GASTRONOME THAILAND by ตามล่า Fine Dining
Flocons de Sel
3 MICHELIN Stars

FranceFlocons de Sel · ฟลอกองส์ เดอ เซล

Creative · อาหารเชิงสร้างสรรค์ — 1775 route du Leutaz, Le Leutaz, Megève, 74120, France

🎗 [INTRO] บทความในวันนี้เราจะขอเล่าถึง Flocons de Sel ห้องอาหารที่ได้รับการยกย่องจากบรรดานักชิมชื่อดังทั่วทั้งยุโรปให้เป็นร้านที่ดีที่สุดในภูมิภาค Haute Savoie และพื้นที่แถบ Mont Blanc ของประเทศฝรั่งเศส เชฟ Emmanuel Renaut สามารถยกระดับวัตถุดิบท้องถิ่นอย่างเช่นปลาจากทะเลสาบ ต้นสน และสมุนไพรต่าง ๆ ออกมาได้อย่างไร้ที่ติ

🎗 [THE PLACE] Flocons de Sel เป็นห้องอาหารระดับสูงในภูมิภาค Haute-Savoie แต่เดิมตัวร้านตั้งอยู่ในตัวเมือง Megève ก่อนที่จะย้ายมายังตำแหน่งปัจจุบันคือ Route du Leutaz ตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน 2008 ลูกค้าสามารถเดินทางมาด้วยรถยนต์ส่วนตัวมาได้ทั้งจากนคร Lyon (2 ชั่วโมง 20 นาที), นคร Geneva (1 ชั่วโมง 30 นาที) และเมืองท่องเที่ยวเล็ก ๆ ซึ่งเป็นจุดขึ้นกระเช้าไปยังเทือกเขา The French Alps อย่าง Chamonix-Mont-Blanc (50 นาที) ระหว่างทางเต็มไปด้วยถนนลัดเลาะเนินเขาอันคดเคี้ยว ณ ปลายทางบนเนินเขา Rochebrune คืออาคารสไตล์ Chalet ขนาดเล็กสร้างติดกันเป็นกลุ่มโดยมีโรงแรมหรูในเครือ Relais & Châteaux ตกแต่งออกมาในสไตล์โมเดิร์น นอกจากนี้ยังมี Flocons de Sel Spa ที่โดดเด่นด้วยบรรยากาศอันผ่อนคลายและทัศนียภาพของเทือกเขาในแถบนี้ สุดท้ายคือห้องอาหาร 3 แห่งคือ Flocons Village (Selected by MICHELIN Guide) และ Chalet Le Forestier ที่นำเสนออาหารพื้นบ้านในราคาสบายกระเป๋า ส่วน Restaurant Gastronomique ที่เราตั้งใจนำเสนอในวันนี้นั้นมีลักษณะเป็น Chalet ขนาดย่อม ด้านหน้าตกแต่งด้วยไม้ฟืนและงานไม้แกะสลักรูปเห็ดและต้นสน ผ่านประตูเข้าไปจะพบกับ Receptions คอยตรวจสอบการจองรวมไปถึงขายของที่ระลึก ห้องรับประทานอาหารหลักมีเพดานสูงโปร่ง ผนังฝั่งหนึ่งเป็นกระจกใสปล่อยให้แสงธรรมชาติจากภายนอกสาดส่องเข้ามาในช่วงกลางวัน บริเวณทางลงไปชั้นใต้ดินตกแต่งด้วยรูปภาพของเชฟระดับตำนานมากมาย นอกจากนี้ลูกค้าสามารถมองผ่านกระจกเข้าไปชมห้อง Wine Cellar ขนาดใหญ่กันได้อีกด้วย

🎗 [THE CHEF] Emmanuel Renaut เกิดในวันที่ 26 มกราคม 1968 ณ เมืองเล็ก ๆ ทางตอนเหนือของกรุง Paris ที่มีชื่อว่า Soisy-sous-Montmorency ในจังหวัด Val d'Oise ก่อนจะย้ายไปเติบโตในจังหวัด Aisne สำหรับเส้นทางสายอาชีพเชฟของเขานั้นเริ่มต้นด้วยการทำงานในกรุง Paris ที่ห้องอาหารใน Hôtel Crillon ซึ่งควบคุมโดยเชฟชื่อดังอย่าง Christian Constant ทั้งยังมีโอกาสร่วมงานกับเชฟ Eric Fréchon และ Yves Camdeborde อยู่อีกพักหนึ่ง ต่อมาเขาได้รับการทาบทามโดยเชฟ Marc Veyrat ในการดำรงตำแหน่งเป็นผู้ช่วยมือขวาที่ห้องอาหาร L’Auberge de l’Eridan อยู่นานหลายปีก่อนจะย้ายมาร่วมงานกับเชฟอาหารหวาน Yves Thuriès และรับงานเป็น Head Chef ที่ Claridge's โรงแรมหรูในกรุง London อยู่อีก 1 ปี กระทั่งในปี 1998 เชฟ Emmanuel Renaut ตัดสินใจเดินทางมายังเมือง Megève ในภูมิภาค Haute-Savoie เพื่อเปิดห้องอาหาร Flocons de Sel เป็นของตัวเอง ตัวร้านได้รับการตอบรับอย่างดีจากนักชิมท้องถิ่นจนสามารถคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้ในปี 2003 ตามมาด้วย 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 2006 และรางวัลอันสูงสุดคือ 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars ในปี 2012 นอกจากนี้ตัวเขายังเป็นผู้ถือครองตำแหน่ง Meilleur Ouvrier de France ในปี 2004 อีกด้วย

🎗 [THE FOOD] เชฟ Emmanuel Renaut และเชฟสาวมือขวาของเขาอย่าง Nadine Vincent มีความหลงไหลในวัตถุดิบท้องถิ่นของภูมิภาค Haute-Savoie ดังจะเห็นได้จากการเลือกใช้องค์ประกอบของต้นสน, ปลาจากทะเลสาบและเห็ดต่าง ๆ ดังที่เราจะได้ชิมกันในวันนี้ ลูกค้าจะได้รับการนำเสนอ Set Menu 2 แบบคือ Promenade at Leutaz (260 €/p) ที่รวบรวมจานเด็ดเอาไว้อย่างครบถ้วนและ Flavours Randonnée (330 €/p) ที่ใส่อาหารบางจานที่อาศัยวัตถุดิบตามฤดูกาลเข้ามาเพิ่มเติม สุดท้ายคือรายการแบบ À La Carte ซึ่งมีราคาต่อจานอยู่ที่ 75-100 € ให้เลือกกันตามใจชอบโดยเราขอหยิบยกจานที่ดีที่สุดในมื้อนี้มาเล่าให้ฟังดังนี้

