GASTRONOME THAILAND by ตามล่า Fine Dining
Haoma
1 MICHELIN Star

ThailandHaoma · ฮาโอมา

Indian · อาหารอินเดีย — 231/3 ซอยสุขุมวิท 31 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

🎗️ [INTRO] ในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับ Haoma ห้องอาหารอาหารอินเดียยุคใหม่ที่เชฟ Deepanker Khosla หรือเชฟ DK ตั้งใจนำเสนออาหารระดับสูงควบคู่ไปกับการอนุรักษ์และส่งเสริมความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมจนตัวร้าากลายเป็นห้องอาหารอินเดียเพียงแห่งเดียวในโลกที่สามารถคว้ารางวัล 🍀 MICHELIN Green Star มาครองได้สำเร็จพร้อมกันกับรางวัล 🌟 1 MICHELIN Star ในปี 2023 ที่ผ่านมา

🎗 [THE PLACE] ห้องอาหาร Haoma ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 31 มองจากภายนอกมีลักษณะเป็นบ้านสองชั้น พื้นที่ด้านหน้าได้รับการจัดแบ่งให้เป็น Rta Bar สำหรับจัดเตรียมเครื่องดื่มต่าง ๆ และเสิร์ฟเมนูเรียกน้ำย่อย 2 คำแรก หลังจากนั้นทางร้านจะพาลูกค้าเดินผ่านพื้นที่สวนขนาดใหญ่ที่เชฟ DK ใช้ปลูกพืชสมุนไพรหลากหลายชนิดแบบ Aquaponics เช่นมิ้นต์ ยี่หร่า กระเพราแดง โหระพา และผักชีลาวโดยอาศัยน้ำจากการกักเก็บน้ำฝนจำนวนกว่า 150,000-200,000 ลิตรต่อปีมาใช้ในการเพาะปลูก หากเดินลึกเข้าไปลูกค้าจะพบกับบ่อเลี้ยงปลาที่นำมาใช้ในการประกอบเป็น Tasting Menu ในบางฤดูกาล นอกจากนี้ยังเชฟยังมีแผนในการก่อสร้าง Eco-Farm Resort ขึ้นในอนาคตอีกด้วย ห้องรับประทานอาหารหลักได้รับการตกแต่งใหม่ให้มีความหรูหรามากยิ่งขึ้น โต๊ะทุกตัวปูด้วยผ้าสีขาวตัดกันกับพื้นไม้และเก้าอี้สีน้ำเงินเข้ม ผนังทั้งสองฝั่งกั้นด้วยกระจกใสสูงจากพื้นจรดเพดานมองออกไปเห็นพื้นที่สวนช่วยให้บรรยากาศภายในแลดูโปร่งสบายตา สำหรับใครที่เป็นคอไวน์สามารถขอเลือกชมไวน์ในห้องเก็บเครื่องดื่มที่ทีม Sommelier ได้รวบรวมไวน์จากทั่วโลกเอาไว้ได้อีกด้วย

🎗 [THE CHEF & THE FOOD] Deepanker Khosla หรือเรียกกันสั้น ๆ ว่าเชฟ DK เป็นเชฟหนุ่มมากฝีมือที่เคยร่วมงานกับห้องอาหารระดับสูงในพื้นที่แถบนคร Jaipur และ Mumbai ก่อนจะเดินทางมายังประเทศไทยเพื่อร่วมงานกับโรงแรม Fraser Suites Sukhumvit และห้องอาหาร Charcoal Tandoor Grill and Mixology ในปี 2014 หลังจากนั้นเขาได้ตัดสินใจเปิดห้องอาหารเป็นของตัวเองในปี 2017 และใช้ชื่อว่า Haoma เชฟ DK อาศัยพืชผักและสมุนไพรที่เพาะปลูกในร้านและอีกบางส่วนจากฟาร์มออร์แกนิคในจังหวัดเชียงใหม่รวมไปถึงวัตถุดิบท้องถิ่นจากหลากหลายภูมิภาคของไทยในการผสมผสานรสชาติและอโรมาของอาหารอินเดียรูปแบบใหม่ออกมาได้อย่างน่าทึ่ง นอกจากนี้ตัวเชฟเองยังมีฟาร์มในย่านมีนบุรีเป็นของตัวเองสำหรับใช้เลี้ยงไก่ แพะ และวัวอีกด้วย ลูกค้าสามารถลิ้มลอง Tasting Menu ได้ 2 รูปแบบคือ Meat & Seafood Experience (4,700++) และ Vegetarian Experience (4,700++) โดยทั้งคู่จัดเสิร์ฟมาในจำนวนถึง 15 คอร์ส ทีม Sommelier ยังได้คัดสรรเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จำนวนกว่า 10 แก้วโดยเน้นไปที่ผู้ผลิตท้องถิ่นรายย่อยมาเรียงร้อยเข้าด้วยกันเป็น Beverage Pairing (4,700++) ซึ่งเข้ากันกับอาหารแต่ละคอร์สได้อย่างไร้ที่ติ สำหรับจานที่เราประทับใจมาก ๆ ในวันนี้คือ

✨ Tear Drop Peas

Cumin Dhokla, Home made Pickled Shrimp

690km

คอร์สนี้เชฟและเกษตรกรณ์ได้นำวัตถุดิบระดับโลกอย่าง Teardrop Peas หรือ Guisante Lágrima จากภูมิภาค Basque Country ในประเทศสเปนมาทดลองเพาะในจังหวัดเชียงใหม่ของประเทศไทยจนสำเร็จ เมล็ดถั่วมีจุดเด่นคือความกรอบนอก ฉ่ำใน มีรสชาติหวานอันกลมกล่อมเคล้ากันไปกับรสชาติของเครื่องเทศอินเดียและยี่หร่าที่แสดงออกมาพอประมาณ ข้าง ๆ คือ Dhokla หรือของว่างท้องถิ่นของอินเดียโดยเชฟเตรียมมาจากส่วนฝักของ Tear Drop Peas เช่นกันให้เนื้อสัมผัสนุ่มละมุนลิ้น (16/20)

