GASTRONOME THAILAND by ตามล่า Fine Dining
Dai Lou
Selected

ThailandDai Lou · ไต่ โหล

Chinese · อาหารจีน — 77 ซอยอารีย์ 1 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 (ตรงข้ามโรงเรียนสวนบัว สามารถเข้าทางซอยพหลโยธิน 5 หรือซอยราชครูได้)

🎗 ไต่ โหล เป็นห้องอาหารจีนร่วมสมัยในย่านสุดฮิปอย่างซอยอารีย์ ชื่อร้านแปลตรงตัวว่า รุ่นใหญ่ มองจากด้านหน้าเป็นบ้านสองชั้น บริเวณทางเข้าร้านมีหลอดนีออนขดไปมาแต่ต้องใช้ความพยายามนิดหนึ่งในการดูให้เป็นรูปสุนัข ภายในตกแต่งแบบร่วมสมัยชวนให้นึกถึงเกาะฮ่องกงเมื่อครั้งยังอยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษ เก้าอี้และผนังร้านใช้โทนสีฟ้าครามแทนสีแดงคลาสสิคแบบห้องอาหารจีนดั้งเดิม ผนังสองฝั่งกั้นด้วยกระจกใสทำให้ภายในดูโปร่งไม่อึดอัดตา อีกฝั่งหนึ่งประดับด้วยลูกคิดโบราณจำนวนมากเพื่อเป็นสัญลักษณ์ถึงธุรกิจดั้งเดิมของครอบครัวเจ้าของร้านก่อนที่จะมาเปิดห้องอาหารไต่ โหลแห่งนี้ ด้านบนเป็นโคมไฟรูปร่างแปลกตาช่วยให้พื้นที่ด้านบนดูมีมิติแม้ตัวร้านจะมีระยะจากพื้นถึงเพดานไม่สูงมากนัก สุดท้ายคือบริเวณหลังร้านเป็นสวนขนาดย่อมปูด้วยกระเบื้องโมเสกชวนให้เรานึกถึงสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินในฮ่องกง สำหรับเพื่อน ๆ ที่มากันเป็นกลุ่มทางร้านยังมีห้อง VIP จัดเตรียมไว้สำหรับให้บริการอีกด้วย

🎗 อาหารที่ไต่ โหลเปรียบได้กับเพชรเม็ดงามของอาหารจีนยุคใหม่ ทุกจานการันตีฝีมือโดยเชฟวสันต์ จิตรจรูญเรือง ศิษย์เอกของเชฟกระทะเหล็กอาหารจีนอย่างเชฟป้อมที่เราคุ้นหน้าคุ้นตากันดี แต่ละเมนูนำเสนอออกมาในรูปแบบอลาคาร์ทโดยจะมีปริมาณต่อจานไม่ใหญ่และมีราคาไม่แพงมากนักตามคอนเซป Modern Chinese Tapas เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกทานอาหารได้หลากหลายอย่างแม้จะมากันเพียง 1-2 คน นอกจากนี้ชื่ออาหารแต่ละจานยังได้รับแรงบันดาลใจมาจากแลนด์มาร์คสำคัญต่าง ๆ เพื่อสื่อถึงอาหารรสเลิศโดยไม่จำเป็นต้องเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลไปยังเกาะฮ่องกงอีกด้วย หลังจากเลือกสั่งเมนูแนะนำมามากกว่า 10 อย่างเราขอปักหมุดเมนูรสเลิศชนิดที่หาใครเทียบได้ยากให้เพื่อน ๆ ได้ลองสั่งมาชิมกันดูบ้างคือ

✨ หมูกรอบวานไฉ (220++)

Crispy Golden Pork Belly

เมนูที่ดีที่สุดอันดับหนึ่งในค่ำคืนนี้ หรืออาจจะดีที่สุดเป็นอันดับต้น ๆ ในกรุงเทพคือหมูกรอบที่ตั้งชื่อตามย่านวานไฉบนเกาะฮ่องกง เชฟคัดเนื้อหมูส่วนท้องอย่างดีมาใช้ อัตราส่วนของไขมันต่อเนื้ออยู่ในระดับที่ดีมาก ๆ ผิวด้านบนกรอบ ไม่เหนียวติดฟัน มีรสออกเค็มเบา ๆ เพื่อตัดกับความมันของชั้นเนื้อหมู มีกลิ่นหอมเบา ๆ จากกานพลู ทานคู่กับซอสรสเลิศที่เสิร์ฟมาพร้อมกัน ใครที่กลัวอ้วนอาจไม่ต้องกังวลมากนักเพราะหมูกรอบที่นี่ไม่ได้ผ่านการทอดในน้ำมันแต่อย่างใด จานนี้ใครไม่สั่งถือว่าพลาดมาก ๆ (15/20)

✨ หอยเชลล์แมนดาริน (250++)

Scallops in Orange Sauce

ห้ามพลาดเมนูที่ได้รับการแนะนำจาก Michelin Guide อย่างสลัดหอยเชลล์แมนดารินเสิร์ฟมาในผลส้มซึ่งวางอยู่ในถ้วยเซรามิคอีกทีหนึ่งดูน่าตาน่าทานสุด ๆ เชฟเลือกใช้หอยเชลล์ยักษ์นำเข้าจากประเทศสหรัฐอเมริกาไปแพนเซียจนได้ระดับ เนื้อสัมผัสนุ่ม หวาน มีความเฟิร์มเบา ๆ เราชอบที่เชฟใส่ผงพริกสูตรพิเศษมาที่ด้านบนเพื่อเบรคโทนความมันและครีมมี่ไม่ให้เด่นจนเกินไป ด้านล่างในผลส้มเป็นเนื้อส้มแมนดารินคลุกเคล้ากับน้ำสลัดให้รสหวานอมเปรี้ยวและครีมมี่ที่พอดี ด้านบนทอปด้วยแผ่นเปลือกส้มที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ทานให้ครบทุกองค์ประกอบเพื่อสัมผัสถึงความหลากหลายของรสชาติในอาหารเพียง 1 คำ (14/20)

✨ สลัดเป็ดเซ็นทรัล (320++)

