GASTRONOME THAILAND by ตามล่า Fine Dining
Ginza Sushi Ichi
Selected

ThailandGinza Sushi Ichi · กินซ่า ซูชิ อิจิ

Sushi · ร้านซูชิ — 3rd Floor,999 Gaysorn Centre Room 3F-08 แขวง ลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

🎗 กินซ่า ซูชิ อิจิ ร้านซูชิระดับ 1 ดาวมิชลินร้านแรกและร้านเดียวในมิชลินไกด์ฉบับกรุงเทพฯปี 2019 มีสาขาทั้งในย่านกินซ่ากรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น สาขากรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย และสาขาติดดาวมิชลินในประเทศสิงคโปร์ สำหรับสาขาประเทศไทยนั้นตั้งอยู่ในศูนย์การค้าเอราวัณชั้น LG และได้รับรางวัล 1 ดาวมิชลินตั้งเเต่ปี 2018 มาจนถึงปัจจุบัน

🎗 เช่นเดียวกับร้านซูชิทั่วไปที่หน้าร้านมีการออกเเบบและตกแต่งอย่างเรียบง่าย มีเพียงป้ายทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าเล็กๆสลักชื่อร้านด้วยอักษรคันจิสีดำ ข้างในมีห้องรับรองลูกค้ารวมสองห้อง มีเคาเตอร์บาร์ทำจากไม้ฮิโนกิตามแบบฉบับร้านซูชิคลาสสิค แต่ละห้องจะมีเชฟหนึ่งท่านโดยเชฟที่บริการเสิร์ฟซูชิให้เราในวันนี้คือวาตารุซังที่ดูท่าจะเป็นคนขี้อายหน่อยๆ อาหารที่นี่แบ่งเป็นมื้อกลางวันและกลางคืน โดยมีราคาเริ่มต้นคือคอร์ส Fuyou ที่มีราคาเพียงเเค่ 1,800++ บาทเท่านั้น ถัดขึ้นมาจะเป็นคอร์ส Botan ในราคา 3,000++ บาท และคอร์ส Omakase ในราคา 4,000++ บาท โดยทุกคอร์สจะมี Nigiri Sushi จำนวน 8 ชิ้น แต่จะเเตกต่างกันที่ Appetizer, Sashimi และชนิดของ Nigiri Sushi นอกจากนี้ทางร้านยังมี Signature a la carte menu ที่ลูกค้าสามารถสั่งเพิ่มเติมได้เป็นพิเศษ อย่างแรกคือ Awabi หรือ Japanese abalone เป็นข้าวหน้าหอยเปาฮื้อรสเลิศราดด้วยซอสตับหอยเสิร์ฟมาในราคาจานละ 1,800 บาท ยังมี Ankimo หรือ Monk fish liver ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นฟัวกราส์แห่งท้องทะเลโดยเชฟจะแล่ตับปลาให้ดูกันสดๆเสิร์ฟในราคา 850++ บาท วัตถุดิบหลักทั้งปลา กุ้ง หอยของที่นี่นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นแบบ “วันต่อวัน” เพื่อรับประกันความสดใหม่ของซูชิทุกคำที่ทางร้านจัดเสิร์ฟอีกด้วย

🎗 วันนี้เราเลือกทานคอร์สใหญ่ที่สุดของทางร้านคือ Omakase และเลือกสั่งเมนูอลาคาร์ททั้งสองอย่างมาชิมกัน ซูชิทุกคำที่เสิร์ฟมาเราสามารถรับรู้ได้ถึงความสดของเนื้อปลา ส่วนการแล่ปลาและเทคนิคการปั้นข้าวซูชิอยู่ในเกณฑ์ใช้ได้และยังไม่โดดเด่นมากนัก อย่างไรก็ตามคุณภาพของซูชิที่นี่ถือว่าดีพอที่จะได้รับรางวัล 1 ดาวมิชลิน และเป็นร้านซูชิที่ดีที่สุดร้านหนึ่งในกรุงเทพฯได้อย่างไม่ต้องสงสัย

🎗 ปล. ใครที่อยากทราบความต่างของคอร์ส Foyou ราคา 1,800++ บาท กับคอร์ส Omakase ราคา 4,000++ บาท เรามีภาพสรุปไว้ให้ 3 รูปสุดท้ายจ้า

ภาพของร้านอาหาร

ทั้งหมด 41 รูป

🇹🇭 Ginza Sushi Ichi - กินซ่า ซูชิ อิจิ
รูปที่ 1
🇹🇭 Ginza Sushi Ichi - กินซ่า ซูชิ อิจิ
⭐️ 1 Michelin Star - 1 ดาวมิชลิน
รูปที่ 2
⭐️ 1 Michelin Star - 1 ดาวมิชลิน
