
Gourmetstube Einhorn · กูร์เมต์ชตูเบ อายน์ฮอร์น
Creative, International · อาหารเชิงสร้างสรรค์, อาหารนานาชาติ — Campo di Trens, Mules, 39040, Italy
🎗️ [INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับห้องอาหารระดับสูงที่เปิดทำการอยู่ในโรงแรมเก่าแก่อายุเกินกว่า 750 ปีทางตอนเหนือบริเวณพรมแดนของประเทศอิตาลี-ออสเตรีย หัวหน้าพ่อครัวอย่างเชฟ Peter Girtler เป็นหนึ่งในเชฟที่มีประสบการณ์สูงที่สุดคนหนึ่งในภูมิภาคโดยเขาสามารถรังสรรค์อาหารเชิงสร้างสรรค์ออกมาได้อย่างน่าสนใจ
🎗️ [THE PLACE] Romantik Hotel Stafler แต่เดิมเป็นโรงแรมขนาดเล็กบนถนน Old Brenner Road ในภูมิภาค South Tyrol เชื่อมต่อบริเวณส่วนเหนือและใต้ของตัวเมืองโดยว่ากันว่าโรงแรมเปิดทำการมาตั้งแต่ช่วงราว ๆ ปี ค.ศ. 1270 และใช้ชื่อเดิมว่า Zum Einhorn Stafler ซึ่งแปลเป็นภาษาอังกฤษได้ว่า At the Unicorn นั่นเอง ลูกค้าสามารถตั้งต้นเดินทางมาจากเมืองใหญ่ที่ใกล้ที่สุดอย่าง Bolzano/Bolzen โดยใช้ระยะเวลาราว 50 นาทีและสามารถจอดรถได้ที่ลานขนาดใหญ่หลังร้าน ฝั่งตรงข้ามถนนเป็นฟาร์มสำหรับเลี้ยงสัตว์ ตัวอาคารมองจากภายนอกจะพบเห็นการก่อสร้างในสไตล์ Tyrolean ได้อย่างเด่นชัด ภายในตกแต่งแบบย้อนยุคสังเกตได้จากคิ้วไม้ที่ใช้ก่อบนผนังอิฐโบราณ เพดานต่ำ รวมไปถึงเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ อย่างเตาผิงไฟขนาดใหญ่ที่ใช้สร้างความอบอุ่นได้ในช่วงฤดูหนาวของเทือกเขาแอลป์ ตระกูล Stafler ถือสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของโรงแรมแห่งนี้มานานกว่า 200 ปีและส่งไม้ต่อกันมากว่า 5 รุ่น ปัจจุบันคุณ Angelika และ Irene Stafler ยังคงมุ่งมั่นในการสานต่อปณิธานที่จะสร้างความพึงพอใจแบบเกินความคาดหมายให้กับผู้เข้าพัก ทั้งนี้ Romantik Hotel Staflerยังเคยต้อนรับบุคคลผู้มีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์มากมายอย่างเช่นนักเขียนชื่อดัง Wolfgang von Goethe ซึ่งในขณะนั้นตัวเขากำลังเดินทางไปยังกรุง Rome นั่นเอง
🎗️ [THE CHEF] Peter Girtler เกิดที่เมือง Sterzing ในแคว้น Südtirol ทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี หลังจากจบการศึกษาเขามีโอกาสร่วมงานกับร้านอาหารชั้นนำมากมายเช่น Residenz Heinz Winkler ในประเทศเยอรมนี, Hotel Castel, Parkhotel Laurin และ Sporthotel Obereggen ในประเทศอิตาลี ต่อมาในปี 2001 เขาย้ายมาร่วมงานกับ Romantik Hotel Stafler ในฐานะ Head Chef จนสามารถคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้สำเร็จในคู่มือปี 2009 ก่อนจะเลื่อนระดับสู่ 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ตั้งแต่ปี 2016 ต่อเนื่องมาจนถึงปี 2024 และถูกปรับลดระดับสู่ 🌟 1 MICHELIN Star ในคู่มือปี 2025