✨ Giant Trevally

Himalayan Timut, Fermented Soy, Parsley Emulsion

170km

คอร์สนี้เชฟใช้ระยะเวลาในการเตรียมเนื้อปลานานกว่า 30 วันโดยเริ่มจากการนำปลากะมงไปผ่านกระบวนการ Dry-aged ก่อนจะพันม้วนมาในลักษณะของ Roulade ให้เนื้อสัมผัสสู้ฟัน องค์ประกอบด้านล่างคือ Madras Curry ซึ่งเป็นแกงจากทางตอนใต้ของประเทศอินเดียมีส่วนผสมสำคัญคือยี่หร่า, ขมิ้น เครื่องเทศ และกะทิ นอกจากนี้เชฟ DK ยังใส่วัตถุดิบที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเขาลงไปนั่นก็คือพริกไทย Timut จากแถบเทือกเขาหิมาลัยช่วยเพิ่มความเผ็ดร้อน เชฟสร้างความสดชื่นด้วยองค์ประกอบของน้ำมันผักชีและมิ้นต์ นอกจากนี้ยังมีเจลเลมอน องุ่นดอง รวมไปถึงกระดูกและเกล็ดของปลาที่เชฟนำไปเตรียมเป็นแผ่นแครกเกอร์กรอบวางไว้ด้านบน (16/20)

✨ Crab

Compote Pepper, Bird Eye Chili, Egg Hopper

590km

คอร์สนี้เชฟนำเสนอเมนู Crab Pepper Fry โดยใช้เนื้อปูสด ๆ ของไทยจากจังหวัดนครศรีธรรมราชจับคู่มากับพริกไทยสดจากแถบเทือกเขาหิมาลัย ความหอมหวานของเนื้อปูบาลานซ์กับความเผ็ดร้อนของพริกไทยที่เชฟนำไปคั่วและเตรียมมาในลักษณะของแกงได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ยังมีโฟมที่เตรียมาขึ้นมาจากมันปูท็อปอยู่ด้านบนอีกด้วย (15/20)

🎗 [WHY GO] หลังจบมื้ออาหารในวันนี้เราพบว่าเชฟ DK ประสบความสำเร็จในการยกระดับ Haoma ให้ก้าวล้ำไปอีกขั้นเมื่อเทียบกับประสบการณ์ในที่เราเคยแวะมาชิมเมื่อราว 2 ปีก่อน การจัดเตรียมอาหารทุกจานอัดแน่นไปด้วยเทคนิคแต่ยังคงไว้ซึ่งความเข้าถึงง่ายทั้งจากลูกค้ากลุ่มแคชวลและเหล่านักชิมผู้หลงไหลในอาหารระดับสูง การจัดจานแลดูเรียบง่ายแต่กลับซ่อนรายละเอียดอันซับซ้อนเอาไว้ได้อย่างแนบเนียบ บรรยากาศโดยรวมมีความแคชวลมากกว่าห้องอาหาร Fine Dining ทั่วไป ทีมพนักงานและ Sommelier ให้บริการอย่างเป็นกันเองไร้ที่ติ เราขอแนะนำให้ใครก็ตามที่ไม่เคยสัมผัสสัมผัสอาหารอินเดียยุคใหม่รวมไปถึงเพื่อน ๆ นักชิมที่เคยแวะมาชิมในช่วงปีก่อน ๆ ได้ลองแวะเวียนกลับมาชิมกันดูอีกสักครั้ง รับรองว่าอาหารในคอร์สนี้จะสร้างความประทับใจอย่างไม่รู้ลืมให้กับทุกคนได้อย่างแน่นอน

