GASTRONOME THAILAND by ตามล่า Fine Dining
Giglio
1 MICHELIN Star

ItalyGiglio · จิจิลิโอ

Modern Cuisine · อาหารโมเดิร์น — piazza del Giglio 2, Lucca, 55100, Italy

🎗 [INTRO] Lucca เป็นเมืองเก่าแก่ที่ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่ช่วง 3 ปีก่อนคริสตกาลโดยมีตำแหน่งตั้งอยู่ในแคว้น Tuscany ใจกลางประเทศอิตาลี ตัวเมืองรายล้อมด้วยกำแพงโบราณที่ก่อสร้างขึ้นตั้งแต่ยุคสมัย Renaissance ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและจากทั่วทุกมุมโลกแวะมาเยี่ยมชมเคียงคู่ไปกับเมือง Pisa ที่อยู่ห่างออกไปเพียงครึ่งชั่วโมงนั่นเอง

🎗 [THE PLACE] สำหรับนักท่องเที่ยวเมื่อเดินผ่าน Porta San Petro หรือประตูเมืองฝั่งใต้มาได้ราว 300 เมตรจะพบกับ Piazza Napoleona (Piazza Grande) ซึ่งเป็นจตุรัสเมืองขนาดใหญ่และเป็นมุมถ่ายรูปสำคัญของเมือง Lucca เมื่อหันมองมาฝั่งขวาจะพบกับ Piazza Giglio จตุรัสที่มีขนาดเล็กกว่าแต่กลับโดดเด่นด้วยรูปแกะสลักของ Giuseppe Garibaldi ตั้งตระหง่านอยู่ตรงกลาง สำหรับห้องอาหาร Giglio นั้นจะตั้งอยู่ในอาคารโบราณที่ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ยุคศตวรรษที่ 18 ชื่อว่า Palazzo Arnolfini ผู้ก่อตั้งร้านสามคนคือ Franco Barbieri, Giuliano Pacini และ Loredano Orsi เล็งเห็นความสำเร็จของ Buca di Sant’Antonio ร้านอาหารที่เก่าแก่และเป็นที่นิยมที่สุดในเมืองจึงตัดสินใจเปิดร้านเป็นของตัวเองขึ้นตั้งแต่ปี 1979 โดยนำเสนออาหารพื้นถิ่นของเมือง Lucca และ Mantua (ซึ่งเป็นบ้านเกิดของคุณ Franco Barbieri) รวมไปถึงเมนูปลาและเนื้อสัตว์ต่าง ๆ กิจการถูกส่งต่อมาให้กับทายาทรุ่นที่สอง Paola Barbieri และรุ่นที่สามคือ Lorenzo Stefanini ผู้ซึ่งปฏิวัติและยกระดับอาหารท้องถิ่นสู่ความเป็นสากลมากยิ่งขึ้น ลูกค้าสามารถเลือกนั่งบริเวณ Outdoor ด้านหน้าในช่วงฤดูร้อนและวันที่อากาศเป็นใจ เมื่อเดินเข้ามาด้านในจะพบกับเคาน์เตอร์บาร์ขนาดใหญ่ ห้องรับประทานอาหารหลักตกแต่งอย่างหรูหราสังเกตได้จากการเลือกใช้พรมสีแดงไปจนถึงเตาไฟหินอ่อนขนาดใหญ่ พนักงานทุกคนให้บริการอย่างเป็นกันเองทั้งยังสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษได้ดีพอสมควรเลยทีเดียว

🎗 [THE CHEF & THE FOOD] ห้องอาหาร Giglio นำทีมโดย Head Chef มากถึง 3 คนคือ Benedetto Rullo ชาว Roma ผู้ผ่านงานในห้องอาหารชั้นสูงมาแล้วทั่วยุโรปทั้ง Da Vittorio (3 Michelin Stars), Sketch (1 Michelin Star ในขณะนั้น), Les Solistes by Pierre Gagnaire (1 Michelin Star) และ Relae (1 Michelin Star) ถัดมาคือ Lorenzo Stefanini เชฟชาวพื้นเมือง Lucca ผู้ผ่านงานในห้องอาหารสไตล์ Izakaya ฝั่งญี่ปุ่นรวมไปถึงห้องอาหารชั้นสูงอย่าง RyuGin (3 Michelin Stars) มาแล้ว สุดท้ายคือ Stefano Terigi ซึ่งเป็นคนพื้นเมือง Lucca เช่นกัน เชฟเคยร่วมงานกับห้องอาหาร Les Solistes by Pierre Gagnaire (1 Michelin Star) และ Piazza Duomo (3 Michelin Stars) มาแล้ว หากมองประสบการณ์ของเชฟทั้ง 3 คนรวมกันถือว่ามีความหลากหลายแตกต่างกันพอสมควรเลยทีเดียว รายการอาหารที่ Giglio นำเสนอออกมาเป็น Tasting Menu 2 แบบคือ Six-course (80 €) และ Eight-course (100 €) นอกจากนี้ยังมีเมนู A la carte ให้เลือกกันตามใจชอบ เมนูส่วนมากเป็นอาหารพื้นถิ่น Tuscan ที่ผสมผสานเทคนิคอย่างฝรั่งเศสและวัตถุดิบจากทั่วโลกออกมาได้อย่างลงตัว จานที่ทำออกมาได้โดดเด่นมากในวันนี้อย่างเช่น

