GASTRONOME THAILAND by ตามล่า Fine Dining
Côte by Mauro Colagreco
1 MICHELIN Star

ThailandCôte by Mauro Colagreco · โค้ท บาย เมาโร โคลาเกรคโค

French Contemporary · อาหารฝรั่งเศสร่วมสมัย — 300/2 ถ. เจริญกรุง แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120

🎗 [INTRO] Côte by Mauro Colagreco เป็นห้องอาหารนอกทวีปยุโรปแห่งแรกของสุดยอดเชฟระดับโลก Mauro Colagreco ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาจนมีความคล้ายคลึงกันกับห้องอาหาร Mirazur ทำให้ตัวร้านกลายเป็นหนึ่งในห้องอาหารยอดนิยมทั้งในหมู่คนไทยและชาวต่างชาติอย่างรวดเร็ว

🎗 [THE PLACE] ห้องอาหาร Côte by Mauro Colagreco ตั้งอยู่ในโรงแรม Capella Bangkok โดยคำว่า Côte หมายถึงชายฝั่งทะเลบ่งบอกถึงสไตล์การเตรียมอาหารของเชฟ Mauro Colagreco ที่มักนำเสนออกมาในสไตล์ Mediterranean นั่นเอง ข้างกันกับพื้นที่ตรวจสอบการจองเป็นห้องรับรองขนาดใหญ่เหมาะกับการนั่งชิลหรือสั่งเครื่องดื่มระหว่างรอเพื่อนสมาชิกในโต๊ะ ห้องรับประทานอาหารหลักโดดเด่นด้วยกระจกใสสูงจากพื้นจรดเพดานแสดงให้เห็นถึงวิวมุมกว้างของแม่น้ำเจ้าพระยาพร้อมกับแมกไม้สีเขียวอันร่มรื่นคล้ายกันกับวิวมุมกว้างของท้องทะเล Mediterranean พร้อมกับสวน Le jardin DES AROMATIQUES (THE AROMATICS garden) ณ ห้องอาหาร Mirazur โต๊ะทุกตัวปูด้วยผ้าสีขาวดูสะอาดตา จานลักษณะแบน Handmade สีฟ้าน้ำทะเลพร้อมกับมีเส้นสีขาวพาดตรงกลางเป็นงานออกแบบจาก Studio Pieter Stockmans ในประเทศเบลเยี่ยมบ่งบอกถึงแสงอาทิตย์ที่ตกกระทบกับผืนน้ำแห่งท้องทะเล Mediterranean แน่นอนว่าเราขอแนะนำให้เลือกจองโต๊ะริมหน้าต่างเพื่อซึมซับบรรยากาศที่ดีที่สุด

🎗 [THE CHEF, Mauro Colagreco] Mauro Colagreco เกิดเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 1976 ในเมือง La Plata ประเทศอาร์เจนตินาโดยมีเชื้อสายเป็นลูกครึ่งอิตาเลียน-อาร์เจนตินา เมื่ออายุถึงเกณฑ์เขาตัดสินใจเข้าศึกษาต่อที่ Gato Dumas Hotel School ณ กรุง Buenos Aires ทั้งยังเคยร่วมงานกับเชฟและห้องอาหารท้องถิ่นชื่อดังมากมายอย่างเช่น Catalinas, Rey Castro, Mariani และ Azul Profundo ก่อนที่จะเข้ารับการศึกษาต่อที่ National University of La Plata's School of Economic Sciences อย่างไรก็ตามด้วยความตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะเดินทางสายอาชีฟเชฟ Mauro Colagreco ในวัย 25 ปีตัดสินใจลาออกและเดินทางไปยังประเทศฝรั่งเศสเพื่อรับตำแหน่ง Demi-chef de Partie กับห้องอาหารชั้นนำในแคว้น Burgundy อย่าง La Côte d'Or (3 MICHELIN Stars ในขณะนั้น) จนเกิดเหตุการณ์อันน่าเศร้าของเชฟ Bernard Loiseau อย่างที่เราเคยเขียนบทความเอาไว้ก่อนหน้านี้ จากนั้นเขาเดินทางไปยังกรุง Paris เพื่อรับตำแหน่ง Sous-chef ที่ห้องอาหาร Arpège (3 MICHELIN Stars) และตำแหน่ง Demi-chef de Partie ที่ห้องอาหาร Alain Ducasse au Plaza Athénée (3 MICHELIN Stars - ปิดทำการไปแล้ว) และสุดท้ายคือการร่วมงานกับห้องอาหารที่เก่าแก่ที่สุดของเมืองอายุกว่า 300 ปีอย่าง Le Grand Véfour (3 MICHELIN Stars ในขณะนั้น) อยู่ราว 1 ปีก่อนที่จะมองหาเส้นทางการเปิดร้านอาหารเป็นของตัวเองในที่สุด เชฟ Mauro Colagreco ตัดสินใจเลือกใช้อาคารเก่าในเมือง Menton เพื่อพัฒนาเป็นห้องอาหาร Mirazur โดยเปิดทำการเป็นครั้งแรกในปี 2006 ตัวร้านได้รับรางวัล Revelation of the Year จาก Gault et Millau ภายในระยะเวลาเพียง 6 เดือนต่อด้วยรางวัล 🌟 1 MICHELIN Star และ Chef of The Year จาก Gault et Millau ในปี 2009 สร้างประวัติศาสตร์เป็นเชฟชาวต่างชาติคนแรกที่สามารถคว้ารางวัลอันทรงเกียรตินี้จาก Gault et Millau มาครอง กาลเวลาล่วงเลยมาจนกระทั่งเดือนกุมภาพันธ์ปี 2012 ตัวร้านถูกปรับให้เป็นห้องอาหาร 🌟🌟 2 MICHELIN Stars และได้รับการยกระดับสู่การเป็นห้องอาหารระดับ 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars ในเดือนมกราคมปี 2019 ปัจจุบันเชฟ Mauro Colagreco ได้เปิดห้องอาหารของตัวเองอีกตามเมืองท่องเที่ยวต่าง ๆ ทั่วโลกแต่หากนับเฉพาะร้านระดับ MICHELIN Star แล้ว มีอยู่ 3 แห่งคือ Côte by Mauro Colagreco (🌟 1 MICHELIN Star), the K by mauro colagreco (🌟 1 MICHELIN Star) และ Ceto (🌟 1 MICHELIN Star) นั่นเอง

🎗 [THE CHEF, Davide Garavaglia] ถึงแม้ว่าเชฟ Davide Garavaglia จะเกิดในภูมิภาค Liguria แต่เขากลับใช้ชีวิตส่วนใหญ่ในวัยเด็กในแถบชานเมือง Milan ในภูมิภาค Lombardy หลังจากสั่งสมประสบการณ์กับห้องอาหาร D’O (2 MICHELIN Stars) ของเชฟ Davide Oldani ต่อด้วยห้องอาหาร Sketch (2 MICHELIN Stars ในขณะนั้น) ของเชฟ Pierre Gagnaire เขาจึงตัดสินใจเดินทางไปร่วมงานกับห้องอาหาร Mirazur (3 MICHELIN Stars) ในปี 2015 และซึมซับปรัชญาการจัดเตรียมอาหารของเชฟ Mauro Colagreco อยู่นานเกือบ 7 ปีจนได้รับความไว้วางใจให้เดินทางมาควบควบคุมห้องอาหาร Côte by Mauro Colagreco ตั้งแต่ปี 2022 ที่ผ่านมาจนคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้ในคู่มือปี 2022 พ่วงด้วยรางวัล MICHELIN Young Chef Award Presented by Blancpain ในคู่มือปี 2023 อีกด้วย

🎗 [THE FOOD] เชฟ Davide Garavaglia นำเสนออาหารฝรั่งเศสออกมาในรูปแบบร่วมสมัยโดยอาศัยวัตถุดิบชั้นเลิศจากหลากหลายแหล่งทั่วโลก ลูกค้าสามารถเลือกชิมเซ็ตเมนูสุดคุ้มค่า Escapade Lunch (4 Courses/1800++, 4 Courses with Cheese Platter/2,100++) นำเสนอมาเฉพาะช่วงกลางวันของวันพุธ-ศุกร์ ถัดมาคือเซ็ตเมนูชุดใหญ่ 3 รูปแบบคือ Côte Inspiration (5 Courses/4,100++) , Côte Experience (7 Courses/5,800++) และ Carte Blanche (9 Courses/6,500++) โดยเชฟ Davide Garavaglia จะเป็นผู้เลือกเมนูให้กับเราด้วยตัวเองตามความเหมาะสม ทีม Sommelier คัดเลือกรายการไวน์มาจากหลากหลายแหล่งทั่วโลกนำเสนอมาในราคาที่เหมาะสมกับระดับของตัวร้าน ส่วนอาหารจานที่เตรียมออกมาได้อย่างโดดเด่นคือ

