GASTRONOME THAILAND by ตามล่า Fine Dining
Enoteca
Selected

ThailandEnoteca · อีโนติก้า

Italian · อาหารอิตาเลียน — 27 ถนน สุขุมวิท แขวง คลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

🎗 อาหารอิตาเลียนเป็นร้านอาหารยุโรปที่พบได้มากที่สุดในกรุงเทพ เเต่ในจำนวนหลายร้อยมีไม่กี่สิบร้านที่สามารถทำอาหารอิตาเลียนชั้นสูงออกมาได้ตรงตามต้นฉบับ หากจะให้คัดร้านที่ได้คะเเนนสูงสุดสุดตามระบบการรีวิวของเพจมาเเนะนำ คงต้องยกตำเเหน่งนี้ให้กับ Enoteca ห้องอาหารเล็กๆที่ซ่อนตัวอยู่ในตรอกย่านสุขุมวิท

🎗 ตัวร้านเปิดทำการมาตั้งเเต่ปี 2004 บริหารโดยสองพ่อลูกชาวอิตาลี คุณ Giancarlo และ Nicola Bonazza เสิร์ฟเมนูอาหารอิตาเลียนยุคใหม่จนกลายเป็นหนึ่งห้องอาหารอิตาเลียนรุ่นบุกเบิกที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพ ห้ามพลาดที่จะลิ้มลองไวน์คุณภาพเเละไวน์หายากที่มีให้เลือกชิมมากกว่า 400 labels สมกับชื่อร้านที่แปลว่า "Wine Library"

🎗 มองจากภายนอกตัวร้านเป็นบ้านชั้นเดียวทรงยุโรป ผนังสีเเดงตัดกันกับสีเขียวของต้นไม้น้อยใหญ่ในสวนด้านหน้า ลูกค้าที่เข้ามาใหม่สามารถมองเห็นบรรยากาศในร้านผ่านกระจกใสบานใหญ่ทำให้ร้านดูโปร่ง โล่ง ไม่อึดอัดตา ภายในตกแต่งแบบกึ่งรัสติค มีของตกเเต่งจากอิตาลีทั้งรูปภาพ ภาพวาด จาน รวมไปถึงเครื่องครัวยุคเก่าประดับไว้มากมาย โต๊ะอาหารปูด้วยผ้าสีขาวเสริมบรรยากาศสุดโรเเมนติคด้วยเเสงสีส้มสลัวจากโคมไฟ พนักงานบริการสมกับมาตรฐานห้องอาหาร Fine Dining สามารถอธิบายรายละเอียดอาหารในเเต่ละคอร์สได้อย่างละเอียด

🎗 อาหารที่นี่ควบคุมโดยเชฟ Stefano Borra ชาว Turin ผู้เคยร่วมงานกับห้องอาหารชั้นนำในประเทศฝรั่งเศสอย่าง Auberge La Fenière ในเเคว้นโพรวองซ์ (1 ดาวมิชลิน), Lapérouse ในกรุงปารีส (มิชลิน เพลท) และ La Pyramide ในกรุง Lyon (2 ดาวมิชลิน) หลังจากผ่านประสบการณ์มามากมายเชฟได้ตัดสินใจเปิดร้านอาหารเป็นของตัวเองคือ VO ristaurante ในเมือง Turin บ้านเกิดและสามารถคว้ารางวัล 1 ดาวมิชลินมาครองได้ตั้งเเต่ปี 2012 จนถึง 2016 ก่อนที่จะย้ายมาร่วมงานกับห้องอาหาร Enoteca ในกรุงเทพตั้งเเต่ปี 2017 จนถึงปัจจุบัน

