GASTRONOME THAILAND by ตามล่า Fine Dining
Jag
1 MICHELIN Star

SingaporeJag · แจ็ค

French Contemporary · อาหารฝรั่งเศสร่วมสมัย — Singapore Tyler Print Institute, #02-02, 41 Robertson Quay, 238236, Singapore

🎗️ [INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับห้องอาหารเพียงแห่งเดียวใจกลางประเทศสิงคโปร์ที่กล้านำเสนอเมนูในสไตล์ Vegetable-forward Cuisine ออกมาได้อย่างน่าสนใจ ใครที่สนใจสามารถตามไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมกันได้ที่ https://bit.ly/41VY6FQ

🎗️ [THE PLACE] หลังจากประสบความสำเร็จอย่างมากจากทำเลเดิมที่มีลักษณะคล้ายโกดังเก่า เชฟ Jeremy Gillon ตัดสินใจย้ายห้องอาหาร Jag มายังชั้น 2 ของ STPI Creative Workshop and Gallery เพื่อให้บรรยากาศในร้านมีความโปร่งมากยิ่งขึ้น ขอแนะนำให้เลือกนั่งบริเวณริมหน้าต่างมองออกไปเห็นสะพานคนเดิน Alkaff Bridge ซึ่งมีสีสันสวยงามสะดุดตา ภายในร้านมีลักษณะเป็นผนังสีขาวเข้มเข้ากันดีกับเฟอร์นิเจอร์สีเขียวใบไม้ชวนนึกถึงบ้านตามชนบทของประเทศฝรั่งเศส เก้าอี้หวายรวมไปถึงโต๊ะไม้ช่วยเพิ่มความคลาสสิกให้กับสถานที่ หากสังเกตให้ดีจะพบกับของตกแต่งที่วาดลวดลายของ Mont Saint-Michel บ่งบอกถึงแคว้น Normandy บ้านเกิดของเชฟ ภาพของผักต่าง ๆ แขวนเอาไว้บนผนังแสดงถึงสไตล์การทำอาหารและวัตถุดิบสำคัญของร้านได้เป็นอย่างดี

🎗️ [THE CHEF] Jeremy Gillon เป็นเชฟชาวฝรั่งเศสผู้เกิดและเติบโตขึ้นมาในแคว้น Normandy หลังจากจบเป็นเชฟมืออาชีพเขาได้ร่วมงานกับเชฟ Nicolas Le Bec และเป็นหนึ่งในทีมที่พาห้องอาหาร Los Loges คว้ารางวัล 1 MICHELIN Star มาครองได้สำเร็จ ต่อมาเขาได้รับงานเป็นหัวหน้าเชฟที่ห้องอาหาร L’Epicurean ในเมือง Val Thorens และสามารถคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองเป็นของตัวเองได้ในที่สุด กาลเวลาล่วงเลยมาจนกระทั่งในปี 2018 เขาได้เข้าร่วมเป็นหนึ่งในทีมเชฟให้กับนักกีฬาทีมชาติฝรั่งเศสใน PyeongChang Winter Olympic Games ณ ประเทศเกาหลีใต้และได้รับการทาบทามให้มาเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนของห้องอาหาร Jag ที่ประเทศสิงคโปร์โดยใช้ชื่อย่อมาจากคำว่า Jeremy Anant Gastronomy ซึ่งเป็นสองหุ้นส่วนคนสำคัญของร้านนั่นเอง ตัวร้านได้รับรางวัล 🌟 1 MICHELIN Star ครั้งแรกในปี 2019 และสามารถรักษาคุณภาพต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

🎗️ [THE FOOD] เชฟ Jeremy อาศัยปรัชญา Vegetable-forward Cuisine หรือพูดง่าย ๆ คือการผลักดันให้ผักและสมุนไพรต่าง ๆ กลายมาเป็นจุดเด่นของจานแทนที่โปรตีนจำพวกเนื้อสัตว์ซึ่งจะกลายไปเป็นองค์ประกอบเสริมในจานแทน ทุกจานอาศัยเทคนิคการสไตล์ฝรั่งเศสร่วมสมัย ทั้งยังมีรสชาติที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ทางร้านนำเสนอ Tasting Menu ทั้งหมด 2 รูปแบบคือ “Protein“ และ “Vegetarian“ โดยอาศัยพืชผักตามฤดูกาล (ในที่นี้คือฤดูหนาว) จำนวน 4 คอร์ส (210 SGD) สำหรับช่วงมื้อกลางวันและ 6 คอร์ส (357 SGD) สำหรับมื้อค่ำ นอกจากนี้ใครที่จองผ่านแอปพลิเคชั่น Hungry Hub ยังจะได้รับเครื่องดื่มพิเศษไม่ว่าจะเป็นเบียร์หรือแอปเปิ้ลไซเดอร์อีกคน 1 กระป๋องอีกด้วย ในทางกลับกันรายการไวน์มีให้เลือกไม่มากนักและมีราคาค่อนข้างสูง ตัวอย่างอาหารจานที่เป็นดาวเด่นในวันนี้ได้แก่

