
D'O · โด
Creative, Italian Contemporary · อาหารเชิงสร้างสรรค์, อาหารอิตาลีร่วมสมัย — piazza della Chiesa 14, loc. San Pietro all'Olmo, Cornaredo, 20007, Italy
🎗 [INTRO] ย้อนไปเมื่อ 21 ปีก่อน เชฟชาวอิตาลีชื่อดัง Davide Oldani ต้องการดึงดูดเหล่านักชิมมายังเมืองบ้านเกิดของตัวเองและสร้างหลักปรัชญาและแบรนด์ Cucina Pop ขึ้นมาโดยนำเสนออาหารคุณภาพสูงโดยอาศัยวัตถุดิบที่ดีที่สุดภายใต้ราคาที่จับต้องได้ ปัจจุบันเขาได้กลายมาเป็นหนึ่งในเชฟที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศอิตาลีผู้นำเสนออาหารภายใต้หลักแนวคิดเกี่ยวกับความยั่งยืน
🎗 [THE PLACE] D'O ตั้งอยู่ในเมือง Cornaredo ห่างออกมาจากใจกลางเมือง Milan ราว 19 กิโลเมตรสำหรับการเดินทางโดยรถยนต์ ลูกค้าสามารถจอดรถได้ ณ ลานจอดขนาดใหญ่บริเวณปากซอยก่อนถึงร้าน ห้องรับประทานอาหารหลักถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วนย่อยโดย 2 ใน 3 โดดเด่นด้วยทัศนียภาพของจตุรัส Piazza della Chiesa ต้นเอล์ม และโบสถ์เก่าแก่ที่ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ยุคศตวรรษที่ 17 กระจกใสสูงจากพื้นจรดเพดานช่วยเสริมให้บรรยากาศในห้องรับประทานอาหารแลดูกลืนไปกับพื้นที่ภายนอก หากใครโชคดีอาจได้นั่งข้างกันกับห้องครัวโดยลูกค้าสามารถชมทีมเชฟจัดเตรียมอาหารได้ตลอดเวลา โต๊ะอาหารทุกตัวถูกออกแบบมาให้มีลักษณะเป็นโต๊ะไม้กลมไร้ซึ่งผ้าปู ด้านล่างมีช่องเล็ก ๆ สำหรับเก็บอุปกรณ์อย่างเช่นกระเป๋าสตางค์หรือโทรศัพท์มือถือ เก้าอี้ไม้ทรงประหลาดมีพื้นที่สำหรับวางแขนเพียงข้างขวาฝั่งเดียว ระหว่างมื้ออาหารลูกค้าสามารถพบเห็นเครื่องมือแปลก ๆ ที่เชฟ Davide Oldani เป็นผู้ออกแบบด้วยตัวเองไม่ว่าจะเป็นจาน แก้วน้ำ แก้วไวน์ที่มีขอบแก้วต่างระดับกันเพื่อให้ผู้ดื่มไม่เสีย Eye Contact กับผู้ร่วมโต๊ะอาหารคนอื่น ๆ นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์แฟลทแวร์บนโต๊ะอาหารโดยชิ้นที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ Passepartout มีลักษณะเป็นช้อนที่สามารถตักซุป ตัดอาหาร และสามารถใช้เป็นส้อมในชิ้นเดียวกัน
🎗 [THE CHEF] Davide Oldani ใช้ชีวิตในช่วงวัยรุ่นประกอบอาชีพเป็นนักฟุตบอลอาชีพก่อนจะผันตัวเข้าสู่การเป็นเชฟโดยการร่วมงานกับเชฟระดับแนวหน้าหลายคนทั้ง Gualtiero Marchesi, Albert Roux, Alain Ducasse และ Pierre Hermé ต่อมาในปี 2003 เขาตัดสินใจเปิดห้องอาหาร D'O ขึ้นที่เมือง Cornaredo บ้านเกิดโดยคำว่า D'O นอกจากจะเป็นคำย่อของชื่อเชฟ Davide Oldani เองแล้วเขาเองก็ได้ให้ความหมายอื่น ๆ ที่แตกต่างออกไปอีกด้วยเช่นคำแปลจากภาษาญี่ปุ่นที่แปลว่าเส้นทางที่ถูกต้อง