
Da Vittorio · ดา วิทโทริโอ้
Modern Cuisine · อาหารโมเดิร์น — Da Vittorio, Via Cantalupa, 17, 24060 Brusaporto (BG) - Italy
🎗 [INTRO] ในปี 1966 สองสามีภรรยา Bruna และ Vittorio Cerea ตัดสินใจเปิดห้องอาหาร Da Vittorio ขึ้นบริเวณใจกลางเมือง Bergamo ทางตะวันออกเฉียงเหนือของนคร Milan โดยเน้นหนักไปที่การขายเมนูจำพวกปลาเป็นหลักแทนที่เมนูจากเนื้อซึ่งถือเป็นเรื่องที่ค่อนข้างเสี่ยงมากในสมัยนั้น หลังจากประสบความสำเร็จอย่างมากจนสามารถคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star ในปี 1978 ตามด้วย 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 1996 ต่อมาตัวร้านได้ย้ายมายังตำแหน่งปัจจุบันคือ Cantalupa ชานเมือง Brusaporto ในปี 2005 และคว้ารางวัลสูงสุดคือ 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars มาครองได้ในปี 2010 อีกด้วย
🎗 [THE PLACE] Da Vittorio ใช้เวลาเดินทางจากนคร Milan ประมาณ 1 ชั่วโมงโดยรถยนต์ ทันทีที่มาถึงให้กดกริ่งด้านหน้าเพื่อขอสัญญาณเปิดประตูเข้าสู่พื้นที่โรงแรม หลังจากนำรถเข้าจอดลูกค้าจะต้องเดินขึ้นเนินเขาเล็ก ๆ ผ่านห้องอาหาร DaV Cantaloupa ซึ่งตั้งอยู่ติดกันกับสระน้ำขนาดใหญ่ เมื่อก้าวเข้ามาสู่ตัวอาคารจะพบกับห้องรับรองและ The American Bar ที่มีบาร์แมนพร้อมแนะนำและจัดเตรียมเครื่องดื่ม ห้องรับประทานอาหารหลักตกแต่งอย่างหรูหรา โต๊ะกลมทุกตัวปูด้วยผ้าสีขาวแลดูเข้ากันกับพื้นไม้สีเข้ม โคมไฟบนผนังและแชนเดอเลียร์ที่ห้อยลงมาจากเพดานช่วยเสริมโทนแสงให้ดูอบอุ่นสบายตา ห้องครัวพร้อมด้วยอุปกรณ์ครบครันกั้นด้วยกระจกใสและสามารถใช้เป็นจุดดึงดูดสายตาได้ตลอดมื้ออาหาร สำหรับใครที่ต้องการพักผ่อนทันทีหลังก็สามารถเลือกจองโรงแรมในเครือ Relais & Chateaux ซึ่งโดดเด่นด้วยทัศนียภาพของสวนขนาดใหญ่รวมไปถึงไร่ไวน์ประจำตระกูลที่มีชื่อว่า Faber อีกด้วย ปัจจุบัน Da Vittorio ได้ขยับขยายสาขาออกไปหลายแห่งดังนี้ Da Vittorio (🌟🌟 2 MICHELIN Stars, Saint Moritz), Da Vittorio (🌟🌟 2 MICHELIN Stars, Shanghai), New Wave by Da Vittorio Bistrot (Selected by MICHELIN Guide), DaV Mare (Selected by MICHELIN Guide), DaV Milano, DaV Cantalupa และ Da Vittorio Saigon ที่เพิ่งเปิดทำการในประเทศเวียดนามเมื่อปี 2022 ที่ผ่านมานี้นั่นเอง
🎗 [THE CHEF] Bruna และ Vittorio Cerea ได้มอบหมายหน้าที่ให้กับบุตรชาย 3 คนและบุตรสาว 2 คนโดยมีพี่ชายคนโตคือ Enrico Cerea หรือที่รู้จักกันในนามว่า Chicco รับหน้าที่เป็น Executive Chef ในด้านประสบการณ์งานครัวนั้นตัวเขาเคยผ่านห้องห้องอาหารระดับสูงมาแล้วมากมายอย่างเช่น Tantris (3 MICHELIN Stars ในขณะนั้น) กับเชฟระดับตำนาน Heinz Winkler ณ นคร Munich, Sirio Maccioni ในนคร New York , George Blanc (3 MICHELIN Stars) ในเมือง Vonnas และ elBulli (3 MICHELIN Stars ปัจจุบันปิดทำการไปแล้ว) ในประเทศสเปน