GASTRONOME THAILAND by ตามล่า Fine Dining
etcha
1 MICHELIN Star

Thailandetcha · เอ๊ดช่า

Creative · อาหารเชิงสร้างสรรค์ — ชั้น 7 โรงแรม Chatrium Grand Bangkok

🎗️ [INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับ Tasting Menu ชุดใหม่ของห้องอาหาร etcha ที่กลั่นกรองวัตถุดิบท้องถิ่นของไทยเข้ากันกับเทคนิคสุดสร้างสรรค์ของเชฟ Giacomo Primante และผู้ช่วยคนใหม่มากประสบการณ์อย่างเชฟ Xavier Coolen จนได้ออกมาเป็นเมนูที่มีความแปลกใหม่ได้อย่างงดงาม

🎗️ [THE PLACE] Chatrium Grand Bangkok เป็นโรงแรมสุดหรูในเครือ Chatrium Hospitality ที่สะท้อนเอกลักษณ์และความประณีตออกมาได้อย่างชัดเจนในทุกรายละเอียด ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่บนถนนเพชรบุรีใจกลางกรุงเทพมหานครใกล้แหล่งช้อปปิ้งชั้นนำอย่าง Siam Paragon และ centralwOrld ทำให้การแวะมาพักหรือแวะมาชิมอาหารตอบโจทย์ทั้งนักท่องเที่ยวและผู้ที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์การพักผ่อนระดับพรีเมียม ตัวอาคารโดดเด่นด้วยดีไซน์ตึกแฝดสูง 32 ชั้น ออกแบบโดย Robert Philip Holmes สถาปนิกระดับโลกที่เน้นการผสมผสานความหรูหราสมัยใหม่เข้ากับกลิ่นอายศิลปะของไทย บริเวณชั้น 7 เป็นที่ตั้งของ etcha ห้องอาหารน้องใหม่ที่ทางทีม Chatrium Grand Bangkok ทุ่มเทรังสรรค์ขึ้นเพื่อให้เป็นจุดหมายปลายทางแห่งการรับประทานอาหารระดับสูง ลูกค้าทุกคนจะพบกับประสบการณ์การลิ้มลองรสชาติที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์รวมไปถึงการตกแต่งที่ชวนให้ประทับใจตั้งแต่วินาทีแรก ภายในตกแต่งแบบ Minimalism โดยอาศัยสีเอิร์ธโทนอย่างสีดินเผาและสีเบจในการสะท้อนสะท้อนถึงการเชื่อมโยงกับธรรมชาติเข้ากันกับความทันสมัย กระจกใสสูงจากพื้นจรดเพดานเผยให้เห็นภาพยามค่ำคืนของตึกระฟ้าโดยรอบ ทางร้านยังเลือกใช้ผ้าม่านแทนที่ฉากกั้นหรือกำแพงทำให้พื้นที่ห้องอาหารหลักมีความโปร่ง ระหว่างมื้อทางทีมงานจะทยอยเชิญลูกค้าแต่ละโต๊ะไปเยี่ยมชมพื้นที่ครัวทั้งฝั่งของคาวและของหวานสร้างความทรงจำที่น่าประทับใจไม่รู้ลืม

🎗️ [THE CHEF] Giacomo Primante เกิดที่เมือง Lanciano ในแคว้น Abruzzo ประเทศอิตาลี เขาได้รับแรงบันดาลใจในการทำอาหารตั้งแต่อายุยังน้อย หลังจากจบเป็นเชฟมืออาชีพเขาเริ่มต้นงานที่ห้องอาหาร Chesery (1 MICHELIN Star) ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ก่อนจะออกเดินทางไปร่วมงานกับห้องอาหารระดับแนวหน้าจากทั่วโลกไม่ว่าจะเป็น Diver XO (3 MICHELIN Stars) ในประเทศสเปน, Kei (3 MICHELIN Stars) ในประเทศฝรั่งเศส, Mirazur (3 MICHELIN Stars) ในประเทศฝรั่งเศสและ Benu (3 MICHELIN Stars) ในประเทศสหรัฐอเมริกา หลังจากเก็บสะสมประสบการณ์ได้มากพอเขาได้เริ่มต้นเส้นทางของตัวเองโดยการรับงานเป็น Head Chef ให้กับห้องอาหาร etcha แห่งนี้นั่นเอง สำหรับอาหารหวานเป็นผลงานของเชฟ Alessia Migliacci โดยเธอเริ่มต้นเส้นทางอาชีพที่เมือง St. Moritz ก่อนจะออกเดินทางไปร่วมงานกับห้องอาหาร ION – The Harbour (1 MICHELIN Star ในขณะนั้น) ในประเทศ Malta และห้องอาหาร Quince (3 MICHELIN Stars) ในประเทศสหรัฐอเมริกา หลังจากนั้นเธอได้กลับไปร่วมงานกับโรงแรม The Dolder Grand ในนคร Zurich อยู่พักหนึ่งแล้วจึงย้ายมาร่วมงานกับห้อง etcha ในที่สุด ในครั้งนี้เขายังได้ผู้ช่วยเชฟคนใหม่ชาวเบลเยี่ยมนามว่า Xavier Coolen ผู้ผ่านงานในห้องอาหารระดับ 2 และ 3 MICHELIN Stars มาแล้วมากมายมาช่วยเสริมทัพให้ทีมแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น