🍣 กินซ่า ซูชิ อิจิ ร้านซูชิระดับ 1 ดาวมิชลินร้านแรกและร้านเดียวในมิชลินไกด์ ฉบับกรุงเทพฯปี 2019 ตัวร้านมีสาขาทั้งในย่านกินซ่ากรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น สาขากรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย และสาขาติดดาวมิชลินในประเทศสิงคโปร์ สำหรับสาขาประเทศไทยนั้นตั้งอยู่ในศูนย์การค้าเอราวัณชั้น LG และได้รับรางวัล 1 ดาวมิชลินตั้งเเต่ปี 2018 มาจนถึงปัจจุบัน
รูปที่ 3
🍣 กินซ่า ซูชิ อิจิ ร้านซูชิระดับ 1 ดาวมิชลินร้านแรกและร้านเดียวในมิชลินไกด์ ฉบับกรุงเทพฯปี 2019 ตัวร้านมีสาขาทั้งในย่านกินซ่ากรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น สาขากรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย และสาขาติดดาวมิชลินในประเทศสิงคโปร์ สำหรับสาขาประเทศไทยนั้นตั้งอยู่ในศูนย์การค้าเอราวัณชั้น LG และได้รับรางวัล 1 ดาวมิชลินตั้งเเต่ปี 2018 มาจนถึงปัจจุบัน
Appetizer Shungiku kani dashimaki, Iwachi, Kisu Tempura สำหรับอาหารทานเล่นจานเเรกเริ่มจากถ้วยใสด้านบนคือ ชุนกิคุ หรือผักตั้งโอ๋ เชฟนำไปเเช่ในน้ำดาชิผสมเนื้อปูทอปด้วยดอกเบญจมาศ เสิร์ฟมาแบบเย็น ตอนทานจะได้กลิ่นหอมและความสดชื่นจากเนื้อปูกับรสหวานอ่อนๆจากธรรมชาติของผัก อร่อยใช้ได้เลย (14/20) ถัดมาทางซ้ายคือ อิวาชิ หรือปลาซาดีนญี่ปุ่นต้มซีอิ๊วหวาน ทอปด้วยมัสตาร์ด เนื้อสัมผัสของปลาเเข็งหน่อยๆ ซีอิ๊วรสหวานเค็ม ช่วยเรียกน้ำย่อยได้ดี (13/20) สุดท้ายคือ คิสึเทมปุระ หรือปลาทรายญี่ปุ่นชุบแป้งทอดทอปด้วยดอกและใบโอบะสับจากนั้นนำไปต้ม ตัวเทมปุระกรอบนอก นุ่มใน ทานคำเดียวอร่อยสุดๆ (15/20)
รูปที่ 4
Appetizer Shungiku kani dashimaki, Iwachi, Kisu Tempura สำหรับอาหารทานเล่นจานเเรกเริ่มจากถ้วยใสด้านบนคือ ชุนกิคุ หรือผักตั้งโอ๋ เชฟนำไปเเช่ในน้ำดาชิผสมเนื้อปูทอปด้วยดอกเบญจมาศ เสิร์ฟมาแบบเย็น ตอนทานจะได้กลิ่นหอมและความสดชื่นจากเนื้อปูกับรสหวานอ่อนๆจากธรรมชาติของผัก อร่อยใช้ได้เลย (14/20) ถัดมาทางซ้ายคือ อิวาชิ หรือปลาซาดีนญี่ปุ่นต้มซีอิ๊วหวาน ทอปด้วยมัสตาร์ด เนื้อสัมผัสของปลาเเข็งหน่อยๆ ซีอิ๊วรสหวานเค็ม ช่วยเรียกน้ำย่อยได้ดี (13/20) สุดท้ายคือ คิสึเทมปุระ หรือปลาทรายญี่ปุ่นชุบแป้งทอดทอปด้วยดอกและใบโอบะสับจากนั้นนำไปต้ม ตัวเทมปุระกรอบนอก นุ่มใน ทานคำเดียวอร่อยสุดๆ (15/20)
2nd Appetizer Hirame, Engawa, Saba, Tsubugai สำหรับอาหารว่างเซ็ตที่สองจะเสิร์ฟมาอย่างละสองชิ้น ให้สลับทานกับเกลือทะเลเเละโชยุอย่างละชิ้นจะได้รสชาติที่แตกต่างกัน เริ่มจากปลาเนื้อขาวทางซ้ายมือสุดคือ “ฮิราเมะ” หรือเนื้อปลาตาเดียวญี่ปุ่น แล่มาบางๆ สีขาวใสสวยงามมากๆ วางมาบนหัวไชเท้าหั่นฝอย (15/20) ถัดมาสีขาวข้างๆกันคือ “เอ็นกาวะ” หรือส่วนครีบของปลาตาเดียว ใครจะรู้ว่าครีบนั้นอร่อยกว่าเนื้อเสียอีก ด้วยความที่มีเนื้อสัมผัสเคี้ยวกรึบคล้ายข้อกระดูกไก่ เเต่ยังไม่ทิ้งความนุ่มในแบบของเนื้อปลา ทานเพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่ดี เเละชูรสชาติด้วยโชยุและเกลือ อร่อยมากๆทั้งสองคำ (16/20) ถัดมาคือ “ซาบะ” ที่เชฟนำไปดองจนมีรสหวานอ่อนๆ เเนะนำให้ทานกับซอสโชยุเท่านั้นเพราะปลาที่ดองมามีรสชาติเค็มอยู่แล้ว หากทานกับเกลืออาจมีรสเค็มจนเกินไป (14/20) สุดท้ายคือ “ซึบุไก” หรือเนื้อหอยสังข์วางมาบนสาหร่ายวากาเมะและเลมอน (14/20)
