
etcha · เอ๊ดช่า
Creative · อาหารเชิงสร้างสรรค์ — ชั้น 7 โรงแรม Chatrium Grand Bangkok
🎗️ [INTRO] ในยุคที่อาหารไม่ได้ถูกจำกัดด้วยแค่รสชาติหรือเทคนิคแต่เป็นศิลปะที่สะท้อนตัวตน ความคิด และแรงบันดาลใจของเชฟถึงเหล่านักชิม ห้องอาหาร etcha ได้ก้าวเข้ามาเติมเต็มฉากอาหารของกรุงเทพด้วยแนวคิด 'ไร้กรอบ' ที่ฉีกทุกกฎเกณฑ์แบบเดิม ๆ ที่นี่คือพื้นที่ที่หัวหน้าเชฟ Giacomo Primante ผสมผสานรสชาติ วัตถุดิบ และความคิดสร้างสรรค์เข้าด้วยกันจนเกิดเป็นจานอาหารที่ท้าทายทั้งประสาทสัมผัสและจินตนาการ
🎗️ [THE PLACE] Chatrium Grand Bangkok เป็นโรงแรมระดับ Luxury ของเครือ Chatrium Hospitality ที่สะท้อนเอกลักษณ์แห่งความหรูหราและความประณีตในทุกรายละเอียด โรงแรมแห่งนี้ตั้งอยู่บนถนนเพชรบุรีใจกลางกรุงเทพมหานครใกล้แหล่งช้อปปิ้งชั้นนำอย่าง Siam Paragon และ centralwOrld ทำให้ตอบโจทย์ทั้งนักท่องเที่ยวและผู้ที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์การพักผ่อนระดับพรีเมียม ตัวอาคารโดดเด่นด้วยดีไซน์ตึกแฝดสูง 32 ชั้น ออกแบบโดย Robert Philip Holmes สถาปนิกระดับโลกที่เน้นการผสมผสานความหรูหราสมัยใหม่เข้ากับกลิ่นอายศิลปะไทยได้อย่างลงตัว เมื่อกดลิฟต์ขึ้นสู่ชั้น 7 คุณจะได้พบกับ etcha ห้องอาหารใหม่ล่าสุดที่ทางทีมงานและผู้บริหารของ Chatrium Grand Bangkok ทุ่มเทรังสรรค์ขึ้นเพื่อให้เป็นจุดหมายปลายทางแห่งการรับประทานอาหารระดับสูงในกรุงเทพพร้อมมอบประสบการณ์การลิ้มลองรสชาติที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์และการตกแต่งที่ชวนให้ประทับใจตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามา ภายในร้านตกแต่งแบบ Minimalism โดยอาศัยสีเอิร์ธโทนอย่างสีดินเผาและสีเบจในการสะท้อนสะท้อนถึงการเชื่อมโยงกับธรรมชาติเข้ากันกับความทันสมัย กระจกใสสูงจากพื้นจรดเพดานเผยให้เห็นภาพยามค่ำคืนของตึกระฟ้าโดยรอบ ทางร้านยังเลือกใช้ผ้าม่านแทนที่ฉากกั้นหรือกำแพงทำให้พื้นที่ห้องอาหารหลักมีความโปร่ง อาหารแต่ละคอร์สจัดเสิร์ฟมาบนเครื่องปั้นดินเผาเข้าคู่กันกับเครื่องเทเบิ้ลแวร์สั่งทำพิเศษในกรุงเทพบ้านเรา ระหว่างมื้อทางทีมงานจะทยอยเชิญลูกค้าแต่ละโต๊ะไปเยี่ยมชมพื้นที่ครัวทั้งฝั่งของหวานและของคาวสร้างความทรงจำที่น่าประทับใจไม่รู้ลืม