✨ Langoustine / Yellow Wine / Morels Mushrooms / White Asparagus

กุ้ง Langoustine ที่ผ่านการคัดขนาดและคุณภาพมาอย่างดีเสิร์ฟมาแบบกึ่งสุกกึ่งดิบสังเกตได้จากเนื้อด้านนอกที่มีความกรอบแต่เรนื้อตรงกลางยังคงฉ่ำหวานเข้ากันกับความเค็มและกลิ่นอายของมหาสมุทรจาก Oscietra Caviar ชั้นดี เชฟเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสด้วยการใส่ White Asparagus หรือหน่อไม้ฝรั่งขาวที่กำลัง In Season ในทวีปยุโรปเสิร์ฟมาแบบฝานบางเคี้ยวกรอบ นอกจากนี้ยังมี Langoustine Mousse ที่เชฟขึ้นเป็นรูป White Asparagus ให้เนื้อสัมผัสที่เนียนละมุน ยังมีองค์ประกอบของเห็ด Morels เคี้ยวหนึบ ซอสตรงกลางเตรียมมาจาก Vin Jaune หรือ Yellow Wine จากภูมิภาค Jura ในประเทศฝรั่งเศสนั่นเอง (18/20)

✨ “Wild Sakura” Trout / “Rainbow” Swiss Chard / Coconut Milk / Wasabi

ปลา Sakura Touut นำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่น เชฟเตรียมมาอย่างดีให้เนื้อสัมผัสที่ละมุนจนแทบจะละลายในปากแต่กลับไร้ซึ่งไขมันที่จะก่อให้เกิดความเลี่ยน ข้างกันคือไข่ปลาเทร้าต์คุณภาพสูงเคี้ยวกรอบแต่ไม่มีกลิ่นคาวจับคู่กับผัก Swiss Chard หลากสีจากจังหวัดเชียงใหม่ องค์ประกอบของ Yuzu Gel และ Lime Gel ช่วยเติมแต่งรสชาติเปรี้ยวมาตัดความมันของเนื้อปลา จากนั้นพนักงานจะเทราดซอสอุ่น ๆ ที่เตรียมขึ้นมาจากกะทิพร้อมกับอโรมาเฉพาะตัวของน้ำมันผักชีลาวลงไปในจานเป็นอันพร้อมชิม (18/20)

✨ Squid / “Bagna Cauda” Sauce / Artichokes

ปลาหมึกกล้วยที่เชฟฝานเป็นเส้นบาง ๆ ก่อนจะนำมาพันม้วนเป็นชั้น ๆ แลดูคล้ายหัวหอมทั้งยังให้เนื้อสัมผัสที่นุ่มหนึบและซับซ้อนชนิดหาใครเทียบเคียงได้ยาก อีกหนึ่งองค์ประกอบคือแก่นตะวันที่เตรียมมาในบักษณะของ Chip กรอบ ๆ และ Purée ให้รสชาติที่หวานละมุน สุดท้ายคือ Bagna Càuda Sauce ที่มีต้นกำเนิดมาจากแคว้น Piedmont ในประเทศอิตาลีช่วงศตวรรษที่ 16 โดยในที่นี้มีส่วนผสมหลักมาจากกระเทียมและ Anchovy นั่นเอง (18/20)

✨ Pigeon / Date / Kumquat / Cauliflower

อาหารจานหลักในวันนี้คือนกพิราบจากเมือง Breese เสิร์ฟมาที่ความสุกแบบ Rare ทั้งส่วนอกและขาให้เนื้อสัมผัสที่นุ่มแต่ยังคงความสู้ฟันได้อย่างพอเหมาะ ข้าง ๆ กันคือ Purée ที่เตรียมมาจากกะหล่ำดอกและองค์ประกอบของเกาลัดให้รสชาติหวานนิด ๆ นอกจากนี้ยังมีพุทราเคี้ยวหนึบ ด้านในสอดไส้เครื่องในนกพิราบให้ทั้งความหวานและความครีมมี่ของเครื่องในบาลานซ์กันกับความหนึบและขมของผิวซิตรัส Kumquat ได้อย่างลงตัว จากนั้นพนักงานจะเทราด Champagne Velouté Sauce ลงไปช่วยเชื่อมรสชาติของทุกองค์ประกอบเข้าด้วยกัน (18/20)

🎗 [WHY GO] หลังจบมื้ออาหารเราสามารถยกให้ Côte by Mauro Colagreco เป็นหนึ่งในห้องอาหารระดับสูงที่สมบูรณ์แบบที่สุดในประเทศไทย ด้วยบรรยากาศยามพระอาทิตย์ตกดินริมแม่น้ำเจ้าพระยาเคล้ากันไปกับอาหารที่เต็มไปด้วยเทคนิคอันซับซ้อนแต่ไม่ละทิ้งซึ่งรสชาติที่ดีและเข้าถึงได้ง่ายจากลูกค้าทุกกลุ่ม ราคาอาหารถือว่าคุ้มค่าเมื่อเทียบกับคุณภาพวัตถุดิบ ผู้จัดการคือคุณ Thibaud Charlemarty มีพื้นเพเป็นคนแถบ Bordeaux มีประวัติร่วมงานกับห้องอาหารชั้นนำมาแล้วมากมายจนสามารถให้บริการและสร้างทีมจัดเสิร์ฟอาหารได้อย่างไร้ข้อผิดพลาด จากทั้งหมดที่กล่าวมาเราคงไม่แปลกใจหากตัวร้านสามารถคว้าดาวดวงที่สองมาครองได้ในสักวันหนึ่ง

