GASTRONOME THAILAND by ตามล่า Fine Dining
Hiša Franko
3 MICHELIN Stars

sloveniaHiša Franko · ฮีซา ฟรังโก

Creative, Regional Cuisine · อาหารเชิงสร้างสรรค์, อาหารท้องถิ่น — Staro selo 1, 5222 Kobarid, Slovenia

🎗️ [INTRO] Hiša Franko เป็นห้องอาหารระดับสูงที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศสโลวีเนีย ตัวร้านนำทีมโดย Ana Roš Stojan เชฟหญิงผู้ผันตัวจากเส้นทางอาชีพสายการทูตมาเป็นเชฟที่เริ่มต้นเรียนรู้เทคนิคการทำอาหารด้วยตัวเองโดยไม่เคยผ่านโรงเรียนการอาหารมาก่อนและยังสามารถคว้ารางวัลชั้นสูงแห่งวงการอาหารทั้ง 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars, 🍀 MICHELIN Green Star และ 4 Toques Gault&Millau มาครองได้อีกด้วย

🎗️ [THE PLACE] ถึงแม้จะมีชื่อเสียงในเวทีโลกได้ไม่นานนักแต่ Hiša Franko เป็นห้องอาหารที่เปิดทำการมานานกว่า 50 ปีแล้ว ตัวร้านมีทำเลตั้งอยู่ในหมู่บ้านเล็ก ๆ ชื่อว่า Kobarid ไม่ไกลกันจากพรมแดนฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศอิตาลีหรือฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศสโลวีเนีย อาคารดั้งเดิมถูกใช้งานเป็นร้านอาหารท้องถิ่นโดยมีเจ้าของเป็นตระกูล Krama และถูกส่งต่อรุ่นสู่รุ่นจนกระทั่ง Valter Krama และภรรยาของเขาในขณะนั้นคือเชฟ Ana Roš ได้เข้าควบคุมกิจการและเปลี่ยนรูปแบบการนำเสนอมาเป็นห้องอาหาร Fine Dining เต็มรูปแบบ เชฟ Ana Roš ยังได้ทำการปรับปรุงตัวอาคารใหม่ทั้งหมดในปี 2004 โดยการทาบ้านทั้งหลังด้วยสีแดงเข้ม ห้องรับประทานอาหารหลักตกแต่งอย่างหรูหราโดยมีประตูบานเลื่อนและหน้าต่างกระจกใสสร้างความโปร่งให้กับพื้นที่ภายใน ส่วนตัวเรานั้นมีโอกาสได้นั่งในห้องส่วนตัวโดดเด่นด้วยโต๊ะไม้ยาวสำหรับรองรับลูกค้ากลุ่มใหญ่ อีกฝั่งหนึ่งเป็นเตาฟืนสำหรับสร้างความอบอุ่นในวันที่อากาศหนาวเย็น ระหว่างมื้อเชฟ Ana Roš และสุนัขคู่ใจของเธอชื่อว่า Prince จะเดินทักทายลูกค้าทุกโต๊ะในร้านอย่างเป็นกันเองรวมไปถึงการแวะไปควบคุมภายในห้องครัวซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างแปลกตาสำหรับห้องอาหารระดับสูง (โดยทางร้านได้เขียนชี้แจงเอาไว้แล้วในหน้าการจอง) นอกจากนี้ยังมีน้องแมวหลายตัวเดินกันไปมาบริเวณภายนอกร้านอีกด้วย ห้องอาหาร Hiša Franko ได้รับรางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในคู่มือ MICHELIN Guide ฉบับแรกของประเทศสโลวีเนียในปี 2020 ก่อนจะเลื่อนระดับสู่ 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars ในคู่มือประจำปี 2024 นอกจากนี้สำหรับใครที่อยากลองสัมผัสอาหารท้องถิ่นในบรรยากาศผ่อนคลายสามารถแวะไปชิมกันได้ที่ Hiša Polonka ซึ่งตั้งอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนักได้เช่นกัน

🎗️ [THE CHEF] Ana Roš Stojan เกิดในปี 1972 ที่ประเทศยูโกสวาเวีย ในวัยเด็กเธอมีความสนใจในกีฬาสกีทั้งยังเคยมีชื่อเข้าไปติดอยู่ในทีมชาติชุดเยาวชนอีกด้วย หลังจากจบการศึกษาทางการทูตและการต่างประเทศในเมือง Gorizia เธอได้พบเจอกับอดีตสามีคือคุณ Valter Kramar โดยครอบครัวของคุณ Valter นั้นเป็นเจ้าของกิจการห้องอาหาร Hiša Franko อยู่เดิม ทั้งคู่ตัดสินใจย้ายมาทำงานร้านอาหารโดยคุณ Ana Roš รับหน้าที่เป็นพนักงานเสิร์ฟและคุณ Valter เป็น Sommelier ต่อมาในปี 2002 คุณ Ana Roš ที่กำลังตั้งครรภ์ตัดสินใจเริ่มทำอาหารและผันตัวมาเป็นเชฟโดยการเรียนรู้เทคนิคทุกอย่างด้วยตัวเอง กาลเวลาล่วงเลยไปจนกระทั่งในปี 2010 เชฟ Ana Roš เริ่มสร้างชื่อเสียงและได้รับความสนใจจากสื่อต่าง ๆ ในวงกว้างรวมไปถึงนิตยสาร Identità Golose และการได้รับเชิญไปเป็นเชฟรับเชิญที่ห้องอาหาร Ikarus ระดับ 2 MICHELIN Stars อย่างไรก็ตามสิ่งที่ทำให้เธอเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกคือการเป็นส่วนหนึ่งของสารคดีเกี่ยวกับอาหาร Chef's Table ออกฉายใน Netflix ในปี 2017 นั่นเอง

🎗️ [THE FOOD] เชฟ Ana Roš Stojan เลือกใช้วัตถุดิบท้องถิ่นกว่า 95 % โดยเฉพาะวัตถุดิบจากแถบในพื้นที่ Soča Valley มาประกอบกันเป็นเมนูเชิงสร้างสรรค์ที่มีรสชาติในสไตล์ของอาหารท้องถิ่นได้อย่างน่าสนใจ ทางร้านนำเสนอ Tasting Menu รูปแบบเดียวโดยใช้ชื่อว่า 50 Shades of Red (325 €) จัดเสิร์ฟเรียงกันมากว่า 15 คอร์สได้อย่างน่าสนใจ ตัวอย่างคอร์สที่โดดเด่นมาก ๆ ในครั้งนี้อย่างเช่น