ภาพของร้านอาหาร

ทั้งหมด 33 รูป

🇹🇭 Haoma - ฮาโอมา🌟 1 MICHELIN Star - 1 ดาวมิชลิน🍀 MICHELIN Green Star - ดาวมิชลินรักษ์โลก🍴 Indian - อาหารอินเดีย👨🏻‍🍳 Chef Deepanker Khosla (Chef DK) - เชฟดีแพงเกอร์ คอสลา (เชฟดีเค)
รูปที่ 1
🇹🇭 Haoma - ฮาโอมา🌟 1 MICHELIN Star - 1 ดาวมิชลิน🍀 MICHELIN Green Star - ดาวมิชลินรักษ์โลก🍴 Indian - อาหารอินเดีย👨🏻‍🍳 Chef Deepanker Khosla (Chef DK) - เชฟดีแพงเกอร์ คอสลา (เชฟดีเค)
Pani Puri, Vada Pavเริ่มต้นของว่างเรียกน้ำย่อยเสิร์ฟมาในพื้นที่บาร์ เชฟนำเสนอเมนู Street Food ยอดนิยมของอินเดียอย่าง Pani Puri ในรูปแบบใหม่ องค์ประกอบด้านล่างเป็นขนมปังกรอบ ๆ ท็อปด้านบนคือ Sphere ที่ผสมน้ำเชอร์รี่และน้ำทับทิม ข้าง ๆ กันคือองค์ประกอบที่ตกแต่งรสชาติมีทั้งโยเกิร์ต ยูซุ และใบมิ้นท์ จากนั้นตามด้วย Vada Pav หรือซาลาเปาสไตล์อินเดียให้รสเปรี้ยวเรียกน้ำย่อยตามกันไป (15/20)
รูปที่ 2
Pani Puri, Vada Pavเริ่มต้นของว่างเรียกน้ำย่อยเสิร์ฟมาในพื้นที่บาร์ เชฟนำเสนอเมนู Street Food ยอดนิยมของอินเดียอย่าง Pani Puri ในรูปแบบใหม่ องค์ประกอบด้านล่างเป็นขนมปังกรอบ ๆ ท็อปด้านบนคือ Sphere ที่ผสมน้ำเชอร์รี่และน้ำทับทิม ข้าง ๆ กันคือองค์ประกอบที่ตกแต่งรสชาติมีทั้งโยเกิร์ต ยูซุ และใบมิ้นท์ จากนั้นตามด้วย Vada Pav หรือซาลาเปาสไตล์อินเดียให้รสเปรี้ยวเรียกน้ำย่อยตามกันไป (15/20)
Eggplant, Bombay Sandwichคอร์สนี้เชฟนำเสนอเมนู Eggplant Brioche โดยอาศัยแรงบันดาลใจมาจาก Baati Chokha ซึ่งเป็นของว่างจากเมือง Rajasthani ด้านล่างเป็นขนมปังบริยอชกรอบ ๆ ด้านบนคือองค์ประกอบของมะเขือสับละเอียดผสมผสานไปกับรสชาติของหัวหอมใหญ่และมะเขือเทศ จากนั้นท็อปด้วยเพสต์ที่เตรียมมาจากพริกหวานแดงสับหยาบและชีสอินเดียที่จะช่วยบาลานซ์รสเผ็ดลงไปได้ ข้าง ๆ กับคือเมนูที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Bombay Sandwich โดยเชฟนำแผ่นแป้งที่เตรียมขึ้นมาจากแป้งหัวหอมให้เนื้อสัมผัสที่กรอบในขณะที่ตรงกลางคือองค์ประกอบของ Cremeaux เย็น ๆ สดชื่น นอกจากนี้ยังมีเลมอนเจลช่วยแต่งเติมรสเปรี้ยวได้อย่างพอเหมาะ (14/20)
รูปที่ 3
Eggplant, Bombay Sandwichคอร์สนี้เชฟนำเสนอเมนู Eggplant Brioche โดยอาศัยแรงบันดาลใจมาจาก Baati Chokha ซึ่งเป็นของว่างจากเมือง Rajasthani ด้านล่างเป็นขนมปังบริยอชกรอบ ๆ ด้านบนคือองค์ประกอบของมะเขือสับละเอียดผสมผสานไปกับรสชาติของหัวหอมใหญ่และมะเขือเทศ จากนั้นท็อปด้วยเพสต์ที่เตรียมมาจากพริกหวานแดงสับหยาบและชีสอินเดียที่จะช่วยบาลานซ์รสเผ็ดลงไปได้ ข้าง ๆ กับคือเมนูที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Bombay Sandwich โดยเชฟนำแผ่นแป้งที่เตรียมขึ้นมาจากแป้งหัวหอมให้เนื้อสัมผัสที่กรอบในขณะที่ตรงกลางคือองค์ประกอบของ Cremeaux เย็น ๆ สดชื่น นอกจากนี้ยังมีเลมอนเจลช่วยแต่งเติมรสเปรี้ยวได้อย่างพอเหมาะ (14/20)
Tea Pie, Scallopคำนี้เชฟตั้งใจนำเสนอองค์ประกอบต่าง ๆ ที่เตรียมมาจากข้าวโพดโดยอาศัยแรงบันดาลใจมาจากเมนู Bhutte Ka Kees เริ่มต้นจากถ้วยทรง Tea Cup ที่เตรียมมาจากแป้งข้าวโพด ด้านในบรรจุมูสข้าวโพดหอมหวานแซมด้วยรสเผ็ดเบา ๆ ด้านล่างยังมีเมล็ดข้าวโพดกรอบ ๆ ด้านบนท็อปด้วยหน่อข้าวโพดช่วยเพิ่มความกรอบขณะเคี้ยว ข้าง ๆ กันคือ Bhel Puri ของว่างจากนคร Mumbai ที่เชฟตีความใหม่โดยเตรียมมาจากแป้งทาร์ตกลูเตนฟรี จากนั้นใส่หอยเชลล์ที่ผ่านการ Dry-aged นาน 3 วันลงไปด้วย ส่วนแผ่นเจลลี่ด้านบนคือน้ำของหอยเชลล์ที่ผสมผสานรสชาติของน้ำส้มลงไปด้วยให้รสชาติคล้ายยำแบบไทย ๆ (14/20)
รูปที่ 4
Tea Pie, Scallopคำนี้เชฟตั้งใจนำเสนอองค์ประกอบต่าง ๆ ที่เตรียมมาจากข้าวโพดโดยอาศัยแรงบันดาลใจมาจากเมนู Bhutte Ka Kees เริ่มต้นจากถ้วยทรง Tea Cup ที่เตรียมมาจากแป้งข้าวโพด ด้านในบรรจุมูสข้าวโพดหอมหวานแซมด้วยรสเผ็ดเบา ๆ ด้านล่างยังมีเมล็ดข้าวโพดกรอบ ๆ ด้านบนท็อปด้วยหน่อข้าวโพดช่วยเพิ่มความกรอบขณะเคี้ยว ข้าง ๆ กันคือ Bhel Puri ของว่างจากนคร Mumbai ที่เชฟตีความใหม่โดยเตรียมมาจากแป้งทาร์ตกลูเตนฟรี จากนั้นใส่หอยเชลล์ที่ผ่านการ Dry-aged นาน 3 วันลงไปด้วย ส่วนแผ่นเจลลี่ด้านบนคือน้ำของหอยเชลล์ที่ผสมผสานรสชาติของน้ำส้มลงไปด้วยให้รสชาติคล้ายยำแบบไทย ๆ (14/20)