✨ Tortellini in brodo e tartufo bianco (40 €)

Tortellini in broth and white truffle

Tortellini เป็นพาสต้าทรงเกี๊ยวเสิร์ฟมาแบบ Al Dente ในน้ำซุปอุ่น ๆ รสชาติกลมกล่อมมีความคล้ายคลึงกับซุปไก่ที่ไม่เค็มมากนัก ด้านบนทอปด้วย White Truffle เสริมอโรม่าความหอมของจานให้เด่นชัดมากยิ่งขึ้น (15/20)

✨ Risotto allo zafferano e midollo (25 €)

Saffron risotto with bone marrow

มาถึงประเทศอิตาลีทั้งทีเราไม่พลาดที่จะสั่ง Saffron Risotto มาชิมดู ทางร้านเสิร์ฟมาคู่กับไขกระดูก ด้านบนปิดด้วยแผ่นทองคำเปลวดูหรูหราน่ารับประทาน ข้าวรีซอตโต้ปรุงมาสุกพอดี มีความกรึบนิด ๆ แต่ไม่แข็งกระด้าง อโรม่าของหญ้าฝรั่นหอมเด่นเป็นเอกลักษณ์ องค์ประกอบสีดำรอบ ๆ คือ Guinness Reduction ที่ได้จากการเคี่ยว Guinness Stout กับน้ำตาลจนงวดและเข้มข้น โทนรสชาติโดยรวมมีรสเปรี้ยวนิด ๆ หวานหน่อย ๆ บาลานซ์กันออกมาได้ลงตัว ไขกระดูกมีความมันที่พอดี ไม่เลี่ยน ไม่สไลม์จนเกินไป รับประทานไปกับรีซอตโต้ช่วยเพิ่มความหอมมันให้กับตัวข้าวได้อย่างดี (15/20)

✨ Cervo in dolceforte (38 €)

Deer “dolceforte”

Deer “dolceforte” เมนคอร์สที่ใช้เนื้อกวางเป็นวัตถุดิบหลัก จากนั้นนำมาเตรียมโดยวิธีสุดพิเศษของแคว้น Tuscan ที่เรียกกันว่า Dolceforte เริ่มต้นที่เนื้อกวางเสิร์ฟมาที่ความสุกระดับ Medium Rare มีความนุ่ม หนึบ ไม่มีกลิ่นสาบ เตรียมมาด้วยวิธีที่เรียกว่า Dolceforte ซึ่งแปลตรงตัวได้ว่า Sweet & Strong สำหรับสูตรของ Giglio ได้จากการเคี่ยวช็อกโกแลตและน้ำส้มสายชูจนงวดให้รสชาติที่หอมเด่นและเข้มข้น ด้านบนคือ Buccellato ขนมปังกรอบพื้นเมืองของ Lucca ช่วยเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสตัดกันกับความนุ่มของเนื้อกวางได้อย่างไร้ที่ติ

🎗 [CONCLUSION] Giglio สามารถยกระดับอาหารพื้นถิ่นประจำแคว้น Tuscan ออกมาให้มีความร่วมสมัย ทั้งยังใช้เทคนิคสมัยใหม่ในการปรุงทุก ๆ จานได้อย่างไร้ที่ติ ราคาและบริการอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน และด้วยตำแหน่งที่ตั้งอยู่ในกำแพงเมืองเก่าทำให้ที่นี่เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่แวะมาเที่ยวเมือง Pisa โดยมีแผนแวะพักค้างคืนในบริเวณโดยรอบได้แวะมาลิ้มลองกัน

