GASTRONOME THAILAND by ตามล่า Fine Dining
Gluttony by The Sin
Others

ThailandGluttony by The Sin · กลัทโทนี่ บาย เดอะซิน

Creative, Contemporary · อาหารเชิงสร้างสรรค์, ร่วมสมัย — โครงการณ์ The Parti by Areeya

🎗️ หลังจากเปิดทำการมานานจนได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากนักชิมในกรุงเทพ ห้องอาหาร Gluttony by The Sin ได้ปรับรูปแบบ Tasting Menu มานำเสนออาหารไทยร่วมสมัยในรูปแบบใหม่ที่มีความขี้เล่น ใช้เทคนิคที่เข้าถึงง่าย และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เชฟโต้งได้เลือกใช้คำว่า Gluttony มาเป็นสัญลักษณ์แทนความตั้งใจของเชฟในการเสิร์ฟอาหารอย่างคุ้มค่าทั้งในด้านรสชาติ ปริมาณ และการจัดการวัตถุดิบให้เหลือทิ้งน้อยที่สุด ตัวร้านตั้งอยู่ในโครงการ The Parti by Areeya ย่านลาดปลาเค้า แบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 ชั้น โดยแต่ละชั้นสะท้อนแนวคิดที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนเริ่มจากชั้นสองเป็นห้องอาหารภายใต้ธีม Heaven นำเสนอรายการแบบ À La Carte ให้ลูกค้าได้ดื่มด่ำกับเมนูหลากหลายตั้งแต่พิซซ่า พาสต้า เนื้อ Dry Aged ไปจนถึงจานที่ต้องอาศัยเทคนิคและเวลาอย่างเช่นเมนคอร์ส ชั้นสามคือโซน Private Dining ภายใต้ธีม Hell เน้นโทนสีแดงและแสงสลัวให้ความรู้สึกเข้มข้นและเร้าอารมณ์เหมาะสำหรับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการความเป็นส่วนตัว ที่นี่ไม่เพียงแค่เสิร์ฟอาหารเท่านั้นแต่ยังถ่ายทอดปรัชญาเรื่องการกินอย่างมีความหมาย ผ่านประสบการณ์ที่ทั้งครบถ้วนและสร้างสรรค์ในทุกมิติของมื้ออาหาร

🎗️ เจ้าของร้านและหัวหน้าเชฟ “เชฟโต้ง–ยุทธจักร แสงศาสตรา” สำเร็จการศึกษาจากวิทยาลัยดุสิตธานี เขาเริ่มต้นเส้นทางสายอาชีพจากห้องอาหาร Cyan ภายในโรงแรม COMO Metropolitan Bangkok (ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของห้องอาหาร Nahm) ก่อนจะออกเดินทางไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในต่างแดนโดยเริ่มจากการเป็นเชฟในประเทศมัลดีฟส์เป็นเวลาหนึ่งปีต่อด้วยการรับหน้าที่เป็น Private Chef บนหมู่เกาะ Ibiza ประเทศสเปน เมื่อถึงจุดหนึ่งตัดสินใจพักจากแวดวงอาหารนานถึง 10 ปีเต็ม ก่อนจะกลับมาสู่ครัวอีกครั้งด้วยการปรับบ้านของตัวเองให้กลายเป็นห้องอาหาร “Gluttony by The Sin” และย้ายมาสู่ยังตำแหน่งปัจจุบัน นอกเหนือจากเมนู À La Carte ที่เน้นอาหารตะวันตกแล้ว เชฟยังสร้างสรรค์ Tasting Menu ที่ปรับรูปแบบการนำเสนอตามโอกาสเพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์รสชาติที่แตกต่างและน่าจดจำ รายการไวน์มีให้เลือกหลากหลายเนื่องจากตัวเชฟเองก็เป็นผู้ที่หลงรักไวน์จากทั่วทุกมุมโลกเช่นกัน