ภาพของร้านอาหาร

ทั้งหมด 46 รูป

🇹🇭 Côte by Mauro Colagreco - โค้ท บาย เมาโร โคลาเกรคโค 🌟 1 MICHELIN Star - 1 ดาวมิชลิน 🍴 French Contemporary - อาหารฝรั่งเศสร่วมสมัย 👨🏻‍🍳 Chef Davide Garavaglia - เชฟดาวิเด การาวาเกลีย
รูปที่ 1
🇹🇭 Côte by Mauro Colagreco - โค้ท บาย เมาโร โคลาเกรคโค 🌟 1 MICHELIN Star - 1 ดาวมิชลิน 🍴 French Contemporary - อาหารฝรั่งเศสร่วมสมัย 👨🏻‍🍳 Chef Davide Garavaglia - เชฟดาวิเด การาวาเกลีย
Potato Tart / Grilled Cuttlefish เริ่มต้น Amuse-bouche ด้วยทาร์ตมันฝรั่งที่บรรจุ Emulsion ของ Bay Leaf หอม ๆ เพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสด้วยการใส่องค์ประกอบของหมึกกระดองย่างนุ่มหนึบลงไป (18/20) Lardo Butter / Amaranth & Poppy Seed Cracker ชิ้นข้างกันคือแครกเกอร์กรอบที่เตรียมมาจาก Amaranth และเมล็ด Poppy Seed ตรงกลางคือเนยที่เตรียมมาจาก Lardo หรือไขมันหมูนั่นเอง (18/20)
รูปที่ 2
Potato Tart / Grilled Cuttlefish เริ่มต้น Amuse-bouche ด้วยทาร์ตมันฝรั่งที่บรรจุ Emulsion ของ Bay Leaf หอม ๆ เพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสด้วยการใส่องค์ประกอบของหมึกกระดองย่างนุ่มหนึบลงไป (18/20) Lardo Butter / Amaranth & Poppy Seed Cracker ชิ้นข้างกันคือแครกเกอร์กรอบที่เตรียมมาจาก Amaranth และเมล็ด Poppy Seed ตรงกลางคือเนยที่เตรียมมาจาก Lardo หรือไขมันหมูนั่นเอง (18/20)
Cod Fish in Different Textures / Kaviari Oscietra Caviar / Chive Emulsion / Sorrel & Chervil ปลาค็อดเตรียมมาในบักษณะของโดนัทกรอบ ๆ มีรูตรงกลาง คั่นด้วยเลเยอร์ของปลาค็อดหมัก ด้านบนท็อปด้วย Oscietra Caviar คุณภาพสูงแบรนด์ Kaviari มาแบบล้น ๆ (18/20)
รูปที่ 3
Cod Fish in Different Textures / Kaviari Oscietra Caviar / Chive Emulsion / Sorrel & Chervil ปลาค็อดเตรียมมาในบักษณะของโดนัทกรอบ ๆ มีรูตรงกลาง คั่นด้วยเลเยอร์ของปลาค็อดหมัก ด้านบนท็อปด้วย Oscietra Caviar คุณภาพสูงแบรนด์ Kaviari มาแบบล้น ๆ (18/20)
Beetroot Macaron / Goat Cheese / Aged Balsamico / Apple มาการองกรอบที่ได้สีแดงสดใสมาจากบีทรูท ตรงกลางมีความมันที่ได้จากชีสนมแพะและความกรอบของชิ้นแอปเปิ้ลเขียวฝานมาบาง ๆ ช่วยเติมแต่งเนื้อสัมผัสให้ครบถ้วนสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น (18/20)
รูปที่ 4
Beetroot Macaron / Goat Cheese / Aged Balsamico / Apple มาการองกรอบที่ได้สีแดงสดใสมาจากบีทรูท ตรงกลางมีความมันที่ได้จากชีสนมแพะและความกรอบของชิ้นแอปเปิ้ลเขียวฝานมาบาง ๆ ช่วยเติมแต่งเนื้อสัมผัสให้ครบถ้วนสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น (18/20)
Ice Fish / Onion / Cheese Cream Amuse-bouche อย่างสุดท้ายเชฟได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Pissaladière หรือขนมปัง Flatbread ที่นิยมรับประทานกันในภูมิภาค Liguria โดยเชฟนำเสนอมาเป็นทาร์ตขนาดพอดีคำ ตรงกลางบรรจุปลาตัวเล็ก ๆ เชื่อมด้วยความหอมมันของครีมที่เตรียมมาจาก Parmesan ผสมกับความหวานของหัวหอมใหญ่ ส่วนด้านบนเป็นเนื้อสัมผัสของปลากรอบอีกทีหนึ่ง (18/20)
รูปที่ 5
Ice Fish / Onion / Cheese Cream Amuse-bouche อย่างสุดท้ายเชฟได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Pissaladière หรือขนมปัง Flatbread ที่นิยมรับประทานกันในภูมิภาค Liguria โดยเชฟนำเสนอมาเป็นทาร์ตขนาดพอดีคำ ตรงกลางบรรจุปลาตัวเล็ก ๆ เชื่อมด้วยความหอมมันของครีมที่เตรียมมาจาก Parmesan ผสมกับความหวานของหัวหอมใหญ่ ส่วนด้านบนเป็นเนื้อสัมผัสของปลากรอบอีกทีหนึ่ง (18/20)
Pain de Partage ในทุกมื้อกลางวันของวันอาทิตย์ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ครอบครัวอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา Nonna Amalia หรือคุณยายของเชฟที่อาศัยอยู่ในประเทศอาร์เจนตินาจะนำขนมปังมาวางไว้กลางโต๊ะคู่กันกับน้ำมันมะกอกเพื่อเรียกความสนใจจากเด็ก ๆ ที่จะวิ่งมาแย่งกันชิม ขนมปังนี้มีชื่อว่า Pain de Partage เชฟเตรียมมาในทรงสวยงามสมมาตรกันทั้งยังให้ระดับความกรอบที่ผิวนอกพอเหมาะในขณะที่ตรงกลางมีความนุ่ม ปัจจุบัน Pain de Partage กลายมาเป็นเอกลักษณ์ของห้องอาหารที่ควบคุมโดยเชฟ Mauro Colagreco นั่นเอง เชฟยังเสิร์ฟมาคู่กับน้ำมันมะกอกคุณภาพสูงจาก Huilerie St Michel ผู้ผลิตท้องถิ่นในเมือง Menton ไม่ไกลกันจากห้องอาหาร Mirazur โดยน้ำมันมะกอกจะ Infused อโรมาของอโรมาและขิงลงไปด้วย ข้างกันคือบทกลอน Ode to Bread ประพันธ์โดยกวีชื่อดังชาวชิลี Pablo Neruda ใจความว่า Bread, you rise from flour, water and fire. Dense or light, flattened or round, you duplicate the mother’s rounded womb, How simple you are, bread, and how profound! You are mankind’s energy, a miracle often admired, the will to live itself
รูปที่ 6
Pain de Partage ในทุกมื้อกลางวันของวันอาทิตย์ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ครอบครัวอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา Nonna Amalia หรือคุณยายของเชฟที่อาศัยอยู่ในประเทศอาร์เจนตินาจะนำขนมปังมาวางไว้กลางโต๊ะคู่กันกับน้ำมันมะกอกเพื่อเรียกความสนใจจากเด็ก ๆ ที่จะวิ่งมาแย่งกันชิม ขนมปังนี้มีชื่อว่า Pain de Partage เชฟเตรียมมาในทรงสวยงามสมมาตรกันทั้งยังให้ระดับความกรอบที่ผิวนอกพอเหมาะในขณะที่ตรงกลางมีความนุ่ม ปัจจุบัน Pain de Partage กลายมาเป็นเอกลักษณ์ของห้องอาหารที่ควบคุมโดยเชฟ Mauro Colagreco นั่นเอง เชฟยังเสิร์ฟมาคู่กับน้ำมันมะกอกคุณภาพสูงจาก Huilerie St Michel ผู้ผลิตท้องถิ่นในเมือง Menton ไม่ไกลกันจากห้องอาหาร Mirazur โดยน้ำมันมะกอกจะ Infused อโรมาของอโรมาและขิงลงไปด้วย ข้างกันคือบทกลอน Ode to Bread ประพันธ์โดยกวีชื่อดังชาวชิลี Pablo Neruda ใจความว่า Bread, you rise from flour, water and fire. Dense or light, flattened or round, you duplicate the mother’s rounded womb, How simple you are, bread, and how profound! You are mankind’s energy, a miracle often admired, the will to live itself