Duck LiverKaffir Lime, Lemon Grass Jelly70kmKaleji Masala เป็นเมนูแกงตับเป็ดที่มีต้นกำเนิดมาจากแถบ Rajasthani ในที่นี้เชฟนำเสนอตับเป็ดของไทยปรุงรสด้วยเครื่องเทศอินเดียนำเสนอมาในรูปแบบ Pâté เย็น ด้านบนท็อปด้วยเจลลี่ที่เตรียมมาจากตะไคร้และน้ำผึ้ง นอกจากนี้ยังมีดอกหอมตกแต่งเอาไว้อย่างสวยงาม ข้าง ๆ กันคือธัญพืชกลุ่มบาเลย์ของอินเดียที่มีชื่อเรียกว่า Bajra โดยเชฟนำเสนอมาในรูปแบบแผ่นแครกเกอร์กรอบ ๆ ให้รับประทานคู่กัน (15/20)
รูปที่ 5
Duck LiverKaffir Lime, Lemon Grass Jelly70kmKaleji Masala เป็นเมนูแกงตับเป็ดที่มีต้นกำเนิดมาจากแถบ Rajasthani ในที่นี้เชฟนำเสนอตับเป็ดของไทยปรุงรสด้วยเครื่องเทศอินเดียนำเสนอมาในรูปแบบ Pâté เย็น ด้านบนท็อปด้วยเจลลี่ที่เตรียมมาจากตะไคร้และน้ำผึ้ง นอกจากนี้ยังมีดอกหอมตกแต่งเอาไว้อย่างสวยงาม ข้าง ๆ กันคือธัญพืชกลุ่มบาเลย์ของอินเดียที่มีชื่อเรียกว่า Bajra โดยเชฟนำเสนอมาในรูปแบบแผ่นแครกเกอร์กรอบ ๆ ให้รับประทานคู่กัน (15/20)
Tear Drop PeasCumin Dhokla, Home made Pickled Shrimp690kmคอร์สนี้เชฟและเกษตรกรณ์ได้นำวัตถุดิบระดับโลกอย่าง Teardrop Peas หรือ Guisante Lágrima จากภูมิภาค Basque Country ในประเทศสเปนมาทดลองเพาะในจังหวัดเชียงใหม่ของประเทศไทยจนสำเร็จ เมล็ดถั่วมีจุดเด่นคือความกรอบนอก ฉ่ำใน มีรสชาติหวานอันกลมกล่อมเคล้ากันไปกับรสชาติของเครื่องเทศอินเดียและยี่หร่าที่แสดงออกมาพอประมาณ ข้าง ๆ คือ Dhokla หรือของว่างท้องถิ่นของอินเดียโดยเชฟเตรียมมาจากส่วนฝักของ Tear Drop Peas เช่นกันให้เนื้อสัมผัสนุ่มละมุนลิ้น (16/20)
รูปที่ 6
Tear Drop PeasCumin Dhokla, Home made Pickled Shrimp690kmคอร์สนี้เชฟและเกษตรกรณ์ได้นำวัตถุดิบระดับโลกอย่าง Teardrop Peas หรือ Guisante Lágrima จากภูมิภาค Basque Country ในประเทศสเปนมาทดลองเพาะในจังหวัดเชียงใหม่ของประเทศไทยจนสำเร็จ เมล็ดถั่วมีจุดเด่นคือความกรอบนอก ฉ่ำใน มีรสชาติหวานอันกลมกล่อมเคล้ากันไปกับรสชาติของเครื่องเทศอินเดียและยี่หร่าที่แสดงออกมาพอประมาณ ข้าง ๆ คือ Dhokla หรือของว่างท้องถิ่นของอินเดียโดยเชฟเตรียมมาจากส่วนฝักของ Tear Drop Peas เช่นกันให้เนื้อสัมผัสนุ่มละมุนลิ้น (16/20)
SquidSquid Sheet, Nilgiri Korma170kmคอร์สนี้เชฟนำเสนอแผ่นสีขาวบาง ๆ เตรียมมาจากเนื้อหมึกที่ผ่านการ Compressed ผสมกันกับเนื้อมะพร้าวให้เนื้อสัมผัสที่แปลกใหม่ ด้านล่างรองด้วยซอส Nilgiri มีส่วนประกอบสำคัญคือมิ้นต์และผักชี ตรงกลางคือชั้นของหมึกแล่บางเป็น Carpaccio ผสมผสานกันกับหัวหอมและมะเขือเทศให้ความหนึบและรสชาติที่เปรี้ยวอุมามิ (15/20)
รูปที่ 7
SquidSquid Sheet, Nilgiri Korma170kmคอร์สนี้เชฟนำเสนอแผ่นสีขาวบาง ๆ เตรียมมาจากเนื้อหมึกที่ผ่านการ Compressed ผสมกันกับเนื้อมะพร้าวให้เนื้อสัมผัสที่แปลกใหม่ ด้านล่างรองด้วยซอส Nilgiri มีส่วนประกอบสำคัญคือมิ้นต์และผักชี ตรงกลางคือชั้นของหมึกแล่บางเป็น Carpaccio ผสมผสานกันกับหัวหอมและมะเขือเทศให้ความหนึบและรสชาติที่เปรี้ยวอุมามิ (15/20)
Sea UrchinEspuma, Soup, Fritter170kmเชฟ DK มักจะออกเดินทางไปค้นหาวัตถุดิบท้องถิ่นของประเทศไทยด้วยตัวเอง เชฟได้พบกับชาวประมงท้องถิ่นที่นำเสนอหอยเม่นสด ๆ จากอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี อวค์ประกอบด้านบนคือ Uni Air มีลักษณะเป็นโฟมที่มีอโรมาเฉพาะตัวของหอยเม่น ถัดไปคือชั้นของ Pulusu หรือแกงมะม่วงดิบจากทางตอนใต้ของประเทศอินเดียนำเสนอมาลักษณะของ Emulsion ด้านล่างคืออูนิสด ๆ ให้กลิ่นของทะเลเด่นชัด ข้าง ๆ กันคือ Uni Fritter ที่ผสมผสานหอยเม่นเข้ากันกับพริกหวานเผา ยังมี Uni Soup ที่เตรียมขึ้นมาจากน้ำของหอยเม่นอีกด้วย (14/20)
รูปที่ 8
Sea UrchinEspuma, Soup, Fritter170kmเชฟ DK มักจะออกเดินทางไปค้นหาวัตถุดิบท้องถิ่นของประเทศไทยด้วยตัวเอง เชฟได้พบกับชาวประมงท้องถิ่นที่นำเสนอหอยเม่นสด ๆ จากอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี อวค์ประกอบด้านบนคือ Uni Air มีลักษณะเป็นโฟมที่มีอโรมาเฉพาะตัวของหอยเม่น ถัดไปคือชั้นของ Pulusu หรือแกงมะม่วงดิบจากทางตอนใต้ของประเทศอินเดียนำเสนอมาลักษณะของ Emulsion ด้านล่างคืออูนิสด ๆ ให้กลิ่นของทะเลเด่นชัด ข้าง ๆ กันคือ Uni Fritter ที่ผสมผสานหอยเม่นเข้ากันกับพริกหวานเผา ยังมี Uni Soup ที่เตรียมขึ้นมาจากน้ำของหอยเม่นอีกด้วย (14/20)