✨ Juane de poule fumé, Champignons de Paris savoyards et café

หนึ่งใน Iconic Dish ของห้องอาหาร Flocons de Sel คือจานที่เชฟนำเสนอเห็ด Champignons de Paris จากภูมิภาค Savoy แล่มาเป็นชิ้นบาง ๆ เพื่อให้เคี้ยวง่าย ทั้งยังมี Earthy Aroma ปนมาไม่มากนัก ด้านล่างรองด้วยไข่แดงรมควันช่วยเพิ่มความครีมมี่ หอม มัน เสริมด้วยรสเค็มจากเกลือพอประมาณ จากนั้นเชื่อมด้วยรสชาติและอโรมาของกาแฟที่เตรียมมาเป็นโฟมได้อย่างนุ่มนวล (20/20)

✨ Biscuit de brochet et lotte du Lac, Jus d'oignon grillé

คอร์ส Classic Dish ที่เชฟ Emmanuel Renaut ตั้งใจรับสรรค์ขึ้นเพื่ออุทิศให้กับเพื่อนนักตกปลานามว่า Éric Jacquier เนื่องจากอาชีพทำให้ตัวเขาต้องตื่นตั้งแต่ตี 3 ในทุก ๆ วันเพื่อเดินทางไปยังทะเลสาบ Geneva ต่อเนื่องกันมานานเกินกว่า 30 ปี องค์ประกอบด้านล่างเตรียมโดยการผสมเนื้อปลา Pike ซึ่งมีคอลลาเจนสูงในอัตราส่วน 2/3 เข้ากันกับเนื้อปลา Monkfish ในอัตราส่วน 1/3 จนได้ออกมาเป็นคัสตาร์ดที่ให้เนื้อสัมผัสสุดครีมมี่ ละมุนลิ้น โดยไม่มีแป้งเป็นส่วนผสมแม้แต่น้อยจนเชฟ Emmanuel Renaut เปรียบเปรยเนื้อสัมผัสของนี้ว่าอยู่กึ่งกลางระหว่าง Royale และ Quenelle นั่นเอง จากนั้นคือเลเยอร์ของแผ่นบิสกิตและ Tapioca Pearl กรอบ ๆ ช่วยเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัส น้ำซอสรอบ ๆ ทำมาจากหอมใหญ่เผาให้กลิ่มหอมและรสชาติที่เข้มข้นจนสามารถสร้างความทรงจำที่ยากจะลืมได้ลง (19/20)

✨ Filet de Chevreuil « Chasseur Français »

Mûres, cassis et sapin, jus « comme une sauce Grand Veneur »

ห้องอาหาร Flocons De Sel จะให้ลูกค้าแต่ละคนเลือก Main Course ได้เป็นของตัวเองโดยมีจานแรกคือเนื้อกวางเสิร์ฟมาเป็น Fillet ซึ่งจะมีความเฟิร์มแต่ไม่กระด้างพ่วงกับกลิ่นเฉพาะตัวเพียงเล็กน้อย เชฟจับคู่กับรสชาติอันเข้มข้นของ Blackcurrant และอโรมาของ Fir หรือต้นสน อีกไฮไลท์หนึ่งของจานคือซอสที่เชฟทำเลียนแบบ Grand Veneur ซึ่งปกติแล้วเป็นซอสคลาสสิคที่ขึ้นจากไวน์แดงและผลไม้สีแดงต่าง ๆ (Red Wine & Red Fruits) จับคู่กับเนื้อกวางเข้ากันดีอย่างไร้ที่ติ (19/20)

🎗 [WHY GO] เชฟ Emmanuel Renaut แสดงออกถึงตัวตนของเขาและภูมิภาค Haute-Savoie ผ่านการรังสรรค์เซ็ตเมนูอันยอดเยี่ยม ทีมบริการนำโดยภรรยาคุณ Kristine Renaut ให้การต้อนรับลูกค้าทุกคนแบบเป็นกันเองและอธิบายถึงรายละเอียดของอาหารแต่ละจานได้โดยละเอียด ราคาโดยรวมถือว่าค่อนข้างสูงแต่ก็ไม่หนีห่างจากห้องอาหารชั้นนำอื่น ๆ ในแถบนี้ สำหรับเพื่อน ๆ ที่เดินทางไปท่องเที่ยวในพื้นที่ Haute-Savoie โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอย่าง Chamonix-Mont-Blanc เราขอแนะนำอย่างมากให้เพิ่ม Flocons de Sel เอาไว้ในแผนการท่องเที่ยวเพื่อสัมผัสศิลปะทางอาหารแบบ Alpine และ Savoyard ที่ผ่านการพัฒนาจนถึงขีดสุด