ภาพของร้านอาหาร

ทั้งหมด 16 รูป

🇹🇭 Gluttony by The Sin - กลัทโทนี่ บาย เดอะซิน🍴 Creative, Contemporary - อาหารเชิงสร้างสรรค์, ร่วมสมัย
รูปที่ 1
🇹🇭 Gluttony by The Sin - กลัทโทนี่ บาย เดอะซิน🍴 Creative, Contemporary - อาหารเชิงสร้างสรรค์, ร่วมสมัย
🎗️ หลังจากเปิดทำการมานานจนได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากนักชิมในกรุงเทพ ห้องอาหาร Gluttony by The Sin ได้ปรับรูปแบบ Tasting Menu มานำเสนออาหารไทยร่วมสมัยในรูปแบบใหม่ที่มีความขี้เล่น ใช้เทคนิคที่เข้าถึงง่าย และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
รูปที่ 2
🎗️ หลังจากเปิดทำการมานานจนได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากนักชิมในกรุงเทพ ห้องอาหาร Gluttony by The Sin ได้ปรับรูปแบบ Tasting Menu มานำเสนออาหารไทยร่วมสมัยในรูปแบบใหม่ที่มีความขี้เล่น ใช้เทคนิคที่เข้าถึงง่าย และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
Welcome Drinkเริ่มต้นด้วยเครื่องดื่ม Welcome Drink ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากชาไทยโดยมี 2 อุณหภูมิอุ่นและเย็นในถ้วยเดียว
รูปที่ 3
Welcome Drinkเริ่มต้นด้วยเครื่องดื่ม Welcome Drink ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากชาไทยโดยมี 2 อุณหภูมิอุ่นและเย็นในถ้วยเดียว
PERILLA CRACKERS, COCONUT & MISO CREAM, CRANBERRY GELหลนเค็มบักนัดเสริมด้วยรสชาติของมันหัวกุ้ง เชฟแนะนำให้ใช้สับปะรดและขมิ้นขาวปาดชิมได้เลยBRIOCHE, CAVIAR, CHINESE SAUSAGEเมนูที่เชฟได้รับแรงบันดาลใจมาจากการะเวกสอดสีเสิร์ฟมาเป็นขนมปังบริยอชสอดไส้หมูสับและฟัวกราส์ เชฟแทนที่ไข่เค็มดั้งเดิมด้วยคาเวียร์หัวหิน นอกจากนี้ยังมีกุนเชียนหั่นบางช่วยเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสNAM PRIK, SCALLOP, LOCAL GREENS, TARTน้ำพริกกะปิเสิร์ฟมาในทาร์ตจิ๋ว ด้านในมีหอยเชลล์ ปลารมควัน และผักปลัง
รูปที่ 4
PERILLA CRACKERS, COCONUT & MISO CREAM, CRANBERRY GELหลนเค็มบักนัดเสริมด้วยรสชาติของมันหัวกุ้ง เชฟแนะนำให้ใช้สับปะรดและขมิ้นขาวปาดชิมได้เลยBRIOCHE, CAVIAR, CHINESE SAUSAGEเมนูที่เชฟได้รับแรงบันดาลใจมาจากการะเวกสอดสีเสิร์ฟมาเป็นขนมปังบริยอชสอดไส้หมูสับและฟัวกราส์ เชฟแทนที่ไข่เค็มดั้งเดิมด้วยคาเวียร์หัวหิน นอกจากนี้ยังมีกุนเชียนหั่นบางช่วยเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสNAM PRIK, SCALLOP, LOCAL GREENS, TARTน้ำพริกกะปิเสิร์ฟมาในทาร์ตจิ๋ว ด้านในมีหอยเชลล์ ปลารมควัน และผักปลัง