🎗️ [THE FOOD] อาหารที่ etcha นำเสนอมาในรูป Borderless Cuisine หรืออาหารไร้กรอบโดยเน้นการยกระดับวัตถุดิบท้องถิ่นของไทยมาประกอบเข้าด้วยกันกับเทคนิคระดับสูงของเชฟจนได้ออกเป็นเมนูที่มีอัตลักษณ์ไม่ซ้ำใคร ลูกค้าสามารถเลือกชิม Tasting Menu ได้ 2 รูปแบบหลัก ๆ คือ ETCHA 180° (3,750++) และ ETCHA 360° (4,750++) ซึ่งมีจำนวนคอร์สที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ยังมีเมนู Vegetarian ที่ต้องสั่งจองล่วงหน้า 1 อาทิตย์รวมไปถึงเมนูชุดพิเศษที่สามารถจัดเตรียมให้สำหรับลูกค้าที่แวะกลับมาชิมบ่อยครั้งอีกด้วย ตัวอย่างเมนูที่น่าสนใจในครั้งนี้อย่างเช่น

✨ potato, smoked pork heart, mussels

หนึ่งในจานที่น่าประทับใจที่สุดเชฟได้รับแรงบันดาลใจมาจากเมนูพื้นบ้านอย่าง Pasta con Patata e Cozze เชฟเสิร์ฟครีมมันฝรั่งเบาละมุนมาควบคู่กับหอยแมลงภู่ผัด ไฮไลท์คือหัวใจหมูที่ผ่านการทำให้รมควันแล้วแขวนจนแห้ง จากนั้นขูดมาเป็นฝอยสร้างความครีมมี่และความหอมอันโดดเด่นไม่เหมือนใคร (17/20)

✨ thai rock lobster, jelly fish, lemon confit, kaffir lime

คอร์สนี้เชฟได้รับแรงบันดาลใจมาจากเมนูอาหารทะเลย่างสไตล์อิตาลีอย่าง Fritto Misto เขาเลือกใช้กั้งสด ๆ จากทะเลฝั่งอันดามันล้อมรอบชั้นนอกด้วยแมงกะพรุนที่ทำเลียนแบบให้มีความคล้ายกับเปลือกกั้งแล้วนำลงทอดจนสร้างมิติทางเนื้อสัมผัสที่ลงตัว ด้านบนคือซอสพริกรสชาติจัดจ้านควบคู่กับเจลมะกรูด ข้าง ๆ กันคือซอสที่มีอโรมาของมะกรูดและใบโหระพา (17/20)

✨ pappardelle

สุดยอดเมนูพาสต้าที่เชฟเสิร์ฟมาเป็น Pappardelle หรือเส้นแบนโฮมเมดที่ใส่สีเขียวที่ได้มาจากน้ำผักคะน้าเข้าไปด้วย เชฟต้มเส้นก่อนแล้วนำไป Wok-fried หรือผัดในกระทะเหล็กกับซีอิ๊วสูตรพิเศษจนได้อโรมาหอม ๆ เหมือนผัดซีอิ๊วสร้างความโดดเด่นไม่ซ้ำใคร ด้านล่างรองด้วย Proscuitto และ Mortadella นอกจากนี้ยังมีองค์ประกอบของผักคะน้าไทยอีกด้วย (18/20)

🎗️ [WHY GO] แม้จะเป็นการกลับมาเยือนครั้งที่ 3 แต่เชฟ Giacomo และเชฟ Xavier ยังคงสามารถสร้างประสบการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจได้ในทุก ๆ รายละเอียดไม่ว่าจะเป็นเทคนิคการเตรียมอาหาร, การจัดจาน หรือแม้กระทั่งการเชิญลูกค้าเข้าครัวพูดคุยและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับตัวเชฟ การจับคู่ไวน์แต่ละแก้วโดยคุณ Max ยังคงมีความโดดเด่นภายใต้มีราคาสุดคุ้มค่าเช่นเคย จากที่กล่าวมาเราจึงขอการันตีว่า etcha เป็นหนึ่งในร้านเปิดใหม่ที่น่าจับตามองเป็นอย่างมากและควรค่าแก่การแวะมาลองชิมให้ได้สักครั้ง