Smoked Duck Salad

เมนูนี้ตั้งชื่อตามสถานีรถไฟใต้ดินเซ็นทรัลบนเกาะฮ่องกง เชฟนำอกเป็ดไปรมควันจนหอม เนื้อสัมผัสนุ่ม หนึบ แต่ไม่เหนียว เสิร์ฟมาให้ทานคู่กับผักเคียวและแป้งตอตีญ่า ไฮไลท์ของจานนี้ต้องยกให้กับน้ำสลัดที่ทำมาจากวัตถุดิบหลักคือนูเทลล่า เต้าเจี้ยว และเมเปิ้ลไซรัป ให้รสชาติหวานจากนูเทลล่า แทรกด้วยกลิ่นหอมของเต้าเจี้ยว แม้จะฟังดูแปบกแต่ขอการันตีว่ารสชาติของทุกองค์ประกอบเข้ากันได้กับอกเป็ดได้อย่างน่าทึ่ง ห้ามพลาดเด็ดขาด (14/20)

✨ หอยเชลล์จอร์แดน (480++)

Scallop in Sichuan Sauce with Crispy Milk

เมนูนี้เชฟใช้หอยเชลล์ยักษ์นำเข้าจากประเทศสหรัฐอเมริกาจำนวน 3 ตัวใหญ่ ๆ ไปแพนเซียจนสุก ผิวด้านบนมีสีเหลืองสวยงาม เนื้อสัมผัสของหอยเชลล์ US จะมีจุดเด่นอยู่ที่ความนุ่มที่ในขณะเดียวกันยังคงมีความเฟิร์มอยู่ในตัว ไม่ได้นุ่มจนละลายเหมือนหอยเชลล์โฮตาเตะจากฝั่งญี่ปุ่น ยอมรับว่าเชฟเลือกคัดหอยเชลล์มาเหมาะกับอาหารจานนี้มาก ๆ ด้านล่างรือนมสดทอด ผิวกรอบ ไม่แข็ง ไม่อมน้ำมัน นมสดด้านในนุ่ม หอม หวานนิด ๆ มีความครีมมี่พอประมาณ ด้านล่างราดด้วยซอสเสฉวนรสเลิศ มีความหอม ละมุนลิ้น ถือเป็นอีกหนึ่งจานเด็ดห้องอาหาร ไต่โหล เลยก็ว่าได้ (14/20)

🎗 รสชาติอาหารโดยรวมถือว่าทำออกมาได้น่าประทับใจชนิดที่เรียกได้ว่าเกินคาดไปมากจนเราไม่อยากเชื่อว่าร้านอาหารเล็ก ๆ ในย่านสุดฮิปอย่างอารีย์จะสามารถปรุงอาหารจีนสไตล์โมเดิร์นออกมาได้เทียบเคียงหรือดีกว่าภัตตาคารหรูในโรงแรมชั้นนำ ราคาอาหารสมเหตุผลเทียบกับวัตถุดิบที่ใช้รวมไปถึงคุณภาพที่ได้รับ ไต่ โหล ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่แสดงถึงพัฒนาการของอาหารจีนยุคใหม่ในกรุงเทพ และเป็นร้านที่เราภูมิใจนำเสนอให้เพื่อน ๆ ที่คิดถึงรสชาติของอาหารสไตล์ฮ่องกงได้ตามไปลิ้มลองกัน

