
De Lindenhof · เดอ ลินเด็นโฮฟ
Creative · อาหารเชิงสร้างสรรค์ — Beulakerweg 77, Giethoorn, 8355 AC, Netherlands
🎗 [INTRO] Giethoorn เป็นหมู่บ้านไร้ถนนในจังหวัด Overijssel ทางตอนเหนือของประเทศเนเธอแลนด์ที่โดดเด่นด้วยการสัญจรโดยเรือโดยมีฉากหลังเป็นบ้านสไตล์ดัตช์จนได้รับการขนานนามว่า The Dutch Venice และกลายมาเป็นจุดมุ่งหมายในฝันของนักเดินทางหลาย ๆ คน อย่างไรก็ตามสำหรับใครที่มองหาห้องอาหารคุณภาพดีในแถบนี้เราขอแนะนำให้ขับรถมายัง De Lindenhof ห้องอาหารที่เปิดทำการมานานกว่า 28 ปีจนกลายมาเป็นหนึ่งในตำนานของภูมิภาคนี้เลยก็ว่าได้
🎗 [THE PLACE] ห้องอาหาร De Lindenhof มีลักษณะเป็นฟาร์มเฮ้าส์หลังใหญ่มุงด้วยจาก ภายในตกแต่งให้มีความหรูหราแต่ไม่ทิ้งความเรียบง่าย ห้องรับประทานอาหารหลักมีเคาน์เตอร์บาร์ขนาดใหญ่สำหรับชงเครื่องดื่ม กระจกบานใหญ่ปล่อยให้แสงจากธรรมชาติสาดส่องเข้ามาให้ความสว่างในช่วงกลางวัน บนผนังตกแต่งด้วยรูปวาดด้วยสีน้ำบ่งบอกถึงความมีศิลป์ของเขฟได้เป็นอย่างดี เราขอแนะนำให้ลองเดินทะลุประตูหลังออกไปเพื่อเยี่ยมชมสวน English Gaden ที่ประดับประดาด้วยรูปปั้นและแมกไม้เขียวขจีดูร่มรื่นตา ส่วนใครที่ต้องการพักผ่อนหลังจบมื้ออาหาร De Lindenhof ยังนำเสนอห้องพักสุดหรูที่แตกต่างกันออกไปทั้ง Junior Suites จำนวน 4 ห้องโดย 2 ใน 4 นั้นตั้งอยู่เหนือห้องอาหารพอดิบพอดี ถัดมาคือ Senior Suites ห้องขนาดใหญ่ที่ตกแต่งให้มีบรรยากาศอบอุ่นจำนวน 4 ห้อง ยังมี Lodge Room ที่ตั้งอยู่ข้าง ๆ กับสวนผักและ Chefs Cottage ที่มีลักษณะเป็นอาคารขนาดใหญ่ทั้งหลังนั่นเอง
🎗 [THE CHEF & THE FOOD] Martin Kruithof ผู้ได้รับสมญานามว่า The Sailing Chef เกิดที่เมือง Giethoorn ในปี 1960 และเคยทำงานเป็นเชฟในช่วงเข้ารับการเกณฑ์ทหาร ทั้งนี้ตัวเขายังเคยร่วมงานกับห้องอาหารระดับสูงอย่าง Im Schiffchen ระดับ 3 MICHELIN Stars ในเมือง Düsseldorf ก่อนจะเดินทางกลับมายังบ้านเกิดเพื่อเปิดห้องอาหาร De Lindenhof แห่งนี้ในปี 1994 ตัวร้านได้รับรางวัล 🌟 1 MICHELIN Star ในปี 1996 ตามมาด้วย 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 2005 และคะแนน 18/20 จาก Gault&Millau ตั้งแต่ปี 2011 มาจนถึงปัจจุบัน เชฟ Martin Kruithof ได้หยิบยกอาหารฝรั่งเศสมาปรับปรุงและนำเสนอมาในเชิงสร้างสรรค์ อย่างไรก็ตามยังคงมีบางจานที่แลดูคล้ายเมนูคลาสสิคดั้งเดิมอย่างเช่น Foie Gras Terrine เป็นต้น ลูกค้าสามารถเลือกชิม Lindenhof