ภาพของร้านอาหาร

ทั้งหมด 58 รูป

🇫🇷 Flocons de Sel - ฟลอกองส์ เดอ เซล 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars - 3 ดาวมิชลิน 🏵🏵🏵🏵🏵 19/20 Gault&Millau - 19/20 โก&มีโย 🍴 Creative - อาหารเชิงสร้างสรรค์ 👨🏻‍🍳 Chef Emmanuel Renaut - เชฟเอ็มมานูเอล เรอโน
รูปที่ 1
🇫🇷 Flocons de Sel - ฟลอกองส์ เดอ เซล 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars - 3 ดาวมิชลิน 🏵🏵🏵🏵🏵 19/20 Gault&Millau - 19/20 โก&มีโย 🍴 Creative - อาหารเชิงสร้างสรรค์ 👨🏻‍🍳 Chef Emmanuel Renaut - เชฟเอ็มมานูเอล เรอโน
Tuiles racines เริ่มต้น Amuse Bouche ด้วยคำเล็ก ๆ ที่มีชื่อว่า Tuiles racines แปลตรงตัวได้ว่า Root Tuile ในที่นี้ทำมาจาก Jerusalem Artichoke กรอบ หอม เบา เคี้ยวง่าย (20/20)
รูปที่ 2
Tuiles racines เริ่มต้น Amuse Bouche ด้วยคำเล็ก ๆ ที่มีชื่อว่า Tuiles racines แปลตรงตัวได้ว่า Root Tuile ในที่นี้ทำมาจาก Jerusalem Artichoke กรอบ หอม เบา เคี้ยวง่าย (20/20)
Tartelette courge et butternut ต่อด้วยมินิทาร์ตขนาดจิ๋ว แป้งบางกรอบ ด้านในบรรจุ Radish กรอบ ๆ (20/20)
รูปที่ 3
Tartelette courge et butternut ต่อด้วยมินิทาร์ตขนาดจิ๋ว แป้งบางกรอบ ด้านในบรรจุ Radish กรอบ ๆ (20/20)
Champignon et noisettes du Piémont Amuse-bouche คำที่ดีที่สุดต้องขอยกให้กับการจับคู่ระหว่างเห็ด Champignons de Paris ฝานบาง ๆ ให้เนื้อสัมผัสนุ่มเฟิร์มตัดกันกับถั่วฮาเซลนัทจาก Piedmont ได้อย่างไร้ที่ติ (20/20)
รูปที่ 4
Champignon et noisettes du Piémont Amuse-bouche คำที่ดีที่สุดต้องขอยกให้กับการจับคู่ระหว่างเห็ด Champignons de Paris ฝานบาง ๆ ให้เนื้อสัมผัสนุ่มเฟิร์มตัดกันกับถั่วฮาเซลนัทจาก Piedmont ได้อย่างไร้ที่ติ (20/20)
Champignon et noisettes du Piémont ด้านล่างมีแผ่นกรอบช่วยเสริมมิติทางเนื้อสัมผัส (20/20)
รูปที่ 5
Champignon et noisettes du Piémont ด้านล่างมีแผ่นกรอบช่วยเสริมมิติทางเนื้อสัมผัส (20/20)
Biscuit de Savoie au Sapin Biscuit de Savoie au Sapin คือบิสกิตที่หน้าตาเหมือนขนมเค้กทำมาจากต้นสนพร้อมด้วยเจล Kumquat รสเปรี้ยวทั้งยังให้อโรมาเฉพาะตัวที่หาได้จากแถบนี้เท่านั้น (20/20)
รูปที่ 6
Biscuit de Savoie au Sapin Biscuit de Savoie au Sapin คือบิสกิตที่หน้าตาเหมือนขนมเค้กทำมาจากต้นสนพร้อมด้วยเจล Kumquat รสเปรี้ยวทั้งยังให้อโรมาเฉพาะตัวที่หาได้จากแถบนี้เท่านั้น (20/20)
Biscuit de Savoie au Sapin Tartelette courge et butternut Champignon et noisettes du Piémont Tuiles racines เซ็ต Amuse-bouche จัดเสิร์ฟมาพร้อมกัน 4 อย่าง (20/20)
รูปที่ 7
Biscuit de Savoie au Sapin Tartelette courge et butternut Champignon et noisettes du Piémont Tuiles racines เซ็ต Amuse-bouche จัดเสิร์ฟมาพร้อมกัน 4 อย่าง (20/20)
Juane de poule fumé, Champignons de Paris savoyards et café หนึ่งใน Iconic Dish ของห้องอาหาร Flocons de Sel คือจานที่เชฟนำเสนอเห็ด Champignons de Paris จากภูมิภาค Savoy แล่มาเป็นชิ้นบาง ๆ เพื่อให้เคี้ยวง่าย ทั้งยังมี Earthy Aroma ปนมาไม่มากนัก ด้านล่างรองด้วยไข่แดงรมควันช่วยเพิ่มความครีมมี่ หอม มัน เสริมด้วยรสเค็มจากเกลือพอประมาณ จากนั้นเชื่อมด้วยรสชาติและอโรมาของกาแฟที่เตรียมมาเป็นโฟมได้อย่างนุ่มนวล (20/20)
รูปที่ 8
Juane de poule fumé, Champignons de Paris savoyards et café หนึ่งใน Iconic Dish ของห้องอาหาร Flocons de Sel คือจานที่เชฟนำเสนอเห็ด Champignons de Paris จากภูมิภาค Savoy แล่มาเป็นชิ้นบาง ๆ เพื่อให้เคี้ยวง่าย ทั้งยังมี Earthy Aroma ปนมาไม่มากนัก ด้านล่างรองด้วยไข่แดงรมควันช่วยเพิ่มความครีมมี่ หอม มัน เสริมด้วยรสเค็มจากเกลือพอประมาณ จากนั้นเชื่อมด้วยรสชาติและอโรมาของกาแฟที่เตรียมมาเป็นโฟมได้อย่างนุ่มนวล (20/20)
Croûte de fromage, et truffes noires Crisp หรือแผ่นแป้งกรอบที่มีส่วนผสมของชีสท้องถิ่นของภูมิภาค Savoie เชฟเตรียมให้เป็นริ้ว ๆ เพื่อให้เกิดให้มีมิติทางเนื้อสัมผัสในตัวเอง รสชาติมีครบทั้งเปรี้ยวและหวาน ด้านล่างรองด้วยองค์ประกอบของเห็ดต่าง ๆ เคี้ยวหนึบหนับและอโรมาของทรัฟเฟิลอีกด้วย (19/20)
รูปที่ 9
Croûte de fromage, et truffes noires Crisp หรือแผ่นแป้งกรอบที่มีส่วนผสมของชีสท้องถิ่นของภูมิภาค Savoie เชฟเตรียมให้เป็นริ้ว ๆ เพื่อให้เกิดให้มีมิติทางเนื้อสัมผัสในตัวเอง รสชาติมีครบทั้งเปรี้ยวและหวาน ด้านล่างรองด้วยองค์ประกอบของเห็ดต่าง ๆ เคี้ยวหนึบหนับและอโรมาของทรัฟเฟิลอีกด้วย (19/20)