✨ Chervil Root , Lobster

ล็อบสเตอร์เนื้อเด้งกรอบจับคู่มากับซอสครีมกุ้งล็อบสเตอร์ที่มีความหวาน ครีมมี่ และรสขมเบา ๆ ในจานยังมีรากของเชอร์วิลเสิร์ฟมาในหลากหลายเทคนิคทั้งแบบปกติและแบบที่ผ่านการการจี่ เชฟยังสร้างมิติความหวานโดยการใส่พราลีนอัลมอนด์และพาสร์นิปไว้ด้วย

✨ Celeriac, Dover Sole

ปลาโดเวอร์โซลสอดไส้ตรงกลางด้วย Mousseline ของปลาให้เนื้อสัมผัสสู้ฟันด้านนอกและกลับนุ่มละลายตรงกลางดีงามไร้ที่ติ ด้านบนท็อปด้วยทรัฟเฟิลดำฝนสร้าง Earthy Aroma ให้กับจาน ข้าง ๆ กันคือ Celeriac ในหลากหลายรูปแบบทั้งทาร์ตเล็ตที่พันม้วนกับทรัฟเฟิลและเพียวเร่รสหวานละมุน จากนั้นเชฟจะเทซอสที่เตรียมขึ้นมาจากกระดูกปลา เนย และ Verjus ให้ความหอม มัน ครีมมี่ตัดด้วยความฉุนของน้ำมัน Lovage ได้อย่างไร้ที่ตื

✨ Chocolate, Beetroot

ของหวานจานหลักเป็นการผสมผสานบีทรูทและช็อกโกแลตเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว สำหรับบีทรูทเชฟเสิร์ฟมาเป็นแบบบีทรูทปกติ, Espuma และแผ่น Tuile นอกจากนี้ยังมีแผ่น Tuile ที่เตรียมมาจากพริกไทยดำและคาเคาอีกด้วย

🎗️ [WHY GO] ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าเทรนด์ของอาหาร Vegetable-forward Cuisine กำลังได้รับความนิยมสูงขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งในฝั่งยุโรปและอเมริกาและกำลังค่อย ๆ แผ่ขยายความนิยมมายังแถบเอเชีย Jag จึงจัดว่าเป็นห้องอาหารแห่งแรก ๆ ที่เลือกกระแสนี้มาประยุกต์เข้ากันกับอาหารของตัวเองได้อย่างน่าสนใจ ราคาอาหารอาจดูค่อนข้างสูงอยู่บ้าง พนักงานให้บริการดีและยังคงมีความเป็นกันเองแตกต่างจากห้องอาหารฝรั่งเศสระดับสูงทั่วไป สำหรับผู้ที่สนใจอย่าลืม กดจองกันไปก่อนผ่านทางแอปพลิเคชั่น Hungry Hub เพื่อการันตีราคาพิเศษกว่าที่ร้านและรับเครื่องดื่มสมนาคุณฟรีอีกคนละที่นั่นเอง