🎗️ [THE CHEF] Giacomo Primante เกิดที่เมือง Lanciano ในแคว้น Abruzzo ประเทศอิตาลี เขาได้รับแรงบันดาลใจในการทำอาหารตั้งแต่อายุยังน้อย หลังจากจบเป็นเชฟมืออาชีพเขาเริ่มต้นงานที่ห้องอาหาร Chesery (1 MICHELIN Star) ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ก่อนจะออกเดินทางไปร่วมงานกับห้องอาหารระดับแนวหน้าจากทั่วโลกไม่ว่าจะเป็น Diver XO (3 MICHELIN Stars) ในประเทศสเปน, Kei (3 MICHELIN Stars) ในประเทศฝรั่งเศส, Mirazur (3 MICHELIN Stars) ในประเทศฝรั่งเศสและ Benu (3 MICHELIN Stars) ในประเทศสหรัฐอเมริกา หลังจากเก็บสะสมประสบการณ์ได้มากพอเขาได้เริ่มต้นเส้นทางของตัวเองโดยการรับงานเป็น Head Chef ให้กับห้องอาหาร etcha แห่งนี้นั่นเอง สำหรับอาหารหวานเป็นผลงานของเชฟ Alessia Migliacci โดยเธอเริ่มต้นเส้นทางอาชีพที่เมือง St. Moritz ก่อนจะออกเดินทางไปร่วมงานกับห้องอาหาร ION – The Harbour (1 MICHELIN Star ในขณะนั้น) ในประเทศ Malta และห้องอาหาร Quince (3 MICHELIN Stars) ในประเทศสหรัฐอเมริกา หลังจากนั้นเธอได้กลับไปร่วมงานกับโรงแรม The Dolder Grand ในนคร Zurich อยู่พักหนึ่งแล้วจึงย้ายมาร่วมงานกับห้อง etcha ในที่สุด
🎗️ [THE FOOD] อาหารที่ etcha นำเสนอมาในรูป Borderless Cuisine หรืออาหารไร้กรอบโดยอาศัยวัตถุดิบทางทั้งฝั่งยุโรปและเอเชียมาประกอบเข้าด้วยกัน ลูกค้าสามารถเลือกชิม Tasting Menu ได้ 2 รูปแบบคือ ETCHA 180° (3,750++) นำเสนอมาที่จำนวน 6 คอร์ส และ ETCHA 360° (4,750++) นำเสนอมาที่จำนวน 9 คอร์ส นอกจากนี้ยังมีเมนูชุดพิเศษที่สามารถจัดเตรียมให้สำหรับลูกค้าที่แวะกลับมาชิมบ่อยครั้ง ตัวอย่างเมนูที่น่าสนใจในครั้งนี้อย่างเช่น
✨ lobster, curry, mexican marigold
คอร์สนี้เชฟได้หยิบวัตถุดิบอย่าง Brittany Lobster เสิร์ฟมาทั้งแบบร้อนและเย็น ในจานคือเนื้อกุ้งล็อบสเตอร์เนื้อเด้งกรอบเสิร์ฟมากับซอส 3 ชนิดคือ Lobster Bisque ที่มีความหอมมัน, Curry ที่ให้อโรมาโดดเด่นและ Pork Jus สร้างรสชาติที่เข้มข้น กลีบดอกไม้ด้านบนช่วยเพิ่มมิติความกรอบให้กับจาน ยังมีก้ามกุ้งล็อบสเตอร์ห่อด้วยแอปเปิ้ลจนได้เป็น Mini Taco ความหวานของเนื้อกุ้งผสานเข้ากันกับมูสอโวคาโดได้อย่างมีมิติ ไฮไลท์คือซอสเย็นรอบ ๆ ที่เตรียมขึ้นมาจากแตงกวาดองแต่กลับมีอโรมาที่เบาและมีกลิ่นหอมได้อย่างไม่น่าเชื่อ (17/20)
✨ ravioli, quark, tarragon
Bottoni พาสต้าทรงเกี๊ยว ด้านในสอดไส้ Quark Cheese ซึ่งเป็นชีสนมแพะจาก Little Goat Farm by Madame Kai ในจังหวัดนครปฐมโดยตัวเกี๊ยวจะแตกระเบิดออกในปากทันที่ที่เคี้ยว ด้านบนคือดอกไม้และใบทาร์รากอน นอกจากนี้ยังมีอโรมาและรสชาติอันโดดเด่นของน้ำมันพริกอีกด้วย (17/20)
✨ monkfish, zucchini flower, passion fruit