🎗️ [THE FOOD] เชฟ Peter Girtler ได้หยิบยกวัตถุดิบท้องถิ่นของพื้นที่แถบ South Tyrol และประเทศอิตาลีมารังสรรค์เป็นเมนูที่มีรสชาติแบบใหม่ไม่ซ้ำใคร ทางร้านนำเสนอ Tasting Menu รูปแบบเดียวคือ Menu From Peter Girtler แต่ลูกค้าสามารถเลือกจำนวนคอร์สได้ตามใจชอบและไม่จำเป็นต้องเลือกเหมือนกันเริ่มต้นที่ 4-Course Menu (159 €), 5-Course Menu (172 €), 6-Course Menu (185 €) และ Degustationsmenu (199 €) ฉะนั้นสำหรับใครที่ไปกัน 2 คน การเลือกชิม 4-Course Menu ก็สามาลิ้มลองอาหารได้ครบทุกจานเช่นกัน ส่วนผู้ที่เป็นคอไวน์สามารถเลือกการ Pairing โดย Sommelier มากความสามารถคือคุณ Lisa Kinkelin ในราคาเพียง 98 € หรือเลือกไวน์ท้องถิ่นแบบขวดซึ่งมีราคาเริ่มต้นประมาณ 40 € เท่านั้น ส่วนจานที่น่าสนใจในวันนี้อย่างเช่น
✨ Mountain cheese raviolo
truffle • butter foam • garden chives
ราวิโอโล่ชิ้นโตสอดไส้ด้านในด้วย Mountain Cheese Fonduta หรือชีสภูเขาฟองดู เชฟจับคู่มากับโฟมเนย ด้านบนท็อปด้วยทรัฟเฟิลดำจากแคว้น Tuscary จากนั้นราดด้วยซอสต้นหอมสีเขียวมาเบรคความครีมมี่ของชีสได้อย่างลงตัว (18/20)
✨ White coffee Risotto (Cultivation Römerhof Tramin/Termeno)
prawns • crumble • crustacean foam • olive herb
สุดยอดจานที่เด็ดที่สุดประจำมื้อนี้คือข้าวรีซอตโต้ที่มีความกรึบพอเหมาะ เชฟเชื่อมด้วยครีมและอโรมาหอม ๆ ของกาแฟ ด้านบนท็อปด้วย Crustacean Espuma หรือโฟมที่เตรียมมาจากมันกุ้ง ภายใต้โฟมมีเนื้อกุ้งและสมุนไพรจากสวนของทางร้านเอง (18/20)
✨ Chestnuts
torrone • chocolate • cauliflower • stevia
องค์ประกอบแรกในจานฝั่งขวามือคือมูสไวท์ช็อกโกแลตจับคู่มากับองค์ประกอบของกะหล่ำดอก จากนั้นท็อปด้วย Yuzu Drop อยู่ด้านบนสุด ถัดมาคือไอศกรีมเกาลัดและแผ่น Torrone กรอบสร้างมิติทางเนื้อสัมผัสที่ดีจับคู่มากับวงแหวนของ Cooked Apple รสเปรี้ยว สุดท้ายคือครีมเกาลัดให้รสหวานตัดกันกับความเปรี้ยวของเบอร์รี่แดง ด้านบนคือพราลีนเกาลัด นอกจากนี้ยังมี Popling Candy สร้างความสนุกในปากได้ขณะรับประทานอีกด้วย (17/20)
🎗️ [WHY GO] Gourmetstube Einhorn สามารถหยิบยกวัตถุดิบท้องถิ่นและพืชผักจากสวนของทางร้านมาประกอบขึ้นเป็นเมนูสุดสร้างสรรค์ อย่างไรก็ตามอาจมีบางองค์ประกอบเช่น Espuma หรือแผ่น Tuile ที่เตรียมออกมาได้ไม่ดีเท่าที่ควร ราคาอาหารจัดว่าคุ้มค่า การบริการเป็นไปอย่างราบรื่นและมีความเป็นมืออาชีพตลอดทั้งมื้อ ส่วนใครที่เลือกพักค้างคืนก็สามารถแบ่งเวลาไปลองชิมอีกหนึ่งห้องอาหารของโรงแรมอย่าง Gasthofstube Stafler (Selected by MICHELIN Guide) ซึ่งก็นำเสนออาหารท้องถิ่นออกมาได้น่าสนใจเช่นกัน
ภาพของร้านอาหาร
ทั้งหมด 45 รูป

