🎗 หลังจากประทับใจกับเมนู À La Carte เมื่อครั้งก่อน วันนี้เราจึงเปลี่ยนมาลองชิม Degustation Menu ดูบ้างโดยมีให้เลือกสองแบบคือ Enoteca Classic Degustation Menu เป็นเมนูที่รวบรวม Signature Dish รสเลิศของทางร้านเข้าไว้ด้วยกัน และ Surprising Enoteca Degustation Menu เป็นเมนูที่เชฟ Stefano ใช้ประสบการณ์ในการสร้างสรรค์เมนูใหม่ ไม่ซ้ำใคร ให้ลูกค้าได้ลิ้มลอง โดยเราเลือกทานเป็น Surprising Enoteca Degustation Menu จำนวน 5 คอร์ส อาหารทุกจานปรุงออกมาแบบอิตาเลียนเเท้ๆ ตั้งเเต่อาหารเรียกน้ำย่อยที่ใช้เทคนิคการปรุงชั้นสูง พาสต้าที่เสิร์ฟมาแบบ Al Dente ไปจนถึงของหวานอย่าง Chocolate Fondant ที่ทำออกมาได้อย่างน่าสนใจ

🎗 กล่าวโดยสรุป Enoteca ถือเป็นร้านอาหารเพียงไม่กี่แห่งในกรุงเทพที่ทำรสชาติออกมาใกล้เคียงกับร้านติดดาวมิชลินในประเทศอิตาลี และเป็นห้องอาหารอิตาเลียนชั้นสูงเพียงไม่กี่แห่งที่เพจเราขอเเนะนำอย่างมากให้เพื่อนๆลองหาโอกาสเเวะมาทานกัน

ภาพของร้านอาหาร

ทั้งหมด 27 รูป

🇹🇭 Enoteca - อีโนติก้า
รูปที่ 1
🇹🇭 Enoteca - อีโนติก้า
ป้ายมิชลิน
รูปที่ 2
ป้ายมิชลิน
หากจะให้เราคัดร้านที่ได้คะเเนนสูงสุดสุดตามระบบการรีวิวของเรามาเเนะนำ คงต้องยกตำเเหน่งนี้ให้กับ Enoteca ห้องอาหารเล็กๆที่ซ่อนตัวอยู่ในตรอกย่านสุขุมวิท
รูปที่ 3
หากจะให้เราคัดร้านที่ได้คะเเนนสูงสุดสุดตามระบบการรีวิวของเรามาเเนะนำ คงต้องยกตำเเหน่งนี้ให้กับ Enoteca ห้องอาหารเล็กๆที่ซ่อนตัวอยู่ในตรอกย่านสุขุมวิท
Amuse-Bouche Croissant with mortadella, Caesar salad, Rocket salad with sausage สำหรับคอร์สเเรกคืออมูสบูชสามอย่างที่เชฟนำเสิร์ฟให้กับลูกค้าเพื่อเรียกน้ำย่อยเริ่มจากฝั่งซ้ายคือ Croissant with mortadella ตรงกลางคือ Caesar salad และริมขวาสุดคือ Rocket salad with sausage
รูปที่ 4
Amuse-Bouche Croissant with mortadella, Caesar salad, Rocket salad with sausage สำหรับคอร์สเเรกคืออมูสบูชสามอย่างที่เชฟนำเสิร์ฟให้กับลูกค้าเพื่อเรียกน้ำย่อยเริ่มจากฝั่งซ้ายคือ Croissant with mortadella ตรงกลางคือ Caesar salad และริมขวาสุดคือ Rocket salad with sausage
Amuse-Bouche Croissant with mortadella เชฟเเนะนำให้เริ่มทานจากฝั่งซ้ายคือขนมปังครัวซองต์ขนาดพอดีคำ กรอบนอก นุ่มใน ตรงกลางสอดไส้ Mortadella หรือไส้กรอกหมูแบบอิตาเลียน มีกลิ่นหอม เนื้อนุ่ม แนะนำทานคำเดียวให้หมด ฟินมากๆ (13/20)
รูปที่ 5