RED PRAWN, CORIANDER FROTH, "PLA YANG"พล่ากุ้งสไตล์จันทบุรีซึ่งจะไม่มีกะทิเป็นส่วนผสมแต่จะมีองค์ประกอบเป็นสมุนไพรแทน เชฟเลือกใช้สะตอเผาผสมผสานกับสตรอว์เบอร์รี่และกะปิเคยย่าง ไฮไลท์คือกุ้งแดงจาก Mazara del Vallo มีรสชาติหวานและเนื้อนุ่มละมุนท็อปด้วยแผ่นเจลน้ำพล่า ส่วนข้าง ๆ กันคือโฟมผักชีนั่นเอง
รูปที่ 5
RED PRAWN, CORIANDER FROTH, "PLA YANG"พล่ากุ้งสไตล์จันทบุรีซึ่งจะไม่มีกะทิเป็นส่วนผสมแต่จะมีองค์ประกอบเป็นสมุนไพรแทน เชฟเลือกใช้สะตอเผาผสมผสานกับสตรอว์เบอร์รี่และกะปิเคยย่าง ไฮไลท์คือกุ้งแดงจาก Mazara del Vallo มีรสชาติหวานและเนื้อนุ่มละมุนท็อปด้วยแผ่นเจลน้ำพล่า ส่วนข้าง ๆ กันคือโฟมผักชีนั่นเอง
MUN ALOO, ANT EGGS, MASHED POTATOมันอาลูเป็นชื่อมันฝรั่งจากภูเขาทางภาคเหนือของประเทศไทย เชฟนำเสนอมาใสรูปแบบมันบดคู่กันกับแหนมสุกพื้นบ้านรสเลิศ เพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสด้วยผงแคบหมูและไข่มดแดง จากนั้นเสริมด้วยรสชาติของมะเขือเทศแห้งและพริกแห้งทอดหอม ๆ (14/20)
รูปที่ 6
MUN ALOO, ANT EGGS, MASHED POTATOมันอาลูเป็นชื่อมันฝรั่งจากภูเขาทางภาคเหนือของประเทศไทย เชฟนำเสนอมาใสรูปแบบมันบดคู่กันกับแหนมสุกพื้นบ้านรสเลิศ เพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสด้วยผงแคบหมูและไข่มดแดง จากนั้นเสริมด้วยรสชาติของมะเขือเทศแห้งและพริกแห้งทอดหอม ๆ (14/20)
ล้างปากด้วยไข่ตุ๋นน้ำปลาที่เชฟใส่หอยนางรมกงฟีรมควัน เห็ดดอง และอโรมาของทรัฟเฟิลเข้ามาด้วย
รูปที่ 7
ล้างปากด้วยไข่ตุ๋นน้ำปลาที่เชฟใส่หอยนางรมกงฟีรมควัน เห็ดดอง และอโรมาของทรัฟเฟิลเข้ามาด้วย
SQUID, BLACK INK SAUCE, YELLOW PEPPER SAUCE, BERGAMOTหมึกน้ำดำนำเสนอมาโดยการวางเรียงชิ้นหมึกเป็นชั้นมิลเฟย เนื้อสัมผัสมีความหนึบ ตัวซอสมีความจัดจ้าน หอมกลิ่นดีหมึก เข้ากันกับซอสพริกเหลืองที่มีความฉุนเบา ๆ (14/20)
รูปที่ 8
SQUID, BLACK INK SAUCE, YELLOW PEPPER SAUCE, BERGAMOTหมึกน้ำดำนำเสนอมาโดยการวางเรียงชิ้นหมึกเป็นชั้นมิลเฟย เนื้อสัมผัสมีความหนึบ ตัวซอสมีความจัดจ้าน หอมกลิ่นดีหมึก เข้ากันกับซอสพริกเหลืองที่มีความฉุนเบา ๆ (14/20)