ปลา Monkfish ย่างแล้วเสิร์ฟในลักษณะที่เรียกว่า À La Nacre การันตีระดับความสุกอันพอเหมาะไร้ที่ติ ด้านล่างรองด้วยซอสที่เคี่ยวส้มและเสาวรสจนงวดให้ความเปรี้ยวในระดับที่พอเหมาะ ด้านบนคือดอกซูคินียัดไส้ Mousseline เนื้อไก่ให้ความเด้งนุ่มและหอม สุดท้ายคือ Coffee Sabayon หอม ๆ สร้างมิติที่โดดเด่นเข้ากันกับองค์ประกอบอื่น ๆ ได้อย่างไร้ที่ติ (17/20)
🎗️ [WHY GO] อาหารทุกจานที่เราได้ชิมในวันนี้เปรียบเสมือนการถ่ายทอดเรื่องราวโดยอาศัยประสบการณ์เฉพาะตัวของเชฟ Giacomo ทุกคอร์สคือการเดินทางของรสชาติที่ชวนให้เหล่านักชิมเปิดรับมุมมองใหม่ในโลกแห่งอาหารโดยยังคงไว้ซึ่งความเข้าถึงง่ายจากลูกค้าทุกกลุ่ม ราคาอาหารจัดว่าคุ้มค่าเมื่อเทียบกับคุณภาพวัตถุดิบที่เลือกใช้ ห้ามพลาดรายการ Wine Pairing ที่จับคู่ไวน์เข้ากับรสชาติของอาหารได้อย่างไร้ที่ติ เราเชื่อว่า etcha จะเป็นหนึ่งในร้านเพียงไม่กี่แห่งในกรุงเทพที่พร้อมจะมอบความทรงจำที่ไม่เหมือนใครให้ทุกคนได้สัมผัสอย่างลึกซึ้งและน่าจดจำ
ภาพของร้านอาหาร
ทั้งหมด 34 รูป

![🎗️ [INTRO] ในยุคที่อาหารไม่ได้ถูกจำกัดด้วยแค่รสชาติหรือเทคนิคแต่เป็นศิลปะที่สะท้อนตัวตน ความคิด และแรงบันดาลใจของเชฟถึงเหล่านักชิม ห้องอาหาร etcha ได้ก้าวเข้ามาเติมเต็มฉากอาหารของกรุงเทพด้วยแนวคิด 'ไร้กรอบ' ที่ฉีกทุกกฎเกณฑ์แบบเดิม ๆ ที่นี่คือพื้นที่ที่หัวหน้าเชฟ Giacomo Primante ผสมผสานรสชาติ วัตถุดิบ และความคิดสร้างสรรค์เข้าด้วยกันจนเกิดเป็นจานอาหารที่ท้าทายทั้งประสาทสัมผัสและจินตนาการ](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2025/04/488192652_1209775860805965_7428095417009567210_n.webp)


























![🎗️ [THE CHEF] Giacomo Primante เกิดที่เมือง Lanciano ในแคว้น Abruzzo ประเทศอิตาลี เขาได้รับแรงบันดาลใจในการทำอาหารตั้งแต่อายุยังน้อย หลังจากจบเป็นเชฟมืออาชีพเขาเริ่มต้นงานที่ห้องอาหาร Chesery (1 MICHELIN Star) ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ก่อนจะออกเดินทางไปร่วมงานกับห้องอาหารระดับแนวหน้าจากทั่วโลกไม่ว่าจะเป็น Diver XO (3 MICHELIN Stars) ในประเทศสเปน, Kei (3 MICHELIN Stars) ในประเทศฝรั่งเศส, Mirazur (3 MICHELIN Stars) ในประเทศฝรั่งเศสและ Benu (3 MICHELIN Stars) ในประเทศสหรัฐอเมริกา หลังจากเก็บสะสมประสบการณ์ได้มากพอเขาได้เริ่มต้นเส้นทางของตัวเองโดยการรับงานเป็น Head Chef ให้กับห้องอาหาร etcha แห่งนี้นั่นเอง สำหรับอาหารหวานเป็นผลงานของเชฟ Alessia Migliacci โดยเธอเริ่มต้นเส้นทางอาชีพที่เมือง St. Moritz ก่อนจะออกเดินทางไปร่วมงานกับห้องอาหาร ION – The Harbour (1 MICHELIN Star ในขณะนั้น) ในประเทศ Malta และห้องอาหาร Quince (3 MICHELIN Stars) ในประเทศสหรัฐอเมริกา หลังจากนั้นเธอได้กลับไปร่วมงานกับโรงแรม The Dolder Grand ในนคร Zurich อยู่พักหนึ่งแล้วจึงย้ายมาร่วมงานกับห้อง etcha ในที่สุด](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2025/04/488048237_1209776160805935_3389744598543101366_n.webp)

![🎗️ [THE FOOD] อาหารที่ etcha นำเสนอมาในรูป Borderless Cuisine หรืออาหารไร้กรอบโดยอาศัยวัตถุดิบทางทั้งฝั่งยุโรปและเอเชียมาประกอบเข้าด้วยกัน ลูกค้าสามารถเลือกชิม Tasting Menu ได้ 2 รูปแบบคือ ETCHA 180° (3,750++) นำเสนอมาที่จำนวน 6 คอร์ส และ ETCHA 360° (4,750++) นำเสนอมาที่จำนวน 9 คอร์ส นอกจากนี้ยังมีเมนูชุดพิเศษที่สามารถจัดเตรียมให้สำหรับลูกค้าที่แวะกลับมาชิมบ่อยครั้ง](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2025/04/487790412_1209775954139289_5596094254923912579_n.webp)
![🎗️ [THE PLACE] Chatrium Grand Bangkok เป็นโรงแรมระดับ Luxury ของเครือ Chatrium Hospitality ที่สะท้อนเอกลักษณ์แห่งความหรูหราและความประณีตในทุกรายละเอียด โรงแรมแห่งนี้ตั้งอยู่บนถนนเพชรบุรีใจกลางกรุงเทพมหานครใกล้แหล่งช้อปปิ้งชั้นนำอย่าง Siam Paragon และ centralwOrld ทำให้ตอบโจทย์ทั้งนักท่องเที่ยวและผู้ที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์การพักผ่อนระดับพรีเมียม](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2025/04/488072495_1209776030805948_8109397864023310923_n.webp)

![🎗️ [WHY GO] อาหารทุกจานที่เราได้ชิมในวันนี้เปรียบเสมือนการถ่ายทอดเรื่องราวโดยอาศัยประสบการณ์เฉพาะตัวของเชฟ Giacomo ทุกคอร์สคือการเดินทางของรสชาติที่ชวนให้เหล่านักชิมเปิดรับมุมมองใหม่ในโลกแห่งอาหารโดยยังคงไว้ซึ่งความเข้าถึงง่ายจากลูกค้าทุกกลุ่ม ราคาอาหารจัดว่าคุ้มค่าเมื่อเทียบกับคุณภาพวัตถุดิบที่เลือกใช้ ห้ามพลาดรายการ Wine Pairing ที่จับคู่ไวน์เข้ากับรสชาติของอาหารได้อย่างไร้ที่ติ เราเชื่อว่า etcha จะเป็นหนึ่งในร้านเพียงไม่กี่แห่งในกรุงเทพที่พร้อมจะมอบความทรงจำที่ไม่เหมือนใครให้ทุกคนได้สัมผัสอย่างลึกซึ้งและน่าจดจำ](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2025/04/488480310_1209776050805946_4978267300212273232_n.webp)