ภาพของร้านอาหาร

ทั้งหมด 34 รูป

🇮🇹 Giglio - จิจิลิโอ 🍴 Modern Cuisine - อาหารโมเดิร์น 👨🏻‍🍳 Chef Benedetto Rullo, Lorenzo Stefanini & Stefano Terigi - เชฟ เบเนเดตโต้ รูลโล่, ลอเรนโซ่ สเตฟานีนี่ & สเตฟาโน่ เตริกี
รูปที่ 1
🇮🇹 Giglio - จิจิลิโอ 🍴 Modern Cuisine - อาหารโมเดิร์น 👨🏻‍🍳 Chef Benedetto Rullo, Lorenzo Stefanini & Stefano Terigi - เชฟ เบเนเดตโต้ รูลโล่, ลอเรนโซ่ สเตฟานีนี่ & สเตฟาโน่ เตริกี
🌟 1 Michelin Star - 1 ดาวมิชลิน
รูปที่ 2
🌟 1 Michelin Star - 1 ดาวมิชลิน
Lucca เป็นเมืองเก่าแก่ที่ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่ช่วง 3 ปีก่อนคริสตกาลโดยมีตำแหน่งตั้งอยู่ในแคว้น Tuscany ใจกลางประเทศอิตาลี ตัวเมืองรายล้อมด้วยกำแพงโบราณที่ก่อสร้างขึ้นตั้งแต่ยุคสมัย Renaissance ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและจากทั่วทุกมุมโลกแวะมาเยี่ยมชมเคียงคู่ไปกับเมือง Pisa ที่อยู่ห่างออกไปเพียงครึ่งชั่วโมงนั่นเอง
รูปที่ 3
Lucca เป็นเมืองเก่าแก่ที่ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่ช่วง 3 ปีก่อนคริสตกาลโดยมีตำแหน่งตั้งอยู่ในแคว้น Tuscany ใจกลางประเทศอิตาลี ตัวเมืองรายล้อมด้วยกำแพงโบราณที่ก่อสร้างขึ้นตั้งแต่ยุคสมัย Renaissance ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและจากทั่วทุกมุมโลกแวะมาเยี่ยมชมเคียงคู่ไปกับเมือง Pisa ที่อยู่ห่างออกไปเพียงครึ่งชั่วโมงนั่นเอง
Pane e coperto (3,50 €/p) Bread and service ขนมปังนำเสิร์ฟมาคู่กับ Renzo Baldaccini น้ำมันมะกอกท้องถิ่นแถบ Lucca คุณภาพสูงการันตีด้วย “5 Gocce” รางวัลสูงสุดของน้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิ้นที่มอบโดย Italian association of sommeliers and oiltasters นั่นเอง
รูปที่ 4
Pane e coperto (3,50 €/p) Bread and service ขนมปังนำเสิร์ฟมาคู่กับ Renzo Baldaccini น้ำมันมะกอกท้องถิ่นแถบ Lucca คุณภาพสูงการันตีด้วย “5 Gocce” รางวัลสูงสุดของน้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิ้นที่มอบโดย Italian association of sommeliers and oiltasters นั่นเอง
Pane e coperto (3,50 €/p) Bread and service พนักงานนำน้ำมันมะกอกมาเสิร์ฟให้ดู
รูปที่ 5
Pane e coperto (3,50 €/p) Bread and service พนักงานนำน้ำมันมะกอกมาเสิร์ฟให้ดู
Basmati and red rice crackers with black pepper ระหว่างรออาหารพนักงานจะเสิร์ฟ Crackers หรือข้าวเกรียบทำมาจากข้าวบาสมาติและข้าวแดง ทั้งยังมีกลิ่นหอมของพริกไทยดำให้ชิมกันเพลิน ๆ ก่อน
รูปที่ 6
Basmati and red rice crackers with black pepper ระหว่างรออาหารพนักงานจะเสิร์ฟ Crackers หรือข้าวเกรียบทำมาจากข้าวบาสมาติและข้าวแดง ทั้งยังมีกลิ่นหอมของพริกไทยดำให้ชิมกันเพลิน ๆ ก่อน
Bombolone Bombolone เป็นโดนัทสไตล์อิตาลี เชฟเลือกเสิร์ฟมาเป็นขนมปังประกบกัน ตรงกลางเป็น Tartar sauce ที่มีส่วนผสมของกระเทียม น้ำมันมะกอก พริกหวานแดง ถั่ว ลูกเกด และมีกผลิ่นหอมของแองโชวี่ (13/20)
รูปที่ 7
Bombolone Bombolone เป็นโดนัทสไตล์อิตาลี เชฟเลือกเสิร์ฟมาเป็นขนมปังประกบกัน ตรงกลางเป็น Tartar sauce ที่มีส่วนผสมของกระเทียม น้ำมันมะกอก พริกหวานแดง ถั่ว ลูกเกด และมีกผลิ่นหอมของแองโชวี่ (13/20)