ภาพของร้านอาหาร

ทั้งหมด 43 รูป

🇹🇭 Dai Lou - ไต่ โหล 🍴 Chinese - อาหารจีน
รูปที่ 1
🇹🇭 Dai Lou - ไต่ โหล 🍴 Chinese - อาหารจีน
ป้ายมิชลิน
รูปที่ 2
ป้ายมิชลิน
ภายในตกแต่งแบบร่วมสมัยชวนให้นึกถึงเกาะฮ่องกงเมื่อครั้งยังอยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษ
รูปที่ 3
ภายในตกแต่งแบบร่วมสมัยชวนให้นึกถึงเกาะฮ่องกงเมื่อครั้งยังอยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษ
กุ้งทอด 99 ปี (250++) Almond Shrimp Balls เมนูนี่ได้ชื่อมาจากระยะเวลา 99 ปีที่สหราชอาณาจักรได้สิทธิในการเช่าเกาะฮ่องกง เชฟนำกุ้งสับมาปั้นเป็นลูกชิ้นคำโต จากนั้นนำลงทอดจนสุกพอดีและไม่อมน้ำมัน กัดเข้าไปจะได้ความหวานธรรมชาติตัดกันกับรสชาติซอส 2 อย่างที่เสิร์ฟมาข้างกัน ทั้งยังได้เนื้อสัมผัสที่ค่อนข้างเด้งจากเนื้อกุ้งตัดกันกับความกรอบจากถั่วอัลมอนด์รอบ ๆ อีกด้วย อร่อยสมกับเป็นเมนูแนะนำเลย (13/20)
รูปที่ 4
กุ้งทอด 99 ปี (250++) Almond Shrimp Balls เมนูนี่ได้ชื่อมาจากระยะเวลา 99 ปีที่สหราชอาณาจักรได้สิทธิในการเช่าเกาะฮ่องกง เชฟนำกุ้งสับมาปั้นเป็นลูกชิ้นคำโต จากนั้นนำลงทอดจนสุกพอดีและไม่อมน้ำมัน กัดเข้าไปจะได้ความหวานธรรมชาติตัดกันกับรสชาติซอส 2 อย่างที่เสิร์ฟมาข้างกัน ทั้งยังได้เนื้อสัมผัสที่ค่อนข้างเด้งจากเนื้อกุ้งตัดกันกับความกรอบจากถั่วอัลมอนด์รอบ ๆ อีกด้วย อร่อยสมกับเป็นเมนูแนะนำเลย (13/20)
กุ้งทอด 99 ปี (250++) Almond Shrimp Balls แนะนำให้ทานกุ้งทอดกับซอสบ๊วยและซอสเก๊ากี๊อร่อยเข้ากันดีมาก ๆ (13/20)
รูปที่ 5
กุ้งทอด 99 ปี (250++) Almond Shrimp Balls แนะนำให้ทานกุ้งทอดกับซอสบ๊วยและซอสเก๊ากี๊อร่อยเข้ากันดีมาก ๆ (13/20)
หมูกรอบวานไฉ (220++) Crispy Golden Pork Belly เมนูที่ดีที่สุดอันดับหนึ่งในค่ำคืนนี้ หรืออาจจะดีที่สุดเป็นอันดับต้น ๆ ในกรุงเทพคือหมูกรอบที่ตั้งชื่อตามย่านวานไฉบนเกาะฮ่องกง เชฟคัดเนื้อหมูส่วนท้องอย่างดีมาใช้ อัตราส่วนของไขมันต่อเนื้ออยู่ในระดับที่ดีมาก ๆ ผิวด้านบนกรอบ ไม่เหนียวติดฟัน มีรสออกเค็มเบา ๆ เพื่อตัดกับความมันของชั้นเนื้อหมู มีกลิ่นหอมเบา ๆ จากกานพลู ทานคู่กับซอสรสเลิศที่เสิร์ฟมาพร้อมกัน ใครที่กลัวอ้วนอาจไม่ต้องกังวลมากนักเพราะหมูกรอบที่นี่ไม่ได้ผ่านการทอดในน้ำมันแต่อย่างใด จานนี้ใครไม่สั่งถือว่าพลาดมาก ๆ (15/20)
รูปที่ 6
หมูกรอบวานไฉ (220++) Crispy Golden Pork Belly เมนูที่ดีที่สุดอันดับหนึ่งในค่ำคืนนี้ หรืออาจจะดีที่สุดเป็นอันดับต้น ๆ ในกรุงเทพคือหมูกรอบที่ตั้งชื่อตามย่านวานไฉบนเกาะฮ่องกง เชฟคัดเนื้อหมูส่วนท้องอย่างดีมาใช้ อัตราส่วนของไขมันต่อเนื้ออยู่ในระดับที่ดีมาก ๆ ผิวด้านบนกรอบ ไม่เหนียวติดฟัน มีรสออกเค็มเบา ๆ เพื่อตัดกับความมันของชั้นเนื้อหมู มีกลิ่นหอมเบา ๆ จากกานพลู ทานคู่กับซอสรสเลิศที่เสิร์ฟมาพร้อมกัน ใครที่กลัวอ้วนอาจไม่ต้องกังวลมากนักเพราะหมูกรอบที่นี่ไม่ได้ผ่านการทอดในน้ำมันแต่อย่างใด จานนี้ใครไม่สั่งถือว่าพลาดมาก ๆ (15/20)
หอยเชลล์แมนดาริน (250++) Scallops in Orange Sauce ห้ามพลาดเมนูที่ได้รับการแนะนำจาก Michelin Guide อย่างสลัดหอยเชลล์แมนดารินเสิร์ฟมาในผลส้มซึ่งวางอยู่ในถ้วยเซรามิคอีกทีหนึ่งดูน่าตาน่าทานสุด ๆ (14/20)
รูปที่ 7
หอยเชลล์แมนดาริน (250++) Scallops in Orange Sauce ห้ามพลาดเมนูที่ได้รับการแนะนำจาก Michelin Guide อย่างสลัดหอยเชลล์แมนดารินเสิร์ฟมาในผลส้มซึ่งวางอยู่ในถ้วยเซรามิคอีกทีหนึ่งดูน่าตาน่าทานสุด ๆ (14/20)
หอยเชลล์แมนดาริน (250++) Scallop in Orange Sauce เชฟเลือกใช้หอยเชลล์ยักษ์นำเข้าจากประเทศสหรัฐอเมริกาไปแพนเซียจนได้ระดับ เนื้อสัมผัสนุ่ม หวาน มีความเฟิร์มเบา ๆ เราชอบที่เชฟใส่ผงพริกสูตรพิเศษมาที่ด้านบนเพื่อเบรคโทนความมันและครีมมี่ไม่ให้เด่นจนเกินไป ด้านล่างในผลส้มเป็นเนื้อส้มแมนดารินคลุกเคล้ากับน้ำสลัดให้รสหวานอมเปรี้ยวและครีมมี่ที่พอดี ด้านบนทอปด้วยแผ่นเปลือกส้มที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ทานให้ครบทุกองค์ประกอบเพื่อสัมผัสถึงความหลากหลายของรสชาติในอาหารเพียง 1 คำ (14/20)
