GASTRONOME THAILAND by ตามล่า Fine Dining
Inter Scaldes
3 MICHELIN Stars

NetherlandsInter Scaldes · อินเตอร์ สกาลเดส

Modern Cuisine · อาหารโมเดิร์น — Zandweg 2, Kruiningen, 4416 NA, Netherlands

🎗 [INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับห้องอาหารระดับ 3 MICHELIN Stars ที่ตั้งอยู่บริเวณพื้นที่ห่างไกลในเขต Zeeland ทางตอนใต้ของประเทศเนเธอแลนด์ ตัวร้านมีชื่อเป็นภาษาลาตินว่า Inter Scaldes ปัจจุบันควบคุมโดย Jannis Brevet ซึ่งเป็นเชฟชาวดัตช์ที่ได้รับการยอมรับจากบรรดาเชฟและนักชิมทั่วโลกมากที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์เลยก็ว่าได้

🎗 [THE PLACE] ห้องอาหาร Inter Scaldes ตั้งอยู่ ณ หมู่บ้านเล็ก ๆ ที่มีชื่อว่า Kruiningen ในจังหวัด Zeeland ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศเนเธอแลนด์ไม่ไกลกันกับพรมแดนประเทศเบลเยี่ยม การเดินทางมายังห้องอาหารจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีรถส่วนตัวโดยใช้เวลาเดินทางจาก Schiphol Airport ราว 1 ชั่วโมงครึ่งหรืออาจขับข้ามประเทศมาจาก Brussels Airport ซึ่งมีระยะทางน้อยกว่าใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น ด้วยความที่จังหวัด Zeeland ตั้งอยู่ติดกันกับทะเล Noordzee ทำให้อากาศแถบนี้ค่อนข้างแปรปรวนอย่างเช่นตัวเรานั้นเดินทางมาที่นี่ครั้งก่อนในช่วงต้นปี 2020 ขณะขับรถถึงขนาดต้องหมุนพวงมาลัยสู้กับแรงลม อย่างไรก็ตามในรอบล่าสุดนี้ถือถือว่าขับได้อย่างสบาย ๆ จึงอยากแนะนำให้เพื่อน ๆ ลองเช็คพยากรณ์อากาศกันสักหน่อย ตัวอาคารหลักถูกสร้างขึ้นโดยนายสัตวแพทย์ชาวดัตช์ในช่วงปี 1927 เพื่อใช้เป็นบ้านพักส่วนตัวจนถึงปี 1953 หลังจากนั้นอาคารถูกดัดแปลงอีกครั้งให้กลายเป็น Royal Marechaussee หรือค่ายทหารดัตช์ ก่อนที่ในปี 1968 เชฟหญิง Maarte และสามี Kees Boudeling ได้ซื้อต่อที่ดินเพื่อมาพัฒนาเป็นโรงแรมและร้านอาหารชั้นสูงโดยให้ชื่อว่า Inter Scaldes เนื่องจากตำแหน่งของห้องอาหารตั้งอยู่ในส่วนที่เเคบที่สุดของ Zuid-Baveland ระหว่างแม่น้ำสองสายคือ Olosterschelde (Eastern Scheldt) และ Westerschelde (Western Scheldt) โดยคำว่า Inter Scaldes นั้นเป็นภาษาละตินถอดความเป็นภาษาอังกฤษได้ว่า Between the Scheldts นั่นเอง ตัวร้านได้รับรางวัล 🌟 1 MICHELIN Star ในปี 1977 ตามมาด้วยรางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 1982 ทั้งยังรักษามาตรฐานเอาไว้ได้อย่างต่อเนื่องก่อนที่เชฟ Jannis Brevet และภรรยาคุณ Claudia จะเข้าซื้อต่อกิจการในปี 2001 และคว้ารางวัลสูงสุดคือ 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars มาครองได้ในปี 2018 นั่นเอง พื้นที่ด้านหน้าประกอบไปด้วยสวนสไตล์ English Garden สีเขียวปกคลุมด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่ ฝั่งซ้ายมือเป็นลานจอดรถสำหรับรองรับลูกค้าทั้งฝั่งโรงแรมและห้องอาหาร เมื่อเดินเข้าไปจะพบกับพื้นที่ตรวจสอบการจองโดยมีภรรยาของเชฟคือคุณ Claudia Brevet ผู้ดำรงตำแหน่ง Maître คอยให้การต้อนรับ ภายในห้องรับประทานอาหารหลักตกแต่งแบบเรียบง่ายโดยมีผนังฝั่งหนึ่งรวมไปถึงหลังคากั้นด้วยกระจกใสช่วยให้บรรยากาศภายในดูโปร่งไม่อึดอัดตา ส่วนใครที่ต้องการพักผ่อนหลังจบมื้ออาหาร Manoir Inter Scaldes ยังประกอบไปด้วยห้องพักสุดหรูหราจำนวนถึง 12 ห้องอีกด้วย

🎗 [THE CHEF] ประวัติของเชฟเจ้าของร้าน Jannis Brevet เริ่มต้นประสบการณ์กับห้องอาหารระดับสูงโดยการใช้เวลาในช่วงวันหยุดทำงานในห้องอาหาร Ockenburg ณ เมือง Goes ตั้งแต่มีอายุได้เพียง 15 ปีก่อนจะเข้ารับการศึกษาและฝึกงานกับห้องอาหารระดับตำนานอย่าง De Bokkedoorns (2 MICHELIN Stars) หลังจากจบมาเป็นเชฟมืออาชีพเขาเดินทางไปยังประเทศเยอรมนีเพื่อร่วมงานกับห้องอาหารระดับตำนานอย่าง Das Tantris (3 MICHELIN Stars ในขณะนั้น) ในกรุง Munich, ร้าน Die Schweizer Stuben ในเมือง Wertheim, ร้าน Alb 31 (1 MICHELIN Star) ในเมือง Ettlingen, ร้าน Le Marron (1 MICHELIN Star) ในเมือง Bonn และร้าน Helianthushof (1 MICHELIN Star) ในเมือง Uden การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเกิดขึ้นในปี 2001 เมื่อเชฟ Jannis และภรรยาคุณ Claudia Brevet ตัดสินใจเข้าซื้อต่อกิจการห้องอาหาร Inter Scaldes ซึ่งในขณะนั้นการันตีด้วยรางวัล 2 MICHELIN Stars ทั้งยังรักษาดาวเอาไว้ได้อย่างต่อเนื่องกว่า 17 ปี จนกระทั่งในปี 2018 ตัวร้านก็ถูกยกระดับให้เป็นร้านอาหารระดับ 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars ในที่สุด ปัจจุบัน Inter Scaldes เป็นหนึ่งในห้องอาหารเพียงสองในประเทศเนเธอแลนด์แห่งที่ได้รับการการันตีด้วยรางวัล 3 MICHELIN Stars พ่วงด้วยคะแนนสูงสุดจาก Gault&Millau ถึง 19.5 และรางวัล Chef of The Year ในปี 2006 อีกด้วย

🎗[THE FOOD] เชฟ Jannis Brevet นำเสนออาหารในรูปแบบโมเดิร์นโดยอาศัยเทคนิคการปรุงสไตล์ยุโรประดับสูงผสมผสานเข้ากันกับวัตถุดิบท้องถิ่นของประเทศเนเธอแลนด์หรือกล่าวให้เจาะลึกลงไปคือพื้นที่แถบ Zeeland บางส่วนและวัตถุดิบนำเข้าอีกบางส่วนจนได้ออกมาเป็น Tasting Menu ทั้ง 2 รูปแบบคือ 5-Course Menu (175 €) นำเสนอเฉพาะช่วงมื้อกลางวันเท่านั้นและ 8-Course Specialty Menu (265 €) นำเสนอมาทั้งช่วงมื้อกลางวันและเย็น นอกจากนี้ยังมีเซ็ตเมนูพิเศษที่อาศัยวัตถุดิบพรีเมี่ยมมารังสรค์โดยใช้ชื่อว่า 4-Course Prestige Menu (345 €) นำเสนอมาทั้งช่วงมื้อกลางวันและเย็นอีกเช่นกัน สุดท้ายคือรายการแบบ À La Carte ให้เลือกชิมกันได้ตามใจชอบอีกด้วย สำหรับจานที่เตรียมออกมาได้อย่างโดดเด่นในมื้อนี้อย่างเช่น