Carpaccio di manzo (25 €) Beef carpaccio Carpaccio เป็นเนื้อวัวดิบแล่บาง ๆ ทำให้เนื้อสัมผัสค่อนข้างนุ่ม รับประทานคู่กันกับ Tartar sauce จากนั้นปรุงรสด้วย Lemon และ Kombucha ในที่นี้เชฟแบ่งมาให้เป็นสองจานเพื่อความสะดวกในการชิม (13/20)
รูปที่ 8
Carpaccio di manzo (25 €) Beef carpaccio Carpaccio เป็นเนื้อวัวดิบแล่บาง ๆ ทำให้เนื้อสัมผัสค่อนข้างนุ่ม รับประทานคู่กันกับ Tartar sauce จากนั้นปรุงรสด้วย Lemon และ Kombucha ในที่นี้เชฟแบ่งมาให้เป็นสองจานเพื่อความสะดวกในการชิม (13/20)
Tagliolini cacio e burro (22 €) Tagliolini, butter and parmesan พาสต้าเส้น Tagliolini นุ่มหนึบ เสิร์ฟมาคู่กับซอสทำมาจากเนย Unsalted butter จากแคว้น Normandy ประเทศฝรั่งเศส ด้านบนคือ Parmesan cheese ที่มีระยะเวลาการบ่ม 60 เดือน ทำให้มีรสชาติออกมันและเค็มนิด ๆ หอมกลิ่นชีสชัดเจน (15/20)
รูปที่ 9
Tagliolini cacio e burro (22 €) Tagliolini, butter and parmesan พาสต้าเส้น Tagliolini นุ่มหนึบ เสิร์ฟมาคู่กับซอสทำมาจากเนย Unsalted butter จากแคว้น Normandy ประเทศฝรั่งเศส ด้านบนคือ Parmesan cheese ที่มีระยะเวลาการบ่ม 60 เดือน ทำให้มีรสชาติออกมันและเค็มนิด ๆ หอมกลิ่นชีสชัดเจน (15/20)
Tortellini in brodo e tartufo bianco (40 €) Tortellini in broth and white truffle Tortellini เป็นพาสต้าทรงเกี๊ยวเสิร์ฟมาแบบ Al Dente ในน้ำซุปอุ่น ๆ รสชาติกลมกล่อมมีความคล้ายคลึงกับซุปไก่ที่ไม่เค็มมากนัก ด้านบนทอปด้วย White Truffle เสริมอโรม่าความหอมของจานให้เด่นชัดมากยิ่งขึ้น (15/20)
รูปที่ 10
Tortellini in brodo e tartufo bianco (40 €) Tortellini in broth and white truffle Tortellini เป็นพาสต้าทรงเกี๊ยวเสิร์ฟมาแบบ Al Dente ในน้ำซุปอุ่น ๆ รสชาติกลมกล่อมมีความคล้ายคลึงกับซุปไก่ที่ไม่เค็มมากนัก ด้านบนทอปด้วย White Truffle เสริมอโรม่าความหอมของจานให้เด่นชัดมากยิ่งขึ้น (15/20)
Risotto allo zafferano e midollo (25 €) Saffron risotto with bone marrow มาถึงประเทศอิตาลีทั้งทีเราไม่พลาดที่จะสั่ง Saffron Risotto มาชิมดู ทางร้านเสิร์ฟมาคู่กับไขกระดูก ด้านบนปิดด้วยแผ่นทองคำเปลวดูหรูหราน่ารับประทานเป็นอย่างมาก (15/20)
รูปที่ 11
Risotto allo zafferano e midollo (25 €) Saffron risotto with bone marrow มาถึงประเทศอิตาลีทั้งทีเราไม่พลาดที่จะสั่ง Saffron Risotto มาชิมดู ทางร้านเสิร์ฟมาคู่กับไขกระดูก ด้านบนปิดด้วยแผ่นทองคำเปลวดูหรูหราน่ารับประทานเป็นอย่างมาก (15/20)
Risotto allo zafferano e midollo (25 €) Saffron risotto with bone marrow ข้าวรีซอตโต้ปรุงมาสุกพอดี มีความกรึบนิด ๆ แต่ไม่แข็งกระด้าง อโรม่าของหญ้าฝรั่นหอมเด่นเป็นเอกลักษณ์ องค์ประกอบสีดำรอบ ๆ คือ Guinness Reduction ที่ได้จากการเคี่ยว Guinness Stout กับน้ำตาลจนงวดและเข้มข้น โทนรสชาติโดยรวมมีรสเปรี้ยวนิด ๆ หวานหน่อย ๆ บาลานซ์กันออกมาได้ลงตัว (15/20)
รูปที่ 12