รูปที่ 8
หอยเชลล์แมนดาริน (250++) Scallop in Orange Sauce เชฟเลือกใช้หอยเชลล์ยักษ์นำเข้าจากประเทศสหรัฐอเมริกาไปแพนเซียจนได้ระดับ เนื้อสัมผัสนุ่ม หวาน มีความเฟิร์มเบา ๆ เราชอบที่เชฟใส่ผงพริกสูตรพิเศษมาที่ด้านบนเพื่อเบรคโทนความมันและครีมมี่ไม่ให้เด่นจนเกินไป ด้านล่างในผลส้มเป็นเนื้อส้มแมนดารินคลุกเคล้ากับน้ำสลัดให้รสหวานอมเปรี้ยวและครีมมี่ที่พอดี ด้านบนทอปด้วยแผ่นเปลือกส้มที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ทานให้ครบทุกองค์ประกอบเพื่อสัมผัสถึงความหลากหลายของรสชาติในอาหารเพียง 1 คำ (14/20)
สลัดเป็ดเซ็นทรัล (320++) Smoked Duck Salad เมนูนี้ตั้งชื่อตามสถานีรถไฟใต้ดินเซ็นทรัลบนเกาะฮ่องกง เชฟนำอกเป็ดไปรมควันจนหอม เนื้อสัมผัสนุ่ม หนึบ แต่ไม่เหนียว เสิร์ฟมาให้ทานคู่กับผักเคียวและแป้งตอตีญ่า ไฮไลท์ของจานนี้ต้องยกให้กับน้ำสลัดที่ทำมาจากวัตถุดิบหลักคือนูเทลล่า เต้าเจี้ยว และเมเปิ้ลไซรัป ให้รสชาติหวานจากนูเทลล่า แทรกด้วยกลิ่นหอมของเต้าเจี้ยว แม้จะฟังดูแปบกแต่ขอการันตีว่ารสชาติของทุกองค์ประกอบเข้ากันได้กับอกเป็ดได้อย่างน่าทึ่ง ห้ามพลาดเด็ดขาด (14/20)
รูปที่ 9
สลัดเป็ดเซ็นทรัล (320++) Smoked Duck Salad เมนูนี้ตั้งชื่อตามสถานีรถไฟใต้ดินเซ็นทรัลบนเกาะฮ่องกง เชฟนำอกเป็ดไปรมควันจนหอม เนื้อสัมผัสนุ่ม หนึบ แต่ไม่เหนียว เสิร์ฟมาให้ทานคู่กับผักเคียวและแป้งตอตีญ่า ไฮไลท์ของจานนี้ต้องยกให้กับน้ำสลัดที่ทำมาจากวัตถุดิบหลักคือนูเทลล่า เต้าเจี้ยว และเมเปิ้ลไซรัป ให้รสชาติหวานจากนูเทลล่า แทรกด้วยกลิ่นหอมของเต้าเจี้ยว แม้จะฟังดูแปบกแต่ขอการันตีว่ารสชาติของทุกองค์ประกอบเข้ากันได้กับอกเป็ดได้อย่างน่าทึ่ง ห้ามพลาดเด็ดขาด (14/20)
ขนมผักกาดเอ็กซ์ตร้าโอลด์คอนญัก (150++) Pan Fried Turnip with X.O. Sauce ขนมผักกาดเป็นเมนูอาหารจีนพื้นบ้านที่เราคุ้นเคยกันดี เชฟนำกังป๋วย แฮมยูนนาน กระเทียม พริกไทยดำ พริกแห้ง และน้ำมันถั่วเหลือง มาเคี่ยวกับบรั่นดีจีนจนงวดเป็นซอส X.O. สูตรพิเศษ รสชาติเข้มข้นเข้ากันกับเนื้อสัมผัสที่ดีของขนมผักกาด รับรองว่าใครได้ทานเป็นต้องติดใจ (14/20)
รูปที่ 10
ขนมผักกาดเอ็กซ์ตร้าโอลด์คอนญัก (150++) Pan Fried Turnip with X.O. Sauce ขนมผักกาดเป็นเมนูอาหารจีนพื้นบ้านที่เราคุ้นเคยกันดี เชฟนำกังป๋วย แฮมยูนนาน กระเทียม พริกไทยดำ พริกแห้ง และน้ำมันถั่วเหลือง มาเคี่ยวกับบรั่นดีจีนจนงวดเป็นซอส X.O. สูตรพิเศษ รสชาติเข้มข้นเข้ากันกับเนื้อสัมผัสที่ดีของขนมผักกาด รับรองว่าใครได้ทานเป็นต้องติดใจ (14/20)
หอยเชลล์จอร์แดน (480++) Scallop in Sichuan Sauce with Crispy Milk เมนูนี้เชฟใช้หอยเชลล์ยักษ์นำเข้าจากประเทศสหรัฐอเมริกาจำนวน 3 ตัวใหญ่ ๆ ไปแพนเซียจนสุก ผิวด้านบนมีสีเหลืองสวยงาม เนื้อสัมผัสของหอยเชลล์ US จะมีจุดเด่นอยู่ที่ความนุ่มที่ในขณะเดียวกันยังคงมีความเฟิร์มอยู่ในตัว ไม่ได้นุ่มจนละลายเหมือนหอยเชลล์โฮตาเตะจากฝั่งญี่ปุ่น ยอมรับว่าเชฟเลือกคัดหอยเชลล์มาเหมาะกับอาหารจานนี้มาก ๆ ด้านล่างรือนมสดทอด ผิวกรอบ ไม่แข็ง ไม่อมน้ำมัน นมสดด้านในนุ่ม หอม หวานนิด ๆ มีความครีมมี่พอประมาณ ด้านล่างราดด้วยซอสเสฉวนรสเลิศ มีความหอม ละมุนลิ้น ถือเป็นอีกหนึ่งจานเด็ดห้องอาหาร ไต่โหล เลยก็ว่าได้ (14/20)
รูปที่ 11
