GASTRONOME THAILAND by ตามล่า Fine Dining
Flaveur
2 MICHELIN Stars

FranceFlaveur · ฟลาเวอร์

Creative · อาหารเชิงสร้างสรรค์ — 25 rue Gubernatis, Nice, 06000, France

🎗️ [INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับร้านอาหารของสองพี่น้องตระกูล Torteaux ที่ส่งผ่านความทรงจำในวัยเด็กจาก Guadeloupe ซึ่งเป็นดินแดนโพ้นทะเลของประเทศฝรั่งเศสผ่านทางอาหารของพวกเขาได้อย่างน่าสนใจ

🎗️ [THE PLACE] Flaveur ตั้งอยู่ใจกลางนคร Nice ของประเทศฝรั่งเศสโดยลูกค้าที่เดินทางมาด้วยรถยนต์สามารถจอดรถได้ที่ Parking Nice Étoile แล้วเดินต่อมายังร้าน ภายในมีพื้นที่ค่อนข้างจำกัด การตกแต่งร้านเป็นไปอย่างเรียบง่าย โต๊ะทุกตัวพาดด้วยผ้ากันเปื้อนสีขาว บนผนังตกแต่งด้วยงานประติมากรรมไม้ นอกจากนี้ยังมีภาพของสองเชฟเจ้าของร้านกับเชฟระดับตำนานของประเทศฝรั่งเศสอีกมากมายอีกด้วย

🎗️ [THE CHEF] อาหารที่นี่ควบคุมโดยสองพี่น้องตระกูล Tourteaux โดย Gaël คนพี่เกิดปี 1977 ที่เมือง Reims ในแคว้น Marne ทางตอนเหนือของฝรั่งเศส ส่วนคนน้องคือ Mickaël เกิดปี 1981 ที่เมือง Les Abymes บนเกาะ Guadeloupe ซึ่งเป็นดินแดนโพ้นทะเลของประเทศฝรั่งเศส ทั้งคู่เข้าเรียนที่โรงเรียน Lycée Hôtelier Paul-Augier ในนคร Nice และเคยนั่งสอบในห้องเดียวกัน หลังจากเรียนจบทั้งสองคนได้ทำงานในห้องอาหารระดับตำนาน Le Chantecler แห่งโรงแรม Negresco ภายใต้การควบคุมของเชฟ Alain Llorca ต่อด้วยการร่วมงานกับเชฟระดับแนวหน้าเช่น Michel Del Burgo และ Pierre Gagnaire อีกด้วย หลังจากเก็บเกี่ยวประสบการณ์มาอย่างโชกโชนเชฟทั้งสองจึงเปิดร้าน Flaveur เป็นของตัวเองในเดือนธันวาคม 2008 ตัวร้านได้รับรางวัล 🌟 1 MICHELIN Star ในปี 2008 และเลื่อนระดับสู่ 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 2018

🎗️ [THE FOOD] อาหารที่นี่นำเสนออกมาในเชิงสร้างสรรค์โดยมีจุดเด่นคือการถ่ายทอดรสชาติของอาหารแถบ Guadeloupe ผ่านความทรงจำในวัยเด็กของเชฟทั้งคู่ได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังมีการนำเสนอวัตถุดิบท้องถิ่นออกมาได้อย่างน่าสนใจผ่าน Tasting Menu ทั้ง 2 รูปแบบคือ Menu Exploration (5 Courses - 220 €, 6 Courses - 265 €) และ Menu Toutes Latítudes (315 €) นอกจากนี้ยังมีรายการไวน์มากมายให้ได้เลือกสรรทั้งการจับคู่ไวน์และแบบขวด ตัวอย่างจานที่โดดเด่นคือ

✨ From our Fisherman Steve Molinari - Vadouvan and Lovage

เนื้อปลาที่ผ่านการเตรียมโดยกระบวนการ Ikejime เสิร์ฟมากับกุ้งและผักต่าง ๆ เช่นหัวหอมขาว มะเขือเทศ เทอร์นิป ด้านบนท็อปด้วย Lovage และสมุนไพรอโรมาติคราดด้วยน้ำมันมะกอก ไฮไลท์คือ Vadouvan ซึ่งเป็นเครื่องเทศจาก Pondicherry ประเทศอินเดีย เชฟแนะนำให้รับประทานไปกับขนมปังนุ่ม ๆ สไตล์ซาลาเปา (17/20)