GROUPER, SMOKED FISH "TOM KLONG" BROTH, PICKLED SIAM TULIPต้มโย้งเป็นเมนูที่มีต้นตำรับมาจากร้านนิตยาไก่ย่าง สูตรเดิมเป็นการผสมผสานจุดเด่นของต้มยำและต้มโคล้ง เชฟนำซุปดาชิและปลากดแห้งมาเคี่ยวรวมกัน จากนั้นใส่พริกหยวกที่ผ่านการแช่น้ำพอนสึ 14 วันและเผาจนหอม ข้าง ๆ คือ ไฮไลท์คือเนื้อปลากุดสลาดที่ใช้เทคนิคการทอดแบบมีเกล็ดกรอบนั่นเอง (14/20)
รูปที่ 9
GROUPER, SMOKED FISH "TOM KLONG" BROTH, PICKLED SIAM TULIPต้มโย้งเป็นเมนูที่มีต้นตำรับมาจากร้านนิตยาไก่ย่าง สูตรเดิมเป็นการผสมผสานจุดเด่นของต้มยำและต้มโคล้ง เชฟนำซุปดาชิและปลากดแห้งมาเคี่ยวรวมกัน จากนั้นใส่พริกหยวกที่ผ่านการแช่น้ำพอนสึ 14 วันและเผาจนหอม ข้าง ๆ คือ ไฮไลท์คือเนื้อปลากุดสลาดที่ใช้เทคนิคการทอดแบบมีเกล็ดกรอบนั่นเอง (14/20)
NOPPAGAO CURRY, CHICKEN, NINE TREASURES (9 SEASONAL VEGETABLES)แกงนพเก้าเป็นเมนูอาหารไทยโบราณที่เชฟนำเสนอมาในรูปแบบร่วมสมัย เนื้อไก่ยัดไส้แจงลอนสร้างรสชาติที่มีมิติ จากนั้นราดด้วยซอสแกงเข้มข้น รอบ ๆ คือผัก 9 ชนิดที่เตรียมโดยใช้เทคนิคที่แตกต่างกันทั้งผัด ทอด เผา ย่าง กงฟี และลวกเป็นต้น (14/20)
รูปที่ 10
NOPPAGAO CURRY, CHICKEN, NINE TREASURES (9 SEASONAL VEGETABLES)แกงนพเก้าเป็นเมนูอาหารไทยโบราณที่เชฟนำเสนอมาในรูปแบบร่วมสมัย เนื้อไก่ยัดไส้แจงลอนสร้างรสชาติที่มีมิติ จากนั้นราดด้วยซอสแกงเข้มข้น รอบ ๆ คือผัก 9 ชนิดที่เตรียมโดยใช้เทคนิคที่แตกต่างกันทั้งผัด ทอด เผา ย่าง กงฟี และลวกเป็นต้น (14/20)
NOPPAGAO CURRY, CHICKEN, NINE TREASURES (9 SEASONAL VEGETABLES)ข้าวผัดน้ำพริกรัชกาลที่ 6 ที่ใช้ซอสเอ็กซ์โอโฮมเมดเตรียมามาจากกังป๋วย จากนั้นผสมพริกเผาเข้าไปด้วย (14/20)
รูปที่ 11
NOPPAGAO CURRY, CHICKEN, NINE TREASURES (9 SEASONAL VEGETABLES)ข้าวผัดน้ำพริกรัชกาลที่ 6 ที่ใช้ซอสเอ็กซ์โอโฮมเมดเตรียมามาจากกังป๋วย จากนั้นผสมพริกเผาเข้าไปด้วย (14/20)
BEEF SKEWER, NORTHERN SPICES, RAMA VI-FLAVOURED RICEคั่วแฮ่มเป็นเมนูเนื้อจากภาคเหนือ เชฟผสมผสานใบโกสน ผงกะหรี่ และขมิ้น จากนั้นเสิร์ฟมากับซอสเห็ดสร้างมิติความเปรี้ยวและอุมามิ (14/20)
รูปที่ 12
BEEF SKEWER, NORTHERN SPICES, RAMA VI-FLAVOURED RICEคั่วแฮ่มเป็นเมนูเนื้อจากภาคเหนือ เชฟผสมผสานใบโกสน ผงกะหรี่ และขมิ้น จากนั้นเสิร์ฟมากับซอสเห็ดสร้างมิติความเปรี้ยวและอุมามิ (14/20)
PALM SUGAR & RUM ICE CREAM, RAMBUTAN, ORANGE SAGO, BERGAMOT SKIN, GINGER COMPÔTEส้มฉุนที่เชฟปรับรูปแบบการเสิร์ฟมาโดยใช้น้ำเงาะกระป๋องมาเตรียมเป็นโฟม เชฟใส่กลิ่นของมะกรูดลงไปด้วย ด้านล่างคือครัมเบิ้ลกุ้งแห้ง ซอร์เบท์มะลิ ส้ม มะยงชิด และกอมโปตขิง (14/20)