หอยเชลล์จอร์แดน (480++) Scallop in Sichuan Sauce with Crispy Milk เมนูนี้เชฟใช้หอยเชลล์ยักษ์นำเข้าจากประเทศสหรัฐอเมริกาจำนวน 3 ตัวใหญ่ ๆ ไปแพนเซียจนสุก ผิวด้านบนมีสีเหลืองสวยงาม เนื้อสัมผัสของหอยเชลล์ US จะมีจุดเด่นอยู่ที่ความนุ่มที่ในขณะเดียวกันยังคงมีความเฟิร์มอยู่ในตัว ไม่ได้นุ่มจนละลายเหมือนหอยเชลล์โฮตาเตะจากฝั่งญี่ปุ่น ยอมรับว่าเชฟเลือกคัดหอยเชลล์มาเหมาะกับอาหารจานนี้มาก ๆ ด้านล่างรือนมสดทอด ผิวกรอบ ไม่แข็ง ไม่อมน้ำมัน นมสดด้านในนุ่ม หอม หวานนิด ๆ มีความครีมมี่พอประมาณ ด้านล่างราดด้วยซอสเสฉวนรสเลิศ มีความหอม ละมุนลิ้น ถือเป็นอีกหนึ่งจานเด็ดห้องอาหาร ไต่โหล เลยก็ว่าได้ (14/20)
ซุปเผ็ดเสฉวน (320++) Szechuan Hot and Sour Soup เราได้ลองสั่งซุปสไตล์เสฉวนมาลองชิม รสชาติดีงามเทียบได้กับภัตตาคารชั้นนำ รสชาติมีความอมเปรี้ยวนิด ๆ ตักไป 2-3 คำจะสัมผัสได้ถึงความเผ็ดที่ปลายลิ้น วัตถุดิบหลักต่าง ๆ สุกพอดี แนะนำให้รีบทานตอนที่ยังร้อนจะอร่อยที่สุด (13/20)
รูปที่ 12
ซุปเผ็ดเสฉวน (320++) Szechuan Hot and Sour Soup เราได้ลองสั่งซุปสไตล์เสฉวนมาลองชิม รสชาติดีงามเทียบได้กับภัตตาคารชั้นนำ รสชาติมีความอมเปรี้ยวนิด ๆ ตักไป 2-3 คำจะสัมผัสได้ถึงความเผ็ดที่ปลายลิ้น วัตถุดิบหลักต่าง ๆ สุกพอดี แนะนำให้รีบทานตอนที่ยังร้อนจะอร่อยที่สุด (13/20)
ไก่ลานไคฟง (200++) Nanxiang Drunken Chicken หากใครพาคุณพ่อคุณแม่หรือผู้สูงวัยมาทานเราอยากให้ลองสั่งเมนูไก่แช่เหล้าสูตรพิเศษของร้านมาลองชิมกัน เนื้อไก่เสิร์ฟมาแบบเย็น มีระดับความสุกที่พอดี หนังไก่ไม่คาว เมนูนี้ตั้งชื่อตามแหลงรวบรวมความบันเทิงยามค่ำคืน ทั้งยังเป็นกิมดื่มนอดนิยมจองชาวฮ่องกงนั่นเอง (13/20)
รูปที่ 13
ไก่ลานไคฟง (200++) Nanxiang Drunken Chicken หากใครพาคุณพ่อคุณแม่หรือผู้สูงวัยมาทานเราอยากให้ลองสั่งเมนูไก่แช่เหล้าสูตรพิเศษของร้านมาลองชิมกัน เนื้อไก่เสิร์ฟมาแบบเย็น มีระดับความสุกที่พอดี หนังไก่ไม่คาว เมนูนี้ตั้งชื่อตามแหลงรวบรวมความบันเทิงยามค่ำคืน ทั้งยังเป็นกิมดื่มนอดนิยมจองชาวฮ่องกงนั่นเอง (13/20)
ไก่ลานไคฟง (200++) Nanxiang Drunken Chicken ลูกค้าสามารถเลือกจิ้มกับซอสได้ 3 อย่างคือ ซอสเซี่ยงไฮ้ ซอสเต้าเจี้ยว และซอสต้นหอม เท่าที่ลองชิมทั้ง 3 สไตล์พบว่าอร่อยทุกอย่าง (13/20)
รูปที่ 14
ไก่ลานไคฟง (200++) Nanxiang Drunken Chicken ลูกค้าสามารถเลือกจิ้มกับซอสได้ 3 อย่างคือ ซอสเซี่ยงไฮ้ ซอสเต้าเจี้ยว และซอสต้นหอม เท่าที่ลองชิมทั้ง 3 สไตล์พบว่าอร่อยทุกอย่าง (13/20)
หม่าล่าต่ายกู๋น (880++) Mala Angus Beef BBQ จานนี้เป็นเมนูพิเศษประจำฤดูกาลที่ตั้งชื่อตามแลนด์มาร์คเชิงมรดกทางศิลปะวัฒธรรมแห่งใหม่ในฮ่องกง เชฟเลือกใช้เนื้อวัวออสเตรเลียนแองกัสส่วนริบอายมาเสียบไม้แล้วย่างไฟจนสุกระดับมีเดียม จิ้มลงในซอสหม่าล่าสูตรพิเศษที่เสิร์ฟมาคู่กันให้ความเผ็ดชาลิ้น กัดเข้าไปจะพบกับความฉ่ำของเนื้อ ทั้งยังมีกลิ่นหอมของเครื่องเทศเสฉวน ราคาอาจสูงขึ้นมาบ้างเมื่อเทียบกับเมนูอื่นแต่ทางร้านก็การันตีว่าคัดเฉพาะเนื้ออย่างดีมานำเสนอจริงๆ (14/20)
รูปที่ 15
หม่าล่าต่ายกู๋น (880++) Mala Angus Beef BBQ จานนี้เป็นเมนูพิเศษประจำฤดูกาลที่ตั้งชื่อตามแลนด์มาร์คเชิงมรดกทางศิลปะวัฒธรรมแห่งใหม่ในฮ่องกง เชฟเลือกใช้เนื้อวัวออสเตรเลียนแองกัสส่วนริบอายมาเสียบไม้แล้วย่างไฟจนสุกระดับมีเดียม จิ้มลงในซอสหม่าล่าสูตรพิเศษที่เสิร์ฟมาคู่กันให้ความเผ็ดชาลิ้น กัดเข้าไปจะพบกับความฉ่ำของเนื้อ ทั้งยังมีกลิ่นหอมของเครื่องเทศเสฉวน ราคาอาจสูงขึ้นมาบ้างเมื่อเทียบกับเมนูอื่นแต่ทางร้านก็การันตีว่าคัดเฉพาะเนื้ออย่างดีมานำเสนอจริงๆ (14/20)
หม่าล่าต่ายกู๋น (880++) Mala Angus Beef BBQ ที่สำคัญคือแม้ในรูปอาจดูขนาดค่อนข้างเล็กแต่จริง ๆ แล้วปริมาณที่เสิร์ฟมาค่อนข้างใหญ่พอจะแบ่งกันทานได้ 2-3 คนเลยทีเดียว (14/20)
รูปที่ 16
หม่าล่าต่ายกู๋น (880++) Mala Angus Beef BBQ ที่สำคัญคือแม้ในรูปอาจดูขนาดค่อนข้างเล็กแต่จริง ๆ แล้วปริมาณที่เสิร์ฟมาค่อนข้างใหญ่พอจะแบ่งกันทานได้ 2-3 คนเลยทีเดียว (14/20)