Sea UrchinEspuma, Soup, Fritter170km
รูปที่ 9
Sea UrchinEspuma, Soup, Fritter170km
Giant TrevallyHimalayan Timut, Fermented Soy, Parsley Emulsion170kmคอร์สนี้เชฟใช้ระยะเวลาในการเตรียมเนื้อปลานานกว่า 30 วันโดยเริ่มจากการนำปลากะมงไปผ่านกระบวนการ Dry-aged ก่อนจะพันม้วนมาในลักษณะของ Roulade ให้เนื้อสัมผัสสู้ฟัน องค์ประกอบด้านล่างคือ Madras Curry ซึ่งเป็นแกงจากทางตอนใต้ของประเทศอินเดียมีส่วนผสมสำคัญคือยี่หร่า, ขมิ้น เครื่องเทศ และกะทิ นอกจากนี้เชฟ DK ยังใส่วัตถุดิบที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเขาลงไปนั่นก็คือพริกไทย Timut จากแถบเทือกเขาหิมาลัยช่วยเพิ่มความเผ็ดร้อน เชฟสร้างความสดชื่นด้วยองค์ประกอบของน้ำมันผักชีและมิ้นต์ นอกจากนี้ยังมีเจลเลมอน องุ่นดอง รวมไปถึงกระดูกและเกล็ดของปลาที่เชฟนำไปเตรียมเป็นแผ่นแครกเกอร์กรอบวางไว้ด้านบน (16/20)
รูปที่ 10
Giant TrevallyHimalayan Timut, Fermented Soy, Parsley Emulsion170kmคอร์สนี้เชฟใช้ระยะเวลาในการเตรียมเนื้อปลานานกว่า 30 วันโดยเริ่มจากการนำปลากะมงไปผ่านกระบวนการ Dry-aged ก่อนจะพันม้วนมาในลักษณะของ Roulade ให้เนื้อสัมผัสสู้ฟัน องค์ประกอบด้านล่างคือ Madras Curry ซึ่งเป็นแกงจากทางตอนใต้ของประเทศอินเดียมีส่วนผสมสำคัญคือยี่หร่า, ขมิ้น เครื่องเทศ และกะทิ นอกจากนี้เชฟ DK ยังใส่วัตถุดิบที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเขาลงไปนั่นก็คือพริกไทย Timut จากแถบเทือกเขาหิมาลัยช่วยเพิ่มความเผ็ดร้อน เชฟสร้างความสดชื่นด้วยองค์ประกอบของน้ำมันผักชีและมิ้นต์ นอกจากนี้ยังมีเจลเลมอน องุ่นดอง รวมไปถึงกระดูกและเกล็ดของปลาที่เชฟนำไปเตรียมเป็นแผ่นแครกเกอร์กรอบวางไว้ด้านบน (16/20)
CrabCompote Pepper, Bird Eye Chili, Egg Hopper590kmคอร์สนี้เชฟนำเสนอเมนู Crab Pepper Fry โดยใช้เนื้อปูสด ๆ ของไทยจากจังหวัดนครศรีธรรมราชจับคู่มากับพริกไทยสดจากแถบเทือกเขาหิมาลัย ความหอมหวานของเนื้อปูบาลานซ์กับความเผ็ดร้อนของพริกไทยที่เชฟนำไปคั่วและเตรียมมาในลักษณะของแกงได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ยังมีโฟมที่เตรียมาขึ้นมาจากมันปูท็อปอยู่ด้านบนอีกด้วย (15/20)
รูปที่ 11
CrabCompote Pepper, Bird Eye Chili, Egg Hopper590kmคอร์สนี้เชฟนำเสนอเมนู Crab Pepper Fry โดยใช้เนื้อปูสด ๆ ของไทยจากจังหวัดนครศรีธรรมราชจับคู่มากับพริกไทยสดจากแถบเทือกเขาหิมาลัย ความหอมหวานของเนื้อปูบาลานซ์กับความเผ็ดร้อนของพริกไทยที่เชฟนำไปคั่วและเตรียมมาในลักษณะของแกงได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ยังมีโฟมที่เตรียมาขึ้นมาจากมันปูท็อปอยู่ด้านบนอีกด้วย (15/20)
Citrus Sorbetล้างปากด้วยซอร์เบท์ Seabuckthorn ให้รสชาติเปรี้ยว องค์ประกอบรอบ ๆ คือน้ำแข็งเสาวรส จากนั้นพนักงานจะเทราด Sherry Vermouth จากประเทศสเปนลงไปอีกทีหนึ่ง (15/20)
รูปที่ 12
Citrus Sorbetล้างปากด้วยซอร์เบท์ Seabuckthorn ให้รสชาติเปรี้ยว องค์ประกอบรอบ ๆ คือน้ำแข็งเสาวรส จากนั้นพนักงานจะเทราด Sherry Vermouth จากประเทศสเปนลงไปอีกทีหนึ่ง (15/20)
LobsterPulissery Pickled Onions, Vargi270kmคอร์สนี้เชฟนำเสนอกุ้งล็อบสเตอร์ที่ผ่านกระบวนการ Cold Smoked ด้านล่างรองด้วย Pulissery ซึ่งเป็นแกงที่มีต้นกำเนิดมาจากเมืองชื่อเดียวทางตอนใต้ของประเทศอินเดียและมีความคล้ายคลึงกับ Lobster Bisque ของฝรั่งเศสเสิร์ฟมาแบบเย็น ด้านบนท็อปด้วย Oscietra Caviar จากอำเภอหัวหินให้มิติความเค็มและอโรมาของทะเลที่ลงตัว รอบ ๆ คือแผ่นกรอบที่เตรียมมาจากยี่หร่าให้อโรมาหอมเฉพาะตัว เชฟยังเสิร์ฟมาคู่กับเปาแป้งกรอบสำหรับใช้ปาดซอสอีกด้วย (15/20)
รูปที่ 13