Croûte de fromage, et truffes noires วิธีรับประทานให้เคาะแผ่นกรอบให้แตกออกเผยให้เห็นองค์ประกอบของเห็ดที่ซ่อนอยู่ด้านล่าง (19/20)
รูปที่ 10
Croûte de fromage, et truffes noires วิธีรับประทานให้เคาะแผ่นกรอบให้แตกออกเผยให้เห็นองค์ประกอบของเห็ดที่ซ่อนอยู่ด้านล่าง (19/20)
Première fera du lac légèrement fumé, jus persil ถัดมาคือปลา Fera จากทะเลสาบ Geneva เนื้อสัมผัสนุ่มและหนึบเสิร์ฟมาคู่กับ Parsley Jus รสชาติเข้มข้น เจลรสเปรี้ยว ด้านบนคือแผ่นกรอบ จบด้วยการแต่งแต้มด้วยผงมัทฉะรอบ ๆ จาน (18/20)
รูปที่ 11
Première fera du lac légèrement fumé, jus persil ถัดมาคือปลา Fera จากทะเลสาบ Geneva เนื้อสัมผัสนุ่มและหนึบเสิร์ฟมาคู่กับ Parsley Jus รสชาติเข้มข้น เจลรสเปรี้ยว ด้านบนคือแผ่นกรอบ จบด้วยการแต่งแต้มด้วยผงมัทฉะรอบ ๆ จาน (18/20)
Homemade bread and butter จากนั้นพนักงานจะเสิร์ฟขนมปังมาคู่กับเนยที่ใส่กลิ่นและอโรมาของต้นสนจากพื้นที่แถบ Savoie
รูปที่ 12
Homemade bread and butter จากนั้นพนักงานจะเสิร์ฟขนมปังมาคู่กับเนยที่ใส่กลิ่นและอโรมาของต้นสนจากพื้นที่แถบ Savoie
Homemade bread and butter เนยเนื้อเนียน ครีมมี่ มีกลิ่นและอโรมาของสนชัดเจน
รูปที่ 13
Homemade bread and butter เนยเนื้อเนียน ครีมมี่ มีกลิ่นและอโรมาของสนชัดเจน
Omble chevalier cuit simplement, mousseline de carotte et citron, jus au sapin คอร์สถัดมาเสิร์ฟมาในถ้วยเซรามิคสีขาวดูสะอาดตา (19/20)
รูปที่ 14
Omble chevalier cuit simplement, mousseline de carotte et citron, jus au sapin คอร์สถัดมาเสิร์ฟมาในถ้วยเซรามิคสีขาวดูสะอาดตา (19/20)
Omble chevalier cuit simplement, mousseline de carotte et citron, jus au sapin ปลา Arctic Char จากทะเลสาบปรุงสุกได้ระดับ ด้านบนคือหนังปลาม้วนพันมาเป็นทรงกระบอกสีเงิน เนื้อสัมผัสนุ่ม หนึบ ไร้ซึ่งกลิ่นคาว ขนาบข้างด้วยชิ้นแครอท ด้านล่างรองด้วย Mousseline ทำมาจากแครอทและเลมอนให้รสหวานนำเสริมด้วยมิติความเปรี้ยวนิด ๆ เจลสีเขียวให้อโรมาของใบสน จากนั้นพนักงานจะเทราดซอสที่ Perfumed อโรมาของสนและรสชาติเปรี้ยวนำลงไปในจาน (19/20)
รูปที่ 15
Omble chevalier cuit simplement, mousseline de carotte et citron, jus au sapin ปลา Arctic Char จากทะเลสาบปรุงสุกได้ระดับ ด้านบนคือหนังปลาม้วนพันมาเป็นทรงกระบอกสีเงิน เนื้อสัมผัสนุ่ม หนึบ ไร้ซึ่งกลิ่นคาว ขนาบข้างด้วยชิ้นแครอท ด้านล่างรองด้วย Mousseline ทำมาจากแครอทและเลมอนให้รสหวานนำเสริมด้วยมิติความเปรี้ยวนิด ๆ เจลสีเขียวให้อโรมาของใบสน จากนั้นพนักงานจะเทราดซอสที่ Perfumed อโรมาของสนและรสชาติเปรี้ยวนำลงไปในจาน (19/20)
Biscuit de brochet et lotte du Lac, Jus d'oignon grillé คอร์ส Classic Dish ที่เชฟ Emmanuel Renaut ตั้งใจรังสรรค์ขึ้นเพื่ออุทิศให้กับเพื่อนนักตกปลานามว่า Éric Jacquier เนื่องจากอาชีพทำให้ตัวเขาต้องตื่นตั้งแต่ตี 3 ในทุก ๆ วันเพื่อเดินทางไปยังทะเลสาบ Geneva ต่อเนื่องกันมานานเกินกว่า 30 ปี องค์ประกอบด้านล่างเตรียมโดยการผสมเนื้อปลา Pike ซึ่งมีคอลลาเจนสูงในอัตราส่วน 2/3 เข้ากันกับเนื้อปลา Monkfish ในอัตราส่วน 1/3 จนได้ออกมาเป็นคัสตาร์ดที่ให้เนื้อสัมผัสสุดครีมมี่ ละมุนลิ้น โดยไม่มีแป้งเป็นส่วนผสมแม้แต่น้อยจนเชฟ Emmanuel Renaut เปรียบเปรยเนื้อสัมผัสของนี้ว่าอยู่กึ่งกลางระหว่าง Royale และ Quenelle นั่นเอง จากนั้นคือเลเยอร์ของแผ่นบิสกิตและ Tapioca Pearl กรอบ ๆ ช่วยเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัส น้ำซอสรอบ ๆ ทำมาจากหอมใหญ่เผาให้กลิ่มหอมและรสชาติที่เข้มข้นจนสามารถสร้างความทรงจำที่ยากจะลืมได้ลง (19/20)
รูปที่ 16
Biscuit de brochet et lotte du Lac, Jus d'oignon grillé คอร์ส Classic Dish ที่เชฟ Emmanuel Renaut ตั้งใจรังสรรค์ขึ้นเพื่ออุทิศให้กับเพื่อนนักตกปลานามว่า Éric Jacquier เนื่องจากอาชีพทำให้ตัวเขาต้องตื่นตั้งแต่ตี 3 ในทุก ๆ วันเพื่อเดินทางไปยังทะเลสาบ Geneva ต่อเนื่องกันมานานเกินกว่า 30 ปี องค์ประกอบด้านล่างเตรียมโดยการผสมเนื้อปลา Pike ซึ่งมีคอลลาเจนสูงในอัตราส่วน 2/3 เข้ากันกับเนื้อปลา Monkfish ในอัตราส่วน 1/3 จนได้ออกมาเป็นคัสตาร์ดที่ให้เนื้อสัมผัสสุดครีมมี่ ละมุนลิ้น โดยไม่มีแป้งเป็นส่วนผสมแม้แต่น้อยจนเชฟ Emmanuel Renaut เปรียบเปรยเนื้อสัมผัสของนี้ว่าอยู่กึ่งกลางระหว่าง Royale และ Quenelle นั่นเอง จากนั้นคือเลเยอร์ของแผ่นบิสกิตและ Tapioca Pearl กรอบ ๆ ช่วยเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัส น้ำซอสรอบ ๆ ทำมาจากหอมใหญ่เผาให้กลิ่มหอมและรสชาติที่เข้มข้นจนสามารถสร้างความทรงจำที่ยากจะลืมได้ลง (19/20)