คำว่าทำในภาษาอังกฤษ และการให้ในภาษาอิตาลี ตัวร้านได้รับกระแสตอบรับอย่างดีเยี่ยมและคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองในปี 2004 ในปร 2016 เขาตัดสินใจย้ายตำแหน่งร้านมายังจตุรัส Piazza della Chiesa นอกเมือง Milan เพื่อให้มีพื้นที่ในการขยับขยายโปรเจคต่าง ๆ ในอนาคตรงมไปถึง Ristorante Olmo ซึ่งตั้งอยู่อีกฝั่งหนึ่งของจตุรัสด้วยเช่นกัน ในปี 2020 ห้องอาหาร D'O ได้รับการเลื่อนระดับสู่ 🌟🌟 2 MICHELIN Stars พ่วงด้วยรางวัล 🍀 MICHELIN Green Star อันเนื่องมาจากปรัชญาและความตั้งใจในการนำเสนออาหารแบบยั่งยืนของเชฟนั่นเอง
🎗 [THE FOOD] อาหารที่ D'O เตรียมออกมาในเชิงสร้างสรรค์โดยอาศัยวัตถุดิบและรสชาติจากฝั่งเอเชียเข้าไปผสมผสานกับอาหารอิตาลีร่วมสมัยอยู่ค่อนข้างมาก เชฟ Davide Oldani ยังคงแฝงปรัญชาและหลักการเกี่ยวกับความยั่งยืนลงมาในอาหารของเขาอย่างชัดเจน รายการเมนูมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาโดยในวันที่เราไปนั้นเราได้เลือกชิม Menu Armonia (180 €) ซึ่งจัดว่าค่อนข้างคุ้มค่าเมื่อเทียบกับปริมาณอาหารที่ได้รับ รายการไวน์มีให้เลือกหลากหลายจาก iPad ภายใต้ราคาที่สมเหตุสมผลแต่เราขอแนะนำให้ลองเปิดดูดี ๆ อาจจะพบไวน์ที่ราคาถูกกว่าร้านไวน์ทั่วไปได้เลยเหมือนกัน ส่วนคอร์สอาหารที่เตรียมออกมาได้อย่างน่าสนใจคือ
✨ Langoustine tail papillotes, shiso, espelette pepper and Franciacorta vinegar gelled (chef Robuchon)
เริ่มต้นคอร์สแรกเป็นจานที่เชฟ Davide Oldani อาศัยเมนู En papillote croustillante au basilic อันโด่งดังของเชฟ Joël Robuchon ผู้ล่วงลับมาปรับใหม่โดยการนำส่วนหางของกุ้งล็องกูสทีนเสิร์ฟมากับ Espalette Pepper จากทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศสช่วยชูความหวานของกุ้งและอโรมาโดยรวมให้หอมมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีใบ Shiso จากญี่ปุ่น รอบ ๆ คือ Filo Pastry ที่ผ่านการทอดกรอบไม่อมน้ำมัน องค์ประกอบสุดท้ายคือเจลลี่ที่นำ Franciacorta ซึ่งเป็น Sparkling Wine ของประเทศอิตาลีไปทำเป็นน้ำส้มสายชูนั่นเอง (17/20)
✨ Turnip greens, Capreggio cheese, preserved black truffle and Carnaroli rice
Risotto จานนี้เชฟเลือกใช้ข้าว Carnaroli หุงกับเนยและชีสนมแพะ Capreggio จากแคว้น Piedmonte ให้กลิ่นฉุนและค่อนข้างโดดเข้ากันกับอโรมาของ Preserved Black Truffle สับละเอียดได้อย่างน่าทึ่ง ข้าง ๆ กันคือเทอร์นิปผัดเสิร์ฟมาคู่กันกับเกล็ดขนมปัง พนักงานแนะนำให้เทหม้อเทอร์นิปลงไปใน Risotto แล้วคลุกให้เข้ากัน (17/20)
✨ Steamed red partridge breast, oven-baked Taggiasca olive sauce...