LobsterPulissery Pickled Onions, Vargi270kmคอร์สนี้เชฟนำเสนอกุ้งล็อบสเตอร์ที่ผ่านกระบวนการ Cold Smoked ด้านล่างรองด้วย Pulissery ซึ่งเป็นแกงที่มีต้นกำเนิดมาจากเมืองชื่อเดียวทางตอนใต้ของประเทศอินเดียและมีความคล้ายคลึงกับ Lobster Bisque ของฝรั่งเศสเสิร์ฟมาแบบเย็น ด้านบนท็อปด้วย Oscietra Caviar จากอำเภอหัวหินให้มิติความเค็มและอโรมาของทะเลที่ลงตัว รอบ ๆ คือแผ่นกรอบที่เตรียมมาจากยี่หร่าให้อโรมาหอมเฉพาะตัว เชฟยังเสิร์ฟมาคู่กับเปาแป้งกรอบสำหรับใช้ปาดซอสอีกด้วย (15/20)
LambMustard Mash, Kale Chips, Nihari Jus21kmคอร์สนี้เชฟนำเสนอแกะจากฟาร์มเขตมีนบุรีโดยนำเนื้อแกะไปผ่านการซูวีด์แล้วย่างต่อบนถ่านไม้ขาว Binchotan จนได้ความสุกที่พอเหมาะ จากนั้นเสิร์ฟมาคู่กันกับมันบดที่ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเมนู Jeera Aloo โดยเชฟใส่ความฉุนของมัสตาร์ดลงไปได้อย่างกลมกล่อม ที่โต๊ะพนักงานจะเทราดซอส Jus ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Nihari ซึ่งเป็นสตูว์ท้องถิ่นของนคร Lucknow เชฟเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสโดยการใส่คะน้าใบหยักทอดกรอบลงมาด้วย (15/20)
รูปที่ 14
LambMustard Mash, Kale Chips, Nihari Jus21kmคอร์สนี้เชฟนำเสนอแกะจากฟาร์มเขตมีนบุรีโดยนำเนื้อแกะไปผ่านการซูวีด์แล้วย่างต่อบนถ่านไม้ขาว Binchotan จนได้ความสุกที่พอเหมาะ จากนั้นเสิร์ฟมาคู่กันกับมันบดที่ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเมนู Jeera Aloo โดยเชฟใส่ความฉุนของมัสตาร์ดลงไปได้อย่างกลมกล่อม ที่โต๊ะพนักงานจะเทราดซอส Jus ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Nihari ซึ่งเป็นสตูว์ท้องถิ่นของนคร Lucknow เชฟเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสโดยการใส่คะน้าใบหยักทอดกรอบลงมาด้วย (15/20)
Yakhani PulaoSupreme Consommé, Aged Basmati Rice, Kashmir Saffronปิดท้ายด้วยเมนูข้าว Basmati จากฟาร์มเล็ก ๆ ของเพื่อนคุณพ่อของเชฟทางตอนเหนือของประเทศอินเดีย เมล็ดข้าวผ่านการกักเก็บเอาไว้นานถึง 3 ปีก่อนจะนำมาหุงด้วยกันกับน้ำสต๊อกไก่จนสุกกำลังดี เมล็ดข้าวทุกเม็ดเรียงตัวสวยงาม มีอโรมาหอม ๆ ของแซฟรอน มีเนื้อสัมผัสสู้ฟันเล็กน้อยแต่ไร้ซึ่งความกระด้าง นอกจากนี้ยังมีเห็ดมาช่วยเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสได้อย่างลงตัว (15/20)
รูปที่ 15
Yakhani PulaoSupreme Consommé, Aged Basmati Rice, Kashmir Saffronปิดท้ายด้วยเมนูข้าว Basmati จากฟาร์มเล็ก ๆ ของเพื่อนคุณพ่อของเชฟทางตอนเหนือของประเทศอินเดีย เมล็ดข้าวผ่านการกักเก็บเอาไว้นานถึง 3 ปีก่อนจะนำมาหุงด้วยกันกับน้ำสต๊อกไก่จนสุกกำลังดี เมล็ดข้าวทุกเม็ดเรียงตัวสวยงาม มีอโรมาหอม ๆ ของแซฟรอน มีเนื้อสัมผัสสู้ฟันเล็กน้อยแต่ไร้ซึ่งความกระด้าง นอกจากนี้ยังมีเห็ดมาช่วยเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสได้อย่างลงตัว (15/20)
PassionfruitPanna cotta, Coconut Ice, Chips27kmล้างปากด้วยเสาวรสเสิร์ฟมาเป็นซอร์เบท์ ข้าง ๆ กันคือมะพร้าวเสิร์ฟมาในรูปของกรานิต้าน้ำแข็งและโยเกิร์ตช่วยเรียกความสดชื่นได้ดี ด้านล่างมีไวท์ช็อกโกแลตหอม ๆ ใส่มาด้วย (15/20)
รูปที่ 16
PassionfruitPanna cotta, Coconut Ice, Chips27kmล้างปากด้วยเสาวรสเสิร์ฟมาเป็นซอร์เบท์ ข้าง ๆ กันคือมะพร้าวเสิร์ฟมาในรูปของกรานิต้าน้ำแข็งและโยเกิร์ตช่วยเรียกความสดชื่นได้ดี ด้านล่างมีไวท์ช็อกโกแลตหอม ๆ ใส่มาด้วย (15/20)
ChocolatePeanut, Liquorice, Cacao Sorbetของหวานจานหลักคือช็อกโกแลตเสิร์ฟมาเป็นซอร์เบท์ เชฟจับคู่กันกับ Peanut Butter และถั่วลิสง ข้าง ๆ กันคือสปองเค้กเตรียมมาจากถั่วฮาเซลนัท ด้านบนคือแผ่นแครกเกอร์ Jalebi ซึ่งเป็นของหวานยอดนิยมของประเทศอินเดีย (15/20)
รูปที่ 17
ChocolatePeanut, Liquorice, Cacao Sorbetของหวานจานหลักคือช็อกโกแลตเสิร์ฟมาเป็นซอร์เบท์ เชฟจับคู่กันกับ Peanut Butter และถั่วลิสง ข้าง ๆ กันคือสปองเค้กเตรียมมาจากถั่วฮาเซลนัท ด้านบนคือแผ่นแครกเกอร์ Jalebi ซึ่งเป็นของหวานยอดนิยมของประเทศอินเดีย (15/20)
ChocolatePeanut, Liquorice, Cacao Sorbetตัวอย่างของฝักช็อกโกแลต (15/20)
รูปที่ 18
ChocolatePeanut, Liquorice, Cacao Sorbetตัวอย่างของฝักช็อกโกแลต (15/20)
Petit fourปิดท้ายด้วยขนมหวานจิ๋วคือ Sugar Wine Gums เตรียมมาจากราสเบอร์รี่และมะม่วงดิบ ข้าง ๆ กันคือ Popsicles เตรียมมาจากมะพร้าวและองุ่นฝรั่งเศส สุดท้ายคือ Mango and Apricot Juice Pop ที่จะแตกระเบิดออกในปากนั่นเอง
