Appam Chili Pepper Crab, Purple Potato Crisp “แอพแพม” เป็นขนมปังที่มีต้นกำเนิดมาจากแถบอินเดียทางตอนใต้ เชฟเตรียมขึ้นมาจากถั่วเลนทิลและข้าวหมักให้เนื้อสัมผัสนุ่มละลาย ตรงกลางคือเนื้อปูที่คลุกเคล้ากันเครื่องแกงและใบมะกรูดจนหอม ด้านบนท็อปด้วยมันม่วงกรอบ ๆ เพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสให้เคี้ยวสนุกมากยิ่งขึ้น (14/20)
Injipuli Pork Ribs Ginger, Tamarind, Jaggery ถัดมาคือชิ้นซี่โครงหมูอบมาจนนุ่มขนาดใช้มีดเลาะนนื้อออกจากกระดูกเบา ๆ ก็ร่อนหลุดออกมาได้ ผิวด้านนอกเคลือบด้วยขิงและมะขามให้รสชาติเปรี้ยวโดยมีความหวานที่พอเหมาะของน้ำตาลโตนด (14/20)
รูปที่ 6
Injipuli Pork Ribs Ginger, Tamarind, Jaggery ถัดมาคือชิ้นซี่โครงหมูอบมาจนนุ่มขนาดใช้มีดเลาะนนื้อออกจากกระดูกเบา ๆ ก็ร่อนหลุดออกมาได้ ผิวด้านนอกเคลือบด้วยขิงและมะขามให้รสชาติเปรี้ยวโดยมีความหวานที่พอเหมาะของน้ำตาลโตนด (14/20)
Prawn Koliwada Curd Rice, Pickled Cucumber “โคลิวาด้า” เป็นเมนูที่มีต้นกำเนิดมาจากเมือง Sion และ Mumbai องค์ประกอบด้านล่างคือเคิร์ดไรซ์ทำมาจากข้าวผสมกับโยเกิร์ตมีอุณหภูมิเย็นกว่าด้านบนเล็กน้อย ด้านบนคือกุ้งที่นำไปผัดกับเครื่องเทศและมาซาล่าให้กลิ่นหอมและรสชาติจัดจ้านครบทั้งหวาน เปรี้ยว เค็ม และเผ็ดบาลานซ์กันได้อย่างสมดุล ด้านบนคือแตงกวาดอง รอบ ๆ ล้อมด้วยขนมปัง Papadum กรอบ ๆ เมื่อตักชิมพร้อมกันจะได้เนื้อสัมผัสที่แตกต่างกันคือความแน่นของเนื้อกุ้งและความเบาของเคิร์ดไรซ์นั่นเอง (14/20)
รูปที่ 7
Prawn Koliwada Curd Rice, Pickled Cucumber “โคลิวาด้า” เป็นเมนูที่มีต้นกำเนิดมาจากเมือง Sion และ Mumbai องค์ประกอบด้านล่างคือเคิร์ดไรซ์ทำมาจากข้าวผสมกับโยเกิร์ตมีอุณหภูมิเย็นกว่าด้านบนเล็กน้อย ด้านบนคือกุ้งที่นำไปผัดกับเครื่องเทศและมาซาล่าให้กลิ่นหอมและรสชาติจัดจ้านครบทั้งหวาน เปรี้ยว เค็ม และเผ็ดบาลานซ์กันได้อย่างสมดุล ด้านบนคือแตงกวาดอง รอบ ๆ ล้อมด้วยขนมปัง Papadum กรอบ ๆ เมื่อตักชิมพร้อมกันจะได้เนื้อสัมผัสที่แตกต่างกันคือความแน่นของเนื้อกุ้งและความเบาของเคิร์ดไรซ์นั่นเอง (14/20)
Kerala Mutton Roast Coconut Shoot, Malabar Parota “คีราล่า มัตตัน โรสต์” หรือเนื้อแพะที่ผ่านการตุ๋นจนนุ่มปรุงแต่งด้วยอโรมาและความเผ็ดของพริกไทยดำ เชฟเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสด้วยการใส่เนื้อมะพร้าวแห้ง ใบ Curry Leaf และหอมแดงดองกรอบ ๆ ด้านล่างคือขนมปัง Maraba Parota กรอบ ๆ สำหรับรับประทานควบคู่กันไป (15/20)
รูปที่ 8
