GASTRONOME THAILAND by ตามล่า Fine Dining
JHAROKHA By Indus
Others

ThailandJHAROKHA By Indus · จาโรคา บาย อินดัส

Indian · อาหารอินเดีย — Building 494 Lumphini, Pathum Wan, Bangkok 10330

🎗 JHAROKHA By Indus เป็นห้องอาหารอินเดียแห่งใหม่ที่เพิ่งเปิดทำการได้ไม่นานโดยมีจุดเด่นคือทำเลที่ตั้งอยู่ในศูนย์การค้า Erawan Bangkok บริเวณด้านหน้าเป็นบาร์ขนาดใหญ่นำเสนอเมนูทั้งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และค็อกเทลล์รสเลิศ เบื้องหลังลึกเข้าไปเป็นส่วนห้องรับประทานอาหารหลักที่โดดเด่นด้วยการตกแต่งที่คล้ายกันกับ Rajasthan Polo Club ผนังร้านกั้นด้วยกระจกใสบานใหญ่มองออกไปเห็นผู้คนและรถยนต์ที่สัญจรผ่านไปมาผ่านบริเวณแยกราชประสงค์ ส่วนชื่อร้าน JHAROKHA คือหน้าต่างหินที่ได้รับการออกแบบและแกะสลักลวดลายมาอย่างปราณีตโดยทางร้านตั้งใจสื่อความหมายถึงการเปิดหน้าต่างให้เหล่านักชิมได้ลองสัมผัสกับอาหาร ประเพณี และและจิตวิญญาณของชาวอินเดียนั่นเอง

🎗️ เชฟ Sanket Hoskote เติบโตขึ้นมาในประเทศอินเดียโดยมีชีวิตในช่วงวัยเด็กคอยช่วยเหลือที่บ้านในการจัดเตรียมอาหารในครัว เขาจบการศึกษาจากโรงเรียนการโรงแรมในเมือง Chennai ทั้งยังมีโอกาสเดินทางไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่ห้องอาหาร Tresind ซึ่งเป็นหนึ่งในห้องอาหารอินเดียที่มีชื่อเสียงที่สุดในนคร Dubai หลังจากนั้นเขาได้รับงานเป็นหัวหน้าเชฟให้กับห้องอาหาร Alchemy ในนคร Bangalore และได้ร่วมงานกับสุดยอดมาสเตอร์เชฟระดับโลกอย่างเชฟ Hari Nayak อีกด้วย ปัจจุบันเขาได้รับการทาบทามจากคุณ Sid Sehgal ให้เดินทางมายังประเทศไทยเพื่อรับงานสำคัญในการควบคุมห้องอาหาร Jharokha by Indus และนำเสนออาหารอินเดียในรูปแบบโมเดิร์นโดยผสานเทคนิคจากฝั่งตะวันตกเข้ากันกับรสชาติแบบดั้งเดิมโดยมีจานที่น่าสนใจอย่างเช่น

✨ Himalayan Gucchi & Khumb (450++)

Stuffed Morel, King Oyster Mushrooms, Yakhni

คอร์สนี้เป็นจานเด็ดที่นำเสนอวัตถุดิบล้ำค่าจากดินแดนแคชเมียร์ทางตอนเหนือของประเทศอินเดีนนั่นก็คือเห็ดโมเรลนั่นเอง เชฟนำเห็ดโมเรลมายัดไส้แล้วเสิร์ฟมากับเห็ดนางรมหลวงชิ้นโตที่ผ่านกระบวนการซูวีด์นาน 12 ชั่วโมงทำให้ได้เนื้อสัมผัสที่นุ่มและไม่เหนียว นอกจากนี้ยังมี Morel Yakhni ซึ่งเป็นเมนูท้องถิ่นของแถบแคชเมียร์ที่ผสมผสานสต๊อกกับโยเกิร์ตเข้าด้วยกันใส่มาให้

✨ Shikari Maas Ke Sule (650++)