✨ Tagliolini, razor clams and melon

พาสต้าเส้น Tagliolini ที่ทางร้านทำเองในทุก ๆ เช้าเสิร์ฟมากับหอยใบมีดโกนจากแถบ Istria ซึ่งเป็นพื้นที่ริมทะเล Adriatic ทางตอนใต้ของประเทศสโลวีเนีย เชฟยังใส่เนยลงไปจำนวนมากตัดด้วยรสชาติของน้ำเมลอน นอกจากนี้เชฟยังใส่มิติของน้ำมันกาแฟ Arabica จากประเทศบราซิลที่ผ่านการคั่วในกรุง Ljubljana หยดลงไปรอบ ๆ จานนอกจากนี้ด้านบนยังมีใบ Pimpinella ใส่มาช่วยเพิ่มสีสันได้อีกด้วย (19/20)

✨ Cappelletti, black pear, sunchoke

พาสต้าจานที่สองคือ Cappelletti โฮมเมดทรงเกี๊ยว ด้านในสอดไส้แก่นตะวันและ Pituralka ซึ่งเป็นสายพันธุ์ของลูกแพร์ท้องถิ่นของประเทศสโลวีเนียให้รสชาติหวานอันมีมิติ รอบ ๆ คือซอสเนื้อที่ผ่านการเคี่ยวจนได้รสชาติเข้มข้นตัดด้วยความฉุนของน้ำมันทาร์รากอนและความกรอบของถั่วฮาเซลนัท ด้านบนท็อปด้วยผัก Radicchio และทาร์รากอน (19/20)

✨ Orzotto, puffed barley, goat cheese water, green beans, white truffles

Orzotto เป็นเมนูที่มีความคล้ายคลึงกันกับ Risotto แต่เปลี่ยนวัตถุดิบหลักจากข้าวมาเป็นบาเลย์ให้เนื้อสัมผัสที่หนึบสู้ฟันมากขึ้น เชฟเพิ่มมิติความกรอบด้วยการใส่ข้าวบาเลย์แบบ Puffed ในจานยังมีความหอมมันของ Brown Butter รวมไปถึงอโรมาของเห็ดป่าหลายชนิดที่เก็บมาจากธรรมชาติรวมไปถึงถั่ว Green Bean หั่นเป็นชิ้นจิ๋ว ๆ และชิ้นทรัฟเฟิลขาวอีกด้วย (20/20)

🎗️ [WHY GO] Hiša Franko เป็นห้องอาหารที่ผลักดันวงการอาหารระดับสูงของประเทศสโลวีเนียโดยการหยิบเอาวัตถุดิบท้องถิ่นที่ชาวต่างชาติอาจไม่รู้จักมานำเสนอให้กับเหล่านักชิมในเวทีโลกได้ลิ่มลอง รายการไวน์มีให้เลือกมากมายทั้งไวน์ท้องถิ่นของประเทศสโลวีเนียและนำเข้ามาจากแหล่งอื่น ๆ ทั้งยังมีคุณภาพสูงเมื่อเทียบกันกับราคาที่จับต้องได้ พนักงานทุกคนให้บริการอย่างมืออาชีพและสื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว ราคาอาหารจัดว่าค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับค่าครองชีพในแถบนี้ ตัวร้านสามารถเดินทางมาได้ทั้งจากเมืองหลวงของประเทศสโลวีเนียอย่าง Ljubljana รวมไปถึงจากประเทศอิตาลีและผู้ที่ขับรถยนต์มาเองต้องไม่ลืมแวะซื้อ Vignette ตามปั๊มน้ำมันก่อนข้ามพรมแดนของประเทศสโลวีเนียกันด้วย