Biscuit de brochet et lotte du Lac, Jus d'oignon grillé เลเยอร์มีเนื้อสัมผัสละมุนลิ้นสุด ๆ (19/20)
รูปที่ 17
Biscuit de brochet et lotte du Lac, Jus d'oignon grillé เลเยอร์มีเนื้อสัมผัสละมุนลิ้นสุด ๆ (19/20)
จากนั้นพนักงานจะนำมีดมาวางเอาไว้เตรียมก่อนเข้าสู่เมนคอร์ส
รูปที่ 18
จากนั้นพนักงานจะนำมีดมาวางเอาไว้เตรียมก่อนเข้าสู่เมนคอร์ส
Filet de Chevreuil « Chasseur Français » Mûres, cassis et sapin, jus « comme une sauce Grand Veneur » ห้องอาหาร Flocons De Sel จะให้ลูกค้าแต่ละคนเลือก Main Course ได้เป็นของตัวเอง จานแรกในวันนี้คือเนื้อกวางเสิร์ฟมาเป็น Fillet โดยจะมีความเฟิร์มแต่ไม่กระด้างพ่วงกับกลิ่นเฉพาะตัวเพียงเล็กน้อย เชฟจับคู่กับรสชาติอันเข้มข้นของ Blackcurrant และอโรมาของ Fir หรือต้นสน อีกไฮไลท์หนึ่งของจานคือซอสที่เชฟทำเลียนแบบ Grand Veneur ซึ่งปกติแล้วเป็นซอสคลาสสิคที่ขึ้นจากไวน์แดงและผลไม้สีแดงต่าง ๆ (Red Wine & Red Fruits) จับคู่กับเนื้อกวางเข้ากันดีอย่างไร้ที่ติ (19/20)
รูปที่ 19
Filet de Chevreuil « Chasseur Français » Mûres, cassis et sapin, jus « comme une sauce Grand Veneur » ห้องอาหาร Flocons De Sel จะให้ลูกค้าแต่ละคนเลือก Main Course ได้เป็นของตัวเอง จานแรกในวันนี้คือเนื้อกวางเสิร์ฟมาเป็น Fillet โดยจะมีความเฟิร์มแต่ไม่กระด้างพ่วงกับกลิ่นเฉพาะตัวเพียงเล็กน้อย เชฟจับคู่กับรสชาติอันเข้มข้นของ Blackcurrant และอโรมาของ Fir หรือต้นสน อีกไฮไลท์หนึ่งของจานคือซอสที่เชฟทำเลียนแบบ Grand Veneur ซึ่งปกติแล้วเป็นซอสคลาสสิคที่ขึ้นจากไวน์แดงและผลไม้สีแดงต่าง ๆ (Red Wine & Red Fruits) จับคู่กับเนื้อกวางเข้ากันดีอย่างไร้ที่ติ (19/20)
Filet de Chevreuil « Chasseur Français » Mûres, cassis et sapin, jus « comme une sauce Grand Veneur » และแน่นอนว่าคอร์สเนื้อกวางจัดเสิร์ฟมาคู่กับมันฝรั่งกรอบนั่นเอง (19/20)
รูปที่ 20
Filet de Chevreuil « Chasseur Français » Mûres, cassis et sapin, jus « comme une sauce Grand Veneur » และแน่นอนว่าคอร์สเนื้อกวางจัดเสิร์ฟมาคู่กับมันฝรั่งกรอบนั่นเอง (19/20)
Agneau de lait frotté à l'ail, jus Tilleul, Tarte oignon, champignons Le collier servi à part froid, moutarde de truffes noires เนื้อลูกแกะเลี้ยงด้วยน้ำนมคลุกเคล้าด้านนอกกับกระเทียม จากนั้นนำไปย่างแล้วเสิร์ฟมาที่ความสุกระดับ Medium ข้างกันคือทาร์ตหัวหอมแป้งบางกรอบ องค์ประกอบของเห็ด และพูเรสีน้ำตาลทำมาจากเห็ด Ceps และ Eggplant จบด้วยการเทราดซอส Lamb Jus มีความเปรี้ยวของน้ำมะนาวลงไปด้วย (18/20)
รูปที่ 21
Agneau de lait frotté à l'ail, jus Tilleul, Tarte oignon, champignons Le collier servi à part froid, moutarde de truffes noires เนื้อลูกแกะเลี้ยงด้วยน้ำนมคลุกเคล้าด้านนอกกับกระเทียม จากนั้นนำไปย่างแล้วเสิร์ฟมาที่ความสุกระดับ Medium ข้างกันคือทาร์ตหัวหอมแป้งบางกรอบ องค์ประกอบของเห็ด และพูเรสีน้ำตาลทำมาจากเห็ด Ceps และ Eggplant จบด้วยการเทราดซอส Lamb Jus มีความเปรี้ยวของน้ำมะนาวลงไปด้วย (18/20)
Agneau de lait frotté à l'ail, jus Tilleul, Tarte oignon, champignons Le collier servi à part froid, moutarde de truffes noires ยังมีคอร์สที่สองคือส่วนสันคอเสิร์ฟมาแบบเย็นกับ Black Truffle Mustard ช่วยตัดรสชาติกันได้เป็นอย่างดี (18/20)
รูปที่ 22
Agneau de lait frotté à l'ail, jus Tilleul, Tarte oignon, champignons Le collier servi à part froid, moutarde de truffes noires ยังมีคอร์สที่สองคือส่วนสันคอเสิร์ฟมาแบบเย็นกับ Black Truffle Mustard ช่วยตัดรสชาติกันได้เป็นอย่างดี (18/20)
Les Alpages sur un plateau พนักงานจะเข็นรถเข็นชีสมาให้เราได้เลือกกันโดยมีชีสท้องถิ่นจำนวนมากวางมาบนแผ่นหินอ่อนขนาดใหญ่
รูปที่ 23
Les Alpages sur un plateau พนักงานจะเข็นรถเข็นชีสมาให้เราได้เลือกกันโดยมีชีสท้องถิ่นจำนวนมากวางมาบนแผ่นหินอ่อนขนาดใหญ่
Les Alpages sur un plateau ลูกค้า 1 ท่านสามารถเลือกได้ประมาณ 3-5 ชิ้น
รูปที่ 24
Les Alpages sur un plateau ลูกค้า 1 ท่านสามารถเลือกได้ประมาณ 3-5 ชิ้น
Les Alpages sur un plateau เราขอแนะนำให้พนักงานเลือกให้เพื่อความหลากหลายของชนิด รสชาติ และเนื้อสัมผัส