✨ Caviar (Signature, Supplement 55 €)

Holstein beef, langoustine ’Guilvinec‘, bread crust gravy

เมนูเรียกน้ำย่อยที่ดีที่สุดในค่ำคืนนี้ต้องยกให้กับ Tartare ที่เตรียมมาจากเนื้อวัวนมสายพันธุ์ Holstein Friesian ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากจังหวัด Noord-Holland และ Friesland ของประเทศเนเธอแลนด์ เชฟสับเนื้อมาอย่างดีจนได้เนื้อสัมผัสอันแสนนุ่มละมุนชนิดหาใครเทียบได้ยาก ชั้นถัดมาคือเลเยอร์บาง ๆ ของกุ้ง Langoustine ซึ่งเป็นสินค้าขึ้นชื่อของเมือง Guilvinec ทางตะวันตกของประเทศฝรั่งเศสโดดเด่นด้วยเนื้อที่ให้รสชาติที่หวานกลมกล่อมโดยธรรมชาติ ชั้นบนสุดคือ Caviar คุณภาพสูงใส่มาแบบล้น ๆ ท็อปด้วยเจลสีเหลืองที่เตรียมมาจาก Egg Yolk หรือไข่แดงและเจลสีขาวขุ่นที่เตรียมขึ้นมาจาก Granny Simth Apple ช่วยเสริมรสชาติทั้งเปรี้ยว หวาน และมันได้อย่างลงตัว รอบ ๆ คือซอส Gravy สีเหลืองนวลที่เชฟเตรียมมาจาก Bread Crust หรือขอบขนมปังนั่นเอง ด้วยการผสมผสานกันอย่างลงตัวของสุดยอดวัตถุดิบระดับโลกทำให้ใครที่อยากสัมผัสจำเป็นต้องอับเกรดจากเมนูปกติอย่าง Fabergé Egg โดยมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากราคาปกติถึง 55 € กันเลยทีเดียว (20/20)

✨ Duck foie gras (bio) 2 preparations

Figs ’Rouge de Bordeaux‘

Mocha, cauliflower, chocolate, rhubarb

หนึ่งในคอร์สที่กลายมาเป็นสัญลักษณ์ของห้องอาหาร Inter Scaldes คือการนำเสนอ Duck Foie Gras ออกมาใน 2 รูปแบบที่แตกต่างกันซึ่งไอเดียในการรังสรรค์จะเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ตามแต่ละช่วงของปี ในครั้งนี้เชฟนำเสนอ Warm Preparation โดยการนำ Foie Gras ตับเป็ดไป Poached จนได้เนื้อสัมผัสอันนุ่มละมุนและครีมมี่ ข้างกันคือครีมที่ทำมาจากกะหล่ำดอกเสริมด้วยความหอมของ White Chocolate จับคู่กับ Mocha Sauce หรือซอสที่เตรียมมาจากกาแฟรสชาติเข้มข้น สุดท้ายองค์ประกอบด้านล่างคือ Rhubarb Compote ช่วยตัดความมันและเค็มไม่ให้โดดจนเกินไป ถัดมาคือ Cold Preparation ที่เชฟนำเสนอ Foie Gras ตับเป็ดนำมาทำเป็นครีมด้านล่างรองด้วยเลเยอร์ของ Fig ’Rouge de Bordeaux‘ หรือมะเดื่อฝรั่งคุณภาพสูงนำเข้าจากแถบ Bordeaux ประเทศฝรั่งเศส ยังมีองค์ประกอบของ Compote Fig รสชาติเปรี้ยวหวานช่วยลดทอนความมันและรสชาติอันเข้มข้นของคอร์สย่อยก่อนหน้าได้อย่างหมดจด ยังมีจุดสีขาวทำมาจากกะหล่ำดอกและ White Chocolate อีกเช่นกัน สุดท้ายคือ Saffron Bread เสิร์ฟมาให้รับประทานไปควบคู่กัน (20/20)

✨ Wagyu no. 4

Savory, ’Parmigiano Reggiano‘, Menton lemon, cabbage

สำหรับ Main Course เชฟนำเสนอเนื้อวัว Wagyu ระดับ A4 เสิร์ฟมาที่ความสุกระดับ Medium Rare ด้วยความที่เป็น Wagyu A4 ทำให้ชิ้นเนื้อมีระดับความมันที่พอเหมาะ ข้างกันคือ Chicory ท็อปด้านบนด้วย Montbéliarde Cheese จากพื้นที่แถบ Haute-Savoie ของประเทศฝรั่งเศส ฝั่งขวามือคือ Honey Tomato รสชาติเปรี้ยวอะมามิท็อปด้านบนด้วยวัตถุดิบระดับโลกอย่าง Lemon จากนคร Menton ในพื้นที่แถบ Côte d'Azur ของประเทศฝรั่งเศสช่วยเพิ่มมิติของความเปรี้ยวให้ลุ่มลึกมากยิ่งขึ้นแล้วค่อย ๆ บาลานซ์ด้วย Potato Cream อันแสนละมุน สุดท้ายคือองค์ประกอบของซอสที่เตรียมมาจาก Parmigiano Reggiano หรือสุดยอดชีสคุณภาพสูงจากประเทศอิตาลีให้รสชาติที่เข้มข้นเข้ากันกับเนื้อวัว Wagyu ได้อย่างไร้ที่ติ (20/20)

🎗 [WHY GO] อาหารที่ Inter Scaldes จัดเตรียมออกมาในสไตล์โมเดิร์นโดยแฝงตัวตนความเป็นชาวดัตช์เอาไว้ได้อย่างชัดเจนสังเกตุจากการเลือกใช้วัตถุดิบท้องถิ่นจากท้องทะเลในเขต Zeeland รูปลักษณ์ของแต่ละคอร์สสวยงามราวกับงานศิลป์ชิ้นเอก เราขอแนะนำให้เลือกชิม Tasting Menu ซึ่งเทียบเเล้วคุ้มค่ากว่ารายการแบบ À La Carte พนักงานทุกคนบริการดีและสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษรวมไปถึงตอบคำถามเกี่ยวกับอาหารได้อย่างคล่องแคล่ว Sommelier สามารถแนะนำไวน์ได้ในทุกรูปแบบที่เราต้องการ จากที่กล่าวมาทำให้ Inter Scaldes กลายมาเป็นจุดหมายปลายทางที่สำคัญสำหรับบรรดานักชิมที่เเวะมาท่องเที่ยวในประเทศกลุ่ม Benelux