ภาพของร้านอาหาร

ทั้งหมด 34 รูป

🇸🇬 Jag - แจ็ค🌟 1 MICHELIN Star - 1 ดาวมิชลิน🍴 French Contemporary - อาหารฝรั่งเศสร่วมสมัย👨🏻‍🍳 Chef Jeremy Gillon - เชฟเฌเรมี กียง
รูปที่ 1
🇸🇬 Jag - แจ็ค🌟 1 MICHELIN Star - 1 ดาวมิชลิน🍴 French Contemporary - อาหารฝรั่งเศสร่วมสมัย👨🏻‍🍳 Chef Jeremy Gillon - เชฟเฌเรมี กียง
🎗️ [THE CHEF] Jeremy Gillon เป็นเชฟชาวฝรั่งเศสผู้เกิดและเติบโตขึ้นมาในแคว้น Normandy หลังจากจบเป็นเชฟมืออาชีพเขาได้ร่วมงานกับเชฟ Nicolas Le Bec และเป็นหนึ่งในทีมที่พาห้องอาหาร Los Loges คว้ารางวัล 1 MICHELIN Star มาครองได้สำเร็จ ต่อมาเขาได้รับงานเป็นหัวหน้าเชฟที่ห้องอาหาร L’Epicurean ในเมือง Val Thorens และสามารถคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองเป็นของตัวเองได้ในที่สุด กาลเวลาล่วงเลยมาจนกระทั่งในปี 2018 เขาได้เข้าร่วมเป็นหนึ่งในทีมเชฟให้กับนักกีฬาทีมชาติฝรั่งเศสใน PyeongChang Winter Olympic Games ณ ประเทศเกาหลีใต้และได้รับการทาบทามให้มาเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนของห้องอาหาร Jag ที่ประเทศสิงคโปร์โดยใช้ชื่อย่อมาจากคำว่า Jeremy Anant Gastronomy ซึ่งเป็นสองหุ้นส่วนคนสำคัญของร้านนั่นเอง ตัวร้านได้รับรางวัล 🌟 1 MICHELIN Star ครั้งแรกในปี 2019 และสามารถรักษาคุณภาพต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
รูปที่ 2
🎗️ [THE CHEF] Jeremy Gillon เป็นเชฟชาวฝรั่งเศสผู้เกิดและเติบโตขึ้นมาในแคว้น Normandy หลังจากจบเป็นเชฟมืออาชีพเขาได้ร่วมงานกับเชฟ Nicolas Le Bec และเป็นหนึ่งในทีมที่พาห้องอาหาร Los Loges คว้ารางวัล 1 MICHELIN Star มาครองได้สำเร็จ ต่อมาเขาได้รับงานเป็นหัวหน้าเชฟที่ห้องอาหาร L’Epicurean ในเมือง Val Thorens และสามารถคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองเป็นของตัวเองได้ในที่สุด กาลเวลาล่วงเลยมาจนกระทั่งในปี 2018 เขาได้เข้าร่วมเป็นหนึ่งในทีมเชฟให้กับนักกีฬาทีมชาติฝรั่งเศสใน PyeongChang Winter Olympic Games ณ ประเทศเกาหลีใต้และได้รับการทาบทามให้มาเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนของห้องอาหาร Jag ที่ประเทศสิงคโปร์โดยใช้ชื่อย่อมาจากคำว่า Jeremy Anant Gastronomy ซึ่งเป็นสองหุ้นส่วนคนสำคัญของร้านนั่นเอง ตัวร้านได้รับรางวัล 🌟 1 MICHELIN Star ครั้งแรกในปี 2019 และสามารถรักษาคุณภาพต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
วัตถุดิบสำคัญของมื้อนี้
รูปที่ 3
วัตถุดิบสำคัญของมื้อนี้
Radish, Long Pepperเริ่มต้นของว่างเรียกน้ำย่อยด้วยแผ่นแครกเกอร์กรอบทรงหมอนสี่เหลี่ยม ด้านในบรรจุแรดิชสร้างรสชาติเปรี้ยวเบา ๆLeek, Carawayกระเทียมต้นเสิร์ฟมาเป็นสลัดห่อด้วยเจลลี่กระเทียมต้น ด้านล่างรองด้วย Sablé กรอบที่เตรียมมาจากคาราเวย์Occa, Salted Caramelปิดท้ายด้วย Occa ซึ่งเป็นพืชหัวคล้ายกันกับมันฝรั่งเสิร์ฟมาเป็นเทอร์รีนจิ๋ว จากนั้นปรุงแต่งด้วยรสชาติของจูนิเปอร์เบอร์รี่