Kerala Mutton Roast Coconut Shoot, Malabar Parota “คีราล่า มัตตัน โรสต์” หรือเนื้อแพะที่ผ่านการตุ๋นจนนุ่มปรุงแต่งด้วยอโรมาและความเผ็ดของพริกไทยดำ เชฟเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสด้วยการใส่เนื้อมะพร้าวแห้ง ใบ Curry Leaf และหอมแดงดองกรอบ ๆ ด้านล่างคือขนมปัง Maraba Parota กรอบ ๆ สำหรับรับประทานควบคู่กันไป (15/20)
รูปที่ 9
Chettinad Lamb Shank Black Pepper, Crispy Potato, Thatte Idli “เช็ตตินาด” เป็นน่องแกะขาโตที่ช่วยเสริมความคุ้มค่าให้กับเซ็ตเมนูนี้ เชฟปรุงมาในสไตล์อินเดียใต้ เนื้อแกะนุ่ม เคี้ยวง่ายเข้ากันกับความเผ็ดจัดจ้านของพริกไทยดำ ข้างกันคือ Thatte Idli หรือแป้งที่นุ่ม ๆ คล้ายฟองน้ำท็อปด้วยผงเครื่องเทศ Gunpowder นั่นเอง (15/20)
รูปที่ 10
Chettinad Lamb Shank Black Pepper, Crispy Potato, Thatte Idli “เช็ตตินาด” เป็นน่องแกะขาโตที่ช่วยเสริมความคุ้มค่าให้กับเซ็ตเมนูนี้ เชฟปรุงมาในสไตล์อินเดียใต้ เนื้อแกะนุ่ม เคี้ยวง่ายเข้ากันกับความเผ็ดจัดจ้านของพริกไทยดำ ข้างกันคือ Thatte Idli หรือแป้งที่นุ่ม ๆ คล้ายฟองน้ำท็อปด้วยผงเครื่องเทศ Gunpowder นั่นเอง (15/20)
Kundapura Ghee Roast Prawn Kundapur Masala, Coconut Chutney, Dosa “กีย์ โรส” เมนูอาหารพื้นเมืองที่มีต้นกำเนิดมาจากเมือง Kundapur ไม่ไกลจาก Udupi บ้านเกิดของเชฟ เนื้อกุ้งนุ่ม เด้ง สุกกำลังดี เชฟผ่านการหมักมาในกีย์หรือเนยใสพื้นเมืองโบราณที่มีส่วนผสมของเครื่องเทศมาซาล่าแดงให้รสชาติเข้มข้นและกลิ่นหอมเฉพาะตัว ข้างกันคือชัทนีย์มะพร้าวและแป้งโดซ่าที่ทำออกมาเป็นเครปรูปกรวยมีกลิ่นหอมและความกรอบเข้ากันกับเนื้อกุ้งได้อย่างไร้ที่ติ (15/20)
รูปที่ 11
Kundapura Ghee Roast Prawn Kundapur Masala, Coconut Chutney, Dosa “กีย์ โรส” เมนูอาหารพื้นเมืองที่มีต้นกำเนิดมาจากเมือง Kundapur ไม่ไกลจาก Udupi บ้านเกิดของเชฟ เนื้อกุ้งนุ่ม เด้ง สุกกำลังดี เชฟผ่านการหมักมาในกีย์หรือเนยใสพื้นเมืองโบราณที่มีส่วนผสมของเครื่องเทศมาซาล่าแดงให้รสชาติเข้มข้นและกลิ่นหอมเฉพาะตัว ข้างกันคือชัทนีย์มะพร้าวและแป้งโดซ่าที่ทำออกมาเป็นเครปรูปกรวยมีกลิ่นหอมและความกรอบเข้ากันกับเนื้อกุ้งได้อย่างไร้ที่ติ (15/20)
Alleppey Fish Curry Raw Mango, Tempered Cassava, Red Matta Rice “แกงปลาอาลัปปีย์” โดย Alleppey หรือ Alappuzha เป็นเมืองชายฝั่งทางตอนใต้ของประเทศอินเดียมีขื่อเสียงโด่งดังในเรื่องของแกงที่อร่อยไม่เป็นสองรองใคร เชฟเสิร์ฟเนื้อปลาที่มีความนุ่มเข้ากันดีกับความครีมมี่ของตัวแกง อย่างไรก็ตามเรากลับไม่รู้สึกเลี่ยนแม้แต่น้อยเพราะตัวแกงมีรสชาติที่เปรี้ยวและเผ็ดจัดจ้านไม่เบา ข้างกันคือมันสำปะหลังที่เตรียมมานุ่ม ๆ และ Matta Rice ซึ่งเป็นข้าวแดงชนิดหนึ่งให้เนื้อสัมผัสนุ่มและหนึบเข้ากันดีกับตัวแกงมาก ๆ (15/20)