ภาพของร้านอาหาร

ทั้งหมด 45 รูป

🇳🇱 Inter Scaldes - อินเตอร์ สกาลเดส 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars - 3 ดาวมิชลิน 🏵🏵🏵🏵🏵 19.5/20 Gault&Millau - 19.5/20 โก&มีโย 🍴 Modern Cuisine - อาหารโมเดิร์น 👨🏻‍🍳 Chef Jannis Brevet - เชฟยานนิส เบรเวต
รูปที่ 1
🇳🇱 Inter Scaldes - อินเตอร์ สกาลเดส 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars - 3 ดาวมิชลิน 🏵🏵🏵🏵🏵 19.5/20 Gault&Millau - 19.5/20 โก&มีโย 🍴 Modern Cuisine - อาหารโมเดิร์น 👨🏻‍🍳 Chef Jannis Brevet - เชฟยานนิส เบรเวต
Savoureux apéritifs Beetroot, pineapple, roses Dutch shrimp, La Ratte potato, elderflower Oosterschelde eel, Sambai, celery ห้องอาหาร Inter Scaldes จัดเสิร์ฟเมนูเรียกน้ำย่อยมาพร้อมกัน 3 อย่างเริ่มต้นด้วยองค์ประกอบของ Beetroot สีแดงจับคู่กับองค์ประกอบของสับปะรดสีเหลืองอ่อน ความเอิร์ธของบีทรูทบาลานซ์โทนความเปรี้ยวหวานของสับปะรดได้อย่างลงตัวตกแต่งด้วยอโรมาหอม ๆ ของกุหลาบ จากนั้นคือ Lightly Smoked Eel หรือปลาไหลทะเลท้องถิ่นจาก Oosterschelde ที่เชฟนำไปรมควันเบา ๆ จนได้เนื้อสัมผัสอันแสนนุ่มละมุนจับคู่กับ Celery Espuma สีเขียวนวล สุดท้ายคือมันฝรั่ง La Ratte จับคู่กับ Dutch Shrimp มีลักษณะเป็นกุ้งตัวเล็ก ๆ เนื้อสัมผัสเคี้ยวหนึบตัดกันกับมันฝรั่งเสริมด้วยอโรมาหอม ๆ ของ Elderflower ได้อย่างลงตัว (20/20)
รูปที่ 2
Savoureux apéritifs Beetroot, pineapple, roses Dutch shrimp, La Ratte potato, elderflower Oosterschelde eel, Sambai, celery ห้องอาหาร Inter Scaldes จัดเสิร์ฟเมนูเรียกน้ำย่อยมาพร้อมกัน 3 อย่างเริ่มต้นด้วยองค์ประกอบของ Beetroot สีแดงจับคู่กับองค์ประกอบของสับปะรดสีเหลืองอ่อน ความเอิร์ธของบีทรูทบาลานซ์โทนความเปรี้ยวหวานของสับปะรดได้อย่างลงตัวตกแต่งด้วยอโรมาหอม ๆ ของกุหลาบ จากนั้นคือ Lightly Smoked Eel หรือปลาไหลทะเลท้องถิ่นจาก Oosterschelde ที่เชฟนำไปรมควันเบา ๆ จนได้เนื้อสัมผัสอันแสนนุ่มละมุนจับคู่กับ Celery Espuma สีเขียวนวล สุดท้ายคือมันฝรั่ง La Ratte จับคู่กับ Dutch Shrimp มีลักษณะเป็นกุ้งตัวเล็ก ๆ เนื้อสัมผัสเคี้ยวหนึบตัดกันกับมันฝรั่งเสริมด้วยอโรมาหอม ๆ ของ Elderflower ได้อย่างลงตัว (20/20)
Caviar (Signature, Supplement 55 €) Holstein beef, langoustine ’Guilvinec‘, bread crust gravy เมนูเรียกน้ำย่อยที่ดีที่สุดในค่ำคืนนี้ต้องยกให้กับ Tartare ที่เตรียมมาจากเนื้อวัวนมสายพันธุ์ Holstein Friesian ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากจังหวัด Noord-Holland และ Friesland ของประเทศเนเธอแลนด์ เชฟสับเนื้อมาอย่างดีจนได้เนื้อสัมผัสอันแสนนุ่มละมุนชนิดหาใครเทียบได้ยาก ชั้นถัดมาคือเลเยอร์บาง ๆ ของกุ้ง Langoustine ซึ่งเป็นสินค้าขึ้นชื่อของเมือง Guilvinec ทางตะวันตกของประเทศฝรั่งเศสโดดเด่นด้วยเนื้อที่ให้รสชาติที่หวานกลมกล่อมโดยธรรมชาติ ชั้นบนสุดคือ Caviar คุณภาพสูงใส่มาแบบล้น ๆ ท็อปด้วยเจลสีเหลืองที่เตรียมมาจาก Egg Yolk หรือไข่แดงและเจลสีขาวขุ่นที่เตรียมขึ้นมาจาก Granny Simth Apple ช่วยเสริมรสชาติทั้งเปรี้ยว หวาน และมันได้อย่างลงตัว รอบ ๆ คือซอส Gravy สีเหลืองนวลที่เชฟเตรียมมาจาก Bread Crust หรือขอบขนมปังนั่นเอง ด้วยการผสมผสานกันอย่างลงตัวของสุดยอดวัตถุดิบระดับโลกทำให้ใครที่อยากสัมผัสจำเป็นต้องอับเกรดจากเมนูปกติอย่าง Fabergé Egg โดยมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากราคาปกติถึง 55 € กันเลยทีเดียว (20/20)
รูปที่ 3
Caviar (Signature, Supplement 55 €) Holstein beef, langoustine ’Guilvinec‘, bread crust gravy เมนูเรียกน้ำย่อยที่ดีที่สุดในค่ำคืนนี้ต้องยกให้กับ Tartare ที่เตรียมมาจากเนื้อวัวนมสายพันธุ์ Holstein Friesian ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากจังหวัด Noord-Holland และ Friesland ของประเทศเนเธอแลนด์ เชฟสับเนื้อมาอย่างดีจนได้เนื้อสัมผัสอันแสนนุ่มละมุนชนิดหาใครเทียบได้ยาก ชั้นถัดมาคือเลเยอร์บาง ๆ ของกุ้ง Langoustine ซึ่งเป็นสินค้าขึ้นชื่อของเมือง Guilvinec ทางตะวันตกของประเทศฝรั่งเศสโดดเด่นด้วยเนื้อที่ให้รสชาติที่หวานกลมกล่อมโดยธรรมชาติ ชั้นบนสุดคือ Caviar คุณภาพสูงใส่มาแบบล้น ๆ ท็อปด้วยเจลสีเหลืองที่เตรียมมาจาก Egg Yolk หรือไข่แดงและเจลสีขาวขุ่นที่เตรียมขึ้นมาจาก Granny Simth Apple ช่วยเสริมรสชาติทั้งเปรี้ยว หวาน และมันได้อย่างลงตัว รอบ ๆ คือซอส Gravy สีเหลืองนวลที่เชฟเตรียมมาจาก Bread Crust หรือขอบขนมปังนั่นเอง ด้วยการผสมผสานกันอย่างลงตัวของสุดยอดวัตถุดิบระดับโลกทำให้ใครที่อยากสัมผัสจำเป็นต้องอับเกรดจากเมนูปกติอย่าง Fabergé Egg โดยมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากราคาปกติถึง 55 € กันเลยทีเดียว (20/20)
Caviar Fabergé egg, North Sea crab, Solange avocado Fabergé Egg หรือไข่ฟาแบร์เชคืองานอัญมณีรูปไข่ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากในประวัติศาสตร์ของประเทศรัสเซีย ในที่นี้เชฟเลือกใช้รูปลักษณ์ของ Fabergé Egg ในการนำเสนอวันถุดิบล้ำค่าอย่าง Caviar คุณภาพดีให้รสชาติเค็มเบา ๆ จับคู่กับองค์ประกอบด้านล่างคือเนื้อปู Noordzeekrab ซึ่งเป็นหนึ่งในวัตถุดิบชั้นสูงระดับโลกของประเทศเนเธอแลนด์ ตรงกลางคือเลเยอร์ของ Solange Avocado หอมมันช่วยเชื่อมเนื้อสัมผัสของอีกสององค์ประกอบเข้าด้วยกัน ฝั่งขวามือคือ Cylinder หรือแท่งทรงกระบอกกรอบ ๆ ทำมาจาก Parmesan Cheese ภายในบรรจุ Solange Avocado อันแสนนุ่มละมุนอีกเช่นกัน (19/20)