รูปที่ 25
Les Alpages sur un plateau เราขอแนะนำให้พนักงานเลือกให้เพื่อความหลากหลายของชนิด รสชาติ และเนื้อสัมผัส
Le flocons de sucre จากนั้นคือคอร์ส Pre-Dessert เล็ก ๆ เสิร์ฟมาเป็น Chestnut with Blueberries and Vanilla (17/20)
รูปที่ 26
Le flocons de sucre จากนั้นคือคอร์ส Pre-Dessert เล็ก ๆ เสิร์ฟมาเป็น Chestnut with Blueberries and Vanilla (17/20)
Le flocons de sucre เปิดออกมาด้านล่างจะพบกับครีมเกาลัดหวาน ๆ จับคู่กับความเปรี้ยวของบลูเบอร์รี่และความหอมมัาของวานิลลา (17/20)
รูปที่ 27
Le flocons de sucre เปิดออกมาด้านล่างจะพบกับครีมเกาลัดหวาน ๆ จับคู่กับความเปรี้ยวของบลูเบอร์รี่และความหอมมัาของวานิลลา (17/20)
Soufflé chaud parfumé à la gentiane, crème citron vert et gentiane สำหรับขนมหวานอย่างแรกคือ Soufflé นุ่มฟูที่มีอโรมาหอม ๆ ของสมุนไพร Gentian เสิร์ฟมาร้อน ๆ คู่กันกับ Gentian Cream พร้อมกับความหวานของน้ำตาลไอซิ่งที่โรยมาเป็นรูปหิมะที่ด้านบน (17/20)
รูปที่ 28
Soufflé chaud parfumé à la gentiane, crème citron vert et gentiane สำหรับขนมหวานอย่างแรกคือ Soufflé นุ่มฟูที่มีอโรมาหอม ๆ ของสมุนไพร Gentian เสิร์ฟมาร้อน ๆ คู่กันกับ Gentian Cream พร้อมกับความหวานของน้ำตาลไอซิ่งที่โรยมาเป็นรูปหิมะที่ด้านบน (17/20)
Glace au lait d’Alpage Marmelade d’orange, dans une fine lamelle de meringue Suisse ถัดมาเป็นขนมหวาน Signature Dish ที่นำเสนอมาเป็นไอศกรีมนมจาก Val d'Arly หมู่บ้านเล็ก ๆ ในพื้นที่แถบ Mont Blanc ด้านในสอดไส้ Orange Marmalade หรือแยมส้มและ Meringue Switzerland หวานกรอบ (18/20)
รูปที่ 29
Glace au lait d’Alpage Marmelade d’orange, dans une fine lamelle de meringue Suisse ถัดมาเป็นขนมหวาน Signature Dish ที่นำเสนอมาเป็นไอศกรีมนมจาก Val d'Arly หมู่บ้านเล็ก ๆ ในพื้นที่แถบ Mont Blanc ด้านในสอดไส้ Orange Marmalade หรือแยมส้มและ Meringue Switzerland หวานกรอบ (18/20)
Mignardises ปิดท้ายมื้ออาหารด้วย Linzer Tart with Lime Juice, Hazelnut with Almonds and Chocolate, Liquer Bon Bon นอกจากนี้ยังมี Chocolate รูปน้องไก่เป็นของขวัญในวัน Easter Day อีกด้วย
รูปที่ 30
Mignardises ปิดท้ายมื้ออาหารด้วย Linzer Tart with Lime Juice, Hazelnut with Almonds and Chocolate, Liquer Bon Bon นอกจากนี้ยังมี Chocolate รูปน้องไก่เป็นของขวัญในวัน Easter Day อีกด้วย
Mignardises อย่างไรก็ตามที่โดดเด่นที่สุดเห็นจะเป็น Linzer Tart นี่แหละ
รูปที่ 31
Mignardises อย่างไรก็ตามที่โดดเด่นที่สุดเห็นจะเป็น Linzer Tart นี่แหละ
💰 ราคา 486 €
รูปที่ 32
💰 ราคา 486 €
🎗[INTRO] บทความในวันนี้เราจะขอเล่าถึง Flocons de Sel ห้องอาหารที่ได้รับการยกย่องจากบรรดานักชิมชื่อดังทั่วทั้งยุโรปให้เป็นร้านที่ดีที่สุดในภูมิภาค Haute Savoie และพื้นที่แถบ Mont Blanc ของประเทศฝรั่งเศส เชฟ Emmanuel Renaut สามารถยกระดับวัตถุดิบท้องถิ่นอย่างเช่นปลาจากทะเลสาบ ต้นสน และสมุนไพรต่าง ๆ ออกมาได้อย่างไร้ที่ติ
รูปที่ 33
🎗[INTRO] บทความในวันนี้เราจะขอเล่าถึง Flocons de Sel ห้องอาหารที่ได้รับการยกย่องจากบรรดานักชิมชื่อดังทั่วทั้งยุโรปให้เป็นร้านที่ดีที่สุดในภูมิภาค Haute Savoie และพื้นที่แถบ Mont Blanc ของประเทศฝรั่งเศส เชฟ Emmanuel Renaut สามารถยกระดับวัตถุดิบท้องถิ่นอย่างเช่นปลาจากทะเลสาบ ต้นสน และสมุนไพรต่าง ๆ ออกมาได้อย่างไร้ที่ติ
🎗 [THE CHEF] Emmanuel Renaut เกิดในวันที่ 26 มกราคม 1968 ณ เมืองเล็ก ๆ ทางตอนเหนือของกรุง Paris ที่มีชื่อว่า Soisy-sous-Montmorency ในจังหวัด Val d'Oise ก่อนจะย้ายไปเติบโตในจังหวัด Aisne สำหรับเส้นทางสายอาชีพเชฟของเขานั้นเริ่มต้นด้วยการทำงานในกรุง Paris ที่ห้องอาหารใน Hôtel Crillon ซึ่งควบคุมโดยเชฟชื่อดังอย่าง Christian Constant ทั้งยังมีโอกาสร่วมงานกับเชฟ Eric Fréchon และ Yves Camdeborde อยู่อีกพักหนึ่ง ต่อมาเขาได้รับการทาบทามโดยเชฟ Marc Veyrat ในการดำรงตำแหน่งเป็นผู้ช่วยมือขวาที่ห้องอาหาร L’Auberge de l’Eridan อยู่นานหลายปีก่อนจะย้ายมาร่วมงานกับเชฟอาหารหวาน Yves Thuriès และรับงานเป็น Head Chef ที่ Claridge's โรงแรมหรูในกรุง London อยู่อีก 1 ปี กระทั่งในปี 1998 เชฟ Emmanuel Renaut ตัดสินใจเดินทางมายังเมือง Megève ในภูมิภาค Haute-Savoie เพื่อเปิดห้องอาหาร Flocons de Sel เป็นของตัวเอง ตัวร้านได้รับการตอบรับอย่างดีจากนักชิมท้องถิ่นจนสามารถคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้ในปี 2003 ตามมาด้วย 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 2006 และรางวัลอันสูงสุดคือ 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars ในปี 2012 นอกจากนี้ตัวเขายังเป็นผู้ถือครองตำแหน่ง Meilleur Ouvrier de France ในปี 2004 อีกด้วย