รูปที่ 19
Petit fourปิดท้ายด้วยขนมหวานจิ๋วคือ Sugar Wine Gums เตรียมมาจากราสเบอร์รี่และมะม่วงดิบ ข้าง ๆ กันคือ Popsicles เตรียมมาจากมะพร้าวและองุ่นฝรั่งเศส สุดท้ายคือ Mango and Apricot Juice Pop ที่จะแตกระเบิดออกในปากนั่นเอง
🎗️ [INTRO] ในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับ Haoma ห้องอาหารอาหารอินเดียยุคใหม่ที่เชฟ Deepanker Khosla หรือเชฟ DK ตั้งใจนำเสนออาหารระดับสูงควบคู่ไปกับการอนุรักษ์และส่งเสริมความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมจนตัวร้าากลายเป็นห้องอาหารอินเดียเพียงแห่งเดียวในโลกที่สามารถคว้ารางวัล 🍀 MICHELIN Green Star มาครองได้สำเร็จพร้อมกันกับรางวัล 🌟 1 MICHELIN Star ในปี 2023 ที่ผ่านมา
รูปที่ 20
🎗️ [INTRO] ในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับ Haoma ห้องอาหารอาหารอินเดียยุคใหม่ที่เชฟ Deepanker Khosla หรือเชฟ DK ตั้งใจนำเสนออาหารระดับสูงควบคู่ไปกับการอนุรักษ์และส่งเสริมความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมจนตัวร้าากลายเป็นห้องอาหารอินเดียเพียงแห่งเดียวในโลกที่สามารถคว้ารางวัล 🍀 MICHELIN Green Star มาครองได้สำเร็จพร้อมกันกับรางวัล 🌟 1 MICHELIN Star ในปี 2023 ที่ผ่านมา
🎗 [THE PLACE] ห้องอาหาร Haoma ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 31 มองจากภายนอกมีลักษณะเป็นบ้านสองชั้น
รูปที่ 21
🎗 [THE PLACE] ห้องอาหาร Haoma ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 31 มองจากภายนอกมีลักษณะเป็นบ้านสองชั้น
ห้องรับประทานอาหารหลักได้รับการตกแต่งใหม่ให้มีความหรูหรามากยิ่งขึ้น
รูปที่ 22
ห้องรับประทานอาหารหลักได้รับการตกแต่งใหม่ให้มีความหรูหรามากยิ่งขึ้น
โต๊ะทุกตัวปูด้วยผ้าสีขาวตัดกันกับพื้นไม้และเก้าอี้สีน้ำเงินเข้ม ผนังทั้งสองฝั่งกั้นด้วยกระจกใสสูงจากพื้นจรดเพดานมองออกไปเห็นพื้นที่สวนช่วยให้บรรยากาศภายในแลดูโปร่งสบายตา
รูปที่ 23
โต๊ะทุกตัวปูด้วยผ้าสีขาวตัดกันกับพื้นไม้และเก้าอี้สีน้ำเงินเข้ม ผนังทั้งสองฝั่งกั้นด้วยกระจกใสสูงจากพื้นจรดเพดานมองออกไปเห็นพื้นที่สวนช่วยให้บรรยากาศภายในแลดูโปร่งสบายตา
สำหรับใครที่เป็นคอไวน์สามารถขอเลือกชมไวน์ในห้องเก็บเครื่องดื่มที่ทีม Sommelier ได้รวบรวมไวน์จากทั่วโลกเอาไว้ได้อีกด้วย
รูปที่ 24
สำหรับใครที่เป็นคอไวน์สามารถขอเลือกชมไวน์ในห้องเก็บเครื่องดื่มที่ทีม Sommelier ได้รวบรวมไวน์จากทั่วโลกเอาไว้ได้อีกด้วย
🎗 [WHY GO] หลังจบมื้ออาหารในวันนี้เราพบว่าเชฟ DK ประสบความสำเร็จในการยกระดับ Haoma ให้ก้าวล้ำไปอีกขั้นเมื่อเทียบกับประสบการณ์ในที่เราเคยแวะมาชิมเมื่อราว 2 ปีก่อน การจัดเตรียมอาหารทุกจานอัดแน่นไปด้วยเทคนิคแต่ยังคงไว้ซึ่งความเข้าถึงง่ายทั้งจากลูกค้ากลุ่มแคชวลและเหล่านักชิมผู้หลงไหลในอาหารระดับสูง การจัดจานแลดูเรียบง่ายแต่กลับซ่อนรายละเอียดอันซับซ้อนเอาไว้ได้อย่างแนบเนียบ บรรยากาศโดยรวมมีความแคชวลมากกว่าห้องอาหาร Fine Dining ทั่วไป ทีมพนักงานและ Sommelier ให้บริการอย่างเป็นกันเองไร้ที่ติ เราขอแนะนำให้ใครก็ตามที่ไม่เคยสัมผัสสัมผัสอาหารอินเดียยุคใหม่รวมไปถึงเพื่อน ๆ นักชิมที่เคยแวะมาชิมในช่วงปีก่อน ๆ ได้ลองกลับมาชิมกันดูอีกสักครั้ง รับรองว่าอาหารในคอร์สนี้จะสร้างความประทับใจอย่างไม่รู้ลืมให้กับทุกคนได้อย่างแน่นอน
รูปที่ 25
🎗 [WHY GO] หลังจบมื้ออาหารในวันนี้เราพบว่าเชฟ DK ประสบความสำเร็จในการยกระดับ Haoma ให้ก้าวล้ำไปอีกขั้นเมื่อเทียบกับประสบการณ์ในที่เราเคยแวะมาชิมเมื่อราว 2 ปีก่อน การจัดเตรียมอาหารทุกจานอัดแน่นไปด้วยเทคนิคแต่ยังคงไว้ซึ่งความเข้าถึงง่ายทั้งจากลูกค้ากลุ่มแคชวลและเหล่านักชิมผู้หลงไหลในอาหารระดับสูง การจัดจานแลดูเรียบง่ายแต่กลับซ่อนรายละเอียดอันซับซ้อนเอาไว้ได้อย่างแนบเนียบ บรรยากาศโดยรวมมีความแคชวลมากกว่าห้องอาหาร Fine Dining ทั่วไป ทีมพนักงานและ Sommelier ให้บริการอย่างเป็นกันเองไร้ที่ติ เราขอแนะนำให้ใครก็ตามที่ไม่เคยสัมผัสสัมผัสอาหารอินเดียยุคใหม่รวมไปถึงเพื่อน ๆ นักชิมที่เคยแวะมาชิมในช่วงปีก่อน ๆ ได้ลองกลับมาชิมกันดูอีกสักครั้ง รับรองว่าอาหารในคอร์สนี้จะสร้างความประทับใจอย่างไม่รู้ลืมให้กับทุกคนได้อย่างแน่นอน