รูปที่ 4
Caviar Fabergé egg, North Sea crab, Solange avocado Fabergé Egg หรือไข่ฟาแบร์เชคืองานอัญมณีรูปไข่ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากในประวัติศาสตร์ของประเทศรัสเซีย ในที่นี้เชฟเลือกใช้รูปลักษณ์ของ Fabergé Egg ในการนำเสนอวันถุดิบล้ำค่าอย่าง Caviar คุณภาพดีให้รสชาติเค็มเบา ๆ จับคู่กับองค์ประกอบด้านล่างคือเนื้อปู Noordzeekrab ซึ่งเป็นหนึ่งในวัตถุดิบชั้นสูงระดับโลกของประเทศเนเธอแลนด์ ตรงกลางคือเลเยอร์ของ Solange Avocado หอมมันช่วยเชื่อมเนื้อสัมผัสของอีกสององค์ประกอบเข้าด้วยกัน ฝั่งขวามือคือ Cylinder หรือแท่งทรงกระบอกกรอบ ๆ ทำมาจาก Parmesan Cheese ภายในบรรจุ Solange Avocado อันแสนนุ่มละมุนอีกเช่นกัน (19/20)
Duck foie gras (bio) 2 preparations Figs ’Rouge de Bordeaux‘ Mocha, cauliflower, chocolate, rhubarb หนึ่งในคอร์สที่กลายมาเป็นสัญลักษณ์ของห้องอาหาร Inter Scaldes คือการนำเสนอ Duck Foie Gras ออกมาใน 2 รูปแบบที่แตกต่างกันซึ่งไอเดียในการรังสรรค์จะเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ตามแต่ละช่วงของปี (20/20)
รูปที่ 5
Duck foie gras (bio) 2 preparations Figs ’Rouge de Bordeaux‘ Mocha, cauliflower, chocolate, rhubarb หนึ่งในคอร์สที่กลายมาเป็นสัญลักษณ์ของห้องอาหาร Inter Scaldes คือการนำเสนอ Duck Foie Gras ออกมาใน 2 รูปแบบที่แตกต่างกันซึ่งไอเดียในการรังสรรค์จะเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ตามแต่ละช่วงของปี (20/20)
Duck foie gras (bio) 2 preparations Figs ’Rouge de Bordeaux‘ Mocha, cauliflower, chocolate, rhubarb ในครั้งนี้เชฟนำเสนอ Warm Preparation โดยการนำ Foie Gras ตับเป็ดไป Poached จนได้เนื้อสัมผัสอันนุ่มละมุนและครีมมี่ ข้างกันคือครีมที่ทำมาจากกะหล่ำดอกเสริมด้วยความหอมของ White Chocolate จับคู่กับ Mocha Sauce หรือซอสที่เตรียมมาจากกาแฟรสชาติเข้มข้น สุดท้ายองค์ประกอบด้านล่างคือ Rhubarb Compote ช่วยตัดความมันและเค็มไม่ให้โดดจนเกินไป (20/20)
รูปที่ 6
Duck foie gras (bio) 2 preparations Figs ’Rouge de Bordeaux‘ Mocha, cauliflower, chocolate, rhubarb ในครั้งนี้เชฟนำเสนอ Warm Preparation โดยการนำ Foie Gras ตับเป็ดไป Poached จนได้เนื้อสัมผัสอันนุ่มละมุนและครีมมี่ ข้างกันคือครีมที่ทำมาจากกะหล่ำดอกเสริมด้วยความหอมของ White Chocolate จับคู่กับ Mocha Sauce หรือซอสที่เตรียมมาจากกาแฟรสชาติเข้มข้น สุดท้ายองค์ประกอบด้านล่างคือ Rhubarb Compote ช่วยตัดความมันและเค็มไม่ให้โดดจนเกินไป (20/20)
Duck foie gras (bio) 2 preparations Figs ’Rouge de Bordeaux‘ Mocha, cauliflower, chocolate, rhubarb ถัดมาคือ Cold Preparation ที่เชฟนำเสนอ Foie Gras ตับเป็ดนำมาทำเป็นครีมด้านล่างรองด้วยเลเยอร์ของ Fig ’Rouge de Bordeaux‘ หรือมะเดื่อฝรั่งคุณภาพสูงนำเข้าจากแถบ Bordeaux ประเทศฝรั่งเศส ยังมีองค์ประกอบของ Compote Fig รสชาติเปรี้ยวหวานช่วยลดทอนความมันและรสชาติอันเข้มข้นของคอร์สย่อยก่อนหน้าได้อย่างหมดจด สุดท้ายคือจุดสีขาวทำมาจากกะหล่ำดอกและ White Chocolate อีกเช่นกัน (20/20)
รูปที่ 7
Duck foie gras (bio) 2 preparations Figs ’Rouge de Bordeaux‘ Mocha, cauliflower, chocolate, rhubarb ถัดมาคือ Cold Preparation ที่เชฟนำเสนอ Foie Gras ตับเป็ดนำมาทำเป็นครีมด้านล่างรองด้วยเลเยอร์ของ Fig ’Rouge de Bordeaux‘ หรือมะเดื่อฝรั่งคุณภาพสูงนำเข้าจากแถบ Bordeaux ประเทศฝรั่งเศส ยังมีองค์ประกอบของ Compote Fig รสชาติเปรี้ยวหวานช่วยลดทอนความมันและรสชาติอันเข้มข้นของคอร์สย่อยก่อนหน้าได้อย่างหมดจด สุดท้ายคือจุดสีขาวทำมาจากกะหล่ำดอกและ White Chocolate อีกเช่นกัน (20/20)
Duck foie gras (bio) 2 preparations Figs ’Rouge de Bordeaux‘ Mocha, cauliflower, chocolate, rhubarb สุดท้ายคือ Saffron Bread เสิร์ฟมาให้รับประทานไปควบคู่กัน (20/20)
รูปที่ 8
Duck foie gras (bio) 2 preparations Figs ’Rouge de Bordeaux‘ Mocha, cauliflower, chocolate, rhubarb สุดท้ายคือ Saffron Bread เสิร์ฟมาให้รับประทานไปควบคู่กัน (20/20)
Razor Shell Cappuccino, mung bean, Jerusalem artichoke, lovage จากนั้นคือคอร์สซุปโดยเชฟนำเสนอ Razer Shell Cappuccino หรือซุปอุ่น ๆ ที่เตรียมมาจากหอยไม่ไผ่หรือหอยหลอดควบคู่ได้ชิ้นหอยขนาดพอดีคำที่เตรียมมาอย่างดีให้เนื้อสัมผัสนุ่มเด้งไร้ที่ติ (20/20)
รูปที่ 9
Razor Shell Cappuccino, mung bean, Jerusalem artichoke, lovage จากนั้นคือคอร์สซุปโดยเชฟนำเสนอ Razer Shell Cappuccino หรือซุปอุ่น ๆ ที่เตรียมมาจากหอยไม่ไผ่หรือหอยหลอดควบคู่ได้ชิ้นหอยขนาดพอดีคำที่เตรียมมาอย่างดีให้เนื้อสัมผัสนุ่มเด้งไร้ที่ติ (20/20)
Razor Shell Cappuccino, mung bean, Jerusalem artichoke, lovage เชฟเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสด้วยการใส่ถั่วเหลือง แก่นตะวัน และโลวาจพืชซึ่งเป็น Root Vegetable ลงมาอีกด้วย (20/20)
รูปที่ 10
Razor Shell Cappuccino, mung bean, Jerusalem artichoke, lovage เชฟเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสด้วยการใส่ถั่วเหลือง แก่นตะวัน และโลวาจพืชซึ่งเป็น Root Vegetable ลงมาอีกด้วย (20/20)