รูปที่ 5
2nd Appetizer Hirame, Engawa, Saba, Tsubugai สำหรับอาหารว่างเซ็ตที่สองจะเสิร์ฟมาอย่างละสองชิ้น ให้สลับทานกับเกลือทะเลเเละโชยุอย่างละชิ้นจะได้รสชาติที่แตกต่างกัน เริ่มจากปลาเนื้อขาวทางซ้ายมือสุดคือ “ฮิราเมะ” หรือเนื้อปลาตาเดียวญี่ปุ่น แล่มาบางๆ สีขาวใสสวยงามมากๆ วางมาบนหัวไชเท้าหั่นฝอย (15/20) ถัดมาสีขาวข้างๆกันคือ “เอ็นกาวะ” หรือส่วนครีบของปลาตาเดียว ใครจะรู้ว่าครีบนั้นอร่อยกว่าเนื้อเสียอีก ด้วยความที่มีเนื้อสัมผัสเคี้ยวกรึบคล้ายข้อกระดูกไก่ เเต่ยังไม่ทิ้งความนุ่มในแบบของเนื้อปลา ทานเพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่ดี เเละชูรสชาติด้วยโชยุและเกลือ อร่อยมากๆทั้งสองคำ (16/20) ถัดมาคือ “ซาบะ” ที่เชฟนำไปดองจนมีรสหวานอ่อนๆ เเนะนำให้ทานกับซอสโชยุเท่านั้นเพราะปลาที่ดองมามีรสชาติเค็มอยู่แล้ว หากทานกับเกลืออาจมีรสเค็มจนเกินไป (14/20) สุดท้ายคือ “ซึบุไก” หรือเนื้อหอยสังข์วางมาบนสาหร่ายวากาเมะและเลมอน (14/20)
2nd Appetizer Sea salt and shoyu เสิร์ฟมาให้ทานกับเกลือทะเลและโชยุ
รูปที่ 6
2nd Appetizer Sea salt and shoyu เสิร์ฟมาให้ทานกับเกลือทะเลและโชยุ
Shimaaji คำนี้คือ “ชิมะอะจิ” หรือปลาทูหางเหลือง เป็นนิงิริที่รสชาติจัดว่าน่าสนใจมาก เพราะเเม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นปลาทู เเต่รสชาติที่ออกมาไม่ได้มีรสเค็มหรือกลิ่นทะเลเเรงแบบที่ปลาทูทั่วไปมี เนื้อปลาเคี้ยวหนึบ ไม่มีกลิ่นเค็มที่เเรงเกินไปตัดรสกับวาซาบิอย่างลงตัว เเละน่าจะเป็นชิมะอะจิที่ดี่ที่สุดร้านหนึ่งในกรุงเทพเลยทีเดียว (16/20)
รูปที่ 7
Shimaaji คำนี้คือ “ชิมะอะจิ” หรือปลาทูหางเหลือง เป็นนิงิริที่รสชาติจัดว่าน่าสนใจมาก เพราะเเม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นปลาทู เเต่รสชาติที่ออกมาไม่ได้มีรสเค็มหรือกลิ่นทะเลเเรงแบบที่ปลาทูทั่วไปมี เนื้อปลาเคี้ยวหนึบ ไม่มีกลิ่นเค็มที่เเรงเกินไปตัดรสกับวาซาบิอย่างลงตัว เเละน่าจะเป็นชิมะอะจิที่ดี่ที่สุดร้านหนึ่งในกรุงเทพเลยทีเดียว (16/20)
Kinmedai หนึ่งในนิงิริซูชิทีเด็ดของคอร์สโอมากาเสะคือ “คินเมะได” หรือปลากะพงแดงตาโต มีเนื้อสีส้มอมชมพูสวยงาม เนื้อสัมผัสนุ่ม แทบจะละลายในปาก มีรสหวานของเนื้อปลาตัดกับรสและกลิ่นของวาซาบิ อร่อยสุดๆ (16/20)
รูปที่ 8
Kinmedai หนึ่งในนิงิริซูชิทีเด็ดของคอร์สโอมากาเสะคือ “คินเมะได” หรือปลากะพงแดงตาโต มีเนื้อสีส้มอมชมพูสวยงาม เนื้อสัมผัสนุ่ม แทบจะละลายในปาก มีรสหวานของเนื้อปลาตัดกับรสและกลิ่นของวาซาบิ อร่อยสุดๆ (16/20)
Todai Tsubu จานนี้คือโทไดซึบุ หรือลูกหอยสังข์นำไปคลุกกับซอสงา ใส่สาหร่ายวากาเมะ เฮียวงะหรือดอกขิงดอง ทอปด้วยดอกคานาโฮะหรือดอกใบชิโสะ ทานเเล้วจะได้เนื้อสัมผัสเคี้ยวหนึบของลูกหอย กลิ่นหอมและความครีมมี่ของซอสงา และความหวานของผักนานาชนิด (12/20)
รูปที่ 9