✨ A Come Back To The Caribbean - Pineapple and Very Old Rhum Dillon

พระเอกของจานคือความเปรี้ยวของสับปะรดจาก Guadeloupe จับคู่กับซอส Suzette ที่เปลี่ยนจาก Grand Marnier มาใช้เป็นเหล้ารัมเก่าจาก Martinique ด้านบนคือแอปเปิ้ลแกรนนี่สมิธกรอบ ๆ นอกจากนี้ยังมีรสชาติของกล้วย เสาวรส ขิง พืชกลุ่มผักชี รวมไปถึงสาคูนุ่มหนึบและเจลลี่และอโรมาวานิลลาจาก Tahiti อยู่ด้วย (17/20)

🎗️ [WHY GO] Flaveur เป็นห้องอาหารที่เหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบรสชาติอาหารจากฝั่งฝรั่งเศสโพ้นทะเล เชฟสองพี่น้องสามารถนำเสนออาหารทุกจานออกมาได้อย่างสร้างสรรค์ ราคาอาหารค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับจำนวนคอร์สที่เสิร์ฟ พนักงานให้บริการดีและสื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว ร้านนี้จำเป็นต้องทำการจองมาก่อนล่วงหน้าเนื่องจากจำนวนโต๊ะที่มีค่อนข้างจำกัดนั่นเอง

