
El Molino de Urdániz · อัล โมลีโน่ เด อูดานิซ
Creative · อาหารเชิงความคิดสร้างสรรค์ — Carretera N 135, Urdaitz, 31698, Spain
🎗 [Intro] El Molino de Urdániz เป็นห้องอาหารที่ผ่านตาเราครั้งแรกในการจัดทริปท่องเที่ยวสเปน-โปรตุเกสเมื่อ 2 ปีก่อน แต่ด้วยตำแหน่งของร้านที่ตั้งอยู่ใจกลางหุบเขาในแคว้น Navarra ทำให้เราไม่อาจขับออกนอกเส้นทางเพื่อแวะมายังห้องอาหารแห่งนี้ได้ เวลาผ่านมาจนกระทั่งการจัดทริปท่องเที่ยวสเปนรอบล่าสุดที่เราวางแผนเดินทางจากเมือง Lleida ในแคว้น Catalonia ไปยังเมือง Donostia-San Sebastian ในแคว้น Basque Country ทำให้มีเหตุจำเป็นต้องขับรถผ่านแคว้น Aragon และ Navarra เราจึงไม่พลาดที่จะแวะชิม El Molino de Urdániz ห้องอาหารที่ในท้ายที่สุดแล้วเปรียบได้ดั่งเพชรเม็ดงามรอให้คนที่ผ่านไปมาได้แวะมาลิ้มลองกัน
🎗 [The Place] El Molino de Urdániz เป็นห้องอาหารที่แอบซ่อนตัวอยู่ในแคว้น Navarra ทางตอนเหนือของประเทศสเปน ที่ต้องใช้คำว่าแอบซ่อนตัวเพราะตำแหน่งของร้านนั้นตั้งอยู่ในชนบทอันห่างไกลโดยจำเป็นต้องขับรถจากกรุง Madrid มาไกลราว 400 กิโลเมตรหรือจากเมือง Barcelona มาไกลถึง 500 กิโลเมตรตามลำดับ เมื่อผ่านเมืองใหญ่ที่ใกล้ที่สุดอย่าง Pamplona จะพบกับทางเบี่ยงนำเราเข้าสู่ถนนหลวง N-135 ทอดยาวลัดเลาะไปตามป่าเขาทำให้เส้นทางค่อนข้างคดเคี้ยวไปมากระทั่งพบกับร้านที่ตั้งอยู่ ณ มุมโค้งหนึ่งของถนนข้างกันกับแม่น้ำ Arga ลูกค้าสามารถนำรถเข้าจอดที่ลานกว้างหน้าร้านได้เลย ตัวร้านแต่เดิมเคยเป็นธุรกิจของครอบครัวเชฟเองโดยนำเสนออาหารท้องถิ่นแบบ Traditional Cuisine จนกระทั่งเชฟ David Yárnoz ได้รับช่วงต่อแล้วเปลี่ยนแนวทางมาเป็นอาหารสไตล์ Creative ในปี 2004 ตัวอาคารตกแต่งแบบรัสติคโดยใช้วัสดุทำจากหินและไม้เป็นหลัก พื้นที่ชั้นล่างมีขนาดราว 90 ตารางเมตรถูกใช้งานเป็นห้องรับประทานอาหารหลักมาจนถึงช่วงปี 2020 ก่อนที่จะถูกปรับปรุงใหม่ให้เป็นห้องอาหารที่สองในอาคารเดียวกันใช้ชื่อว่า El Origen นำเสนออาหารพื้นบ้านในราคาสุดคุ้มค่าแบบเดียวกับที่ครอบครัวของเชฟเคยทำเอาไว้ในสมัยก่อน จากเหตุการณ์นี้ทำให้ห้องรับประทานอาหารหลักของ El Molino de Urdániz ต้องถูกย้ายขึ้นไปอยู่บริเวณชั้นบนโดยฝั่งอาคารเก่ามีโต๊ะจำนวน 5 ตัวรวมไปถึงห้องเก็บไวน์แต่ไฮไลท์ของร้านคือส่วนที่ได้รับการขยับขยายเพิ่มเติมขึ้นมาใหม่ประกอบไปด้วยครัวเปิดแบบ Open Kitchen และโต๊ะจำนวน 3 ตัวทำให้ลูกค้าที่นั่งในห้องนี้สามารถชมทีมเชฟจัดเตรียมอาหารได้ตลอดเวลานั่นเอง
🎗 [The Chef & The Food] เชฟเจ้าของร้าน David Yárnoz เป็นชาว Navarra โดยกำเนิด ทั้งยังมีประสบการณ์ในห้องอาหารชั้นสูงมากมายก่อนจะมารับช่วงกิจการร้านอาหาร Molino de Urdániz ต่อจากครอบครัวของเขา Isabel และ Javier ในปี 2004 หลังจากปรับเปลี่ยนรูปแบบการนำเสนอมาเป็นอาหารเชิงความคิดสร้างสรรค์โดยใช้วัตถุดิบพื้นถิ่นแถบเมือง Pamplona ทำให้ตัวร้านได้รับรางวัล 🌟 1 Michelin Star ในปี 2007 ตามมาด้วย 🌟🌟 2 Michelin Stars ในปี 2018 ทั้งยังขยับขยายไปเปิดสาขาที่กรุง Taipei ประเทศไต้หวันในชื่อ Molino de Urdániz และคว้า 🌟 1 Michelin Star มาครองเพิ่มเติมได้อีกด้วย สำหรับที่สาขาต้นตำรับนี้ลูกค้าสามารถเลือกเซ็ตเมนูได้สองแบบคือ Classic Gastronomic Menu จำนวน 11 คอร์สที่ราคา 121 EUR/p และ Evolution Gastronomic Menu จำนวน 14 คอร์สที่ราคา 143 EUR/p โดยมีคอร์สที่ทำออกมาได้อย่างน่าประทับใจคือ