รูปที่ 12
Alleppey Fish Curry Raw Mango, Tempered Cassava, Red Matta Rice “แกงปลาอาลัปปีย์” โดย Alleppey หรือ Alappuzha เป็นเมืองชายฝั่งทางตอนใต้ของประเทศอินเดียมีขื่อเสียงโด่งดังในเรื่องของแกงที่อร่อยไม่เป็นสองรองใคร เชฟเสิร์ฟเนื้อปลาที่มีความนุ่มเข้ากันดีกับความครีมมี่ของตัวแกง อย่างไรก็ตามเรากลับไม่รู้สึกเลี่ยนแม้แต่น้อยเพราะตัวแกงมีรสชาติที่เปรี้ยวและเผ็ดจัดจ้านไม่เบา ข้างกันคือมันสำปะหลังที่เตรียมมานุ่ม ๆ และ Matta Rice ซึ่งเป็นข้าวแดงชนิดหนึ่งให้เนื้อสัมผัสนุ่มและหนึบเข้ากันดีกับตัวแกงมาก ๆ (15/20)
Mango Kulfi Kaffir Lime Cream, Pistachio Soil, Berry Gel มาถึงเมนูของหวานอย่างแรกคือ “คูลฟี่” หรือไอศกรีมสไตล์อินเดีย เชฟใส่รสชาติของมะม่วงน้ำดอกไม้ลงไปจึงมีกลิ่นหอมและรสชาติเปรี้ยวหวานที่ลงตัว ผิวด้านนอกเป็นไวท์ช็อกโกแลต ข้างกันคือเจลบลูเบอร์รี่ ฝั่งขวามือคือครัมเบิ้ลทำมาจากช็อกโกแลตและพิสตาชิโอ ด้านบนท็อปด้วยครีมมะกรูดและแผ่นตูยกรอบ ถือเป็นการนำเมนูของหวานริมทางที่มายกระดับให้มีความร่วมสมัยมากยิ่งขึ้น (14/20)
รูปที่ 13
Mango Kulfi Kaffir Lime Cream, Pistachio Soil, Berry Gel มาถึงเมนูของหวานอย่างแรกคือ “คูลฟี่” หรือไอศกรีมสไตล์อินเดีย เชฟใส่รสชาติของมะม่วงน้ำดอกไม้ลงไปจึงมีกลิ่นหอมและรสชาติเปรี้ยวหวานที่ลงตัว ผิวด้านนอกเป็นไวท์ช็อกโกแลต ข้างกันคือเจลบลูเบอร์รี่ ฝั่งขวามือคือครัมเบิ้ลทำมาจากช็อกโกแลตและพิสตาชิโอ ด้านบนท็อปด้วยครีมมะกรูดและแผ่นตูยกรอบ ถือเป็นการนำเมนูของหวานริมทางที่มายกระดับให้มีความร่วมสมัยมากยิ่งขึ้น (14/20)
Coconut Payasam Rabdi Ice Cream, Mango Jelly ของหวานที่ดีที่สุดในวันนี้ต้องยกให้กับ Payasam หรือ “คีร์” ที่เตรียมมาจากมะพร้าว องค์ประกอบด้านล่างทำมาจากข้าวเสิร์ฟให้ทานคู่กับ Rabdi หรือไอศกรีมนมข้นให้ความหอมมันลงตัว ฝั่งซ้ายคือเจลลี่มะม่วงช่วยเพิ่มรสเปรี้ยวหวานที่พอเหมาะ อย่าลืมตักทุกองค์ประกอบพร้อมกันเพื่อให้รสชาติที่ดีที่สุด (15/20)
รูปที่ 14
Coconut Payasam Rabdi Ice Cream, Mango Jelly ของหวานที่ดีที่สุดในวันนี้ต้องยกให้กับ Payasam หรือ “คีร์” ที่เตรียมมาจากมะพร้าว องค์ประกอบด้านล่างทำมาจากข้าวเสิร์ฟให้ทานคู่กับ Rabdi หรือไอศกรีมนมข้นให้ความหอมมันลงตัว ฝั่งซ้ายคือเจลลี่มะม่วงช่วยเพิ่มรสเปรี้ยวหวานที่พอเหมาะ อย่าลืมตักทุกองค์ประกอบพร้อมกันเพื่อให้รสชาติที่ดีที่สุด (15/20)