สำหรับบุตรชายคนรองของตระกูลคือ Francesco Cerea รับหน้าที่ดูแลเกี่ยวกับ Catering รวมไปถึงการเป็นผู้ดูแลไร่ไวน์ประจำตระกูล Faber และคัดเลือกไวน์จากทั่วทุกมุมโลกเข้ามาในห้องอาหารรวมกันกว่า 3,000 Labels โดยแบ่งขายในร้านอาหารประมาณ 2,000 Labels และบ่มต่อในห้องเก็บไวน์อีกราว 1,000 Labels ต่อมาคือบุตรสาวคนที่สามมีนามว่า Barbara Cerea อาจไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับห้องอาหาร Da Vittorio เท่าไหร่นักแต่เธอยังคงดูแลเกี่ยวกับการจัดงานพิเศษต่าง ๆ รวมไปถึงงานการกุศลอีกด้วย อีกหนึ่งคนที่มีความสำคัญอย่างมากคือบุตรชายคนที่สี่อย่าง Roberto Cerea หรือที่เรียกกันว่า Bobo โดยตัวเขาเคยผ่านประสบการณ์ในห้องอาหารระดับสูงอย่าง Maison Troisgros (3 MICHELIN Stars) มาแล้วก่อนจะช่วยกันกับพี่ชายคนโตในการควบคุมห้องครัวของ Da Vittorio โดยเฉพาะเมนู Primi หรือพาสต้าต่าง ๆ สำหรับการดูแลลูกค้าและการจัดเสิร์ฟเป็นหน้าที่ของบุตรสาวคนสุดท้องอย่าง Rossella Cerea ซึ่งจากที่เราได้สัมผัสมาตลอดทั้งมื้อก็นับว่าหน้าที่ของเธอประสบความสำเร็จด้วยดี
🎗 [THE FOOD] เชฟทั้งคู่อาศัยเทคนิคสมัยใหม่ในการนำเสนออาหารออกมาในรูปแบบโมเดิร์นโดยอาศัยวัตถุดิบคุณภาพสูงจากท้องทะเล Mediterranean เป็นหลักแต่ก็ยังคงมีเมนูจำพวกเนื้อสัตว์ให้เห็นกันอยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป็นกุ้ง Langoustine จาก Mazara del Vallo หรือจะเป็นเนื้อวัวชั้นยอดจาก Piedmont ล้วนได้รับการบรรจุอยู่ในเมนูประจำร้านทั้งสิ้น ลูกค้าสามารถเลือกชิม Tasting Menu ได้หลากหลายรูปแบบเริ่มต้นด้วย Nella tradizione di Vittorio (280 €) เซ็ตเมนูจำนวน 8 คอร์สที่รวบรวมอาหารจำพวกปลาและกุ้งรวมไปถึงเมนู Pacchero ระดับตำนานมาให้ได้ลองชิมกัน ถัดมาคือ Seasonal Menu ที่จะเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาลเหมาะสำหรับผู้ที่เคยแวะมาชิมห้องอาหารแห่งนี้แล้วหลายครั้ง สุดท้ายคือ Carte Blanche (360 €) เซ็ตเมนูชุดใหญ่จำนวนกว่า 15 คอร์สที่เราได้เลือกชิมกันในวันนี้นำเสนออาหารในหลากหลายรูปแบบตามใจเชฟ ส่วนใครที่อยากเลือกอาหารแต่ละจานเองตามใจชอบสามารถสั่งได้จากรายการแบบ À La Carte ก็ได้เช่นกัน ในครั้งนี้มีเมนูที่เตรียมออกมาได้โดดเด่นอย่างเช่น
✨ Egg to Egg
Uovo all'Uovo เป็นสุดยอดเมนู Signature Dish ประจำร้านที่เชฟนำเสนอไข่ของสัตว์ 3 ชนิดและคาเวียร์ที่คุณภาพดีที่สุดในโลกมาในแก้ว Martini แลดูเรียบง่ายแต่สำหรับรสชาตินั้นเต็มไปด้วยความซับซ้อนเป็นอย่างมาก องค์ประกอบด้านล่างคือ Apple Cream ผสมผสานกันไปกับไข่นกกระทาที่ Poached มาอย่างดี ยังมีความครีมมี่ที่ได้จากไข่ไก่และความกรอบในปากที่ได้จากไข่ปลาแซลมอน แต่ละองค์ประกอบได้รับการเชื่อมด้วยโฟมมันฝรั่งที่มีความเบาละมุน วิธีรับประทานให้เท Beluga Caviar จากช้อนลงไปในแก้วเพื่อเพิ่มความเค็มอันกลมกล่อมแล้วตักให้ลึกถึงก้นถ้วยเพื่อสัมผัสทุกองค์ประกอบให้ครบในคำเดียว (20/20)