ภาพของร้านอาหาร

ทั้งหมด 32 รูป

🇹🇭 etcha - เอ๊ดช่า🍴 Creative - อาหารเชิงสร้างสรรค์👨🏻‍🍳 Chef Giacomo Primante - เชฟจาโคโม พริมันเต
รูปที่ 1
🇹🇭 etcha - เอ๊ดช่า🍴 Creative - อาหารเชิงสร้างสรรค์👨🏻‍🍳 Chef Giacomo Primante - เชฟจาโคโม พริมันเต
🎗️ [INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับ Tasting Menu ชุดใหม่ของห้องอาหาร etcha ที่กลั่นกรองวัตถุดิบท้องถิ่นของไทยเข้ากันกับเทคนิคสุดสร้างสรรค์ของเชฟ Giacomo Primante และผู้ช่วยคนใหม่มากประสบการณ์อย่างเชฟ Xavier Coolen จนได้ออกมาเป็นเมนูที่มีความแปลกใหม่ได้อย่างงดงาม
รูปที่ 2
🎗️ [INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับ Tasting Menu ชุดใหม่ของห้องอาหาร etcha ที่กลั่นกรองวัตถุดิบท้องถิ่นของไทยเข้ากันกับเทคนิคสุดสร้างสรรค์ของเชฟ Giacomo Primante และผู้ช่วยคนใหม่มากประสบการณ์อย่างเชฟ Xavier Coolen จนได้ออกมาเป็นเมนูที่มีความแปลกใหม่ได้อย่างงดงาม
small delicaciesเริ่มต้นด้วยเท้าไก่เบากรอบ ด้านไหนสอดไส้ Kimchi Béchamel หอม ๆ เชฟเสิร์ฟมากับองค์ประกอบของปลากุดสลาดจากทะเลอันดามันและผงไส้กรอกเผ็ด Nduja (16/20)
รูปที่ 3
small delicaciesเริ่มต้นด้วยเท้าไก่เบากรอบ ด้านไหนสอดไส้ Kimchi Béchamel หอม ๆ เชฟเสิร์ฟมากับองค์ประกอบของปลากุดสลาดจากทะเลอันดามันและผงไส้กรอกเผ็ด Nduja (16/20)
small delicaciesคำนี้ใช้แรงบันดาลใจจาก Bruschetta เสิร์ฟมาเป็นขนมปังกระเทียมและโยเกิร์ตจากนมวัวน้องเมษา ชั้นถัดมาคือปลาไหลญี่ปุ่นและใบชิโสะ (16/20)
รูปที่ 4
small delicaciesคำนี้ใช้แรงบันดาลใจจาก Bruschetta เสิร์ฟมาเป็นขนมปังกระเทียมและโยเกิร์ตจากนมวัวน้องเมษา ชั้นถัดมาคือปลาไหลญี่ปุ่นและใบชิโสะ (16/20)
small delicaciesหัวปลาแมคเคอเรลเบากรอบมีอโรมาเฉพาะตัวที่ไม่ใช่กลิ่นคาว เชฟเสิร์ฟมากับซอสต้มยำแบบไทย ๆ ด้านล่างรองด้วยกระเทียมทอดกรอบ (16/20)
รูปที่ 5
small delicaciesหัวปลาแมคเคอเรลเบากรอบมีอโรมาเฉพาะตัวที่ไม่ใช่กลิ่นคาว เชฟเสิร์ฟมากับซอสต้มยำแบบไทย ๆ ด้านล่างรองด้วยกระเทียมทอดกรอบ (16/20)
small delicaciesมะละกอสุกเคลือบด้วยน้ำยำแบบไทย เชฟนำไปแช่เย็นนาน 12 ชั่วโมงจนน้ำยำซึมเข้าไปในเนื้อผลไม้สร้างความฉ่ำหวานและความจัดจ้านที่ลงตัว (16/20)
รูปที่ 6
small delicaciesมะละกอสุกเคลือบด้วยน้ำยำแบบไทย เชฟนำไปแช่เย็นนาน 12 ชั่วโมงจนน้ำยำซึมเข้าไปในเนื้อผลไม้สร้างความฉ่ำหวานและความจัดจ้านที่ลงตัว (16/20)
small delicaciesจากนั้นปิดท้ายด้วยเหล้า Rhum ที่ผ่านการ Infused ด้วยคาเคาจากจังหวัดเชียงใหม่ (16/20)
รูปที่ 7
small delicaciesจากนั้นปิดท้ายด้วยเหล้า Rhum ที่ผ่านการ Infused ด้วยคาเคาจากจังหวัดเชียงใหม่ (16/20)
small delicaciesชุดของว่างเสิร์ฟมาพร้อมกันทั้งหมด (16/20)
รูปที่ 8
small delicaciesชุดของว่างเสิร์ฟมาพร้อมกันทั้งหมด (16/20)
scallop, guava, pickle rose, basil oilคอร์สนี้เชฟนำเสนอหอยเชลล์โฮตาเตะจากจังหวัดฮอกไกโด เชฟเสิร์ฟมากับ Celeriac ทั้ง 2 รูปแบบคือครีมและหั่นเต๋าให้มิติทางเนื้อสัมผัสที่แตกต่างกัน ด้านบนท็อปด้วยกลีบดอกกุหลาบมอญดอง รอบ ๆ คือซอสที่เตรียมมาจากน้ำฝรั่ง น้ำมันใบเบซิล และแชมเปญ (16/20)
รูปที่ 9