Todai Tsubu จานนี้คือโทไดซึบุ หรือลูกหอยสังข์นำไปคลุกกับซอสงา ใส่สาหร่ายวากาเมะ เฮียวงะหรือดอกขิงดอง ทอปด้วยดอกคานาโฮะหรือดอกใบชิโสะ ทานเเล้วจะได้เนื้อสัมผัสเคี้ยวหนึบของลูกหอย กลิ่นหอมและความครีมมี่ของซอสงา และความหวานของผักนานาชนิด (12/20)
Wakasagi ถัดมาคือ “วาคาซางิ” ปลาขนาดเล็กที่ใช้ชีวิตในทะเลน้ำแข็ง นำไปทอด หมักด้วยซอสรสหวาน ทอปด้วยพริกแห้งของญี่ปุ่น เสิร์ฟมาเย็นๆ เนื้อปลามีเนื้อสัมผัสเเข็งหน่อยๆตามประสาปลาตัวเล็ก รสหวานของซอสดับกลิ่นคาวปลาได้ดี (13/20)
รูปที่ 10
Wakasagi ถัดมาคือ “วาคาซางิ” ปลาขนาดเล็กที่ใช้ชีวิตในทะเลน้ำแข็ง นำไปทอด หมักด้วยซอสรสหวาน ทอปด้วยพริกแห้งของญี่ปุ่น เสิร์ฟมาเย็นๆ เนื้อปลามีเนื้อสัมผัสเเข็งหน่อยๆตามประสาปลาตัวเล็ก รสหวานของซอสดับกลิ่นคาวปลาได้ดี (13/20)
Akami อากามิหรือเนื้อส่วนหลังของปลาทูน่า เป็นส่วนที่มีความเป็นปลาสูง มีไขมันน้อย ทานเข้าไปจะได้รสเปรี้ยวของข้าวตัดกับรสของเนื้อปลา มีกลิ่นของส้มยูซูอ่อนๆแยกกันกับกลิ่นของวาซาบิ จัดเป็นซูชิอากามิที่ดีมากเลย (15/20)
รูปที่ 11
Akami อากามิหรือเนื้อส่วนหลังของปลาทูน่า เป็นส่วนที่มีความเป็นปลาสูง มีไขมันน้อย ทานเข้าไปจะได้รสเปรี้ยวของข้าวตัดกับรสของเนื้อปลา มีกลิ่นของส้มยูซูอ่อนๆแยกกันกับกลิ่นของวาซาบิ จัดเป็นซูชิอากามิที่ดีมากเลย (15/20)
Ika อิกะ หรือปลาหมึก แล่มาสวยงามขนาดพอดีคำ เพิ่มรสชาติด้วยซึดาจิหรือมะนาวญี่ปุ่น ตอนทานจะได้เนื้อสัมผัสเคี้ยวหนึบของปลาหมึก ตัดด้วยรสเปรี้ยว ของมะนาวและกลิ่นของวาซาบิ อย่างไรก็ตามเนื้อสัมผัสของหมึกยังจัดว่าเหนียวไปสักหน่อย (14/20)
รูปที่ 12
Ika อิกะ หรือปลาหมึก แล่มาสวยงามขนาดพอดีคำ เพิ่มรสชาติด้วยซึดาจิหรือมะนาวญี่ปุ่น ตอนทานจะได้เนื้อสัมผัสเคี้ยวหนึบของปลาหมึก ตัดด้วยรสเปรี้ยว ของมะนาวและกลิ่นของวาซาบิ อย่างไรก็ตามเนื้อสัมผัสของหมึกยังจัดว่าเหนียวไปสักหน่อย (14/20)
Awabi (1,800++) อะวาบิหรือข้าวหน้าหอยเปาฮื้อ เมนูอลาคาร์ทซิกเนเจอร์ของทางร้านที่ขายในราคาสูงถึงจานละ 1,800++ บาท ตัวข้าวสุกกำลังดี นุ่มใช้ได้ ทานกับหอยเปาฮ้อญี่ปุ่นที่หั่นมาเป็นชิ้น เนื้อสัมผัสเคี้ยวหนึบ มีกลิ่นหอม ไร้ซึ่งกลิ่นคาว ราดด้วยซอสสีเขียวทำจากตับหอยเปาฮื้อ ตัวซอสเนื้อเนียน ครีมมี่ ละมุน เสมือนเป็นกาวเชื่อมข้าวกับหอยเข้าด้วยกัน อร่อยสมกับมาตรฐาน 1 ดาวมิชลิน เเละจัดเป็นเมนูห้ามพลาดสำหรับการมาทานซูชิที่นี่เลยทีเดียว (17/20)
รูปที่ 13
Awabi (1,800++) อะวาบิหรือข้าวหน้าหอยเปาฮื้อ เมนูอลาคาร์ทซิกเนเจอร์ของทางร้านที่ขายในราคาสูงถึงจานละ 1,800++ บาท ตัวข้าวสุกกำลังดี นุ่มใช้ได้ ทานกับหอยเปาฮ้อญี่ปุ่นที่หั่นมาเป็นชิ้น เนื้อสัมผัสเคี้ยวหนึบ มีกลิ่นหอม ไร้ซึ่งกลิ่นคาว ราดด้วยซอสสีเขียวทำจากตับหอยเปาฮื้อ ตัวซอสเนื้อเนียน ครีมมี่ ละมุน เสมือนเป็นกาวเชื่อมข้าวกับหอยเข้าด้วยกัน อร่อยสมกับมาตรฐาน 1 ดาวมิชลิน เเละจัดเป็นเมนูห้ามพลาดสำหรับการมาทานซูชิที่นี่เลยทีเดียว (17/20)
Kamasu คามาซึ หรือปลา Baraccuda ชื่อภาษาไทยคือปลาน้ำดอกไม้ นำไปย่างจนสุก ทอปด้วยดอกขิง โดยตอนทานให้ทานดอกขิงก่อน โดยจะมีกลิ่นขิงอ่อนๆ มีรสขมเบาๆ ทีเด็ดคือเนื้อปลานุ่ม ละมุนมากราวกับสำลี มีรสหวานธรรมชาติของเนื้อปลาเจือไปกับกลิ่นหอมที่ได้จากการย่างถ่าน อร่อยเด็ดมากๆ (17/20)