Baby Banana Cardamom, Filtered Kaapi Ice Cream ปิดท้ายด้วย “กล้วยไข่” ที่ประกอบขึ้นมาจากไวท์ช็อกโกแลต ด้านในมีกลิ่นหอมของกระวาน เชฟเสิร์ฟมาให้จับคู่กันกับ Kaapi Ice Cream หรือไอศกรีมกาแฟสไตล์อินเดีย (15/20)
รูปที่ 15
Baby Banana Cardamom, Filtered Kaapi Ice Cream ปิดท้ายด้วย “กล้วยไข่” ที่ประกอบขึ้นมาจากไวท์ช็อกโกแลต ด้านในมีกลิ่นหอมของกระวาน เชฟเสิร์ฟมาให้จับคู่กันกับ Kaapi Ice Cream หรือไอศกรีมกาแฟสไตล์อินเดีย (15/20)
Coffee เราแนะนำจับคู่ของหวานกับกาแฟร้อน ๆ สักแก้ว
รูปที่ 16
Coffee เราแนะนำจับคู่ของหวานกับกาแฟร้อน ๆ สักแก้ว
ห้องรับประทานอาหารหลักถูกตกแต่งแบบร่วมสมัยโดยผสมผสานศิลปะท้องถิ่นของอินเดียเข้ากับบรรยากาศง่าย ๆ แบบ Casual Dining
รูปที่ 17
ห้องรับประทานอาหารหลักถูกตกแต่งแบบร่วมสมัยโดยผสมผสานศิลปะท้องถิ่นของอินเดียเข้ากับบรรยากาศง่าย ๆ แบบ Casual Dining
บนผนังมีการจัดแสดงรูปวาดของนักภูมิศาสตร์ชาวฝรั่งเศส Pierre Duval แสดงถึงแผนที่คาบสมุทรอินเดียในช่วงปี 1607
รูปที่ 18
บนผนังมีการจัดแสดงรูปวาดของนักภูมิศาสตร์ชาวฝรั่งเศส Pierre Duval แสดงถึงแผนที่คาบสมุทรอินเดียในช่วงปี 1607
เฟอร์นิเจอร์บางส่วนใช้วัสดุทำจากไม้ให้สีโทนน้ำตาลดูอบอุ่นสบายตา
รูปที่ 19
เฟอร์นิเจอร์บางส่วนใช้วัสดุทำจากไม้ให้สีโทนน้ำตาลดูอบอุ่นสบายตา
🎗 [THE CHEF] Hari Nayak เกิดที่เมือง Udupi ทางชายฝั่งตะวันตกของประเทศอินเดีย เขาเริ่มต้นเข้ารับการศึกษาเกี่ยวกับอาหารที่โรงเรียนในเมือง Manipal และเรียนจบในปี 1994 ก่อนจะมีโอกาสได้ร่วมงานกับ ITC Hotels ซึ่งเป็นเครือโรงแรมขนาดใหญ่ในประเทศอินเดียอยู่พักหนึ่ง จากนั้นเขาเดินทางไปยัวประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อศึกษาต่อที่สถาบันอาหารระดับโลกอย่าง CIA และจบมาด้วยคะแนนระดับท็อปในปี 1998 ทั้งยังมีโอกาสร่วมงานกับเชฟระดับโลกมาแล้วมากมายเช่น Daniel Boulud (Boulud - 3 Michelin Stars ในขณะนั้น), Marcus Samuelson (Aquavit - 2 Michelin Stars) และ Albert Adrià (elBulli - 3 Michelin Stars ในขณะนั้น) รวมไปถึงการเปิดร้านของหวานของตัวเองขึ้นที่ Princeton รัฐ New Jersey อีกด้วย
รูปที่ 20