ภาพของร้านอาหาร

ทั้งหมด 36 รูป

🇸🇮 Hiša Franko - ฮีซา ฟรังโก🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars - 3 ดาวมิชลิน🍀 MICHELIN Green Star - ดาวมิชลินรักษ์โลก🏵️🏵️🏵️🏵️ 18.5/20 Gault&Millau - 18.5/20 โก&มีโย🍴 Creative, Regional Cuisine - อาหารเชิงสร้างสรรค์, อาหารท้องถิ่น👨🏻‍🍳 Chef Ana Roš Stojan - เชฟอานา โรซ สโตยาน
รูปที่ 1
🇸🇮 Hiša Franko - ฮีซา ฟรังโก🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars - 3 ดาวมิชลิน🍀 MICHELIN Green Star - ดาวมิชลินรักษ์โลก🏵️🏵️🏵️🏵️ 18.5/20 Gault&Millau - 18.5/20 โก&มีโย🍴 Creative, Regional Cuisine - อาหารเชิงสร้างสรรค์, อาหารท้องถิ่น👨🏻‍🍳 Chef Ana Roš Stojan - เชฟอานา โรซ สโตยาน
🎗️ [INTRO] Hiša Franko เป็นห้องอาหารระดับสูงที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศสโลวีเนีย ตัวร้านนำทีมโดย Ana Roš Stojan เชฟหญิงผู้ผันตัวจากเส้นทางอาชีพสายการทูตมาเป็นเชฟที่เริ่มต้นเรียนรู้เทคนิคการทำอาหารด้วยตัวเองโดยไม่เคยผ่านโรงเรียนการอาหารมาก่อนและยังสามารถคว้ารางวัลชั้นสูงแห่งวงการอาหารทั้ง 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars, 🍀 MICHELIN Green Star และ 4 Toques Gault&Millau มาครองได้อีกด้วย
รูปที่ 2
🎗️ [INTRO] Hiša Franko เป็นห้องอาหารระดับสูงที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศสโลวีเนีย ตัวร้านนำทีมโดย Ana Roš Stojan เชฟหญิงผู้ผันตัวจากเส้นทางอาชีพสายการทูตมาเป็นเชฟที่เริ่มต้นเรียนรู้เทคนิคการทำอาหารด้วยตัวเองโดยไม่เคยผ่านโรงเรียนการอาหารมาก่อนและยังสามารถคว้ารางวัลชั้นสูงแห่งวงการอาหารทั้ง 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars, 🍀 MICHELIN Green Star และ 4 Toques Gault&Millau มาครองได้อีกด้วย
Garden leaves, brown butter emulsion, quail egg, Istrian truffleเริ่มต้นมื้อด้วยผัก Bok Choy จากสวนของทางร้าน ด้านในมีไข่นกระทาแอบซ่อนอยู่ ด้านล่างรองด้วย Brown Butter Emulsion ที่ได้รับการปรุงแต่งด้วยเครื่องเทศเล็กน้อย จากนั้นท็อปด้านบนด้วยทรัฟเฟิลดำจากแถบ Istria ทางตอนใต้ของประเทศสโลวีเนีย (18/20)
รูปที่ 3
Garden leaves, brown butter emulsion, quail egg, Istrian truffleเริ่มต้นมื้อด้วยผัก Bok Choy จากสวนของทางร้าน ด้านในมีไข่นกระทาแอบซ่อนอยู่ ด้านล่างรองด้วย Brown Butter Emulsion ที่ได้รับการปรุงแต่งด้วยเครื่องเทศเล็กน้อย จากนั้นท็อปด้านบนด้วยทรัฟเฟิลดำจากแถบ Istria ทางตอนใต้ของประเทศสโลวีเนีย (18/20)
Celeriac, crab, foraged greens, mustard seedsCeleriac ดองที่เชฟนำมาเตรียมเป็นถุงเล็ก ๆ ด้านในบรรจุพืชและสมุนไพรนานาชนิดจากสวนของทางร้านรวมไปถึงเนื้อปูแมงมุมหรือ Granseola จาก Laguna di Marano ทางตอนเหนือของประเทศอิตาลีให้หวานเบา ๆ นอกจากนี้ยังมีความเผ็ดและฉุนเบา ๆ จากเมล็ดมัสตาร์ดป่าดองอีกด้วย (17/20)
รูปที่ 4
Celeriac, crab, foraged greens, mustard seedsCeleriac ดองที่เชฟนำมาเตรียมเป็นถุงเล็ก ๆ ด้านในบรรจุพืชและสมุนไพรนานาชนิดจากสวนของทางร้านรวมไปถึงเนื้อปูแมงมุมหรือ Granseola จาก Laguna di Marano ทางตอนเหนือของประเทศอิตาลีให้หวานเบา ๆ นอกจากนี้ยังมีความเผ็ดและฉุนเบา ๆ จากเมล็ดมัสตาร์ดป่าดองอีกด้วย (17/20)
Wild plants, cottage cheese and dried fruitsOpen Sandwich ที่เตรียมมาจากพืชป่าของแถบ Soča Valley องค์ประกอบแรกด้านล่างคือแผ่น Taco กรอบ ๆ ที่มีสีเขียวมาจาก Nettles ตรงกลางคือ Fermented Bean Paste จัยคู่ดับความหวานของผล Apricot แห้งอีกเล็กน้อย นอกจากนี้ยังมีความฝาดของ Skuta ซึ่งเป็น Cottage Cheese นมแพะท้องถิ่นของประเทศสโลวีเนีย (17/20)
รูปที่ 5
Wild plants, cottage cheese and dried fruitsOpen Sandwich ที่เตรียมมาจากพืชป่าของแถบ Soča Valley องค์ประกอบแรกด้านล่างคือแผ่น Taco กรอบ ๆ ที่มีสีเขียวมาจาก Nettles ตรงกลางคือ Fermented Bean Paste จัยคู่ดับความหวานของผล Apricot แห้งอีกเล็กน้อย นอกจากนี้ยังมีความฝาดของ Skuta ซึ่งเป็น Cottage Cheese นมแพะท้องถิ่นของประเทศสโลวีเนีย (17/20)