Risotto allo zafferano e midollo (25 €) Saffron risotto with bone marrow ข้าวรีซอตโต้ปรุงมาสุกพอดี มีความกรึบนิด ๆ แต่ไม่แข็งกระด้าง อโรม่าของหญ้าฝรั่นหอมเด่นเป็นเอกลักษณ์ องค์ประกอบสีดำรอบ ๆ คือ Guinness Reduction ที่ได้จากการเคี่ยว Guinness Stout กับน้ำตาลจนงวดและเข้มข้น โทนรสชาติโดยรวมมีรสเปรี้ยวนิด ๆ หวานหน่อย ๆ บาลานซ์กันออกมาได้ลงตัว (15/20)
Risotto allo zafferano e midollo (25 €) Saffron risotto with bone marrow ใช้ช้อนขูดทองคำเปลวออก (15/20)
รูปที่ 13
Risotto allo zafferano e midollo (25 €) Saffron risotto with bone marrow ใช้ช้อนขูดทองคำเปลวออก (15/20)
Risotto allo zafferano e midollo (25 €) Saffron risotto with bone marrow ไขกระดูกมีความมันที่พอดี ไม่เลี่ยน ไม่สไลม์จนเกินไป รับประทานไปกับรีซอตโต้ช่วยเพิ่มความหอมมันให้กับตัวข้าวได้อย่างดี (15/20)
รูปที่ 14
Risotto allo zafferano e midollo (25 €) Saffron risotto with bone marrow ไขกระดูกมีความมันที่พอดี ไม่เลี่ยน ไม่สไลม์จนเกินไป รับประทานไปกับรีซอตโต้ช่วยเพิ่มความหอมมันให้กับตัวข้าวได้อย่างดี (15/20)
Cervo in dolceforte (38 €) Deer “dolceforte” เมนคอร์สจานสุดคือ Deer “dolceforte” เนื้อกวางซึ่งเป็นวัตถุดิบยอดนิยมประจำฤดูหนาวเตรียมโดยวิธีสุดพิเศษของแคว้น Tuscan ที่เรียกกันว่า Dolceforte (15/20)
รูปที่ 15
Cervo in dolceforte (38 €) Deer “dolceforte” เมนคอร์สจานสุดคือ Deer “dolceforte” เนื้อกวางซึ่งเป็นวัตถุดิบยอดนิยมประจำฤดูหนาวเตรียมโดยวิธีสุดพิเศษของแคว้น Tuscan ที่เรียกกันว่า Dolceforte (15/20)
Cervo in dolceforte (38 €) Deer “dolceforte” เนื้อกวางเสิร์ฟมาที่ความสุกระดับ Medium Rare มีความนุ่ม หนึบ ไม่มีกลิ่นสาบ เตรียมมาด้วยวิธีที่เรียกว่า Dolceforte ซึ่งแปลตรงตัวได้ว่า Sweet & Strong สำหรับสูตรของ Giglio ได้จากการเคี่ยวช็อกโกแลตและน้ำส้มสายชูจนงวดให้รสชาติที่หอมเด่นและเข้มข้น ด้านบนคือ Buccellato ขนมปังกรอบพื้นเมืองของ Lucca ช่วยเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสตัดกันกับความนุ่มของเนื้อกวางได้อย่างไร้ที่ติ (15/20)
รูปที่ 16
Cervo in dolceforte (38 €) Deer “dolceforte” เนื้อกวางเสิร์ฟมาที่ความสุกระดับ Medium Rare มีความนุ่ม หนึบ ไม่มีกลิ่นสาบ เตรียมมาด้วยวิธีที่เรียกว่า Dolceforte ซึ่งแปลตรงตัวได้ว่า Sweet & Strong สำหรับสูตรของ Giglio ได้จากการเคี่ยวช็อกโกแลตและน้ำส้มสายชูจนงวดให้รสชาติที่หอมเด่นและเข้มข้น ด้านบนคือ Buccellato ขนมปังกรอบพื้นเมืองของ Lucca ช่วยเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสตัดกันกับความนุ่มของเนื้อกวางได้อย่างไร้ที่ติ (15/20)
Cervo in dolceforte (38 €) Deer “dolceforte” เนื้อกวางและซอสรสหวานเสิร์ฟมาคู่กับ Bitter Salad ที่มีเบียร์เป็นส่วนประกอบให้รสชาติออกขมตัดกัน ด้านบนมีทับทิมช่วยเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัส (15/20)
รูปที่ 17
Cervo in dolceforte (38 €) Deer “dolceforte” เนื้อกวางและซอสรสหวานเสิร์ฟมาคู่กับ Bitter Salad ที่มีเบียร์เป็นส่วนประกอบให้รสชาติออกขมตัดกัน ด้านบนมีทับทิมช่วยเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัส (15/20)
