
Eat Me · อีทมี
International · อาหารนานาชาติ — 1/6 พิพัฒน์ 2 แขวง สีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
🎗 Eat Me เป็นร้านอาหารนานาชาติที่โดดเด่นในการเชื่อมเมนูอาหารชั้นยอดเข้ากับบรรยากาศสบายๆแตกต่างออกไปจากห้องอาหาร Fine Dining ตัวร้านตั้งอยู่ในซอยพิพัฒน์ 2 ซึ่งแยกตัวออกมาจากถนนคอนแวนต์อีกทีหนึ่ง เพื่อนๆที่ขับรถมาให้ขับเลยตัวร้านไปเล็กน้อยจะพบกับที่จอดรถกว้างขวางเพียงพอสำหรับรองรับลูกค้าทุกคน ก้าวเข้ามาในร้านจะพบกับมู้ดสุดชิลเหมาะสำหรับการพาเพื่อนๆมานั่งพบปะสังสรรค์กันหลังเลิกงาน หรือจะเลือกพาคนรู้ใจมาดินเนอร์พร้อมจิบไวน์ดีๆสักแก้วก็ยังได้ บริเวณชั้นล่างมีห้องทานอาหารสำหรับรองรับลูกค้าได้ส่วนหนึ่ง กลางร้านโดดเด่นด้วยบาร์ขนาดใหญ่สำหรับชงเครื่องดื่ม เดินขึ้นไปชั้นสองจะพบกับโต๊ะทานอาหารแบบเอ้าท์ดอร์กินพื้นที่ไปกว่าครึ่งท่ามกลางสีเขียวของต้นเฟิร์นที่ปลูกกระจายอยู่ทั่วบริเวณ ส่วนบริเวณที่เหลือของชั้นสองและชั้นสามยังคงเป็นที่นั่งปรับอากาศเพื่อหลีกเลี่ยงอากาศร้อนของเมืองไทย
🎗 เจ้าของร้านคุณ Tim Butler เกิดที่กรุงนิวยอร์ค ประเทศสหรัฐอเมริกา หลังจากจบการศึกษาจากสถาบันสอนทำอาหารระดับโลกอย่าง Culinary Institute of America หรือ CIA เจ้าตัวก็เลือกทางเดินเป็นเชฟอาหารหวาน ทั้งยังเคยร่วมงานกับห้องอาหารชั้นนำระดับโลกมากมายเช่น Aquavit (ปัจจุบันเป็นร้านระดับ 2 ดาวมิชลิน) และ Restaurant Daniel ของเซเลบริตี้เชฟชื่อดัง Daniel Boulud (ปัจจุบันเป็นร้านระดับ 2 ดาวมิชลินเช่นกัน) ก่อนที่เจ้าตัวจะเลือกเดินทางมาลงหลักปักฐานอยู่ในกรุงเทพและดำรงตำแหน่งหัวหน้าเชฟที่ห้องอาหาร Eat Me แต่เดิมทางร้านนำเสนอเมนูในรูปแบบ À La Carte เท่านั้นก่อนที่ช่วงหลังมาเชฟได้ตัดสินใจเพิ่ม Tasting Menu จำนวน 4 คอร์สลงไปด้วยโดยมีราคาอยู่ที่ 1,500-3,500 บาทขึ้นอยู่กับวัตถุดิบในคอร์ส ทุกเซ็ตจะประกอบไปด้วย Soup, Starter, Main และ Dessert จากเมนู À La Carte ใน Portion เท่ากับปกติ (ยกเว้น Soup ที่มีขนาดเล็กกว่าเมนู À La Carte เพียงเล็กน้อย) เมื่อลองรวมราคาออกมาแล้วถือว่าคุ้มค่ามากๆ วันนี้เราได้ลองสั่ง Tasting Menu ที่ราคา 1,500 บาทและ 2,500 บาทรวมไปถึงเมนู À La Carte มาเพิ่มอีกบางส่วน โดยมีจานที่ทำออกมาได้โดดเด่นมากๆคือ
✨ SPICY WAGYU TARTARE ‘LAAB’ (950++)
Dark Soy / Bird's Eye Chilli / Roasted Sesame Oil
มาที่ร้าน Eat Me จะพลาดไม่ได้กับเมนูแนะนำอย่างทาทาร์เนื้อสไตล์ไทยที่เชฟใช้เนื้อวัวออสเตรเลียนวากิวมาสับจนละเอียด เนื้อสัมผัสนุ่มดีมาก จากนั้นใส่น้ำมันงาคั่ว ซีอิ๊ว ข้าวคั่ว หอมแดง และพริกขี้หนูสวนลงไป ทานแล้วจะให้รสชาติจัดจ้านคล้ายก้อยหรือลาบดิบบ้านเรา คลุกไข่แดงของไข่นกกระทาด้านบนเข้าด้วยกันซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมแต่ละองค์ประกอบ ตักใส่ขนมปังกรอบแล้วทาน อร่อยสมกับเป็นเมนูแนะนำเลยล่ะ (13/20)
✨ RANGER VALLEY BLACK ONYX TENDERLOIN 270 DAYS
Shiraz Reduction / Chiang Rai Tomato / Garlic Butter
เมนคอร์สในเซ็ทเมนูราคา 2,500 บาทคือเนื้อวัว Black Onyx Beef หรือ Black Angus MB3+ จากฟาร์มวัว Ranger Valley ในประเทศออสเตรเลีย เชฟเลือกใช้ส่วน Tenderloin เสิร์ฟมาที่ความสุกระดับ Medium rare ทอปด้านบนด้วยเนยกระเทียมหอมๆ ส่วนซอสสีแดงรอบๆคือ Shiraz Wine Reduction ให้รสชาติหวานเข้มข้นช่วยเสริมรสชาติธรรมชาติของเนื้อวัว ข้างกันคือมะเขือเทศจากจังหวัดเชียงราย มีความฉ่ำน้ำค่อนข้างสูง ใช้ทานสลับกับเนื้อวัวได้ดี (13/20)
✨ STICKY DATE PUDDING
Butterscotch Sauce / Vanilla Ice Cream
STP เป็นขนมหวานสัญชาติอังกฤษ ไฮไลท์ต้องยกให้เค้กเนื้อนุ่มที่เข้ากันดีกับซอสบัตเตอร์สก็อชหวานเข้มข้นแต่ไม่บาดคอ ข้างกันคือไอศกรีมวานิลลาทำเอง มีความหอมมัน ทั้งยังช่วยบาลานซ์รสหวานให้กลมกล่อมมากยิ่งขึ้น (14/20)
🎗 รสชาติอาหารโดยรวมถือว่าทำออกมาได้มาตรฐานไม่ต่างจากห้องอาหาร Fine Dining หรูๆ ราคาเมนู À La Carte จัดว่าค่อนข้างสูงแต่เมื่อทางร้านนำมาจัดเป็น Prix Fixe Menu จัดว่าคุ้มค่าไม่เบาเพราะเชฟ Butler คัดเฉพาะวัตถุดิบชั้นเลิศมานำเสนอ อย่าลืมโทรจองก่อนล่วงหน้าเพื่อเต็มอิ่มกับบรรยากาศสุดชิลริมระเบียงซึ่งเป็นจุดเด่นของห้องอาหารแห่งนี้
ภาพของร้านอาหาร
ทั้งหมด 27 รูป



























แกลเลอรี