Corn beignet, fermented cottage cheese, smoked trout roe (HF classic)อีกหนึ่ง Sinature & Classic Dish ของห้องอาหาร Hiša Franko เป็นเมนูที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากอาหารท้องถิ่นชื่อว่า Zabejlana Polenta โดยเชฟนำเสนอใหม่เป็นชิ้น Beignet ที่เตรียมมาจากข้าวโพด (18/20)
รูปที่ 6
Corn beignet, fermented cottage cheese, smoked trout roe (HF classic)อีกหนึ่ง Sinature & Classic Dish ของห้องอาหาร Hiša Franko เป็นเมนูที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากอาหารท้องถิ่นชื่อว่า Zabejlana Polenta โดยเชฟนำเสนอใหม่เป็นชิ้น Beignet ที่เตรียมมาจากข้าวโพด (18/20)
Corn beignet, fermented cottage cheese, smoked trout roe (HF classic)ด้านในบรรจุ Cottage Cheese หมักและไข่ปลาเทร้าต์รมควันเสิร์ฟมาแบบอุ่น ๆ เข้ากันดีกับความฉุนของ White Chive ได้อย่างลงตัว (18/20)
รูปที่ 7
Corn beignet, fermented cottage cheese, smoked trout roe (HF classic)ด้านในบรรจุ Cottage Cheese หมักและไข่ปลาเทร้าต์รมควันเสิร์ฟมาแบบอุ่น ๆ เข้ากันดีกับความฉุนของ White Chive ได้อย่างลงตัว (18/20)
Hay baked potato, fenugreek & roasted yeast infused sour cream (HF classic)อีกหนึ่ง Classic Dish ของห้องอาหาร Hiša Franko คือมันฝรั่งทั้งชิ้นที่ผ่านการอบใน Crust ชั้นนอกที่ผสมผสาน August Hay หรือหญ้าฟางและเกลือจำนวนมาก และไข่ขาวเข้าด้วยกัน (17/20)
รูปที่ 8
Hay baked potato, fenugreek & roasted yeast infused sour cream (HF classic)อีกหนึ่ง Classic Dish ของห้องอาหาร Hiša Franko คือมันฝรั่งทั้งชิ้นที่ผ่านการอบใน Crust ชั้นนอกที่ผสมผสาน August Hay หรือหญ้าฟางและเกลือจำนวนมาก และไข่ขาวเข้าด้วยกัน (17/20)
Hay baked potato, fenugreek & roasted yeast infused sour cream (HF classic)หลังจากอบเสร็จแล้วส่วนของ Crust ยังสามารถใช้เป็น Spices ช่วยเติมแต่งรสชาติเค้ฒและอโรมาหอม ๆ ให้กับมันฝรั่งได้อีกด้วย (17/20)
รูปที่ 9
Hay baked potato, fenugreek & roasted yeast infused sour cream (HF classic)หลังจากอบเสร็จแล้วส่วนของ Crust ยังสามารถใช้เป็น Spices ช่วยเติมแต่งรสชาติเค้ฒและอโรมาหอม ๆ ให้กับมันฝรั่งได้อีกด้วย (17/20)
Hay baked potato, fenugreek & roasted yeast infused sour cream (HF classic)ข้าง ๆ กันคือ Sour Cream ที่มีส่วนผสมของ Fenugreek และผงยีสต์ให้รสเปรี้ยวเพียงเบา ๆ ตัดกันกับความหวานของน้ำผึ้ง Acacia ของแถบ Soča Valley นั่นเอง (17/20)
รูปที่ 10
Hay baked potato, fenugreek & roasted yeast infused sour cream (HF classic)ข้าง ๆ กันคือ Sour Cream ที่มีส่วนผสมของ Fenugreek และผงยีสต์ให้รสเปรี้ยวเพียงเบา ๆ ตัดกันกับความหวานของน้ำผึ้ง Acacia ของแถบ Soča Valley นั่นเอง (17/20)
Autumn harvestAutumn Harvest เป็นเมนูที่เปลี่ยนองค์ประกอบเล็ก ๆ น้อย ๆ ในแต่ละวันเนื่องจากเชฟได้คัดเลือกธัญพืช สมุนไพร และผลไม้ของผู้ผลิตท้องถิ่น Soča Valley อย่างเช่น Tomatillo, Pickled Radish, Cucumelon, Bok Choy และดอกกะหล่ำ ด้านล่างคือซอสสีเขียวที่สกัดมาจาก Roasted Yeast ผสมผสานกันกับน้ำผัก นอกจากนี้ยังมีความเปรี้ยวเล็กน้อยที่ได้จากเจลของ Tomatillo อีกด้วย พนักงานแนะนำให้คลุกเคล้าแต่ละองค์ประกอบให้เข้ากัน (17/20)
รูปที่ 11
Autumn harvestAutumn Harvest เป็นเมนูที่เปลี่ยนองค์ประกอบเล็ก ๆ น้อย ๆ ในแต่ละวันเนื่องจากเชฟได้คัดเลือกธัญพืช สมุนไพร และผลไม้ของผู้ผลิตท้องถิ่น Soča Valley อย่างเช่น Tomatillo, Pickled Radish, Cucumelon, Bok Choy และดอกกะหล่ำ ด้านล่างคือซอสสีเขียวที่สกัดมาจาก Roasted Yeast ผสมผสานกันกับน้ำผัก นอกจากนี้ยังมีความเปรี้ยวเล็กน้อยที่ได้จากเจลของ Tomatillo อีกด้วย พนักงานแนะนำให้คลุกเคล้าแต่ละองค์ประกอบให้เข้ากัน (17/20)
Tagliolini, razor clams and melonพาสต้าเส้น Tagliolini ที่ทางร้านทำเองในทุก ๆ เช้าเสิร์ฟมากับหอยใบมีดโกนจากแถบ Istria ซึ่งเป็นพื้นที่ริมทะเล Adriatic ทางตอนใต้ของประเทศสโลวีเนีย เชฟยังใส่เนยลงไปจำนวนมากตัดด้วยรสชาติของน้ำเมลอน นอกจากนี้เชฟยังใส่มิติของน้ำมันกาแฟ Arabica จากประเทศบราซิลที่ผ่านการคั่วในกรุง Ljubljana หยดลงไปรอบ ๆ จานนอกจากนี้ด้านบนยังมีใบ Pimpinella ใส่มาช่วยเพิ่มสีสันได้อีกด้วย (19/20)