✨ Truffle crespella
เมนูประจำฤดูกาลอย่าง Crespella หรือแผ่นแป้งเครปนุ่ม ๆ องค์ประกอบตรงกลางคือ Parmesan Cheese Chips ช่วยเพิ่มมิติความกรอบท็อปด้วย Cheese Fondue นุ่ม ๆ ยืด ๆ และ Béchamel ช่วยเพิ่มความครีมมี่หอมมัน จากนั้นเชฟจะมาขูด Winter White Truffle คุณภาพสูงลงไปจนท่วมแผ่นแป้งให้อโรมาหอมแตะจมูกตั้งแต่แรกสัมผัส จบด้วยพับให้เป็นทรงกรวยเป็นอันพร้อมชิม (20/20)
✨ Paccheri pasta Vittorio style
Paccheri alla Vittorio คือสุดยอด Signature Dish ที่กลายมาเป็นสัญลักษณ์ของห้องอาหาร Da Vittorio เชฟเลือกใช้ Paccheri พาสต้าทรงกระบอกขนาดใหญ่เสิร์ฟที่ความสุกแบบ Al Dente ไร้ที่ติ ตัวซอสเตรียมขึ้นมาจากมะเขือเทศ San Marzano และ Piccadilly ให้ความครีมมี่ หอม และเปรี้ยวในระดับที่กลมกล่อมเข้ากันกับความมันของเนยและ Parmigiano Reggiano Cheese ได้อย่างไร้ที่ติ ทั้งยังมีอโรมาเฉพาะตัวที่เด่นชัดของใบ Basil จานนี้จบด้วยการเสิร์ฟแบบ Tableside โดยเชฟจะคลุกเคล้าพาสต้ากับ Chili Pepper Sauce ที่ลูกค้าสามารถเลือกได้เอง 1 จาก 3 ชนิดตามระดับความเผ็ดคือ Serrano, Red Finger และ Habanero โดยเราได้เลือก Red Finger ตามที่เชฟแนะนำคลุกให้เข้ากันในภาชนะเป็นอันพร้อมเสิร์ฟ (20/20)
🎗 [WHY GO] สำหรับใครที่ต้องการสัมผัสประการณ์ห้องอาหารอิตาลีระดับสูงที่เน้นหนักไปทางเมนูปลาและพาสต้าชั้นดี Da Vittorio คือคำตอบสำหรับคุณ รายการไวน์ได้รับการคัดสรรค์มาอย่างดี บรรยากาศตลอดมื้อเต็มไปด้วยความหรูหราแต่การบริการยังคงความเป็นกันเองไม่มากไม่น้อยจนเกินไป อย่างไรก็ตามด้วยปัจจัยทั้งหมดที่กล่าวมาทำให้ราคาอาหารจัดว่าค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับร้านอื่น ๆ ในบริเวณใกล้เคียงนั่นเอง
ภาพของร้านอาหาร
ทั้งหมด 64 รูป

![🎗 [INTRO] ในปี 1966 สองสามีภรรยา Bruna และ Vittorio Cerea ตัดสินใจเปิดห้องอาหาร Da Vittorio ขึ้นบริเวณใจกลางเมือง Bergamo ทางตะวันออกเฉียงเหนือของนคร Milan โดยเน้นหนักไปที่การขายเมนูจำพวกปลาเป็นหลักแทนที่เมนูจากเนื้อซึ่งถือเป็นเรื่องที่ค่อนข้างเสี่ยงมากในสมัยนั้น หลังจากประสบความสำเร็จอย่างมากจนสามารถคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star ในปี 1978 ตามด้วย 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 1996 ต่อมาตัวร้านได้ย้ายมายังตำแหน่งปัจจุบันคือ Cantalupa ชานเมือง Brusaporto ในปี 2005 และคว้ารางวัลสูงสุดคือ 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars มาครองได้ในปี 2010 อีกด้วย](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2023/02/323574727_1325346618265344_8143453774678290137_n.webp)













