Pre-dessert ก่อนเข้าสู่ของหวานพนักงานจะนำเสิร์ฟ Biscuit กรอบ ด้านบนทอปด้วยครีมสีเหลืองนวลหวานมัน องค์ประกอบสีแดงทำมาจาก Campari รสชาติโดยรวมถือว่าทำออกมาได้ดีแต่ช่วยล้างปากจากอาหารคาวได้ไม่มากเท่าไหร่นัก (14/20)
รูปที่ 18
Pre-dessert ก่อนเข้าสู่ของหวานพนักงานจะนำเสิร์ฟ Biscuit กรอบ ด้านบนทอปด้วยครีมสีเหลืองนวลหวานมัน องค์ประกอบสีแดงทำมาจาก Campari รสชาติโดยรวมถือว่าทำออกมาได้ดีแต่ช่วยล้างปากจากอาหารคาวได้ไม่มากเท่าไหร่นัก (14/20)
Meringa, castagne, cioccolato e rum (12 €) Meringue, chestnuts and chocolate ขนมหวานอย่างแรกคือ Meringue ที่มีองค์ประกอบด้านล่างคือมินิทาร์ตกรอบ ด้านในบรรจุครีมเกาลัดรสหวานละมุน ตรงกลางคือไอศกรีมช็อกโกแลต ด้านบนทอปด้วยเมอแรงก์หวานกรอบแต่งแต้มสีสันด้วยทองคำเปลวรับประทานได้ (14/20)
รูปที่ 19
Meringa, castagne, cioccolato e rum (12 €) Meringue, chestnuts and chocolate ขนมหวานอย่างแรกคือ Meringue ที่มีองค์ประกอบด้านล่างคือมินิทาร์ตกรอบ ด้านในบรรจุครีมเกาลัดรสหวานละมุน ตรงกลางคือไอศกรีมช็อกโกแลต ด้านบนทอปด้วยเมอแรงก์หวานกรอบแต่งแต้มสีสันด้วยทองคำเปลวรับประทานได้ (14/20)
Tartelletta alle melee cinque spezie (12 €) Apple tarte, vanilla and 5 Chinese spices อีกอย่างหนึ่งคือ Apple Tarte จับคู่กับ Chinese 5 Spices หรือสมุนไพร 5 ชนิดของจีนนั่นเอง (14/20)
รูปที่ 20
Tartelletta alle melee cinque spezie (12 €) Apple tarte, vanilla and 5 Chinese spices อีกอย่างหนึ่งคือ Apple Tarte จับคู่กับ Chinese 5 Spices หรือสมุนไพร 5 ชนิดของจีนนั่นเอง (14/20)
Tartelletta alle melee cinque spezie (12 €) Apple tarte, vanilla and 5 Chinese spices แป้งทาร์ตบางกรอบ ด้านในบรรจุ Apple, Caramel และ Vanilla ด้านบนคือครีมสีเหลืองของ 5 Spices หรือเครื่องเทศจากประเทศจีนให้กลิ่นหอมเฉพาะตัว (14/20)
รูปที่ 21
Tartelletta alle melee cinque spezie (12 €) Apple tarte, vanilla and 5 Chinese spices แป้งทาร์ตบางกรอบ ด้านในบรรจุ Apple, Caramel และ Vanilla ด้านบนคือครีมสีเหลืองของ 5 Spices หรือเครื่องเทศจากประเทศจีนให้กลิ่นหอมเฉพาะตัว (14/20)
Tartelletta alle melee cinque spezie (12 €) Apple tarte, vanilla and 5 Chinese spices อีกฝั่งคือ Tartlette Consommé ทำมาจากแอปเปิ้ลเช่นกัน (15/20)
รูปที่ 22
Tartelletta alle melee cinque spezie (12 €) Apple tarte, vanilla and 5 Chinese spices อีกฝั่งคือ Tartlette Consommé ทำมาจากแอปเปิ้ลเช่นกัน (15/20)
Petits-fours Doughnut with sugar, hazelnut and cornflake truffle ปิดท้ายมื้ออาหารระหว่างรอเก็บเงินด้วยขนมสองอย่างคือ Doughnut with sugar และ Hazelnut and cornflake truffle
รูปที่ 23
Petits-fours Doughnut with sugar, hazelnut and cornflake truffle ปิดท้ายมื้ออาหารระหว่างรอเก็บเงินด้วยขนมสองอย่างคือ Doughnut with sugar และ Hazelnut and cornflake truffle
💰 ราคา 194 €
รูปที่ 24
💰 ราคา 194 €