Australian Lamb Striploin, Mustard Mint Dip, Fennel

เนื้อแกะออสเตรเลียส่วนสตริปลอยด์ที่นำไปคลุกในผงเครื่องเทศรวมไปถึงพริก Mathania จากแถบนคร Rajasthan แล้วย่างถ่านจนสุก ด้านบนท็อปด้วยเครื่องจิ้มมิ้นต์-มัสตาร์ด เชฟเสิร์ฟมาโดยใช้อุปกรณ์ที่ดูคล้ายดาบเพื่อบ่งบอกถึงประวัติศาสตร์ของที่เหล่าบรรดานักรบในอดีตนิยมใช้ดาบเสียบเนื้อแล้วย่างไฟนั่นเอง

✨ Pondi ”Cherry“ (280++)

Pondicherry Chocolate, Himachal Cherries

Pondicherry เป็นพื้นที่ในอินเดียที่เคยตกเป็นอาณานิคมของประเทศฝรั่งเศสและขึ้นชื่อในเรื่องของวัตถุดิบโดยเฉพาะช็อกโกแลตคุณภาพดีเสิร์ฟมาหลากหลายรูปแบบและเนื้อสัมผัส ด้านบนท็อปด้วยแผ่น Chocolate Tuile เชฟยังจับคู่กับความเปรี้ยวของ Himachal Cherries อีกด้วย

🎗️ สำหรับใครที่กำลังมองหาร้านอาหารใหม่ ๆ ที่มีบรรยากาศแบบแคชวลเป็นกันเองและมีทำเลอยู่ใจกลางเมืองก็สามารถตามมาชิมกันได้ เราเชื่อว่าอาหารของ JHAROKHA By Indus จะสามารถมอบประสบการณ์ใหม่ ๆ ทั้งในแง่วัตถุดิบและการผสมผสานเทคนิคแบบดั้งเดิมและเทคนิคเวสเทิร์นยุคใหม่ให้กับเหล่านักชิมที่มีใจรักอาหารอินเดียได้อย่างแน่นอน