รูปที่ 13
PALM SUGAR & RUM ICE CREAM, RAMBUTAN, ORANGE SAGO, BERGAMOT SKIN, GINGER COMPÔTEส้มฉุนที่เชฟปรับรูปแบบการเสิร์ฟมาโดยใช้น้ำเงาะกระป๋องมาเตรียมเป็นโฟม เชฟใส่กลิ่นของมะกรูดลงไปด้วย ด้านล่างคือครัมเบิ้ลกุ้งแห้ง ซอร์เบท์มะลิ ส้ม มะยงชิด และกอมโปตขิง (14/20)
PETIT FOURSปิดท้ายด้วยของหวานจิ๋วคือขนมชั้นชาไทย, ขนมผิงฟินองซิเยท็อปด้วยครีมเลมอนเคิร์ดและเบอร์รี่ สุดท้ายคือฟลานขนมหม้อแกงท็อปด้วยถั่วพิสตาชิโอ้และไวท์ช็อกโกแลต
รูปที่ 14
PETIT FOURSปิดท้ายด้วยของหวานจิ๋วคือขนมชั้นชาไทย, ขนมผิงฟินองซิเยท็อปด้วยครีมเลมอนเคิร์ดและเบอร์รี่ สุดท้ายคือฟลานขนมหม้อแกงท็อปด้วยถั่วพิสตาชิโอ้และไวท์ช็อกโกแลต
เชฟโต้งได้เลือกใช้คำว่า Gluttony มาเป็นสัญลักษณ์แทนความตั้งใจของเชฟในการเสิร์ฟอาหารอย่างคุ้มค่าทั้งในด้านรสชาติ ปริมาณ และการจัดการวัตถุดิบให้เหลือทิ้งน้อยที่สุด ตัวร้านตั้งอยู่ในโครงการ The Parti by Areeya ย่านลาดปลาเค้า แบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 ชั้น โดยแต่ละชั้นสะท้อนแนวคิดที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนเริ่มจากชั้นสองเป็นห้องอาหารภายใต้ธีม Heaven นำเสนอรายการแบบ À La Carte ให้ลูกค้าได้ดื่มด่ำกับเมนูหลากหลายตั้งแต่พิซซ่า พาสต้า เนื้อ Dry Aged ไปจนถึงจานที่ต้องอาศัยเทคนิคและเวลาอย่างเช่นเมนคอร์ส ชั้นสามคือโซน Private Dining ภายใต้ธีม Hell เน้นโทนสีแดงและแสงสลัวให้ความรู้สึกเข้มข้นและเร้าอารมณ์เหมาะสำหรับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการความเป็นส่วนตัว ที่นี่ไม่เพียงแค่เสิร์ฟอาหารเท่านั้นแต่ยังถ่ายทอดปรัชญาเรื่องการกินอย่างมีความหมาย ผ่านประสบการณ์ที่ทั้งครบถ้วนและสร้างสรรค์ในทุกมิติของมื้ออาหาร
รูปที่ 15
เชฟโต้งได้เลือกใช้คำว่า Gluttony มาเป็นสัญลักษณ์แทนความตั้งใจของเชฟในการเสิร์ฟอาหารอย่างคุ้มค่าทั้งในด้านรสชาติ ปริมาณ และการจัดการวัตถุดิบให้เหลือทิ้งน้อยที่สุด ตัวร้านตั้งอยู่ในโครงการ The Parti by Areeya ย่านลาดปลาเค้า แบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 ชั้น โดยแต่ละชั้นสะท้อนแนวคิดที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนเริ่มจากชั้นสองเป็นห้องอาหารภายใต้ธีม Heaven นำเสนอรายการแบบ À La Carte ให้ลูกค้าได้ดื่มด่ำกับเมนูหลากหลายตั้งแต่พิซซ่า พาสต้า เนื้อ Dry Aged ไปจนถึงจานที่ต้องอาศัยเทคนิคและเวลาอย่างเช่นเมนคอร์ส ชั้นสามคือโซน Private Dining ภายใต้ธีม Hell เน้นโทนสีแดงและแสงสลัวให้ความรู้สึกเข้มข้นและเร้าอารมณ์เหมาะสำหรับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการความเป็นส่วนตัว ที่นี่ไม่เพียงแค่เสิร์ฟอาหารเท่านั้นแต่ยังถ่ายทอดปรัชญาเรื่องการกินอย่างมีความหมาย ผ่านประสบการณ์ที่ทั้งครบถ้วนและสร้างสรรค์ในทุกมิติของมื้ออาหาร