รูปที่ 4
Radish, Long Pepperเริ่มต้นของว่างเรียกน้ำย่อยด้วยแผ่นแครกเกอร์กรอบทรงหมอนสี่เหลี่ยม ด้านในบรรจุแรดิชสร้างรสชาติเปรี้ยวเบา ๆLeek, Carawayกระเทียมต้นเสิร์ฟมาเป็นสลัดห่อด้วยเจลลี่กระเทียมต้น ด้านล่างรองด้วย Sablé กรอบที่เตรียมมาจากคาราเวย์Occa, Salted Caramelปิดท้ายด้วย Occa ซึ่งเป็นพืชหัวคล้ายกันกับมันฝรั่งเสิร์ฟมาเป็นเทอร์รีนจิ๋ว จากนั้นปรุงแต่งด้วยรสชาติของจูนิเปอร์เบอร์รี่
Red Cabbage, Parsleyจบด้วยองค์ประกอบของน้ำทับทิมผสมกันกับกะหล่ำปลีแดง ด้านบนคือน้ำมันพาสลีย์
รูปที่ 5
Red Cabbage, Parsleyจบด้วยองค์ประกอบของน้ำทับทิมผสมกันกับกะหล่ำปลีแดง ด้านบนคือน้ำมันพาสลีย์
Bread & Butterขนมปังซาวร์โดว์เสิร์ฟมากับขนมที่เตรียมมาจากแคร์รอตและเมล็ดยี่หร่า ข้างกันคือเนย Salted Butter และ Woodruff Butter ให้กลิ่นและอโรมาเฉพาะตัว
รูปที่ 6
Bread & Butterขนมปังซาวร์โดว์เสิร์ฟมากับขนมที่เตรียมมาจากแคร์รอตและเมล็ดยี่หร่า ข้างกันคือเนย Salted Butter และ Woodruff Butter ให้กลิ่นและอโรมาเฉพาะตัว
Carrot, Linseedครีมที่เตรียมมาจากแคร์รอต ด้านบนท็อปด้วย Linseed ที่ผ่านการเซียบนกระทะและข้าวพองที่ทำมาจากข้าวดำญี่ปุ่นกรอบ ๆ จากนั้นที่โต๊ะพนักงานจะเท Consommé ที่เตรียมมาจากแคร์รอตและน้ำมันผักชีลาวลงไปให้ความฉุนเพียงเบา ๆ มาเบรคความหวานของแคร์รอตนั่นเอง
รูปที่ 7
Carrot, Linseedครีมที่เตรียมมาจากแคร์รอต ด้านบนท็อปด้วย Linseed ที่ผ่านการเซียบนกระทะและข้าวพองที่ทำมาจากข้าวดำญี่ปุ่นกรอบ ๆ จากนั้นที่โต๊ะพนักงานจะเท Consommé ที่เตรียมมาจากแคร์รอตและน้ำมันผักชีลาวลงไปให้ความฉุนเพียงเบา ๆ มาเบรคความหวานของแคร์รอตนั่นเอง
Capucine, Troutปลาเทร้าต์ดองและไข่ปลาแซลมอนรองด้านล่างด้วยสลัดควินัวสร้างมิติทางเนื้อสัมผัสที่ดี เชฟจับคู่กับรสชาติเปรี้ยวของ Capucine ก่อนที่พนักงานจะเท Capucine Dashi ลงไปในจาน
รูปที่ 8
Capucine, Troutปลาเทร้าต์ดองและไข่ปลาแซลมอนรองด้านล่างด้วยสลัดควินัวสร้างมิติทางเนื้อสัมผัสที่ดี เชฟจับคู่กับรสชาติเปรี้ยวของ Capucine ก่อนที่พนักงานจะเท Capucine Dashi ลงไปในจาน
Pumpkin, Caviarคอร์สนี้เชฟเสิร์ฟฟักทอง Potimarron ซึ่งมีจุดเด่นคือรสหวานปนอโรมาหอม ๆ คล้ายถั่ว เชฟเสิร์ฟมาทั้งในรูปแบบปกติ, ดอง, ไอศกรีม และครีม ยังมีความเปรี้ยวที่ได้จาก Sea Berry ตัดด้วยความฉุนของน้ำมันเบซิล สุดท้ายคือความเค็มและความครีมมี่ของ Oscietra Caviar ที่ใส่มาในปริมาณเกือบครึ่งหนึ่งของจาน
รูปที่ 9
Pumpkin, Caviarคอร์สนี้เชฟเสิร์ฟฟักทอง Potimarron ซึ่งมีจุดเด่นคือรสหวานปนอโรมาหอม ๆ คล้ายถั่ว เชฟเสิร์ฟมาทั้งในรูปแบบปกติ, ดอง, ไอศกรีม และครีม ยังมีความเปรี้ยวที่ได้จาก Sea Berry ตัดด้วยความฉุนของน้ำมันเบซิล สุดท้ายคือความเค็มและความครีมมี่ของ Oscietra Caviar ที่ใส่มาในปริมาณเกือบครึ่งหนึ่งของจาน