เต้าหู้หม่าผ่อ (220++) Ma Po Bean Curd with Minced Pork in Szechuan Sauce อีกหนึ่งจานเสฉวนที่ดูน่าลองให้เมนูคือเต้าหู้หม่าผ่อ เชฟใช้คินุโทฟูนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นเป็นวัตถุดิบหลัก หมูสับนุ่มพอดี ซอสสไตล์เสฉวนด้านนอกมีรสอมเปรี้ยวนิด ๆ จากถั่วหมัก มีรสเผ็ดชาลิ้นจากพริกแห้งเสฉวนอยู่บ้าง อย่างไรก็ตามด้วยการที่เชฟเสิร์ฟเต้าหู้มาเป็นชิ้นใหญ่ ๆ ต่างไปจากสูตรดั้งเดิมที่มักหั่นเต้าหู้เป็นชิ้นเล็ก ๆ ประกอบกับความจัดจ้านของเครื่องเทศที่อ่อนไปบ้างเทียบกับต้นตำรับทำให้รสชาติโดยรวมของจานดูจะขาดความจัดจ้านไปบ้าง (12/20)
รูปที่ 17
เต้าหู้หม่าผ่อ (220++) Ma Po Bean Curd with Minced Pork in Szechuan Sauce อีกหนึ่งจานเสฉวนที่ดูน่าลองให้เมนูคือเต้าหู้หม่าผ่อ เชฟใช้คินุโทฟูนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นเป็นวัตถุดิบหลัก หมูสับนุ่มพอดี ซอสสไตล์เสฉวนด้านนอกมีรสอมเปรี้ยวนิด ๆ จากถั่วหมัก มีรสเผ็ดชาลิ้นจากพริกแห้งเสฉวนอยู่บ้าง อย่างไรก็ตามด้วยการที่เชฟเสิร์ฟเต้าหู้มาเป็นชิ้นใหญ่ ๆ ต่างไปจากสูตรดั้งเดิมที่มักหั่นเต้าหู้เป็นชิ้นเล็ก ๆ ประกอบกับความจัดจ้านของเครื่องเทศที่อ่อนไปบ้างเทียบกับต้นตำรับทำให้รสชาติโดยรวมของจานดูจะขาดความจัดจ้านไปบ้าง (12/20)
ข้าวผัดหยางโจว (220++) Fried Rice - Yangzhou Style ข้าวผัดหยางโจว เมนูคลาสสิคที่ได้จากการนำข้าวไปผัดในกระทะร้อน ใส่ไข่ เนื้อปู กุ้ง หมูแดง ถั่วลันเตาลงไปผัดรวมกัน เมล็ดข้าวร่วนใช้ได้ ไม่อมน้ำมัน รสชาติโดยรวมติดเค็มไปเพียงเล็กน้อย แต่สูตรของร้านไต่โหลเชฟได้ทวิสต์ให้ออกมามีความแปลกใหม่ ไม่ซ้ำใครโดยการเสิร์ฟมาคู่กับผักร็อคเก็ต เคี้ยวแล้วจะให้ความกรอบแต่ไม่มีกลิ่นเขียว พอได้ลองชิมแล้วพบว่าเข้ากันได้ดีอย่างน่าประหลาด (13/20)
รูปที่ 18
ข้าวผัดหยางโจว (220++) Fried Rice - Yangzhou Style ข้าวผัดหยางโจว เมนูคลาสสิคที่ได้จากการนำข้าวไปผัดในกระทะร้อน ใส่ไข่ เนื้อปู กุ้ง หมูแดง ถั่วลันเตาลงไปผัดรวมกัน เมล็ดข้าวร่วนใช้ได้ ไม่อมน้ำมัน รสชาติโดยรวมติดเค็มไปเพียงเล็กน้อย แต่สูตรของร้านไต่โหลเชฟได้ทวิสต์ให้ออกมามีความแปลกใหม่ ไม่ซ้ำใครโดยการเสิร์ฟมาคู่กับผักร็อคเก็ต เคี้ยวแล้วจะให้ความกรอบแต่ไม่มีกลิ่นเขียว พอได้ลองชิมแล้วพบว่าเข้ากันได้ดีอย่างน่าประหลาด (13/20)
ปลาเก๋าเช็กแลปก๊อก (320++) Steamed Grouper with Soy Sauce จานนี้ได้ชื่อมาจากท่าอากาศยานนานาชาติเช็กแลปก๊อก เชฟเสิร์ฟปลาเก๋าดำนึ่ง ด้านบนทอปด้วยขิงซอย รับประทานคู่กับก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ทอดกรอบรองอยู่ด้านล่างแลดูคล้ายปะการัง ก่อนทานยกถ้วยที่ภายในบรรจุซีอิ๊วสไตล์ฮ่องกงราดลงไปทั้งบนตัวปลาและเส้นก๋วยเตี๋ยว (12/20)
รูปที่ 19
ปลาเก๋าเช็กแลปก๊อก (320++) Steamed Grouper with Soy Sauce จานนี้ได้ชื่อมาจากท่าอากาศยานนานาชาติเช็กแลปก๊อก เชฟเสิร์ฟปลาเก๋าดำนึ่ง ด้านบนทอปด้วยขิงซอย รับประทานคู่กับก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ทอดกรอบรองอยู่ด้านล่างแลดูคล้ายปะการัง ก่อนทานยกถ้วยที่ภายในบรรจุซีอิ๊วสไตล์ฮ่องกงราดลงไปทั้งบนตัวปลาและเส้นก๋วยเตี๋ยว (12/20)
ปลาเก๋าเช็กแลปก๊อก (320++) Steamed Grouper with Soy Sauce ปลาเก๋ามีเนื้อสัมผัสค่อนข้างแน่น เมื่อรับประทานคู่กับซอสซีอิ๊วรสชาติเข้มข้นพบว่าเข้ากันได้ดี อย่างไรก็ตามเส้นก๋วยเตี๋ยวทอดที่เราได้ทานในวันนี้ออกจะอมน้ำมันมากไปนิด (12/20)
รูปที่ 20
ปลาเก๋าเช็กแลปก๊อก (320++) Steamed Grouper with Soy Sauce ปลาเก๋ามีเนื้อสัมผัสค่อนข้างแน่น เมื่อรับประทานคู่กับซอสซีอิ๊วรสชาติเข้มข้นพบว่าเข้ากันได้ดี อย่างไรก็ตามเส้นก๋วยเตี๋ยวทอดที่เราได้ทานในวันนี้ออกจะอมน้ำมันมากไปนิด (12/20)