ภาพของร้านอาหาร

ทั้งหมด 28 รูป

🇹🇭 JHAROKHA By Indus - จาโรคา บาย อินดัส🍴 Indian - อาหารอินเดีย
รูปที่ 1
🇹🇭 JHAROKHA By Indus - จาโรคา บาย อินดัส🍴 Indian - อาหารอินเดีย
JHAROKHA By Indus เป็นห้องอาหารอินเดียแห่งใหม่ที่เพิ่งเปิดทำการได้ไม่นานโดยมีจุดเด่นคือทำเลที่ตั้งอยู่ในศูนย์การค้า Erawan Bangkok
รูปที่ 2
JHAROKHA By Indus เป็นห้องอาหารอินเดียแห่งใหม่ที่เพิ่งเปิดทำการได้ไม่นานโดยมีจุดเด่นคือทำเลที่ตั้งอยู่ในศูนย์การค้า Erawan Bangkok
Amuse-boucheเริ่มต้นมื้ออาหารด้วยของว่างคือ Mushroom Galouti ที่ใช้เห็ดสับมาละเอียดจนแทบละลายในปากสมชื่อทั้งมีความอุมามิช่วยเรียกน้ำย่อยได้ดี
รูปที่ 3
Amuse-boucheเริ่มต้นมื้ออาหารด้วยของว่างคือ Mushroom Galouti ที่ใช้เห็ดสับมาละเอียดจนแทบละลายในปากสมชื่อทั้งมีความอุมามิช่วยเรียกน้ำย่อยได้ดี
5 Chutneys (500++)Baingan Choka, Roasted Tomato, Green Chilli Chutney, Aamshotto, Roasted Beetsชุดเครื่องจิ้มของอินเดียนำเสนอมาให้เลือก 3-5 อย่างเริ่มจาก Baingan Choka ที่เตรียมมาจากมะเขือเผาและพริก, Roasted Tomato หรือชัทนีย์มะเขือเทศเผาโดยมีอโรมาหอม ๆ ของพริก Mathania อยู่ด้วย, Green Chilli Chutney ที่ผสมผสานพนิกเขียวดองเข้ากันกับชีสนมแพะ, Aamshotto ที่มีความหวานของมะม่วงและน้ำตาลโตนด, Roasted Beets ที่ผสมผสานบีทรูทเผาเข้ากันกับอโรมาของใบ Curry Leaf และมัสตาร์ด
รูปที่ 4
5 Chutneys (500++)Baingan Choka, Roasted Tomato, Green Chilli Chutney, Aamshotto, Roasted Beetsชุดเครื่องจิ้มของอินเดียนำเสนอมาให้เลือก 3-5 อย่างเริ่มจาก Baingan Choka ที่เตรียมมาจากมะเขือเผาและพริก, Roasted Tomato หรือชัทนีย์มะเขือเทศเผาโดยมีอโรมาหอม ๆ ของพริก Mathania อยู่ด้วย, Green Chilli Chutney ที่ผสมผสานพนิกเขียวดองเข้ากันกับชีสนมแพะ, Aamshotto ที่มีความหวานของมะม่วงและน้ำตาลโตนด, Roasted Beets ที่ผสมผสานบีทรูทเผาเข้ากันกับอโรมาของใบ Curry Leaf และมัสตาร์ด
Bhuna Kaleji (350++)Rose Cookie, Chicken Liver, Nut Crumbleเชฟนำเสนอ Achappam หรือคุกกี้กุหลาบในรูปแบบอาหารคาว ตรงกลางบรรจุ Pâté ตับไก่เนื้อเนียนมาคู่กันกับความกรอบของครัมเบิ้ลถั่ว คำนี้อโรมาของตับไก่จะค่อนข้างโดดเด่นแตกต่างไปจาก Pâté ของฝั่งตะวันตก
รูปที่ 5
Bhuna Kaleji (350++)Rose Cookie, Chicken Liver, Nut Crumbleเชฟนำเสนอ Achappam หรือคุกกี้กุหลาบในรูปแบบอาหารคาว ตรงกลางบรรจุ Pâté ตับไก่เนื้อเนียนมาคู่กันกับความกรอบของครัมเบิ้ลถั่ว คำนี้อโรมาของตับไก่จะค่อนข้างโดดเด่นแตกต่างไปจาก Pâté ของฝั่งตะวันตก
Bheja Pav (490++)Goat brain, Crispy Potatoใครอยากเปิดโลกสามารถลองชิมขนมปัง Pain Perdu สไตล์ฝรั่งเศสท็อปด้านบนด้วยสมองแพะที่มีอโรมาของเครื่องเทศและความกรอบของ Salli หรือมันฝรั่งฝอยทอดมาแบบไม่อมน้ำมัน