Sea bass Bay leaf, truffle, cucumber edik, celeriac Sea Bass หรือปลากะพงน้ำลึกปรุงสุกในน้ำมันมะกอกจนนุ่มละมุนเสริมด้วยอโรมาของใบ Bay Leaf สอดแทรกอยู่บริเวณหนัง ด้านล่างรองด้วย Celeriac และ Black Truffle ในเนื้อสัมผัสที่ต้องเคี้ยว น้ำซอสรอบ ๆ เตรียมมาจาก Celeriac และ Cucumber Edikให้ Earthy Aroma มาช่วยบาลานซ์กลิ่นของใบ Bay Leaf และให้เนื้อสัมผัสที่เฟิร์มขึ้นมาตัดกันกับความนุ่มของปลากะพงได้อย่างพอเหมาะ (19/20)
รูปที่ 11
Sea bass Bay leaf, truffle, cucumber edik, celeriac Sea Bass หรือปลากะพงน้ำลึกปรุงสุกในน้ำมันมะกอกจนนุ่มละมุนเสริมด้วยอโรมาของใบ Bay Leaf สอดแทรกอยู่บริเวณหนัง ด้านล่างรองด้วย Celeriac และ Black Truffle ในเนื้อสัมผัสที่ต้องเคี้ยว น้ำซอสรอบ ๆ เตรียมมาจาก Celeriac และ Cucumber Edikให้ Earthy Aroma มาช่วยบาลานซ์กลิ่นของใบ Bay Leaf และให้เนื้อสัมผัสที่เฟิร์มขึ้นมาตัดกันกับความนุ่มของปลากะพงได้อย่างพอเหมาะ (19/20)
Sea bass Bay leaf, truffle, cucumber edik, celeriac ที่โต๊ะพนักงานจะนำใบ Bay Leaf ออกให้ (19/20)
รูปที่ 12
Sea bass Bay leaf, truffle, cucumber edik, celeriac ที่โต๊ะพนักงานจะนำใบ Bay Leaf ออกให้ (19/20)
Risotto ’Acquerello‘, oyster ’Umami‘, citrus, oregano, Baratte Butter Acquerello เป็นข้าวสายพันธุ์ Carnaroli ที่เติบโตและเก็บเกี่ยวโดยครอบครัว Rondolino ก่อนจะนำมาพักเก็บเอาไว้นานกว่า 1 ปีจนได้ออกมาเป็นข้าว Risotto คุณภาพสูงทั้งยังได้ครับความนิยมจากเชฟและห้องอาหารชั้นนำทั่วโลก เชฟ Jannis Brevet นำข้าวมาปรุงกับเนย Barette Butter และ Oregano เสริมด้วยความเปรี้ยวจาก Citrus ที่เตรียมมาเป็นซอส Vinaigrette และความ Aromatic ของ Parsley Oil องค์ประกอบด้านบนคือ Oyster ’Umami‘ ที่เตรียมออกมาได้นุ่มจนเกิดมิติทางเนื้อสัมผัสกับเมล็ดข้าวได้อย่างลงตัว (18/20)
รูปที่ 13
Risotto ’Acquerello‘, oyster ’Umami‘, citrus, oregano, Baratte Butter Acquerello เป็นข้าวสายพันธุ์ Carnaroli ที่เติบโตและเก็บเกี่ยวโดยครอบครัว Rondolino ก่อนจะนำมาพักเก็บเอาไว้นานกว่า 1 ปีจนได้ออกมาเป็นข้าว Risotto คุณภาพสูงทั้งยังได้ครับความนิยมจากเชฟและห้องอาหารชั้นนำทั่วโลก เชฟ Jannis Brevet นำข้าวมาปรุงกับเนย Barette Butter และ Oregano เสริมด้วยความเปรี้ยวจาก Citrus ที่เตรียมมาเป็นซอส Vinaigrette และความ Aromatic ของ Parsley Oil องค์ประกอบด้านบนคือ Oyster ’Umami‘ ที่เตรียมออกมาได้นุ่มจนเกิดมิติทางเนื้อสัมผัสกับเมล็ดข้าวได้อย่างลงตัว (18/20)
Wagyu no. 4 Savory, ’Parmigiano Reggiano‘, Menton lemon, cabbage สำหรับ Main Course เชฟนำเสนอเนื้อวัว Wagyu ระดับ A4 เสิร์ฟมาที่ความสุกระดับ Medium Rare ด้วยความที่เป็น Wagyu A4 ทำให้ชิ้นเนื้อมีระดับความมันที่พอเหมาะ ข้างกันคือ Chicory ท็อปด้านบนด้วย Montbéliarde Cheese จากพื้นที่แถบ Haute-Savoie ของประเทศฝรั่งเศส ฝั่งขวามือคือ Honey Tomato รสชาติเปรี้ยวอุมามิท็อปด้านบนด้วยวัตถุดิบระดับโลกอย่าง Lemon จากนคร Menton ในพื้นที่แถบ Côte d'Azur ของประเทศฝรั่งเศสช่วยเพิ่มมิติของความเปรี้ยวให้ลุ่มลึกมากยิ่งขึ้นแล้วค่อย ๆ บาลานซ์ด้วย Potato Cream อันแสนละมุน สุดท้ายคือองค์ประกอบของซอสที่เตรียมมาจาก Parmigiano Reggiano หรือสุดยอดชีสคุณภาพสูงจากประเทศอิตาลีให้รสชาติที่เข้มข้นเข้ากันกับเนื้อวัว Wagyu ได้อย่างไร้ที่ติ (20/20)
รูปที่ 14
Wagyu no. 4 Savory, ’Parmigiano Reggiano‘, Menton lemon, cabbage สำหรับ Main Course เชฟนำเสนอเนื้อวัว Wagyu ระดับ A4 เสิร์ฟมาที่ความสุกระดับ Medium Rare ด้วยความที่เป็น Wagyu A4 ทำให้ชิ้นเนื้อมีระดับความมันที่พอเหมาะ ข้างกันคือ Chicory ท็อปด้านบนด้วย Montbéliarde Cheese จากพื้นที่แถบ Haute-Savoie ของประเทศฝรั่งเศส ฝั่งขวามือคือ Honey Tomato รสชาติเปรี้ยวอุมามิท็อปด้านบนด้วยวัตถุดิบระดับโลกอย่าง Lemon จากนคร Menton ในพื้นที่แถบ Côte d'Azur ของประเทศฝรั่งเศสช่วยเพิ่มมิติของความเปรี้ยวให้ลุ่มลึกมากยิ่งขึ้นแล้วค่อย ๆ บาลานซ์ด้วย Potato Cream อันแสนละมุน สุดท้ายคือองค์ประกอบของซอสที่เตรียมมาจาก Parmigiano Reggiano หรือสุดยอดชีสคุณภาพสูงจากประเทศอิตาลีให้รสชาติที่เข้มข้นเข้ากันกับเนื้อวัว Wagyu ได้อย่างไร้ที่ติ (20/20)
Bread and Butter ทางร้านมีขนมปังให้เลือก 2 อย่างคือ White Bread และ Sourdough
รูปที่ 15
Bread and Butter ทางร้านมีขนมปังให้เลือก 2 อย่างคือ White Bread และ Sourdough
Bread and Butter พนักงานเสิร์ฟมาในจานขนมปังขนาดเล็ก
รูปที่ 16
Bread and Butter พนักงานเสิร์ฟมาในจานขนมปังขนาดเล็ก
Buddha finger Mascarpone, Bambú, orange, hazelnut ล้างปากด้วย Pre-Dessert นำเสนอมาเป็นเลเยอร์มั้งหมด 3 ชั้นเริ่มจาก Bambú หรือชั้นของกาแฟเข้มข้น ถัดมาคือชั้นของ Mascarpone Cheese หอมมัน ด้านล่างสุดคือชั้นของ Buddha Finger มะนาวนิ้วมือให้รสเปรี้ยวมาตัดกันกับความเข้มของกาแฟได้อย่างลงตัว ด้านบนท็อปด้วยคุกกี้ที่เชฟเตรียมมาจากส้มและมะกอกรวมไปถึง Sugar Hazelnut เคลือบน้ำตาลมาเป็นริ้วยาว ๆ สวยงามมาก ๆ (19/20)
รูปที่ 17
Buddha finger Mascarpone, Bambú, orange, hazelnut ล้างปากด้วย Pre-Dessert นำเสนอมาเป็นเลเยอร์มั้งหมด 3 ชั้นเริ่มจาก Bambú หรือชั้นของกาแฟเข้มข้น ถัดมาคือชั้นของ Mascarpone Cheese หอมมัน ด้านล่างสุดคือชั้นของ Buddha Finger มะนาวนิ้วมือให้รสเปรี้ยวมาตัดกันกับความเข้มของกาแฟได้อย่างลงตัว ด้านบนท็อปด้วยคุกกี้ที่เชฟเตรียมมาจากส้มและมะกอกรวมไปถึง Sugar Hazelnut เคลือบน้ำตาลมาเป็นริ้วยาว ๆ สวยงามมาก ๆ (19/20)