รูปที่ 34
🎗 [THE CHEF] Emmanuel Renaut เกิดในวันที่ 26 มกราคม 1968 ณ เมืองเล็ก ๆ ทางตอนเหนือของกรุง Paris ที่มีชื่อว่า Soisy-sous-Montmorency ในจังหวัด Val d'Oise ก่อนจะย้ายไปเติบโตในจังหวัด Aisne สำหรับเส้นทางสายอาชีพเชฟของเขานั้นเริ่มต้นด้วยการทำงานในกรุง Paris ที่ห้องอาหารใน Hôtel Crillon ซึ่งควบคุมโดยเชฟชื่อดังอย่าง Christian Constant ทั้งยังมีโอกาสร่วมงานกับเชฟ Eric Fréchon และ Yves Camdeborde อยู่อีกพักหนึ่ง ต่อมาเขาได้รับการทาบทามโดยเชฟ Marc Veyrat ในการดำรงตำแหน่งเป็นผู้ช่วยมือขวาที่ห้องอาหาร L’Auberge de l’Eridan อยู่นานหลายปีก่อนจะย้ายมาร่วมงานกับเชฟอาหารหวาน Yves Thuriès และรับงานเป็น Head Chef ที่ Claridge's โรงแรมหรูในกรุง London อยู่อีก 1 ปี กระทั่งในปี 1998 เชฟ Emmanuel Renaut ตัดสินใจเดินทางมายังเมือง Megève ในภูมิภาค Haute-Savoie เพื่อเปิดห้องอาหาร Flocons de Sel เป็นของตัวเอง ตัวร้านได้รับการตอบรับอย่างดีจากนักชิมท้องถิ่นจนสามารถคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้ในปี 2003 ตามมาด้วย 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 2006 และรางวัลอันสูงสุดคือ 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars ในปี 2012 นอกจากนี้ตัวเขายังเป็นผู้ถือครองตำแหน่ง Meilleur Ouvrier de France ในปี 2004 อีกด้วย
🎗[THE FOOD] เชฟ Emmanuel Renaut และเชฟสาวมือขวาของเขาอย่าง Nadine Vincent มีความหลงไหลในวัตถุดิบท้องถิ่นของภูมิภาค Haute-Savoie ดังจะเห็นได้จากการเลือกใช้องค์ประกอบของต้นสน, ปลาจากทะเลสาบและเห็ดต่าง ๆ ดังที่เราจะได้ชิมกันในวันนี้
รูปที่ 35
🎗[THE FOOD] เชฟ Emmanuel Renaut และเชฟสาวมือขวาของเขาอย่าง Nadine Vincent มีความหลงไหลในวัตถุดิบท้องถิ่นของภูมิภาค Haute-Savoie ดังจะเห็นได้จากการเลือกใช้องค์ประกอบของต้นสน, ปลาจากทะเลสาบและเห็ดต่าง ๆ ดังที่เราจะได้ชิมกันในวันนี้
ลูกค้าจะได้รับการนำเสนอ Set Menu 2 แบบคือ Promenade at Leutaz (260 €/p) ที่รวบรวมจานเด็ดเอาไว้อย่างครบถ้วนและ Flavours Randonnée (330 €/p) ที่ใส่อาหารบางจานที่อาศัยวัตถุดิบตามฤดูกาลเข้ามาเพิ่มเติม สุดท้ายคือรายการแบบ À La Carte ซึ่งมีราคาต่อจานอยู่ที่ 75-100 € ให้เลือกกันตามใจชอบ
รูปที่ 36
ลูกค้าจะได้รับการนำเสนอ Set Menu 2 แบบคือ Promenade at Leutaz (260 €/p) ที่รวบรวมจานเด็ดเอาไว้อย่างครบถ้วนและ Flavours Randonnée (330 €/p) ที่ใส่อาหารบางจานที่อาศัยวัตถุดิบตามฤดูกาลเข้ามาเพิ่มเติม สุดท้ายคือรายการแบบ À La Carte ซึ่งมีราคาต่อจานอยู่ที่ 75-100 € ให้เลือกกันตามใจชอบ
[THE PLACE] Flocons de Sel เป็นห้องอาหารระดับสูงในภูมิภาค Haute-Savoie แต่เดิมตัวร้านตั้งอยู่ในตัวเมือง Megève ก่อนที่จะย้ายมายังตำแหน่งปัจจุบันคือ Route du Leutaz ตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน 2008
รูปที่ 37
[THE PLACE] Flocons de Sel เป็นห้องอาหารระดับสูงในภูมิภาค Haute-Savoie แต่เดิมตัวร้านตั้งอยู่ในตัวเมือง Megève ก่อนที่จะย้ายมายังตำแหน่งปัจจุบันคือ Route du Leutaz ตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน 2008
ลูกค้าสามารถเดินทางมาด้วยรถยนต์ส่วนตัวมาได้ทั้งจากนคร Lyon (2 ชั่วโมง 20 นาที), นคร Geneva (1 ชั่วโมง 30 นาที) และเมืองท่องเที่ยวเล็ก ๆ ซึ่งเป็นจุดขึ้นกระเช้าไปยังเทือกเขา The French Alps อย่าง Chamonix-Mont-Blanc (50 นาที) ระหว่างทางเต็มไปด้วยถนนลัดเลาะเนินเขาอันคดเคี้ยว
รูปที่ 38
ลูกค้าสามารถเดินทางมาด้วยรถยนต์ส่วนตัวมาได้ทั้งจากนคร Lyon (2 ชั่วโมง 20 นาที), นคร Geneva (1 ชั่วโมง 30 นาที) และเมืองท่องเที่ยวเล็ก ๆ ซึ่งเป็นจุดขึ้นกระเช้าไปยังเทือกเขา The French Alps อย่าง Chamonix-Mont-Blanc (50 นาที) ระหว่างทางเต็มไปด้วยถนนลัดเลาะเนินเขาอันคดเคี้ยว
ณ ปลายทางบนเนินเขา Rochebrune คืออาคารสไตล์ Chalet ขนาดเล็กสร้างติดกันเป็นกลุ่มโดยมีโรงแรมหรูในเครือ Relais & Châteaux ตกแต่งออกมาในสไตล์โมเดิร์น นอกจากนี้ยังมี Flocons de Sel Spa ที่โดดเด่นด้วยบรรยากาศอันผ่อนคลายและทัศนียภาพของเทือกเขาในแถบนี้ สุดท้ายคือห้องอาหาร 3 แห่งคือ Flocons Village (Selected by MICHELIN Guide) และ Chalet Le Forestier ที่นำเสนออาหารพื้นบ้านในราคาสบายกระเป๋า