scallop, guava, pickle rose, basil oilคอร์สนี้เชฟนำเสนอหอยเชลล์โฮตาเตะจากจังหวัดฮอกไกโด เชฟเสิร์ฟมากับ Celeriac ทั้ง 2 รูปแบบคือครีมและหั่นเต๋าให้มิติทางเนื้อสัมผัสที่แตกต่างกัน ด้านบนท็อปด้วยกลีบดอกกุหลาบมอญดอง รอบ ๆ คือซอสที่เตรียมมาจากน้ำฝรั่ง น้ำมันใบเบซิล และแชมเปญ (16/20)
squid, basil, kaluga caviarเนื้อหมึกกล้วยสด ๆ จากทะเลอันดามัน เชฟนำไปหมักกับน้ำกะทินาน 2 วัน จากนั้นนำมาแล่เป็นสายยาว ๆ คล้ายกันกับเส้น Tagliatelle จากนั้นพนักงานจะเทราดซอสที่เตรียมขึ้นมาจากกะทิและเบซิลลงไป เชฟเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสที่หนึบและมิติทางรสชาติที่เค็มปนอูมามิเล็กน้อยของ Lardo เอาไว้ด้วย ในตัวซอสยังมีความเค็มเบา ๆ ของ Kaluga Caviar ผสมผสานเอาไว้อย่างกลมกลืน (16/20)
รูปที่ 10
squid, basil, kaluga caviarเนื้อหมึกกล้วยสด ๆ จากทะเลอันดามัน เชฟนำไปหมักกับน้ำกะทินาน 2 วัน จากนั้นนำมาแล่เป็นสายยาว ๆ คล้ายกันกับเส้น Tagliatelle จากนั้นพนักงานจะเทราดซอสที่เตรียมขึ้นมาจากกะทิและเบซิลลงไป เชฟเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสที่หนึบและมิติทางรสชาติที่เค็มปนอูมามิเล็กน้อยของ Lardo เอาไว้ด้วย ในตัวซอสยังมีความเค็มเบา ๆ ของ Kaluga Caviar ผสมผสานเอาไว้อย่างกลมกลืน (16/20)
potato, smoked pork heart, musselsหนึ่งในจานที่น่าประทับใจที่สุดเชฟได้รับแรงบันดาลใจมาจากเมนูพื้นบ้านอย่าง Pasta con Patata e Cozze เชฟเสิร์ฟครีมมันฝรั่งเบาละมุนมาควบคู่กับหอยแมลงภู่ผัด (17/20)
รูปที่ 11
potato, smoked pork heart, musselsหนึ่งในจานที่น่าประทับใจที่สุดเชฟได้รับแรงบันดาลใจมาจากเมนูพื้นบ้านอย่าง Pasta con Patata e Cozze เชฟเสิร์ฟครีมมันฝรั่งเบาละมุนมาควบคู่กับหอยแมลงภู่ผัด (17/20)
potato, smoked pork heart, musselsไฮไลท์คือหัวใจหมูที่ผ่านการทำให้รมควันแล้วแขวนจนแห้ง จากนั้นขูดมาเป็นฝอยสร้างความครีมมี่และความหอมอันโดดเด่นไม่เหมือนใคร (17/20)
รูปที่ 12
potato, smoked pork heart, musselsไฮไลท์คือหัวใจหมูที่ผ่านการทำให้รมควันแล้วแขวนจนแห้ง จากนั้นขูดมาเป็นฝอยสร้างความครีมมี่และความหอมอันโดดเด่นไม่เหมือนใคร (17/20)
thai rock lobster, jelly fish, lemon confit, kaffir limeคอร์สนี้เชฟได้รับแรงบันดาลใจมาจากเมนูอาหารทะเลย่างสไตล์อิตาลีอย่าง Fritto Misto เขาเลือกใช้กั้งสด ๆ จากทะเลฝั่งอันดามันล้อมรอบชั้นนอกด้วยแมงกะพรุนที่ทำเลียนแบบให้มีความคล้ายกับเปลือกกั้งแล้วนำลงทอดจนสร้างมิติทางเนื้อสัมผัสที่ลงตัว ด้านบนคือซอสพริกรสชาติจัดจ้านควบคู่กับเจลมะกรูด ข้าง ๆ กันคือซอสที่มีอโรมาของมะกรูดและใบโหระพา (17/20)
รูปที่ 13
thai rock lobster, jelly fish, lemon confit, kaffir limeคอร์สนี้เชฟได้รับแรงบันดาลใจมาจากเมนูอาหารทะเลย่างสไตล์อิตาลีอย่าง Fritto Misto เขาเลือกใช้กั้งสด ๆ จากทะเลฝั่งอันดามันล้อมรอบชั้นนอกด้วยแมงกะพรุนที่ทำเลียนแบบให้มีความคล้ายกับเปลือกกั้งแล้วนำลงทอดจนสร้างมิติทางเนื้อสัมผัสที่ลงตัว ด้านบนคือซอสพริกรสชาติจัดจ้านควบคู่กับเจลมะกรูด ข้าง ๆ กันคือซอสที่มีอโรมาของมะกรูดและใบโหระพา (17/20)
pappardelleสุดยอดเมนูพาสต้าที่เชฟเสิร์ฟมาเป็น Pappardelle หรือเส้นแบนโฮมเมดที่ใส่สีเขียวที่ได้มาจากน้ำผักคะน้าเข้าไปด้วย เชฟต้มเส้นก่อนแล้วนำไป Wok-fried หรือผัดในกระทะเหล็กกับซีอิ๊วสูตรพิเศษจนได้อโรมาหอม ๆ เหมือนผัดซีอิ๊วสร้างความโดดเด่นไม่ซ้ำใคร (18/20)