Buddha finger Mascarpone, Bambú, orange, hazelnut ภาพด้านล่างแสดงถึงชั้นของ Buddha Finger (19/20)
รูปที่ 18
Buddha finger Mascarpone, Bambú, orange, hazelnut ภาพด้านล่างแสดงถึงชั้นของ Buddha Finger (19/20)
Cherries ’Burlat‘, madeleines, water mint, Victoria pineapple, olive oil ice cream ของหวานจานหลักในวันนี้คือ Burlat Cherries ที่เชฟนำไป Poached ในไวน์แดงจนได้เนื้อสัมผัสที่นุ่มขึ้นและมีกลิ่นเฉพาะตัว ยังมีองค์ประกอบของ Water Mint และ Victoria Pineapple Cream ให้รสเปรี้ยวเบา ๆ และช่วยเรียกความสดชื่นให้กับจาน (20/20)
รูปที่ 19
Cherries ’Burlat‘, madeleines, water mint, Victoria pineapple, olive oil ice cream ของหวานจานหลักในวันนี้คือ Burlat Cherries ที่เชฟนำไป Poached ในไวน์แดงจนได้เนื้อสัมผัสที่นุ่มขึ้นและมีกลิ่นเฉพาะตัว ยังมีองค์ประกอบของ Water Mint และ Victoria Pineapple Cream ให้รสเปรี้ยวเบา ๆ และช่วยเรียกความสดชื่นให้กับจาน (20/20)
Cherries ’Burlat‘, madeleines, water mint, Victoria pineapple, olive oil ice cream ยังมี Olive Oil Ice Cream หรือไอศกรีมที่เตรียมมาจากน้ำมันมะกอกและ Almond and Pistachio Cream (20/20)
รูปที่ 20
Cherries ’Burlat‘, madeleines, water mint, Victoria pineapple, olive oil ice cream ยังมี Olive Oil Ice Cream หรือไอศกรีมที่เตรียมมาจากน้ำมันมะกอกและ Almond and Pistachio Cream (20/20)
Cherries ’Burlat‘, madeleines, water mint, Victoria pineapple, olive oil ice cream สุดท้ายคือขนม Madeleines เสิร์ฟแยกมาต่างหากอีกด้วย (20/20)
รูปที่ 21
Cherries ’Burlat‘, madeleines, water mint, Victoria pineapple, olive oil ice cream สุดท้ายคือขนม Madeleines เสิร์ฟแยกมาต่างหากอีกด้วย (20/20)
Soufflé Bourbon vanilla, cottage cheese, raspberry rhubarb เมนูขนมที่เชฟแนะนำคือ Soufflé เตรียมมาจาก Bourbon Vanilla นุ่มฟูโรยด้วย Icing Sugar ให้รสชาติหวานที่พอเหมาะ (19/20)
รูปที่ 22
Soufflé Bourbon vanilla, cottage cheese, raspberry rhubarb เมนูขนมที่เชฟแนะนำคือ Soufflé เตรียมมาจาก Bourbon Vanilla นุ่มฟูโรยด้วย Icing Sugar ให้รสชาติหวานที่พอเหมาะ (19/20)
Soufflé Bourbon vanilla, cottage cheese, raspberry rhubarb อีกหนึ่งเสิร์ฟคือ Rhubarb Compote รสหวานเปรี้ยวหวานท็อปด้านบนด้วย Champagne Ice Cream ช่วยเรียกความสดชื่นได้ดีมาก ๆ (19/20)
รูปที่ 23
Soufflé Bourbon vanilla, cottage cheese, raspberry rhubarb อีกหนึ่งเสิร์ฟคือ Rhubarb Compote รสหวานเปรี้ยวหวานท็อปด้านบนด้วย Champagne Ice Cream ช่วยเรียกความสดชื่นได้ดีมาก ๆ (19/20)
Mignardises ปิดท้ายมื้ออาหารด้วย Mignardises เสิร์ฟมาพร้อมกันหลายอย่างเริ่มต้นด้วย Macarons ชิ้นแรกสีเขียวที่เตรียมมาจาก Basil ชิ้นถัดมาสีเหลืองทำมาจากมะม่วงสุก และสีชมพูทำมาจากราสเบอร์รี่
รูปที่ 24
Mignardises ปิดท้ายมื้ออาหารด้วย Mignardises เสิร์ฟมาพร้อมกันหลายอย่างเริ่มต้นด้วย Macarons ชิ้นแรกสีเขียวที่เตรียมมาจาก Basil ชิ้นถัดมาสีเหลืองทำมาจากมะม่วงสุก และสีชมพูทำมาจากราสเบอร์รี่
Mignardises ช็อกโกแลตสอดไส้ Grand Marnier
รูปที่ 25
Mignardises ช็อกโกแลตสอดไส้ Grand Marnier
Mignardises Rose Marshmallow นุ่ม ๆ หอม ๆ
รูปที่ 26
Mignardises Rose Marshmallow นุ่ม ๆ หอม ๆ
Mignardises Coffee with Caramel Nougat & Chocolate Nougat เคี้ยวหนึบ
รูปที่ 27
Mignardises Coffee with Caramel Nougat & Chocolate Nougat เคี้ยวหนึบ
Mignardises สุดท้ายในถาดสีขาวคือ Bonbon with Yuzu, Tartelette with Passionfruit, Pistachio Cake, Bonbon with Cherries and Dutch Cookies
รูปที่ 28
Mignardises สุดท้ายในถาดสีขาวคือ Bonbon with Yuzu, Tartelette with Passionfruit, Pistachio Cake, Bonbon with Cherries and Dutch Cookies
Coffee & Tea เราขอแนะนำให้จบมื้ออาหารด้วยชาหรือกาแฟสักแก้วอย่างน้อย 1 คนในโต๊ะเพราะธรรมเนียมของห้องอาหารในประเทศเนเธอแลนด์อาจไม่นำเสิร์ฟ Mignardises กับโต๊ะที่ไม่สั่งเรรื่องดื่มปิดท้ายนั่นเอง
รูปที่ 29
Coffee & Tea เราขอแนะนำให้จบมื้ออาหารด้วยชาหรือกาแฟสักแก้วอย่างน้อย 1 คนในโต๊ะเพราะธรรมเนียมของห้องอาหารในประเทศเนเธอแลนด์อาจไม่นำเสิร์ฟ Mignardises กับโต๊ะที่ไม่สั่งเรรื่องดื่มปิดท้ายนั่นเอง
💰 ราคา 1,480 €/4 คน
รูปที่ 30
💰 ราคา 1,480 €/4 คน
🎗 [INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับห้องอาหารระดับ 3 MICHELIN Stars ที่ตั้งอยู่บริเวณพื้นที่ห่างไกลในเขต Zeeland ทางตอนใต้ของประเทศเนเธอแลนด์ ตัวร้านมีชื่อเป็นภาษาลาตินว่า Inter Scaldes ปัจจุบันควบคุมโดย Jannis Brevet ซึ่งเป็นเชฟชาวดัตช์ที่ได้รับการยอมรับจากบรรดาเชฟและนักชิมทั่วโลกมากที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์เลยก็ว่าได้
รูปที่ 31
🎗 [INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับห้องอาหารระดับ 3 MICHELIN Stars ที่ตั้งอยู่บริเวณพื้นที่ห่างไกลในเขต Zeeland ทางตอนใต้ของประเทศเนเธอแลนด์ ตัวร้านมีชื่อเป็นภาษาลาตินว่า Inter Scaldes ปัจจุบันควบคุมโดย Jannis Brevet ซึ่งเป็นเชฟชาวดัตช์ที่ได้รับการยอมรับจากบรรดาเชฟและนักชิมทั่วโลกมากที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์เลยก็ว่าได้