ภาพของร้านอาหาร

ทั้งหมด 28 รูป

🇫🇷 Flaveur - ฟลาเวอร์🌟🌟 2 MICHELIN Stars - 2 ดาวมิชลิน🍴 Creative - อาหารเชิงสร้างสรรค์👨🏻‍🍳 Chef Gaël & Mickaël Tourteaux - เชฟกาแอล & มิกาแอล ตูร์โต
รูปที่ 1
🇫🇷 Flaveur - ฟลาเวอร์🌟🌟 2 MICHELIN Stars - 2 ดาวมิชลิน🍴 Creative - อาหารเชิงสร้างสรรค์👨🏻‍🍳 Chef Gaël & Mickaël Tourteaux - เชฟกาแอล & มิกาแอล ตูร์โต
🎗️ [INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับร้านอาหารของสองพี่น้องตระกูล Torteaux ที่ส่งผ่านความทรงจำในวัยเด็กจาก Guadeloupe ซึ่งเป็นดินแดนโพ้นทะเลของประเทศฝรั่งเศสผ่านทางอาหารของพวกเขาได้อย่างน่าสนใจ
รูปที่ 2
🎗️ [INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับร้านอาหารของสองพี่น้องตระกูล Torteaux ที่ส่งผ่านความทรงจำในวัยเด็กจาก Guadeloupe ซึ่งเป็นดินแดนโพ้นทะเลของประเทศฝรั่งเศสผ่านทางอาหารของพวกเขาได้อย่างน่าสนใจ
Amuse-boucheเริ่มต้นด้วย Kefir เป็นเครื่องดื่มหมักจากแถบเทือกเขา Caucasus ที่เต็มไปด้วยโพรไบโอติค มีความซ่าเบา ๆ ในที่นี้เชฟเตรียมมาจากมะเดื่อฝรั่งขาวแห้ง (Dried White Fig) ผสมผสานกับความสดชื่นของเลมอนจากเมือง Menton (16/20)
รูปที่ 3
Amuse-boucheเริ่มต้นด้วย Kefir เป็นเครื่องดื่มหมักจากแถบเทือกเขา Caucasus ที่เต็มไปด้วยโพรไบโอติค มีความซ่าเบา ๆ ในที่นี้เชฟเตรียมมาจากมะเดื่อฝรั่งขาวแห้ง (Dried White Fig) ผสมผสานกับความสดชื่นของเลมอนจากเมือง Menton (16/20)
Amuse-boucheเซ็ต Amuse-bouche เสิร์ฟมาพร้อมกัน (16/20)
รูปที่ 4
Amuse-boucheเซ็ต Amuse-bouche เสิร์ฟมาพร้อมกัน (16/20)
Amuse-boucheแผ่นข้าวเกรียบกรอบที่มีอโรมาจากน้ำส้มสายชู Jerez Vinegar อยู่ด้วย ด้านในคือเนื้อปลา Lisette ซึ่งเป็นปลาตระกูลแมคเคอเรล ยังมีซอสที่เตรียมให้มีความคล้ายคลึงกันกับ Caesar Salad Dressing ที่ผสมผสาน Celeriac แอนโชวี่ พาเมซานชีสใส่มาด้วย (16/20)
รูปที่ 5
Amuse-boucheแผ่นข้าวเกรียบกรอบที่มีอโรมาจากน้ำส้มสายชู Jerez Vinegar อยู่ด้วย ด้านในคือเนื้อปลา Lisette ซึ่งเป็นปลาตระกูลแมคเคอเรล ยังมีซอสที่เตรียมให้มีความคล้ายคลึงกันกับ Caesar Salad Dressing ที่ผสมผสาน Celeriac แอนโชวี่ พาเมซานชีสใส่มาด้วย (16/20)
Amuse-boucheเนื้อปู Tourteau เสิร์ฟมากับเครื่องเทศ ชีสมัสคาโปเน่ แตงกวาฝาน สมุนไพร และพริกไทยขาวจากประเทศเวียดนาม ข้าง ๆ คือชีสบูราต้าเสิร์ฟมากับความเปรี้ยวจากมะนาวนิ้วมือ และพืชหลายชนิด (16/20)
รูปที่ 6
Amuse-boucheเนื้อปู Tourteau เสิร์ฟมากับเครื่องเทศ ชีสมัสคาโปเน่ แตงกวาฝาน สมุนไพร และพริกไทยขาวจากประเทศเวียดนาม ข้าง ๆ คือชีสบูราต้าเสิร์ฟมากับความเปรี้ยวจากมะนาวนิ้วมือ และพืชหลายชนิด (16/20)
Amuse-boucheปลาเทร้าต์หมักในสไตล์คล้ายกันกับ Salmon Gravlax เสิร์ฟมากับสมุนไพรเช่นใบพาสลีย์ ใบเซเลอรี่ ยังมีซอสที่เตรียมจากสาเกใส่มาด้วย ด้านบนคือครัมเบิ้ลปาปริก้า (16/20)
รูปที่ 7
Amuse-boucheปลาเทร้าต์หมักในสไตล์คล้ายกันกับ Salmon Gravlax เสิร์ฟมากับสมุนไพรเช่นใบพาสลีย์ ใบเซเลอรี่ ยังมีซอสที่เตรียมจากสาเกใส่มาด้วย ด้านบนคือครัมเบิ้ลปาปริก้า (16/20)
Amuse-boucheบล็อคโคลี่เตรียมมาไม่มีกลิ่นเขียวมากจนเกินไป (16/20)
รูปที่ 8
Amuse-boucheบล็อคโคลี่เตรียมมาไม่มีกลิ่นเขียวมากจนเกินไป (16/20)
Amuse-boucheบิสกิตที่เตรียมมาจากขิงและเมล็ดพืชตระกูลผักชี เชฟจับคู่กับลูกพรุนแห้งที่เตรียมเอาไว้ตั้งแต่ปีก่อนและกระเทียมดำดอง ด้านบนท็อปด้วยเนื้อแห้งสับละเอียด เชฟได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Goma-shio ที่ผสมผสานงาและเกลือเข้าด้วยกันโดยการเปลี่ยนองค์ประกอบรสเค็มจากเกลือเป็นเนื้อแห้งแทน (16/20)
รูปที่ 9
Amuse-boucheบิสกิตที่เตรียมมาจากขิงและเมล็ดพืชตระกูลผักชี เชฟจับคู่กับลูกพรุนแห้งที่เตรียมเอาไว้ตั้งแต่ปีก่อนและกระเทียมดำดอง ด้านบนท็อปด้วยเนื้อแห้งสับละเอียด เชฟได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Goma-shio ที่ผสมผสานงาและเกลือเข้าด้วยกันโดยการเปลี่ยนองค์ประกอบรสเค็มจากเกลือเป็นเนื้อแห้งแทน (16/20)
lodine and Spices - The Maralpin Terroirคอร์สนี้เชฟเสิร์ฟมันฝรั่งบดเนื้อเนียนที่มีความหอมของรากขมิ้นชันสด เชฟเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสด้วยควินัวกรอบและความสดชื่นจากใบซอเรล อีกฝั่งหนึ่งคือ Boudin Noir หรือ Black Pudding โฮมเมดจาก Franch Guiana คลุมด้วย Lardo di Colonnata ให้ความเค็มอูมามิ นอกจากนี้ยังมีความหอมของผิวมะกรูดและความสดชื่นจากน้ำมัน Nasturtium อีกด้วย (16/20)
รูปที่ 10
lodine and Spices - The Maralpin Terroirคอร์สนี้เชฟเสิร์ฟมันฝรั่งบดเนื้อเนียนที่มีความหอมของรากขมิ้นชันสด เชฟเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสด้วยควินัวกรอบและความสดชื่นจากใบซอเรล อีกฝั่งหนึ่งคือ Boudin Noir หรือ Black Pudding โฮมเมดจาก Franch Guiana คลุมด้วย Lardo di Colonnata ให้ความเค็มอูมามิ นอกจากนี้ยังมีความหอมของผิวมะกรูดและความสดชื่นจากน้ำมัน Nasturtium อีกด้วย (16/20)
Bread, Butter and Olive Oilขนมปังโฮมเมดเตรียมมาจากเมล็ดผักชีและขิง เชฟเสิร์ฟมากับเนยจาก Maison Bordier ที่เตรียมขึ้นมาจากน้ำมันมะกอกและเลมอนจากเมือง Menton นอกจากนี้ยังมี Crispy Puffed Polenta เป็นข้าวโพดพองกรอบ ในถ้วยคือน้ำมันมะกอกจากเมือง Les Baux-de-Provence ให้อโรมาของผลไม้กงฟีและ Tapenade มะกอก
รูปที่ 11
Bread, Butter and Olive Oilขนมปังโฮมเมดเตรียมมาจากเมล็ดผักชีและขิง เชฟเสิร์ฟมากับเนยจาก Maison Bordier ที่เตรียมขึ้นมาจากน้ำมันมะกอกและเลมอนจากเมือง Menton นอกจากนี้ยังมี Crispy Puffed Polenta เป็นข้าวโพดพองกรอบ ในถ้วยคือน้ำมันมะกอกจากเมือง Les Baux-de-Provence ให้อโรมาของผลไม้กงฟีและ Tapenade มะกอก
Bread, Butter and Olive Oilภาพของน้ำมันมะกอกจากเมือง Les Baux-de-Provence ให้อโรมาของผลไม้กงฟีและ Tapenade มะกอก
รูปที่ 12