รูปที่ 14
pappardelleสุดยอดเมนูพาสต้าที่เชฟเสิร์ฟมาเป็น Pappardelle หรือเส้นแบนโฮมเมดที่ใส่สีเขียวที่ได้มาจากน้ำผักคะน้าเข้าไปด้วย เชฟต้มเส้นก่อนแล้วนำไป Wok-fried หรือผัดในกระทะเหล็กกับซีอิ๊วสูตรพิเศษจนได้อโรมาหอม ๆ เหมือนผัดซีอิ๊วสร้างความโดดเด่นไม่ซ้ำใคร (18/20)
pappardelleด้านล่างรองด้วย Proscuitto และ Mortadella นอกจากนี้ยังมีองค์ประกอบของผักคะน้าไทยอีกด้วย (18/20)
รูปที่ 15
pappardelleด้านล่างรองด้วย Proscuitto และ Mortadella นอกจากนี้ยังมีองค์ประกอบของผักคะน้าไทยอีกด้วย (18/20)
bone marrow brioche, grass-fed mesa butterolive oil, balsamic vinegarhomemade breadstickจากนั้นพนักงานจะนำเสิร์ฟขนมปัง Brioche ที่มีส่วนผสมของไขกระดูก ข้าง ๆ กันคือเนยจากนมของน้องวัวเมษาจากลพบุรีฟาร์ม นอกจากนี้ยังมีครีมชีสเสิร์ฟมากับน้ำมันมะกอกและน้ำส้มสายชูบัลซามิค สุดท้ายคือ Grissini ที่มีรสเค็มเบา ๆ ของเกลือทะเลจากจังหวัดสมุทรสาครและอโรมาของกระเทียมอยู่ด้วย
รูปที่ 16
bone marrow brioche, grass-fed mesa butterolive oil, balsamic vinegarhomemade breadstickจากนั้นพนักงานจะนำเสิร์ฟขนมปัง Brioche ที่มีส่วนผสมของไขกระดูก ข้าง ๆ กันคือเนยจากนมของน้องวัวเมษาจากลพบุรีฟาร์ม นอกจากนี้ยังมีครีมชีสเสิร์ฟมากับน้ำมันมะกอกและน้ำส้มสายชูบัลซามิค สุดท้ายคือ Grissini ที่มีรสเค็มเบา ๆ ของเกลือทะเลจากจังหวัดสมุทรสาครและอโรมาของกระเทียมอยู่ด้วย
red coral trout, wasabi leaf, green curryปลากุดสลาดจากทะเลอันดามันที่ผ่านการย่างบนเตาบนถ่านจนสุกพอเหมาะพอดี บนผิวยังมีเกล็ดกรอบ ๆ ช่วยสร้างมิติทางเนื้อสัมผัส จากนั้นเสิร์ฟมากับใบวาซาบิไทยจากอำเภอบ้านฉางในจังหวัดระยอง จากนั้นราดด้วยซอสแกงเขียวหวานหอม ๆ ลงไปนั่นเอง (17/20)
รูปที่ 17
red coral trout, wasabi leaf, green curryปลากุดสลาดจากทะเลอันดามันที่ผ่านการย่างบนเตาบนถ่านจนสุกพอเหมาะพอดี บนผิวยังมีเกล็ดกรอบ ๆ ช่วยสร้างมิติทางเนื้อสัมผัส จากนั้นเสิร์ฟมากับใบวาซาบิไทยจากอำเภอบ้านฉางในจังหวัดระยอง จากนั้นราดด้วยซอสแกงเขียวหวานหอม ๆ ลงไปนั่นเอง (17/20)
pigeon aged in beeswaxเมนคอร์สในวันนี้เชฟเสิร์ฟมาเป็นนกพิราบที่เคลือบผิวด้วยไขผึ้งก่อนจะนำไป Dry-aged ในตู้ (17/20)
รูปที่ 18
pigeon aged in beeswaxเมนคอร์สในวันนี้เชฟเสิร์ฟมาเป็นนกพิราบที่เคลือบผิวด้วยไขผึ้งก่อนจะนำไป Dry-aged ในตู้ (17/20)
pigeon aged in beeswaxเนื้อส่วนอกเสิร์ฟมาแบบ Rare เคียงข้างกันกับองค์ประกอบสีขาวที่เตรียมมาจากเต้าหู้รมควัน จากนั้นราดด้วยซอส Jus ที่มีความเข้มข้นพอเหมาะ (17/20)
รูปที่ 19
pigeon aged in beeswaxเนื้อส่วนอกเสิร์ฟมาแบบ Rare เคียงข้างกันกับองค์ประกอบสีขาวที่เตรียมมาจากเต้าหู้รมควัน จากนั้นราดด้วยซอส Jus ที่มีความเข้มข้นพอเหมาะ (17/20)
pigeon aged in beeswaxเริ่มต้นด้วย Consommé ที่มีอโรมาหอม ๆ ของเวอร์บีน่า ข้าง ๆ กันคือส่วน Fillet ย่างเสิร์ฟมากับใบ Sage ทอดกรอบ ข้าง ๆ กันคือส่วนขาบนนกพิราบ สุดท้ายคือ Sponge ที่ยัดไส้ด้วยมูสตับรวมไปถึงหัวใจนกพิราบ (17/20)
รูปที่ 20
pigeon aged in beeswaxเริ่มต้นด้วย Consommé ที่มีอโรมาหอม ๆ ของเวอร์บีน่า ข้าง ๆ กันคือส่วน Fillet ย่างเสิร์ฟมากับใบ Sage ทอดกรอบ ข้าง ๆ กันคือส่วนขาบนนกพิราบ สุดท้ายคือ Sponge ที่ยัดไส้ด้วยมูสตับรวมไปถึงหัวใจนกพิราบ (17/20)