Brittany Brown Crab / Caviar / Pineapple Emulsion ปู Brown Crab นำเข้าจากแคว้น Brittany ประเทศฝรั่งเศสให้ความหอมสดชื่นจับคู่กับ Celeriac ที่หั่นแบบ Julienne มาเพื่อให้เกิดความกรอบ เลเยอร์ตรงกลางคือ Kristal Caviar เสริมกลิ่นอายของมหาสมุทรให้แทรกอยู่ในทุกคำที่เราสัมผัส องค์ประกอบด้านบนคือ Emulsion ที่เตรียมมาจากสับปะรดให้รสเปรี้ยวเล็กน้อยมาช่วยสร้างมิติทางรสชาติที่ตรงกับความหวานของเนื้อปูได้อย่างไร้ที่ติ (18/20)
รูปที่ 7
Brittany Brown Crab / Caviar / Pineapple Emulsion ปู Brown Crab นำเข้าจากแคว้น Brittany ประเทศฝรั่งเศสให้ความหอมสดชื่นจับคู่กับ Celeriac ที่หั่นแบบ Julienne มาเพื่อให้เกิดความกรอบ เลเยอร์ตรงกลางคือ Kristal Caviar เสริมกลิ่นอายของมหาสมุทรให้แทรกอยู่ในทุกคำที่เราสัมผัส องค์ประกอบด้านบนคือ Emulsion ที่เตรียมมาจากสับปะรดให้รสเปรี้ยวเล็กน้อยมาช่วยสร้างมิติทางรสชาติที่ตรงกับความหวานของเนื้อปูได้อย่างไร้ที่ติ (18/20)
Hamachi “Tartare” / Caviar / Raw Red Papaya ปลา Hamachi นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น เชฟสับมาจนเกือบละเอียดในลักษณะของ Tartare ให้ความหอมมันของเนื้อปลาชั้นดีตัดกันกับเนื้อสัมผัสของมะละกอดิบฝานบางให้ความกรอบแต่ไร้ซึ่งความกระด้าง ตรงกลางคือ Caviar ชั้นดีเติมแต่งกลิ่นของจานนี้ให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น (17/20)
รูปที่ 8
Hamachi “Tartare” / Caviar / Raw Red Papaya ปลา Hamachi นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น เชฟสับมาจนเกือบละเอียดในลักษณะของ Tartare ให้ความหอมมันของเนื้อปลาชั้นดีตัดกันกับเนื้อสัมผัสของมะละกอดิบฝานบางให้ความกรอบแต่ไร้ซึ่งความกระด้าง ตรงกลางคือ Caviar ชั้นดีเติมแต่งกลิ่นของจานนี้ให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น (17/20)
Scallop / Lemon Mousseline / Broccolini Stew หอยเชลล์ยักษ์ซึ่งเป็นวัตถุดิบขึ้นชื่อจากแคว้น Brittany ประเทศฝรั่งเศส เชฟนำไปจี่จนได้เนื้อสัมผัสที่นุ่มแต่ยังมีความสู้ฟันไม่ถึงกับละลายในปากเข้ากันดีกับความกรอบของ Broccolini Stew และความกรอบโดยไร้ซึ่งความขมของ Brussels Sprout นอกจากนี้ในด้านของรสชาติจะมีความเปรี้ยวและสดชื่นของ Lemon Mousseline เสริมด้วยอโรมาของผงสีแดงทร่เตรียมมาจาก Osmanthus หรือดอกหอมหมื่นลี้โรยอยู่ทั่ว ๆ จาน (16/20)
รูปที่ 9
Scallop / Lemon Mousseline / Broccolini Stew หอยเชลล์ยักษ์ซึ่งเป็นวัตถุดิบขึ้นชื่อจากแคว้น Brittany ประเทศฝรั่งเศส เชฟนำไปจี่จนได้เนื้อสัมผัสที่นุ่มแต่ยังมีความสู้ฟันไม่ถึงกับละลายในปากเข้ากันดีกับความกรอบของ Broccolini Stew และความกรอบโดยไร้ซึ่งความขมของ Brussels Sprout นอกจากนี้ในด้านของรสชาติจะมีความเปรี้ยวและสดชื่นของ Lemon Mousseline เสริมด้วยอโรมาของผงสีแดงทร่เตรียมมาจาก Osmanthus หรือดอกหอมหมื่นลี้โรยอยู่ทั่ว ๆ จาน (16/20)
Langoustine / Yellow Wine / Morels Mushrooms / White Asparagus กุ้ง Langoustine ที่ผ่านการคัดขนาดและคุณภาพมาอย่างดีเสิร์ฟมาแบบกึ่งสุกกึ่งดิบสังเกตได้จากเนื้อด้านนอกที่มีความกรอบแต่เรนื้อตรงกลางยังคงฉ่ำหวานเข้ากันกับความเค็มและกลิ่นอายของมหาสมุทรจาก Oscietra Caviar ชั้นดี เชฟเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสด้วยการใส่ White Asparagus หรือหน่อไม้ฝรั่งขาวที่กำลัง In Season ในทวีปยุโรปเสิร์ฟมาแบบฝานบางเคี้ยวกรอบ นอกจากนี้ยังมี Langoustine Mousse ที่เชฟขึ้นเป็นรูป White Asparagus ให้เนื้อสัมผัสที่เนียนละมุน ยังมีองค์ประกอบของเห็ด Morels เคี้ยวหนึบ ซอสตรงกลางเตรียมมาจาก Vin Jaune หรือ Yellow Wine จากภูมิภาค Jura ในประเทศฝรั่งเศสนั่นเอง (18/20)
รูปที่ 10
Langoustine / Yellow Wine / Morels Mushrooms / White Asparagus กุ้ง Langoustine ที่ผ่านการคัดขนาดและคุณภาพมาอย่างดีเสิร์ฟมาแบบกึ่งสุกกึ่งดิบสังเกตได้จากเนื้อด้านนอกที่มีความกรอบแต่เรนื้อตรงกลางยังคงฉ่ำหวานเข้ากันกับความเค็มและกลิ่นอายของมหาสมุทรจาก Oscietra Caviar ชั้นดี เชฟเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสด้วยการใส่ White Asparagus หรือหน่อไม้ฝรั่งขาวที่กำลัง In Season ในทวีปยุโรปเสิร์ฟมาแบบฝานบางเคี้ยวกรอบ นอกจากนี้ยังมี Langoustine Mousse ที่เชฟขึ้นเป็นรูป White Asparagus ให้เนื้อสัมผัสที่เนียนละมุน ยังมีองค์ประกอบของเห็ด Morels เคี้ยวหนึบ ซอสตรงกลางเตรียมมาจาก Vin Jaune หรือ Yellow Wine จากภูมิภาค Jura ในประเทศฝรั่งเศสนั่นเอง (18/20)
“Wild Sakura” Trout / “Rainbow” Swiss Chard / Coconut Milk / Wasabi ปลา Sakura Touut นำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่น เชฟเตรียมมาอย่างดีให้เนื้อสัมผัสที่ละมุนจนแทบจะละลายในปากแต่กลับไร้ซึ่งไขมันที่จะก่อให้เกิดความเลี่ยน ข้างกันคือไข่ปลาเทร้าต์คุณภาพสูงเคี้ยวกรอบแต่ไม่มีกลิ่นคาวจับคู่กับผัก Swiss Chard หลากสีจากจังหวัดเชียงใหม่ องค์ประกอบของ Yuzu Gel และ Lime Gel ช่วยเติมแต่งรสชาติเปรี้ยวมาตัดความมันของเนื้อปลา (18/20)