Amuse-Bouche Croissant with mortadella เชฟเเนะนำให้เริ่มทานจากฝั่งซ้ายคือขนมปังครัวซองต์ขนาดพอดีคำ กรอบนอก นุ่มใน ตรงกลางสอดไส้ Mortadella หรือไส้กรอกหมูแบบอิตาเลียน มีกลิ่นหอม เนื้อนุ่ม แนะนำทานคำเดียวให้หมด ฟินมากๆ (13/20)
Amuse-Bouche Caesar salad ถัดมาคือซีซ่าสลัด เมนูบ้านๆที่เชฟ Stefano ดัดแปลงจนกลายเป็นเมนู Finger food สุดสร้างสรรค์ ด้านล่างเป็นหนังไก่กรอบ ทานกับครีมทำมาจาก Caesar salad dressing มีกลิ่นหอม ครีมมี่ มีรสเปรี้ยวหวานกลมกล่อมๆ เพอร์เฟ็คสุดๆ ด้านบนคือครูตองหรือขนมปังและเเผ่นแฮมกรอบช่วยเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัส ถือเป็นการเปลี่ยนหน้าตาเมนูบ้านๆออกมาได้อย่างน่าทึ่ง (16/20)
รูปที่ 6
Amuse-Bouche Caesar salad ถัดมาคือซีซ่าสลัด เมนูบ้านๆที่เชฟ Stefano ดัดแปลงจนกลายเป็นเมนู Finger food สุดสร้างสรรค์ ด้านล่างเป็นหนังไก่กรอบ ทานกับครีมทำมาจาก Caesar salad dressing มีกลิ่นหอม ครีมมี่ มีรสเปรี้ยวหวานกลมกล่อมๆ เพอร์เฟ็คสุดๆ ด้านบนคือครูตองหรือขนมปังและเเผ่นแฮมกรอบช่วยเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัส ถือเป็นการเปลี่ยนหน้าตาเมนูบ้านๆออกมาได้อย่างน่าทึ่ง (16/20)
Amuse-Bouche Rocket salad with sausage สุดท้ายคือร็อกเกตสลัดที่ทางร้านแปลงโฉมผักร็อกเกตออกมาเป็นซอเบท์เย็นชื่นใจ ไม่มีกลิ่นเขียวของคลอโรฟิลด์ติดมาเลย เสิร์ฟคู่กับครีมสีขาวด้านล่างทำจากไส้กรอก ตัวครีมมีความนุ่ม ละมุนลิ้น มีกลิ่นหอมไส้กรอกเบาๆ ทานครีมเเล้วละลายไปพร้อมกับซอเบท์ในปาก ช่วยเรียกความสดชื่นก่อนเข้าอาหารมื้อหลักได้อย่างดีได้อย่างดี (15/20)
รูปที่ 7
Amuse-Bouche Rocket salad with sausage สุดท้ายคือร็อกเกตสลัดที่ทางร้านแปลงโฉมผักร็อกเกตออกมาเป็นซอเบท์เย็นชื่นใจ ไม่มีกลิ่นเขียวของคลอโรฟิลด์ติดมาเลย เสิร์ฟคู่กับครีมสีขาวด้านล่างทำจากไส้กรอก ตัวครีมมีความนุ่ม ละมุนลิ้น มีกลิ่นหอมไส้กรอกเบาๆ ทานครีมเเล้วละลายไปพร้อมกับซอเบท์ในปาก ช่วยเรียกความสดชื่นก่อนเข้าอาหารมื้อหลักได้อย่างดีได้อย่างดี (15/20)
Snacks หลังจากอมูสบูช พนักงานจะนำเสิร์ฟของว่างเป็นกริสซินี่เเละข้าวเกรียบสองสีทอดกรอบทานเล่นระหว่างรออาหารคอร์สถัดไป (12/20)
รูปที่ 8
Snacks หลังจากอมูสบูช พนักงานจะนำเสิร์ฟของว่างเป็นกริสซินี่เเละข้าวเกรียบสองสีทอดกรอบทานเล่นระหว่างรออาหารคอร์สถัดไป (12/20)
Bread นอกจากนี้ยังมีขนมปังหลายชนิดให้ทานเล่นระหว่างรออาหาร ที่เราชอบที่สุดคงจะเป็นขนมปังมะเขือเทศรสเปรี้ยวอุมามิช่วยเรียกน้ำย่อยได้เป็นอย่างดี (12/20)