รูปที่ 12
Tagliolini, razor clams and melonพาสต้าเส้น Tagliolini ที่ทางร้านทำเองในทุก ๆ เช้าเสิร์ฟมากับหอยใบมีดโกนจากแถบ Istria ซึ่งเป็นพื้นที่ริมทะเล Adriatic ทางตอนใต้ของประเทศสโลวีเนีย เชฟยังใส่เนยลงไปจำนวนมากตัดด้วยรสชาติของน้ำเมลอน นอกจากนี้เชฟยังใส่มิติของน้ำมันกาแฟ Arabica จากประเทศบราซิลที่ผ่านการคั่วในกรุง Ljubljana หยดลงไปรอบ ๆ จานนอกจากนี้ด้านบนยังมีใบ Pimpinella ใส่มาช่วยเพิ่มสีสันได้อีกด้วย (19/20)
Cappelletti, black pear, sunchokeพาสต้าจานที่สองคือ Cappelletti โฮมเมดทรงเกี๊ยว ด้านในสอดไส้แก่นตะวันและ Pituralka ซึ่งเป็นสายพันธุ์ของลูกแพร์ท้องถิ่นของประเทศสโลวีเนียให้รสชาติหวานอันมีมิติ รอบ ๆ คือซอสเนื้อที่ผ่านการเคี่ยวจนได้รสชาติเข้มข้นตัดด้วยความฉุนของน้ำมันทาร์รากอนและความกรอบของถั่วฮาเซลนัท ด้านบนท็อปด้วยผัก Radicchio และทาร์รากอน (19/20)
รูปที่ 13
Cappelletti, black pear, sunchokeพาสต้าจานที่สองคือ Cappelletti โฮมเมดทรงเกี๊ยว ด้านในสอดไส้แก่นตะวันและ Pituralka ซึ่งเป็นสายพันธุ์ของลูกแพร์ท้องถิ่นของประเทศสโลวีเนียให้รสชาติหวานอันมีมิติ รอบ ๆ คือซอสเนื้อที่ผ่านการเคี่ยวจนได้รสชาติเข้มข้นตัดด้วยความฉุนของน้ำมันทาร์รากอนและความกรอบของถั่วฮาเซลนัท ด้านบนท็อปด้วยผัก Radicchio และทาร์รากอน (19/20)
Orzotto, puffed barley, goat cheese water, green beans, white trufflesOrzotto เป็นเมนูที่มีความคล้ายคลึงกันกับ Risotto แต่เปลี่ยนวัตถุดิบหลักจากข้าวมาเป็นบาเลย์ให้เนื้อสัมผัสที่หนึบสู้ฟันมากขึ้น เชฟเพิ่มมิติความกรอบด้วยการใส่ข้าวบาเลย์แบบ Puffed ในจานยังมีความหอมมันของ Brown Butter รวมไปถึงอโรมาของเห็ดป่าหลายชนิดที่เก็บมาจากธรรมชาติรวมไปถึงถั่ว Green Bean หั่นเป็นชิ้นจิ๋ว ๆ และชิ้นทรัฟเฟิลขาวอีกด้วย (20/20)
รูปที่ 14
Orzotto, puffed barley, goat cheese water, green beans, white trufflesOrzotto เป็นเมนูที่มีความคล้ายคลึงกันกับ Risotto แต่เปลี่ยนวัตถุดิบหลักจากข้าวมาเป็นบาเลย์ให้เนื้อสัมผัสที่หนึบสู้ฟันมากขึ้น เชฟเพิ่มมิติความกรอบด้วยการใส่ข้าวบาเลย์แบบ Puffed ในจานยังมีความหอมมันของ Brown Butter รวมไปถึงอโรมาของเห็ดป่าหลายชนิดที่เก็บมาจากธรรมชาติรวมไปถึงถั่ว Green Bean หั่นเป็นชิ้นจิ๋ว ๆ และชิ้นทรัฟเฟิลขาวอีกด้วย (20/20)
Trout the queenปลาเทร้าต์ที่เชฟได้มาจากแหล่งน้ำจืดแล้วนำมาพักอยู่บริเวณบ่อเล็ก ๆ ในพื้นที่ร้านให้เนื้อสัมผัสที่มีความนึ่มละมุนเนื่องจากความสุกที่พอเหมาะ ใสจานยังมี่ถั่วเลนทิลเสิร์ฟมาใน 2 ลักษณะคือชิ้นถั่วและพูเร ยังมีองค์ประกอบฟักทองดองรองอยู่ด้านล่างชิ้นปลารวมไปถึงส่วนที่ถูกฝานเป็นริ้วบาง ๆ เพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสด้านบน จากนั้นตกแต่งด้วยผักจิ๋วจากรอบ ๆ ร้าน ส่วนรอบ ๆ คือซอสที่ผสมผสาน Chicken Jus เข้ากันกับฟักทองเช่นกัน (18/20)
รูปที่ 15
Trout the queenปลาเทร้าต์ที่เชฟได้มาจากแหล่งน้ำจืดแล้วนำมาพักอยู่บริเวณบ่อเล็ก ๆ ในพื้นที่ร้านให้เนื้อสัมผัสที่มีความนึ่มละมุนเนื่องจากความสุกที่พอเหมาะ ใสจานยังมี่ถั่วเลนทิลเสิร์ฟมาใน 2 ลักษณะคือชิ้นถั่วและพูเร ยังมีองค์ประกอบฟักทองดองรองอยู่ด้านล่างชิ้นปลารวมไปถึงส่วนที่ถูกฝานเป็นริ้วบาง ๆ เพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสด้านบน จากนั้นตกแต่งด้วยผักจิ๋วจากรอบ ๆ ร้าน ส่วนรอบ ๆ คือซอสที่ผสมผสาน Chicken Jus เข้ากันกับฟักทองเช่นกัน (18/20)
Roebuck, oyster, kiwi (HF classic)อีกหนึ่งเมนู Classic Dish ประจำร้านเป็นจานที่เชฟ Ana Roš รังสรรค์เอาไว้ในปี 2012 โดยอาศัยแรงบันดาลใจมาจากคุณพ่อที่เป็นนักล่าสัตว์และจะนำมาใช้ประกอบอาหารในบ้านกันทุก ๆ วันอาทิตย์ จานนี้เชฟนำเสนอชิ้นกวางโรส่วน Loin จับคู่มากับกีวี่และหอยนางรมรองอยู่ด้านล่าง คั่นกลางด้วยใบผักเพื่อคงไว้ซึ่งคอนเซปของ Land and Sea ข้าง ๆ กันคือชิ้นบีทรูทและซอสที่ปรุงรสด้วยเครื่องเทศให้รสชาติที่เข้มข้น (19/20)
รูปที่ 16
