
Jag · แจ็ค
French Contemporary · อาหารฝรั่งเศสร่วมสมัย — Singapore Tyler Print Institute, #02-02, 41 Robertson Quay, 238236, Singapore
🎗️ [INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับห้องอาหารเพียงแห่งเดียวใจกลางประเทศสิงคโปร์ที่กล้านำเสนอเมนูในสไตล์ Vegetable-forward Cuisine ออกมาได้อย่างน่าสนใจ ใครที่สนใจสามารถตามไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมกันได้ที่ https://bit.ly/41VY6FQ
🎗️ [THE PLACE] หลังจากประสบความสำเร็จอย่างมากจากทำเลเดิมที่มีลักษณะคล้ายโกดังเก่า เชฟ Jeremy Gillon ตัดสินใจย้ายห้องอาหาร Jag มายังชั้น 2 ของ STPI Creative Workshop and Gallery เพื่อให้บรรยากาศในร้านมีความโปร่งมากยิ่งขึ้น ขอแนะนำให้เลือกนั่งบริเวณริมหน้าต่างมองออกไปเห็นสะพานคนเดิน Alkaff Bridge ซึ่งมีสีสันสวยงามสะดุดตา ภายในร้านมีลักษณะเป็นผนังสีขาวเข้มเข้ากันดีกับเฟอร์นิเจอร์สีเขียวใบไม้ชวนนึกถึงบ้านตามชนบทของประเทศฝรั่งเศส เก้าอี้หวายรวมไปถึงโต๊ะไม้ช่วยเพิ่มความคลาสสิกให้กับสถานที่ หากสังเกตให้ดีจะพบกับของตกแต่งที่วาดลวดลายของ Mont Saint-Michel บ่งบอกถึงแคว้น Normandy บ้านเกิดของเชฟ ภาพของผักต่าง ๆ แขวนเอาไว้บนผนังแสดงถึงสไตล์การทำอาหารและวัตถุดิบสำคัญของร้านได้เป็นอย่างดี
🎗️ [THE CHEF] Jeremy Gillon เป็นเชฟชาวฝรั่งเศสผู้เกิดและเติบโตขึ้นมาในแคว้น Normandy หลังจากจบเป็นเชฟมืออาชีพเขาได้ร่วมงานกับเชฟ Nicolas Le Bec และเป็นหนึ่งในทีมที่พาห้องอาหาร Los Loges คว้ารางวัล 1 MICHELIN Star มาครองได้สำเร็จ ต่อมาเขาได้รับงานเป็นหัวหน้าเชฟที่ห้องอาหาร L’Epicurean ในเมือง Val Thorens และสามารถคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองเป็นของตัวเองได้ในที่สุด กาลเวลาล่วงเลยมาจนกระทั่งในปี 2018 เขาได้เข้าร่วมเป็นหนึ่งในทีมเชฟให้กับนักกีฬาทีมชาติฝรั่งเศสใน PyeongChang Winter Olympic Games ณ ประเทศเกาหลีใต้และได้รับการทาบทามให้มาเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนของห้องอาหาร Jag ที่ประเทศสิงคโปร์โดยใช้ชื่อย่อมาจากคำว่า Jeremy Anant Gastronomy ซึ่งเป็นสองหุ้นส่วนคนสำคัญของร้านนั่นเอง ตัวร้านได้รับรางวัล 🌟 1 MICHELIN Star ครั้งแรกในปี 2019 และสามารถรักษาคุณภาพต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
🎗️ [THE FOOD] เชฟ Jeremy อาศัยปรัชญา Vegetable-forward Cuisine หรือพูดง่าย ๆ คือการผลักดันให้ผักและสมุนไพรต่าง ๆ กลายมาเป็นจุดเด่นของจานแทนที่โปรตีนจำพวกเนื้อสัตว์ซึ่งจะกลายไปเป็นองค์ประกอบเสริมในจานแทน ทุกจานอาศัยเทคนิคการสไตล์ฝรั่งเศสร่วมสมัย ทั้งยังมีรสชาติที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ทางร้านนำเสนอ Tasting Menu ทั้งหมด 2 รูปแบบคือ “Protein“ และ “Vegetarian“ โดยอาศัยพืชผักตามฤดูกาล (ในที่นี้คือฤดูหนาว) จำนวน 4 คอร์ส (210 SGD) สำหรับช่วงมื้อกลางวันและ 6 คอร์ส (357 SGD) สำหรับมื้อค่ำ นอกจากนี้ใครที่จองผ่านแอปพลิเคชั่น Hungry Hub ยังจะได้รับเครื่องดื่มพิเศษไม่ว่าจะเป็นเบียร์หรือแอปเปิ้ลไซเดอร์อีกคน 1 กระป๋องอีกด้วย ในทางกลับกันรายการไวน์มีให้เลือกไม่มากนักและมีราคาค่อนข้างสูง ตัวอย่างอาหารจานที่เป็นดาวเด่นในวันนี้ได้แก่
✨ Chervil Root , Lobster
ล็อบสเตอร์เนื้อเด้งกรอบจับคู่มากับซอสครีมกุ้งล็อบสเตอร์ที่มีความหวาน ครีมมี่ และรสขมเบา ๆ ในจานยังมีรากของเชอร์วิลเสิร์ฟมาในหลากหลายเทคนิคทั้งแบบปกติและแบบที่ผ่านการการจี่ เชฟยังสร้างมิติความหวานโดยการใส่พราลีนอัลมอนด์และพาสร์นิปไว้ด้วย
✨ Celeriac, Dover Sole
ปลาโดเวอร์โซลสอดไส้ตรงกลางด้วย Mousseline ของปลาให้เนื้อสัมผัสสู้ฟันด้านนอกและกลับนุ่มละลายตรงกลางดีงามไร้ที่ติ ด้านบนท็อปด้วยทรัฟเฟิลดำฝนสร้าง Earthy Aroma ให้กับจาน ข้าง ๆ กันคือ Celeriac ในหลากหลายรูปแบบทั้งทาร์ตเล็ตที่พันม้วนกับทรัฟเฟิลและเพียวเร่รสหวานละมุน จากนั้นเชฟจะเทซอสที่เตรียมขึ้นมาจากกระดูกปลา เนย และ Verjus ให้ความหอม มัน ครีมมี่ตัดด้วยความฉุนของน้ำมัน Lovage ได้อย่างไร้ที่ตื
✨ Chocolate, Beetroot
ของหวานจานหลักเป็นการผสมผสานบีทรูทและช็อกโกแลตเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว สำหรับบีทรูทเชฟเสิร์ฟมาเป็นแบบบีทรูทปกติ, Espuma และแผ่น Tuile นอกจากนี้ยังมีแผ่น Tuile ที่เตรียมมาจากพริกไทยดำและคาเคาอีกด้วย
🎗️ [WHY GO] ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าเทรนด์ของอาหาร Vegetable-forward Cuisine กำลังได้รับความนิยมสูงขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งในฝั่งยุโรปและอเมริกาและกำลังค่อย ๆ แผ่ขยายความนิยมมายังแถบเอเชีย Jag จึงจัดว่าเป็นห้องอาหารแห่งแรก ๆ ที่เลือกกระแสนี้มาประยุกต์เข้ากันกับอาหารของตัวเองได้อย่างน่าสนใจ ราคาอาหารอาจดูค่อนข้างสูงอยู่บ้าง พนักงานให้บริการดีและยังคงมีความเป็นกันเองแตกต่างจากห้องอาหารฝรั่งเศสระดับสูงทั่วไป สำหรับผู้ที่สนใจอย่าลืม กดจองกันไปก่อนผ่านทางแอปพลิเคชั่น Hungry Hub เพื่อการันตีราคาพิเศษกว่าที่ร้านและรับเครื่องดื่มสมนาคุณฟรีอีกคนละที่นั่นเอง
ภาพของร้านอาหาร
ทั้งหมด 34 รูป