รูปที่ 11
“Wild Sakura” Trout / “Rainbow” Swiss Chard / Coconut Milk / Wasabi ปลา Sakura Touut นำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่น เชฟเตรียมมาอย่างดีให้เนื้อสัมผัสที่ละมุนจนแทบจะละลายในปากแต่กลับไร้ซึ่งไขมันที่จะก่อให้เกิดความเลี่ยน ข้างกันคือไข่ปลาเทร้าต์คุณภาพสูงเคี้ยวกรอบแต่ไม่มีกลิ่นคาวจับคู่กับผัก Swiss Chard หลากสีจากจังหวัดเชียงใหม่ องค์ประกอบของ Yuzu Gel และ Lime Gel ช่วยเติมแต่งรสชาติเปรี้ยวมาตัดความมันของเนื้อปลา (18/20)
“Wild Sakura” Trout / “Rainbow” Swiss Chard / Coconut Milk / Wasabi จากนั้นพนักงานจะเทราดซอสอุ่น ๆ ที่เตรียมขึ้นมาจากกะทิพร้อมกบอโรมาเฉพาะตัวของน้ำมันผักชีลาวลงไปในจานเป็นอันพร้อมชิม (18/20)
รูปที่ 12
“Wild Sakura” Trout / “Rainbow” Swiss Chard / Coconut Milk / Wasabi จากนั้นพนักงานจะเทราดซอสอุ่น ๆ ที่เตรียมขึ้นมาจากกะทิพร้อมกบอโรมาเฉพาะตัวของน้ำมันผักชีลาวลงไปในจานเป็นอันพร้อมชิม (18/20)
Bread จากนั้นพนักงานนะนำเสิร์ฟขนมปังอีก 3 ชนิด
รูปที่ 13
Bread จากนั้นพนักงานนะนำเสิร์ฟขนมปังอีก 3 ชนิด
Green Asparagus / Lardo / Parmesan Green Asparagus หรือหน่อไม้ฝรั่งเขียวที่กำลัง In Season ในประเทศฝรั่งเศส เชฟคัดขนาดมาอย่างดีจับคู่กับ Lardo หรือไขมันหมูช่วยเพิ่มความมันและเค็ม นอกจากนี้ยังมีความหอมของ Parmesan Cheese นำเสนอมาในรูปแบบของทั้ง Mousse และ Chip ข้างกันคือ Yuzu Gel รสเปรี้ยวช่วยเติมแต่งรสชาติให้กลมกล่อมมากยิ่งขึ้น (15/20)
รูปที่ 14
Green Asparagus / Lardo / Parmesan Green Asparagus หรือหน่อไม้ฝรั่งเขียวที่กำลัง In Season ในประเทศฝรั่งเศส เชฟคัดขนาดมาอย่างดีจับคู่กับ Lardo หรือไขมันหมูช่วยเพิ่มความมันและเค็ม นอกจากนี้ยังมีความหอมของ Parmesan Cheese นำเสนอมาในรูปแบบของทั้ง Mousse และ Chip ข้างกันคือ Yuzu Gel รสเปรี้ยวช่วยเติมแต่งรสชาติให้กลมกล่อมมากยิ่งขึ้น (15/20)
Squid / “Bagna Cauda” Sauce / Artichokes ปลาหมึกกล้วยที่เชฟฝานเป็นเส้นบาง ๆ ก่อนจะนำมาพันม้วนเป็นชั้น ๆ แลดูคล้ายหัวหอมทั้งยังให้เนื้อสัมผัสที่นุ่มหนึบและซับซ้อนชนิดหาใครเทียบเคียงได้ยาก อีกหนึ่งองค์ประกอบคือแก่นตะวันที่เตรียมมาในบักษณะของ Chip กรอบ ๆ และ Purée ให้รสชาติที่หวานละมุน สุดท้ายคือ Bagna Càuda Sauce ที่มีต้นกำเนิดมาจากแคว้น Piedmont ในประเทศอิตาลีช่วงศตวรรษที่ 16 โดยในที่นี้มีส่วนผสมหลักมาจากกระเทียมและ Anchovy นั่นเอง (18/20)
รูปที่ 15
Squid / “Bagna Cauda” Sauce / Artichokes ปลาหมึกกล้วยที่เชฟฝานเป็นเส้นบาง ๆ ก่อนจะนำมาพันม้วนเป็นชั้น ๆ แลดูคล้ายหัวหอมทั้งยังให้เนื้อสัมผัสที่นุ่มหนึบและซับซ้อนชนิดหาใครเทียบเคียงได้ยาก อีกหนึ่งองค์ประกอบคือแก่นตะวันที่เตรียมมาในบักษณะของ Chip กรอบ ๆ และ Purée ให้รสชาติที่หวานละมุน สุดท้ายคือ Bagna Càuda Sauce ที่มีต้นกำเนิดมาจากแคว้น Piedmont ในประเทศอิตาลีช่วงศตวรรษที่ 16 โดยในที่นี้มีส่วนผสมหลักมาจากกระเทียมและ Anchovy นั่นเอง (18/20)
BBQ Oyster / Chili & Garlic / Kaffir Lime หอยนางรม Ostra Regal เบอร์ 2 ย่างแล้วเสิร์ฟมาแบบอุ่นจับคู่กับ Purée ที่เตรียมมาจากกระเทียม ด้านบนคือเห็ดนางรมนุ่มหนึบตัดกันกับความครีมมี่ของหอยนางรมได้เป็นอย่างดี สุดท้ายเชฟจะราด Pil Pil Sauce ที่เตรียมมาจากกระเทียมเสริมด้วยพริกรวมไปถึงใบมะกรูดซอยลงไปที่ด้านบน (15/20)
รูปที่ 16
BBQ Oyster / Chili & Garlic / Kaffir Lime หอยนางรม Ostra Regal เบอร์ 2 ย่างแล้วเสิร์ฟมาแบบอุ่นจับคู่กับ Purée ที่เตรียมมาจากกระเทียม ด้านบนคือเห็ดนางรมนุ่มหนึบตัดกันกับความครีมมี่ของหอยนางรมได้เป็นอย่างดี สุดท้ายเชฟจะราด Pil Pil Sauce ที่เตรียมมาจากกระเทียมเสริมด้วยพริกรวมไปถึงใบมะกรูดซอยลงไปที่ด้านบน (15/20)
Pigeon / Date / Kumquat / Cauliflower อาหารจานหลักในวันนี้คือนกพิราบจากเมือง Breese เสิร์ฟมาที่ความสุกแบบ Rare ทั้งส่วนอกและขาให้เนื้อสัมผัสที่นุ่มแต่ยังคงความสู้ฟันได้อย่างพอเหมาะ ข้าง ๆ กันคือ Purée ที่เตรียมมาจากกะหล่ำดอกและองค์ประกอบของเกาลัดให้รสชาติหวานนิด ๆ นอกจากนี้ยังมีพุทราเคี้ยวหนึบ ด้านในสอดไส้เครื่องในนกพิราบให้ทั้งความหวานและความครีมมี่ของเครื่องในบาลานซ์กันกับความหนึบและขมของผิวซิตรัส Kumquat ได้อย่างลงตัว จากนั้นพนักงานจะเทราด Champagne Velouté Sauce ลงไปช่วยเชื่อมรสชาติของทุกองค์ประกอบเข้าด้วยกัน (18/20)
รูปที่ 17
Pigeon / Date / Kumquat / Cauliflower อาหารจานหลักในวันนี้คือนกพิราบจากเมือง Breese เสิร์ฟมาที่ความสุกแบบ Rare ทั้งส่วนอกและขาให้เนื้อสัมผัสที่นุ่มแต่ยังคงความสู้ฟันได้อย่างพอเหมาะ ข้าง ๆ กันคือ Purée ที่เตรียมมาจากกะหล่ำดอกและองค์ประกอบของเกาลัดให้รสชาติหวานนิด ๆ นอกจากนี้ยังมีพุทราเคี้ยวหนึบ ด้านในสอดไส้เครื่องในนกพิราบให้ทั้งความหวานและความครีมมี่ของเครื่องในบาลานซ์กันกับความหนึบและขมของผิวซิตรัส Kumquat ได้อย่างลงตัว จากนั้นพนักงานจะเทราด Champagne Velouté Sauce ลงไปช่วยเชื่อมรสชาติของทุกองค์ประกอบเข้าด้วยกัน (18/20)
Lamb Saddle / Varieties of Green Peas & Beans / Wild Garlic Leaf ซี่โครงแกะนำเข้าจากประเทศนิวซีแลนด์ย่างและเสิร์ฟมาที่ความสุกระดับ Medium Rare ด้านล่างคือองค์ประกอบของ Broadbean Stew จับคู่กับผัก Swiss Chard และใบกระเทียมป่ากรอบ ๆ ข้างกันคือผงมะกอกดำหอม ๆ จากนั้นเชฟจะเทราด Lamb Jus ลงไปในจานช่วยเพิ่มรสชาติให้กับจานนี้นั่นเอง (16/20)
รูปที่ 18