นก Partridge แดงเป็นนกในกลุ่มนกกระทา เชฟคัดเลือกส่วนอกนำมานึ่งจนสุก ตัวซอสเตรียมมาจากนกเองผสมผสานไปกับมะกอก Taggiasca ให้รสชาติเข้มข้นและกลิ่นที่หอมโดดเด่น นอกจากนี้ยังมีเห็ดและผักบรูนัวส์หรือหั่นเต๋ามาช่วยสร้างมิติทางเนื้อสัมผัสที่ดีอีกด้วย ด้านบนคือแผ่นกรอบที่เตรียมมาจากเห็ดเช่นกัน ข้างกันคือขนมปังฟูกรอบราดด้วยน้ำผึ้งเล็กน้อย ด้านล่างเป็นขนมปังกรอบที่มีรสชาติของชีส ตรงกลางคือ Fillet หรือเนื้อนก Patridge แดงหมักกับเกลือและน้ำตาล ด้านบนคือผักกาด Romaine วางมาคู่กับซอส 2 ชนิดคือ Mayonnaise Emulsion และ Acidic Raspberries Emulsion ให้รสชาติออกเปรี้ยวเบา ๆ (16/20)
🎗 [WHY GO] D'O เป็นห้องอาหารมาตรฐานสำหรับระดับ 2 MICHELIN Stars แต่สิ่งที่น่าประทับใจนอกเหนือไปจากนั้นคือราคาที่จับต้องได้เมื่อเทียบกับค่าครองชีพในแถบ Milan และความตั้งใจอันแน่วแน่ของเชฟ Davide Oldani อย่างไรก็ตามขั้นตอนการจองเป็นไปค่อนข้างลำบากเพราะในเวปไซต์มีแต่ภาษาอิตาลีทั้งยังมีห้องอาหารอื่น ๆ ของเชฟให้กดจองได้อีกจนอาจเกิดความผิดพลาดระหว่างการจองได้ เราขอแนะนำให้เพื่อน ๆ ที่สนใจส่งอีเมลล์ไปสอบถามกับทางร้านโดยตรงเพราะตัวเชฟเปิดรับจองโต๊ะเพียง 3 เดือนล่วงหน้าเท่านั้น
ภาพของร้านอาหาร
ทั้งหมด 45 รูป




























![Chestnut cake, cassis and Ocoa chocolateเค้กเกาลัดเกลซด้านนอกด้วยดาร์คช็อกโกแลต จับคู่มากับไอศกรีมเกาลัดเผา นอกจากนี้ยังมี Crispy Custard Cream เชฟตัดด้วยรสเปรี้ยวของซอสแบล็คเคอร์แรนท์ (16/]0)](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2024/05/440761846_7683035188423721_421851049218835047_n.webp)



![🎗 [INTRO] ย้อนไปเมื่อ 21 ปีก่อน เชฟชาวอิตาลีชื่อดัง Davide Oldani ต้องการดึงดูดเหล่านักชิมมายังเมืองบ้านเกิดของตัวเองและสร้างหลักปรัชญาและแบรนด์ Cucina Pop ขึ้นมาโดยนำเสนออาหารคุณภาพสูงโดยอาศัยวัตถุดิบที่ดีที่สุดภายใต้ราคาที่จับต้องได้ ปัจจุบันเขาได้กลายมาเป็นหนึ่งในเชฟที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศอิตาลีผู้นำเสนออาหารภายใต้หลักแนวคิดเกี่ยวกับความยั่งยืน](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2024/05/440941840_7683035061757067_4970902329789669511_n.webp)