Roebuck, oyster, kiwi (HF classic)อีกหนึ่งเมนู Classic Dish ประจำร้านเป็นจานที่เชฟ Ana Roš รังสรรค์เอาไว้ในปี 2012 โดยอาศัยแรงบันดาลใจมาจากคุณพ่อที่เป็นนักล่าสัตว์และจะนำมาใช้ประกอบอาหารในบ้านกันทุก ๆ วันอาทิตย์ จานนี้เชฟนำเสนอชิ้นกวางโรส่วน Loin จับคู่มากับกีวี่และหอยนางรมรองอยู่ด้านล่าง คั่นกลางด้วยใบผักเพื่อคงไว้ซึ่งคอนเซปของ Land and Sea ข้าง ๆ กันคือชิ้นบีทรูทและซอสที่ปรุงรสด้วยเครื่องเทศให้รสชาติที่เข้มข้น (19/20)
Carrot and oxalisในพื้นที่แถบ Soča Valley เป็นพื้นที่ที่มีผลไม้เติบโตค่อนข้างน้อย ทางร้านจึงเลือกใช้ผักต่าง ๆ ในการนำมาทำเป็นขนมหวานในที่นี้คือแครอทนำเสนอมาเป็นไอศกรีม ด้านล่างลองด้วยไวท์ช็อกโกแลตกานาซและอัลมอนด์ครัมเบิ้ล ด้านบนท็อปด้วยองค์ประกอบที่มีรสชาติเข้มข้นที่สุดคือ Black Nigella หรือเทียนดำ เมล็ดเฟนเนล และใบ Oxalis จิ๋วจากสวนของทางร้านใส่มาอีกด้วย (18/20)
รูปที่ 17
Carrot and oxalisในพื้นที่แถบ Soča Valley เป็นพื้นที่ที่มีผลไม้เติบโตค่อนข้างน้อย ทางร้านจึงเลือกใช้ผักต่าง ๆ ในการนำมาทำเป็นขนมหวานในที่นี้คือแครอทนำเสนอมาเป็นไอศกรีม ด้านล่างลองด้วยไวท์ช็อกโกแลตกานาซและอัลมอนด์ครัมเบิ้ล ด้านบนท็อปด้วยองค์ประกอบที่มีรสชาติเข้มข้นที่สุดคือ Black Nigella หรือเทียนดำ เมล็ดเฟนเนล และใบ Oxalis จิ๋วจากสวนของทางร้านใส่มาอีกด้วย (18/20)
Dumpling, caramelised walnut, roasted apples, spices, fonduta of local cheese and bee pollenขนมหวานทรงเกี๊ยวที่ด้านมนสอดไส้ถั่ววอลนัทคั่ว แอปเปิ้ล และลูกพลัม ด้านล่างรองด้วย Fonduta หรือฟองดูว์ที่ได้จากการนำ Tolminc ซึ่งเป็นชีสท้องถิ่นของประเทศสโลวีเนียมาผ่านกระบวนการบ่มที่ร้านเอง นอกจากนี้ยังมีองค์ประกอบของบัควีทและเกษรผึ้ง ด้านบนท็อปด้วยเมล็ด Poppy Seeds คั่ว เมื่อรัยประทานรวมกันทั้งหมดให้รสชาติค่อนไปทาง Salty Dessert แตกต่างจากของหวานในห้องอาหารระดับสูงทั่ว ๆ ไป (17/20)
รูปที่ 18
Dumpling, caramelised walnut, roasted apples, spices, fonduta of local cheese and bee pollenขนมหวานทรงเกี๊ยวที่ด้านมนสอดไส้ถั่ววอลนัทคั่ว แอปเปิ้ล และลูกพลัม ด้านล่างรองด้วย Fonduta หรือฟองดูว์ที่ได้จากการนำ Tolminc ซึ่งเป็นชีสท้องถิ่นของประเทศสโลวีเนียมาผ่านกระบวนการบ่มที่ร้านเอง นอกจากนี้ยังมีองค์ประกอบของบัควีทและเกษรผึ้ง ด้านบนท็อปด้วยเมล็ด Poppy Seeds คั่ว เมื่อรัยประทานรวมกันทั้งหมดให้รสชาติค่อนไปทาง Salty Dessert แตกต่างจากของหวานในห้องอาหารระดับสูงทั่ว ๆ ไป (17/20)
Autumn fruitKaki หรือลูกพลับญี่ปุ่นที่เจริญเติบโตในพื้นที่ไม่ไกลจากตัวร้านจับคู่มากับ เชฟปรุงรสด้วยเหล้ารัมจับคู่กับความฉุนของฮอร์ชแรดิช นอกจากนี้ยังมี Celeriac รวมไปถึงดอกไม้และผิวมะนาวท็อปมาด้านบน
รูปที่ 19
Autumn fruitKaki หรือลูกพลับญี่ปุ่นที่เจริญเติบโตในพื้นที่ไม่ไกลจากตัวร้านจับคู่มากับ เชฟปรุงรสด้วยเหล้ารัมจับคู่กับความฉุนของฮอร์ชแรดิช นอกจากนี้ยังมี Celeriac รวมไปถึงดอกไม้และผิวมะนาวท็อปมาด้านบน
Pumpkin seed spicy biteจากนั้นพนักงานจะเสิร์ฟขนมที่เตรียมมาจากเมล็ดฟักทองและพริก Habanero ที่มีความเผ็ดฉุนเบา ๆ
รูปที่ 20
Pumpkin seed spicy biteจากนั้นพนักงานจะเสิร์ฟขนมที่เตรียมมาจากเมล็ดฟักทองและพริก Habanero ที่มีความเผ็ดฉุนเบา ๆ
Pumpkin seed spicy biteจากนั้นพนักงานจะเสิร์ฟขนมที่เตรียมมาจากเมล็ดฟักทองและพริก Habanero ที่มีความเผ็ดฉุนเบา ๆ
รูปที่ 21
Pumpkin seed spicy biteจากนั้นพนักงานจะเสิร์ฟขนมที่เตรียมมาจากเมล็ดฟักทองและพริก Habanero ที่มีความเผ็ดฉุนเบา ๆ
นอกจากนี้ยังมีเค้กเสิร์ฟมากับฟักทองใน Tartelette ขนาดจิ๋ว
รูปที่ 22
นอกจากนี้ยังมีเค้กเสิร์ฟมากับฟักทองใน Tartelette ขนาดจิ๋ว
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
รูปที่ 23
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
กาแฟ
รูปที่ 24
กาแฟ
💰 ราคา 1,947 €/5 คน
รูปที่ 25
💰 ราคา 1,947 €/5 คน