รูปที่ 6
Bheja Pav (490++)Goat brain, Crispy Potatoใครอยากเปิดโลกสามารถลองชิมขนมปัง Pain Perdu สไตล์ฝรั่งเศสท็อปด้านบนด้วยสมองแพะที่มีอโรมาของเครื่องเทศและความกรอบของ Salli หรือมันฝรั่งฝอยทอดมาแบบไม่อมน้ำมัน
Himalayan Gucchi & Khumb (450++)Stuffed Morel, King Oyster Mushrooms, Yakhniคอร์สนี้เป็นอีกหนึ่งจานเด็ดที่นำเสนอวัตถุดิบล้ำค่าจากดินแดนแคชเมียร์ทางตอนเหนือของประเทศอินเดีนนั่นก็คือเห็ดโมเรลนั่นเอง เชฟนำเห็ดโมเรลมายัดไส้แล้วเสิร์ฟมากับเห็ดนางรมหลวงชิ้นโตที่ผ่านกระบวนการซูวีด์นาน 12 ชั่วโมงทำให้ได้เนื้อสัมผัสที่นุ่มและไม่เหนียว นอกจากนี้ยังมี Morel Yakhni ซึ่งเป็นเมนูท้องถิ่นของแถบแคชเมียร์ที่ผสมผสานสต๊อกกับโยเกิร์ตเข้าด้วยกันใส่มาให้
รูปที่ 7
Himalayan Gucchi & Khumb (450++)Stuffed Morel, King Oyster Mushrooms, Yakhniคอร์สนี้เป็นอีกหนึ่งจานเด็ดที่นำเสนอวัตถุดิบล้ำค่าจากดินแดนแคชเมียร์ทางตอนเหนือของประเทศอินเดีนนั่นก็คือเห็ดโมเรลนั่นเอง เชฟนำเห็ดโมเรลมายัดไส้แล้วเสิร์ฟมากับเห็ดนางรมหลวงชิ้นโตที่ผ่านกระบวนการซูวีด์นาน 12 ชั่วโมงทำให้ได้เนื้อสัมผัสที่นุ่มและไม่เหนียว นอกจากนี้ยังมี Morel Yakhni ซึ่งเป็นเมนูท้องถิ่นของแถบแคชเมียร์ที่ผสมผสานสต๊อกกับโยเกิร์ตเข้าด้วยกันใส่มาให้
Batak Seekh Kebab (480++)Skewered Ground Duck, Pineapple Chutneyจานนี้เชฟนำเนื้อเป็ดไปบดก่อนจะนำมาคลุกเคล้ากับเครื่องเทศที่สับจนละเอียด จากนั้นนำไปย่างในเตาทันดูร์จนหอมกรุ่นชวนคิดถึงเมนูทอดมันแบบไทย ๆ ด้านบนคือชัทนีย์สับปะรดช่วยปรุงแต่งรสชาติให้มีมิติ ด้านล่างรองด้วยซอส Masala Beurre Blanc เชฟตั้งใจเสิร์ฟมาใน Seekh หรือ Skewer ตามชื่อเมนู
รูปที่ 8
Batak Seekh Kebab (480++)Skewered Ground Duck, Pineapple Chutneyจานนี้เชฟนำเนื้อเป็ดไปบดก่อนจะนำมาคลุกเคล้ากับเครื่องเทศที่สับจนละเอียด จากนั้นนำไปย่างในเตาทันดูร์จนหอมกรุ่นชวนคิดถึงเมนูทอดมันแบบไทย ๆ ด้านบนคือชัทนีย์สับปะรดช่วยปรุงแต่งรสชาติให้มีมิติ ด้านล่างรองด้วยซอส Masala Beurre Blanc เชฟตั้งใจเสิร์ฟมาใน Seekh หรือ Skewer ตามชื่อเมนู
Shikari Maas Ke Sule (650++)Australian Lamb Striploin, Mustard Mint Dip, Fennelเนื้อแกะออสเตรเลียส่วนสตริปลอยด์ที่นำไปคลุกในผงเครื่องเทศรวมไปถึงพริก Mathania จากแถบนคร Rajasthan แล้วย่างถ่านจนสุก ด้านบนท็อปด้วยเครื่องจิ้มมิ้นต์-มัสตาร์ด เชฟเสิร์ฟมาโดยใช้อุปกรณ์ที่ดูคล้ายดาบเพื่อบ่งบอกถึงประวัติศาสตร์ของที่เหล่าบรรดานักรบในอดีตนิยมใช้ดาบเสียบเนื้อแล้วย่างไฟ
รูปที่ 9