🎗 [THE PLACE] ห้องอาหาร Inter Scaldes ตั้งอยู่ ณ หมู่บ้านเล็ก ๆ ที่มีชื่อว่า Kruiningen ในจังหวัด Zeeland ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศเนเธอแลนด์ไม่ไกลกันกับพรมแดนประเทศเบลเยี่ยม
รูปที่ 32
🎗 [THE PLACE] ห้องอาหาร Inter Scaldes ตั้งอยู่ ณ หมู่บ้านเล็ก ๆ ที่มีชื่อว่า Kruiningen ในจังหวัด Zeeland ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศเนเธอแลนด์ไม่ไกลกันกับพรมแดนประเทศเบลเยี่ยม
ตัวอาคารหลักถูกสร้างขึ้นโดยนายสัตวแพทย์ชาวดัตช์ในช่วงปี 1927 เพื่อใช้เป็นบ้านพักส่วนตัวจนถึงปี 1953 หลังจากนั้นอาคารถูกดัดแปลงอีกครั้งให้กลายเป็น Royal Marechaussee หรือค่ายทหารดัตช์
รูปที่ 33
ตัวอาคารหลักถูกสร้างขึ้นโดยนายสัตวแพทย์ชาวดัตช์ในช่วงปี 1927 เพื่อใช้เป็นบ้านพักส่วนตัวจนถึงปี 1953 หลังจากนั้นอาคารถูกดัดแปลงอีกครั้งให้กลายเป็น Royal Marechaussee หรือค่ายทหารดัตช์
ภายในห้องรับประทานอาหารหลักตกแต่งแบบเรียบง่ายโดยมีผนังฝั่งหนึ่งรวมไปถึงหลังคากั้นด้วยกระจกใสช่วยให้บรรยากาศภายในดูโปร่งไม่อึดอัดตา
รูปที่ 34
ภายในห้องรับประทานอาหารหลักตกแต่งแบบเรียบง่ายโดยมีผนังฝั่งหนึ่งรวมไปถึงหลังคากั้นด้วยกระจกใสช่วยให้บรรยากาศภายในดูโปร่งไม่อึดอัดตา
ภายในห้องรับประทานอาหารหลักตกแต่งแบบเรียบง่ายโดยมีผนังฝั่งหนึ่งรวมไปถึงหลังคากั้นด้วยกระจกใสช่วยให้บรรยากาศภายในดูโปร่งไม่อึดอัดตา
รูปที่ 35
ภายในห้องรับประทานอาหารหลักตกแต่งแบบเรียบง่ายโดยมีผนังฝั่งหนึ่งรวมไปถึงหลังคากั้นด้วยกระจกใสช่วยให้บรรยากาศภายในดูโปร่งไม่อึดอัดตา
พื้นที่ด้านหน้าประกอบไปด้วยสวนสไตล์ English Garden สีเขียวปกคลุมด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่ ฝั่งซ้ายมือเป็นลานจอดรถสำหรับรองรับลูกค้าทั้งฝั่งโรงแรมและห้องอาหาร
รูปที่ 36
พื้นที่ด้านหน้าประกอบไปด้วยสวนสไตล์ English Garden สีเขียวปกคลุมด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่ ฝั่งซ้ายมือเป็นลานจอดรถสำหรับรองรับลูกค้าทั้งฝั่งโรงแรมและห้องอาหาร
ตัวร้านได้รับรางวัล 🌟 1 MICHELIN Star ในปี 1977 ตามมาด้วยรางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 1982 ทั้งยังรักษามาตรฐานเอาไว้ได้อย่างต่อเนื่องก่อนที่เชฟ Jannis Brevet และภรรยาคุณ Claudia จะเข้าซื้อต่อกิจการในปี 2001 และคว้ารางวัลสูงสุดคือ 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars มาครองได้ในปี 2018 นั่นเอง
รูปที่ 37
ตัวร้านได้รับรางวัล 🌟 1 MICHELIN Star ในปี 1977 ตามมาด้วยรางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 1982 ทั้งยังรักษามาตรฐานเอาไว้ได้อย่างต่อเนื่องก่อนที่เชฟ Jannis Brevet และภรรยาคุณ Claudia จะเข้าซื้อต่อกิจการในปี 2001 และคว้ารางวัลสูงสุดคือ 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars มาครองได้ในปี 2018 นั่นเอง
เมื่อเดินเข้าไปจะพบกับพื้นที่ตรวจสอบการจองโดยมีภรรยาของเชฟคือคุณ Claudia Brevet ผู้ดำรงตำแหน่ง Maître คอยให้การต้อนรับ
รูปที่ 38
เมื่อเดินเข้าไปจะพบกับพื้นที่ตรวจสอบการจองโดยมีภรรยาของเชฟคือคุณ Claudia Brevet ผู้ดำรงตำแหน่ง Maître คอยให้การต้อนรับ
🎗 [THE CHEF] ประวัติของเชฟเจ้าของร้าน Jannis Brevet เริ่มต้นประสบการณ์กับห้องอาหารระดับสูงโดยการใช้เวลาในช่วงวันหยุดทำงานในห้องอาหาร Ockenburg ณ เมือง Goes ตั้งแต่มีอายุได้เพียง 15 ปีก่อนจะเข้ารับการศึกษาและฝึกงานกับห้องอาหารระดับตำนานอย่าง De Bokkedoorns (2 MICHELIN Stars) หลังจากจบมาเป็นเชฟมืออาชีพเขาเดินทางไปยังประเทศเยอรมนีเพื่อร่วมงานกับห้องอาหารระดับตำนานอย่าง Das Tantris (3 MICHELIN Stars ในขณะนั้น) ในกรุง Munich, ร้าน Die Schweizer Stuben ในเมือง Wertheim, ร้าน Alb 31 (1 MICHELIN Star) ในเมือง Ettlingen, ร้าน Le Marron (1 MICHELIN Star) ในเมือง Bonn และร้าน Helianthushof (1 MICHELIN Star) ในเมือง Uden การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเกิดขึ้นในปี 2001 เมื่อเชฟ Jannis และภรรยาคุณ Claudia Brevet ตัดสินใจเข้าซื้อต่อกิจการห้องอาหาร Inter Scaldes ซึ่งในขณะนั้นการันตีด้วยรางวัล 2 MICHELIN Stars ทั้งยังรักษาดาวเอาไว้ได้อย่างต่อเนื่องกว่า 17 ปี จนกระทั่งในปี 2018 ตัวร้านก็ถูกยกระดับให้เป็นร้านอาหารระดับ 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars ในที่สุด
รูปที่ 39
🎗 [THE CHEF] ประวัติของเชฟเจ้าของร้าน Jannis Brevet เริ่มต้นประสบการณ์กับห้องอาหารระดับสูงโดยการใช้เวลาในช่วงวันหยุดทำงานในห้องอาหาร Ockenburg ณ เมือง Goes ตั้งแต่มีอายุได้เพียง 15 ปีก่อนจะเข้ารับการศึกษาและฝึกงานกับห้องอาหารระดับตำนานอย่าง De Bokkedoorns (2 MICHELIN Stars) หลังจากจบมาเป็นเชฟมืออาชีพเขาเดินทางไปยังประเทศเยอรมนีเพื่อร่วมงานกับห้องอาหารระดับตำนานอย่าง Das Tantris (3 MICHELIN Stars ในขณะนั้น) ในกรุง Munich, ร้าน Die Schweizer Stuben ในเมือง Wertheim, ร้าน Alb 31 (1 MICHELIN Star) ในเมือง Ettlingen, ร้าน Le Marron (1 MICHELIN Star) ในเมือง Bonn และร้าน Helianthushof (1 MICHELIN Star) ในเมือง Uden การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเกิดขึ้นในปี 2001 เมื่อเชฟ Jannis และภรรยาคุณ Claudia Brevet ตัดสินใจเข้าซื้อต่อกิจการห้องอาหาร Inter Scaldes ซึ่งในขณะนั้นการันตีด้วยรางวัล 2 MICHELIN Stars ทั้งยังรักษาดาวเอาไว้ได้อย่างต่อเนื่องกว่า 17 ปี จนกระทั่งในปี 2018 ตัวร้านก็ถูกยกระดับให้เป็นร้านอาหารระดับ 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars ในที่สุด