Golden Turnip, HorseradishGolden Turnip เสิร์ฟมาเป็น Consommé เสริมด้วยความฉุนของน้ำมัน Horseradish เพียงเบา ๆ
รูปที่ 10
Golden Turnip, HorseradishGolden Turnip เสิร์ฟมาเป็น Consommé เสริมด้วยความฉุนของน้ำมัน Horseradish เพียงเบา ๆ
Chervil Root , Lobsterล็อบสเตอร์เนื้อเด้งกรอบจับคู่มากับซอสครีมกุ้งล็อบสเตอร์ที่มีความหวาน ครีมมี่ และรสขมเบา ๆ ในจานยังมีรากของเชอร์วิลเสิร์ฟมาในหลากหลายเทคนิคทั้งแบบปกติและแบบที่ผ่านการการจี่ เชฟยังสร้างมิติความหวานโดยการใส่พราลีนอัลมอนด์และพาสร์นิปไว้ด้วย
รูปที่ 11
Chervil Root , Lobsterล็อบสเตอร์เนื้อเด้งกรอบจับคู่มากับซอสครีมกุ้งล็อบสเตอร์ที่มีความหวาน ครีมมี่ และรสขมเบา ๆ ในจานยังมีรากของเชอร์วิลเสิร์ฟมาในหลากหลายเทคนิคทั้งแบบปกติและแบบที่ผ่านการการจี่ เชฟยังสร้างมิติความหวานโดยการใส่พราลีนอัลมอนด์และพาสร์นิปไว้ด้วย
Celeriac, Dover Soleปลาโดเวอร์โซลสอดไส้ตรงกลางด้วย Mousseline ของปลาให้เนื้อสัมผัสสู้ฟันด้านนอกและกลับนุ่มละลายตรงกลางดีงามไร้ที่ติ ด้านบนท็อปด้วยทรัฟเฟิลดำฝนสร้าง Earthy Aroma ให้กับจาน ข้าง ๆ กันคือ Celeriac ในหลากหลายรูปแบบทั้งทาร์ตเล็ตที่พันม้วนกับทรัฟเฟิลและเพียวเรรสหวานละมุน จากนั้นเชฟจะเทซอสที่เตรียมขึ้นมาจากกระดูกปลา เนย และ Verjus ให้ความหอม มัน ครีมมี่ตัดด้วยความฉุนของน้ำมัน Lovage ได้อย่างไร้ที่ติ
รูปที่ 12
Celeriac, Dover Soleปลาโดเวอร์โซลสอดไส้ตรงกลางด้วย Mousseline ของปลาให้เนื้อสัมผัสสู้ฟันด้านนอกและกลับนุ่มละลายตรงกลางดีงามไร้ที่ติ ด้านบนท็อปด้วยทรัฟเฟิลดำฝนสร้าง Earthy Aroma ให้กับจาน ข้าง ๆ กันคือ Celeriac ในหลากหลายรูปแบบทั้งทาร์ตเล็ตที่พันม้วนกับทรัฟเฟิลและเพียวเรรสหวานละมุน จากนั้นเชฟจะเทซอสที่เตรียมขึ้นมาจากกระดูกปลา เนย และ Verjus ให้ความหอม มัน ครีมมี่ตัดด้วยความฉุนของน้ำมัน Lovage ได้อย่างไร้ที่ติ
Longan, Lycheeล้างปากด้วยลำไยซอร์เบท์ล้อมรอบด้วยเปลือกช็อกโกแลต ยังมีความหอมของลิ้นจี่และความฉุนของพริกไทยเสฉวนอยู่ด้วย
รูปที่ 13
Longan, Lycheeล้างปากด้วยลำไยซอร์เบท์ล้อมรอบด้วยเปลือกช็อกโกแลต ยังมีความหอมของลิ้นจี่และความฉุนของพริกไทยเสฉวนอยู่ด้วย
Crosne, DuckCrosne หรือถั่วด้วงเป็นผักหลักที่เชฟเลือกมาใช้จับคู่กับเนื้อเป็ด Barbary ข้าง ๆ คือซอส Jus ของเป็ดที่ไม่เข้มข้นมากนัก รอบ ๆ ยังมีกระเทียมดำและ Mustard Green
รูปที่ 14
Crosne, DuckCrosne หรือถั่วด้วงเป็นผักหลักที่เชฟเลือกมาใช้จับคู่กับเนื้อเป็ด Barbary ข้าง ๆ คือซอส Jus ของเป็ดที่ไม่เข้มข้นมากนัก รอบ ๆ ยังมีกระเทียมดำและ Mustard Green
Crosne, Duckนอกจากนี้ยังมี Polenta หรือข้าวโพดที่ใส่อโรมาของ Nutmeg หรือจันทน์เทศลงไปด้วย ด้านบนท็อปด้วยต้นหอมซอย