✨ ENCURTIDO (2018)
CUCUMBER AND HERBS
osmotized cucumber, cream of oyster and herbs
สุดยอดเมนูที่เปรียบได้เสมือน Iconic Dish ของห้องอาหาร El Molino de Urdániz ทั้งยังเป็นจานชูโรงที่ปรากฏอยู่ในเวปไซต์ของมิชลินไกด์คือ “เอ็นคูทิโด้” หรือ Pickled ในที่นี้คือแตงกวาดองแล้วม้วนมาเป็นทรงกระบอก ให้เนื้อสัมผัสที่กรอบพอเหมาะ ไร้ที่ติ ข้างกันคิอซอสสีเขียวทำมาจากหอยนางรมและสมุนไพรโดยจะมีกลิ่นหอยนางรมเพียงอ่อน ๆ เข้ากันได้กับความเปรี้ยวที่พอเหมาะของแตงกวาดอง องค์ประกอบสีขาวคือนมผสมกับหอยนางรม และผงสีดำทำมาจากเปลือกแตงกวาเผาให้ความสโม้กกี้และรสขมเบา ๆ มาเป็นอาฟเตอร์เทส เมื่อทานทุกองค์ประกอบพร้อมกันจะได้ทั้งเนื้อสัมผัสและรสชาติที่หลากหลาย ถือเป็นจานที่สมบูรณ์ไร้ที่ติเลยก็ว่าได้ (20/20)
✨ CAPARAZÓN (2021)
SPYDER CRAB
blackthorn cream, milk foam and flower of the environment
“กาปาราโซน” หรือสไปเดอร์แครบ เมนูหารับประทานยากที่เชฟ David เพิ่งคิดค้นออกมาในปี 2021 นี่เองโดยจับคู่เนื้อปูเข้ากับครีมอัลมอนด์ที่รองอยู่ด้านล่าง เนื้อปูให้รสชาติหวานเด่นชัด เมื่อผสมเข้ากับครีมอัลมอนด์ทำให้ความหวานถูกเสริมด้วยความหอมและมันเชื่อมทั้งรสชาติและเนื้อสัมผัสเข้ากับดอกไม้หลากหลายชนิดที่ใส่มาด้านบนและมีเนื้อสัมผัสที่แตกต่างกันออกไป ข้างกันคือโฟมที่ทำมาจากดาชิสูตรเฉพาะตัวของเชฟ เนื้อสัมผัสบาง เบา ทั้งยังมีองค์ประกอบของเนยย่างและมะนาวนิด ๆ ช่วยเบรคไม่ให้เกิดความเลี่ยน ถือเป็นอีกจานที่ทำออกมาได้อย่างไร้ที่ติในมื้อนี้ (20/20)
✨ PRODUCTO (2019)
RED SHRIMP
raw mushroom slices, meuniére and trout roe
“โปรดุคโต้” เป็นจานที่ใช้วัตถุดิบหลักคือกุ้งแดงจาก Vilanova i la Geltrú เมืองเล็ก ๆ ไม่ไกลกันจาก Barcelona ในแคว้น Catalonia เป็นองค์ประกอบหลัก เชฟนำส่วนตัวของกุ้งแดงที่เตรียมมาสุกกำลังดี มีความนุ่ม ละมุน รสชาติหวานเด่น เสิร์ฟมากับเห็ดดิบพื้นถิ่นของแคว้น Navarra ที่สไลด์มาเพียงบาง ๆ ช่วยเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัส ด้านล่างคือโฟมทำมาจากซอส Meuniére ที่มีกลิ่นหอมจากเนยเข้ากันดีกับตัวกุ้ง ยังมีไข่ปลาเทร้าต์ที่จะแตกออกในปากเวลาเคี้ยว ไร้ซึ่งกลิ่นคาวใด ๆ หลังจากรับประทานเสร็จให้ใช้มือหยิบองค์ประกอบสุดท้ายซึ่งเป็นพระเอกของจานคือส่วนหัวของกุ้งมาดูดให้ความหอม มัน ขมปลายเบา ๆ อร่อยจนน้ำตาแทบไหลเลยทีเดียว (19/20)
🎗 [Conclusion] แม้อาหารที่นี่จะนำเสนออกมาในรูปแบบ Creative อันประกอบไปด้วยเทคนิคที่ซับซ้อนแต่ทุกจานกลับมีรสชาติที่เข้าถึงง่าย รับประทานได้อร่อยโดยไม่ต้องตีความ ราคาอาหารถือว่าคุ้มค่า พนักงานบริการดีและเป็นกันเองตามมาตรฐานห้องอาหารชั้นสูงในประเทศสเปน จากเหตุผลทั้งหมดที่กล่าวมาทำให้ El Molino de Urdániz กลายเป็นเพชรเม็ดงามแห่งแคว้น Navarra ที่คุ้มค่ากับการบุกป่าฝ่าเขามาชิมกันถึงที่และยังเป็นห้องอาหารระดับ 2 Michelin Stars ที่ดีที่สุดเท่าที่เราได้พบเจอมาในรอบปีนี้เลยทีเดียว
ภาพของร้านอาหาร
ทั้งหมด 44 รูป












































แกลเลอรี