Shikari Maas Ke Sule (650++)Australian Lamb Striploin, Mustard Mint Dip, Fennelเนื้อแกะออสเตรเลียส่วนสตริปลอยด์ที่นำไปคลุกในผงเครื่องเทศรวมไปถึงพริก Mathania จากแถบนคร Rajasthan แล้วย่างถ่านจนสุก ด้านบนท็อปด้วยเครื่องจิ้มมิ้นต์-มัสตาร์ด เชฟเสิร์ฟมาโดยใช้อุปกรณ์ที่ดูคล้ายดาบเพื่อบ่งบอกถึงประวัติศาสตร์ของที่เหล่าบรรดานักรบในอดีตนิยมใช้ดาบเสียบเนื้อแล้วย่างไฟ
Murgh Makhani (450++)Charcoal Smoked Chicken, Tomato Cream SauceMurgh Makhani หรือ Butter Chicken เป็นเมนูที่มีต้นกำเนิดมาจากร้าน Moti Mahal ในนคร Delhi เชฟนำไก่ไปย่างก่อนจะเสิร์ฟมาในซอสที่ขึ้นมาจากมะเขือเทศและครีมจนให้ความเปรี้ยว ครีมมี่ และอุมามิ
รูปที่ 10
Murgh Makhani (450++)Charcoal Smoked Chicken, Tomato Cream SauceMurgh Makhani หรือ Butter Chicken เป็นเมนูที่มีต้นกำเนิดมาจากร้าน Moti Mahal ในนคร Delhi เชฟนำไก่ไปย่างก่อนจะเสิร์ฟมาในซอสที่ขึ้นมาจากมะเขือเทศและครีมจนให้ความเปรี้ยว ครีมมี่ และอุมามิ
Daal Jharokha (390++)Slow Cooked Black Lentils, Tomato, Creamจานนี้ได้จากการนำถั่วเลนทิลไป Slow-Cooked กับครีมและมะเขือเทศ ถั่วเลนทิลจะมีความร่วนและมีอโรมาที่โดดเด่นเฉพาะตัว ขอแนะนำให้รีบชิมตอนยังร้อน ๆ ขอบอกเลยว่าอร่อยมาก ๆ
รูปที่ 11
Daal Jharokha (390++)Slow Cooked Black Lentils, Tomato, Creamจานนี้ได้จากการนำถั่วเลนทิลไป Slow-Cooked กับครีมและมะเขือเทศ ถั่วเลนทิลจะมีความร่วนและมีอโรมาที่โดดเด่นเฉพาะตัว ขอแนะนำให้รีบชิมตอนยังร้อน ๆ ขอบอกเลยว่าอร่อยมาก ๆ
Champaran Gosht (590++)Slow Cooked Goat in a Claypot, Garlic, Mustard OilChamparan Gosht คือเนื้อแพะที่ผ่านการ Slow Cooked อย่างช้า ๆ ในหม้อดินเพื่อให้เนื้อยังมีความนุ่มแบะฉ่ำไม่แห้งจนเกินไป
รูปที่ 12
Champaran Gosht (590++)Slow Cooked Goat in a Claypot, Garlic, Mustard OilChamparan Gosht คือเนื้อแพะที่ผ่านการ Slow Cooked อย่างช้า ๆ ในหม้อดินเพื่อให้เนื้อยังมีความนุ่มแบะฉ่ำไม่แห้งจนเกินไป
Champaran Gosht (590++)Slow Cooked Goat in a Claypot, Garlic, Mustard Oilเมื่อเปิดฝาออกมาจะพบกับอโรมาหอม ๆ ของกระเทียมและเครื่องเทศ
รูปที่ 13
Champaran Gosht (590++)Slow Cooked Goat in a Claypot, Garlic, Mustard Oilเมื่อเปิดฝาออกมาจะพบกับอโรมาหอม ๆ ของกระเทียมและเครื่องเทศ
Mewar Malai Chicken Biryani (500++)Aromatic Saffron Rice, Cream, Biryani Masalaข้าวหมกไก่ที่มีเมล็ดข้าวเรียงตัวสวยงาม ไม่แฉะและไม่แห้งจนเกินไป ทั้งยังมีอโรมาหอม ๆ ของแซฟฟรอนเด่นชัด เชฟเสิร์ฟมากับโยเกิร์ตเป็นเครื่องเคียง
รูปที่ 14
Mewar Malai Chicken Biryani (500++)Aromatic Saffron Rice, Cream, Biryani Masalaข้าวหมกไก่ที่มีเมล็ดข้าวเรียงตัวสวยงาม ไม่แฉะและไม่แห้งจนเกินไป ทั้งยังมีอโรมาหอม ๆ ของแซฟฟรอนเด่นชัด เชฟเสิร์ฟมากับโยเกิร์ตเป็นเครื่องเคียง