![🎗 [THE FOOD] เชฟทั้งคู่อาศัยเทคนิคสมัยใหม่ในการนำเสนออาหารออกมาในรูปแบบโมเดิร์นโดยอาศัยวัตถุดิบคุณภาพสูงจากท้องทะเล Mediterranean เป็นหลักแต่ก็ยังคงมีเมนูจำพวกเนื้อสัตว์ให้เห็นกันอยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป็นกุ้ง Langoustine จาก Mazara del Vallo หรือจะเป็นเนื้อวัวชั้นยอดจาก Piedmont ล้วนได้รับการบรรจุอยู่ในเมนูประจำร้านทั้งสิ้น](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2023/02/328438228_847024129735641_8111392307085736437_n.webp)









![🎗 [THE CHEF] Bruna และ Vittorio Cerea ได้มอบหมายหน้าที่ให้กับบุตรชาย 3 คนและบุตรสาว 2 คนโดยมีพี่ชายคนโตคือ Enrico Cerea หรือที่รู้จักกันในนามว่า Chicco รับหน้าที่เป็น Executive Chef ในด้านประสบการณ์งานครัวนั้นตัวเขาเคยผ่านห้องห้องอาหารระดับสูงมาแล้วมากมายอย่างเช่น Tantris (3 MICHELIN Stars ในขณะนั้น) กับเชฟระดับตำนาน Heinz Winkler ณ นคร Munich, Sirio Maccioni ในนคร New York , George Blanc (3 MICHELIN Stars) ในเมือง Vonnas และ elBulli (3 MICHELIN Stars ปัจจุบันปิดทำการไปแล้ว) ในประเทศสเปน สำหรับบุตรชายคนรองของตระกูลคือ Francesco Cerea รับหน้าที่ดูแลเกี่ยวกับ Catering รวมไปถึงการเป็นผู้ดูแลไร่ไวน์ประจำตระกูล Faber และคัดเลือกไวน์จากทั่วทุกมุมโลกเข้ามาในห้องอาหารรวมกันกว่า 3,000 Labels โดยแบ่งขายในร้านอาหารประมาณ 2,000 Labels และบ่มต่อในห้องเก็บไวน์อีกราว 1,000 Labels ต่อมาคือบุตรสาวคนที่สามมีนามว่า Barbara Cerea อาจไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับห้องอาหาร Da Vittorio เท่าไหร่นักแต่เธอยังคงดูแลเกี่ยวกับการจัดงานพิเศษต่าง ๆ รวมไปถึงงานการกุศลอีกด้วย อีกหนึ่งคนที่มีความสำคัญอย่างมากคือบุตรชายคนที่สี่อย่าง Roberto Cerea หรือที่เรียกกันว่า Bobo โดยตัวเขาเคยผ่านประสบการณ์ในห้องอาหารระดับสูงอย่าง Maison Troisgros (3 MICHELIN Stars) มาแล้วก่อนจะช่วยกันกับพี่ชายคนโตในการควบคุมห้องครัวของ Da Vittorio โดยเฉพาะเมนู Primi หรือพาสต้าต่าง ๆ สำหรับการดูแลลูกค้าและการจัดเสิร์ฟเป็นหน้าที่ของบุตรสาวคนสุดท้องอย่าง Rossella Cerea ซึ่งจากที่เราได้สัมผัสมาตลอดทั้งมื้อก็นับว่าหน้าที่ของเธอประสบความสำเร็จด้วยดี](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2023/02/328445368_3081350035344856_1677965921137215327_n.webp)
![🎗 [THE PLACE] Da Vittorio ใช้เวลาเดินทางจากนคร Milan ประมาณ 1 ชั่วโมงโดยรถยนต์](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2023/02/328445219_1041362380155912_5758547254845717237_n.webp)


![🎗 [WHY GO] สำหรับใครที่ต้องการสัมผัสประการณ์ห้องอาหารอิตาลีระดับสูงที่เน้นหนักไปทางเมนูปลาและพาสต้าชั้นดี Da Vittorio คือคำตอบสำหรับคุณ รายการไวน์ได้รับการคัดสรรค์มาอย่างดี](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2023/02/328463522_884593299322254_5902231778070301098_n.webp)


แกลเลอรี