Lamb Saddle / Varieties of Green Peas & Beans / Wild Garlic Leaf ซี่โครงแกะนำเข้าจากประเทศนิวซีแลนด์ย่างและเสิร์ฟมาที่ความสุกระดับ Medium Rare ด้านล่างคือองค์ประกอบของ Broadbean Stew จับคู่กับผัก Swiss Chard และใบกระเทียมป่ากรอบ ๆ ข้างกันคือผงมะกอกดำหอม ๆ จากนั้นเชฟจะเทราด Lamb Jus ลงไปในจานช่วยเพิ่มรสชาติให้กับจานนี้นั่นเอง (16/20)
Guava / Guava Granité / Apple-Ginger Sorbet ล้างปากด้วยคอร์สที่เชฟ Mauro Colagreco ได้รับแรงบันดาลใจจากฝรั่งจิ้มพริกเกลือในตลาดอัมพวาก่อนจะนำเสนอมาเป็นกรานิต้าฝรั่งสีชมพูตัดรสชาติกันกับซอร์เบท์แอปเปิ้ลเขียว ด้านล่างรองด้วยองค์ประกอบของซิตรัส Yuzu หอม ๆ เสริมด้วยความเผ็ดที่ลงตัวของผงพริกและเกลือ (17/20)
รูปที่ 19
Guava / Guava Granité / Apple-Ginger Sorbet ล้างปากด้วยคอร์สที่เชฟ Mauro Colagreco ได้รับแรงบันดาลใจจากฝรั่งจิ้มพริกเกลือในตลาดอัมพวาก่อนจะนำเสนอมาเป็นกรานิต้าฝรั่งสีชมพูตัดรสชาติกันกับซอร์เบท์แอปเปิ้ลเขียว ด้านล่างรองด้วยองค์ประกอบของซิตรัส Yuzu หอม ๆ เสริมด้วยความเผ็ดที่ลงตัวของผงพริกและเกลือ (17/20)
Yogurt Mousse / Strawberry / Rhubarb / Lovage / Strawberry & Rhubarb Sorbet / Yogurt Foam ไอศกรีมรูบาร์บและสตรอว์เบอร์ร่่จับคู่กันกับองค์ประกอบของผลสตรอว์เบอร์รี่ เชฟตัดรสชาติด้วยความเปรี้ยวนิด ๆ ของมูสและโฟมโยเกิร์ต ด้านบนคือแผ่น Tuile กรอบ ๆ ที่เตรียมมาจากโยเกิร์ตเช่นกัน (17/20)
รูปที่ 20
Yogurt Mousse / Strawberry / Rhubarb / Lovage / Strawberry & Rhubarb Sorbet / Yogurt Foam ไอศกรีมรูบาร์บและสตรอว์เบอร์ร่่จับคู่กันกับองค์ประกอบของผลสตรอว์เบอร์รี่ เชฟตัดรสชาติด้วยความเปรี้ยวนิด ๆ ของมูสและโฟมโยเกิร์ต ด้านบนคือแผ่น Tuile กรอบ ๆ ที่เตรียมมาจากโยเกิร์ตเช่นกัน (17/20)
Coconut / Black Sesame / Curry Mascarpone ของหวานจานหลักในเซ็ตเมนู 9 คอร์สคือไอศกรีมมะพร้าวจับคู่กับ Sponge Cake งาดำหอม ๆ เสริมด้วยอโรมาของ Mascarpone Cheese ที่มีกลิ่นแกงเข้ากันได้อย่างน่าประหลาด (17/20)
รูปที่ 21
Coconut / Black Sesame / Curry Mascarpone ของหวานจานหลักในเซ็ตเมนู 9 คอร์สคือไอศกรีมมะพร้าวจับคู่กับ Sponge Cake งาดำหอม ๆ เสริมด้วยอโรมาของ Mascarpone Cheese ที่มีกลิ่นแกงเข้ากันได้อย่างน่าประหลาด (17/20)
Coriander / Mascarpone / Popcorn Powder ของหวานจานนี้เป็นผสมผสานกันอย่างน่าทึ่งของผักชีและป็อบคอร์นซึ่งเป็นสองสิ่งที่ดูแล้วไม่น่าจะเข้ากันได้ องค์ประกอบแรกคือไอศกรีมผักชีที่มีกบลิ่นเฉพาะตัวแต่ไม่แรงจนเกินไปบาลานซ์รสชาติด้วยความครีมมี่ของชีส Mascarpone ด้านบนโรยด้วยผงป็อบคอร์นทั้งกรอบ หอม และให้รสเค็มนิด ๆ (18/20)
รูปที่ 22
Coriander / Mascarpone / Popcorn Powder ของหวานจานนี้เป็นผสมผสานกันอย่างน่าทึ่งของผักชีและป็อบคอร์นซึ่งเป็นสองสิ่งที่ดูแล้วไม่น่าจะเข้ากันได้ องค์ประกอบแรกคือไอศกรีมผักชีที่มีกบลิ่นเฉพาะตัวแต่ไม่แรงจนเกินไปบาลานซ์รสชาติด้วยความครีมมี่ของชีส Mascarpone ด้านบนโรยด้วยผงป็อบคอร์นทั้งกรอบ หอม และให้รสเค็มนิด ๆ (18/20)
Vanilla & Almond Mousse สำหรับใครที่ไปเฉลิมฉลองในโอกาสพิเศษจะได้ขนมจานพิเศษคือ Vanilla & Almond Mousse ขนาบข้างด้วยครัมเบิ้ล ด้านบนท็อปด้วยชิ้นเมอแรงก์กรอบ ๆ ละลายในปาก
รูปที่ 23
Vanilla & Almond Mousse สำหรับใครที่ไปเฉลิมฉลองในโอกาสพิเศษจะได้ขนมจานพิเศษคือ Vanilla & Almond Mousse ขนาบข้างด้วยครัมเบิ้ล ด้านบนท็อปด้วยชิ้นเมอแรงก์กรอบ ๆ ละลายในปาก
Petits Fours ปิดท้ายมื้ออาหารด้วย Lemon Tart, Matcha-Strawberry Macaron, White Chocolate with Passionfruit & Mango, Ginger Financier และ Pineapple Jelly
รูปที่ 24
Petits Fours ปิดท้ายมื้ออาหารด้วย Lemon Tart, Matcha-Strawberry Macaron, White Chocolate with Passionfruit & Mango, Ginger Financier และ Pineapple Jelly
Gift ปิดท้ายด้วยเกลือจากจังหวัดร้อยเอ็ดติดไม้ติดมือกลับบ้านมาด้วย
รูปที่ 25
Gift ปิดท้ายด้วยเกลือจากจังหวัดร้อยเอ็ดติดไม้ติดมือกลับบ้านมาด้วย
รายการไวน์ในมื้อนี้
รูปที่ 26
รายการไวน์ในมื้อนี้
รายการไวน์ในมื้อนี้
รูปที่ 27
รายการไวน์ในมื้อนี้
💰 ราคา 15,913 บาท
รูปที่ 28
💰 ราคา 15,913 บาท
🎗 [INTRO] Côte by Mauro Colagreco เป็นห้องอาหารนอกทวีปยุโรปแห่งแรกของสุดยอดเชฟระดับโลก Mauro Colagreco ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาจนมีความคล้ายคลึงกันกับห้องอาหาร Mirazur ทำให้ตัวร้านกลายเป็นหนึ่งในห้องอาหารยอดนิยมทั้งในหมู่คนไทยและชาวต่างชาติอย่างรวดเร็ว
รูปที่ 29
🎗 [INTRO] Côte by Mauro Colagreco เป็นห้องอาหารนอกทวีปยุโรปแห่งแรกของสุดยอดเชฟระดับโลก Mauro Colagreco ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาจนมีความคล้ายคลึงกันกับห้องอาหาร Mirazur ทำให้ตัวร้านกลายเป็นหนึ่งในห้องอาหารยอดนิยมทั้งในหมู่คนไทยและชาวต่างชาติอย่างรวดเร็ว
🎗 [THE FOOD] เชฟ Davide Garavaglia นำเสนออาหารฝรั่งเศสออกมาในรูปแบบร่วมสมัยโดยอาศัยวัตถุดิบชั้นเลิศจากหลากหลายแหล่งทั่วโลก ลูกค้าสามารถเลือกชิมเซ็ตเมนูสุดคุ้มค่า Escapade Lunch (4 Courses/1800++, 4 Courses with Cheese Platter/2,100++) นำเสนอมาเฉพาะช่วงกลางวันของวันพุธ-ศุกร์ ถัดมาคือเซ็ตเมนูชุดใหญ่ 3 รูปแบบคือ Côte Inspiration (5 Courses/4,100++) , Côte Experience (7 Courses/5,800++) และ Carte Blanche (9 Courses/6,500++) โดยเชฟ Davide Garavaglia จะเป็นผู้เลือกเมนูให้กับเราด้วยตัวเองตามความเหมาะสม ทีม Sommelier คัดเลือกรายการไวน์มาจากหลากหลายแหล่งทั่วโลกนำเสนอมาในราคาที่เหมาะสมกับระดับของตัวร้าน ส่วนอาหารจานที่เตรียมออกมาได้อย่างโดดเด่นคือ