รูปที่ 9
Bread นอกจากนี้ยังมีขนมปังหลายชนิดให้ทานเล่นระหว่างรออาหาร ที่เราชอบที่สุดคงจะเป็นขนมปังมะเขือเทศรสเปรี้ยวอุมามิช่วยเรียกน้ำย่อยได้เป็นอย่างดี (12/20)
Octopus Carpaccio ถัดมาคือ Carpaccio di Palpo เเน่นอนว่าพระเอกของจานคือปลาหมึกยักษ์ที่ทำออกมาอย่างดี มีเนื้อสัมผัสนุ่มลิ้น ไม่เหนียวเเต่อย่างใด เริ่มจากการนำหมึกยักษ์ไปปรุงจนสุก จากนั้นนำไปแช่ฟรีซให้เเข็งเเล้วรอจนเย็นจึงเเล่ออกเป็นแผ่นบางๆขนาดเท่ากันทุกชิ้น เสิร์ฟมากับซอสสามอย่างเริ่มจาก Wasabi mayonnaise สีเขียวมีกลิ่นหอมของวาซาบิเด่นชัดเจนแต่มีรสเผ็ดเพียงเล็กน้อย ถัดมาคือ Black ink sauce เนื้อเนียนทำจากหมึกดำของปลาหมึก เเละ Tomato sauce สีเเดงมีรสเปรี้ยวตัดกันกับซอสทั้งสองอย่างก่อนหน้าได้เป็นอย่างดี แผ่นกรอบสี่เหลี่ยมคือ Pommes soufflé หรือมันฝรั่งทอดกรอบ มีสีเหลืองสวย ไม่อมน้ำมัน ช่วยเพิ่มเนื้อสัมผัสที่เเตกต่างให้กับจาน ด้านบนคือ Pancetta ทำจากเเก้มหมูรสชาติมันๆเค็มๆทั้งยังเพิ่มกลิ่นหอมเสริมกันกับปลาหมึกเวลาทานอีกด้วย (15/20)
รูปที่ 10
Octopus Carpaccio ถัดมาคือ Carpaccio di Palpo เเน่นอนว่าพระเอกของจานคือปลาหมึกยักษ์ที่ทำออกมาอย่างดี มีเนื้อสัมผัสนุ่มลิ้น ไม่เหนียวเเต่อย่างใด เริ่มจากการนำหมึกยักษ์ไปปรุงจนสุก จากนั้นนำไปแช่ฟรีซให้เเข็งเเล้วรอจนเย็นจึงเเล่ออกเป็นแผ่นบางๆขนาดเท่ากันทุกชิ้น เสิร์ฟมากับซอสสามอย่างเริ่มจาก Wasabi mayonnaise สีเขียวมีกลิ่นหอมของวาซาบิเด่นชัดเจนแต่มีรสเผ็ดเพียงเล็กน้อย ถัดมาคือ Black ink sauce เนื้อเนียนทำจากหมึกดำของปลาหมึก เเละ Tomato sauce สีเเดงมีรสเปรี้ยวตัดกันกับซอสทั้งสองอย่างก่อนหน้าได้เป็นอย่างดี แผ่นกรอบสี่เหลี่ยมคือ Pommes soufflé หรือมันฝรั่งทอดกรอบ มีสีเหลืองสวย ไม่อมน้ำมัน ช่วยเพิ่มเนื้อสัมผัสที่เเตกต่างให้กับจาน ด้านบนคือ Pancetta ทำจากเเก้มหมูรสชาติมันๆเค็มๆทั้งยังเพิ่มกลิ่นหอมเสริมกันกับปลาหมึกเวลาทานอีกด้วย (15/20)
Gourmet Sandwich เมนูที่ดีที่สุดในวันนี้ขอยกให้กับสุดยอดเเซนวิชที่รวมวัตถุดิบล้ำค่าสามอย่างเข้าไว้ด้วยกัน คือฟัวกราส์ ล็อบสเตอร์ และเห็ดทรัฟเฟิล (16/20)
รูปที่ 11
Gourmet Sandwich เมนูที่ดีที่สุดในวันนี้ขอยกให้กับสุดยอดเเซนวิชที่รวมวัตถุดิบล้ำค่าสามอย่างเข้าไว้ด้วยกัน คือฟัวกราส์ ล็อบสเตอร์ และเห็ดทรัฟเฟิล (16/20)