จากนั้นพนักงานจะพาลูกค้าเข้าไปเยี่ยมชมห้องครัวพร้อมกับจัดเสิร์ฟเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สำหรับล้างปาก
รูปที่ 21
จากนั้นพนักงานจะพาลูกค้าเข้าไปเยี่ยมชมห้องครัวพร้อมกับจัดเสิร์ฟเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สำหรับล้างปาก
Pizza Soiคั่นกลางด้วยคอร์ส Pizza Soi (15/20)
รูปที่ 22
Pizza Soiคั่นกลางด้วยคอร์ส Pizza Soi (15/20)
Pizza Soiเชฟนำเสนอ Pizza Fritta หรือพิซซ่าทอดมาควบคู่กันกับหัวหอมใหญ่ผัด พริกเขียวดอง ซอสแกงข้าวซอย และสุดท้ายคือเส้นข้าวซอยทอดกรอบ (15/20)
รูปที่ 23
Pizza Soiเชฟนำเสนอ Pizza Fritta หรือพิซซ่าทอดมาควบคู่กันกับหัวหอมใหญ่ผัด พริกเขียวดอง ซอสแกงข้าวซอย และสุดท้ายคือเส้นข้าวซอยทอดกรอบ (15/20)
spicy sorbet, mango, cilantroซอร์เบท์ที่มีรสชาติจัดจ้านอ้างอิงมาจากส้มตำไทย ด้านบนคือองค์ประกอยของมะม่วงและผักชี (15/20)
รูปที่ 24
spicy sorbet, mango, cilantroซอร์เบท์ที่มีรสชาติจัดจ้านอ้างอิงมาจากส้มตำไทย ด้านบนคือองค์ประกอยของมะม่วงและผักชี (15/20)
tomato, caramel, raspberryของหวานจานหลักเสิร์ฟมาเป็น Caramelized Tomato ด้านล่างรองด้วยเนื้อสตรอว์เบอร์รี่และเนื้อมะเขือเทศ ด้านบนคือคัสตาร์ดชีสพาเมซานและซอสราสเบอร์รี่ ข้าง ๆ คือไอศกรีมโรสแมรีและน้ำมันใบไทม์ พนักงานแนะนำให้ผสมผสานองค์ประกอบจากแต่ละถ้วยเข้าด้วยกันแบบคำต่อคำก่อนตักเข้าปากตามวิธีที่คุณยายของเชฟชอบทำนั่นเอง (16/20)
รูปที่ 25
tomato, caramel, raspberryของหวานจานหลักเสิร์ฟมาเป็น Caramelized Tomato ด้านล่างรองด้วยเนื้อสตรอว์เบอร์รี่และเนื้อมะเขือเทศ ด้านบนคือคัสตาร์ดชีสพาเมซานและซอสราสเบอร์รี่ ข้าง ๆ คือไอศกรีมโรสแมรีและน้ำมันใบไทม์ พนักงานแนะนำให้ผสมผสานองค์ประกอบจากแต่ละถ้วยเข้าด้วยกันแบบคำต่อคำก่อนตักเข้าปากตามวิธีที่คุณยายของเชฟชอบทำนั่นเอง (16/20)
mignardisesปิดท้ายด้วยขนมจิ๋วคือ Caprese Cake ที่โรยด้วยผงมะพร้าว ข้าวคั่ว แล้วอบควันเทียน ถัดมาคือ Honey Custard Tart ท็อปด้วยเมอแรงก์รสบ๊วยและฝรั่งสีชมพู สุดท้ายคือ Chocolate Banana Bonbon ที่สอดไส้ Banana Ganache ตามแบบฉบับเมนูกล้วยเชื่อมของไทย
รูปที่ 26
mignardisesปิดท้ายด้วยขนมจิ๋วคือ Caprese Cake ที่โรยด้วยผงมะพร้าว ข้าวคั่ว แล้วอบควันเทียน ถัดมาคือ Honey Custard Tart ท็อปด้วยเมอแรงก์รสบ๊วยและฝรั่งสีชมพู สุดท้ายคือ Chocolate Banana Bonbon ที่สอดไส้ Banana Ganache ตามแบบฉบับเมนูกล้วยเชื่อมของไทย
🎗️ [THE PLACE] Chatrium Grand Bangkok เป็นโรงแรมสุดหรูในเครือ Chatrium Hospitality ที่สะท้อนเอกลักษณ์และความประณีตออกมาได้อย่างชัดเจนในทุกรายละเอียด ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่บนถนนเพชรบุรีใจกลางกรุงเทพมหานครใกล้แหล่งช้อปปิ้งชั้นนำอย่าง Siam Paragon และ centralwOrld ทำให้การแวะมาพักหรือแวะมาชิมอาหารตอบโจทย์ทั้งนักท่องเที่ยวและผู้ที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์การพักผ่อนระดับพรีเมียม ตัวอาคารโดดเด่นด้วยดีไซน์ตึกแฝดสูง 32 ชั้น ออกแบบโดย Robert Philip Holmes สถาปนิกระดับโลกที่เน้นการผสมผสานความหรูหราสมัยใหม่เข้ากับกลิ่นอายศิลปะของไทย
รูปที่ 27