🎗️ [THE CHEF] Ana Roš Stojan เกิดในปี 1972 ที่ประเทศยูโกสวาเวีย ในวัยเด็กเธอมีความสนใจในกีฬาสกีทั้งยังเคยมีชื่อเข้าไปติดอยู่ในทีมชาติชุดเยาวชนอีกด้วย หลังจากจบการศึกษาทางการทูตและการต่างประเทศในเมือง Gorizia เธอได้พบเจอกับอดีตสามีคือคุณ Valter Kramar โดยครอบครัวของคุณ Valter นั้นเป็นเจ้าของกิจการห้องอาหาร Hiša Franko อยู่เดิม ทั้งคู่ตัดสินใจย้ายมาทำงานร้านอาหารโดยคุณ Ana Roš รับหน้าที่เป็นพนักงานเสิร์ฟและคุณ Valter เป็น Sommelier ต่อมาในปี 2002 คุณ Ana Roš ที่กำลังตั้งครรภ์ตัดสินใจเริ่มทำอาหารและผันตัวมาเป็นเชฟโดยการเรียนรู้เทคนิคทุกอย่างด้วยตัวเอง กาลเวลาล่วงเลยไปจนกระทั่งในปี 2010 เชฟ Ana Roš เริ่มสร้างชื่อเสียงและได้รับความสนใจจากสื่อต่าง ๆ ในวงกว้างรวมไปถึงนิตยสาร Identità Golose และการได้รับเชิญไปเป็นเชฟรับเชิญที่ห้องอาหาร Ikarus ระดับ 2 MICHELIN Stars อย่างไรก็ตามสิ่งที่ทำให้เธอเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกคือการเป็นส่วนหนึ่งของสารคดีเกี่ยวกับอาหาร Chef's Table ออกฉายใน Netflix ในปี 2017 นั่นเอง
รูปที่ 26
🎗️ [THE CHEF] Ana Roš Stojan เกิดในปี 1972 ที่ประเทศยูโกสวาเวีย ในวัยเด็กเธอมีความสนใจในกีฬาสกีทั้งยังเคยมีชื่อเข้าไปติดอยู่ในทีมชาติชุดเยาวชนอีกด้วย หลังจากจบการศึกษาทางการทูตและการต่างประเทศในเมือง Gorizia เธอได้พบเจอกับอดีตสามีคือคุณ Valter Kramar โดยครอบครัวของคุณ Valter นั้นเป็นเจ้าของกิจการห้องอาหาร Hiša Franko อยู่เดิม ทั้งคู่ตัดสินใจย้ายมาทำงานร้านอาหารโดยคุณ Ana Roš รับหน้าที่เป็นพนักงานเสิร์ฟและคุณ Valter เป็น Sommelier ต่อมาในปี 2002 คุณ Ana Roš ที่กำลังตั้งครรภ์ตัดสินใจเริ่มทำอาหารและผันตัวมาเป็นเชฟโดยการเรียนรู้เทคนิคทุกอย่างด้วยตัวเอง กาลเวลาล่วงเลยไปจนกระทั่งในปี 2010 เชฟ Ana Roš เริ่มสร้างชื่อเสียงและได้รับความสนใจจากสื่อต่าง ๆ ในวงกว้างรวมไปถึงนิตยสาร Identità Golose และการได้รับเชิญไปเป็นเชฟรับเชิญที่ห้องอาหาร Ikarus ระดับ 2 MICHELIN Stars อย่างไรก็ตามสิ่งที่ทำให้เธอเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกคือการเป็นส่วนหนึ่งของสารคดีเกี่ยวกับอาหาร Chef's Table ออกฉายใน Netflix ในปี 2017 นั่นเอง
🎗️ [THE FOOD] เชฟ Ana Roš Stojan เลือกใช้วัตถุดิบท้องถิ่นกว่า 95 % โดยเฉพาะวัตถุดิบจากแถบในพื้นที่ Soča Valley มาประกอบกันเป็นเมนูเชิงสร้างสรรค์ที่มีรสชาติในสไตล์ของอาหารท้องถิ่นได้อย่างน่าสนใจ ทางร้านนำเสนอ Tasting Menu รูปแบบเดียวโดยใช้ชื่อว่า 50 Shades of Red (325 €) จัดเสิร์ฟเรียงกันมากว่า 15 คอร์สได้อย่างน่าสนใจ
รูปที่ 27
🎗️ [THE FOOD] เชฟ Ana Roš Stojan เลือกใช้วัตถุดิบท้องถิ่นกว่า 95 % โดยเฉพาะวัตถุดิบจากแถบในพื้นที่ Soča Valley มาประกอบกันเป็นเมนูเชิงสร้างสรรค์ที่มีรสชาติในสไตล์ของอาหารท้องถิ่นได้อย่างน่าสนใจ ทางร้านนำเสนอ Tasting Menu รูปแบบเดียวโดยใช้ชื่อว่า 50 Shades of Red (325 €) จัดเสิร์ฟเรียงกันมากว่า 15 คอร์สได้อย่างน่าสนใจ
🎗️ [THE PLACE] ถึงแม้จะมีชื่อเสียงในเวทีโลกได้ไม่นานนักแต่ Hiša Franko เป็นห้องอาหารที่เปิดทำการมานานกว่า 50 ปีแล้ว ตัวร้านมีทำเลตั้งอยู่ในหมู่บ้านเล็ก ๆ ชื่อว่า Kobarid ไม่ไกลกันจากพรมแดนฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศอิตาลีหรือฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศสโลวีเนีย
รูปที่ 28
🎗️ [THE PLACE] ถึงแม้จะมีชื่อเสียงในเวทีโลกได้ไม่นานนักแต่ Hiša Franko เป็นห้องอาหารที่เปิดทำการมานานกว่า 50 ปีแล้ว ตัวร้านมีทำเลตั้งอยู่ในหมู่บ้านเล็ก ๆ ชื่อว่า Kobarid ไม่ไกลกันจากพรมแดนฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศอิตาลีหรือฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศสโลวีเนีย
อาคารดั้งเดิมถูกใช้งานเป็นร้านอาหารท้องถิ่นโดยมีเจ้าของเป็นตระกูล Krama และถูกส่งต่อรุ่นสู่รุ่นจนกระทั่ง Valter Krama และภรรยาของเขาในขณะนั้นคือเชฟ Ana Roš ได้เข้าควบคุมกิจการและเปลี่ยนรูปแบบการนำเสนอมาเป็นห้องอาหาร Fine Dining เต็มรูปแบบ
รูปที่ 29
อาคารดั้งเดิมถูกใช้งานเป็นร้านอาหารท้องถิ่นโดยมีเจ้าของเป็นตระกูล Krama และถูกส่งต่อรุ่นสู่รุ่นจนกระทั่ง Valter Krama และภรรยาของเขาในขณะนั้นคือเชฟ Ana Roš ได้เข้าควบคุมกิจการและเปลี่ยนรูปแบบการนำเสนอมาเป็นห้องอาหาร Fine Dining เต็มรูปแบบ
เชฟ Ana Roš ยังได้ทำการปรับปรุงตัวอาคารใหม่ทั้งหมดในปี 2004 โดยการทาบ้านทั้งหลังด้วยสีแดงเข้ม ห้องรับประทานอาหารหลักตกแต่งอย่างหรูหราโดยมีประตูบานเลื่อนและหน้าต่างกระจกใสสร้างความโปร่งให้กับพื้นที่ภายใน ส่วนตัวเรานั้นมีโอกาสได้นั่งในห้องส่วนตัวโดดเด่นด้วยโต๊ะไม้ยาวสำหรับรองรับลูกค้ากลุ่มใหญ่ อีกฝั่งหนึ่งเป็นเตาฟืนสำหรับสร้างความอบอุ่นในวันที่อากาศหนาวเย็น