รูปที่ 30
🎗 [THE FOOD] เชฟ Davide Garavaglia นำเสนออาหารฝรั่งเศสออกมาในรูปแบบร่วมสมัยโดยอาศัยวัตถุดิบชั้นเลิศจากหลากหลายแหล่งทั่วโลก ลูกค้าสามารถเลือกชิมเซ็ตเมนูสุดคุ้มค่า Escapade Lunch (4 Courses/1800++, 4 Courses with Cheese Platter/2,100++) นำเสนอมาเฉพาะช่วงกลางวันของวันพุธ-ศุกร์ ถัดมาคือเซ็ตเมนูชุดใหญ่ 3 รูปแบบคือ Côte Inspiration (5 Courses/4,100++) , Côte Experience (7 Courses/5,800++) และ Carte Blanche (9 Courses/6,500++) โดยเชฟ Davide Garavaglia จะเป็นผู้เลือกเมนูให้กับเราด้วยตัวเองตามความเหมาะสม ทีม Sommelier คัดเลือกรายการไวน์มาจากหลากหลายแหล่งทั่วโลกนำเสนอมาในราคาที่เหมาะสมกับระดับของตัวร้าน ส่วนอาหารจานที่เตรียมออกมาได้อย่างโดดเด่นคือ
🎗 [THE FOOD] เชฟ Davide Garavaglia นำเสนออาหารฝรั่งเศสออกมาในรูปแบบร่วมสมัยโดยอาศัยวัตถุดิบชั้นเลิศจากหลากหลายแหล่งทั่วโลก ลูกค้าสามารถเลือกชิมเซ็ตเมนูสุดคุ้มค่า Escapade Lunch (4 Courses/1800++, 4 Courses with Cheese Platter/2,100++) นำเสนอมาเฉพาะช่วงกลางวันของวันพุธ-ศุกร์ ถัดมาคือเซ็ตเมนูชุดใหญ่ 3 รูปแบบคือ Côte Inspiration (5 Courses/4,100++) , Côte Experience (7 Courses/5,800++) และ Carte Blanche (9 Courses/6,500++) โดยเชฟ Davide Garavaglia จะเป็นผู้เลือกเมนูให้กับเราด้วยตัวเองตามความเหมาะสม
รูปที่ 31
🎗 [THE FOOD] เชฟ Davide Garavaglia นำเสนออาหารฝรั่งเศสออกมาในรูปแบบร่วมสมัยโดยอาศัยวัตถุดิบชั้นเลิศจากหลากหลายแหล่งทั่วโลก ลูกค้าสามารถเลือกชิมเซ็ตเมนูสุดคุ้มค่า Escapade Lunch (4 Courses/1800++, 4 Courses with Cheese Platter/2,100++) นำเสนอมาเฉพาะช่วงกลางวันของวันพุธ-ศุกร์ ถัดมาคือเซ็ตเมนูชุดใหญ่ 3 รูปแบบคือ Côte Inspiration (5 Courses/4,100++) , Côte Experience (7 Courses/5,800++) และ Carte Blanche (9 Courses/6,500++) โดยเชฟ Davide Garavaglia จะเป็นผู้เลือกเมนูให้กับเราด้วยตัวเองตามความเหมาะสม
🎗 [THE PLACE] ห้องอาหาร Côte by Mauro Colagreco ตั้งอยู่ในโรงแรม Capella Bangkok
รูปที่ 32
🎗 [THE PLACE] ห้องอาหาร Côte by Mauro Colagreco ตั้งอยู่ในโรงแรม Capella Bangkok
โต๊ะทุกตัวปูด้วยผ้าสีขาวดูสะอาดตา
รูปที่ 33
โต๊ะทุกตัวปูด้วยผ้าสีขาวดูสะอาดตา
แน่นอนว่าเราขอแนะนำให้เลือกจองโต๊ะริมหน้าต่างเพื่อซึมซับบรรยากาศที่ดีที่สุด
รูปที่ 34
แน่นอนว่าเราขอแนะนำให้เลือกจองโต๊ะริมหน้าต่างเพื่อซึมซับบรรยากาศที่ดีที่สุด
🎗 [THE CHEF, Mauro Colagreco] Mauro Colagreco เกิดเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 1976 ในเมือง La Plata ประเทศอาร์เจนตินาโดยมีเชื้อสายเป็นลูกครึ่งอิตาเลียน-อาร์เจนตินา เมื่ออายุถึงเกณฑ์เขาตัดสินใจเข้าศึกษาต่อที่ Gato Dumas Hotel School ณ กรุง Buenos Aires ทั้งยังเคยร่วมงานกับเชฟและห้องอาหารท้องถิ่นชื่อดังมากมายอย่างเช่น Catalinas, Rey Castro, Mariani และ Azul Profundo ก่อนที่จะเข้ารับการศึกษาต่อที่ National University of La Plata's School of Economic Sciences
รูปที่ 35
🎗 [THE CHEF, Mauro Colagreco] Mauro Colagreco เกิดเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 1976 ในเมือง La Plata ประเทศอาร์เจนตินาโดยมีเชื้อสายเป็นลูกครึ่งอิตาเลียน-อาร์เจนตินา เมื่ออายุถึงเกณฑ์เขาตัดสินใจเข้าศึกษาต่อที่ Gato Dumas Hotel School ณ กรุง Buenos Aires ทั้งยังเคยร่วมงานกับเชฟและห้องอาหารท้องถิ่นชื่อดังมากมายอย่างเช่น Catalinas, Rey Castro, Mariani และ Azul Profundo ก่อนที่จะเข้ารับการศึกษาต่อที่ National University of La Plata's School of Economic Sciences
อย่างไรก็ตามด้วยความตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะเดินทางสายอาชีฟเชฟ Mauro Colagreco ในวัย 25 ปีตัดสินใจลาออกและเดินทางไปยังประเทศฝรั่งเศสเพื่อรับตำแหน่ง Demi-chef de Partie กับห้องอาหารชั้นนำในแคว้น Burgundy อย่าง La Côte d'Or (3 MICHELIN Stars ในขณะนั้น) จนเกิดเหตุการณ์อันน่าเศร้าของเชฟ Bernard Loiseau อย่างที่เราเคยเขียนบทความเอาไว้ก่อนหน้านี้ จากนั้นเขาเดินทางไปยังกรุง Paris เพื่อรับตำแหน่ง Sous-chef ที่ห้องอาหาร Arpège (3 MICHELIN Stars) และตำแหน่ง Demi-chef de Partie ที่ห้องอาหาร Alain Ducasse au Plaza Athénée (3 MICHELIN Stars - ปิดทำการไปแล้ว) และสุดท้ายคือการร่วมงานกับห้องอาหารที่เก่าแก่ที่สุดของเมืองอายุกว่า 300 ปีอย่าง Le Grand Véfour (3 MICHELIN Stars ในขณะนั้น) อยู่ราว 1 ปีก่อนที่จะมองหาเส้นทางการเปิดร้านอาหารเป็นของตัวเองในที่สุด
รูปที่ 36
อย่างไรก็ตามด้วยความตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะเดินทางสายอาชีฟเชฟ Mauro Colagreco ในวัย 25 ปีตัดสินใจลาออกและเดินทางไปยังประเทศฝรั่งเศสเพื่อรับตำแหน่ง Demi-chef de Partie กับห้องอาหารชั้นนำในแคว้น Burgundy อย่าง La Côte d'Or (3 MICHELIN Stars ในขณะนั้น) จนเกิดเหตุการณ์อันน่าเศร้าของเชฟ Bernard Loiseau อย่างที่เราเคยเขียนบทความเอาไว้ก่อนหน้านี้ จากนั้นเขาเดินทางไปยังกรุง Paris เพื่อรับตำแหน่ง Sous-chef ที่ห้องอาหาร Arpège (3 MICHELIN Stars) และตำแหน่ง Demi-chef de Partie ที่ห้องอาหาร Alain Ducasse au Plaza Athénée (3 MICHELIN Stars - ปิดทำการไปแล้ว) และสุดท้ายคือการร่วมงานกับห้องอาหารที่เก่าแก่ที่สุดของเมืองอายุกว่า 300 ปีอย่าง Le Grand Véfour (3 MICHELIN Stars ในขณะนั้น) อยู่ราว 1 ปีก่อนที่จะมองหาเส้นทางการเปิดร้านอาหารเป็นของตัวเองในที่สุด