Bread, Butter and Olive Oilภาพของน้ำมันมะกอกจากเมือง Les Baux-de-Provence ให้อโรมาของผลไม้กงฟีและ Tapenade มะกอก
French Riviera - Carnaroli Rice - Nasturtium - Caviar - Squidตัวหมึกจากทะเล Mediterranean หั่นมาเป็นเส้น Tagliatelle จับคู่กับซอสของหอยจิ๋วจากฝั่งทะเล Adriatic ด้านล่างคือข้าว Carnaroli Risotto จากแคว้น Piedmonte ประเทศอิตาลีปรุงมากับเนยและเลมอนจากเมือง Menton อีกฝั่งหนึ่งคือออสซีตร้าคาเวียร์ช่วยเพิ่มรสเค็มอุมามิ เชฟยังใส่ใบผักโขม, ใบ Nasturtium และผิวเลมอนมาด้วย (17/20)
รูปที่ 13
French Riviera - Carnaroli Rice - Nasturtium - Caviar - Squidตัวหมึกจากทะเล Mediterranean หั่นมาเป็นเส้น Tagliatelle จับคู่กับซอสของหอยจิ๋วจากฝั่งทะเล Adriatic ด้านล่างคือข้าว Carnaroli Risotto จากแคว้น Piedmonte ประเทศอิตาลีปรุงมากับเนยและเลมอนจากเมือง Menton อีกฝั่งหนึ่งคือออสซีตร้าคาเวียร์ช่วยเพิ่มรสเค็มอุมามิ เชฟยังใส่ใบผักโขม, ใบ Nasturtium และผิวเลมอนมาด้วย (17/20)
From our Fisherman Steve Molinari - Vadouvan and Lovageเนื้อปลาที่ผ่านการเตรียมโดยกระบวนการ Ikejime เสิร์ฟมากับกุ้งและผักต่าง ๆ เช่นหัวหอมขาว มะเขือเทศ เทอร์นิป ด้านบนท็อปด้วย Lovage และสมุนไพรอโรมาติคราดด้วยน้ำมันมะกอก ไฮไลท์คือ Vadouvan ซึ่งเป็นเครื่องเทศจาก Pondicherry ประเทศอินเดีย เชฟแนะนำให้รับประทานไปกับขนมปังนุ่ม ๆ สไตล์ซาลาเปา (17/20)
รูปที่ 14
From our Fisherman Steve Molinari - Vadouvan and Lovageเนื้อปลาที่ผ่านการเตรียมโดยกระบวนการ Ikejime เสิร์ฟมากับกุ้งและผักต่าง ๆ เช่นหัวหอมขาว มะเขือเทศ เทอร์นิป ด้านบนท็อปด้วย Lovage และสมุนไพรอโรมาติคราดด้วยน้ำมันมะกอก ไฮไลท์คือ Vadouvan ซึ่งเป็นเครื่องเทศจาก Pondicherry ประเทศอินเดีย เชฟแนะนำให้รับประทานไปกับขนมปังนุ่ม ๆ สไตล์ซาลาเปา (17/20)
A Come Back To The Caribbean - Pineapple and Very Old Rhum Dillonพระเอกของจานคือความเปรี้ยวของสับปะรดจาก Guadeloupe จับคู่กับซอส Suzette ที่เปลี่ยนจาก Grand Marnier มาใช้เป็นเหล้ารัมเก่าจาก Martinique ด้านบนคือแอปเปิ้ลแกรนนี่สมิธกรอบ ๆ นอกจากนี้ยังมีรสชาติของกล้วย เสาวรส ขิง พืชกลุ่มผักชี รวมไปถึงสาคูนุ่มหนึบและเจลลี่และอโรมาวานิลลาจาก Tahiti อยู่ด้วย (17/20)
รูปที่ 15
A Come Back To The Caribbean - Pineapple and Very Old Rhum Dillonพระเอกของจานคือความเปรี้ยวของสับปะรดจาก Guadeloupe จับคู่กับซอส Suzette ที่เปลี่ยนจาก Grand Marnier มาใช้เป็นเหล้ารัมเก่าจาก Martinique ด้านบนคือแอปเปิ้ลแกรนนี่สมิธกรอบ ๆ นอกจากนี้ยังมีรสชาติของกล้วย เสาวรส ขิง พืชกลุ่มผักชี รวมไปถึงสาคูนุ่มหนึบและเจลลี่และอโรมาวานิลลาจาก Tahiti อยู่ด้วย (17/20)
Mignardises like a Pan Massala - Game of Texturesของหวานจิ๋วประกอบไปด้วย Rice cake with milk, Sicilian Pistachio and puffed spelt ถ้วยกลมสีขาวคือ Guava condiments with sesame seed, Armagnac jelly and yuzu ถ้วยล่างคือ Mango with turmeric almond ในถ้วยขาวสี่เหลี่ยมคือ Lemon from Menton with Matcha ถ้วยขวามือคือ Grand Cru chocolate with Pienmont hazelnut and corn ปิดท้ายด้วยท็อฟฟี่ Caramel with Sarasin