Garlic Naan (120++)White Flour Flatbreadขนมปังนานกระเทียมมีความหอมและเนื้อสัมผัสที่เหนียวนุ่มโดดเด่นChilli Cheese Naan (180++)White Flour Flatbread Stuffed with Indian Cheese and Chilliขนมปังนานชีสอินเดียมีรสชานิเค็มเข้ากันกับความหอมของพริก
รูปที่ 15
Garlic Naan (120++)White Flour Flatbreadขนมปังนานกระเทียมมีความหอมและเนื้อสัมผัสที่เหนียวนุ่มโดดเด่นChilli Cheese Naan (180++)White Flour Flatbread Stuffed with Indian Cheese and Chilliขนมปังนานชีสอินเดียมีรสชานิเค็มเข้ากันกับความหอมของพริก
Kesar Falooda (250++)Rose Flavoured Indian Ice Cream, Saffron Milk, Basil Seeds, Glass Noodlesขนมหวานจานแรกคือ Kulfi หรือไอศกรีมกุหลาบช่วยเรียกความสดชื่นจับคู่กับอโรมาหอม ๆ ของครีมนมแซฟรอน ยังมีความกรอบของเมล็ดแมงลักที่ใส่มาในจานอีกด้วย
รูปที่ 16
Kesar Falooda (250++)Rose Flavoured Indian Ice Cream, Saffron Milk, Basil Seeds, Glass Noodlesขนมหวานจานแรกคือ Kulfi หรือไอศกรีมกุหลาบช่วยเรียกความสดชื่นจับคู่กับอโรมาหอม ๆ ของครีมนมแซฟรอน ยังมีความกรอบของเมล็ดแมงลักที่ใส่มาในจานอีกด้วย
Pondi ”Cherry“ (280++)Pondicherry Chocolate, Himachal CherriesPondicherry เป็นพื้นที่ในอินเดียที่เคยตกเป็นอาณานิคมของประเทศฝรั่งเศสและขึ้นชื่อในเรื่องของวัตถุดิบโดยเฉพาะช็อกโกแลตคุณภาพดีเสิร์ฟมาหลากหลายรูปแบบและเนื้อสัมผัส ด้านบนท็อปด้วยแผ่น Chocolate Tuile เชฟยังจับคู่กับความเปรี้ยวของ Himachal Cherries อีกด้วย
รูปที่ 17
Pondi ”Cherry“ (280++)Pondicherry Chocolate, Himachal CherriesPondicherry เป็นพื้นที่ในอินเดียที่เคยตกเป็นอาณานิคมของประเทศฝรั่งเศสและขึ้นชื่อในเรื่องของวัตถุดิบโดยเฉพาะช็อกโกแลตคุณภาพดีเสิร์ฟมาหลากหลายรูปแบบและเนื้อสัมผัส ด้านบนท็อปด้วยแผ่น Chocolate Tuile เชฟยังจับคู่กับความเปรี้ยวของ Himachal Cherries อีกด้วย
รูปที่ 18
ปิดท้ายด้วยกาแฟร้อน ๆ สักแก้ว
รูปที่ 19
ปิดท้ายด้วยกาแฟร้อน ๆ สักแก้ว
🎗️ เชฟ Sanket Hoskote เติบโตขึ้นมาในประเทศอินเดียโดยมีชีวิตในช่วงวัยเด็กคอยช่วยเหลือที่บ้านในการจัดเตรียมอาหารในครัว เขาจบการศึกษาจากโรงเรียนการโรงแรมในเมือง Chennai ทั้งยังมีโอกาสเดินทางไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่ห้องอาหาร Tresind ซึ่งเป็นหนึ่งในห้องอาหารอินเดียที่มีชื่อเสียงที่สุดในนคร Dubai หลังจากนั้นเขาได้รับงานเป็นหัวหน้าเชฟให้กับห้องอาหาร Alchemy ในนคร Bangalore และได้ร่วมงานกับสุดยอดมาสเตอร์เชฟระดับโลกอย่างเชฟ Hari Nayak อีกด้วย
รูปที่ 20