ห้องอาหาร Giglio นำทีมโดย Head Chef มากถึง 3 คนคือ Benedetto Rullo ชาว Roma ผู้ผ่านงานในห้องอาหารชั้นสูงมาแล้วทั่วยุโรปทั้ง Da Vittorio (3 Michelin Stars), Sketch (1 Michelin Star ในขณะนั้น), Les Solistes by Pierre Gagnaire (1 Michelin Star) และ Relae (1 Michelin Star) ถัดมาคือ Lorenzo Stefanini เชฟชาวพื้นเมือง Lucca ผู้ผ่านงานในห้องอาหารสไตล์ Izakaya ฝั่งญี่ปุ่นรวมไปถึงห้องอาหารชั้นสูงอย่าง RyuGin (3 Michelin Stars) มาแล้ว สุดท้ายคือ Stefano Terigi ซึ่งเป็นคนพื้นเมือง Lucca เช่นกัน เชฟเคยร่วมงานกับห้องอาหาร Les Solistes by Pierre Gagnaire (1 Michelin Star) และ Piazza Duomo (3 Michelin Stars) มาแล้ว หากมองประสบการณ์ของเชฟทั้ง 3 คนรวมกันถือว่ามีความหลากหลายแตกต่างกันพอสมควรเลยทีเดียว รายการอาหารที่ Giglio นำเสนอออกมาเป็น Tasting Menu 2 แบบคือ Six-course (80 €) และ Eight-course (100 €) นอกจากนี้ยังมีเมนู A la carte ให้เลือกกันตามใจชอบ เมนูส่วนมากเป็นอาหารพื้นถิ่น Tuscan ที่ผสมผสานเทคนิคอย่างฝรั่งเศสและวัตถุดิบจากทั่วโลกออกมาได้อย่างลงตัว
รูปที่ 25
ห้องอาหาร Giglio นำทีมโดย Head Chef มากถึง 3 คนคือ Benedetto Rullo ชาว Roma ผู้ผ่านงานในห้องอาหารชั้นสูงมาแล้วทั่วยุโรปทั้ง Da Vittorio (3 Michelin Stars), Sketch (1 Michelin Star ในขณะนั้น), Les Solistes by Pierre Gagnaire (1 Michelin Star) และ Relae (1 Michelin Star) ถัดมาคือ Lorenzo Stefanini เชฟชาวพื้นเมือง Lucca ผู้ผ่านงานในห้องอาหารสไตล์ Izakaya ฝั่งญี่ปุ่นรวมไปถึงห้องอาหารชั้นสูงอย่าง RyuGin (3 Michelin Stars) มาแล้ว สุดท้ายคือ Stefano Terigi ซึ่งเป็นคนพื้นเมือง Lucca เช่นกัน เชฟเคยร่วมงานกับห้องอาหาร Les Solistes by Pierre Gagnaire (1 Michelin Star) และ Piazza Duomo (3 Michelin Stars) มาแล้ว หากมองประสบการณ์ของเชฟทั้ง 3 คนรวมกันถือว่ามีความหลากหลายแตกต่างกันพอสมควรเลยทีเดียว รายการอาหารที่ Giglio นำเสนอออกมาเป็น Tasting Menu 2 แบบคือ Six-course (80 €) และ Eight-course (100 €) นอกจากนี้ยังมีเมนู A la carte ให้เลือกกันตามใจชอบ เมนูส่วนมากเป็นอาหารพื้นถิ่น Tuscan ที่ผสมผสานเทคนิคอย่างฝรั่งเศสและวัตถุดิบจากทั่วโลกออกมาได้อย่างลงตัว
ผู้ก่อตั้งร้านสามคนคือ Franco Barbieri, Giuliano Pacini และ Loredano Orsi เล็งเห็นความสำเร็จของ Buca di Sant’Antonio ร้านอาหารที่เก่าแก่และเป็นที่นิยมที่สุดในเมืองจึงตัดสินใจเปิดร้านเป็นของตัวเองขึ้นตั้งแต่ปี 1979 โดยนำเสนออาหารพื้นถิ่นของเมือง Lucca และ Mantua (ซึ่งเป็นบ้านเกิดของคุณ Franco Barbieri) รวมไปถึงเมนูปลาและเนื้อสัตว์ต่าง ๆ กิจการถูกส่งต่อมาให้กับทายาทรุ่นที่สอง Paola Barbieri และรุ่นที่สามคือ Lorenzo Stefanini ผู้ซึ่งปฏิวัติและยกระดับอาหารท้องถิ่นสู่ความเป็นสากลมากยิ่งขึ้น
รูปที่ 26
ผู้ก่อตั้งร้านสามคนคือ Franco Barbieri, Giuliano Pacini และ Loredano Orsi เล็งเห็นความสำเร็จของ Buca di Sant’Antonio ร้านอาหารที่เก่าแก่และเป็นที่นิยมที่สุดในเมืองจึงตัดสินใจเปิดร้านเป็นของตัวเองขึ้นตั้งแต่ปี 1979 โดยนำเสนออาหารพื้นถิ่นของเมือง Lucca และ Mantua (ซึ่งเป็นบ้านเกิดของคุณ Franco Barbieri) รวมไปถึงเมนูปลาและเนื้อสัตว์ต่าง ๆ กิจการถูกส่งต่อมาให้กับทายาทรุ่นที่สอง Paola Barbieri และรุ่นที่สามคือ Lorenzo Stefanini ผู้ซึ่งปฏิวัติและยกระดับอาหารท้องถิ่นสู่ความเป็นสากลมากยิ่งขึ้น