รูปที่ 14
Kamasu คามาซึ หรือปลา Baraccuda ชื่อภาษาไทยคือปลาน้ำดอกไม้ นำไปย่างจนสุก ทอปด้วยดอกขิง โดยตอนทานให้ทานดอกขิงก่อน โดยจะมีกลิ่นขิงอ่อนๆ มีรสขมเบาๆ ทีเด็ดคือเนื้อปลานุ่ม ละมุนมากราวกับสำลี มีรสหวานธรรมชาติของเนื้อปลาเจือไปกับกลิ่นหอมที่ได้จากการย่างถ่าน อร่อยเด็ดมากๆ (17/20)
Chutoro ปลาทูน่าส่วนชูโทโร่ปั้นออกมาได้สวยงาม เนื้อปลาสีเเดง มีไขมันเเทรกอยู่ปานกลาง คำนี้เชฟทำอัตราส่วนข้าวต่อเนื้อปลาดีมากๆ เนื้อปลาสด ทำให้เนื้อสัมผัสของปลาออกมานุ่มกว่าร้านอื่นๆที่เคยทานมาในประเทศไทย ทานเเล้วไขมันของปลาเกือบจะละลายในปาก ฟินสุดๆ (16/20)
รูปที่ 15
Chutoro ปลาทูน่าส่วนชูโทโร่ปั้นออกมาได้สวยงาม เนื้อปลาสีเเดง มีไขมันเเทรกอยู่ปานกลาง คำนี้เชฟทำอัตราส่วนข้าวต่อเนื้อปลาดีมากๆ เนื้อปลาสด ทำให้เนื้อสัมผัสของปลาออกมานุ่มกว่าร้านอื่นๆที่เคยทานมาในประเทศไทย ทานเเล้วไขมันของปลาเกือบจะละลายในปาก ฟินสุดๆ (16/20)
Aji อะจิ ปลาทูญี่ปุ่น เชฟแล่มาเป็นชิ้นหนาพอสมควร ทอปด้วยขิงสด เนื้อปลาอาจินุ่ม เเต่ตรงกลางรู้สึกถึงความสดจากเนื้อที่เด้งสู้ฟันกว่าร้านซูชิอื่นที่เคยทานมาในประเทศไทย รสและกลิ่นของขิงไม่แรงจนกลบเนื้อปลา ถือว่าอร่อยใช้ได้เลยสำหรับปลาทูธรรมดา (16/20)
รูปที่ 16
Aji อะจิ ปลาทูญี่ปุ่น เชฟแล่มาเป็นชิ้นหนาพอสมควร ทอปด้วยขิงสด เนื้อปลาอาจินุ่ม เเต่ตรงกลางรู้สึกถึงความสดจากเนื้อที่เด้งสู้ฟันกว่าร้านซูชิอื่นที่เคยทานมาในประเทศไทย รสและกลิ่นของขิงไม่แรงจนกลบเนื้อปลา ถือว่าอร่อยใช้ได้เลยสำหรับปลาทูธรรมดา (16/20)
Uniikuradon ถัดมาเชฟจะจัดเตรียมเมนูข้าวให้เรา โดยสำหรับคอร์สโอมากาเสะจะได้ข้าวพิเศษกว่าคอร์สอื่นๆคือจะมีบาฟุนอูนิใส่ลงไปกับข้าวหน้าไข่ปลาแซลมอนด้วย (16/20)
รูปที่ 17
Uniikuradon ถัดมาเชฟจะจัดเตรียมเมนูข้าวให้เรา โดยสำหรับคอร์สโอมากาเสะจะได้ข้าวพิเศษกว่าคอร์สอื่นๆคือจะมีบาฟุนอูนิใส่ลงไปกับข้าวหน้าไข่ปลาแซลมอนด้วย (16/20)
Uni Ikura Don สำหรับเมนูข้าวซิกเนเจอร์ของทางร้านคือข้าวหน้าอิคุระหรือไข่ปลาเเซลมอน โดยคอร์สโอมากาเสะจะเพิ่ม Bafun Uni เป็นไข่หอยเม่นพันธุ์บาฟุนรสเลิศเข้าไปบนไข่ปลาแซลมอนอีกที ตัวอูนิมีความครีมมี่ อร่อยมากๆ ช่วยดับกลิ่นคาวของอิคุระได้อย่างลงตัว ข้าวด้านล่างสุกพอดี เคี้ยวหนึบ เมนูข้าวของที่นี่ถือว่าอร่อยกว่าร้านซูชิอื่นๆที่เคยไปทานมาในกรุงเทพฯทั้งหมด ห้ามพลาดเลยทีเดียว (16/20)
รูปที่ 18
Uni Ikura Don สำหรับเมนูข้าวซิกเนเจอร์ของทางร้านคือข้าวหน้าอิคุระหรือไข่ปลาเเซลมอน โดยคอร์สโอมากาเสะจะเพิ่ม Bafun Uni เป็นไข่หอยเม่นพันธุ์บาฟุนรสเลิศเข้าไปบนไข่ปลาแซลมอนอีกที ตัวอูนิมีความครีมมี่ อร่อยมากๆ ช่วยดับกลิ่นคาวของอิคุระได้อย่างลงตัว ข้าวด้านล่างสุกพอดี เคี้ยวหนึบ เมนูข้าวของที่นี่ถือว่าอร่อยกว่าร้านซูชิอื่นๆที่เคยไปทานมาในกรุงเทพฯทั้งหมด ห้ามพลาดเลยทีเดียว (16/20)