รูปที่ 15
Crosne, Duckนอกจากนี้ยังมี Polenta หรือข้าวโพดที่ใส่อโรมาของ Nutmeg หรือจันทน์เทศลงไปด้วย ด้านบนท็อปด้วยต้นหอมซอย
Cheeseคั่นกลางก่อนเข้าสู่ของหวานด้วยชีสจากแหล่งต่าง ๆ ในทวีปยุโรปทั้ง Brillat-Savarin, Époisses และ Tomme de Savoie จากฝรั่งเศส; Cashel Blue, Shropshire Blue และ Irish Blue จากสหราชอาณาจักรรวมไปถึง Swiss Stone Pine ที่บ่มในใบ Thyme และ Vacherin จากสวิสเซอร์แลนด์
รูปที่ 16
Cheeseคั่นกลางก่อนเข้าสู่ของหวานด้วยชีสจากแหล่งต่าง ๆ ในทวีปยุโรปทั้ง Brillat-Savarin, Époisses และ Tomme de Savoie จากฝรั่งเศส; Cashel Blue, Shropshire Blue และ Irish Blue จากสหราชอาณาจักรรวมไปถึง Swiss Stone Pine ที่บ่มในใบ Thyme และ Vacherin จากสวิสเซอร์แลนด์
Cheeseคั่นกลางก่อนเข้าสู่ของหวานด้วยชีสจากแหล่งต่าง ๆ ในทวีปยุโรปทั้ง Brillat-Savarin, Époisses และ Tomme de Savoie จากฝรั่งเศส; Cashel Blue, Shropshire Blue และ Irish Blue จากสหราชอาณาจักรรวมไปถึง Swiss Stone Pine ที่บ่มในใบ Thyme และ Vacherin จากสวิสเซอร์แลนด์
รูปที่ 17
Cheeseคั่นกลางก่อนเข้าสู่ของหวานด้วยชีสจากแหล่งต่าง ๆ ในทวีปยุโรปทั้ง Brillat-Savarin, Époisses และ Tomme de Savoie จากฝรั่งเศส; Cashel Blue, Shropshire Blue และ Irish Blue จากสหราชอาณาจักรรวมไปถึง Swiss Stone Pine ที่บ่มในใบ Thyme และ Vacherin จากสวิสเซอร์แลนด์
Apple, Sorrelล้างปากด้วย Pre-dessert ที่มีส่วนประกอบของแอปเปิ้ล 2 ชนิดคือ Granny Smith และ Pink Lady เสริมด้วยความฉุนที่มีมิติของซอเรลและ Butter Caramel ที่ด้านล่าง นอกจากนี้ยังมีอโรมาของเลมอนบนโต๊ะช่วยสร้างความสดชื่นอีกด้วย
รูปที่ 18
Apple, Sorrelล้างปากด้วย Pre-dessert ที่มีส่วนประกอบของแอปเปิ้ล 2 ชนิดคือ Granny Smith และ Pink Lady เสริมด้วยความฉุนที่มีมิติของซอเรลและ Butter Caramel ที่ด้านล่าง นอกจากนี้ยังมีอโรมาของเลมอนบนโต๊ะช่วยสร้างความสดชื่นอีกด้วย
Chocolate, Beetrootของหวานจานหลักเป็นการผสมผสานบีทรูทและช็อกโกแลตเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว สำหรับบีทรูทเชฟเสิร์ฟมาเป็นแบบบีทรูทปกติ, Espuma และแผ่น Tuile นอกจากนี้ยังมีแผ่น Tuile ที่เตรียมมาจากพริกไทยดำและคาเคาอีกด้วย
รูปที่ 19
Chocolate, Beetrootของหวานจานหลักเป็นการผสมผสานบีทรูทและช็อกโกแลตเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว สำหรับบีทรูทเชฟเสิร์ฟมาเป็นแบบบีทรูทปกติ, Espuma และแผ่น Tuile นอกจากนี้ยังมีแผ่น Tuile ที่เตรียมมาจากพริกไทยดำและคาเคาอีกด้วย
Petit Foursของหวานจิ๋ว 4 อย่างประกอบไปด้วย Mango & Passionfruit Pâte de fruit, Corn Sorbet with White Chocolate Shell and Polenta Powder, Dark Chocolate Bonbon และ Almond Financier
รูปที่ 20