Gourmet Sandwich เชฟเลือกใช้ขนมปัง Pan Brioche เป็นฐานด้านล่าง จากนั้นทาด้วยฟัวกราส์เทอรีนและเนยที่มีองค์ประกอบของเห็ดทรัฟเฟิลเป็นชั้นบางๆ ตอนทานจะสัมผัสได้ถึงความมันกลมกล่อมและเนื้อเนียนละมุน ตรงกลางคือเเคนาเดียนล็อบสเตอร์ชิ้นโต เนื้อสุกกำลังดี นุ่ม เด้ง มีรสหวานธรรมชาติเข้ากันกับรสของฟัวกราส์ได้อย่างดี ด้านบนคือเห็ดทรัฟเฟิลฤดูหนาวที่ส่งกลิ่นหอมเเตะจมูกตั้งเเต่เชฟที่ยกมาวางบนโต๊ะ ถือเป็นจานที่ดูภายนอกไม่ซับซ้อนเเต่มีรสชาติน่าประทับใจจนลืมไม่ลง (16/20)
รูปที่ 12
Gourmet Sandwich เชฟเลือกใช้ขนมปัง Pan Brioche เป็นฐานด้านล่าง จากนั้นทาด้วยฟัวกราส์เทอรีนและเนยที่มีองค์ประกอบของเห็ดทรัฟเฟิลเป็นชั้นบางๆ ตอนทานจะสัมผัสได้ถึงความมันกลมกล่อมและเนื้อเนียนละมุน ตรงกลางคือเเคนาเดียนล็อบสเตอร์ชิ้นโต เนื้อสุกกำลังดี นุ่ม เด้ง มีรสหวานธรรมชาติเข้ากันกับรสของฟัวกราส์ได้อย่างดี ด้านบนคือเห็ดทรัฟเฟิลฤดูหนาวที่ส่งกลิ่นหอมเเตะจมูกตั้งเเต่เชฟที่ยกมาวางบนโต๊ะ ถือเป็นจานที่ดูภายนอกไม่ซับซ้อนเเต่มีรสชาติน่าประทับใจจนลืมไม่ลง (16/20)
Paccheri all'Amatriciana สำหรับคอร์ส Primi วันนี้ทางร้านนำเสนอ Paccheri พาสต้าทรงกระบอกขนาดใหญ่ที่มีต้นกำเนิดจากเเคว้น Campania จับคู่กับซอสมะเขือเทศสุดคลาสสิคที่มีต้นกำเนิดจากกรุงโรมอย่าง all'Amatriciana เเม้จะเป็นเมนูพื้นบ้านเเต่ขั้นตอนการทำนั้นซับซ้อนไม่เบา เริ่มจากการต้มพาสต้าในน้ำเดือดเเบบปกติจนกึ่งสุก จากนั้นนำไปต้มต่อในน้ำซอสมะเขือเทศเพื่อให้เส้นพาสต้าดูดซับน้ำมะเขือเทศเข้าไปข้างใน ทางร้านนำเส้นเสิร์ฟมาแบบ Al Dente ด้านนอกนุ่ม เเต่ตรงกลางยังมีความกรึบตรงตามต้นฉบับ ส่วนซอส all'Amatriciana ทำจากมะเขือเทศ มีรสเปรี้ยวอุมามิที่ไม่มากจนเกินไป ด้านบนมีองค์ประกอบของหัวหอมใหญ่ แก้มหมู และชีส Pecorino Romano รสเค็มอ่อนๆ กลมกล่อม ถือเป็นเมนูสุดคลาสสิคที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนเเละเทคนิคการปรุงชั้นสูง ทั้งยังบ่งบอกถึงความเป็นโรมันได้อย่างดี อย่าเห็นว่ามีเพียงสามชิ้นเเล้วกลังจะไม่อิ่มเพราะด้วยขนาดของเส้น Paccheri ถือว่าเพียงพอสำหรับอาหารหนึ่งคอร์สพอดี (14/20)
รูปที่ 13