![🎗️ [THE CHEF] Jeremy Gillon เป็นเชฟชาวฝรั่งเศสผู้เกิดและเติบโตขึ้นมาในแคว้น Normandy หลังจากจบเป็นเชฟมืออาชีพเขาได้ร่วมงานกับเชฟ Nicolas Le Bec และเป็นหนึ่งในทีมที่พาห้องอาหาร Los Loges คว้ารางวัล 1 MICHELIN Star มาครองได้สำเร็จ ต่อมาเขาได้รับงานเป็นหัวหน้าเชฟที่ห้องอาหาร L’Epicurean ในเมือง Val Thorens และสามารถคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองเป็นของตัวเองได้ในที่สุด กาลเวลาล่วงเลยมาจนกระทั่งในปี 2018 เขาได้เข้าร่วมเป็นหนึ่งในทีมเชฟให้กับนักกีฬาทีมชาติฝรั่งเศสใน PyeongChang Winter Olympic Games ณ ประเทศเกาหลีใต้และได้รับการทาบทามให้มาเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนของห้องอาหาร Jag ที่ประเทศสิงคโปร์โดยใช้ชื่อย่อมาจากคำว่า Jeremy Anant Gastronomy ซึ่งเป็นสองหุ้นส่วนคนสำคัญของร้านนั่นเอง ตัวร้านได้รับรางวัล 🌟 1 MICHELIN Star ครั้งแรกในปี 2019 และสามารถรักษาคุณภาพต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2025/03/486136645_1202895724827312_2777533457609899985_n.webp)





