Anago นิงิริซูชิคำสุดท้ายคืออะนาโกะหรือปลาไหลทะเลญี่ปุ่น มีเนื้อสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์คือนุ่มคล้ายสำลีจนละลายได้ในปาก หอมกลิ่นย่างถ่าน และมีหวานเลิศจากน้ำซอส ปลาไหลทะเลที่นี่เนื้อนุ่ม ละมุนใช้ได้สมกับระดับ 1 ดาวมิชลิน แต่ยังด้อยกว่าร้านซูชิมาซาโตะที่มีเมนูนี้เป็นซิกเนเจอร์อยู่ขั้นหนึ่ง (15/20)
รูปที่ 19
Anago นิงิริซูชิคำสุดท้ายคืออะนาโกะหรือปลาไหลทะเลญี่ปุ่น มีเนื้อสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์คือนุ่มคล้ายสำลีจนละลายได้ในปาก หอมกลิ่นย่างถ่าน และมีหวานเลิศจากน้ำซอส ปลาไหลทะเลที่นี่เนื้อนุ่ม ละมุนใช้ได้สมกับระดับ 1 ดาวมิชลิน แต่ยังด้อยกว่าร้านซูชิมาซาโตะที่มีเมนูนี้เป็นซิกเนเจอร์อยู่ขั้นหนึ่ง (15/20)
Miso Soup ซุปมิโสะของที่นี่เพิ่มเนื้อสัมผัสเเละรสชาติด้วยการใส่มัน Nagaimo ฝนลงไปด้านล่าง ให้ลูกค้าคนก่อนทาน รสชาติของซุปกลมกล่อม หอมในเเบบที่ควรจะเป็น และมีความนวลของมันฝนอยู่ข้างล่าง (15/20)
รูปที่ 20
Miso Soup ซุปมิโสะของที่นี่เพิ่มเนื้อสัมผัสเเละรสชาติด้วยการใส่มัน Nagaimo ฝนลงไปด้านล่าง ให้ลูกค้าคนก่อนทาน รสชาติของซุปกลมกล่อม หอมในเเบบที่ควรจะเป็น และมีความนวลของมันฝนอยู่ข้างล่าง (15/20)
Himokyu Roll สำหรับโรลในคอร์สโอมากาเสะคือฮิโมะคิวหรือครีบหอยแครงทานกับแตงกวา (13/20)
รูปที่ 21
Himokyu Roll สำหรับโรลในคอร์สโอมากาเสะคือฮิโมะคิวหรือครีบหอยแครงทานกับแตงกวา (13/20)
Himokyu Roll ตัวโรลรสชาติอยู่ในเกณฑ์พอใช้ ม้วนออกมาโรลยังไม่สวยเท่าไหร่ กลิ่นของแตงกวาเเรงพอๆกับหอยเเครง ยังไม่จัดว่าเด็ดสักเท่าไหร่ (13/20)
รูปที่ 22
Himokyu Roll ตัวโรลรสชาติอยู่ในเกณฑ์พอใช้ ม้วนออกมาโรลยังไม่สวยเท่าไหร่ กลิ่นของแตงกวาเเรงพอๆกับหอยเเครง ยังไม่จัดว่าเด็ดสักเท่าไหร่ (13/20)
Tamago สุดท้ายก่อนเข้าของหวานคือทามาโกะหรือไข่หวานสูตรพิเศษที่ทางร้านใส่มันกับเนื้อกุ้งลงไปเพื่อเพิ่มกลิ่นหอมและความเนียนของไข่ รสชาติอยู่ในเกณฑ์ดีใช้ได้ แต่ยังสู้ไข่หวานของซูชิมาซาโตะกับซูชิมิซากิระดับมิชลิน เพลท ไม่ได้ (15/20)
รูปที่ 23
Tamago สุดท้ายก่อนเข้าของหวานคือทามาโกะหรือไข่หวานสูตรพิเศษที่ทางร้านใส่มันกับเนื้อกุ้งลงไปเพื่อเพิ่มกลิ่นหอมและความเนียนของไข่ รสชาติอยู่ในเกณฑ์ดีใช้ได้ แต่ยังสู้ไข่หวานของซูชิมาซาโตะกับซูชิมิซากิระดับมิชลิน เพลท ไม่ได้ (15/20)
Ankimo (850++) สุดท้ายคืออังกิโมะ หรือตับปลา Monk fish หมัก เมนูที่ได้รับการขนานนามว่า ฟัวกราส์แห่งท้องทะเล เเละเป็นอีกหนึ่งเมนูซิกเนเจอร์ของร้านกินซ่า ซูชิ อิจิ (16/20)
รูปที่ 24
Ankimo (850++) สุดท้ายคืออังกิโมะ หรือตับปลา Monk fish หมัก เมนูที่ได้รับการขนานนามว่า ฟัวกราส์แห่งท้องทะเล เเละเป็นอีกหนึ่งเมนูซิกเนเจอร์ของร้านกินซ่า ซูชิ อิจิ (16/20)
Ankimo (850++) เชฟจะหั่นตับปลาออกมาสองชิ้น แล้วหั่นครึ่งจนเป็นสี่ขิ้น เสิร์ฟมากับวาซาบิสด (16/20)
รูปที่ 25
Ankimo (850++) เชฟจะหั่นตับปลาออกมาสองชิ้น แล้วหั่นครึ่งจนเป็นสี่ขิ้น เสิร์ฟมากับวาซาบิสด (16/20)
Ankimo (850++) ตับปลามีความนุ่ม ละมุนลิ้นมากๆ ไร้ซึ่งกลิ่นคาวใดๆ มีความนวล ครีมมี่ ใช้ลิ้นดันจะได้ความเนียนของเนื้อตับละลายไปกับลิ้นเลย ทานตัดรสชาติด้วยวาซาบิสดรสเผ็ดอ่อนๆ คำเดียวก็ฟินสุดๆแล้ว (16/20)