รูปที่ 16
Mignardises like a Pan Massala - Game of Texturesของหวานจิ๋วประกอบไปด้วย Rice cake with milk, Sicilian Pistachio and puffed spelt ถ้วยกลมสีขาวคือ Guava condiments with sesame seed, Armagnac jelly and yuzu ถ้วยล่างคือ Mango with turmeric almond ในถ้วยขาวสี่เหลี่ยมคือ Lemon from Menton with Matcha ถ้วยขวามือคือ Grand Cru chocolate with Pienmont hazelnut and corn ปิดท้ายด้วยท็อฟฟี่ Caramel with Sarasin
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
รูปที่ 17
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
รูปที่ 18
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
💰 ราคา 1,080 €
รูปที่ 19
💰 ราคา 1,080 €
🎗️ [THE FOOD] อาหารที่นี่นำเสนออกมาในเชิงสร้างสรรค์โดยมีจุดเด่นคือการถ่ายทอดรสชาติของอาหารแถบ Guadeloupe ผ่านความทรงจำในวัยเด็กของเชฟทั้งคู่ได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังมีการนำเสนอวัตถุดิบท้องถิ่นออกมาได้อย่างน่าสนใจผ่าน Tasting Menu ทั้ง 2 รูปแบบคือ Menu Exploration (5 Courses - 220 €, 6 Courses - 265 €) และ Menu Toutes Latítudes (315 €) นอกจากนี้ยังมีรายการไวน์มากมายให้ได้เลือกสรรทั้งการจับคู่ไวน์และแบบขวด
รูปที่ 20
🎗️ [THE FOOD] อาหารที่นี่นำเสนออกมาในเชิงสร้างสรรค์โดยมีจุดเด่นคือการถ่ายทอดรสชาติของอาหารแถบ Guadeloupe ผ่านความทรงจำในวัยเด็กของเชฟทั้งคู่ได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังมีการนำเสนอวัตถุดิบท้องถิ่นออกมาได้อย่างน่าสนใจผ่าน Tasting Menu ทั้ง 2 รูปแบบคือ Menu Exploration (5 Courses - 220 €, 6 Courses - 265 €) และ Menu Toutes Latítudes (315 €) นอกจากนี้ยังมีรายการไวน์มากมายให้ได้เลือกสรรทั้งการจับคู่ไวน์และแบบขวด
🎗️ [THE PLACE] Flaveur ตั้งอยู่ใจกลางนคร Nice ของประเทศฝรั่งเศสโดยลูกค้าที่เดินทางมาด้วยรถยนต์สามารถจอดรถได้ที่ Parking Nice Étoile แล้วเดินต่อมายังร้าน
รูปที่ 21
🎗️ [THE PLACE] Flaveur ตั้งอยู่ใจกลางนคร Nice ของประเทศฝรั่งเศสโดยลูกค้าที่เดินทางมาด้วยรถยนต์สามารถจอดรถได้ที่ Parking Nice Étoile แล้วเดินต่อมายังร้าน
ภายในมีพื้นที่ค่อนข้างจำกัด การตกแต่งร้านเป็นไปอย่างเรียบง่าย
รูปที่ 22
ภายในมีพื้นที่ค่อนข้างจำกัด การตกแต่งร้านเป็นไปอย่างเรียบง่าย
โต๊ะทุกตัวพาดด้วยผ้ากันเปื้อนสีขาว
รูปที่ 23
โต๊ะทุกตัวพาดด้วยผ้ากันเปื้อนสีขาว
บนผนังตกแต่งด้วยงานประติมากรรมไม้
รูปที่ 24
บนผนังตกแต่งด้วยงานประติมากรรมไม้
นอกจากนี้ยังมีภาพของสองเชฟเจ้าของร้านกับเชฟระดับตำนานของประเทศฝรั่งเศสอีกมากมายอีกด้วย
รูปที่ 25
นอกจากนี้ยังมีภาพของสองเชฟเจ้าของร้านกับเชฟระดับตำนานของประเทศฝรั่งเศสอีกมากมายอีกด้วย