Petit Foursของหวานจิ๋ว 4 อย่างประกอบไปด้วย Mango & Passionfruit Pâte de fruit, Corn Sorbet with White Chocolate Shell and Polenta Powder, Dark Chocolate Bonbon และ Almond Financier
ใครที่จองผ่านแอปพลิเคชั่น Hungry Hub ยังจะได้รับเครื่องดื่มพิเศษไม่ว่าจะเป็นเบียร์หรือแอปเปิ้ลไซเดอร์อีกคน 1 กระป๋องอีกด้วย
รูปที่ 21
ใครที่จองผ่านแอปพลิเคชั่น Hungry Hub ยังจะได้รับเครื่องดื่มพิเศษไม่ว่าจะเป็นเบียร์หรือแอปเปิ้ลไซเดอร์อีกคน 1 กระป๋องอีกด้วย
รายการไวน์ของทางร้าน
รูปที่ 22
รายการไวน์ของทางร้าน
ของฝากกลับบ้าน
รูปที่ 23
ของฝากกลับบ้าน
🎗️ [THE FOOD] เชฟ Jeremy อาศัยปรัชญา Vegetable-forward Cuisine หรือพูดง่าย ๆ คือการผลักดันให้ผักและสมุนไพรต่าง ๆ กลายมาเป็นจุดเด่นของจานแทนที่โปรตีนจำพวกเนื้อสัตว์ซึ่งจะกลายไปเป็นองค์ประกอบเสริมในจานแทน ทุกจานอาศัยเทคนิคการในสไตล์ฝรั่งเศสร่วมสมัย ทั้งยังมีรสชาติที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร
รูปที่ 24
🎗️ [THE FOOD] เชฟ Jeremy อาศัยปรัชญา Vegetable-forward Cuisine หรือพูดง่าย ๆ คือการผลักดันให้ผักและสมุนไพรต่าง ๆ กลายมาเป็นจุดเด่นของจานแทนที่โปรตีนจำพวกเนื้อสัตว์ซึ่งจะกลายไปเป็นองค์ประกอบเสริมในจานแทน ทุกจานอาศัยเทคนิคการในสไตล์ฝรั่งเศสร่วมสมัย ทั้งยังมีรสชาติที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร
📃 DINNER MENU (357 SGD)
รูปที่ 25
📃 DINNER MENU (357 SGD)
🎗️ [INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับห้องอาหารเพียงแห่งเดียวใจกลางประเทศสิงคโปร์ที่กล้านำเสนอเมนูในสไตล์ Vegetable-forward Cuisine ออกมาได้อย่างน่าสนใจ
รูปที่ 26
🎗️ [INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับห้องอาหารเพียงแห่งเดียวใจกลางประเทศสิงคโปร์ที่กล้านำเสนอเมนูในสไตล์ Vegetable-forward Cuisine ออกมาได้อย่างน่าสนใจ
ทางร้านนำเสนอ Tasting Menu ทั้งหมด 2 รูปแบบคือ “Protein“ และ “Vegetarian“ โดยอาศัยพืชผักตามฤดูกาล (ในที่นี้คือฤดูหนาว) จำนวน 4 คอร์ส (210 SGD) สำหรับช่วงมื้อกลางวันและ 6 คอร์ส (357 SGD) สำหรับมื้อค่ำ
รูปที่ 27
ทางร้านนำเสนอ Tasting Menu ทั้งหมด 2 รูปแบบคือ “Protein“ และ “Vegetarian“ โดยอาศัยพืชผักตามฤดูกาล (ในที่นี้คือฤดูหนาว) จำนวน 4 คอร์ส (210 SGD) สำหรับช่วงมื้อกลางวันและ 6 คอร์ส (357 SGD) สำหรับมื้อค่ำ
🎗️ [THE PLACE] หลังจากประสบความสำเร็จอย่างมากจากทำเลเดิมที่มีลักษณะคล้ายโกดังเก่า เชฟ Jeremy Gillon ตัดสินใจย้ายห้องอาหาร Jag มายังชั้น 2 ของ STPI Creative Workshop and Gallery เพื่อให้บรรยากาศในร้านมีความโปร่งมากยิ่งขึ้น
รูปที่ 28
🎗️ [THE PLACE] หลังจากประสบความสำเร็จอย่างมากจากทำเลเดิมที่มีลักษณะคล้ายโกดังเก่า เชฟ Jeremy Gillon ตัดสินใจย้ายห้องอาหาร Jag มายังชั้น 2 ของ STPI Creative Workshop and Gallery เพื่อให้บรรยากาศในร้านมีความโปร่งมากยิ่งขึ้น