Paccheri all'Amatriciana สำหรับคอร์ส Primi วันนี้ทางร้านนำเสนอ Paccheri พาสต้าทรงกระบอกขนาดใหญ่ที่มีต้นกำเนิดจากเเคว้น Campania จับคู่กับซอสมะเขือเทศสุดคลาสสิคที่มีต้นกำเนิดจากกรุงโรมอย่าง all'Amatriciana เเม้จะเป็นเมนูพื้นบ้านเเต่ขั้นตอนการทำนั้นซับซ้อนไม่เบา เริ่มจากการต้มพาสต้าในน้ำเดือดเเบบปกติจนกึ่งสุก จากนั้นนำไปต้มต่อในน้ำซอสมะเขือเทศเพื่อให้เส้นพาสต้าดูดซับน้ำมะเขือเทศเข้าไปข้างใน ทางร้านนำเส้นเสิร์ฟมาแบบ Al Dente ด้านนอกนุ่ม เเต่ตรงกลางยังมีความกรึบตรงตามต้นฉบับ ส่วนซอส all'Amatriciana ทำจากมะเขือเทศ มีรสเปรี้ยวอุมามิที่ไม่มากจนเกินไป ด้านบนมีองค์ประกอบของหัวหอมใหญ่ แก้มหมู และชีส Pecorino Romano รสเค็มอ่อนๆ กลมกล่อม ถือเป็นเมนูสุดคลาสสิคที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนเเละเทคนิคการปรุงชั้นสูง ทั้งยังบ่งบอกถึงความเป็นโรมันได้อย่างดี อย่าเห็นว่ามีเพียงสามชิ้นเเล้วกลังจะไม่อิ่มเพราะด้วยขนาดของเส้น Paccheri ถือว่าเพียงพอสำหรับอาหารหนึ่งคอร์สพอดี (14/20)
Duck leg and Vanilla Celery root cream ถัดมาคือเมนูชื่อยาวอย่าง Coscia d'Anatra con purea di Sedano rapa lla vaniglia หรือน่องเป็ดที่เชฟนำไปตุ๋นในหม้ออัดเเรงดันเป็นระยะเวลากว่า 5 ชั่วโมง เสิร์ฟมาคู่กับพูเรทำจาก Mashed celery ที่มีส่วนผสมของวานิลลา ด้านบนคือ Filo pastry เคี้ยวกรอบ รองด้วย Grappa grape flambeed (13/20)
รูปที่ 14
Duck leg and Vanilla Celery root cream ถัดมาคือเมนูชื่อยาวอย่าง Coscia d'Anatra con purea di Sedano rapa lla vaniglia หรือน่องเป็ดที่เชฟนำไปตุ๋นในหม้ออัดเเรงดันเป็นระยะเวลากว่า 5 ชั่วโมง เสิร์ฟมาคู่กับพูเรทำจาก Mashed celery ที่มีส่วนผสมของวานิลลา ด้านบนคือ Filo pastry เคี้ยวกรอบ รองด้วย Grappa grape flambeed (13/20)
Duck leg and Vanilla Celery root cream น่องเป็ดถูกตุ๋นมาอย่างดีจนเปื่อยนุ่ม เพียงใช้ลิ้นดันเบาๆเนื้อเป็ดก็แยกออกจากกันเป็นชิ้นๆ Mashed celery ถูกบดละเอียดจนกลายเป็นพูเรเนื้อเนียนเเซมด้วยกลิ่นหอมของวานิลลา เราเเนะนำให้ทานเนื้อเป็ดสลับกับ Filo pastry กรอบๆเพื่อให้เกิดมิติทางเนื้อสัมผัส นอกจากนี้ Grappa grape flambeed ทำออกมาสไตล์อิตาเลียนขนานเเท้มีรสชาติหวานกลมกล่อม โดยรวมถือเป็นจานที่มีองค์ประกอบมากพอตัว เลยทีเดียว (13/20)
รูปที่ 15