🎗️ [THE PLACE] Chatrium Grand Bangkok เป็นโรงแรมสุดหรูในเครือ Chatrium Hospitality ที่สะท้อนเอกลักษณ์และความประณีตออกมาได้อย่างชัดเจนในทุกรายละเอียด ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่บนถนนเพชรบุรีใจกลางกรุงเทพมหานครใกล้แหล่งช้อปปิ้งชั้นนำอย่าง Siam Paragon และ centralwOrld ทำให้การแวะมาพักหรือแวะมาชิมอาหารตอบโจทย์ทั้งนักท่องเที่ยวและผู้ที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์การพักผ่อนระดับพรีเมียม ตัวอาคารโดดเด่นด้วยดีไซน์ตึกแฝดสูง 32 ชั้น ออกแบบโดย Robert Philip Holmes สถาปนิกระดับโลกที่เน้นการผสมผสานความหรูหราสมัยใหม่เข้ากับกลิ่นอายศิลปะของไทย
บริเวณชั้น 7 เป็นที่ตั้งของ etcha ห้องอาหารน้องใหม่ที่ทางทีม Chatrium Grand Bangkok ทุ่มเทรังสรรค์ขึ้นเพื่อให้เป็นจุดหมายปลายทางแห่งการรับประทานอาหารระดับสูง ลูกค้าทุกคนจะพบกับประสบการณ์การลิ้มลองรสชาติที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์รวมไปถึงการตกแต่งที่ชวนให้ประทับใจตั้งแต่วินาทีแรก
รูปที่ 28
บริเวณชั้น 7 เป็นที่ตั้งของ etcha ห้องอาหารน้องใหม่ที่ทางทีม Chatrium Grand Bangkok ทุ่มเทรังสรรค์ขึ้นเพื่อให้เป็นจุดหมายปลายทางแห่งการรับประทานอาหารระดับสูง ลูกค้าทุกคนจะพบกับประสบการณ์การลิ้มลองรสชาติที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์รวมไปถึงการตกแต่งที่ชวนให้ประทับใจตั้งแต่วินาทีแรก
ภายในตกแต่งแบบ Minimalism โดยอาศัยสีเอิร์ธโทนอย่างสีดินเผาและสีเบจในการสะท้อนสะท้อนถึงการเชื่อมโยงกับธรรมชาติเข้ากันกับความทันสมัย กระจกใสสูงจากพื้นจรดเพดานเผยให้เห็นภาพยามค่ำคืนของตึกระฟ้าโดยรอบ
รูปที่ 29
ภายในตกแต่งแบบ Minimalism โดยอาศัยสีเอิร์ธโทนอย่างสีดินเผาและสีเบจในการสะท้อนสะท้อนถึงการเชื่อมโยงกับธรรมชาติเข้ากันกับความทันสมัย กระจกใสสูงจากพื้นจรดเพดานเผยให้เห็นภาพยามค่ำคืนของตึกระฟ้าโดยรอบ
ทางร้านยังเลือกใช้ผ้าม่านแทนที่ฉากกั้นหรือกำแพงทำให้พื้นที่ห้องอาหารหลักมีความโปร่ง ระหว่างมื้อทางทีมงานจะทยอยเชิญลูกค้าแต่ละโต๊ะไปเยี่ยมชมพื้นที่ครัวทั้งฝั่งของคาวและของหวานสร้างความทรงจำที่น่าประทับใจไม่รู้ลืม
รูปที่ 30
ทางร้านยังเลือกใช้ผ้าม่านแทนที่ฉากกั้นหรือกำแพงทำให้พื้นที่ห้องอาหารหลักมีความโปร่ง ระหว่างมื้อทางทีมงานจะทยอยเชิญลูกค้าแต่ละโต๊ะไปเยี่ยมชมพื้นที่ครัวทั้งฝั่งของคาวและของหวานสร้างความทรงจำที่น่าประทับใจไม่รู้ลืม
🎗️ [THE CHEF] Giacomo Primante เกิดที่เมือง Lanciano ในแคว้น Abruzzo ประเทศอิตาลี เขาได้รับแรงบันดาลใจในการทำอาหารตั้งแต่อายุยังน้อย หลังจากจบเป็นเชฟมืออาชีพเขาเริ่มต้นงานที่ห้องอาหาร Chesery (1 MICHELIN Star) ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ก่อนจะออกเดินทางไปร่วมงานกับห้องอาหารระดับแนวหน้าจากทั่วโลกไม่ว่าจะเป็น Diver XO (3 MICHELIN Stars) ในประเทศสเปน, Kei (3 MICHELIN Stars) ในประเทศฝรั่งเศส, Mirazur (3 MICHELIN Stars) ในประเทศฝรั่งเศสและ Benu (3 MICHELIN Stars) ในประเทศสหรัฐอเมริกา หลังจากเก็บสะสมประสบการณ์ได้มากพอเขาได้เริ่มต้นเส้นทางของตัวเองโดยการรับงานเป็น Head Chef ให้กับห้องอาหาร etcha แห่งนี้นั่นเอง สำหรับอาหารหวานเป็นผลงานของเชฟ Alessia Migliacci โดยเธอเริ่มต้นเส้นทางอาชีพที่เมือง St. Moritz ก่อนจะออกเดินทางไปร่วมงานกับห้องอาหาร