🎗 [THE CHEF] Hari Nayak เกิดที่เมือง Udupi ทางชายฝั่งตะวันตกของประเทศอินเดีย เขาเริ่มต้นเข้ารับการศึกษาเกี่ยวกับอาหารที่โรงเรียนในเมือง Manipal และเรียนจบในปี 1994 ก่อนจะมีโอกาสได้ร่วมงานกับ ITC Hotels ซึ่งเป็นเครือโรงแรมขนาดใหญ่ในประเทศอินเดียอยู่พักหนึ่ง จากนั้นเขาเดินทางไปยัวประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อศึกษาต่อที่สถาบันอาหารระดับโลกอย่าง CIA และจบมาด้วยคะแนนระดับท็อปในปี 1998 ทั้งยังมีโอกาสร่วมงานกับเชฟระดับโลกมาแล้วมากมายเช่น Daniel Boulud (Boulud - 3 Michelin Stars ในขณะนั้น), Marcus Samuelson (Aquavit - 2 Michelin Stars) และ Albert Adrià (elBulli - 3 Michelin Stars ในขณะนั้น) รวมไปถึงการเปิดร้านของหวานของตัวเองขึ้นที่ Princeton รัฐ New Jersey อีกด้วย
ในปัจจุบันเชฟ Hari Nayak มีห้องหารในควบคุมทั้งในทวีปอเมริกาเหนือและเอเชียรวมไปถึงงานเขียนระดับ Best Seller อีกมากมายจนอาจเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในเชฟชาวอินเดียที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดแห่งยุคเลยก็ว่าได้
รูปที่ 21
ในปัจจุบันเชฟ Hari Nayak มีห้องหารในควบคุมทั้งในทวีปอเมริกาเหนือและเอเชียรวมไปถึงงานเขียนระดับ Best Seller อีกมากมายจนอาจเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในเชฟชาวอินเดียที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดแห่งยุคเลยก็ว่าได้
🎗 [THE FOOD] Jhol นำเสนออาหารออกมาในรูปแบบ Modern Coastal Indian Cuisine โดยรวบรวมเมนูพื้นบ้านจากฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศอินเดียหรือแถบบ้านเกิดของเชฟ Hari Nayak นำมายกระดับด้วยเทคนิคสมัยใหม่ให้มีความร่วมสมัยและเข้าถึงได้ง่ายจากเหล้านักชิมและลูกค้าทั่ว ๆ ไปมากยิ่งขึ้น
รูปที่ 22
🎗 [THE FOOD] Jhol นำเสนออาหารออกมาในรูปแบบ Modern Coastal Indian Cuisine โดยรวบรวมเมนูพื้นบ้านจากฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศอินเดียหรือแถบบ้านเกิดของเชฟ Hari Nayak นำมายกระดับด้วยเทคนิคสมัยใหม่ให้มีความร่วมสมัยและเข้าถึงได้ง่ายจากเหล้านักชิมและลูกค้าทั่ว ๆ ไปมากยิ่งขึ้น
ทางร้านได้จัดเมนูทั้งแบบ À La Carte ให้ลูกค้าได้เลือกสั่งกันตามใจชอบรวมไปถึง Set Menu ในราคาสุดคุ้มค่าชื่อว่า The Culinary Journey นำเสนอมาที่ 6 คอร์สที่ราคา 1,399++ และ 6 คอร์สพร้อมเครื่องดื่มแบบ Sparkling 1 แก้วที่ราคา 1,999++ โดยเราขอแนะนำให้ลองเซ็ตเมนูชุดใหญ่ซึ่งประกอบไปด้วยวัตถุดิบที่พรีเมี่ยมมากยิ่งขึ้น
รูปที่ 23
ทางร้านได้จัดเมนูทั้งแบบ À La Carte ให้ลูกค้าได้เลือกสั่งกันตามใจชอบรวมไปถึง Set Menu ในราคาสุดคุ้มค่าชื่อว่า The Culinary Journey นำเสนอมาที่ 6 คอร์สที่ราคา 1,399++ และ 6 คอร์สพร้อมเครื่องดื่มแบบ Sparkling 1 แก้วที่ราคา 1,999++ โดยเราขอแนะนำให้ลองเซ็ตเมนูชุดใหญ่ซึ่งประกอบไปด้วยวัตถุดิบที่พรีเมี่ยมมากยิ่งขึ้น