ขนมน้ำตาลขาวทอด ซอส 4 ฤดู (140++) Deep Fried Dough Stick with Dipping Sauce สำหรับขนมหวานอย่างแรกคือปาท่องโก๋แบบจีนเสิร์ฟมาชิ้นค่อนข้างโต เนื้อสัมผัสจะมีความแน่นมากกว่าปาท่องโก๋บ้านเรา ข้างกันคือซอสขิง งาดำ และน้ำเต้าหู้แปะก๊วย รสชาติดีทุกอย่าง (12/20)
รูปที่ 21
ขนมน้ำตาลขาวทอด ซอส 4 ฤดู (140++) Deep Fried Dough Stick with Dipping Sauce สำหรับขนมหวานอย่างแรกคือปาท่องโก๋แบบจีนเสิร์ฟมาชิ้นค่อนข้างโต เนื้อสัมผัสจะมีความแน่นมากกว่าปาท่องโก๋บ้านเรา ข้างกันคือซอสขิง งาดำ และน้ำเต้าหู้แปะก๊วย รสชาติดีทุกอย่าง (12/20)
เผือกทอดซอสมันซูน (90++) Taro Puff with Salted Egg Lava ห้ามพลาดเมนูเผือกทอดชิ้นโตเสิร์ฟมาในถ้วยขนาดจิ๋วดูน่าทาน (13/20)
รูปที่ 22
เผือกทอดซอสมันซูน (90++) Taro Puff with Salted Egg Lava ห้ามพลาดเมนูเผือกทอดชิ้นโตเสิร์ฟมาในถ้วยขนาดจิ๋วดูน่าทาน (13/20)
เผือกทอดซอสมันซูน (90++) Taro Puff with Salted Egg Lava ใช้มีดหั่นลงไปจะพบว่าไส้คัสตาร์ดลาวาจะไหลทะลักออกมา เนื้อเผือกนุ่ม ตัดกันกับความกรอบของผิวด้านนอกได้อย่างดี (13/20)
รูปที่ 23
เผือกทอดซอสมันซูน (90++) Taro Puff with Salted Egg Lava ใช้มีดหั่นลงไปจะพบว่าไส้คัสตาร์ดลาวาจะไหลทะลักออกมา เนื้อเผือกนุ่ม ตัดกันกับความกรอบของผิวด้านนอกได้อย่างดี (13/20)
ข้าวเหนียวทอดซุปเปอร์โวลคาโน (110++) Fried Sticky Rice with Chocolate Lava หรือจะเป็นข้าวเหนียวทอดทางร้านนำเสนอออกมาเป็น 2 รูปแบบคือไส้ช็อกโกแลตเข้มข้น รอบๆ คลุกกับงาดำ (12/20)
รูปที่ 24
ข้าวเหนียวทอดซุปเปอร์โวลคาโน (110++) Fried Sticky Rice with Chocolate Lava หรือจะเป็นข้าวเหนียวทอดทางร้านนำเสนอออกมาเป็น 2 รูปแบบคือไส้ช็อกโกแลตเข้มข้น รอบๆ คลุกกับงาดำ (12/20)
ข้าวเหนียวทอดไฮ ไอแลนด์ (90++) Fried Sticky Rice with Custard Lava หรืออีกแบบคือข้าวเหนียวทอดสอดไส้คัสตาร์ดลาวาซึ่งจะมีความหอม มัน ครีมมี่ อรอ่ยไม่แพ้กัน (12/20)
รูปที่ 25
ข้าวเหนียวทอดไฮ ไอแลนด์ (90++) Fried Sticky Rice with Custard Lava หรืออีกแบบคือข้าวเหนียวทอดสอดไส้คัสตาร์ดลาวาซึ่งจะมีความหอม มัน ครีมมี่ อรอ่ยไม่แพ้กัน (12/20)
พายเต้าทึงแปดเซียน (120++) Bean Tortilla Pie สุดท้ายคือพายเต้าทึงเสิร์ฟมาอุ่น ๆ ข้างกันกับกับเครื่องเต้าทึง ด้วยขนาดเทียบกับราคาถือว่าคุ้มค่ามาก ๆ (12/20)
รูปที่ 26
พายเต้าทึงแปดเซียน (120++) Bean Tortilla Pie สุดท้ายคือพายเต้าทึงเสิร์ฟมาอุ่น ๆ ข้างกันกับกับเครื่องเต้าทึง ด้วยขนาดเทียบกับราคาถือว่าคุ้มค่ามาก ๆ (12/20)
พายเต้าทึงแปดเซียน (120++) Bean Tortilla Pie เพียงใช้มีดผ่าลงไปจะสัมผัสได้ถึงความกรอบของแป้งพัฟด้านนอก ไส้ด้านในรสชาติดีแบบอาหารพื้นบ้าน แนะนำให้รีบทานตั้งแต่ยังอุ่น ๆ (12/20)
รูปที่ 27
พายเต้าทึงแปดเซียน (120++) Bean Tortilla Pie เพียงใช้มีดผ่าลงไปจะสัมผัสได้ถึงความกรอบของแป้งพัฟด้านนอก ไส้ด้านในรสชาติดีแบบอาหารพื้นบ้าน แนะนำให้รีบทานตั้งแต่ยังอุ่น ๆ (12/20)
OG Island (120++) สำหรับเครื่องดื่มเราขอแนะนำให้ลองสั่ง The OG Island พนักงานจะนำเสิร์ฟแยกมาเป็นสองแกว ฝั่งขวามือมีน้ำแข็ง ทอปด้านบนด้วยวุ้นมะพร้าว พุทราจีน รากบัว แปะก๊วย ราดน้ำลำไยลงไปก่อนแบ้วทานสลับกับพุทราเชื่อมให้ความรู้สึกเหมือนกับเป็นของหวานอีกจานหนึ่งเลยล่ะ
รูปที่ 28
OG Island (120++) สำหรับเครื่องดื่มเราขอแนะนำให้ลองสั่ง The OG Island พนักงานจะนำเสิร์ฟแยกมาเป็นสองแกว ฝั่งขวามือมีน้ำแข็ง ทอปด้านบนด้วยวุ้นมะพร้าว พุทราจีน รากบัว แปะก๊วย ราดน้ำลำไยลงไปก่อนแบ้วทานสลับกับพุทราเชื่อมให้ความรู้สึกเหมือนกับเป็นของหวานอีกจานหนึ่งเลยล่ะ
8 Five Two Plum Frizz (90++) ถัดมาคือเครื่องดื่มที่ประกอบด้วยน้ำขิงผสมกันกับบ๊วย ขิง ใบมิ้นท์ ตกแต่งด้านบนด้วยพุทราเชื่อมอีกทีหนึ่ง
รูปที่ 29