รูปที่ 39
ณ ปลายทางบนเนินเขา Rochebrune คืออาคารสไตล์ Chalet ขนาดเล็กสร้างติดกันเป็นกลุ่มโดยมีโรงแรมหรูในเครือ Relais & Châteaux ตกแต่งออกมาในสไตล์โมเดิร์น นอกจากนี้ยังมี Flocons de Sel Spa ที่โดดเด่นด้วยบรรยากาศอันผ่อนคลายและทัศนียภาพของเทือกเขาในแถบนี้ สุดท้ายคือห้องอาหาร 3 แห่งคือ Flocons Village (Selected by MICHELIN Guide) และ Chalet Le Forestier ที่นำเสนออาหารพื้นบ้านในราคาสบายกระเป๋า
ส่วน Restaurant Gastronomique ที่เราตั้งใจนำเสนอในวันนี้นั้นมีลักษณะเป็น Chalet ขนาดย่อม
รูปที่ 40
ส่วน Restaurant Gastronomique ที่เราตั้งใจนำเสนอในวันนี้นั้นมีลักษณะเป็น Chalet ขนาดย่อม
ห้องรับประทานอาหารหลักมีเพดานสูงโปร่ง
รูปที่ 41
ห้องรับประทานอาหารหลักมีเพดานสูงโปร่ง
บรรยากาศในห้องอาหาร
รูปที่ 42
บรรยากาศในห้องอาหาร
ผนังฝั่งหนึ่งเป็นกระจกใสปล่อยให้แสงธรรมชาติจากภายนอกสาดส่องเข้ามาในช่วงกลางวัน
รูปที่ 43
ผนังฝั่งหนึ่งเป็นกระจกใสปล่อยให้แสงธรรมชาติจากภายนอกสาดส่องเข้ามาในช่วงกลางวัน
ภายในห้องอาหาร
รูปที่ 44
ภายในห้องอาหาร
หลังจบมื้ออาหารภรรยาของเชฟจะพาเราเข้าไปชมในห้องครัว
รูปที่ 45
หลังจบมื้ออาหารภรรยาของเชฟจะพาเราเข้าไปชมในห้องครัว
บริเวณทางลงไปชั้นใต้ดินตกแต่งด้วยรูปภาพของเชฟระดับตำนานมากมาย
รูปที่ 46
บริเวณทางลงไปชั้นใต้ดินตกแต่งด้วยรูปภาพของเชฟระดับตำนานมากมาย
นอกจากนี้ลูกค้าสามารถมองผ่านกระจกเข้าไปชมห้อง Wine Cellar ขนาดใหญ่กันได้อีกด้วย
รูปที่ 47
นอกจากนี้ลูกค้าสามารถมองผ่านกระจกเข้าไปชมห้อง Wine Cellar ขนาดใหญ่กันได้อีกด้วย
เดินผ่านประตูเข้าไปจะพบกับ Receptions คอยตรวจสอบการจองรวมไปถึงขายของที่ระลึก
รูปที่ 48
เดินผ่านประตูเข้าไปจะพบกับ Receptions คอยตรวจสอบการจองรวมไปถึงขายของที่ระลึก
ตู้เก็บหนังสือปกแดงของประเทศฝรั่งเศส
รูปที่ 49
ตู้เก็บหนังสือปกแดงของประเทศฝรั่งเศส
จุดจำหน่ายหนังสือต่าง ๆ ที่เชฟเคยเขียนเอาไว้
รูปที่ 50
จุดจำหน่ายหนังสือต่าง ๆ ที่เชฟเคยเขียนเอาไว้
บนเพดานโดดเด่นด้วยกระดิ่งผูกคอวัว
รูปที่ 51
บนเพดานโดดเด่นด้วยกระดิ่งผูกคอวัว
ภาพในห้องอาหาร
รูปที่ 52
ภาพในห้องอาหาร
Member of Les Grandes Tables Du Monde
รูปที่ 53
Member of Les Grandes Tables Du Monde
Emmanuel Renaut ยังเป็นผู้ถือครองตำแหน่ง Meilleur Ouvrier de France ในปี 2004 อีกด้วย
รูปที่ 54
Emmanuel Renaut ยังเป็นผู้ถือครองตำแหน่ง Meilleur Ouvrier de France ในปี 2004 อีกด้วย
🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars - 3 ดาวมิชลิน
รูปที่ 55
🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars - 3 ดาวมิชลิน
โรงแรมในเครือสมาชิกของ Relais & Chateaux
รูปที่ 56
โรงแรมในเครือสมาชิกของ Relais & Chateaux
ด้านหน้าตกแต่งด้วยไม้ฟืนและงานไม้แกะสลักรูปเห็ดและต้นสน
รูปที่ 57
ด้านหน้าตกแต่งด้วยไม้ฟืนและงานไม้แกะสลักรูปเห็ดและต้นสน
🎗 [WHY GO] เชฟ Emmanuel Renaut แสดงออกถึงตัวตนของเขาและภูมิภาค Haute-Savoie ผ่านการรังสรรค์เซ็ตเมนูอันยอดเยี่ยม ทีมบริการนำโดยภรรยาคุณ Kristine Renaut ให้การต้อนรับลูกค้าทุกคนแบบเป็นกันเองและอธิบายถึงรายละเอียดของอาหารแต่ละจานได้โดยละเอียด ราคาโดยรวมถือว่าค่อนข้างสูงแต่ก็ไม่หนีห่างจากห้องอาหารชั้นนำอื่น ๆ ในแถบนี้ สำหรับเพื่อน ๆ ที่เดินทางไปท่องเที่ยวในพื้นที่ Haute-Savoie โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอย่าง Chamonix-Mont-Blanc เราขอแนะนำอย่างมากให้เพิ่ม Flocons de Sel เอาไว้ในแผนการท่องเที่ยวเพื่อสัมผัสศิลปะทางอาหารแบบ Alpine และ Savoyard ที่ผ่านการพัฒนาจนถึงขีดสุด
รูปที่ 58
🎗 [WHY GO] เชฟ Emmanuel Renaut แสดงออกถึงตัวตนของเขาและภูมิภาค Haute-Savoie ผ่านการรังสรรค์เซ็ตเมนูอันยอดเยี่ยม ทีมบริการนำโดยภรรยาคุณ Kristine Renaut ให้การต้อนรับลูกค้าทุกคนแบบเป็นกันเองและอธิบายถึงรายละเอียดของอาหารแต่ละจานได้โดยละเอียด ราคาโดยรวมถือว่าค่อนข้างสูงแต่ก็ไม่หนีห่างจากห้องอาหารชั้นนำอื่น ๆ ในแถบนี้ สำหรับเพื่อน ๆ ที่เดินทางไปท่องเที่ยวในพื้นที่ Haute-Savoie โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอย่าง Chamonix-Mont-Blanc เราขอแนะนำอย่างมากให้เพิ่ม Flocons de Sel เอาไว้ในแผนการท่องเที่ยวเพื่อสัมผัสศิลปะทางอาหารแบบ Alpine และ Savoyard ที่ผ่านการพัฒนาจนถึงขีดสุด

แกลเลอรี