รายการเครื่องดื่มประกอบไปด้วยไวน์ที่เข้ากันกับอาหารอินเดีย นอกจากนี้ยังมีม็อกเทลล์และค็อกเทลล์ที่น่าสนใจอีกด้วย
รูปที่ 24
รายการเครื่องดื่มประกอบไปด้วยไวน์ที่เข้ากันกับอาหารอินเดีย นอกจากนี้ยังมีม็อกเทลล์และค็อกเทลล์ที่น่าสนใจอีกด้วย
หากสังเกตให้ดีจะพบรูปปั้นของพระพิฆเนศที่วางอยู่บริเวณมุมหนึ่งของร้านอีกด้วย
รูปที่ 25
หากสังเกตให้ดีจะพบรูปปั้นของพระพิฆเนศที่วางอยู่บริเวณมุมหนึ่งของร้านอีกด้วย
เมื่อเดินผ่านประตูกระจกเข้าไปจะพบกับพื้นที่บาร์สำหรับจัดเตรียมเครื่องดื่ม
รูปที่ 26
เมื่อเดินผ่านประตูกระจกเข้าไปจะพบกับพื้นที่บาร์สำหรับจัดเตรียมเครื่องดื่ม
🎗 [WHY GO] Jhol ถือเป็นห้องอาหารอินเดีย Fine Dining ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพ เชฟ Hari Nayak สามารถรังสรรค์เมนูโดยผสมผสานรสชาติต้นตำรับเข้ากันกับกับเทคนิคยุคใหม่ออกมาได้อย่างลงตัว ราคาอาหารโดยเฉพาะ Set Menu ถือว่าคุ้มค่ามาก ๆ เมื่อเทียบกับห้องอาหารอื่น ๆ ในระดับเดียวกัน พนักงานทุกคนให้บริการอย่างเป็นกันเองและสามารถตอบรายละเอียดของอาหารแต่ละจานได้เป็นอย่างดี สำหรับเพื่อนๆที่มีใจรักอาหารอินเดียรวมไปถึงอาหารสไตล์ Modern เราขอแนะนำเป็นอย่างมากให้แวะมาชิมกันดู รับรองว่าไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน
รูปที่ 27
🎗 [WHY GO] Jhol ถือเป็นห้องอาหารอินเดีย Fine Dining ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพ เชฟ Hari Nayak สามารถรังสรรค์เมนูโดยผสมผสานรสชาติต้นตำรับเข้ากันกับกับเทคนิคยุคใหม่ออกมาได้อย่างลงตัว ราคาอาหารโดยเฉพาะ Set Menu ถือว่าคุ้มค่ามาก ๆ เมื่อเทียบกับห้องอาหารอื่น ๆ ในระดับเดียวกัน พนักงานทุกคนให้บริการอย่างเป็นกันเองและสามารถตอบรายละเอียดของอาหารแต่ละจานได้เป็นอย่างดี สำหรับเพื่อนๆที่มีใจรักอาหารอินเดียรวมไปถึงอาหารสไตล์ Modern เราขอแนะนำเป็นอย่างมากให้แวะมาชิมกันดู รับรองว่าไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน
🎗 [THE PLACE] ลูกค้าที่ขับรถส่วนตัวมาสามารถเข้าจอดได้ที่โรงแรมพาร์ค พลาซ่า บางกอก ซอย 18 และนำบัตรจอดมาปั๊มสแตมป์ที่ร้าน สำหรับห้องอาหาร Jhol มีลักษณะเป็นอาคารพร้อมด้วยกำแพงสีขาวสูงตระหง่าน ด้านหน้าเป็นที่นั่งโซนเอาดอร์สำหรับรับลมเย็น ๆ ในวันที่อากาศเป็นใจ
รูปที่ 28
🎗 [THE PLACE] ลูกค้าที่ขับรถส่วนตัวมาสามารถเข้าจอดได้ที่โรงแรมพาร์ค พลาซ่า บางกอก ซอย 18 และนำบัตรจอดมาปั๊มสแตมป์ที่ร้าน สำหรับห้องอาหาร Jhol มีลักษณะเป็นอาคารพร้อมด้วยกำแพงสีขาวสูงตระหง่าน ด้านหน้าเป็นที่นั่งโซนเอาดอร์สำหรับรับลมเย็น ๆ ในวันที่อากาศเป็นใจ