🎗️ เจ้าของร้านและหัวหน้าเชฟ “เชฟโต้ง–ยุทธจักร แสงศาสตรา” สำเร็จการศึกษาจากวิทยาลัยดุสิตธานี เขาเริ่มต้นเส้นทางสายอาชีพจากห้องอาหาร Cyan ภายในโรงแรม COMO Metropolitan Bangkok (ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของห้องอาหาร Nahm) ก่อนจะออกเดินทางไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในต่างแดนโดยเริ่มจากการเป็นเชฟในประเทศมัลดีฟส์เป็นเวลาหนึ่งปีต่อด้วยการรับหน้าที่เป็น Private Chef บนหมู่เกาะ Ibiza ประเทศสเปน เมื่อถึงจุดหนึ่งตัดสินใจพักจากแวดวงอาหารนานถึง 10 ปีเต็ม ก่อนจะกลับมาสู่ครัวอีกครั้งด้วยการปรับบ้านของตัวเองให้กลายเป็นห้องอาหาร “Gluttony by The Sin” และย้ายมาสู่ยังตำแหน่งปัจจุบัน นอกเหนือจากเมนู À La Carte ที่เน้นอาหารตะวันตกแล้ว เชฟยังสร้างสรรค์ Tasting Menu ที่ปรับรูปแบบการนำเสนอตามโอกาสเพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์รสชาติที่แตกต่างและน่าจดจำ รายการไวน์มีให้เลือกหลากหลายเนื่องจากตัวเชฟเองก็เป็นผู้ที่หลงรักไวน์จากทั่วทุกมุมโลกเช่นกัน
รูปที่ 16
🎗️ เจ้าของร้านและหัวหน้าเชฟ “เชฟโต้ง–ยุทธจักร แสงศาสตรา” สำเร็จการศึกษาจากวิทยาลัยดุสิตธานี เขาเริ่มต้นเส้นทางสายอาชีพจากห้องอาหาร Cyan ภายในโรงแรม COMO Metropolitan Bangkok (ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของห้องอาหาร Nahm) ก่อนจะออกเดินทางไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในต่างแดนโดยเริ่มจากการเป็นเชฟในประเทศมัลดีฟส์เป็นเวลาหนึ่งปีต่อด้วยการรับหน้าที่เป็น Private Chef บนหมู่เกาะ Ibiza ประเทศสเปน เมื่อถึงจุดหนึ่งตัดสินใจพักจากแวดวงอาหารนานถึง 10 ปีเต็ม ก่อนจะกลับมาสู่ครัวอีกครั้งด้วยการปรับบ้านของตัวเองให้กลายเป็นห้องอาหาร “Gluttony by The Sin” และย้ายมาสู่ยังตำแหน่งปัจจุบัน นอกเหนือจากเมนู À La Carte ที่เน้นอาหารตะวันตกแล้ว เชฟยังสร้างสรรค์ Tasting Menu ที่ปรับรูปแบบการนำเสนอตามโอกาสเพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์รสชาติที่แตกต่างและน่าจดจำ รายการไวน์มีให้เลือกหลากหลายเนื่องจากตัวเชฟเองก็เป็นผู้ที่หลงรักไวน์จากทั่วทุกมุมโลกเช่นกัน