ห้องรับประทานอาหารหลักตกแต่งอย่างหรูหราสังเกตได้จากการเลือกใช้พรมสีแดงไปจนถึงเตาไฟหินอ่อนขนาดใหญ่
รูปที่ 27
ห้องรับประทานอาหารหลักตกแต่งอย่างหรูหราสังเกตได้จากการเลือกใช้พรมสีแดงไปจนถึงเตาไฟหินอ่อนขนาดใหญ่
พนักงานทุกคนให้บริการอย่างเป็นกันเองทั้งยังสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษได้ดีพอสมควรเลยทีเดียว
รูปที่ 28
พนักงานทุกคนให้บริการอย่างเป็นกันเองทั้งยังสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษได้ดีพอสมควรเลยทีเดียว
เมื่อเดินเข้ามาด้านในจะพบกับเคาน์เตอร์บาร์ขนาดใหญ่
รูปที่ 29
เมื่อเดินเข้ามาด้านในจะพบกับเคาน์เตอร์บาร์ขนาดใหญ่
ลูกค้าสามารถเลือกนั่งบริเวณ Outdoor ด้านหน้าในในช่วงฤดูร้อนและวันที่อากาศเป็นใจ
รูปที่ 30
ลูกค้าสามารถเลือกนั่งบริเวณ Outdoor ด้านหน้าในในช่วงฤดูร้อนและวันที่อากาศเป็นใจ
Giglio สามารถยกระดับอาหารพื้นถิ่นประจำแคว้น Tuscan ออกมาให้มีความร่วมสมัย ทั้งยังใช้เทคนิคสมัยใหม่ในการปรุงทุก ๆ จานได้อย่างไร้ที่ติ ราคาและบริการอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
รูปที่ 31
Giglio สามารถยกระดับอาหารพื้นถิ่นประจำแคว้น Tuscan ออกมาให้มีความร่วมสมัย ทั้งยังใช้เทคนิคสมัยใหม่ในการปรุงทุก ๆ จานได้อย่างไร้ที่ติ ราคาและบริการอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
ห้องอาหาร Giglio นั้นจะตั้งอยู่ในอาคารโบราณที่ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ยุคศตวรรษที่ 18 ชื่อว่า Palazzo Arnolfini
รูปที่ 32
ห้องอาหาร Giglio นั้นจะตั้งอยู่ในอาคารโบราณที่ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ยุคศตวรรษที่ 18 ชื่อว่า Palazzo Arnolfini
สำหรับนักท่องเที่ยวเมื่อเดินผ่าน Porta San Petro หรือประตูเมืองฝั่งใต้มาได้ราว 300 เมตรจะพบกับ Piazza Napoleona (Piazza Grande) ซึ่งเป็นจตุรัสเมืองขนาดใหญ่และเป็นมุมถ่ายรูปสำคัญของเมือง Lucca เมื่อหันมองมาฝั่งขวาจะพบกับ Piazza Giglio จตุรัสที่มีขนาดเล็กกว่าแต่กลับโดดเด่นด้วยรูปแกะสลักของ Giuseppe Garibaldi ตั้งตระหง่านอยู่ตรงกลาง
รูปที่ 33
สำหรับนักท่องเที่ยวเมื่อเดินผ่าน Porta San Petro หรือประตูเมืองฝั่งใต้มาได้ราว 300 เมตรจะพบกับ Piazza Napoleona (Piazza Grande) ซึ่งเป็นจตุรัสเมืองขนาดใหญ่และเป็นมุมถ่ายรูปสำคัญของเมือง Lucca เมื่อหันมองมาฝั่งขวาจะพบกับ Piazza Giglio จตุรัสที่มีขนาดเล็กกว่าแต่กลับโดดเด่นด้วยรูปแกะสลักของ Giuseppe Garibaldi ตั้งตระหง่านอยู่ตรงกลาง
ด้วยตำแหน่งร้านที่ตั้งอยู่ในกำแพงเมืองเก่าทำให้ที่นี่เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่แวะมาเที่ยวเมือง Pisa โดยมีแผนแวะพักค้างคืนในบริเวณโดยรอบได้แวะมาลิ้มลองกัน
รูปที่ 34
ด้วยตำแหน่งร้านที่ตั้งอยู่ในกำแพงเมืองเก่าทำให้ที่นี่เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่แวะมาเที่ยวเมือง Pisa โดยมีแผนแวะพักค้างคืนในบริเวณโดยรอบได้แวะมาลิ้มลองกัน

แกลเลอรี