Menu (4-Course/135 €) ที่เชฟคอยปรับรายการอาหารให้เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ในแต่ละวัน ถัดมาคือ Martins Ziel & Zaligheid (8-Course Surprise Menu/165 €) และ Chefs Parade (12-Course Surprise Menu/195 €) ที่จัดเสิร์ฟมาในรูปแบบเซอร์ไพรส์เมนูซึ่งเชฟจะไม่ได้บอกแต่แรกว่าวันนี้เราจะได้ลิ้มลองอาหารแบบใด สุดท้ายคือรายการแบบ À La Carte ให้เลือกกันได้ตามใจชอบโดยมีราคาอยู่ที่ 1 Course/70 €, 2 Courses/100 €, 3 Courses/120 € และ 4 Courses/140 € ยังไม่รวมของหวานซึ่งมีราคาต่อจานอยู่ที่ประมาณ 30 € นั่นเอง สำหรับจานที่เตรียมออกมาได้โดดเด่นอย่างเช่น
✨ Crab
Iceberg-lettuce | Ponzu
Noordzee krab หรือปูท้องถิ่นขึ้นชื่อจากน่านน้ำประเทศเนเธอแลนด์โดดเด่นด้วยรสชาติอันหวานละมุนโดยธรรมชาติเสิร์ฟมากับ Iceberg Lettuce หรือผักกาดแก้วเตรียมเป็นสลัด ยังมีความกรอบและเย็นของกรานิต้าช่วยเรียกความสดชื่น ทั้งนี้ความเปรี้ยวเบา ๆ จาก Ponzu ช่วยชูรสชาติของเนื้อปูให้หวานโดดเด่นยิ่งขึ้น (17/20)
✨ Tenderloin of Beef
Laurel | Shallots
เนื้อวัวส่วนสันในเสิร์ฟมาที่ความสุกระดับ Medium Rare รองด้านล่างด้วยบีทรูทเสริม Earthy Aroma ให้กับจานเพียงเล็กน้อย ด้านบนคือองค์ประกอบของ Topinambur หรือแก่นตะวันทดดจนกรอบไม่อมน้ำมัน ฝั่งขวามือคือ Caramelized Chicory ให้ความกรอบที่แตกต่างออกไป ซอสรอบ ๆ ทำมาจากเห็ด Ceps ให้รสชาติที่เข้มข้น ฝั่งบนสุดของจานคือองค์ประกอบของมันฝรั่งและเห็ด Ceps เช่นกัน (17/20)
✨ Warm Fruit
Honey | Vanilla Ice Cream
ของหวานเป็นจานที่สร้างความประหลาดใจให้กับเราได้มากที่สุด เชฟนำเสนอผลไม้ต่าง ๆ ในรูปแบบ Warm Fruit เนื้อสัมผัสนุ่มได้ระดับทุกชิ้น ในแต่ละคำจะสามารถสัมผัสได้ถึงรสชาติที่แตกต่างกันไปตามแต่ละองค์ประกอบที่ตักได้เช่นความหวานของมะม่วงสุกไล่เรียงไปจนถึงสตรอว์เบอร์รี่ ด้านบนคือไอศกรีมวานิลลาเย็น ๆ ช่วยเสริมมิติทางอุณหภูมิและ Toasted Rice หรือข้าวคั่วช่วยเสริมมิติทางเนื้อสัมผัส (17/20)
🎗 [WHY GO] De Lindenhof เป็นห้องอาหารระดับสูงที่มีทำเลตั้งอยู่ไม่ไกลจาก Giethoorn พนักงานบริการแบบเรียบง่ายและเป็นกันเอง ราคาอาหารอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานและเหมาะเป็นอย่างมากสำหรับใช้เป็นจุดแวะพักสำหรับใครที่เดินทางมายังท่องเที่ยวที่ The Dutch Venice แห่งนี้
ภาพของร้านอาหาร
ทั้งหมด 36 รูป




