ปัจจุบัน Inter Scaldes เป็นหนึ่งในห้องอาหารเพียงสองในประเทศเนเธอแลนด์แห่งที่ได้รับการการันตีด้วยรางวัล 3 MICHELIN Stars พ่วงด้วยคะแนนสูงสุดจาก Gault&Millau ถึง 19.5 และรางวัล Chef of The Year ในปี 2006 อีกด้วย
รูปที่ 40
ปัจจุบัน Inter Scaldes เป็นหนึ่งในห้องอาหารเพียงสองในประเทศเนเธอแลนด์แห่งที่ได้รับการการันตีด้วยรางวัล 3 MICHELIN Stars พ่วงด้วยคะแนนสูงสุดจาก Gault&Millau ถึง 19.5 และรางวัล Chef of The Year ในปี 2006 อีกด้วย
🎗[THE FOOD] เชฟ Jannis Brevet นำเสนออาหารในรูปแบบโมเดิร์นโดยอาศัยเทคนิคการปรุงสไตล์ยุโรประดับสูงผสมผสานเข้ากันกับวัตถุดิบท้องถิ่นของประเทศเนเธอแลนด์หรือกล่าวให้เจาะลึกลงไปคือพื้นที่แถบ Zeeland บางส่วนและวัตถุดิบนำเข้าอีกบางส่วนจนได้ออกมาเป็น Tasting Menu ทั้ง 2 รูปแบบคือ 5-Course Menu (175 €) นำเสนอเฉพาะช่วงมื้อกลางวันเท่านั้นและ 8-Course Specialty Menu (265 €) นำเสนอมาทั้งช่วงมื้อกลางวันและเย็น นอกจากนี้ยังมีเซ็ตเมนูพิเศษที่อาศัยวัตถุดิบพรีเมี่ยมมารังสรค์โดยใช้ชื่อว่า 4-Course Prestige Menu (345 €) นำเสนอมาทั้งช่วงมื้อกลางวันและเย็นอีกเช่นกัน สุดท้ายคือรายการแบบ À La Carte ให้เลือกชิมกันได้ตามใจชอบอีกด้วย
รูปที่ 41
🎗[THE FOOD] เชฟ Jannis Brevet นำเสนออาหารในรูปแบบโมเดิร์นโดยอาศัยเทคนิคการปรุงสไตล์ยุโรประดับสูงผสมผสานเข้ากันกับวัตถุดิบท้องถิ่นของประเทศเนเธอแลนด์หรือกล่าวให้เจาะลึกลงไปคือพื้นที่แถบ Zeeland บางส่วนและวัตถุดิบนำเข้าอีกบางส่วนจนได้ออกมาเป็น Tasting Menu ทั้ง 2 รูปแบบคือ 5-Course Menu (175 €) นำเสนอเฉพาะช่วงมื้อกลางวันเท่านั้นและ 8-Course Specialty Menu (265 €) นำเสนอมาทั้งช่วงมื้อกลางวันและเย็น นอกจากนี้ยังมีเซ็ตเมนูพิเศษที่อาศัยวัตถุดิบพรีเมี่ยมมารังสรค์โดยใช้ชื่อว่า 4-Course Prestige Menu (345 €) นำเสนอมาทั้งช่วงมื้อกลางวันและเย็นอีกเช่นกัน สุดท้ายคือรายการแบบ À La Carte ให้เลือกชิมกันได้ตามใจชอบอีกด้วย
สำหรับใครที่ต้องการพักผ่อนหลังจบมื้ออาหาร Manoir Inter Scaldes ยังประกอบไปด้วยห้องพักสุดหรูหราจำนวนถึง 12 ห้องอีกด้วย
รูปที่ 42
สำหรับใครที่ต้องการพักผ่อนหลังจบมื้ออาหาร Manoir Inter Scaldes ยังประกอบไปด้วยห้องพักสุดหรูหราจำนวนถึง 12 ห้องอีกด้วย
การเดินทางมายังห้องอาหารจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีรถส่วนตัวโดยใช้เวลาเดินทางจาก Schiphol Airport ราว 1 ชั่วโมงครึ่งหรืออาจขับข้ามประเทศมาจาก Brussels Airport ซึ่งมีระยะทางน้อยกว่าใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น ด้วยความที่จังหวัด Zeeland ตั้งอยู่ติดกันกับทะเล Noordzee ทำให้อากาศแถบนี้ค่อนข้างแปรปรวนอย่างเช่นตัวเรานั้นเดินทางมาที่นี่ครั้งก่อนในช่วงต้นปี 2020 ขณะขับรถถึงขนาดต้องหมุนพวงมาลัยสู้กับแรงลม อย่างไรก็ตามในรอบล่าสุดนี้ถือถือว่าขับได้อย่างสบาย ๆ จึงอยากแนะนำให้เพื่อน ๆ ลองเช็คพยากรณ์อากาศกันสักหน่อย
รูปที่ 43
การเดินทางมายังห้องอาหารจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีรถส่วนตัวโดยใช้เวลาเดินทางจาก Schiphol Airport ราว 1 ชั่วโมงครึ่งหรืออาจขับข้ามประเทศมาจาก Brussels Airport ซึ่งมีระยะทางน้อยกว่าใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น ด้วยความที่จังหวัด Zeeland ตั้งอยู่ติดกันกับทะเล Noordzee ทำให้อากาศแถบนี้ค่อนข้างแปรปรวนอย่างเช่นตัวเรานั้นเดินทางมาที่นี่ครั้งก่อนในช่วงต้นปี 2020 ขณะขับรถถึงขนาดต้องหมุนพวงมาลัยสู้กับแรงลม อย่างไรก็ตามในรอบล่าสุดนี้ถือถือว่าขับได้อย่างสบาย ๆ จึงอยากแนะนำให้เพื่อน ๆ ลองเช็คพยากรณ์อากาศกันสักหน่อย
🎗 [WHY GO] อาหารที่ Inter Scaldes จัดเตรียมออกมาในสไตล์โมเดิร์นโดยแฝงตัวตนความเป็นชาวดัตช์เอาไว้ได้อย่างชัดเจนสังเกตุจากการเลือกใช้วัตถุดิบท้องถิ่นจากท้องทะเลในเขต Zeeland รูปลักษณ์ของแต่ละคอร์สสวยงามราวกับงานศิลป์ชิ้นเอก เราขอแนะนำให้เลือกชิม Tasting Menu ซึ่งเทียบเเล้วคุ้มค่ากว่ารายการแบบ À La Carte
รูปที่ 44
🎗 [WHY GO] อาหารที่ Inter Scaldes จัดเตรียมออกมาในสไตล์โมเดิร์นโดยแฝงตัวตนความเป็นชาวดัตช์เอาไว้ได้อย่างชัดเจนสังเกตุจากการเลือกใช้วัตถุดิบท้องถิ่นจากท้องทะเลในเขต Zeeland รูปลักษณ์ของแต่ละคอร์สสวยงามราวกับงานศิลป์ชิ้นเอก เราขอแนะนำให้เลือกชิม Tasting Menu ซึ่งเทียบเเล้วคุ้มค่ากว่ารายการแบบ À La Carte
พนักงานทุกคนบริการดีและสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษรวมไปถึงตอบคำถามเกี่ยวกับอาหารได้อย่างคล่องแคล่ว Sommelier สามารถแนะนำไวน์ได้ในทุกรูปแบบที่เราต้องการ จากที่กล่าวมาทำให้ Inter Scaldes กลายมาเป็นจุดหมายปลายทางที่สำคัญสำหรับบรรดานักชิมที่เเวะมาท่องเที่ยวในประเทศกลุ่ม Benelux
รูปที่ 45
พนักงานทุกคนบริการดีและสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษรวมไปถึงตอบคำถามเกี่ยวกับอาหารได้อย่างคล่องแคล่ว Sommelier สามารถแนะนำไวน์ได้ในทุกรูปแบบที่เราต้องการ จากที่กล่าวมาทำให้ Inter Scaldes กลายมาเป็นจุดหมายปลายทางที่สำคัญสำหรับบรรดานักชิมที่เเวะมาท่องเที่ยวในประเทศกลุ่ม Benelux