รูปที่ 26
Ankimo (850++) ตับปลามีความนุ่ม ละมุนลิ้นมากๆ ไร้ซึ่งกลิ่นคาวใดๆ มีความนวล ครีมมี่ ใช้ลิ้นดันจะได้ความเนียนของเนื้อตับละลายไปกับลิ้นเลย ทานตัดรสชาติด้วยวาซาบิสดรสเผ็ดอ่อนๆ คำเดียวก็ฟินสุดๆแล้ว (16/20)
Desserts Salt Waffle Ice Cream, Shine Muscat Grape, Tofu Pudding, Red Bean Mochi สำหรับใครที่ไปฉลองวันสำคัญทางร้านจะมอบเซ็ทของหวานให้หนึ่งเซ็ท
รูปที่ 27
Desserts Salt Waffle Ice Cream, Shine Muscat Grape, Tofu Pudding, Red Bean Mochi สำหรับใครที่ไปฉลองวันสำคัญทางร้านจะมอบเซ็ทของหวานให้หนึ่งเซ็ท
Desserts Salt Waffle Ice Cream ขนมหวานอย่างเเรกคือขนมหวานสูตรซิกเนเจอร์ของทางร้าน คือวาฟเฟิลไอศกรีมเกลือ มีรสเค็มอ่อนๆดับกลิ่นปลาอาหารที่ทานมาทั้งหมดได้เป็นอย่างดี (13/20)
รูปที่ 28
Desserts Salt Waffle Ice Cream ขนมหวานอย่างเเรกคือขนมหวานสูตรซิกเนเจอร์ของทางร้าน คือวาฟเฟิลไอศกรีมเกลือ มีรสเค็มอ่อนๆดับกลิ่นปลาอาหารที่ทานมาทั้งหมดได้เป็นอย่างดี (13/20)
Desserts Tofu Pudding พุดดิ้งเต้าหู้รสเลิศ เนื้อสัมผัสเต้าหู้นุ่ม ละมุนคล้ายพานาคอตต้า ข้าวบนคือซอสชาเขียว มีกลิ่นหอมของชาเบาๆเสิร์ฟกับกลิ่นเต้าหู้อย่างลงตัว (15/20)
รูปที่ 29
Desserts Tofu Pudding พุดดิ้งเต้าหู้รสเลิศ เนื้อสัมผัสเต้าหู้นุ่ม ละมุนคล้ายพานาคอตต้า ข้าวบนคือซอสชาเขียว มีกลิ่นหอมของชาเบาๆเสิร์ฟกับกลิ่นเต้าหู้อย่างลงตัว (15/20)
Desserts Shine Muscat Grape อถัดมาคืองุ่นเขียวคุณภาพสูงอย่างไชน์มัสกัตนำเข้าจากญี่ปุ่นสองชิ้น (11/20)
รูปที่ 30
Desserts Shine Muscat Grape อถัดมาคืองุ่นเขียวคุณภาพสูงอย่างไชน์มัสกัตนำเข้าจากญี่ปุ่นสองชิ้น (11/20)
Desserts Red Bean Mochi “โมจิไส้ถั่วแดง” ทำแป้งข้างนอกออกมาได้เคี้ยวหนึบ ไส้ข้างในเนื้อเนียน รสหวานอร่อย (15/20)
รูปที่ 31
Desserts Red Bean Mochi “โมจิไส้ถั่วแดง” ทำแป้งข้างนอกออกมาได้เคี้ยวหนึบ ไส้ข้างในเนื้อเนียน รสหวานอร่อย (15/20)
Matcha ทางร้านมีชาเขียวเสิร์ฟให้อยู่แล้วโดยลูกค้าสามารถเลือกได้ว่าจะทานร้อนหรือเย็นจึงไม่จำเป็นต้องสั่งน้ำอื่นๆเพิ่มเติม (12/20)
รูปที่ 32
Matcha ทางร้านมีชาเขียวเสิร์ฟให้อยู่แล้วโดยลูกค้าสามารถเลือกได้ว่าจะทานร้อนหรือเย็นจึงไม่จำเป็นต้องสั่งน้ำอื่นๆเพิ่มเติม (12/20)
Ginger and Wasabi คั่นเเต่ละคอร์สด้วยขิงและวาซาบิสด
รูปที่ 33
Ginger and Wasabi คั่นเเต่ละคอร์สด้วยขิงและวาซาบิสด
ราคาหลังหักส่วนลดบัตร CITI 10% เหลือ 11,281.55 บาท (ต้องทานเกิน 10,000 บาท/ใบเสร็จ)
รูปที่ 34
ราคาหลังหักส่วนลดบัตร CITI 10% เหลือ 11,281.55 บาท (ต้องทานเกิน 10,000 บาท/ใบเสร็จ)
แต่ละห้องจะมีเชฟหนึ่งท่านโดยเชฟที่บริการเสิร์ฟซูชิให้เราในวันนี้คือวาตารุซังที่ดูท่าจะเป็นคนขี้อายหน่อยๆ
รูปที่ 35
แต่ละห้องจะมีเชฟหนึ่งท่านโดยเชฟที่บริการเสิร์ฟซูชิให้เราในวันนี้คือวาตารุซังที่ดูท่าจะเป็นคนขี้อายหน่อยๆ