Duck leg and Vanilla Celery root cream น่องเป็ดถูกตุ๋นมาอย่างดีจนเปื่อยนุ่ม เพียงใช้ลิ้นดันเบาๆเนื้อเป็ดก็แยกออกจากกันเป็นชิ้นๆ Mashed celery ถูกบดละเอียดจนกลายเป็นพูเรเนื้อเนียนเเซมด้วยกลิ่นหอมของวานิลลา เราเเนะนำให้ทานเนื้อเป็ดสลับกับ Filo pastry กรอบๆเพื่อให้เกิดมิติทางเนื้อสัมผัส นอกจากนี้ Grappa grape flambeed ทำออกมาสไตล์อิตาเลียนขนานเเท้มีรสชาติหวานกลมกล่อม โดยรวมถือเป็นจานที่มีองค์ประกอบมากพอตัว เลยทีเดียว (13/20)
Pre-dessert Panna cotta with strawberry sauce ก่อนจะเข้าสู่อาหารหวานทางร้านจะนำเสิร์ฟพานาคอตต้าขนาดจิ๋ว เสิร์ฟกับซอสสตรอว์เบอร์รี่รสหวานอร่อย ตัวพานาคอตต้าเนื้อเนียน นุ่ม หอมวานิลลาขนาดว่าเป็นเพียง Pre-dessert เเต่ทางร้านทำออกมาได้ดีกว่าร้านทั่วๆไปมากเลยทีเดียว (15/20)
รูปที่ 16
Pre-dessert Panna cotta with strawberry sauce ก่อนจะเข้าสู่อาหารหวานทางร้านจะนำเสิร์ฟพานาคอตต้าขนาดจิ๋ว เสิร์ฟกับซอสสตรอว์เบอร์รี่รสหวานอร่อย ตัวพานาคอตต้าเนื้อเนียน นุ่ม หอมวานิลลาขนาดว่าเป็นเพียง Pre-dessert เเต่ทางร้านทำออกมาได้ดีกว่าร้านทั่วๆไปมากเลยทีเดียว (15/20)
Chocolate Fondant ปิดท้ายด้วยอาหารหวานซึ่งความน่าสนใจของคอร์สนี้คือการเสิร์ฟขนมถึงสามอย่างมาในอุณหภูมิที่เเตกต่างกัน เริ่มจากตรงกลางคือเค้ก Chocolate Fondant เสิร์ฟมาที่อุณหภูมิห้องโดยเชฟทำเป็นเค้กสองชั้น ชั้นบนคือดาร์คช็อกโกเเลต 72% จากประเทศเวเนซูเอล่า ตัวเค้กใช้น้ำร้อนทำละลายโดยไม่ใส่เนยทำให้มีรสชาติเข้มข้น ส่วนชั้นล่างคือ Hazelnut croquant มีรสหวานตัดกันได้ดี ฝั่งขวาคือ Praline ice cream รสหวานเย็น เเละฝั่งซ้ายคือ Hot chocolate foam รสหวานปนขม มีกลิ่นหอมเด่นกว่าใคร เราขอเเนะนำให้ทานสลับกันไปมาสามอย่าง อร่อยมากๆ (15/20)
รูปที่ 17
Chocolate Fondant ปิดท้ายด้วยอาหารหวานซึ่งความน่าสนใจของคอร์สนี้คือการเสิร์ฟขนมถึงสามอย่างมาในอุณหภูมิที่เเตกต่างกัน เริ่มจากตรงกลางคือเค้ก Chocolate Fondant เสิร์ฟมาที่อุณหภูมิห้องโดยเชฟทำเป็นเค้กสองชั้น ชั้นบนคือดาร์คช็อกโกเเลต 72% จากประเทศเวเนซูเอล่า ตัวเค้กใช้น้ำร้อนทำละลายโดยไม่ใส่เนยทำให้มีรสชาติเข้มข้น ส่วนชั้นล่างคือ Hazelnut croquant มีรสหวานตัดกันได้ดี ฝั่งขวาคือ Praline ice cream รสหวานเย็น เเละฝั่งซ้ายคือ Hot chocolate foam รสหวานปนขม มีกลิ่นหอมเด่นกว่าใคร เราขอเเนะนำให้ทานสลับกันไปมาสามอย่าง อร่อยมากๆ (15/20)