🎗️ [THE CHEF] อาหารที่นี่ควบคุมโดยสองพี่น้องตระกูล Tourteaux โดย Gaël คนพี่เกิดปี 1977 ที่เมือง Reims ในแคว้น Marne ทางตอนเหนือของฝรั่งเศส ส่วนคนน้องคือ Mickaël เกิดปี 1981 ที่เมือง Les Abymes บนเกาะ Guadeloupe ซึ่งเป็นดินแดนโพ้นทะเลของประเทศฝรั่งเศส ทั้งคู่เข้าเรียนที่โรงเรียน Lycée Hôtelier Paul-Augier ในนคร Nice และเคยนั่งสอบในห้องเดียวกัน หลังจากเรียนจบทั้งสองคนได้ทำงานในห้องอาหารระดับตำนาน Le Chantecler แห่งโรงแรม Negresco ภายใต้การควบคุมของเชฟ Alain Llorca ต่อด้วยการร่วมงานกับเชฟระดับแนวหน้าเช่น Michel Del Burgo และ Pierre Gagnaire อีกด้วย หลังจากเก็บเกี่ยวประสบการณ์มาอย่างโชกโชนเชฟทั้งสองจึงเปิดร้าน Flaveur เป็นของตัวเองในเดือนธันวาคม 2008 ตัวร้านได้รับรางวัล 🌟 1 MICHELIN Star ในปี 2008 และเลื่อนระดับสู่ 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 2018
รูปที่ 26
🎗️ [THE CHEF] อาหารที่นี่ควบคุมโดยสองพี่น้องตระกูล Tourteaux โดย Gaël คนพี่เกิดปี 1977 ที่เมือง Reims ในแคว้น Marne ทางตอนเหนือของฝรั่งเศส ส่วนคนน้องคือ Mickaël เกิดปี 1981 ที่เมือง Les Abymes บนเกาะ Guadeloupe ซึ่งเป็นดินแดนโพ้นทะเลของประเทศฝรั่งเศส ทั้งคู่เข้าเรียนที่โรงเรียน Lycée Hôtelier Paul-Augier ในนคร Nice และเคยนั่งสอบในห้องเดียวกัน หลังจากเรียนจบทั้งสองคนได้ทำงานในห้องอาหารระดับตำนาน Le Chantecler แห่งโรงแรม Negresco ภายใต้การควบคุมของเชฟ Alain Llorca ต่อด้วยการร่วมงานกับเชฟระดับแนวหน้าเช่น Michel Del Burgo และ Pierre Gagnaire อีกด้วย หลังจากเก็บเกี่ยวประสบการณ์มาอย่างโชกโชนเชฟทั้งสองจึงเปิดร้าน Flaveur เป็นของตัวเองในเดือนธันวาคม 2008 ตัวร้านได้รับรางวัล 🌟 1 MICHELIN Star ในปี 2008 และเลื่อนระดับสู่ 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 2018
รางวัลต่าง ๆ
รูปที่ 27
รางวัลต่าง ๆ
🎗️ [WHY GO] Flaveur เป็นห้องอาหารที่เหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบรสชาติอาหารจากฝั่งฝรั่งเศสโพ้นทะเล เชฟสองพี่น้องสามารถนำเสนออาหารทุกจานออกมาได้อย่างสร้างสรรค์ ราคาอาหารค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับจำนวนคอร์สที่เสิร์ฟ พนักงานให้บริการดีและสื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว ร้านนี้จำเป็นต้องทำการจองมาก่อนล่วงหน้าเนื่องจากจำนวนโต๊ะที่มีค่อนข้างจำกัดนั่นเอง
รูปที่ 28
🎗️ [WHY GO] Flaveur เป็นห้องอาหารที่เหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบรสชาติอาหารจากฝั่งฝรั่งเศสโพ้นทะเล เชฟสองพี่น้องสามารถนำเสนออาหารทุกจานออกมาได้อย่างสร้างสรรค์ ราคาอาหารค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับจำนวนคอร์สที่เสิร์ฟ พนักงานให้บริการดีและสื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว ร้านนี้จำเป็นต้องทำการจองมาก่อนล่วงหน้าเนื่องจากจำนวนโต๊ะที่มีค่อนข้างจำกัดนั่นเอง