8 Five Two Plum Frizz (90++) ถัดมาคือเครื่องดื่มที่ประกอบด้วยน้ำขิงผสมกันกับบ๊วย ขิง ใบมิ้นท์ ตกแต่งด้านบนด้วยพุทราเชื่อมอีกทีหนึ่ง
Aberdeen Rose (90++) เครื่องดื่มในแก้วนี้ได้สีแดงมาจากน้ำกระเจี๊ยบผสมโซดา แทรกด้วยกลิ่นหอมของกุหลาบเพียงเบา ๆ
รูปที่ 30
Aberdeen Rose (90++) เครื่องดื่มในแก้วนี้ได้สีแดงมาจากน้ำกระเจี๊ยบผสมโซดา แทรกด้วยกลิ่นหอมของกุหลาบเพียงเบา ๆ
Stanley Jujube (90++) สุดท้ายคือน้ำลำไยและพุทราเป็นเครื่องดื่มที่รสชาติค่อนข้าง Conservative ด้านบนตกแต่งด้วยพุทราเชื่อม
รูปที่ 31
Stanley Jujube (90++) สุดท้ายคือน้ำลำไยและพุทราเป็นเครื่องดื่มที่รสชาติค่อนข้าง Conservative ด้านบนตกแต่งด้วยพุทราเชื่อม
นอกจากนี้ทางร้านยังคัดเลือกชาคุณภาพสูงเพื่อเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ชื่นชอบชาจีนอีกด้วย
รูปที่ 32
นอกจากนี้ทางร้านยังคัดเลือกชาคุณภาพสูงเพื่อเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ชื่นชอบชาจีนอีกด้วย
อาหารที่ไต่ โหลเปรียบได้กับเพชรเม็ดงามของอาหารจีนยุคใหม่ ทุกจานการันตีฝีมือโดยเชฟวสันต์ จิตรจรูญเรือง ศิษย์เอกของเชฟกระทะเหล็กอาหารจีนอย่างเชฟป้อมที่เราคุ้นหน้าคุ้นตากันดี
รูปที่ 33
อาหารที่ไต่ โหลเปรียบได้กับเพชรเม็ดงามของอาหารจีนยุคใหม่ ทุกจานการันตีฝีมือโดยเชฟวสันต์ จิตรจรูญเรือง ศิษย์เอกของเชฟกระทะเหล็กอาหารจีนอย่างเชฟป้อมที่เราคุ้นหน้าคุ้นตากันดี
เก้าอี้และผนังร้านใช้โทนสีฟ้าครามแทนสีแดงคลาสสิคแบบห้องอาหารจีนดั้งเดิม
รูปที่ 34
เก้าอี้และผนังร้านใช้โทนสีฟ้าครามแทนสีแดงคลาสสิคแบบห้องอาหารจีนดั้งเดิม
ผนังสองฝั่งกั้นด้วยกระจกใสทำให้ภายในดูโปร่งไม่อึดอัดตา
รูปที่ 35
ผนังสองฝั่งกั้นด้วยกระจกใสทำให้ภายในดูโปร่งไม่อึดอัดตา
สำหรับเพื่อน ๆ ที่มากันเป็นกลุ่มทางร้านยังมีห้อง VIP จัดเตรียมไว้สำหรับให้บริการอีกด้วย
รูปที่ 36
สำหรับเพื่อน ๆ ที่มากันเป็นกลุ่มทางร้านยังมีห้อง VIP จัดเตรียมไว้สำหรับให้บริการอีกด้วย
ห้อง VIP จะมีประตูกั้นระหว่างห้องทานอาหารหลัก
รูปที่ 37
ห้อง VIP จะมีประตูกั้นระหว่างห้องทานอาหารหลัก
อาหารที่นี่แต่ละเมนูนำเสนอออกมาในรูปแบบอลาคาร์ทโดยจะมีปริมาณต่อจานไม่ใหญ่และมีราคาไม่แพงมากนักตามคอนเซป Modern Chinese Tapas เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกทานอาหารได้หลากหลายอย่างแม้จะมากันเพียง 1-2 คน
รูปที่ 38
อาหารที่นี่แต่ละเมนูนำเสนอออกมาในรูปแบบอลาคาร์ทโดยจะมีปริมาณต่อจานไม่ใหญ่และมีราคาไม่แพงมากนักตามคอนเซป Modern Chinese Tapas เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกทานอาหารได้หลากหลายอย่างแม้จะมากันเพียง 1-2 คน
อีกฝั่งหนึ่งประดับด้วยลูกคิดโบราณจำนวนมากเพื่อเป็นสัญลักษณ์ถึงธุรกิจดั้งเดิมของครอบครัวเจ้าของร้านก่อนที่จะมาเปิดห้องอาหารไต่ โหลแห่งนี้
รูปที่ 39
อีกฝั่งหนึ่งประดับด้วยลูกคิดโบราณจำนวนมากเพื่อเป็นสัญลักษณ์ถึงธุรกิจดั้งเดิมของครอบครัวเจ้าของร้านก่อนที่จะมาเปิดห้องอาหารไต่ โหลแห่งนี้
สุดท้ายคือบริเวณหลังร้านเป็นสวนขนาดย่อมปูด้วยกระเบื้องโมเสกชวนให้เรานึกถึงสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินในฮ่องกง
รูปที่ 40
สุดท้ายคือบริเวณหลังร้านเป็นสวนขนาดย่อมปูด้วยกระเบื้องโมเสกชวนให้เรานึกถึงสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินในฮ่องกง
บริเวณทางเข้าร้านมีหลอดนีออนขดไปมาแต่ต้องใช้ความพยายามนิดหนึ่งในการดูให้เป็นรูปสุนัข
รูปที่ 41
บริเวณทางเข้าร้านมีหลอดนีออนขดไปมาแต่ต้องใช้ความพยายามนิดหนึ่งในการดูให้เป็นรูปสุนัข
ด้านหน้าตกแต่งด้วยโคมสีแดง
รูปที่ 42
ด้านหน้าตกแต่งด้วยโคมสีแดง
ชื่อร้านแปลตรงตัวว่า รุ่นใหญ่ มองจากด้านหน้าเป็นบ้านสองชั้น
รูปที่ 43
ชื่อร้านแปลตรงตัวว่า รุ่นใหญ่ มองจากด้านหน้าเป็นบ้านสองชั้น

แกลเลอรี