Petits fours Beignets, Chocolate macarons, Salted caramel toffee สุดท้ายคือเปอตีส์ โฟว์ซึ่งทางร้านนำเสิร์ฟมาสามอย่างเริ่มจากเบญเย่สอดไส้ครีมวานิลลาคล้ายขนมชูก ช็อกโกแลตมาการองรสขมปนหวาน และทอฟฟี่คาราเมลใส่เกลือปิดท้ายมื้ออาหารได้เป็นอย่างดี (13/20)
รูปที่ 18
Petits fours Beignets, Chocolate macarons, Salted caramel toffee สุดท้ายคือเปอตีส์ โฟว์ซึ่งทางร้านนำเสิร์ฟมาสามอย่างเริ่มจากเบญเย่สอดไส้ครีมวานิลลาคล้ายขนมชูก ช็อกโกแลตมาการองรสขมปนหวาน และทอฟฟี่คาราเมลใส่เกลือปิดท้ายมื้ออาหารได้เป็นอย่างดี (13/20)
ไส้กรอกและแฮมต่างๆนำเข้าจากประเทศอิตาลี
รูปที่ 19
ไส้กรอกและแฮมต่างๆนำเข้าจากประเทศอิตาลี
ภายในตกแต่งแบบกึ่งรัสติค มีของตกเเต่งจากอิตาลีทั้งรูปภาพ ภาพวาด จาน รวมไปถึงเครื่องครัวยุคเก่าประดับไว้มากมาย
รูปที่ 20
ภายในตกแต่งแบบกึ่งรัสติค มีของตกเเต่งจากอิตาลีทั้งรูปภาพ ภาพวาด จาน รวมไปถึงเครื่องครัวยุคเก่าประดับไว้มากมาย
โต๊ะอาหารปูด้วยผ้าสีขาวเสริมบรรยากาศสุดโรเเมนติคด้วยเเสงสีส้มสลัวจากโคมไฟ
รูปที่ 21
โต๊ะอาหารปูด้วยผ้าสีขาวเสริมบรรยากาศสุดโรเเมนติคด้วยเเสงสีส้มสลัวจากโคมไฟ
ห้ามพลาดที่จะลิ้มลองไวน์คุณภาพเเละไวน์หายากที่มีให้เลือกชิมมากกว่า 400 labels สมกับชื่อร้านที่แปลว่า "Wine Library"
รูปที่ 22
ห้ามพลาดที่จะลิ้มลองไวน์คุณภาพเเละไวน์หายากที่มีให้เลือกชิมมากกว่า 400 labels สมกับชื่อร้านที่แปลว่า "Wine Library"
ภายในห้องอาหาร
รูปที่ 23
ภายในห้องอาหาร
ตัวร้านเปิดทำการมาตั้งเเต่ปี 2004 บริหารโดยสองพ่อลูกชาวอิตาลี คุณ Giancarlo และ Nicola Bonazza
รูปที่ 24
ตัวร้านเปิดทำการมาตั้งเเต่ปี 2004 บริหารโดยสองพ่อลูกชาวอิตาลี คุณ Giancarlo และ Nicola Bonazza
ได้รับการการันตีคุณภาพด้วยป้ายสีทอง OSPITALITÀ ITALIANA
รูปที่ 25
ได้รับการการันตีคุณภาพด้วยป้ายสีทอง OSPITALITÀ ITALIANA
มองจากภายนอกตัวร้านเป็นบ้านชั้นเดียวทรงยุโรป ผนังสีเเดงตัดกันกับสีเขียวของต้นไม้น้อยใหญ่ในสวนด้านหน้า
รูปที่ 26
มองจากภายนอกตัวร้านเป็นบ้านชั้นเดียวทรงยุโรป ผนังสีเเดงตัดกันกับสีเขียวของต้นไม้น้อยใหญ่ในสวนด้านหน้า
ลูกค้าที่เข้ามาใหม่สามารถมองเห็นบรรยากาศในร้านผ่านกระจกใสบานใหญ่ทำให้ร้านดูโปร่ง โล่ง ไม่อึดอัดตา
รูปที่ 27
ลูกค้าที่เข้ามาใหม่สามารถมองเห็นบรรยากาศในร้านผ่านกระจกใสบานใหญ่ทำให้ร้านดูโปร่ง โล่ง ไม่อึดอัดตา

แกลเลอรี