วัตถุดิบหลักทั้งปลา กุ้ง หอยของที่นี่นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นแบบ “วันต่อวัน” เพื่อรับประกันความสดใหม่ของซูชิทุกคำที่ทางร้านจัดเสิร์ฟอีกด้วย
รูปที่ 36
วัตถุดิบหลักทั้งปลา กุ้ง หอยของที่นี่นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นแบบ “วันต่อวัน” เพื่อรับประกันความสดใหม่ของซูชิทุกคำที่ทางร้านจัดเสิร์ฟอีกด้วย
อาหารที่นี่แบ่งเป็นมื้อกลางวันและกลางคืน โดยมีราคาเริ่มต้นคือคอร์ส Fuyou ที่มีราคาเพียงเเค่ 1,800++ บาทเท่านั้น ถัดขึ้นมาจะเป็นคอร์ส Botan ในราคา 3,000++ บาท และคอร์ส Omakase ในราคา 4,000++ บาท โดยทุกคอร์สจะมี Nigiri Sushi จำนวน 8 ชิ้น แต่จะเเตกต่างกันที่ Appetizer, Sashimi และชนิดของ Nigiri Sushi นอกจากนี้ทางร้านยังมี Signature a la carte menu ที่ลูกค้าสามารถสั่งเพิ่มเติมได้เป็นพิเศษ อย่างแรกคือ Awabi หรือ Japanese abalone เป็นข้าวหน้าหอยเปาฮื้อรสเลิศราดด้วยซอสตับหอยเสิร์ฟมาในราคาจานละ 1,800 บาท ยังมี Ankimo หรือ Monk fish liver ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นฟัวกราส์แห่งท้องทะเลโดยเชฟจะแล่ตับปลาให้ดูกันสดๆเสิร์ฟในราคา 850++ บาท
รูปที่ 37
อาหารที่นี่แบ่งเป็นมื้อกลางวันและกลางคืน โดยมีราคาเริ่มต้นคือคอร์ส Fuyou ที่มีราคาเพียงเเค่ 1,800++ บาทเท่านั้น ถัดขึ้นมาจะเป็นคอร์ส Botan ในราคา 3,000++ บาท และคอร์ส Omakase ในราคา 4,000++ บาท โดยทุกคอร์สจะมี Nigiri Sushi จำนวน 8 ชิ้น แต่จะเเตกต่างกันที่ Appetizer, Sashimi และชนิดของ Nigiri Sushi นอกจากนี้ทางร้านยังมี Signature a la carte menu ที่ลูกค้าสามารถสั่งเพิ่มเติมได้เป็นพิเศษ อย่างแรกคือ Awabi หรือ Japanese abalone เป็นข้าวหน้าหอยเปาฮื้อรสเลิศราดด้วยซอสตับหอยเสิร์ฟมาในราคาจานละ 1,800 บาท ยังมี Ankimo หรือ Monk fish liver ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นฟัวกราส์แห่งท้องทะเลโดยเชฟจะแล่ตับปลาให้ดูกันสดๆเสิร์ฟในราคา 850++ บาท
🍵 เช่นเดียวกับร้านซูชิทั่วไปที่หน้าร้านมีกออกเเบบและตกแต่งอย่างเรียบง่าย มีเพียงป้ายทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าเล็กๆสลักชื่อร้านด้วยอักษรคันจิ ข้างในมีห้องรับรองลูกค้ารวมสองห้อง มีเคาเตอร์บาร์ทำจากไม้ฮิโนกิตามแบบฉบับร้านซูชิคลาสสิค
รูปที่ 38
🍵 เช่นเดียวกับร้านซูชิทั่วไปที่หน้าร้านมีกออกเเบบและตกแต่งอย่างเรียบง่าย มีเพียงป้ายทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าเล็กๆสลักชื่อร้านด้วยอักษรคันจิ ข้างในมีห้องรับรองลูกค้ารวมสองห้อง มีเคาเตอร์บาร์ทำจากไม้ฮิโนกิตามแบบฉบับร้านซูชิคลาสสิค
ตัวอย่างซูชิคอร์ส Fuyou ราคาคนละ 1,800++ บาทที่เรามาทานครั้งก่อน
รูปที่ 39
ตัวอย่างซูชิคอร์ส Fuyou ราคาคนละ 1,800++ บาทที่เรามาทานครั้งก่อน
ตัวอย่างซูชิคอร์ส Fuyou ราคาคนละ 1,800++ บาทที่เรามาทานครั้งก่อน
รูปที่ 40
ตัวอย่างซูชิคอร์ส Fuyou ราคาคนละ 1,800++ บาทที่เรามาทานครั้งก่อน
ตัวอย่างซูชิคอร์ส Fuyou ราคาคนละ 1,800++ บาทที่เรามาทานครั้งก่อน
รูปที่ 41
ตัวอย่างซูชิคอร์ส Fuyou ราคาคนละ 1,800++ บาทที่เรามาทานครั้งก่อน

แกลเลอรี