![🎗 [THE CHEF] Davide Oldani ใช้ชีวิตในช่วงวัยรุ่นประกอบอาชีพเป็นนักฟุตบอลอาชีพก่อนจะผันตัวเข้าสู่การเป็นเชฟโดยการร่วมงานกับเชฟระดับแนวหน้าหลายคนทั้ง Gualtiero Marchesi, Albert Roux, Alain Ducasse และ Pierre Hermé ต่อมาในปี 2003 เขาตัดสินใจเปิดห้องอาหาร D'O ขึ้นที่เมือง Cornaredo บ้านเกิดโดยคำว่า D'O นอกจากจะเป็นคำย่อของชื่อเชฟ Davide Oldani เองแล้วเขาเองก็ได้ให้ความหมายอื่น ๆ ที่แตกต่างออกไปอีกด้วยเช่นคำแปลจากภาษาญี่ปุ่นที่แปลว่าเส้นทางที่ถูกต้อง คำว่าทำในภาษาอังกฤษ และการให้ในภาษาอิตาลี ตัวร้านได้รับกระแสตอบรับอย่างดีเยี่ยมและคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองในปี 2004 ในปร 2016 เขาตัดสินใจย้ายตำแหน่งร้านมายังจตุรัส Piazza della Chiesa นอกเมือง Milan เพื่อให้มีพื้นที่ในการขยับขยายโปรเจคต่าง ๆ ในอนาคตรงมไปถึง Ristorante Olmo ซึ่งตั้งอยู่อีกฝั่งหนึ่งของจตุรัสด้วยเช่นกัน ในปี 2020 ห้องอาหาร D'O ได้รับการเลื่อนระดับสู่ 🌟🌟 2 MICHELIN Stars พ่วงด้วยรางวัล 🍀 MICHELIN Green Star อันเนื่องมาจากปรัชญาและความตั้งใจในการนำเสนออาหารแบบยั่งยืนของเชฟนั่นเอง](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2024/05/440743775_7683062198421020_428659228701730885_n.webp)
![🎗 [THE FOOD] อาหารที่ D'O เตรียมออกมาในเชิงสร้างสรรค์โดยอาศัยวัตถุดิบและรสชาติจากฝั่งเอเชียเข้าไปผสมผสานกับอาหารอิตาลีร่วมสมัยอยู่ค่อนข้างมาก เชฟ Davide Oldani ยังคงแฝงปรัญชาและหลักการเกี่ยวกับความยั่งยืนลงมาในอาหารของเขาอย่างชัดเจน](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2024/05/440946744_7683061221754451_6208291155376715991_n.webp)

![🎗 [THE PLACE] ห้องรับประทานอาหารหลักถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วนย่อยโดย 2 ใน 3 โดดเด่นด้วยทัศนียภาพของจตุรัส Piazza della Chiesa ต้นเอล์ม และโบสถ์เก่าแก่ที่ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ยุคศตวรรษที่ 17](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2024/05/440967273_7683061358421104_1910828843742863474_n.webp)







![🎗 [WHY GO] D'O เป็นห้องอาหารมาตรฐานสำหรับระดับ 2 MICHELIN Stars แต่สิ่งที่น่าประทับใจนอกเหนือไปจากนั้นคือราคาที่จับต้องได้เมื่อเทียบกับค่าครองชีพในแถบ Milan และความตั้งใจอันแน่วแน่ของเชฟ Davide Oldani อย่างไรก็ตามขั้นตอนการจองเป็นไปค่อนข้างลำบากเพราะในเวปไซต์มีแต่ภาษาอิตาลีทั้งยังมีห้องอาหารอื่น ๆ ของเชฟให้กดจองได้อีกจนอาจเกิดความผิดพลาดระหว่างการจองได้ เราขอแนะนำให้เพื่อน ๆ ที่สนใจส่งอีเมลล์ไปสอบถามกับทางร้านโดยตรงเพราะตัวเชฟเปิดรับจองโต๊ะเพียง 3 เดือนล่วงหน้าเท่านั้น](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2024/05/440794595_7683095911750982_3992559475137421545_n.webp)