ION – The Harbour (1 MICHELIN Star ในขณะนั้น) ในประเทศ Malta และห้องอาหาร Quince (3 MICHELIN Stars) ในประเทศสหรัฐอเมริกา หลังจากนั้นเธอได้กลับไปร่วมงานกับโรงแรม The Dolder Grand ในนคร Zurich อยู่พักหนึ่งแล้วจึงย้ายมาร่วมงานกับห้อง etcha ในที่สุด ในครั้งนี้เขายังได้ผู้ช่วยเชฟคนใหม่ชาวเบลเยี่ยมนามว่า Xavier Coolen ผู้ผ่านงานในห้องอาหารระดับ 2 และ 3 MICHELIN Stars มาแล้วมากมายมาช่วยเสริมทัพให้ทีมแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น
รูปที่ 31
🎗️ [THE CHEF] Giacomo Primante เกิดที่เมือง Lanciano ในแคว้น Abruzzo ประเทศอิตาลี เขาได้รับแรงบันดาลใจในการทำอาหารตั้งแต่อายุยังน้อย หลังจากจบเป็นเชฟมืออาชีพเขาเริ่มต้นงานที่ห้องอาหาร Chesery (1 MICHELIN Star) ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ก่อนจะออกเดินทางไปร่วมงานกับห้องอาหารระดับแนวหน้าจากทั่วโลกไม่ว่าจะเป็น Diver XO (3 MICHELIN Stars) ในประเทศสเปน, Kei (3 MICHELIN Stars) ในประเทศฝรั่งเศส, Mirazur (3 MICHELIN Stars) ในประเทศฝรั่งเศสและ Benu (3 MICHELIN Stars) ในประเทศสหรัฐอเมริกา หลังจากเก็บสะสมประสบการณ์ได้มากพอเขาได้เริ่มต้นเส้นทางของตัวเองโดยการรับงานเป็น Head Chef ให้กับห้องอาหาร etcha แห่งนี้นั่นเอง สำหรับอาหารหวานเป็นผลงานของเชฟ Alessia Migliacci โดยเธอเริ่มต้นเส้นทางอาชีพที่เมือง St. Moritz ก่อนจะออกเดินทางไปร่วมงานกับห้องอาหาร ION – The Harbour (1 MICHELIN Star ในขณะนั้น) ในประเทศ Malta และห้องอาหาร Quince (3 MICHELIN Stars) ในประเทศสหรัฐอเมริกา หลังจากนั้นเธอได้กลับไปร่วมงานกับโรงแรม The Dolder Grand ในนคร Zurich อยู่พักหนึ่งแล้วจึงย้ายมาร่วมงานกับห้อง etcha ในที่สุด ในครั้งนี้เขายังได้ผู้ช่วยเชฟคนใหม่ชาวเบลเยี่ยมนามว่า Xavier Coolen ผู้ผ่านงานในห้องอาหารระดับ 2 และ 3 MICHELIN Stars มาแล้วมากมายมาช่วยเสริมทัพให้ทีมแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น
🎗️ [WHY GO] แม้จะเป็นการกลับมาเยือนครั้งที่ 3 แต่เชฟ Giacomo และเชฟ Xavier ยังคงสามารถสร้างประสบการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจได้ในทุก ๆ รายละเอียดไม่ว่าจะเป็นเทคนิคการเตรียมอาหาร, การจัดจาน หรือแม้กระทั่งการเชิญลูกค้าเข้าครัวพูดคุยและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับตัวเชฟ การจับคู่ไวน์แต่ละแก้วโดยคุณ Max ยังคงมีความโดดเด่นภายใต้มีราคาสุดคุ้มค่าเช่นเคย จากที่กล่าวมาเราจึงขอการันตีว่า etcha เป็นหนึ่งในร้านเปิดใหม่ที่น่าจับตามองเป็นอย่างมากและควรค่าแก่การแวะมาลองชิมให้ได้สักครั้ง
รูปที่ 32
🎗️ [WHY GO] แม้จะเป็นการกลับมาเยือนครั้งที่ 3 แต่เชฟ Giacomo และเชฟ Xavier ยังคงสามารถสร้างประสบการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจได้ในทุก ๆ รายละเอียดไม่ว่าจะเป็นเทคนิคการเตรียมอาหาร, การจัดจาน หรือแม้กระทั่งการเชิญลูกค้าเข้าครัวพูดคุยและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับตัวเชฟ การจับคู่ไวน์แต่ละแก้วโดยคุณ Max ยังคงมีความโดดเด่นภายใต้มีราคาสุดคุ้มค่าเช่นเคย จากที่กล่าวมาเราจึงขอการันตีว่า etcha เป็นหนึ่งในร้านเปิดใหม่ที่น่าจับตามองเป็นอย่างมากและควรค่าแก่การแวะมาลองชิมให้ได้สักครั้ง