![🎗️ [THE FOOD] เชฟ Jeremy อาศัยปรัชญา Vegetable-forward Cuisine หรือพูดง่าย ๆ คือการผลักดันให้ผักและสมุนไพรต่าง ๆ กลายมาเป็นจุดเด่นของจานแทนที่โปรตีนจำพวกเนื้อสัตว์ซึ่งจะกลายไปเป็นองค์ประกอบเสริมในจานแทน ทุกจานอาศัยเทคนิคการในสไตล์ฝรั่งเศสร่วมสมัย ทั้งยังมีรสชาติที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2025/03/486516262_1202905128159705_8625492466292207183_n.webp)

![🎗️ [INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับห้องอาหารเพียงแห่งเดียวใจกลางประเทศสิงคโปร์ที่กล้านำเสนอเมนูในสไตล์ Vegetable-forward Cuisine ออกมาได้อย่างน่าสนใจ](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2025/03/486035716_1202899028160315_4618218955351050725_n.webp)

![🎗️ [THE PLACE] หลังจากประสบความสำเร็จอย่างมากจากทำเลเดิมที่มีลักษณะคล้ายโกดังเก่า เชฟ Jeremy Gillon ตัดสินใจย้ายห้องอาหาร Jag มายังชั้น 2 ของ STPI Creative Workshop and Gallery เพื่อให้บรรยากาศในร้านมีความโปร่งมากยิ่งขึ้น](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2025/03/485765013_1202905184826366_1618288593172607629_n.webp)



![🎗️ [WHY GO] ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าเทรนด์ของอาหาร Vegetable-forward Cuisine กำลังได้รับความนิยมสูงขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งในฝั่งยุโรปและอเมริกาและกำลังค่อย ๆ แผ่ขยายความนิยมมายังแถบเอเชีย Jag จึงจัดว่าเป็นห้องอาหารแห่งแรก ๆ ที่เลือกกระแสนี้มาประยุกต์เข้ากันกับอาหารของตัวเองได้อย่างน่าสนใจ ราคาอาหารอาจดูค่อนข้างสูงอยู่บ้าง พนักงานให้บริการดีและยังคงมีความเป็นกันเองแตกต่างจากห้องอาหารฝรั่งเศสระดับสูงทั่วไป](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2025/03/485947687_1202901141493437_4581642660838029049_n.webp)