![🎗️ [THE CHEF] Peter Girtler เกิดที่เมือง Sterzing ในแคว้น Südtirol ทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี หลังจากจบการศึกษาเขามีโอกาสร่วมงานกับร้านอาหารชั้นนำมากมายเช่น Residenz Heinz Winkler ในประเทศเยอรมนี, Hotel Castel, Parkhotel Laurin และ Sporthotel Obereggen ในประเทศอิตาลี ต่อมาในปี 2001 เขาย้ายมาร่วมงานกับ Romantik Hotel Stafler ในฐานะ Head Chef จนสามารถคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้สำเร็จในคู่มือปี 2009 ก่อนจะเลื่อนระดับสู่ 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ตั้งแต่ปี 2016 ต่อเนื่องมาจนถึงปี 2024 และถูกปรับลดระดับสู่ 🌟 1 MICHELIN Star ในคู่มือปี 2025](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2025/05/493759925_1231399195310298_1266983893333220771_n.webp)
![🎗️ [THE FOOD] เชฟ Peter Girtler ได้หยิบยกวัตถุดิบท้องถิ่นของพื้นที่แถบ South Tyrol และประเทศอิตาลีมารังสรรค์เป็นเมนูที่มีรสชาติแบบใหม่ไม่ซ้ำใคร ทางร้านนำเสนอ Tasting Menu รูปแบบเดียวคือ Menu From Peter Girtler แต่ลูกค้าสามารถเลือกจำนวนคอร์สได้ตามใจชอบและไม่จำเป็นต้องเลือกเหมือนกันเริ่มต้นที่ 4-Course Menu (159 €), 5-Course Menu (172 €), 6-Course Menu (185 €) และ Degustationsmenu (199 €) ฉะนั้นสำหรับใครที่ไปกัน 2 คน การเลือกชิม 4-Course Menu ก็สามาลิ้มลองอาหารได้ครบทุกจานเช่นกัน](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2025/05/493315256_1231405748642976_1763916589369321849_n.webp)




![🎗️ [THE PLACE] Romantik Hotel Stafler แต่เดิมเป็นโรงแรมขนาดเล็กบนถนน Old Brenner Road ในภูมิภาค South Tyrol เชื่อมต่อบริเวณส่วนเหนือและใต้ของตัวเมืองโดยว่ากันว่าโรงแรมเปิดทำการมาตั้งแต่ช่วงราว ๆ ปี ค.ศ. 1270 และใช้ชื่อเดิมว่า Zum Einhorn Stafler ซึ่งแปลเป็นภาษาอังกฤษได้ว่า At the Unicorn นั่นเอง](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2025/05/494032502_1231401418643409_5921120755096857538_n.webp)












![🎗️ [WHY GO] Gourmetstube Einhorn สามารถหยิบยกวัตถุดิบท้องถิ่นและพืชผักจากสวนของทางร้านมาประกอบขึ้นเป็นเมนูสุดสร้างสรรค์ อย่างไรก็ตามอาจมีบางองค์ประกอบเช่น Espuma หรือแผ่น Tuile ที่เตรียมออกมาได้ไม่ดีเท่าที่ควร ราคาอาหารจัดว่าคุ้มค่า การบริการเป็นไปอย่างราบรื่นและมีความเป็นมืออาชีพตลอดทั้งมื้อ ส่วนใครที่เลือกพักค้างคืนก็สามารถแบ่งเวลาไปลองชิมอีกหนึ่งห้องอาหารของโรงแรมอย่าง Gasthofstube Stafler (Selected by MICHELIN Guide) ซึ่งก็นำเสนออาหารท้องถิ่นออกมาได้น่าสนใจเช่นกัน](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2025/05/493313777_1231391471977737_9221139416218524484_n.webp)