ขอแนะนำให้เลือกนั่งบริเวณริมหน้าต่างมองออกไปเห็นสะพานคนเดิน Alkaff Bridge ซึ่งมีสีสันสวยงามสะดุดตา ภายในร้านมีลักษณะเป็นผนังสีขาวเข้นกันดีกับเฟอร์นิเจอร์สีเขียวใบไม้ชวนนึกถึงบ้านตามชนบทของประเทศฝรั่งเศส เก้าอี้หวายรวมไปถึงโต๊ะไม้ช่วยเพิ่มความคลาสสิกให้กับสถานที่
รูปที่ 29
ขอแนะนำให้เลือกนั่งบริเวณริมหน้าต่างมองออกไปเห็นสะพานคนเดิน Alkaff Bridge ซึ่งมีสีสันสวยงามสะดุดตา ภายในร้านมีลักษณะเป็นผนังสีขาวเข้นกันดีกับเฟอร์นิเจอร์สีเขียวใบไม้ชวนนึกถึงบ้านตามชนบทของประเทศฝรั่งเศส เก้าอี้หวายรวมไปถึงโต๊ะไม้ช่วยเพิ่มความคลาสสิกให้กับสถานที่
ภาพของผักต่าง ๆ แขวนเอาไว้บนผนังแสดงถึงสไตล์การทำอาหารและวัตถุดิบสำคัญของร้านได้เป็นอย่างดี
รูปที่ 30
ภาพของผักต่าง ๆ แขวนเอาไว้บนผนังแสดงถึงสไตล์การทำอาหารและวัตถุดิบสำคัญของร้านได้เป็นอย่างดี
หากสังเกตให้ดีจะพบกับของตกแต่งที่วาดลวดลายของ Mont Saint-Michel บ่งบอกถึงแคว้น Normandy บ้านเกิดของเชฟ
รูปที่ 31
หากสังเกตให้ดีจะพบกับของตกแต่งที่วาดลวดลายของ Mont Saint-Michel บ่งบอกถึงแคว้น Normandy บ้านเกิดของเชฟ
🎗️ [WHY GO] ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าเทรนด์ของอาหาร Vegetable-forward Cuisine กำลังได้รับความนิยมสูงขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งในฝั่งยุโรปและอเมริกาและกำลังค่อย ๆ แผ่ขยายความนิยมมายังแถบเอเชีย Jag จึงจัดว่าเป็นห้องอาหารแห่งแรก ๆ ที่เลือกกระแสนี้มาประยุกต์เข้ากันกับอาหารของตัวเองได้อย่างน่าสนใจ ราคาอาหารอาจดูค่อนข้างสูงอยู่บ้าง พนักงานให้บริการดีและยังคงมีความเป็นกันเองแตกต่างจากห้องอาหารฝรั่งเศสระดับสูงทั่วไป
รูปที่ 32
🎗️ [WHY GO] ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าเทรนด์ของอาหาร Vegetable-forward Cuisine กำลังได้รับความนิยมสูงขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งในฝั่งยุโรปและอเมริกาและกำลังค่อย ๆ แผ่ขยายความนิยมมายังแถบเอเชีย Jag จึงจัดว่าเป็นห้องอาหารแห่งแรก ๆ ที่เลือกกระแสนี้มาประยุกต์เข้ากันกับอาหารของตัวเองได้อย่างน่าสนใจ ราคาอาหารอาจดูค่อนข้างสูงอยู่บ้าง พนักงานให้บริการดีและยังคงมีความเป็นกันเองแตกต่างจากห้องอาหารฝรั่งเศสระดับสูงทั่วไป
สำหรับผู้ที่สนใจอย่าลืม กดจองกันไปก่อนผ่านทางแอปพลิเคชั่น Hungry Hub เพื่อการันตีราคาพิเศษกว่าที่ร้านและรับเครื่องดื่มสมนาคุณฟรีอีกคนละที่นั่นเอง
รูปที่ 33
สำหรับผู้ที่สนใจอย่าลืม กดจองกันไปก่อนผ่านทางแอปพลิเคชั่น Hungry Hub เพื่อการันตีราคาพิเศษกว่าที่ร้านและรับเครื่องดื่มสมนาคุณฟรีอีกคนละที่นั่นเอง
วิวริมคลองของสะพานคนเดิน Alkaff Bridge ช่วงกลางคืน
รูปที่ 34
วิวริมคลองของสะพานคนเดิน Alkaff Bridge ช่วงกลางคืน