🎗 [THE CHEF & THE FOOD] Deepanker Khosla หรือเรียกกันสั้น ๆ ว่าเชฟ DK เป็นเชฟหนุ่มมากฝีมือที่เคยร่วมงานกับห้องอาหารระดับสูงในพื้นที่แถบนคร Jaipur และ Mumbai ก่อนจะเดินทางมายังประเทศไทยเพื่อร่วมงานกับโรงแรม Fraser Suites Sukhumvit และห้องอาหาร Charcoal Tandoor Grill and Mixology ในปี 2014 หลังจากนั้นเขาได้ตัดสินใจเปิดห้องอาหารเป็นของตัวเองในปี 2017 และใช้ชื่อว่า Haoma
รูปที่ 26
🎗 [THE CHEF & THE FOOD] Deepanker Khosla หรือเรียกกันสั้น ๆ ว่าเชฟ DK เป็นเชฟหนุ่มมากฝีมือที่เคยร่วมงานกับห้องอาหารระดับสูงในพื้นที่แถบนคร Jaipur และ Mumbai ก่อนจะเดินทางมายังประเทศไทยเพื่อร่วมงานกับโรงแรม Fraser Suites Sukhumvit และห้องอาหาร Charcoal Tandoor Grill and Mixology ในปี 2014 หลังจากนั้นเขาได้ตัดสินใจเปิดห้องอาหารเป็นของตัวเองในปี 2017 และใช้ชื่อว่า Haoma
เชฟ DK อาศัยพืชผักและสมุนไพรที่เพาะปลูกในร้านและอีกบางส่วนจากฟาร์มออร์แกนิคในจังหวัดเชียงใหม่รวมไปถึงวัตถุดิบท้องถิ่นจากหลากหลายภูมิภาคของไทยในการผสมผสานรสชาติและอโรมาของอาหารอินเดียรูปแบบใหม่ออกมาได้อย่างน่าทึ่ง นอกจากนี้ตัวเชฟเองยังมีฟาร์มในย่านมีนบุรีเป็นของตัวเองสำหรับใช้เลี้ยงไก่ แพะ และวัวอีกด้วย
รูปที่ 27
เชฟ DK อาศัยพืชผักและสมุนไพรที่เพาะปลูกในร้านและอีกบางส่วนจากฟาร์มออร์แกนิคในจังหวัดเชียงใหม่รวมไปถึงวัตถุดิบท้องถิ่นจากหลากหลายภูมิภาคของไทยในการผสมผสานรสชาติและอโรมาของอาหารอินเดียรูปแบบใหม่ออกมาได้อย่างน่าทึ่ง นอกจากนี้ตัวเชฟเองยังมีฟาร์มในย่านมีนบุรีเป็นของตัวเองสำหรับใช้เลี้ยงไก่ แพะ และวัวอีกด้วย
ลูกค้าสามารถลิ้มลอง Tasting Menu ได้ 2 รูปแบบคือ Meat & Seafood Experience (4,700++) และ Vegetarian Experience (4,700++) โดยทั้งคู่จัดเสิร์ฟมาในจำนวนถึง 15 คอร์ส ทีม Sommelier ยังได้คัดสรรเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จำนวนกว่า 10 แก้วโดยเน้นไปที่ผู้ผลิตท้องถิ่นรายย่อยมาเรียงร้อยเข้าด้วยกันเป็น Beverage Pairing (4,700++) ซึ่งเข้ากันกับอาหารแต่ละคอร์สได้อย่างไร้ที่ติ
รูปที่ 28
ลูกค้าสามารถลิ้มลอง Tasting Menu ได้ 2 รูปแบบคือ Meat & Seafood Experience (4,700++) และ Vegetarian Experience (4,700++) โดยทั้งคู่จัดเสิร์ฟมาในจำนวนถึง 15 คอร์ส ทีม Sommelier ยังได้คัดสรรเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จำนวนกว่า 10 แก้วโดยเน้นไปที่ผู้ผลิตท้องถิ่นรายย่อยมาเรียงร้อยเข้าด้วยกันเป็น Beverage Pairing (4,700++) ซึ่งเข้ากันกับอาหารแต่ละคอร์สได้อย่างไร้ที่ติ
พื้นที่ด้านหน้าได้รับการจัดแบ่งให้เป็น Rta Bar สำหรับจัดเตรียมเครื่องดื่มต่าง ๆ และเสิร์ฟเมนูเรียกน้ำย่อย 2 คำแรก
รูปที่ 29
พื้นที่ด้านหน้าได้รับการจัดแบ่งให้เป็น Rta Bar สำหรับจัดเตรียมเครื่องดื่มต่าง ๆ และเสิร์ฟเมนูเรียกน้ำย่อย 2 คำแรก
หลังจากนั้นทางร้านจะพาลูกค้าเดินผ่านพื้นที่สวนขนาดใหญ่ที่เชฟ DK ใช้ปลูกพืชสมุนไพรหลากหลายชนิดแบบ Aquaponics เช่นมิ้นต์ ยี่หร่า กระเพราแดง โหระพา และผักชีลาวโดยอาศัยน้ำจากการกักเก็บน้ำฝนจำนวนกว่า 150,000-200,000 ลิตรต่อปีมาใช้ในการเพาะปลูก
รูปที่ 30
หลังจากนั้นทางร้านจะพาลูกค้าเดินผ่านพื้นที่สวนขนาดใหญ่ที่เชฟ DK ใช้ปลูกพืชสมุนไพรหลากหลายชนิดแบบ Aquaponics เช่นมิ้นต์ ยี่หร่า กระเพราแดง โหระพา และผักชีลาวโดยอาศัยน้ำจากการกักเก็บน้ำฝนจำนวนกว่า 150,000-200,000 ลิตรต่อปีมาใช้ในการเพาะปลูก
หากเดินลึกเข้าไปลูกค้าจะพบกับบ่อเลี้ยงปลาที่นำมาใช้ในการประกอบเป็น Tasting Menu ในบางฤดูกาล นอกจากนี้ยังเชฟยังมีแผนในการก่อสร้าง Eco-Farm Resort ขึ้นในอนาคตอีกด้วย
รูปที่ 31
หากเดินลึกเข้าไปลูกค้าจะพบกับบ่อเลี้ยงปลาที่นำมาใช้ในการประกอบเป็น Tasting Menu ในบางฤดูกาล นอกจากนี้ยังเชฟยังมีแผนในการก่อสร้าง Eco-Farm Resort ขึ้นในอนาคตอีกด้วย
ตัวอย่างของเมล็ดพันธุ์พืช
รูปที่ 32
ตัวอย่างของเมล็ดพันธุ์พืช
ป้ายอธิบายโครงการณ์ต่าง ๆ ของเชฟ DK
รูปที่ 33
ป้ายอธิบายโครงการณ์ต่าง ๆ ของเชฟ DK