รูปที่ 30
เชฟ Ana Roš ยังได้ทำการปรับปรุงตัวอาคารใหม่ทั้งหมดในปี 2004 โดยการทาบ้านทั้งหลังด้วยสีแดงเข้ม ห้องรับประทานอาหารหลักตกแต่งอย่างหรูหราโดยมีประตูบานเลื่อนและหน้าต่างกระจกใสสร้างความโปร่งให้กับพื้นที่ภายใน ส่วนตัวเรานั้นมีโอกาสได้นั่งในห้องส่วนตัวโดดเด่นด้วยโต๊ะไม้ยาวสำหรับรองรับลูกค้ากลุ่มใหญ่ อีกฝั่งหนึ่งเป็นเตาฟืนสำหรับสร้างความอบอุ่นในวันที่อากาศหนาวเย็น
ระหว่างมื้อเชฟ Ana Roš และสุนัขคู่ใจของเธอชื่อว่า Prince จะเดินทักทายลูกค้าทุกโต๊ะในร้านอย่างเป็นกันเองรวมไปถึงการแวะไปควบคุมภายในห้องครัวซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างแปลกตาสำหรับห้องอาหารระดับสูง (โดยทางร้านได้เขียนชี้แจงเอาไว้แล้วในหน้าการจอง) นอกจากนี้ยังมีน้องแมวหลายตัวเดินกันไปมาบริเวณภายนอกร้านอีกด้วย
รูปที่ 31
ระหว่างมื้อเชฟ Ana Roš และสุนัขคู่ใจของเธอชื่อว่า Prince จะเดินทักทายลูกค้าทุกโต๊ะในร้านอย่างเป็นกันเองรวมไปถึงการแวะไปควบคุมภายในห้องครัวซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างแปลกตาสำหรับห้องอาหารระดับสูง (โดยทางร้านได้เขียนชี้แจงเอาไว้แล้วในหน้าการจอง) นอกจากนี้ยังมีน้องแมวหลายตัวเดินกันไปมาบริเวณภายนอกร้านอีกด้วย
ห้องอาหาร Hiša Franko ได้รับรางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในคู่มือ MICHELIN Guide ฉบับแรกของประเทศสโลวีเนียในปี 2020 ก่อนจะเลื่อนระดับสู่ 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars ในคู่มือประจำปี 2024 นอกจากนี้สำหรับใครที่อยากลองสัมผัสอาหารท้องถิ่นในบรรยากาศผ่อนคลายสามารถแวะไปชิมกันได้ที่ Hiša Polonka ซึ่งตั้งอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนักได้เช่นกัน
รูปที่ 32
ห้องอาหาร Hiša Franko ได้รับรางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในคู่มือ MICHELIN Guide ฉบับแรกของประเทศสโลวีเนียในปี 2020 ก่อนจะเลื่อนระดับสู่ 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars ในคู่มือประจำปี 2024 นอกจากนี้สำหรับใครที่อยากลองสัมผัสอาหารท้องถิ่นในบรรยากาศผ่อนคลายสามารถแวะไปชิมกันได้ที่ Hiša Polonka ซึ่งตั้งอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนักได้เช่นกัน
อีกฝั่งหนึ่งของห้องอาหาร
รูปที่ 33
อีกฝั่งหนึ่งของห้องอาหาร
ภายในห้องรับรอง
รูปที่ 34
ภายในห้องรับรอง
🎗️ [WHY GO] Hiša Franko เป็นห้องอาหารที่ผลักดันวงการอาหารระดับสูงของประเทศสโลวีเนียโดยการหยิบเอาวัตถุดิบท้องถิ่นที่ชาวต่างชาติอาจไม่รู้จักมานำเสนอให้กับเหล่านักชิมในเวทีโลกได้สัมผัส รายการไวน์มีให้เลือกมากมายทั้งไวน์ท้องถิ่นของประเทศสโลวีเนียและไวน์นำจากแหล่งอื่น ๆ ทั้งยังมีคุณภาพสูงเมื่อเทียบกันกับราคาที่จับต้องได้ พนักงานทุกคนให้บริการอย่างมืออาชีพและสื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว ราคาอาหารจัดว่าค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับค่าครองชีพในแถบนี้
รูปที่ 35
🎗️ [WHY GO] Hiša Franko เป็นห้องอาหารที่ผลักดันวงการอาหารระดับสูงของประเทศสโลวีเนียโดยการหยิบเอาวัตถุดิบท้องถิ่นที่ชาวต่างชาติอาจไม่รู้จักมานำเสนอให้กับเหล่านักชิมในเวทีโลกได้สัมผัส รายการไวน์มีให้เลือกมากมายทั้งไวน์ท้องถิ่นของประเทศสโลวีเนียและไวน์นำจากแหล่งอื่น ๆ ทั้งยังมีคุณภาพสูงเมื่อเทียบกันกับราคาที่จับต้องได้ พนักงานทุกคนให้บริการอย่างมืออาชีพและสื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว ราคาอาหารจัดว่าค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับค่าครองชีพในแถบนี้
ตัวร้านสามารถเดินทางมาได้ทั้งจากเมืองหลวงของประเทศสโลวีเนียอย่าง Ljubljana รวมไปถึงจากประเทศอิตาลีและผู้ที่ขับรถยนต์มาเองต้องไม่ลืมแวะซื้อ Vignette ตามปั๊มน้ำมันก่อนข้ามพรมแดนของประเทศสโลวีเนียกันด้วย
รูปที่ 36
ตัวร้านสามารถเดินทางมาได้ทั้งจากเมืองหลวงของประเทศสโลวีเนียอย่าง Ljubljana รวมไปถึงจากประเทศอิตาลีและผู้ที่ขับรถยนต์มาเองต้องไม่ลืมแวะซื้อ Vignette ตามปั๊มน้ำมันก่อนข้ามพรมแดนของประเทศสโลวีเนียกันด้วย