เชฟ Mauro Colagreco ตัดสินใจเลือกใช้อาคารเก่าในเมือง Menton เพื่อพัฒนาเป็นห้องอาหาร Mirazur โดยเปิดทำการเป็นครั้งแรกในปี 2006 ตัวร้านได้รับรางวัล Revelation of the Year จาก Gault et Millau ภายในระยะเวลาเพียง 6 เดือนต่อด้วยรางวัล 🌟 1 MICHELIN Star และ Chef of The Year จาก Gault et Millau ในปี 2009 สร้างประวัติศาสตร์เป็นเชฟชาวต่างชาติคนแรกที่สามารถคว้ารางวัลอันทรงเกียรตินี้จาก Gault et Millau มาครอง
รูปที่ 37
เชฟ Mauro Colagreco ตัดสินใจเลือกใช้อาคารเก่าในเมือง Menton เพื่อพัฒนาเป็นห้องอาหาร Mirazur โดยเปิดทำการเป็นครั้งแรกในปี 2006 ตัวร้านได้รับรางวัล Revelation of the Year จาก Gault et Millau ภายในระยะเวลาเพียง 6 เดือนต่อด้วยรางวัล 🌟 1 MICHELIN Star และ Chef of The Year จาก Gault et Millau ในปี 2009 สร้างประวัติศาสตร์เป็นเชฟชาวต่างชาติคนแรกที่สามารถคว้ารางวัลอันทรงเกียรตินี้จาก Gault et Millau มาครอง
ห้องรับประทานอาหารหลักโดดเด่นด้วยกระจกใสสูงจากพื้นจรดเพดานแสดงให้เห็นถึงวิวมุมกว้างของแม่น้ำเจ้าพระยาพร้อมกับแมกไม้สีเขียวอันร่มรื่นคล้ายกันกับวิวมุมกว้างของท้องทะเล Mediterranean พร้อมกับสวน Le jardin DES AROMATIQUES (THE AROMATICS garden) ณ ห้องอาหาร Mirazur
รูปที่ 38
ห้องรับประทานอาหารหลักโดดเด่นด้วยกระจกใสสูงจากพื้นจรดเพดานแสดงให้เห็นถึงวิวมุมกว้างของแม่น้ำเจ้าพระยาพร้อมกับแมกไม้สีเขียวอันร่มรื่นคล้ายกันกับวิวมุมกว้างของท้องทะเล Mediterranean พร้อมกับสวน Le jardin DES AROMATIQUES (THE AROMATICS garden) ณ ห้องอาหาร Mirazur
กาลเวลาล่วงเลยมาจนกระทั่งเดือนกุมภาพันธ์ปี 2012 ตัวร้านถูกปรับให้เป็นห้องอาหาร 🌟🌟 2 MICHELIN Stars และได้รับการยกระดับสู่การเป็นห้องอาหารระดับ 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars ในเดือนมกราคมปี 2019 ปัจจุบันเชฟ Mauro Colagreco ได้เปิดห้องอาหารของตัวเองอีกตามเมืองท่องเที่ยวต่าง ๆ ทั่วโลกแต่หากนับเฉพาะร้านระดับ MICHELIN Star แล้ว มีอยู่ 3 แห่งคือ Côte by Mauro Colagreco (🌟 1 MICHELIN Star), the K by mauro colagreco (🌟 1 MICHELIN Star) และ Ceto (🌟 1 MICHELIN Star) นั่นเอง
รูปที่ 39
กาลเวลาล่วงเลยมาจนกระทั่งเดือนกุมภาพันธ์ปี 2012 ตัวร้านถูกปรับให้เป็นห้องอาหาร 🌟🌟 2 MICHELIN Stars และได้รับการยกระดับสู่การเป็นห้องอาหารระดับ 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars ในเดือนมกราคมปี 2019 ปัจจุบันเชฟ Mauro Colagreco ได้เปิดห้องอาหารของตัวเองอีกตามเมืองท่องเที่ยวต่าง ๆ ทั่วโลกแต่หากนับเฉพาะร้านระดับ MICHELIN Star แล้ว มีอยู่ 3 แห่งคือ Côte by Mauro Colagreco (🌟 1 MICHELIN Star), the K by mauro colagreco (🌟 1 MICHELIN Star) และ Ceto (🌟 1 MICHELIN Star) นั่นเอง
จานลักษณะแบน Handmade สีฟ้าน้ำทะเลพร้อมกับมีเส้นสีขาวพาดตรงกลางเป็นงานออกแบบจาก Studio Pieter Stockmans ในประเทศเบลเยี่ยมบ่งบอกถึงแสงอาทิตย์ที่ตกกระทบกับผืนน้ำแห่งท้องทะเล Mediterranean
รูปที่ 40
จานลักษณะแบน Handmade สีฟ้าน้ำทะเลพร้อมกับมีเส้นสีขาวพาดตรงกลางเป็นงานออกแบบจาก Studio Pieter Stockmans ในประเทศเบลเยี่ยมบ่งบอกถึงแสงอาทิตย์ที่ตกกระทบกับผืนน้ำแห่งท้องทะเล Mediterranean
ข้างกันกับพื้นที่ตรวจสอบการจองเป็นห้องรับรองขนาดใหญ่เหมาะกับการนั่งชิลหรือสั่งเครื่องดื่มระหว่างรอเพื่อนสมาชิกในโต๊ะ
รูปที่ 41
ข้างกันกับพื้นที่ตรวจสอบการจองเป็นห้องรับรองขนาดใหญ่เหมาะกับการนั่งชิลหรือสั่งเครื่องดื่มระหว่างรอเพื่อนสมาชิกในโต๊ะ
คำว่า Côte หมายถึงชายฝั่งทะเลบ่งบอกถึงสไตล์การเตรียมอาหารของเชฟ Mauro Colagreco ที่มักนำเสนออกมาในสไตล์ Mediterranean นั่นเอง
รูปที่ 42
คำว่า Côte หมายถึงชายฝั่งทะเลบ่งบอกถึงสไตล์การเตรียมอาหารของเชฟ Mauro Colagreco ที่มักนำเสนออกมาในสไตล์ Mediterranean นั่นเอง
ทีม Sommelier คัดเลือกรายการไวน์มาจากหลากหลายแหล่งทั่วโลกนำเสนอมาในราคาที่เหมาะสมกับระดับของตัวร้าน
รูปที่ 43
ทีม Sommelier คัดเลือกรายการไวน์มาจากหลากหลายแหล่งทั่วโลกนำเสนอมาในราคาที่เหมาะสมกับระดับของตัวร้าน
🎗 [WHY GO] หลังจบมื้ออาหารเราสามารถยกให้ Côte by Mauro Colagreco เป็นหนึ่งในห้องอาหารระดับสูงที่สมบูรณ์แบบที่สุดในประเทศไทย ด้วยบรรยากาศยามพระอาทิตย์ตกดินริมแม่น้ำเจ้าพระยาเคล้ากันไปกับอาหารที่เต็มไปด้วยเทคนิคอันซับซ้อนแต่ไม่ละทิ้งซึ่งรสชาติที่ดีและเข้าถึงได้ง่ายจากลูกค้าทุกกลุ่ม ราคาอาหารถือว่าคุ้มค่าเมื่อเทียบกับคุณภาพวัตถุดิบ
รูปที่ 44
🎗 [WHY GO] หลังจบมื้ออาหารเราสามารถยกให้ Côte by Mauro Colagreco เป็นหนึ่งในห้องอาหารระดับสูงที่สมบูรณ์แบบที่สุดในประเทศไทย ด้วยบรรยากาศยามพระอาทิตย์ตกดินริมแม่น้ำเจ้าพระยาเคล้ากันไปกับอาหารที่เต็มไปด้วยเทคนิคอันซับซ้อนแต่ไม่ละทิ้งซึ่งรสชาติที่ดีและเข้าถึงได้ง่ายจากลูกค้าทุกกลุ่ม ราคาอาหารถือว่าคุ้มค่าเมื่อเทียบกับคุณภาพวัตถุดิบ
🌟 1 MICHELIN Star - 1 ดาวมิชลิน
รูปที่ 45
🌟 1 MICHELIN Star - 1 ดาวมิชลิน
ผู้จัดการคือคุณ Thibaud Charlemarty มีพื้นเพเป็นคนแถบ Bordeaux มีประวัติร่วมงานกับห้องอาหารชั้นนำมาแล้วมากมายจนสามารถให้บริการและสร้างทีมจัดเสิร์ฟอาหารได้อย่างไร้ข้อผิดพลาด จากทั้งหมดที่กล่าวมาเราคงไม่แปลกใจหากตัวร้านสามารถคว้าดาวดวงที่สองมาครองได้ในสักวันหนึ่ง
รูปที่ 46
ผู้จัดการคือคุณ Thibaud Charlemarty มีพื้นเพเป็นคนแถบ Bordeaux มีประวัติร่วมงานกับห้องอาหารชั้นนำมาแล้วมากมายจนสามารถให้บริการและสร้างทีมจัดเสิร์ฟอาหารได้อย่างไร้ข้อผิดพลาด จากทั้งหมดที่กล่าวมาเราคงไม่แปลกใจหากตัวร้านสามารถคว้าดาวดวงที่สองมาครองได้ในสักวันหนึ่ง

แกลเลอรี