🎗️ เชฟ Sanket Hoskote เติบโตขึ้นมาในประเทศอินเดียโดยมีชีวิตในช่วงวัยเด็กคอยช่วยเหลือที่บ้านในการจัดเตรียมอาหารในครัว เขาจบการศึกษาจากโรงเรียนการโรงแรมในเมือง Chennai ทั้งยังมีโอกาสเดินทางไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่ห้องอาหาร Tresind ซึ่งเป็นหนึ่งในห้องอาหารอินเดียที่มีชื่อเสียงที่สุดในนคร Dubai หลังจากนั้นเขาได้รับงานเป็นหัวหน้าเชฟให้กับห้องอาหาร Alchemy ในนคร Bangalore และได้ร่วมงานกับสุดยอดมาสเตอร์เชฟระดับโลกอย่างเชฟ Hari Nayak อีกด้วย
ปัจจุบันเขาได้รับการทาบทามจากคุณ Sid Sehgal ให้เดินทางมายังประเทศไทยเพื่อรับงานสำคัญในการควบคุมห้องอาหาร Jharokha by Indus และนำเสนออาหารอินเดียในรูปแบบโมเดิร์นโดยผสานเทคนิคจากฝั่งตะวันตกเข้ากันกับรสชาติแบบดั้งเดิมโดยมีจานที่น่าสนใจ
รูปที่ 21
ปัจจุบันเขาได้รับการทาบทามจากคุณ Sid Sehgal ให้เดินทางมายังประเทศไทยเพื่อรับงานสำคัญในการควบคุมห้องอาหาร Jharokha by Indus และนำเสนออาหารอินเดียในรูปแบบโมเดิร์นโดยผสานเทคนิคจากฝั่งตะวันตกเข้ากันกับรสชาติแบบดั้งเดิมโดยมีจานที่น่าสนใจ
ห้องรับประทานอาหารหลักโดดเด่นด้วยการตกแต่งที่คล้ายกันกับ Rajasthan Polo Club
รูปที่ 22
ห้องรับประทานอาหารหลักโดดเด่นด้วยการตกแต่งที่คล้ายกันกับ Rajasthan Polo Club
ผนังร้านกั้นด้วยกระจกใสบานใหญ่มองออกไปเห็นผู้คนและรถยนต์ที่สัญจรผ่านไปมาผ่านบริเวณแยกราชประสงค์
รูปที่ 23
ผนังร้านกั้นด้วยกระจกใสบานใหญ่มองออกไปเห็นผู้คนและรถยนต์ที่สัญจรผ่านไปมาผ่านบริเวณแยกราชประสงค์
ส่วนชื่อร้าน JHAROKHA คือหน้าต่างหินที่ได้รับการออกแบบและแกะสลักลวดลายมาอย่างปราณีตโดยทางร้านตั้งใจสื่อความหมายถึงการเปิดหน้าต่างให้เหล่านักชิมได้ลองสัมผัสกับอาหาร ประเพณี และและจิตวิญญาณของชาวอินเดียนั่นเอง
รูปที่ 24
ส่วนชื่อร้าน JHAROKHA คือหน้าต่างหินที่ได้รับการออกแบบและแกะสลักลวดลายมาอย่างปราณีตโดยทางร้านตั้งใจสื่อความหมายถึงการเปิดหน้าต่างให้เหล่านักชิมได้ลองสัมผัสกับอาหาร ประเพณี และและจิตวิญญาณของชาวอินเดียนั่นเอง
บรรยากาศในห้องอาหาร
รูปที่ 25
บรรยากาศในห้องอาหาร
บรรยากาศในห้องอาหาร
รูปที่ 26
บรรยากาศในห้องอาหาร
บริเวณด้านหน้าเป็นบาร์ขนาดใหญ่นำเสนอเมนูทั้งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และค็อกเทลล์รสเลิศ
รูปที่ 27
บริเวณด้านหน้าเป็นบาร์ขนาดใหญ่นำเสนอเมนูทั้งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และค็อกเทลล์รสเลิศ
เราเชื่อว่าอาหารของ JHAROKHA By Indus จะสามารถมอบประสบการณ์ใหม่ ๆ ทั้งในแง่วัตถุดิบและการผสมผสานเทคนิคแบบดั้งเดิมและเทคนิคเวสเทิร์นยุคใหม่ให้กับเหล่านักชิมที่มีใจรักอาหารอินเดียได้อย่างแน่นอน
รูปที่ 28
เราเชื่อว่าอาหารของ JHAROKHA By Indus จะสามารถมอบประสบการณ์ใหม่ ๆ ทั้งในแง่วัตถุดิบและการผสมผสานเทคนิคแบบดั้งเดิมและเทคนิคเวสเทิร์นยุคใหม่ให้กับเหล่านักชิมที่มีใจรักอาหารอินเดียได้อย่างแน่นอน